
ประจวบฯ จัดเสวนาขับเคลื่อนการพัฒนาความปลอดภัยด้านอัคคีภัย
วันที่ 2 กรกฎาคม 2569 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มอบหมายให้นายธนวัฒน์ เรืองเดช รักษาราชการแทนหัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดโครงการขับเคลื่อนการพัฒนาความปลอดภัยด้านอัคคีภัยในระดับพื้นที่ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่ห้องนเรศดำริห์ ชั้น 3 เทศบาลนครหัวหิน มีนายพิสุทธิ์ วรรณฉัตร รักษาราชการแทนผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการสาธารณภัย ปภ. เขต 4 ประจวบคีรีขันธ์ นายจีรวัฒน์ พราหมณี ปลัดเทศบาลนครหัวหิน นายขจรเกียรติ กำจัดโรค เจ้าพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ ว่าที่พันตรี อภิญญา ศักดินันท์ ผู้อำนวยการส่วนฝึกอบรม ปภ. เขต 4 ประจวบคีรีขันธ์ มาเป็นวิทยากรให้ความรู้ มีหัวหน้าส่วนราชการ และเจ้าหน้าที่ จำนวน 45 หน่วยงาน เข้าร่วม มีเวทีสาธารณะเสวนา หัวข้อ “การป้องกันและลดความเสี่ยงจากอัคคีภัย ทุกคนทุกส่วนทำได้ ตั้งแต่ครัวเรือน ชุมชน เพื่อความปลอดภัยของประชาชน” การแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับการจัดการอัคคีภัยในพื้นที่และสรุปผล
นายธนวัฒน์ เรืองเดช กล่าวว่างานในวันนี้จัดขึ้นมุ่งเน้นมาตรการเชิงป้องกันให้ครอบคลุมทุกภาคส่วน เพื่อสร้างความรู้ และตระหนักในการป้องกันและลดความเสี่ยงจากอัคคีภัย และเพื่อส่งเสริมการขับเคลื่อนการดำเนินการป้องกัน และการแก้ปัญหาอัคคีภัยให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ภายใต้การบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วน
“อัคคีภัย” เป็นภัยที่เกิดขึ้นได้บ่อยและมีแนวโน้มความถี่ รวมถึงมีความรุนแรงมากขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่มักเกิดจากความประมาทและการขยายตัวของเมืองที่ทำให้ชุมชนหนาแน่นขึ้น ดังที่เราเห็นได้จากเหตุการณ์สำคัญในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ของเราในช่วงที่ผ่านมา เช่น เหตุการณ์เพลิงไหม้อาคารสัมมนา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ วิทยาเขตวังไกลกังวล เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2566 ซึ่งสร้างความเสียหายแก่อาคารทั้งหมด มูลค่าความเสียหายประมาณ 100 ล้านบาท หรือเหตุการณ์ไฟไหม้บ่อขยะ ตำบลทับใต้ อ.หัวหิน เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2567 ที่ลุกลามกินพื้นที่กว่า 27 ไร่ เหตุการณ์เหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความสูญเสียต่อทรัพย์สิน ระบบเศรษฐกิจและสังคมอย่างมหาศาล ด้วยเหตุนี้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จึงได้จัดทำแผนปฏิบัติการด้านพัฒนาความปลอดภัยด้านอัคคีภัยแห่งชาติ พ.ศ.2566 – 2570 ขึ้น เพื่อใช้เป็นกรอบแนวทางในการสร้างระบบการพัฒนาความปลอดภัยด้านอัคคีภัยของประเทศให้มีความทันสมัย และสอดคล้องกับบริบทการเปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน โดยมุ่งเน้นการสร้างเครื่องมือและกลไกในการเตรียมความพร้อมรับมือต่อการเกิดอัคคีภัยในทุกระดับให้สอดประสานกัน ตั้งแต่ระดับชาติไปจนถึงท้องถิ่นอย่างบูรณาการ.