
พิธีบวงสรวงตัดไม้จันทน์หอม เพื่อใช้ในงานพระราชพิธีพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ
วันที่ 20 สิงหาคม 2569 พล.อ.อ.สมคิด สุขบาง กรมวังผู้ใหญ่ประจำพระองค์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เป็นประธานในพิธีบวงสรวงตัดไม้จันทน์หอม เพื่อใช้ในงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จ.ประจวบฯ โดยมีนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ นายสุชาติ ชมกลิ่ม รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร และนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช นายนิทัศน์ นุ่นสง ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (สบอ.3) สาขาเพชรบุรี นายบำรุงรัตน์ พลอยคำ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี นายสังคม แดงโชติ พร้อมด้วยนายพงษ์พันธุ์ เผ่าประทาน สส.ประจวบฯ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ รองผู้ว่าราชการจังหวัด และคณะผู้บริหารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงวัฒนธรรม ข้าราชการ และประชาชนจำนวนมากเข้าร่วมพิธี
โดยพิธีบวงสรวงตัดไม้จันทน์หอม เริ่มขึ้นในเวลา 12.09 น. โดย พล.อ.อ.สมคิด สุขบาง กรมวังผู้ใหญ่ ในพระองค์ประธานในพิธี ได้ทำการหลั่งน้ำเทพมนต์และเจิมบริเวณต้นไม้จันทน์หอม ขณะที่โหรหลวงลั่นฆ้องชัย ประโคมสังข์ และแตร ภูษามาลาไกวบัณเฑาะว์ พร้อมกันนี้ได้หลั่งน้ำเทพมนต์เจิมขวานทองสำหรับใช้ตัดต้นจันทน์หอม ก่อนที่ประธานจะใช้ขวานฟันที่ต้นจันทน์หอมเป็นปฐมฤกษ์ และโปรยดอกไม้รอบบริเวณต้นไม้ ท่ามกลางประชาชนจำนวนมากที่เข้าร่วมพิธีด้วยความตั้งใจและเก็บเครื่องบวงสรวงนำไปบูชาเพื่อความเป็นสิริมงคล แสดงให้เห็นถึงความจงรักภักดีและสำนึกในพระกรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้
นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้ความสำคัญกับการดำเนินการในครั้งนี้อย่างเต็มที่ ด้วยความตระหนักในพระกรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยและทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ โดยการคัดเลือกต้นจันทน์หอม ได้ดำเนินการอย่างละเอียดรอบคอบ เพื่อให้เป็นไปตามโบราณราชประเพณีและสอดคล้องกับหลักการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน
อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 969 ตารางกิโลเมตร มีสภาพป่าที่สมบูรณ์และหลากหลาย ประกอบด้วยป่าดิบชื้น ป่าดิบแล้ง และป่าผสมผลัดใบ ซึ่งเป็นประกอบด้วยพันธุ์ไม้หายากมากมาย โดยเฉพาะไม้จันทน์หอม (Mansonia gagei) ที่ขึ้นกระจายอยู่ในพื้นที่ป่าธรรมชาติที่มีความชุ่มชื้นและร่มรื่น จากการสำรวจของกรมอุทยานแห่งชาติฯ พบว่าพื้นที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี เป็นหนึ่งในแหล่งต้นจันทน์หอมที่มีความอุดมสมบูรณ์และมีคุณภาพเหมาะสมที่สุดในการนำมาใช้ประกอบพระราชพิธี โดยต้นจันทน์หอมที่พบในพื้นที่มีอายุมากกว่า 100 ปี มีเนื้อไม้แน่น สีน้ำตาลอมเหลือง และที่สำคัญคือมีกลิ่นหอมจัดเป็นพิเศษ ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่สำคัญตามโบราณราชประเพณี ต้นจันทน์หอมที่คัดเลือกมาทั้ง 20 ต้น ยืนต้นตายตามธรรมชาติ มีขนาดเส้นรอบวงเฉลี่ย 150 เซนติเมตร และมีความยาวเหมาะสมต่อการแปรรูป การคัดเลือกต้นจันทน์หอมที่ตายตามธรรมชาติ ไม่เพียงแต่เป็นไปตามประเพณีโบราณ แต่ยังเป็นการดูแลรักษาสมดุลของระบบนิเวศ โดยไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อต้นไม้ที่มีชีวิตในพื้นที่
