
ผู้ว่าฯ ประจวบฯ วาง 9 มาตรการรับมือภัยแล้ง ยืนยันประชาชนมีน้ำเล่นสงกรานต์และมีน้ำใช้เพียงพอ ตลอดหน้าแล้ง
วันที่ 1 เมษายน 2569 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานสรุปผลการปฏิบัติการให้ความช่วยเหลือประชาชน ในการเตรียมความพร้อมการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ปี 2569 มีนายประทีป บริบูรณ์รัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เข้าร่วมที่โรงแรมหาดทอง อ.เมืองประจวบฯ
นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน กล่าวว่า จังหวัดประจวบฯ ร่วมกับสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน มาร่วมกันแถลงข่าวถึงสถานการณ์น้ำและมาตรการป้องกันแก้ไขปัญหาภัยแล้งของจังหวัด เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้อง และมั่นใจว่าจังหวัดได้เตรียมความพร้อมในการดูแลประชาชนอย่างเต็มที่ จากการติดตามสถานการณ์น้ำของจังหวัดประจวบฯ ในปัจจุบัน พบว่าปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำของจังหวัด อยู่ที่ 46 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 32 ยังถือว่าอยู่ในระดับที่สามารถบริหารจัดการน้ำได้ แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วงปลายหน้าแล้งที่มีความต้องการใช้น้ำเพิ่มขึ้น ทั้งในภาคครัวเรือนและภาคการเกษตร ทางจังหวัดจึงได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด ทั้งสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด โครงการชลประทานจังหวัด การประปาส่วนภูมิภาค สำนักงานเกษตรจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมถึงหน่วยทหารในพื้นที่ เพื่อร่วมกันบริหารจัดการน้ำและให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเป็นระบบ ขอยืนยันว่า ประชาชนจะมีน้ำใช้อย่างเพียงพอ และปีนี้มีน้ำเล่นสงกรานต์แน่นอน พร้อมขอความร่วมมือประชาชน ภาคธุรกิจ และทุกภาคส่วนร่วมกันใช้น้ำอย่างประหยัดและรู้คุณค่า เพราะน้ำเป็นทรัพยากรที่มีความสำคัญต่อชีวิต เศรษฐกิจ และการท่องเที่ยว หากประชาชนในพื้นที่ใดประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ สามารถแจ้งขอความช่วยเหลือได้ผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่
สำหรับผลการดำเนินมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ปี 2569 ของจังหวัดประจวบฯ มีหลายด้าน ได้แก่ 1. การบริหารจัดการน้ำต้นทุนจากอ่างเก็บน้ำและแหล่งน้ำต่างๆ ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยสำรวจความต้องการใช้น้ำ และน้ำที่มีอยู่ ทั้งน้ำสำหรับผลิตน้ำประปา น้ำผิวดิน น้ำบาดาล สำหรับประชาชนนอกเขตการประปา 2. การขุดลอกแหล่งน้ำและปรับปรุงแหล่งกักเก็บน้ำในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ประกอบด้วยแหล่งน้ำในเขตการรถไฟฯ เช่น ที่ดำเนินการไปแล้วในพื้นที่ตำบลห้วยทราย ต.อ่าวน้อย อ.เมืองประจวบฯ ต.บางสะพานน้อย อ.บางสะพานน้อย เป็นต้น การปรับปรุงแหล่งน้ำต้นน้ำ เช่น ห้วยน้ำโจน เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำคลองบึง รวมถึงการดำเนินงานอื่นๆ เช่น การปรับปรุงฝายต้นน้ำ และร่องน้ำต่างๆ 3. การติดตั้งเครื่องสูบน้ำในพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำ โดยติดตั้งเครื่องสูบส่งน้ำระยะไกล ช่วยเหลือในพื้นที่ ที่มีความจำเป็นในการบริหารจัดการน้ำของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 4.การเตรียมรถบรรทุกน้ำ เพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ ที่อยู่นอกเขตประปา เป็นการช่วยเหลือประชาชนโดยตรง มีการจัดรถบรรทุกน้ำแจกจ่ายน้ำในพื้นที่ ที่ขาดแคลนอย่างทันท่วงที โดยมีการปฏิบัติการส่งน้ำให้ประชาชนนอกเขตประปาในพื้นที่ชุมชน โดยรถบรรทุกน้ำขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และรถบรรทุกน้ำของส่วนราชการ เช่น ของกรม ปภ. หน่วยทหารกองบิน 5 กรมชลประทาน กรมทางหลวง เป็นต้น โดยน้ำที่นำไปแจกจ่ายให้กับประชาชนในการอุปโภค – บริโภค ได้รับการสนับสนุนจากการประปาส่วนภูมิภาคในพื้นที่ สนับสนุนน้ำโดยไม่มีค่าใช้จ่าย 5.การติดตั้งถังสำรองน้ำชุมชนในหมู่บ้านที่อยู่นอกเขตประปา โดยได้มีการมอบถังน้ำใหม่ให้ รวมไปถึงให้ชุมชนทำความสะอาด ซ่อมสร้างถังน้ำเก่าที่มีอยู่ และเติมน้ำโดย อปท. และส่วนราชการ ตามแผนของพื้นที่อย่างต่อเนื่อง 6. เตรียมพร้อมกำลังพลให้สามารถตอบสนองได้ทันทีเมื่อมีการร้องขอ โดย อปท. อำเภอ และกองอำนวยการ ปภ.จังหวัด ได้จัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่พร้อมสนับสนุนให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเพียงพอ 7. ดูแลภาคเกษตรกรรม ส่งเสริมเกษตรกรปรับแผนการเพาะปลูกให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุนที่มีอยู่ สนับสนุนพืชที่ใช้น้ำน้อยเพื่อลดความเสี่ยงจากการใช้น้ำ และเผยแพร่ความรู้การใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพในระดับแปลง 8. รณรงค์ให้ประหยัดน้ำทุกภาคส่วน โดยขอความร่วมมือประชาชนและภาคธุรกิจลดการใช้น้ำที่ไม่จำเป็น ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อและช่องทางออนไลน์ทุกรูปแบบ 9. จัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง โดยมี สำนักงาน ปภ.จังหวัด เป็นเลขานุการ และหน่วยงานกลางในการประสานงานการปฏิบัติ และร่วมกับทุกภาคส่วน.