
คุมประพฤติประจวบฯ นำหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมขับเคลื่อนเฝ้าระวังป้องกันกระทำผิดซ้ำ
วันที่ 10 มีนาคม 2569 นางพรโพยม นาคน้อย รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนกลไกการเฝ้าระวังเชิงบูรณาการในระดับพื้นที่ จ.ประจวบฯ เพื่อป้องกันการกระทำความผิดซ้ำในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใช้ความรุนแรง ปี 2569 และร่วมพิธีเปิดโครงการขับเคลื่อนกลไกการเฝ้าระวังฯ ที่ห้องประชุมเรือนจำจังหวัดประจวบฯ โดยมี ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมคุมประพฤติ เป็นประธานเปิดโครงการ ณ ห้องประชุมกรมคุมประพฤติ ชั้น 4 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร ซึ่งจัดขึ้นในรูปแบบ Onsite และ Online พร้อมเชื่อมต่อไปยังสำนักงานคุมประพฤติทั่วประเทศ
ในส่วนพื้นที่สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดประจวบฯ ได้ประสานความร่วมมือหน่วยงานทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อบูรณาการตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนโครงการในระดับพื้นที่ในแต่ละอำเภอเข้าร่วมแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น ประกอบด้วย นางเรณู พิมพ์สอ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ รองหัวหน้ากลุ่มงานควบคุมโรคไม่ติดต่อ สุขภาพจิตและยาเสพติด สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด นายพันเลิศ เปี่ยมพงศานต์ นักทัณฑวิทยาชำนาญการ หัวหน้าฝ่ายบริหารเรือนจำจังหวัด นายวัชรินทร์ จันทร์เดช ประธานเครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดินจังหวัดฯ/อดีตประธานอาสาสมัครคุมประพฤติ จ.ประจวบฯ นายชัยชาญ มูลมาก ป้องกันจังหวัด นายอุดร ผะโรประการณ์ ปลัดอำเภอเมืองฯ พ.ต.ท.ฤทธิชัย อมรพิพัฒนานนท์ รอง ผกก.สภ.คลองวาฬ พ.ต.ท.เสน่ห์ สำเนียงสูง รอง ผกก.ป.สภ.กุยบุรี นายปิยชาติ ไฮ้คง หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์การคุมประพฤติ สำนักงานคุมประพฤติประจวบฯ น.ส.กุลวดี ไชยภักดี เจ้าพนักงานสาธารณสุขชำนาญงาน น.ส.วัลภา ฤกษ์ศิลปวิทยา พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ สำนักงานสาธารณสุข อ.เมืองฯ น.ส.ทรรศนีย์ ปรีด์เปรม พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ สำนักงานสาธารณสุข อ.กุยบุรี น.ส.ธิดารัตน์ เพ็งคล้าย นักสังคมสงเคราะห์ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด นายฤทธิชัย วงษ์เณร เจ้าหน้าที่ปกครองชำนาญงาน ที่ทำการปกครอง อ.ทับสะแก นายจิระพงษ์ ศิริสม นักวิชาการแรงงานปฏิบัติการ สำนักงานแรงงานจังหวัดฯ นางสิริยา เสือไพรงาม นักสาธารณสุข สำนักงานสาธารณสุข อ.บางสะพานน้อย ร.ต.อ.สิทธิพงศ์ สืบสาย รอง สวป.สภ.บางสะพาน
ทั้งนี้การจัดโครงการดังกล่าว เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้การทำงานเฝ้าระวังและดูแลผู้กระทำผิด และสร้างกลไกความร่วมมือ การเฝ้าระวังในระดับพื้นที่ของภาคีเครือข่ายภาครัฐและภาคเอกชน เช่น ตำรวจ ฝ่ายปกครอง สาธารณสุข ศูนย์ยุติธรรมชุมชน เพื่อป้องกันการกระทำผิดซ้ำและเสริมสร้างความปลอดภัยให้กับสังคม
