
มหาวิทยาลัยสวนดุสิตศูนย์หัวหิน เปิดอบรมนักบำบัดสปาทราย สร้างมูลค่าเศรษฐกิจท่องเที่ยวเชิงสุขภาพแนวใหม่
วันที่ 29 มีนาคม 2569 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ มอบหมายให้ พญ.บุษกร สวัสดิ์แสน ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดประจวบฯ/นายกเหล่ากาชาดจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการ โครงการพัฒนาบุคลากรนักบำบัดสปาทราย เพื่อสร้างมูลค่าเศรษฐกิจการท่องเที่ยวสุขภาพในจังหวัดประจวบฯ โดยมีรองศาสตราจารย์ ดร.พนารัตน์ ศรีแสง ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาหัวหิน มหาวิทยาลัยสวนดุสิต นางจารุรัตน์ พัฒน์ทอง รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด น.ส.นลิน มาคเชนทร์ ประชาสัมพันธ์จังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ อาจารย์และบุคลากรมหาวิทยาลัยสวนดุสิต ศูนย์การศึกษาหัวหิน คณะวิทยากร ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน และผู้แทนจากวิสาหกิจชุมชนและผู้ประกอบการในพื้นที่จังหวัดประจวบฯ จำนวน 47 คน เข้าร่วมอบรมความรู้เรื่องการบริการสปาทราย พร้อมการฝึกปฏิบัติเตรียมทรายด้วยตัวเอง เพื่อสร้างมาตรฐานการให้บริการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ โดยเน้นการฝึกทักษะการหมกทราย/แร่ควอตซ์ที่ถูกต้อง ปลอดภัยและมีมาตรฐาน เป็นการสร้างอาชีพให้ชุมชนและให้บริการบำบัดสุขภาพที่ปลอดภัยแก่ผู้มาเยือน
จากผลการศึกษาของคณะวิจัยจากมหาวิทยาลัยสวนดุสิต นำโดย รศ.ดร.พนารัตน์ ศรีแสง ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาหัวหิน ในหัวข้อ “แนวทางการพัฒนาจังหวัดประจวบฯสู่เมืองสร้างสรรค์สปาทราย” พบว่าจังหวัดประจวบฯ มีศักยภาพโดดเด่นด้านแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ ด้วยชายฝั่งยาวกว่า 200 กิโลเมตร และภูมิปัญญาท้องถิ่น “สปาทราย/หมกทราย” ประกอบกับทีมวิจัยได้เดินทางไปศึกษาดูงานรูปแบบโมเดลการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในเมืองเบปปุ (Beppu) และอิบุซุกิ (Ibusuki) ประเทศญี่ปุ่น เพื่อถอดบทเรียนด้านการพัฒนาและการบริหารจัดการที่ประสบความสำเร็จในระดับสากล จึงได้นำแนวทางดังกล่าวมาประยุกต์ใช้ในจังหวัดประจวบฯ โดยมีการลงพื้นที่สำรวจและวิเคราะห์ศักยภาพทรายร่วมกับกรมทรัพยากรธรณี พบว่าทรายจากชายหาดในจังหวัดประจวบฯ มีคุณสมบัติในการดึงดูดและซึมซับความร้อนและแร่ธาตุในท้องทะเลได้ดี ซึ่งประกอบด้วยแร่ธาตุสำคัญต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ในการปรับพลังงานในร่างกายและช่วยในการรักษา อาทิเช่น
– แร่ควอตซ์ (Quartz) เป็นแร่ที่พบได้มากที่สุด เป็นแร่ที่มีพลังงานการสั่นสะเทือนสูง สามารถสร้างประจุไฟฟ้าขนาดเล็ก มีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นพลังชีวภาพของร่างการ กระตุ้นการหมุนเวียนโลหิต คลายกล้ามเนื้อ ลดอาการปวดเมื่อย เมื่อกลบตัวในทรายจะได้รับแรงกดทั่วถึง เหมือนการทำ “Pressure Therapy”
– แร่เฟลด์สปาร์ (Fledspar) มีคุณสมบัติกักเก็บความร้อนได้ดีเมื่อรวมกับควอตซ์ สามารถส่งความร้อนไปยังเนื้อเยื่อได้ลึกมากขึ้น ช่วยในเรื่องการบำบัดระบบประสาท ผ่อนคลายร่างการและจิตใจ ลดความเครียด และฟื้นฟูโครงสร้างกล้ามเนื้อและผิวหนัง
– แร่ทัวร์มาลีน (Tourmaline) มีคุณสมบัติปลดปล่อยประจุลบ (Negative lons) ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยลดระดับฮอร์โมนความเครียด คอร์ติซอล (Cortisol) เพิ่มการหลั่งเซโรโตนิน (Serotonin) และเอ็นดอร์ฟิน (Endorphin) ทำให้รู้สึกสงบผ่อนคลายและหลับลึกขึ้น ช่วยขยายหลอดเลือดและกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิต และขับเหงื่อและของเสียออกทางผิว
– แร่จากเปลือกหอยป่นในทราย เช่น แร่อะราโกไนต์ (Aragonite) หรือแคลไซต์ (Calcite) รวมถึงแร่ธาตุอื่นๆ ที่มาจากทะเล เช่น แคลเซียม, แมกนีเซียม, สตรอนเทียม, โพแทสเซียม, โซเดียม, ซิลิกา, ฟอสฟอรัส, ซัลเฟอร์และไอโอดีน
การจัดอบรมพัฒนาบุคลากรนักบำบัดสปาทรายฯ ในวันนี้เป็นครั้งที่ 2 วัตถุประสงค์เพื่อเตรียมความพร้อมของชุมชนในพื้นที่จังหวัดประจวบฯ ซึ่งปัจจุบันพื้นที่และบุคลากรมีความพร้อมในการเปิดต้นแบบศูนย์การเรียนรู้สปาทราย เพื่อเป็นกลไกการพัฒนาต่อยอดขยายผลสู่ทุกอำเภอของจังหวัด โดยเป้าหมายสูงสุดของการดำเนินงาน คือ การจัดทำแผนยุทธศาสตร์เชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนา Wellness Destination จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่เชื่อมโยงนโยบายระดับชาติ ระดับจังหวัด และระดับชุมชน ผ่านมาตรฐานบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกด้านสุขภาพในระดับสากล เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการยกระดับจังหวัดประจวบฯ ให้เป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพตามนโยบายของผู้ว่าราชการจังหวัด ช่วยขับเคลื่อนพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพแนวใหม่ สร้างรายได้ทางเศรษฐกิจ ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืนต่อไป.