“กรมทางหลวง” ลงพื้นที่หัวหิน สำรวจความคิดเห็นโครงการพัฒนาทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 8 สายนครปฐม – ปราณบุรี ช่วงชะอำ – ปราณบุรี

วันที่ 10 มิถุนายน 2569 นายศุภชัย ครุฑดำ นายอำเภอหัวหิน เป็นประธานเปิดประชุม “การปฐมนิเทศโครงการ (สัมมนา ครั้งที่ 1)” โครงการจ้างวิศวกรที่ปรึกษาเพื่อทบทวนการศึกษาความเหมาะสมด้านเศรษฐกิจ และสำรวจและออกแบบรายละเอียดและผลกระทบสิ่งแวดล้อมทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 8 สายนครปฐม – ปราณบุรี ช่วงชะอำ – ปราณบุรี ที่ห้องสมอเรียง ชั้น 2 โรงแรมหัวหินแกรนด์ แอนด์ พลาซ่า อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยมี นายเพิ่มวุฒิ บูรพาศิริวัฒน์ วิศวกรโยธาเชี่ยวชาญ ผู้แทนกรมทางหลวง กล่าวรายงานการประชุม มีหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน เข้าร่วมรับฟังโครงการ มีการนำเสนอข้อมูลรายละเอียดโครงการ ด้านวิศวกรรม ด้านสิ่งแวดล้อม โดย นายจิรวัฒน์ ปัญญาโตนะ วิศวกรงานทาง นายณรงค์ฤทธิ์ อุปพลเถียร วิศกรระบายน้ำ และนายอรินทร์ โสมบ้านกวย ผู้ชำนาญการสิ่งแวดล้อม

นายศุภชัย ครุฑดำ นายอำเภอหัวหิน กล่าวว่า ในนามของประชาชนในพื้นที่โครงการ ผมขอขอบคุณกรมทางหลวงที่ได้เล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 8 สายนครปฐม – ปราณบุรี ช่วงชะอำ – ปราณบุรี และได้ให้ความสำคัญต่อการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน โดยกำหนดให้มีกิจกรรมการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างต่อเนื่องในทุกขั้นตอนการดำเนินงานศึกษาของโครงการ เช่นในวันนี้กรมทางหลวงได้เชิญหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งในส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคไปจนถึงระดับท้องถิ่นและประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับโครงการ เข้าร่วมการประชุม เพื่อนำเสนอข้อมูลรายละเอียดโครงการ พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ทุกท่านได้ร่วมแสดงความคิดเห็นและให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ เพื่อให้กรมทางหลวงและกลุ่มบริษัทที่ปรึกษาสามารถนำไปเป็นข้อมูลเพื่อพิจารณาประกอบการศึกษา การให้มีความเหมาะสมทั้งทางด้านวิศวกรรมด้านสิ่งแวดล้อมสอดคล้องกับการสัญจรของประชาชนในพื้นที่มากที่สุด

นายเพิ่มวุฒิ บูรพาศิริวัฒน์ วิศวกรโยธาเชี่ยวชาญ ผู้แทนกรมทางหลวง กล่าวว่า โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 8 (M8) สายนครปฐม – ปราณบุรี ช่วงชะอำ – ปราณบุรี นับเป็นหนึ่งในโครงข่ายยุทธศาสตร์สำคัญที่จะมีบทบาทในการยกระดับและปฏิรูปการคมนาคมขนส่งมุ่งสู่ภาคใต้ของประเทศ เพื่อเติมเต็มโครงข่ายและช่วยกระจายปริมาณการจราจร ลดภาระสะสมบนถนนเพชรเกษมและถนนพระราม 2 ให้มีความสะดวก รวดเร็วและปลอดภัยยิ่งขึ้น เดิมทีกรมทางหลวงได้เคยดำเนินการศึกษาความเหมาะสมและออกแบบรายละเอียดโครงการนี้ไว้แล้วเมื่อปี พ.ศ.2557 อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันบริบททางด้านเศรษฐกิจ สังคม สภาพพื้นที่ ตลอดจนรูปแบบการใช้ประโยชน์ที่ดินและการขยายตัวของชุมชนได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับกรมทางหลวงมีแนวคิดที่จะนำแนวเส้นทางโครงข่ายทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองร่วมกับระบบราง หรือ MR-MAP (MR1) มาร่วมพิจารณาศึกษาทบทวนด้วย

“กรมทางหลวงจึงได้ว่าจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา เพื่อดำเนินงานทบทวนผลการศึกษาเดิมให้มีความสอดคล้องกับสภาพการณ์และสภาพพื้นที่ในปัจจุบัน ตลอดจนจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ให้ครอบคลุมและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน นอกเหนือจากมิติทางด้านวิศวกรรมและสิ่งแวดล้อมแล้ว กรมทางหลวงยังให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน การจัดประชุมปฐมนิเทศโครงการ (สัมนา ครั้งที่ 1) ในวันนี้ จึงมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อประชาสัมพันธ์เผยแพร่ข้อมูล ความเป็นมา วัตถุประสงค์ และขอบเขตการศึกษาของโครงการ กลุ่มเป้าหมายและทุกภาคส่วนเกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ประชาชน หน่วยงานราชการ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ได้ร่วมแสดงความคิดเห็น ให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ ซึ่งคณะผู้ศึกษาจะนำข้อคิดเห็นทั้งหมดไปปรับปรุงใช้ประกอบการศึกษาโครงการให้มีความเหมาะสม สอดคล้องกับความต้องการของท้องถิ่นมากที่สุด” นายเพิ่มวุฒิ กล่าว.