Categories
ข่าว ทั้งหมด

นายอำเภอหัวหิน เปิดประชุมสภา อบต.หินเหล็กไฟนัดแรก พร้อมเลือกประธานสภา

นายอำเภอหัวหิน เปิดประชุมสภา อบต.หินเหล็กไฟนัดแรก พร้อมเลือกประธานสภา

วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 นายศุภชัย ครุฑดำ นายอำเภอหัวหิน เป็นประธานเปิดการประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบลหินเหล็กไฟครั้งแรก ที่อาคารประชุม อบต.หินเหล็กไฟ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ มีผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วยนายณัฐพงศ์ งามคง ท้องถิ่นอำเภอหัวหิน นายตรีธวัฒน์ สุขศรีปพัฒน์ นายก อบต.หินเหล็กไฟ นางจิราพร รอดภัย ปลัด อบต.หินเหล็กไฟ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลหินเหล็กไฟ และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมคัดเลือกผู้ดำรงตำแหน่งในการขับเคลื่อนงานสภาท้องถิ่น

ผลการคัดเลือก ที่ประชุมเห็นชอบให้นายธนวัฒน์ จั่นปาน ดำรงตำแหน่งประธานสภา อบต.หินเหล็กไฟ นายอำนาจ สุขศรี ดำรงตำแหน่งรองประธานสภา อบต.ตำบลหินเหล็กไฟ นางจิราพร รอดภัย ดำรงตำแหน่งเลขานุการสภา อบต.หินเหล็กไฟ และกำหนดจำนวนสมัยประชุมสามัญประจำปี ระยะเวลาและวันเริ่มต้นประชุมสมัยประชุมสามัญประจำปีของแต่ละสมัย ในปี พ.ศ.2569 ดังนี้ ประชุมสามัญประจำปี จำนวน 4 สมัย คือ สมัยที่ 1 ระหว่างวันที่ 25 กุมภาพันธ์ – 11 มีนาคม 2569 สมัยที่ 2 ระหว่างวันที่ 5 -19 พฤษภาคม สมัยที่ 3 ระหว่างวันที่ 3 – 17 สิงหาคม สมัยที่ 4 ระหว่างวันที่ 1 – 15 ธันวาคม วันเริ่มสมัยประชุมสามัญประจำปีของปีถัดไป และระยะเวลาของสมัยประชุมสามัญประจำปี สมัยแรกของปีถัดไป สมัยที่ 1 ระหว่างวันที่ 1

ทั้งนี้ การเรียกประชุมเพื่อเปิดสภาดังกล่าว เป็นไปตามพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ.2537 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เพื่อให้การบริหารราชการส่วนท้องถิ่นเป็นไปอย่างต่อเนื่องและถูกต้องตามขั้นตอนกฎหมาย การประชุมครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นการทำงานของคณะผู้บริหารและสมาชิกสภา อบต.หินเหล็กไฟ ชุดใหม่ เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่และดูแลประโยชน์ของประชาชนในตำบลหินเหล็กไฟต่อไป พร้อมกันนี้ นายศุภชัย ครุฑดำ นายอำเภอหัวหินเป็นประธานประดับเครื่องหมายอินทรธนูให้กับนายก อบต. และสมาชิก อบต. พร้อมทั้งให้โอวาทในการทำงานของคณะผู้บริหาร อบต.หินเหล็กไฟ ชุดใหม่ด้วย.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

