บังคับคดีประจวบฯ จัด “มหกรรมไกล่เกลี่ยเจรจาหนี้หลังศาลมีคำพิพากษา” ที่หัวหิน

วันที่ 4 เมษายน 2569 นายเสกสรร สุขแสง อธิบดีกรมบังคับคดี เป็นประธานเปิด “มหกรรมไกล่เกลี่ยเจรจาหนี้หลังศาลมีคำพิพากษา” จัดโดย สำนักงานบังคับคดีจังหวัดประจวบฯ ที่โรงแรมหัวหินแกรนด์ แอนด์พลาซ่า อ.หัวหิน โดยมี น.ส.ปิยะพัชร คล้อยเคลื่อน ผู้อำนวยการบังคับคดีจังหวัดประจวบฯ กล่าวรายงาน มีนายวีระศักดิ์ สโมสร ผู้อำนวยการสำนักงานบังคับคดีจังหวัดประจวบฯ สาขาหัวหิน นางวีรา น้ำแก้วเงิน (หัวหน้ากลุ่มจังหวัด sandbox 7) ผู้อำนวยการสำนักงานบังคับคดีจังหวัดนครปฐม นายโดม อินทรสาลี ผู้อำนวยการสำนักงานบังคับคดีจังหวัดสมุทรสาคร นายพจกรณ์ วงศ์ปักษา ผู้อำนวยการสำนักงานบังคับคดีจังหวัดเพชรบุรี น.ส.สิรินาฏ ชีวมงคลการุณ ผู้อำนวยการสำนักงานบังคับคดีจังหวัดราชบุรี หน่วยงานเครือข่ายสถาบันการเงินต่างๆ รวม 10 แห่ง เจ้าหน้าที่กรมบังคับคดี ศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาท และประชาชน เข้าร่วม

ภายในงานมีการแนะนำโครงการ มหกรรมไกล่เกลี่ยเจรจาหนี้หลังศาลมีคำพิพากษา, การนำเสนอวิดีทัศน์ ภารกิจกรมบังคับคดี และคลิปสั้น เรื่องการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทชั้นบังคับคดี และกิจกรรมโครงการมหกรรมไกล่เกลี่ยเจรจาหนี้หลังศาลมีคำพิพากษา

นายเสกสรร สุขแสง อธิบดีกรมบังคับคดี กล่าวว่า ตามนโยบายของรัฐบาล ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาหนี้สินของประชาชน มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาหนี้ให้ครอบคลุมทุกกลุ่มหนี้ กระทรวงยุติธรรมมีนโยบายด้านการอำนวยความยุติธรรรม ลดความเหลื่อมล้ำในสังคม ได้เล็งเห็นถึงความเดือดร้อนของประชาชน จึงได้นำเป้าหมายของรัฐบาลในการช่วยเหลือแก้ไขปัญหาหนี้สินของประชาชนเพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินงาน เน้นการทำงานเชิงรุกให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการงานยุติธรรมได้อย่างทั่วถึง รวดเร็วและเป็นธรรม กรมบังคับคดีเป็นหน่วยงานที่ดูแลหนี้สินของประชาชนหลังศาลมีคำพิพากษา เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกหนี้ เจ้าหนี้ได้เจรจาผ่อนผันการชำระหนี้กันด้วยความสมัครใจ

น.ส.ปิยะพัชร คล้อยเคลื่อน ผู้อำนวยการบังคับคดีจังหวัดประจวบฯ กล่าวว่าการจัดมหกรรมไกล่เกลี่ยเจรจาหนี้หลังศาลมีคำพิพากษาในครั้งนี้ เป็นการจัดขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้ลูกหนี้หลังศาลมีคำพิพากษา ได้เจรจาหรือผ่อนผันชำระหนี้กับสถาบันการเงิน ด้วยความสมานฉันท์ ส่งผลให้ลูกหนี้ไม่ถูกฟ้องดำเนินคดีต่อศาล ไม่ถูกบังคับคดี อายัดสิทธิเรียกร้อง ยึดทรัพย์สินและขายทอดตลาดทรัพย์ ซึ่งสถาบันการเงินได้มีหนังสือเชิญลูกหนี้เข้าร่วมงาน จำนวน 1,200 ราย ทุนทรัพย์ 393,461,671.51 บาท โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานเครือข่ายสถาบันการเงินต่างๆ เข้าร่วมการไกล่เกลี่ยคือ ธนาคารออมสิน, บริษัท บริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน), ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร, ธนาคารอาคารสงเคราะห์, ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน), บริษัท เจเอ็มทีเน็ทเวอร์คเซอร์วิสเซส จำกัด, บริษัท บริหารสินทรัพย์ เจเค จำกัด, บริษัท บริหารสินทรัพย์ เจ จำกัด, บริษัท โตโยต้าลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด และสยามคูโบต้า ลีสซิ่ง โดยการให้ข้อเสนอต่างๆ เกี่ยวกับหนี้สินที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชน เช่น การขยายเวลาผ่อนชำระหนี้ การงดการยึดทรัพย์ การงดการขายทอดตลาด การให้ส่วนลดในการชำระเงินต้นและดอกเบี้ย หรือให้เงื่อนไขพิเศษ กรณีชำระหนี้ปิดบัญชี.