
สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ สอนเด็กว่ายน้ำช่วงปิดเทอม ลดการจมน้ำเด็กในประจวบฯ
วันที่ 6 เมษายน 2569 นายศุภชัย ครุฑดำ นายอำเภอหัวหิน เป็นประธานเปิดโครงการว่ายน้ำเป็น เล่นน้ำสนุก#7 ที่สวนน้ำแบล็คเมาน์เทน หัวหิน จ.ประจวบฯ มีนายตรีธวัฒน์ สุขศรีปพัฒน์ นายก อบต.หินเหล็กไฟ นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ นางวาสนา ศรีกาญจนา ที่ปรึกษาสมาคมฯ นายสนิท ศรีสันต์ ผู้จัดการทั่วไปสวนน้ำแบล็คเมาน์เทน แขกผู้มีเกียรติ และผู้ปกครองให้การต้อนรับ มีเยาวชนในพื้นที่ จำนวน 100 คน เข้ารับการอบรม
นายศุภชัย กล่าวว่า การจมน้ำเป็นสาเหตุอันดับหนึ่งของการเสียชีวิตในเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ในประเทศไทย ซึ่งถือเป็นปัญหาสำคัญที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน มีเด็กจมน้ำเสียชีวิตเฉลี่ยสูงถึง 904 คนต่อปี ข้อมูลที่น่าตกใจ เด็กไทยจมน้ำเสียชีวิตเฉลี่ยวันละ 2 คน ช่วงสงกรานต์ 3 วัน มีเด็กจมน้ำถึง 105 ราย เฉลี่ยวันละ 3.5 ราย ซึ่งสูงกว่าช่วงเวลาปกติเกือบ 2 เท่า จากรายงานขององค์การอนามัยโลก (WHO) พบว่าการจมน้ำเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 3 ของเด็กทั่วโลก รองจากโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบและเอดส์ โดยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา การจมน้ำเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งในเด็กไทยอายุต่ำกว่า 15 ปี โครงการนี้จะสอนทักษะให้เด็กเอาตัวรอดทางน้ำ เช่น การลอยตัว การตะโกนขอความช่วยเหลือ และการช่วยเหลือตนเองในน้ำ “ว่ายน้ำเป็น เล่นน้ำได้” เมื่อว่ายน้ำได้ก็จะทำให้ทุกคนปลอดภัยจากภัยทางน้ำ พร้อมนำสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นายสนิท กล่าวว่า สวนน้ำแบล็คเมาน์เทน หัวหิน ร่วมกับสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ และสโมสรโรตารีหัวหิน เล็งเห็นถึงความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัยทางน้ำ ทักษะการเอาชีวิตรอดในน้ำ และทักษะการช่วยผู้ประสบภัยทางน้ำ จึงจัดทำโครงการ “ว่ายน้ำเป็น เล่นน้ำสนุก” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 ให้ความสำคัญกับเด็กในการเสริมสร้างทักษะการว่ายน้ำเพื่อความปลอดภัยทางน้ำ ลดอัตราการเสียชีวิต เพิ่มโอกาสให้เด็กๆ ได้ใช้เวลาว่างในช่วงปิดเทอมให้เกิดประโยชน์ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 6 – 10 เมษายน 2569 โดยมีวิทยากรจากสมาคมกีฬาว่ายน้ำแห่งประเทศไทยและทีมงานแบล็คเมาน์เทน เป็นครูผู้ฝึกสอน โครงการดังกล่าว สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความร่วมมืออันเข้มแข็งระหว่างภาคส่วนต่างๆ ซึ่งต่างเห็นพ้องร่วมกันว่า “ทักษะการว่ายน้ำและการเอาชีวิตรอดในน้ำ” คือเกราะคุ้มกันที่สำคัญที่สุดสำหรับเด็กๆ ในพื้นที่ของเรา เพื่อลดอัตราการสูญเสียจากอุบัติเหตุทางน้ำอย่างยั่งยืน.