พ่อป่วยซึมเศร้า ผิดหวังเรื่องลูก เครียดจัดใช้ปืนยิงลูกชายขณะหลับดับคาที่นอน

พ่อป่วยซึมเศร้า ผิดหวังเรื่องลูก เครียดจัดใช้ปืนยิงลูกชายขณะหลับดับคาที่นอน

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 ร.ต.ท.ภาณุพงศ์ พูนสวัสดิ์ รอง สว.สอบสวน สภ.หัวหิน จ.ประจวบฯ รับแจ้งมีผู้ถูกอาวุธปืนเสียชีวิตที่บ้านเลขที่ 36/155 ซอยหัวหินห้วยมงคล 15 หมู่บ้านเขาน้อย เขตเทศบาลนครหัวหิน จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.กัมปนาท ณ วิชัย ผกก.สภ.หัวหิน แพทย์โรงพยาบาลหัวหิน ชุดสืบสวน และมูลนิธิสว่างหัวหินธรรมสถาน รุดไปยังที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้กึ่งปูนชั้นครึ่ง ภายในห้องนอนชั้นบน พบศพนายปานเทพ คงดี อายุ 30 ปี นอนหงายเสียชีวิตอยู่บนที่นอน มีผ้าห่มคลุมอยู่ สภาพศพถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มม. เข้าที่ศีรษะ 1 นัด ส่วนผู้ก่อเหตุเป็นบิดาผู้ตาย ทราบชื่อว่านายวิสูตร คงดี อายุ 63 ปี ยังอยู่ในอาการช๊อค ไม่พูดจา และพบอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุวางอยู่บริเวณบันไดทางขึ้นบ้าน เจ้าหน้าที่จึงยึดไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบปากคำ น.ส.สุภาพร คงดี อายุ 39 ปี พี่สาวผู้ตาย เล่าว่าขณะเกิดเหตุได้ยินเสียงดังคล้ายปืน 1 นัด จึงออกมาดูพบบิดายืนอยู่กลางบ้าน ถืออาวุธปืนด้วยท่าทีตกใจ ตนเกรงว่าบิดาจะทำร้าย จึงหยิบปืนออกมาแล้วเอาไปซ่อนไว้ตรงที่บันได ก่อนเข้าไปดูภายในห้องนอน ก็พบว่าน้องชายถูกยิงจมกองเลือดอยู่บนที่นอน จึงโทรแจ้งตำรวจ

ด้าน พ.ต.อ.กัมปนาท ณ วิชัย เปิดเผยว่าจากการสอบถามทางครอบครัวนายวิสูตร ทราบว่านายวิสูตรมีอาการป่วยเป็นโรคซึมเศร้า เนื่องจากผิดหวังจากลูก จนเกิดมีปากเสียงกัน ส่วนสาเหตุคาดว่าขณะเกิดเหตุนายวิสูตรเกิดความเครียดจัด ประกอบกับเก็บกดมานาน จึงใช้อาวุธปืนยิงลูกชายขณะหลับจนเสียชีวิตดังกล่าว.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เทศบาลนครหัวหินติดกล้อง CCTV เพิ่ม ดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว

เทศบาลนครหัวหินติดกล้อง CCTV เพิ่ม ดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว

วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 นายจีรวัฒน์ พราหมณี ปลัดเทศบาลนครหัวหิน จ.ประจวบฯ/ประธานคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ เปิดเผยว่า ได้นำคณะกรรมการลงพื้นที่ในเขตเทศบาลนครหัวหิน เพื่อตรวจรับพัสดุโครงการติดตั้งระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) จำนวน 30 ตัว ตามโครงการหัวหินสมาร์ทซิตี้ ระยะที่ 1 พร้อมอุปกรณ์ ซึ่งผู้รับจ้างดำเนินการติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิดชนิดเครือข่ายแบบปรับมุมมอง สำหรับใช้ในงานรักษาความปลอดภัยและงานอื่นๆ กล้องโทรทัศน์วงจรปิดชนิดเครือข่ายแบบมุมมองคงที่ สำหรับติดตั้งภายนอกอาคาร แบบที่ 2 สำหรับใช้ในงานรักษาความปลอดภัย วิเคราะห์ภาพ และงานอื่นๆ เสารับแจ้งเหตุฉุกเฉิน สามารถวิเคราะห์สภาพอากาศ หรือฝุ่นละออง PM 2.5 และแจ้งข้อมูลข่าวสารให้ประชาชนได้รับทราบ และที่เสามีปุ่ม SOS เพื่อให้ประชาชนแจ้งเหตุฉุกเฉินผ่านจอแอลอีดี โดยทำการติดตั้งตามสถานที่ที่มีความเสี่ยงของการเกิดอุบัติเหตุ และสถานที่ท่องเที่ยวเพื่อความปลอดภัย อาทิ ตลาดโต้รุ่งหัวหิน ทางลงชายหาดหัวหิน สถานีรถไฟหัวหิน สี่แยกสมาคมประมง สี่แยกสำนักงานวังไกลกังวล เป็นต้น โดยดำเนินการร่วมกับ Smart Safety Zone สภ.หัวหิน

สำหรับโครงการดังกล่าว ใช้งบดำเนินการ 10 ล้านบาท ซึ่งคณะกรรมการได้ร่วมกันตรวจสอบคุณภาพของภาพจากกล้อง ได้ภาพชัดเจน ทั้งกลางวันและกลางคืน ตามความละเอียดที่ระบุในสัญญา การบันทึกและระบบเก็บข้อมูล ซึ่งต้องตรวจสอบว่าบันทึกได้ต่อเนื่อง ค้นหาข้อมูลย้อนหลังได้ และระบบเก็บข้อมูล (Storage/NVR) เพียงพอ ตำแหน่งการติดตั้งให้มุมกล้องตรงตามจุดที่วางแผนไว้เพื่อความปลอดภัยสูงสุด รวมถึงมาตรฐานอุปกรณ์ได้ทำการตรวจสอบว่าอุปกรณ์ได้รับมาตรฐาน ไม่เป็นสินค้าเถื่อนที่ใช้คลื่นความถี่ผิดกฎหมาย ซึ่งอาจถูกแฮกได้ง่าย.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ปล่อยจระเข้น้ำจืดสายพันธุ์ไทย 2 ตัว สู่มรดกโลก อุทยานฯ แก่งกระจาน

