ประจวบฯ จับมือราชภัฏเพชรบุรี ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาท้องถิ่นในพื้นที่

วันที่ 20 ตุลาคม 2568 พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข นายกสภามหาวิทยาลัยเพชรบุรี เป็นประธานพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ว่าด้วยการประสานความร่วมมือทางวิชาการและปฏิบัติการเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น ระหว่างมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี กับ จ.เพชรบุรี และ จ.ประจวบฯ, การลงนามความร่วมมือการพัฒนาระบบตรวจวัดฝุ่นละอองในอากาศ PM 2.5 แบบเรียลไทม์ใน จ.เพชรบุรี และการยกระดับคุณภาพการศึกษาและศิลปวัฒนธรรมใน จ.เพชรบุรีและประจวบฯ ที่ห้องประชุมพะนอม แก้วกำเนิด อาคารสุเมธตันติเวชกุล มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี จ.เพชรบุรี โดยมี รศ.ดร.พัชรศักดิ์ อาลัย รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ นางวันเพ็ญ มั่งศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี นายอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คณะกรรมการสภามหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี คณาจารย์ และคณะทำงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวจากทั้งสองจังหวัดเข้าร่วมในพิธี
การลงนามความร่วมมือในครั้งนี้

นับเป็นเวทีระดมความคิดเห็นระหว่าง จ.เพชรบุรี และ จ.ประจวบฯ ในการวิเคราะห์ประเด็นปัญหาและความต้องการของพื้นที่ เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาเชิงพื้นที่ร่วมกันและจัดทำโครงการปีงบประมาณ 2570 วางแผนและจัดทำข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ เพื่อเสริมสร้างชุมชนรักษ์โลก เพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยระบบบูรณาการการตรวจติดตามเครื่องวัดฝุ่นละอองในอากาศ PM 2.5 แบบเรียลไทม์ใน จ.เพชรบุรี สร้างการมีส่วนร่วมและบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานของมหาวิทยาลัย หน่วยงานภาครัฐ และภาคีเครือข่ายในพื้นที่ เพื่อนำไปใช้เป็นทิศทางการพัฒนาเชิง ยกระดับคุณภาพและการศึกษาในพื้นที่เป้าหมาย นำไปสู่การพัฒนาท้องถิ่นในด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม การศึกษา และศิลปวัฒนธรรมร่วมกัน

พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข กล่าวว่า การลงนามความร่วมมือในครั้งนี้เป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างสองจังหวัด เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง และขอชื่นชมคณะทำงานด้านการพัฒนาท้องถิ่นของมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี ที่ได้ขับเคลื่อนงานพัฒนาชุมชนอย่างต่อเนื่อง จนก้าวขึ้นสู่อันดับ 1 ของประเทศ 4 ปีซ้อน ในการเป็นมหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน ด้วยการนำจุดเด่นของพื้นที่สองจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นด้านทรัพยากรธรรมชาติ วัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และผลิตภัณฑ์ชุมชน มาสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ พร้อมทั้งขับเคลื่อนสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ตามพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ให้สอดคล้องกับรัฐบาลและมหาวิทยาลัย จนทำให้เกิดการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน

นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน กล่าวว่า คณะทำงานรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ได้รับเกียรติจากท่านนายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฎเพชรบุรี มามอบนโยบายและให้กำลังใจแก่คณะทำงาน ซึ่งนับเป็นพลังสำคัญในการยกระดับศักยภาพของชุมชนและสร้างความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรมระหว่างมหาวิทยาลัย หน่วยงานราชการ ภาคเอกชน และประชาชน และขอแสดงความชื่นชมต่อมหาวิทยาลัยราชภัฎเพชรบุรี ที่ได้ขับเคลื่อนงานพัฒนาชุมชนอย่างต่อเนื่อง จนก้าวขึ้นสู่อันดับหนึ่งของประเทศ 4 ปีซ้อน ในการเป็น “มหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน” ตามผลการจัดอันดับ SCD University Rankings 2024 ซึ่งถือเป็นความภาคภูมิใจของ จ.เพชรบุรีและประจวบฯ ทั้งสองจังหวัดจะร่วมมือกันนำเอาจุดเด่นของพื้นที่ทั้งด้านทรัพยากรธรรมชาติ วัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และผลิตภัณฑ์ชุมชน มาสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ พร้อมทั้งขับเคลื่อนสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ตามพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ต่อไป

รศ.ดร.พัชรศักดิ์ อาลัย กล่าวว่า สืบเนื่องจากมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรีมีพื้นที่บริการวิชาการสองจังหวัด คือ เพชรบุรี และประจวบฯ การประสานความร่วมมือในครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการยกระดับคุณภาพชีวิตและความเข้มแข็งของชุมชนในพื้นที่ โดยเป็นการผนึกกำลังระหว่างสถาบันการศึกษาและหน่วยงานภาครัฐ เพื่อบูรณาการองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรมจากมหาวิทยาลัยสู่การพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา และสิ่งแวดล้อม ความร่วมมือดังกล่าวยังสะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี ในฐานะมหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น ที่มุ่งสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับภาคีทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาพื้นที่ภาคตะวันตกตอนล่างให้เกิดผลเป็นรูปธรรม สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการสร้างความเข้มแข็งจากฐานราก และส่งเสริมให้มหาวิทยาลัยเป็นศูนย์กลางทางวิชาการที่เชื่อมโยงการเรียนรู้กับการพัฒนาชุมชนอย่างแท้จริง.