กรมทรัพยากรน้ำชวนฟื้นฟูพรุแม่รำพึง เตรียมแผนเสริมแกร่งระบบนิเวศ หลังพบน้ำเค็มรุก

สถานการณ์ “พื้นที่ชุ่มน้ำพรุแม่รำพึง” เข้าสู่ภาวะน่าห่วง หลังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน ทั้งการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และภัยเงียบจากน้ำเค็มรุกล้ำ ที่เริ่มส่งผลกระทบต่อดินและแหล่งน้ำอย่างชัดเจน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมทรัพยากรน้ำ เร่งเดินหน้าโครงการศึกษาความเหมาะสม สำรวจ และออกแบบฟื้นฟูพื้นที่อย่างเป็นระบบ หวังหยุดยั้งการเสื่อมโทรมและดึงระบบนิเวศกลับสู่สมดุล

จึงเป็นที่มาของการเปิดแผนฟื้นฟูพรุแม่รำพึง ในการประชุมปฐมนิเทศโครงการเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2569 ที่อำเภอบางสะพาน โดยมี น.ส.จีรประภา สาระประจวบ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดประจวบฯ เป็นประธาน ย้ำชัดว่าพื้นที่ชุ่มน้ำ ไม่ใช่เพียงแหล่งน้ำธรรมดา แต่เป็นกลไกสำคัญของระบบนิเวศ และมีผลต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนโดยตรง

ด้าน ดร.เทพรัตน์ วิริโยธิน ผู้อำนวยการส่วนส่งเสริมและประสานมวลชน กองอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ ระบุว่าการดำเนินงานครั้งนี้จะเน้นการศึกษาความเหมาะสมเชิงพื้นที่ ควบคู่การออกแบบแนวทางฟื้นฟู เพื่อให้เกิดความยั่งยืนในระยะยาว ทั้งนี้พื้นที่พรุแม่รำพึงกำลังถูกกดดันจากการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน การขยายโครงสร้างพื้นฐาน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศส่งผลต่อปริมาณน้ำ และความหลากหลายทางชีวภาพอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะน้ำเค็มรุก ที่เป็นวิกฤตใหม่ กระทบหนักเกินคาด ภาคประชาชนสะท้อนปัญหาสำคัญ คือ น้ำเค็มรุกล้ำเข้าสู่ดินและแหล่งน้ำ ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นในระดับนี้มาก่อน คาดว่าอาจเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่ การเปิดหน้าดิน หรือการพัฒนาโดยไม่มีระบบป้องกัน ส่งผลให้น้ำเค็มแทรกซึมได้ง่ายขึ้น จึงเรียกร้องให้หน่วยงานเร่งตรวจสอบ พร้อมวางมาตรการป้องกัน เช่น การทำคันดิน และแนวกันน้ำ ก่อนสถานการณ์ลุกลาม

นอกจากนี้ยังมีปัญหาของคนที่อยู่ในพื้นที่ทับซ้อนอนุรักษ์ ในพื้นที่กันชนและพื้นที่อ่อนไหว แม้ภาครัฐเคยจัดตั้งกลุ่มชาวบ้านอาสา เพื่อมาดูแลพื้นที่ แต่ปัญหายังไม่หมด เนื่องจากชาวบ้านจำนวนหนึ่งมีความจำเป็นด้านที่อยู่อาศัยและการทำกิน ทำให้เกิดความขัดแย้งเชิงโครงสร้าง ระหว่างการอนุรักษ์กับปากท้องประชาชน รัฐพร้อมเปิดรับฟังทุกข้อมูล แต่ยังไม่ฟันธงแนวทางการพัฒนา

นายเทียน พิบูลย์สวัสดิ์ ผู้อำนวยการกองอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ เผยว่า โครงการยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น และข้อมูลหลายด้านยังไม่ครบถ้วน จำเป็นต้องเร่งสำรวจให้ชัดว่า ควรใช้พื้นที่อย่างไร จุดใดเหมาะสมสำหรับการพัฒนา หรือควรอนุรักษ์เป็นหลัก พร้อมเน้นว่า การดำเนินงานต้องคำนึงถึงโครงสร้างที่สอดคลองกับธรรมชาติ ที่มีผลต่อการกักเก็บน้ำ แนวทางเบื้องต้น อาจไม่เน้นการก่อสร้างขนาดใหญ่ แต่ผลักดันเป็นแหล่งเรียนรู้แหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เตือนความเข้าใจผิดว่าพื้นที่ชุ่มน้ำ ไม่ใช่แค่แหล่งน้ำ ทั้งที่แท้จริงเป็นระบบนิเวศซับซ้อน มีบทบาททั้งด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจและวิถีชีวิต.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม…..รายงาน