ปล่อยจระเข้น้ำจืดสายพันธุ์ไทย 2 ตัว สู่มรดกโลก อุทยานฯ แก่งกระจาน

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 นายมงคล ไชยภักดี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน นำทีมคณะเจ้าหน้าที่อุทยานฯ พร้อมด้วยสมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า (WCS) ประเทศไทย ร่วมส่งจระเข้น้ำจืดสายพันธุ์ไทยแท้ จำนวน 2 ตัว กลับคืนสู่ “บ้านที่แท้จริง” ณ บริเวณต้นแม่น้ำเพชรบุรี เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศมรดกโลกให้สมบูรณ์

นายมงคล ไชยภักดี กล่าวว่า จระเข้ทั้งสองตัวนี้ เป็นสัตว์ป่าที่ถูกพบบริเวณแม่น้ำเพชรบุรี ซึ่งทางอุทยานฯ ได้ประสานงานร่วมกับนายนาวิน จุลกะรัตน์ และนายฉลอง ทองสงฆ์ ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานฯ พร้อมทีมงาน WCS เดินทางไปยังประมงจังหวัดเพชรบุรี เพื่อดำเนินการตรวจสอบอย่างละเอียด ผลการตรวจดีเอ็นเอจากหน่วยวิจัยด้านจีโนมิกส์และทรัพยากรชีวภาพสัตว์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ยืนยันชัดเจนว่า จระเข้ทั้งสองตัว คือ จระเข้น้ำจืดสายพันธุ์ไทยแท้ (Siamese Crocodile) ที่หลงเหลืออยู่ตามธรรมชาติเดิม บริเวณวังข่า ต้นแม่น้ำเพชรบุรี ไม่มีการปะปนสายพันธุ์อื่น ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่งต่อวงการอนุรักษ์ระดับโลก โดยจระเข้ทั้งสองตัวได้รับการอนุญาตและรับมอบจากกรมประมงอย่างเป็นทางการ เพื่อนำมาปล่อยคืนสู่พื้นที่อนุรักษ์

ก่อนภารกิจสำคัญจะเริ่มขึ้น ทางอุทยานฯ ได้จัดงานบุญประจำปี ณ หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ กจ.19 (เขาพะเนินทุ่ง) โดยมีการทำบุญเลี้ยงเพลพระสงฆ์เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่เจ้าหน้าที่และผืนป่า และช่วงเช้าวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ถือเป็นฤกษ์ชัยในการทำพิธีปล่อยจระเข้ไทยแท้ทั้งสองตัว ณ บริเวณ KU แคมป์อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เพื่อให้จระเข้ได้กลับไปทำหน้าที่ในผืนป่าอนุรักษ์ต้นแม่น้ำเพชรบุรีอย่างยั่งยืนต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ เดินหน้า Wellness Economy นำทีมสัมผัสวิถีชุมชน “ทำพิซซ่า – ปล่อยปูม้า – ดูกาสะลอง”

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ เดินหน้า Wellness Economy นำทีมสัมผัสวิถีชุมชน “ทำพิซซ่า – ปล่อยปูม้า – ดูกาสะลอง”

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ ร่วมกิจกรรมและเป็นประธานปล่อยขบวนรถตามโครงการ 100 ชุมชนท่องเที่ยวสร้างสรรค์ Wellness Economy จ.ประจวบฯ จากบริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดประจวบฯ ยังกลุ่มชุมชนกว่า 20 ชุมชน โดยแบ่งเป็น 5 เส้นทาง ประกอบด้วยชุมชนในอำเภอบางสะพาน กุยบุรี สามร้อยยอด ปราณบุรี และอำเภอเมืองประจวบฯ มีรองผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมกิจกรรม

