ผู้ว่าฯ ประจวบฯ นำทีมเดินแบบชุดไทยพระราชนิยม บนเวที “สืบสาน ภูษาศิลป์ น้อมถวายพระพันปีหลวง”

ช่วงค่ำวันที่ 3 ธันวาคม 2568 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดกิจกรรม “สืบสาน ภูษาศิลป์ น้อมถวายพระพันปีหลวง” และร่วมเดินแบบชุดไทยพระราชนิยม ที่เวทีกลาง งาน “ดินของพ่อ สานต่อของดีคีรีขันธ์” บริเวณสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติฯ ร.9 หน้าศาลากลางจังหวัดประจวบฯ โดยมี พญ.บุษกร สวัสดิ์แสน นายกเหล่ากาชาดจังหวัด นางอภิญญา เอี่ยมอําภา พันจ่าเอกสาคร สิทธิศักดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ ข้าราชการ และภาคีเครือข่ายภาครัฐและภาคเอกชนกว่า 120 คน ร่วมแต่งกายชุดไทยพระราชนิยมและชุดผ้าไทย โดยผู้ว่าราชการจังหวัดได้นำกล่าวแสดงความอาลัย และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงอนุรักษ์งานหัตถศิลป์ผ้าไทยและชุดไทยพระราชนิยม จากนั้นจึงเป็นการเดินแบบชุดไทยพระราชนิยมโดยนายแบบ นางแบบกิตติมศักดิ์ และเปิดให้กองเชียร์มอบดอกไม้แก่ผู้เดินแบบที่ชื่นชอบ โดยผู้ที่ได้รับดอกไม้มากที่สุดในครั้งนี้ ได้แก่ นายวราวุฒิ จิรประภานนท์ นายอำเภอสามร้อยยอด ได้รับเงินรางวัล 5,000 บาท ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความสวยงาม แสดงความร่วมมือของทุกภาคส่วน ในการมุ่งมั่นสืบสานพระราชปณิธานการอนุรักษ์ผ้าไทยให้คงอยู่สืบไป

ทั้งนี้ “ชุดไทยพระราชนิยม” ถือเป็นเครื่องแต่งกายแบบไทยของสตรีที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงริเริ่มเมื่อปี พ.ศ.2503 ให้มีการศึกษาค้นคว้าเครื่องแต่งกายสตรีไทยสมัยต่างๆ และออกแบบเพื่อทรงใช้เป็นฉลองพระองค์ในโอกาสที่เสด็จพระราชดำเนินเยือนต่างประเทศ ทั้งในทวีปอเมริกาและยุโรป นอกจากนี้ ยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นำผลงานจากช่างฝีมือของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ไปจัดแสดงด้วยเสมอ นับเป็นการส่งเสริมผ้าทอ และงานศิลปหัตถกรรมของไทยให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง

สำหรับ “ชุดไทยพระราชนิยม” มีทั้งหมด 8 แบบ โดยแต่ละแบบจะมีความประณีตและความเหมาะสมในโอกาสต่างๆ และแต่ละแบบจะตั้งชื่อตามพระที่นั่งสำคัญของไทย ประกอบด้วย 1.”ชุดไทยเรือนต้น” รูปแบบที่เรียบ มีความสุภาพ และสะดวกในการเคลื่อนไหว เหมาะสำหรับสวมใส่ในงานกึ่งทางการ หรืองานที่ไม่เป็นพิธีรีตองนัก เช่น งานเลี้ยงแบบไม่เป็นทางการ 2. “ชุดไทยจิตรลดา” เป็นชุดไทยที่เรียบง่าย แต่เปี่ยมด้วยความสง่างาม มักถูกเลือกสวมใส่ในโอกาสที่เป็นทางการ อาทิ การต้อนรับแขกเมือง งานพระราชพิธี หรือพิธีสวนสนาม 3. “ชุดไทยอมรินทร์” ตัวเสื้อเป็นคอกลมแขนยาว มักปักดิ้นทองหรือดิ้นเงินเพื่อเพิ่มความงดงาม ชุดนี้เหมาะใส่ในงานพิธีการตอนค่ำ 4. “ชุดไทยบรมพิมาน” ตัวเสื้อเป็นแขนยาว คอตั้ง คล้ายชุดจิตรลดา แต่มีผ้าสไบหรือผ้าพาดไหล่ เหมาะกับการสวมใส่ในงานพิธีที่ต้องการความสุภาพและความสง่า เหมาะสำหรับงานพิธีการระดับสูง 5. “ชุดไทยดุสิต” เสื้อเป็นแขนกุด คอกลมหรือคอเหลี่ยม มักประดับด้วยลูกไม้หรือดิ้นเงิน หรือเลื่อมอย่างประณีต มักใช้สวมใส่ในงานพิธีตอนกลางคืน แทนชุดราตรีแบบตะวันตก 6. “ชุดไทยจักรี” ตัวเสื้อเป็นแขนหนึ่งเดียว อีกข้างพันผ้าสไบเฉียงดูหรูหรา ใช้ผ้ายกดิ้นทองหรือเงิน นิยมสวมใส่ในงานแต่งงาน หรืองานกลางคืน 7. “ชุดไทยศิวาลัย” ตัวเสื้อแขนยาว คอตั้ง ใช้ผ้ายกหรือผ้าไหม นิยมสวมใส่ในงานพระราชพิธี หรือพิธีทางศาสนา พิธีการที่มีหมายกำหนดการอย่างเคร่งครัด 8. “ชุดไทยจักรพรรดิ” เป็นชุดที่หรูหราที่สุดในบรรดาชุดไทยพระราชนิยม ใช้ผ้ายกดิ้นทอง หรือผ้ายกไหมที่มีลวดลายงดงาม ตัดเย็บอย่างประณีต นิยมสวมใส่ในงานพระราชพิธีสำคัญหรือโอกาสพิเศษที่ต้องการความโอ่อ่า

องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ได้แจ้งยืนยันว่า รายการ “ชุดไทย : ความรู้ งานช่างฝีมือ และแนวปฏิบัติการแต่งกายชุดไทยประจำชาติ” (Chud Thai : The Knowledge, Craftsmanship and Practices of the Thai National Costume) จะถูกบรรจุเข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุมคณะกรรมการระหว่างรัฐบาล ว่าด้วยการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ (Intergovernmental Committee for the Safeguarding of the Intangible Cultural Heritage) สมัยที่ 21 ในปี 2569 ซึ่งจะทำให้มรดกภูมิปัญหาของไทยได้รับการยกย่อง สะท้อนภาพลักษณ์ความวิจิตรแห่งภูมิปัญญาไทย และยังเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานร่วมสมัย ซึ่งจะนำไปสู่การรักษาและเผยแพร่อัตลักษณ์ไทย ให้คงอยู่คู่สังคมโลกได้อย่างภาคภูมิ.