ชาวบ้านคลองเก่า ร้องให้เร่งสร้างสะพานใหม่แทนของเก่าที่ทรุดโทรม หลังล่าช้าจนส่งผลกระทบเศรษฐกิจในพื้นที่

วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 กลุ่มชาวบ้านคลองเก่า หมู่ 1 ต.ปากน้ำปราณ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบฯ กว่า 100 คน รวมตัวกันที่บริเวณสะพานเหล็กบ้านหัวแหลม (คลองเก่า หมู่ 1) ชูป้ายข้อความ “ขอสะพานครับ ลำบากจริงๆ บอกหน่อยเมื่อไหร่จะเริ่มทำ รอนานเหลือเกิน” ช่วยด้วยครับ เดือดร้อนแล้วครับ” ฯลฯ พร้อมเรียกร้องให้กรมโยธาธิการและผังเมือง เร่งสร้างสะพานปูนใหม่ ทดแทนสะพานเหล็กเดิมที่ปัจจุบันมีสภาพชำรุดทรุดโทรม ผุพังอย่างหนัก หลังเปิดใช้มานานเกือบ 30 ปี ขณะนี้รถยนต์ไม่สามารถสัญจรไปมาได้ตามปกติ เกรงอาจเกิดอันตราย ส่งผลให้ชาวบ้านหลายร้อยครัวเรือนและนักท่องเที่ยวต้องขับรถอ้อมเส้นทางไกลเกือบ 10 กิโลเมตร รวมถึงชาวประมงในพื้นที่ ที่ใช้เส้นทางเข้าออกคลองไปยังแม่น้ำปราณบุรี เกิดหวาดระแวงกลัวสะพานจะถล่มเข้าสักวัน จึงอยากเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรีบเข้ามาดำเนินการ

นายพีรศักดิ์ จิวรรจนะโรดม นายกเทศมนตรีตำบลปากน้ำปราณ เป็นตัวแทนชาวบ้าน กล่าวว่า สะพานดังกล่าวอยู่ในพื้นที่ของเทศบาลตำบลปากน้ำปราณ อบต.ปากน้ำปราณ และวนอุทยานปราณบุรี ก่อนหน้านั้นเทศบาลได้ทำหนังสือขอให้กรมโยธาธิการและผังเมือง ออกแบบจัดสรรงบประมาณจำนวน 118 ล้านบาท โครงการก่อสร้างถนน ไฟฟ้า ระบบสาธารณูปโภค และสัญญาได้ครบกำหนดไปแล้วเมื่อเดือนธันวาคม 2567 ปัจจุบันอยู่ระหว่างการแก้ไขสัญญาและขยายสัญญาเพื่อดำเนินการต่อ ภายหลังในที่ประชุมจังหวัด โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธาน แต่โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดประจวบฯ ได้ชี้แจงว่าสะพานดังกล่าวอยู่ในเขตอุทยาน ติดปัญหา ต้องขออนุญาตในการเข้าใช้พื้นที่ จนเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 นายสังคม แดงโชติ สส.ประจวบฯ เขต 1 พรรคภูมิใจไทย ได้ลงพื้นที่ทราบปัญหา จึงประสานเรื่องไปยัง รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และทราบว่าได้รับการเซ็นอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอใช้พื้นที่ครบถ้วนแล้ว

“จนขณะนี้ผ่านมาแล้ว 2 เดือน หลังจากได้รับอนุญาตจากอุทยาน ยังไม่มีความคืบหน้าในการดำเนินการก่อสร้างสะพานแต่อย่างใด ทำให้ชาวบ้านเกิดความวิตกกังวล เกรงว่าจะไม่ได้ดำเนินการทันตามโครงการเพราะใกล้สิ้นปีงบประมาณแล้ว จึงมารวมตัวกันเพื่อร้องขอให้ช่วยสื่อช่วยเร่งรัดติดตาม เพราะสะพานนี้เป็นเส้นทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวทางบกสายสำคัญที่เชื่อมต่อระหว่าง หัวหินและปากน้ำปราณ” นายพีรศักดิ์ กล่าวตอนท้าย.