
ศุลกากรประจวบฯ ลุยยึดบุหรี่เถื่อน แบรนด์เนม บุหรี่ไฟฟ้า มูลค่าทะลุ 4.37 ล้านบาท
กรมศุลกากร โดยด่านศุลกากรประจวบฯ สำนักงานศุลกากรภาคที่ 1 สนธิกำลังร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ เปิดปฏิบัติการเชิงรุก “พิทักษ์คีรีขันธ์” สกัดกั้นขบวนการลักลอบขนสินค้าหนีภาษี บุกตรวจค้นขบวนรถไฟโดยสารสายใต้และตั้งด่านตรวจค้นรถยนต์ขนส่งทางบก ยึดของกลางหลายรายการ ทั้งบุหรี่ต่างประเทศหนีภาษีกว่า 3.7 แสนมวน กระเป๋าแบรนด์เนม บุหรี่ไฟฟ้า และน้ำหอม รวมมูลค่าของกลางและภาษีอากรที่พึงชำระกว่า 4.37 ล้านบาท
เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลและกรมศุลกากร ในการปกป้องสังคมและระบบเศรษฐกิจจากสินค้าผิดกฎหมาย ภายใต้การสั่งการของนายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร นายสิทธิชัย สวัสดิ์เสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ นางกิจจาลักษณ์ ศรีนุชศาสตร์ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบสิทธิประโยชน์ทางศุลกากร และนางนิภาวรรณ ใยบัวเทศ ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรภาคที่ 1 นายฐิติพงศ์ คำผุย นายด่านศุลกากรประจวบฯ จึงได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานความมั่นคง สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ประจวบฯ หน่วยเฉพาะกิจจงอางศึก กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 14 ฝ่ายปกครอง ด่านกักกันสัตว์ประจวบฯ สำนักงานประมงจังหวัดประจวบฯ ด่านตรวจประมงเขต 6 (ประจวบฯ) ด่านตรวจพืชประจวบฯ, สถานีตำรวจภูธรเมืองประจวบฯ สถานีตำรวจภูธรห้วยยาง และด่านตรวจสัตว์ป่าประจวบฯ เปิด “ปฏิบัติการพิทักษ์คีรีขันธ์” นำกำลังเข้าตรวจค้นขบวนรถไฟโดยสารสายใต้ ที่สถานีรถไฟประจวบฯ ควบคู่กับการตั้งจุดตรวจสกัดรถยนต์ขนส่งสินค้าบนเส้นทางยุทธศาสตร์ บริเวณด่านตรวจห้วยยาง ถนนเพชรเกษม อ.ทับสะแก หลังสืบทราบข้อมูลเชิงลึกว่าจะมีการลักลอบลำเลียงสินค้าหนีภาษีจากพื้นที่ภาคใต้เข้าสู่กรุงเทพฯ
จากการตรวจค้นยานพาหนะขนส่งเป้าหมาย เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดสินค้าลักลอบหนีศุลกากรได้เป็นจำนวนมาก โดยไม่มีเอกสารหลักฐานการเสียภาษี หรือผ่านพิธีการศุลกากรอย่างถูกต้อง ประกอบด้วย 1. บุหรี่ต่างประเทศ จำนวน 1,853 แท่ง (18,530 ซอง หรือประมาณ 370,600 มวน) ราคาของรวมภาษีอากรทั้งสิ้น 4,201,496 บาท 2. กระเป๋าแบรนด์เนม จำนวน 23 ใบ ราคาของรวมภาษีอากรทั้งสิ้น 132,894 บาท 3. บุหรี่ไฟฟ้าชนิดใช้แล้วทิ้งและหัวน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า รวม 55 ชิ้น ราคาของรวมภาษีทั้งสิ้น 21,500 บาท 4. น้ำหอมต่างประเทศ จำนวน 53 ขวด ราคาของรวมภาษีอากรทั้งสิ้น 20,380 บาท รวมมูลค่าราคาของและภาษีอากรทั้งสิ้น 4,376,270 บาท
การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดฐานนำเข้ามาในราชอาณาจักร ซึ่งของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร หรือเคลื่อนย้ายของโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2560 และพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2560 เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมด พร้อมควบคุมตัวผู้เกี่ยวข้องและยานพาหนะส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมทั้งเร่งสืบสวนขยายผลหาเครือข่ายขบวนการผู้ร่วมกระทำผิดทั้งหมดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ นายฐิติพงศ์ คำผุย นายด่านศุลกากรประจวบฯ เน้นย้ำว่า จะยังคงเดินหน้าบูรณาการร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงทุกภาคส่วน พร้อมเพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังจุดเสี่ยงและเส้นทางลำเลียงต่างๆ ครอบคลุมทั้งทางบก ทางราง และระบบโลจิสติกส์ขนส่ง เพื่อสกัดกั้นและปราบปรามสินค้าผิดกฎหมาย เข้ามาสร้างผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนและระบบเศรษฐกิจของประเทศอย่างต่อเนื่องต่อไป.
พันธุ์พงษ์ โพธิ์จินดา…..รายงาน