ชาวประจวบฯ แห่ตรวจสอบสิทธิในการครอบครองรถแน่นขนส่ง หลังตกเกณฑ์บัตรคนจน

วันที่ 20 กรกฎาคม 2569 บรรยากาศที่สำนักงานขนส่งจังหวัดประจวบฯ อ.เมือง จ.ประจวบฯ พบมีประชาชนที่ตกเกณฑ์โครงการสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) เดินทางมาขอตรวจสอบและแก้ไขข้อมูลทะเบียนรถกันอย่างคึกคักจนวุ่นวาย เนื่องจากระบบแจ้งว่ามีกรรมสิทธิ์การถือครองรถเกินเกณฑ์ จากการตรวจสอบในระบบ หลายรายพบว่ายังคงค้างชื่อผู้ลงทะเบียนเป็นผู้ครอบครองรถคันเก่าที่ขายไปนานแล้ว ซากรถ หรือรถที่ถูกยกเลิกการใช้งานไปแล้ว ประชาชนหลายรายยืนยันว่าตนเองไม่เคยมีรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์มาก่อนเลย จึงต้องเดินทางมาเพื่อขอคัดค้าน และแก้ไขข้อมูลทะเบียนรถให้ถูกต้อง ก่อนนำไปยื่นอุทธรณ์สิทธิ

นางช้วน แช่มช้อย ชาวอำเภอทับสะแก กล่าวว่า ตนเป็นผู้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิม แต่การลงทะเบียนรอบใหม่นี้ไม่ผ่านเกณฑ์ เพราะระบบแจ้งว่ามีรถจักรยานยนต์เกิน 1 คัน ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว รถอีก 1 คัน ได้ขายเป็นซากรถไปนานแล้ว แต่ไม่ได้แจ้งยกเลิกทะเบียน ทำให้ยังมีชื่อเป็นผู้ครอบครองรถอยู่ วันนี้จึงมาแก้ไขให้ถูกต้อง เพื่อนำหลักฐานจากสำนักงานขนส่งจังหวัด ไปประกอบการขออุทธรณ์สิทธิที่ ธกส. ซึ่งเป็นหน่วยรับลงทะเบียน คาดว่าน่าจะผ่านได้ ซึ่งสิทธิสวัสดิการตรงนี้ถือว่ามีความสำคัญมาก เพราะที่ผ่านมาตนได้นำวงเงินที่ได้รับแต่ละเดือนไปใช้จ่ายซื้อสิ่งของจำเป็นในชีวิต ช่วยค่าครองชีพได้มาก หากไม่ได้รับสิทธิในครั้งนี้ คงจะเดือดร้อนมากจากปัญหาค่าครองชีพ

ด้าน น.ส.สุทิพย์ ตนประเสริฐ ขนส่งจังหวัดประจวบฯ กล่าวว่า จากกรณีผู้ลงทะเบียนโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ไม่ผ่านเกณฑ์ตามเงื่อนไขของโครงการ จากสาเหตุเคยมีกรรมสิทธิ์ในรถยนต์ หรือได้ทำการขายไปแล้ว แต่ยังไม่ได้แจ้งจดทะเบียนเปลี่ยนชื่อให้ถูกต้อง ตลอดจนกรณีที่เพิ่งทราบว่าตนมีกรรมสิทธิ์ในรถ อันเนื่องมาจากญาติพี่น้องหรือลูกหลานนำชื่อไปใช้ในการซื้อรถ ทางสำนักงานขนส่งจังหวัด พร้อมอำนวยความสะดวกประชาชนในการตรวจสอบข้อมูลทางทะเบียนรถของตนเอง โดยไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการตรวจสอบแต่อย่างใด เนื่องจากเป็นบริการที่ต่อเนื่องจากโครงการของรัฐ ผู้ที่ต้องการตรวจสอบกรรมสิทธิ์สามารถนำบัตรประจำตัวประชาชน หรือเอกสารที่เกี่ยวข้อง Walk-in มายังสำนักงานขนส่งจังหวัดหรือสำนักงานขนส่งสาขาปราณบุรี และบางสะพาน ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบข้อมูลได้จากระบบฐานข้อมูลกลาง

“หากตรวจสอบแล้วพบว่าข้อมูลไม่ตรงกับข้อเท็จจริง จะดำเนินการปรับปรุงข้อมูลหรือดำเนินการทางทะเบียนให้ถูกต้อง เพื่อให้ประชาชนสามารถนำข้อมูลไปใช้ประกอบการยื่นอุทธรณ์เพื่อรักษาสิทธิ์ของตนเอง โดยกรณีไม่ผ่านเกณฑ์ เพราะมีรถอายุเกิน 15 ปี (เช่น ปัญหารถเก่า ซากรถ หรือโอนลอย แต่ไม่เปลี่ยนชื่อ) ทางกระทรวงการคลัง และกรมการขนส่งทางบก กำหนดให้ผู้ลงทะเบียนต้องนำหลักฐานไปยื่นทบทวนสิทธิหรืออุทธรณ์ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงใหม่ ไม่ได้ถูกยกเว้นอัตโนมัติ ทั้งนี้ จากการเปิดให้ประชาชนตรวจสอบข้อมูลทางทะเบียนรถ พบว่ามีประชาชนเดินทางมาติดต่อที่สำนักงานขนส่งเป็นจำนวนมาก เบื้องต้น สำนักงานขนส่งจะเปิดให้บริการในวันและเวลาทำการปกติ แต่หากยังคงมีประชาชนประสงค์จะขอตรวจสอบแก้ไขข้อมูลทางทะเบียนต่อเนื่อง อาจมีการพิจารณาเปิดให้บริการเพิ่มเติมในวันหยุดราชการ เพื่ออำนวยความสะดวกประชาชน” น.ส.สุทิพย์ กล่าว.