
ประจวบฯ วางแผนรับมือน้ำท่วมในเขตเทศบาล ทำเส้นทางระบายน้ำเพิ่ม ลดจุดเสี่ยง
วันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 นายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานประชุมเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์อุทกภัยในเขตพื้นที่เทศบาลเมืองประจวบฯ ที่ห้องประชุมชั้น 3 สำนักงานเทศบาลเมืองประจวบฯ มีผู้บริหารเทศบาลเมืองประจวบฯ พร้อมด้วยผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่นในเขต อ.เมืองฯ หัวหน้าส่วนราชการ และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม
ในที่ประชุมได้มีการรายงานความพร้อมด้านเครื่องมือและอุปกรณ์สูบน้ำของสำนักงานเทศบาลเมืองประจวบฯ พบว่า ปัจจุบันมีเครื่องสูบน้ำท่อพญานาค 4 เครื่อง เครื่องสูบน้ำไดโว่, โคลนเลน 3 เครื่อง, เครื่องดับเพลิงชนิดหาบหาม 3 เครื่อง, เครื่องสูบน้ำแบบลากจูง 2 เครื่อง และเครื่องสูบน้ำยันม่าร์ 1 เครื่อง ส่วนพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม น้ำระบายไม่ทัน ในเขตเทศบาลเมืองประจวบฯ มีจำนวน 15 จุดใน 6 ชุมชน ซึ่งจากสถานการณ์ฝนตกหนักในช่วงปลายเดือน ตุลาคมที่ผ่านมา ทางเทศบาลได้ประสานกองบิน 5 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดมกำลังเจ้าหน้าที่พร้อมอุปกรณ์เครื่องมือเครื่องจักร เครื่องสูบน้ำให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบแล้ว
ขณะเดียวกัน เทศบาลได้เตรียมพร้อมศูนย์พักพิงชั่วคราวรองรับผู้ประสบภัยไว้ 2 แห่ง คือ โรงเรียนเทศบาลวัดธรรมิการาม รองรับได้ประมาณ 1,350 – 1,500 คน และโรงเรียนเทศบาลบ้านค่าย รองรับได้ประมาณ 1,000 คน อย่างไรก็ตาม นายธนวัฒน์ เรืองเดช รักษาการหัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด ให้ความเห็นว่า เทศบาลควรมีการจัดทำมาตรฐานขั้นตอนการปฏิบัติงาน หรือ SOP ในการอพยพประชาชนไปยังศูนย์พักพิงทั้งสองแห่ง เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ กรณีที่เกิดภาวะฉุกเฉินขึ้นในพื้นที่ และควรมีการสำรวจสถานที่ที่มีความเหมาะสมเพิ่มเติมในการจัดทำเป็นศูนย์พักพิงชั่วคราว เพราะหากมีฝนตกหนักในพื้นที่อำเภอเมืองประจวบฯ เกิน 2 วัน ปริมาณฝนสะสมเกิน 200 มม. มีแนวโน้มว่าศูนย์พักทั้งสองแห่งอาจถูกน้ำท่วมได้
ขณะที่โครงการชลประทานประจวบฯ รายงานสถานการณ์น้ำในแหล่งกักเก็บน้ำพื้นที่ อ.เมืองประจวบฯ ปัจจุบันภาพรวมยังอยู่ในเกณฑ์น้อย ต่ำกว่าร้อยละ 50 โดยอำเภอเมืองประจวบฯ มีอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง 2 แห่ง คืออ่างเก็บน้ำคลองบึง และอ่างเก็บน้ำห้วยอ่างหิน ความจุรวม 25 ล้าน ลบ.ม. มีอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก 14 แห่ง ความจุรวม 3.76 ล้าน ลบ.ม. และมีฝายขนาดเล็ก 7 แห่ง
นายปรีดา สุขใจ กล่าวว่า รู้สึกเป็นห่วง หากมีฝนตกหนักในพื้นที่อำเภอเมืองประจวบฯ อาจทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมหนัก โดยเฉพาะร่องทศกัณฑ์ ซึ่งเป็นทางระบายน้ำสำคัญ ปัจจุบันมีปัญหาการออกเอกสารสิทธิ์ทับลำน้ำสาธารณะ ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการระบายน้ำที่ไหลหลากมาจากทิศตะวันตก ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการแปรภาพถ่ายทางอากาศเพื่อพิสูจน์สิทธิตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ต้องมีการเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ในส่วนอื่นๆ ที่สามารถดำเนินการได้ โดยการป้องกันแก้ไขปัญหาระยะเร่งด่วน ขอให้เทศบาลเตรียมการในเบื้องต้น เพื่อรองรับปัญหาเฉพาะหน้า เช่น การประสานหน่วยงานที่มีความพร้อมในเรื่องของอุปกรณ์เครื่องมือเครื่องจักรเพื่อให้สามารถนำเข้าประจำจุดเสี่ยงได้ทันที
“ส่วนระยะกลางและระยะยาว ขอให้เทศบาลพิจารณาตั้งงบประมาณแก้ไขปัญหาน้ำท่วม สำรวจจัดทำเส้นทางระบายน้ำเพิ่มเติม วางแผนกระจายน้ำออกเพื่อลดผลกระทบจากน้ำที่ไหลลงมาจากฝั่งตะวันตก โดยจัดลำดับความสำคัญตามความจำเป็นเร่งด่วนของจุดเสี่ยงทั้ง 15 จุด พร้อมกำหนดไทม์ไลน์การทำงานให้ชัดเจน ระบุให้ชัดว่าโครงการใดนำเข้าแผนของเทศบาลแล้ว หากเกินกำลัง ก็ขอให้เร่งทำเรื่องเสนอขอรับการสนับสนุนจากจังหวัด หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลังจากนี้จะมีการประชุมติดตามความคืบหน้าการขับเคลื่อนงานอย่างต่อเนื่อง เน้นย้ำว่าปีหน้าจุดเสี่ยงน้ำท่วมในเขตเทศบาลจะต้องลดลง” นายปรีดากล่าว.