ในโอกาสนี้ นางนุสรา วงษ์สุวรรณ รองอธิบดีกรมคุมประพฤติ ได้บรรยายหัวข้อหลักกฎหมายตามพระราชบัญญัติมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใช้ความรุนแรง พ.ศ.2565 เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับมาตรการกำกับดูแลผู้พ้นโทษอย่างมีประสิทธิภาพ
ขณะเดียวกัน ผู้อำนวยการกองอำนวยการเฝ้าระวังความปลอดภัยของสังคม กรมคุมประพฤติ ได้บรรยายเรื่องแนวปฏิบัติในการคุมขังฉุกเฉินของฝ่ายปกครองและตำรวจ พร้อมแลกเปลี่ยนแนวทางการเฝ้าระวังและติดตามผู้พ้นโทษในพื้นที่ การประสานความร่วมมือระหว่างฝ่ายปกครอง ตำรวจ และหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม รวมถึงการนำเสนอกรณีศึกษาและแนวทางจัดการเหตุการณ์ฉุกเฉิน
นอกจากนี้ในส่วนคณะทำงานขับเคลื่อนกลไกเฝ้าระวังของจังหวัดประจวบฯ ได้ระดมความคิดเห็นในการเฝ้าระวังนักโทษเด็ดขาดภายหลังพ้นโทษ และแนวทางปฏิบัติตาม พ.ร.บ.มาตรการป้องกันการกระทำผิดซ้ำในความผิดเกี่ยวกับเพศ หรือที่ใช้ความรุนแรง พ.ศ.2565 โดย พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว ได้กำหนดมาตรการทางกฎหมายเพื่อป้องกันสังคมและผู้เสียหายจากการกระทำความผิดที่อาจเกิดขึ้นซ้ำอีก สำหรับความผิดตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญา 4 กลุ่ม ดังต่อไปนี้
1. ความผิดเกี่ยวกับเพศ ได้แก่ มาตรา 276 ข่มขืนกระทำชำเรา มาตรา 2777 กระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี มาตรา 278 กระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่าสิบห้าปี มาตรา 279 กระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี มาตรา 283 ทวิ พาบุคคลอายุเกินสิบห้าปี แต่ยังไม่เกินสิบแปดปี ไปเพื่ออนาจาร มาตรา 2444 พาผู้อื่นไปเพื่ออนาจาร
2. ความผิดต่อชีวิต ได้แก่ มาตรา 288 ฆ่าผู้อื่น มาตรา 289 ฆ่าผู้อื่นโดยมีเหตุฉกรรจ์ มาตรา 290 ทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย
3. ความผิดต่อร่างกาย ได้แก่ มาตรา 297 ทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส มาตรา 298 ทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัสและมีเหตุฉกรรจ์ ตามมาตรา 289
4. ความผิดต่อเสรีภาพ ได้แก่ มาตรา 313 เรียกค่าไถ่
ทั้งนี้ คณะทำงานจังหวัดประจวบฯ ได้กำหนดแนวทางในการเฝ้าระวังนักโทษเด็ดขาดภายหลังพ้นโทษ ดังนี้ แนวทางการประสานความร่วมมือในการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดในระดับพื้นที่แต่ละชุมชน/ท้องถิ่น แนวทางการประสานความร่วมมืออย่างรวดเร็วในกรณีการคุมขังฉุกเฉิน แนวทางในการบูรณาการในการควบคุมดูแลแก้ไขผู้ถูกเฝ้าระวังที่มีอาการทางจิต และแนวทางปฏิบัติการในพื้นที่ร่วมกับชุดปฏิบัติการของสำนักงานคุมประพฤติ
ซึ่งกรมคุมประพฤติคาดหวังว่าโครงการดังกล่าวจะช่วยเสริมสร้างกลไกความร่วมมือของหน่วยงานในพื้นที่ให้เข้มแข็ง สามารถเฝ้าระวัง ติดตามและป้องกันการกระทำผิดซ้ำได้อย่างเป็นระบบ อันจะนำไปสู่การยกระดับความปลอดภัยของสังคมอย่างยั่งยืน.
บุญมา ลิบลับ…..รายงาน