นอกจากอุทยานแห่งชาติกุยบุรีแล้ว ไม้จันทน์หอมยังพบกระจายอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติใกล้เคียง ได้แก่ อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด อุทยานแห่งชาติน้ำตกห้วยยาง และอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ซึ่งล้วนเป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์ที่สมบูรณ์ในแนวเทือกเขาตะนาวศรี กรมอุทยานแห่งชาติได้ดูแลรักษาและขยายพันธุ์ไม้จันทน์หอมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ไม้มีค่าชนิดนี้คงอยู่สืบไปในอนาคต ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีบวงสรวง ผู้ร่วมงานได้มีการปลูกต้นจันทน์หอม ทดแทนคืนสู่ผืนป่า จำนวน 10 ต้น เพื่อแสดงถึงการรักษาสมดุลของระบบนิเวศและอนุรักษ์ไม้มีค่าดังกล่าว
นายสุชาติ ชมกลิ่น กล่าวเพิ่มเติมว่า การตัดไม้จันทน์หอม 1 ต้น เพื่อใช้ในพระราชพิธี จะต้องปลูกทดแทนในพื้นที่ธรรมชาติ 10 ต้นเสมอ เพื่อการอนุรักษ์และเพิ่มจำนวนต้นจันทน์หอมในป่า ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติของกรมอุทยานแห่งชาติฯ เพื่อให้เกิดความสมดุลทางธรรมชาติ คงความยั่งยืนของพรรณไม้ โดยในวันนี้เป็นการปลูกทดแทนต้นแรกในพิธี จำนวน 10 ต้น และจะดำเนินการปลูกทดแทนต่อเนื่องจนครบจำนวน 200 ต้น เพื่อทดแทนต้นจันทน์หอมทั้ง 20 ต้น ที่ได้รับการคัดเลือกนำไปใช้ในงานพระราชพิธี โดยกรมอุทยานแห่งชาติฯ จะติดตามดูแลต้นไม้ที่ปลูกใหม่ทดแทนอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เจริญเติบโตได้อย่างสมบูรณ์ และสามารถเป็นแหล่งพันธุ์ไม้จันทน์หอมที่สำคัญของประเทศต่อไป อันเป็นแนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติที่ยั่งยืนของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำหรับขั้นตอนต่อไป กรมอุทยานแห่งชาติฯ จะดำเนินการตัดทอนและแปรรูปไม้จันทน์หอม ร่วมกับคณะจิตอาสาจังหวัดประจวบฯ และพื้นที่ใกล้เคียง จากนั้นจะส่งมอบไม้จันทน์หอมทั้งหมดให้แก่สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร จังหวัดนครปฐม โดยไม้จันทน์หอมจะถูกนำไปใช้ในงานพระราชพิธีพระศพ ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย สมพระเกียรติ และถูกต้องตามโบราณราชประเพณี
ไม้จันทน์หอม ถือเป็นไม้มงคลชั้นสูงที่มีกลิ่นหอมจัด เป็นไม้มีค่าที่หายาก มีชื่อทางพฤกษศาสตร์ว่า Mansonia gagei เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง สูงได้ถึง 15-20 เมตร เนื้อไม้มีสีน้ำตาลอมเหลือง แน่น และมีน้ำหนักปานกลาง เมื่อตัดหรือขูด จะมีกลิ่นหอมจัดคล้ายกลิ่นจันทน์ ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ “จันทน์หอม” ไม้จันทน์หอมถูกนำมาใช้ประกอบพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นสูง ซึ่งเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยอยุธยาจนถึงปัจจุบัน และเป็นสัญลักษณ์ของความดีงามที่คงอยู่ แม้เมื่อดับขันธ์ไปแล้ว กลิ่นหอมของไม้จันทน์หอมเชื่อว่าจะช่วยส่งเสด็จสู่สุคติภพด้วยความสงบและศักดิ์สิทธิ์.