เทศบาลหัวหินเปิดปฏิบัติการรื้ออาคารรุกหาดหลังแรกฉลุย เตรียมลุยต่อหลังที่เหลือให้ทัน 120 วัน

วันที่ 31 ตุลาคม 2569 นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน จ.ประจวบฯ เปิดเผยภายหลังร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง นำเครื่องจักรกลลงพื้นที่บริเวณถนนนเรศดำริห์ ตั้งแต่สะพานปลาหัวหินถึงศาลเจ้าแม่ทับทิม เพื่อเตรียมการรื้อถอนอาคารที่บุกรุกหาด จำนวน 15 หลัง ตามคำสั่งศาลปกครองสูงสุดเมื่อปี 2562 โดยก่อนรื้อถอนได้ทำการพูดคุยกับเจ้าอาคารให้ทราบก่อนล่วงหน้า ส่วนหลังอื่นๆ ที่เพิกเฉยปิดล๊อกประตูบ้าน ได้ให้นิติกรปิดหนังสือหน้าบ้านแจ้งให้ทราบว่าเทศบาลจะเข้าทำการรื้อถอนตามวันที่กำหนด หากอาคารมีการปิดล็อคกุญแจ หรือมีสิ่งปิดกั้นทางเข้าออก อันเป็นอุปสรรคต่อการเข้าดำเนินการรื้อถอน เจ้าพนักงานจะทำการตัดกุญแจ หรือกระทำการใดๆ ตามสมควรแก่พฤติการณ์ เพื่อเข้ารื้อถอนอาคารจนกว่าจะแล้วเสร็จต่อไป

นายนพพร วุฒิกุล กล่าวว่าต่ออีกว่า หลังจากลงพื้นที่ ได้มีเจ้าของบ้านเลขที่ 23 แจ้งความประสงค์ยอมให้เทศบาลรื้อถอน ซึ่งถือเป็นอาคารนำร่องของปฏิบัติการครั้งนี้ ขณะนี้รื้อถอนไปแล้วกว่า 70 % ต้องขอบคุณเจ้าของบ้านด้วยที่ให้ความร่วมมือดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมกันนี้เทศบาลได้นำเครื่องจักรกลเข้าปรับปรุงภูมิทัศน์พื้นที่สาธารณะ ที่ก่อนหน้านี้ยอมรื้อถอนอาคาร แต่พื้นบ้านยังคงอยู่ได้ดำเนินการรื้อถอนพื้นออกให้สวยงามสะอาดตา ส่วนตรงข้างร้านชาวเล ที่เป็นทางลงหาดสาธารณะ ไม่กระทบตัวอาคาร ก็จะไปคืนพื้นที่เพื่อให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน โดยเจ้าหน้าที่นิติกรได้จัดทำทะเบียนคุมทรัพย์สินที่ทำการรื้อถอนทุกชิ้น ก่อนนำไปจัดเก็บในที่ปลอดภัยที่ศูนย์จักรกลซอยหัวหิน 102 เพื่อให้เจ้าของมาติดต่อรับคืนภายใน 30 วัน หากถึงกำหนดไม่มีการติดต่อขอรับคืน เทศบาลจะดำเนินการขายทอดตลาดทรัพย์สินตามระเบียบฯ

“หลังจากนี้เทศบาลจะเข้าดำเนินการรื้อถอนบ้านที่เจ้าของยินยอมไปเรื่อยๆ พร้อมแจ้งให้หลังอื่นได้ทราบว่าเทศบาลจะเข้าดำเนินการเมื่อไร อย่างไร ตามที่เราได้กำหนดไว้ โดยวันที่ 13 พฤศจิกายนนี้ จะเข้าดำเนินการบ้านเลขที่ 5 และวันที่ 20 พฤศจิกายน จะดำเนินการบ้านเลขที่ 7 และหลังอื่นๆ ให้ครบทันตามกำหนดเวลา 120 วัน ทั้งนี้ เทศบาลนครหัวหินขอแจ้งว่าได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายที่ศาลปกครองสูงสุด ได้ให้อำนาจว่าเทศบาลออกคำสั่งโดยชอบแล้ว ให้ปฏิบัติตามได้” นายนพพร กล่าวตอนท้าย.