เทศบาลนครหัวหินเร่งขุดลอกคลองเปิดทางน้ำ รับมือปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่เศรษฐกิจช่วงฤดูฝน

วันที่ 11 มิถุนายน 2569 นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน จ.ประจวบฯ พร้อมด้วย น.ส.ไพลิน กองพันธ์ นายสรรภพ อึ้งรัศมี รองนายกเทศมนตรี สท. เจ้าหน้าที่กองช่างและที่เกี่ยวข้องนำเครื่องจักรกลดำเนินการขุดลอกเพื่อเปิดทางน้ำ และปรับปรุงแนวระบายน้ำ ภายในซอยหัวหิน 102 และคลองพระราชดำริโซนใต้ ตั้งแต่บ่อนไก่จนถึงสะพานหน้าวัดเขาลั่นทม รวมถึงติดตามการลอกท่อระบายน้ำในพื้นที่ชุมชนตะเกียบ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการไหลของน้ำในช่วงฤดูฝน ลดปัญหาน้ำท่วมขังบนเส้นทางสัญจร ชุมชน พื้นที่เศรษฐกิจ และการเกษตรของประชาชน พร้อมรับฟังปัญหาข้อเสนอแนะจากประชาชนในพื้นที่เพื่อนำข้อมูลไปวางแผนแก้ไขปัญหาต่อไป

นายนพพร กล่าวว่า การขุดลอกคูคลองตั้งแต่บ่อนไก่ ถึงสะพานหน้าวัดเขาลั่นทม ระยะทางทั้งหมด 5.7 กิโลเมตร ใช้งบประมาณ 2.7 ล้านบาท ทุกๆ ปีเราจะขุดลอกทุกหน้าฝน แต่ตอนนี้กำลังดูอยู่ว่าถ้ามีปริมาณของตะกอนและวัชพืชมาก เราอาจจะดำเนินการเป็นปีละ 2 ครั้ง ซึ่งเทศบาลดำเนินการต่อจากโครงการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมหัวหินและวังไกลกังวล อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตั้งแต่ปี 2547 คลองนี้สามารถรับน้ำฝนและระบายได้สะดวกและมีความพร้อม คิดว่าถ้าปริมาณฝนไม่มากจนเกินไปหรือมีพายุที่เกินกำลังมากๆ ก็รับมือได้สบาย ส่วนด้านทิศเหนือ ตั้งแต่แพไม้ถึงบ่อฝ้าย ตอนนี้ได้ผู้รับจ้างแล้วจะเริ่มดำเนินการสัปดาห์หน้า

ทั้งนี้ ส่วนที่นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ พร้อมด้วย ดร.รอยล จิตรดอน กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิอุทกพัฒน์ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้แต่งตั้งคณะทำงานบริหารจัดการน้ำเทศบาลนครหัวหิน เพื่อดำเนินการขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในเขตเทศบาลนครหัวหินที่ประสบปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากทุกปี โดยเฉพาะในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ เช่น ถนนเพชรเกษม หน้าตลาดฉัตร์ไชย ซอยหัวหิน 88, 102 และ 112 ซึ่งมักมีน้ำท่วมขังจากฝนตกหนักเกิน 90 มิลลิเมตร สาเหตุจากปัญหาด้านการระบายน้ำไม่เต็มประสิทธิภาพ มีวัชพืชและขยะจำนวนมากกีดขวางทางระบายน้ำ ช่องรับน้ำลงท่อระบายมีขนาดเล็ก ปัญหาเรื่องระดับพื้นที่บางจุดเป็นทางโค้งทำให้น้ำไหลย้อนกลับ การขวางทางน้ำของแบริเออร์ รวมทั้งน้ำหลากจากเขาหินเหล็กไฟและวัดพุทธไชโยไหลเข้าสู่ตัวเมือง

ด้าน ดร.รอยล ได้เสนอแนวคิด “ทฤษฎีตัดน้ำ” มาประยุกต์ใช้ ด้วยการตัดกระแสน้ำก่อนจะหลากเข้าพื้นที่เมืองหัวหิน โดยใช้คลองพระราชดำริฯ ซึ่งเป็นเส้นทางระบายน้ำหลัก พร้อมแนะนำให้ติดตั้งระบบสูบน้ำและระบบดักตะกอนดิน พร้อมทั้งวางแผนติดตั้งระบบประเมินสถานการณ์น้ำฝนแบบ “Ground Control Point” เพื่อช่วยประเมินปริมาณน้ำและฝนในพื้นที่ได้อย่างแม่นยำ รวมถึงการขุดขยายสระน้ำภายในสนามกอล์ฟหลวงหัวหิน เพื่อรับน้ำฝนจากเขาหินเหล็กไฟ พร้อมทั้งเสนอให้เทศบาลประสานกับการรถไฟแห่งประเทศไทย ขอใช้พื้นที่ดำเนินการเปิดร่องน้ำสองข้างทางรถไฟ เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและแก้ปัญหาวัชพืชกีดขวางทางน้ำ ซึ่งจะช่วยให้การวางแผนรับมือกับน้ำท่วมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น.