ประจวบฯ จับงานคู่ธุรกิจดันผู้ประกอบการท้องถิ่นสู่ตลาดโลก

วันที่ 5 สิงหาคม 2569 นางอภิญญา เอี่ยมอำภา รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดงาานจับคู่เจรจาธุรกิจ “Prachuap Khiri Khan to Global Trade Business Matching 2026”ที่โรงแรมประจวบแกรนด์ อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ ภายใต้โครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและขยายช่องทางการค้าสู่ตลาดระหว่างประเทศ ประจำปีงบประมาณ 2569 มี น.ส.ศิริวรรณ คณะศร พาณิชย์จังหวัดประจวบฯ กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนงาน หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ซื้อ นักลงทุน คณะผู้แทนทางการค้าและสื่อมวลชนเข้าร่วมอย่างคึกคัก

น.ส.ศิริวรรณ เปิดเผยว่า จังหวัดประจวบคีรีขันธ์มีศักยภาพสูงด้านสินค้าเกษตร อาหาร และผลิตภัณฑ์ชุมชนที่ได้มาตรฐาน ไม่ว่าจะเป็นสินค้าเกษตรแปรรูป ประมง อาหารทะเลแช่แข็งและแปรรูป รวมถึงกลุ่มไลฟ์สไตล์อย่างผลิตภัณฑ์สปา และ OTOP ที่มีอัตลักษณ์ชัดเจน แต่ผู้ประกอบการจำนวนมากยังขาดโอกาสพบปะผู้ซื้อรายใหญ่โดยตรง กิจกรรมครั้งนี้จึงเป็นเวทีสำคัญในการเชื่อมโยงผู้ผลิตกับผู้ซื้อและยกระดับความสามารถในการแข่งขันสู่ตลาดสากล ภายในงานมีผู้ประกอบการนำสินค้าศักยภาพของจังหวัดเข้าร่วมจัดแสดงกว่า 30 ราย พร้อมผู้ซื้อรายใหญ่ ผู้ส่งออกและผู้นำเข้าจากจีน เวียดนาม มาเลเซีย สปป.ลาว และกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง รวมกว่า 30 บริษัท เข้าร่วมเจรจา คาดว่าจะสามารถจับคู่ธุรกิจได้ไม่น้อยกว่า 30 คู่ และสร้างมูลค่าการซื้อขายทั้งระยะสั้นและระยะยาวรวมกันไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท

นอกจากนี้ยังมีการลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) กับผู้จำหน่ายต่างประเทศ โดยคุณพัชรี ซำเผือก ชาวตำบลอ่าวน้อย อ.เมือง ระบุว่าสมาชิกมีพื้นที่ปลูกมะม่วงรวมประมาณ 800 ไร่ จากเดิมกว่า 2,000 ไร่ เพื่อไปจำหน่ายในเวียดนาม เริ่มต้นสั่งซื้อครั้งละ 100 กิโลกรัม เพื่อบุกเบิกตลาด ก่อนจะทยอยส่งอย่างต่อเนื่อง

ด้านสหกิจชุมชนตำบลปากแพรก อ.บางสะพานน้อย นำผลิตภัณฑ์กล้วยฉาบ “น้องเก้ากล้วยฉาบ” สินค้า OTOP บ้านทุ่งสะท้อน มาจัดแสดง ซึ่ง น.ส.สาธินี สาธะปัญญา กล่าวว่า เป็นครั้งแรกที่ได้มาออกบูธและสาธิตสินค้า นอกจากชุมชนและโรงเรียนในอำเภอ ทำให้รู้สึกดีใจที่ได้ก้าวสู่ตลาดระดับจังหวัด ประเทศและต่างประเทศในอนาคต

กิจกรรมครั้งนี้เป็นกลไกสำคัญในการยกระดับผู้ประกอบการ สร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าท้องถิ่น และขับเคลื่อนเศรษฐกิจจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ให้เติบโตอย่างยั่งยืน.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม…..รายงาน