
ผู้ว่าฯประจวบฯ แถลงอำลาผลงาน Next Move Prachuap พร้อมเดินหน้าผลักดันประจวบฯ สู่เมืองน่าอยู่ น่าเที่ยว
วันที่ 22 กันยายน 2569 ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดประจวบฯ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ แถลงผลการปฏิบัติราชการในช่วงเกือบ 2 ปีที่ผ่านมา ก่อนเกษียณอายุราชการ หลังได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2567 ท่ามกลางหัวหน้าส่วนราชการต่างๆ ดำเนินงานภายใต้นโยบาย “Next Move Prachuap Khiri Khan ประจวบฯ ต้องไปต่อ” ตามกรอบแผนพัฒนาจังหวัด โดยมุ่งขับเคลื่อนการพัฒนาใน 5 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ การท่องเที่ยว การเกษตรและอุตสาหกรรม การค้าและการลงทุนบริเวณชายแดน การสร้างสังคมคุณภาพและความมั่นคง และการบริหารจัดการน้ำ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งที่ผ่านมาผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ ได้สร้างผลงาน จนได้รับรางวัลประกาศเกียรติคุณหลายรางวัลจากการทุ่มเทปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็งตลอดระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด อาทิ โล่รางวัลเกียรติยศ “ผู้ว่าราชการจังหวัด TO BE NUMBER ONE ดีเด่น ประจำปี 2569” โดยเข้ารับพระราชทานโล่รางวัลจากทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี องค์ประธานโครงการ TO BE NUMBER ONE, รางวัล “ผู้ว่าราชการจังหวัด สำเภาทอง” ประจำปี 2568 โดยหอการค้าไทย เพื่อยกย่องผู้ว่าราชการจังหวัดที่ส่งเสริมความร่วมมือกับภาคเอกชนและขับเคลื่อนเศรษฐกิจในจังหวัดอย่างมีประสิทธิภาพ
นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน กล่าวว่า จังหวัดมุ่งยกระดับศักยภาพการท่องเที่ยวสู่ระดับนานาชาติ ทั้งการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม กีฬา สุขภาพ อาหาร และ MICE ในช่วงเดือนมกราคม – มิถุนายน 69 มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าจังหวัดมากกว่า 5.7 ล้านคน อยู่ในอันดับ 6 ของประเทศ และสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวมากกว่า 26,000 ล้านบาท อยู่ในอันดับ 9 ของประเทศ พร้อมเดินหน้าผลักดันหัวหิน – ชะอำ สู่ MICE City Cluster รวมทั้งพัฒนา Wellness Tourism และกิจกรรม Festival, Sport และ Arts เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและกระจายรายได้สู่ชุมชน ขณะเดียวกันได้พัฒนาทักษะแรงงานด้านอาหาร เครื่องดื่ม ภาษา การเกษตร การท่องเที่ยว และดิจิทัล AI รวม 1,035 คน
ด้านการเกษตรและอุตสาหกรรม จังหวัดให้ความสำคัญกับการเพิ่มมูลค่าสินค้า การแปรรูปและการตลาด โดยส่งเสริมเกษตรกรเข้าสู่มาตรฐาน GAP พัฒนาการตลาดดิจิทัลและการใช้ AI ตลอดจนพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบจากวัตถุดิบในพื้นที่ อาทิ ไอศกรีมมะม่วง ผลิตภัณฑ์สครับจากน้ำมันมะพร้าว และทาร์ตธัญพืชสับปะรด พร้อมดำเนินมาตรการบริหารจัดการราคาสินค้าเกษตร โดยเฉพาะสับปะรด ที่สามารถยกระดับราคาจากเฉลี่ย 6.10 บาท เป็น 7.25 บาทต่อกิโลกรัม และขับเคลื่อนการรับซื้อผลผลิตมะพร้าวแก่เพื่อสร้างรายได้ให้เกษตรกรในพื้นที่
ด้านการค้า การลงทุน และการพัฒนาชายแดน จังหวัดเดินหน้าผลักดันด่านสิงขรสู่การเป็นจุดผ่านแดนถาวรในอนาคต พร้อมพัฒนาความร่วมมือกับต่างประเทศ โดยมีการหารือกับเมืองเล่อซาน สาธารณรัฐประชาชนจีน ครอบคลุม 5 ด้าน ได้แก่ การท่องเที่ยว การศึกษาและเทคโนโลยี วัฒนธรรม การค้าและการจับคู่ธุรกิจ และการแพทย์และสุขภาพ รวมทั้งหารือกับประเทศเมียนมาและเมืองมะริด เพื่อพัฒนาการค้า การขนส่งและโลจิสติกส์ ตลอดจนเชื่อมโยงเส้นทางการค้าจากด่านสิงขรไปยังท่าเรือบางสะพานและตลาดจีน
ด้านสังคมและคุณภาพชีวิต จังหวัดขับเคลื่อนการพัฒนาคนทุกช่วงวัยผ่านแนวทาง “10 ห้องเรียน” ครอบคลุมการศึกษา วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี AI ภาษา ศิลปวัฒนธรรม กีฬา และทักษะอาชีพ พร้อมเดินหน้า Wellness Sandbox ในพื้นที่ 8 อำเภอ รวม 9 ตำบล พัฒนาธรรมนูญสุขภาพระดับตำบล และคลินิกเวชศาสตร์วิถีชีวิตในโรงพยาบาล นอกจากนี้ยังดำเนินมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด การพัฒนาระบบบริการประชาชน และการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง รวมถึงการปรับปรุงที่อยู่อาศัยให้ประชาชนที่มีความเดือดร้อน
ส่วนด้านการบริหารจัดการน้ำ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จังหวัดเร่งแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้ง ควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ โดยดำเนินการพัฒนาแหล่งน้ำและพื้นที่รับน้ำในหลายพื้นที่ รวมถึงการติดตั้งระบบติดตามสถานการณ์น้ำ การฟื้นฟูแหล่งน้ำริมทางรถไฟ การจัดทำปะการังเทียมจำนวน 550 ก้อน บริเวณเกาะทะลุ อ.บางสะพานน้อย และขับเคลื่อนการปลูกป่าเพื่อลดปัญหา PM2.5 ตลอดจนจัดตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนเมืองคาร์บอนต่ำ และ Net Zero เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาเศรษฐกิจกับการดูแลสิ่งแวดล้อม
“การขับเคลื่อนจังหวัดภายใต้แนวทาง “ประจวบฯ ต้องไปต่อ Next Move Prachuap Khiri Khan” มุ่งเชื่อมโยงจุดแข็งของประจวบฯ ทั้งด้านการท่องเที่ยว เกษตร สุขภาพ การค้า ชุมชน และทรัพยากรธรรมชาติ ให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน เป้าหมายสำคัญคือการสร้าง “ประจวบคีรีขันธ์ เมืองน่าอยู่ น่าเที่ยว” ที่สามารถเติบโตทางเศรษฐกิจได้อย่างมีคุณภาพ พร้อมรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสร้างโอกาสให้ประชาชนในทุกพื้นที่มีส่วนร่วมและได้รับประโยชน์จากการพัฒนาจังหวัด” นายสิทธิชัย กล่าวทิ้งท้าย.