“นายหัวชวน” ลุยโค้งสุดท้ายหาเสียงตลาดโต้รุ่งหัวหิน ! จี้ มท.-สธ.-ตร. อย่าเป็นเครื่องมือการเมือง มั่นใจภาคใต้ ปชป.บัญชีรายชื่อได้เกินครึ่ง

ช่วงค่ำวันที่ 1 ก.พ.69 นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี, อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พร้อมด้วย พล.ต.ท.วรายุทธ สุขวัฒน์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ดร.สมชาย กระแจะเจิม รองผู้อำนวยการเลือกตั้งพื้นที่ภาคกลาง พรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่หาเสียงให้นายเอกธิปป์ ตนประเสริฐ ผู้สมัคร สส.เขต 2 จ.ประจวบฯ หมายเลข 9 ภายในตลาดโต้รุ่งหัวหิน จ.ประจวบฯ โดยมีประชาชนนักท่องเที่ยว พ่อค้าแม่ค้าเข้ามาทักทายมอบดอกไม้ ขอถ่ายรูป และให้กำลังใจอย่างอบอุ่น

นายชวนกล่าวว่า ช่วงโค้งสุดท้ายยังคงเดินสายเต็มกำลัง โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ครบทุกจังหวัด วันถัดไปจะลงพื้นที่ชุมพร ระนอง พังงา ก่อนปิดท้ายที่ภูเก็ต แล้วกลับจังหวัดตรัง ขณะที่วันที่ 3 กุมภาพันธ์นี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์จะลงพื้นที่ช่วยหาเสียงที่จังหวัดตรัง และในช่วงวันที่ 4 – 7 กุมภาพันธ์ จะกระจายกำลังไปยังจังหวัดที่ยังไม่ได้ลงพื้นที่ พร้อมย้ำว่ากระแสพรรคดีขึ้นเรื่อยๆ ขณะนี้มีข้อมูลการใช้เงินในการเลือกตั้งออกมาแล้ว จึงได้ทำหนังสือถึง 3 หน่วยงานสำคัญ ได้แก่ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เนื่องจากรัฐบาลปัจจุบันมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ควบรัฐมนตรีมหาดไทย ขอให้กำชับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองทั่วประเทศ อย่าเข้าไปเกี่ยวข้องหรือเอื้อประโยชน์ต่อการทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง โดยเฉพาะการใช้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เป็นเครื่องมือทางการเมือง และการซื้อเสียง พร้อมขอให้ร่วมทำงานกับ กกต.อย่างเคร่งครัด

“นอกจากนี้ ยังได้ทำหนังสือถึงปลัดกระทรวงสาธารณสุข หลังพบข้อมูลว่าพรรคการเมืองบางพรรคใช้ อสม. เป็นกลไกในการเก็บเงินเพื่อซื้อเสียง โดยให้ค่าตอบแทนตามจำนวนบ้านที่ดูแล บ้านละ 200 – 300 บาท ซึ่งถือเป็นการบ่อนทำลายภาพลักษณ์ของ อสม. ทั่วประเทศ อสม. เกิดขึ้นมานานแล้ว ผมเป็นคนประกาศให้มีวัน อสม. คุณอภิสิทธิ์เป็นคนอนุมัติค่าป่วยการ 600 บาท และคุณสาธิตเคยผลักดันให้ได้ 2,000 บาท เพื่อให้เกียรติอาสาสมัคร แต่วันนี้กลับถูกนักการเมืองบางกลุ่มนำไปใช้เป็นเครื่องมือการเมือง ผมจึงขอให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุขช่วยดูแล อย่าให้ภาพลักษณ์ของ อสม. เสียหาย พร้อมกันนี้ ยังได้ทำหนังสือถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งกำลังจะเกษียณอายุราชการในปีนี้ ขอให้ใช้เวลาที่เหลือปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อตรง กล้าตัดสินใจ และกำชับตำรวจทั่วประเทศ อย่ายอมเป็นเครื่องมือของนักการเมือง หรือเพิกเฉยต่อการกระทำที่ผิดกฎหมาย เพียงเพราะเกรงใจฝ่ายการเมือง สำหรับบรรยากาศวันเลือกตั้งล่วงหน้า นายชวนยอมรับว่ายังไม่กล้าประเมินภาพรวม แต่การลงพื้นที่ตลาดโต้รุ่งหัวหิน ได้รับกำลังใจจากแม่ค้าหลายรายที่บอกว่า “ลงคะแนนให้แล้ว” แม้จะเป็นเพียงสัญญาณเล็กๆ แต่ก็สะท้อนการตื่นตัวของประชาชน”

เมื่อถูกถามถึงจังหวัดประจวบฯ ซึ่งเคยเป็นฐานเสียงใหญ่ของพรรคประชาธิปัตย์ แต่การเลือกตั้งครั้งนี้ส่งผู้สมัครหน้าใหม่ทุกเขต นายชวนยอมรับว่าเป็นความท้าทาย หลัง สส.เดิมย้ายไปสังกัดพรรคกล้าธรรม แต่ย้ำว่า ประชาธิปัตย์เป็นพรรคที่สร้างคน ไม่ใช่ซื้อคน จึงต้องเดินหน้าปั้นผู้สมัครรุ่นใหม่ขึ้นมาทดแทน การเมืองไทยอายุ 93 ปีแล้ว แม้ระบบธุรกิจการเมืองจะพยายามใช้เงินทำลายประชาธิปไตย แต่ประชาชนเริ่มรู้เท่าทัน ผมได้ยินชาวบ้านพูดว่า “เรากินเหยื่อ แต่ไม่กินเบ็ด” แม้กระทั่งที่ตรัง ซึ่ง สส.ถูกดึงออกไป ชาวบ้านก็ยังรู้ว่าใครคือคนที่พรรคสร้างมา ในมุมของนักการเมืองรุ่นเก่าอย่างตน “เป็นตายร้ายดีอย่างไร ก็ไม่ทิ้งพรรค ถึงเหลือคนเดียว ผมก็ยังอยู่“ ท้ายที่สุด นายชวนประเมินภาพรวมว่าระบบบัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 27 ในภาคใต้ มีกระแสดี และจากการคำนวณ “น่าจะได้เกินครึ่งหนึ่ง” ส่วนพื้นที่ภาคอื่นยังไม่ขอฟันธง ต้องรอการตัดสินใจของประชาชนในวันเลือกตั้งจริง.