รองผู้ว่าฯ ประจวบฯ เปิดโครงการสืบสานศิลป์ดอกไม้จันทน์ไทย ปั้นครูถ่ายทอดให้สตรีสร้างอาชีพ

วันที่ 24 สิงหาคม 2569 นางอภิญญา เอี่ยมอำภา รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดโครงการสืบสานศิลป์ดอกไม้จันทน์ไทย จากภูมิปัญญาสู่โอกาสทางอาชีพ ที่ห้องพิธีการ ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัด ซึ่งจัดโดยคณะกรรมการพัฒนาสตรีจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยมี น.ส.กุลณิศ ศรีวชิรวัฒน์ พัฒนาการจังหวัด นางสุคนธ์ สุขอนุเคราะห์ ประธานคณะกรรมการพัฒนาสตรีจังหวัด พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ และคณะกรรมการพัฒนาสตรีจากทั้ง 8 อำเภอ เข้าร่วม

ภายในพิธี หลังจากผู้เข้าร่วมได้ประกอบพิธีถวายราชสักการะเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และยืนสงบนิ่งแสดงความอาลัย จากนั้นรองผู้ว่าราชการจังหวัดได้มอบอุปกรณ์สำหรับการประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ให้แก่ตัวแทนคณะกรรมการพัฒนาสตรีทั้ง 8 อำเภอ เพื่อนำไปใช้ในการฝึกอบรมและขยายผลความรู้สู่พื้นที่

โครงการนี้มุ่งเน้นการอนุรักษ์และสืบสานศิลปะการประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ ให้คงอยู่คู่กับขนบธรรมเนียมและวัฒนธรรมไทย พร้อมพัฒนาศักยภาพ “ครู ก.” ให้มีความรู้และทักษะในการประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์หลากหลายรูปแบบ รวมถึงเรียนรู้การใช้งาน ธรรมเนียม และขั้นตอนการปฏิบัติที่ถูกต้องในงานพิธี ตลอดจนพัฒนาทักษะการเป็นวิทยากร เพื่อให้สามารถถ่ายทอดองค์ความรู้แก่ผู้อื่นได้อย่างถูกต้อง

การอบรมครั้งนี้ มีตัวแทนคณะกรรมการพัฒนาสตรีจาก 8 อำเภอๆ ละ 5 คน รวม 40 คน เข้าร่วมฝึกปฏิบัติจริง หลังผ่านการอบรมแล้ว ครู ก. ทั้ง 40 คน จะทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการนำความรู้ไปถ่ายทอดต่อให้แก่กลุ่มสตรีในพื้นที่กว่า 240 คน เกิดเป็นเครือข่ายการเรียนรู้ที่สามารถต่อยอดไปสู่การประกอบอาชีพและสร้างรายได้ในระดับครัวเรือนและชุมชน ทั้งนี้ โครงการได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี 30,000 บาท เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานและการจัดหาอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการฝึกอบรม

นางอภิญญา เอี่ยมอำภา รองผู้ว่าราชการจังหวัด กล่าวว่า โครงการดังกล่าวเป็นกิจกรรมที่มีประโยชน์ต่อการพัฒนาศักยภาพของสตรีในจังหวัดประจวบฯ นอกจากจะช่วยอนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญาการประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ ซึ่งเป็นงานศิลปะที่อยู่คู่กับขนบธรรมเนียมและวัฒนธรรมไทยแล้ว ยังเป็นการเพิ่มพูนความรู้และทักษะที่สามารถนำไปต่อยอดเป็นอาชีพ สร้างรายได้ให้แก่ตนเอง ครอบครัว และชุมชน ซึ่งไม่ใช่เพียงการรักษางานฝีมือและภูมิปัญญาท้องถิ่นให้คงอยู่เท่านั้น แต่ยังเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการเปลี่ยนภูมิปัญญาให้เป็นทักษะ เปลี่ยนทักษะให้เป็นอาชีพ และเปลี่ยนอาชีพให้เป็นรายได้ สร้างโอกาสให้สตรีทั้ง 8 อำเภอมีส่วนร่วมในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนอย่างยั่งยืน.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม…..รายงาน