สำหรับชุมชนที่ผู้ว่าราชการจังหวัดไปร่วมกิจกรรมนั้น เป็นเส้นทางอำเภอบางสะพาน จุดแรกคือที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 9 บ้านสายเพชร ต.ทองมงคล อ.บางสะพาน หรือบ้านอาจารย์ป้า ซึ่งเป็นศูนย์การเรียนรู้ Organic Farm โดยผู้ว่าราชการจังหวัด พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ ได้ร่วมกิจกรรมทำพิซซ่าเตาถ่าน สไตล์โฮมเมด เริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการนวดแป้งด้วยตนเอง แต่งหน้าเครื่องพิซซ่า จนไปถึงการอบเสร็จพร้อมรับประทานด้วยความเอร็ดอร่อย ก่อนเดินเยี่ยมชมสวนและแปลงผักเกษตรอินทรีย์ที่เน้นการปลูกแบบธรรมชาติไม่ใช้สารเคมี ซึ่งบ้านอาจารย์ป้าเปิดรับนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมได้โดยไม่คิดค่าบริการ หรือหากสนใจลองทำพิซซ่าเตาถ่าน สามารถแจ้งล่วงหน้า 1 วัน เพื่อทางร้านได้จัดเตรียมวัตถุดิบไว้ให้ คิดค่าบริการ 180 บาท ต่อ 1คน/1ถาด (รับตั้งแต่ 4 ถาดขึ้นไป) สามารถจองได้ที่ช่องทาง เพจบ้านอาจารย์-ป้า organic farm ซึ่งนอกจากการทำพิซซ่าและเยี่ยมชมสวนแล้ว ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจอื่นๆ อีกเช่น การทำ workshop สีน้ำจากธรรมชาติ, การทำอาหาร/เครื่องดื่ม/ชาสมุนไพร เป็นต้น

จากนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดพร้อมคณะ ได้เดินทางไปเยี่ยมชมวนอุทยานห้วยน้ำซับ ต.ทองมงคล และรับฟังรายงานด้านการดำเนินงานของอุทยานและสถานการณ์การท่องเที่ยว พร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงาน ซึ่งวนอุทยานห้วยน้ำซับ มีเนื้อที่รวม 2,420 ไร่ สภาพป่าเป็นป่าเบญจพรรณบนภูเขาหินปูน เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าหลากหลายชนิด และในช่วงเดือนนี้มีกิจกรรมที่น่าสนใจ คือกิจกรรมเดินสำรวจเส้นทางศึกษาธรรมชาติเขาปู่ด่าง ระยะทางประมาณ 450 เมตร เพื่อขึ้นสู่จุดชมวิวและชมความสวยงามของต้นกาสะลองอายุกว่า 100 ปี นับร้อยต้นที่ออกดอกสีแดงบานสะพรั่งเพียงปีละครั้ง ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ – มีนาคม โดยในจังหวัดประจวบฯ สามารถพบได้ที่วนอุทยานห้วยน้ำซับนี้เพียงที่เดียวเท่านั้น

จากนั้นคณะผู้ว่าราชการจังหวัดได้เดินทางต่อไปยังมัสยิดนูรุ้ลอีมาน ที่ตั้งอยู่ในหมู่ 9 ต.พงศ์ประศาสน์ ซึ่งเป็นมัสยิดเพียงที่เดียวในจังหวัดประจวบฯ ที่อยู่ติดชายทะเล ได้พูดคุยหารือเกี่ยวกับแนวทางในการพัฒนาต่อยอดการท่องเที่ยวเชิงศรัทธา ร่วมกับคณะกรรมการมัสยิด หัวหน้าส่วนราชการและกลุ่มภาคีเครือข่าย และร่วมชิมเมี่ยงคำและมะพร้าวถอดเสื้อ ซึ่งเป็นของดีของชุมชน หลังจากนั้นได้เข้าร่วมกิจกรรมเรียนรู้การอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล ที่ธนาคารปูม้า บ้านต้นทองหลาง หมู่ 9 ต.พงศ์ประศาสน์ ซึ่งเป็นศูนย์เรียนรู้และดำเนินการโดยชุมชน ในการดูแลแม่ปูไข่นอกกระดองและอนุบาลลูกปูม้า ก่อนปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ ก่อนจะร่วมกันปิดท้ายกิจกรรมด้วยการปล่อยตัวอ่อนปูม้า ระยะโซเอี๊ยะ (ระยะที่อายุประมาณ 1 – 10 วัน) นับแสนตัว ลงสู่ทะเลเพื่อให้เติบโตเป็นปูม้าตัวที่สมบูรณ์ เพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้กับท้องทะเลฝั่งอ่าวไทยให้เป็นแหล่งอาหารและแหล่งทำกินที่ยั่งยืนต่อไป

ทั้งนี สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดประจวบฯ ได้ขับเคลื่อนโครงการ 100 ชุมชนท่องเที่ยวสร้างสรรค์ Wellness Economy โดยจัดกิจกรรมทดสอบการท่องเที่ยวชุมชน เพื่อประเมินความพร้อมของชุมชนในการต้อนรับนักท่องเที่ยว และพัฒนาสู่แหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ตามนโยบายขับเคลื่อนจังหวัด “ประจวบฯ ต้องไปต่อ (Next Move Prachuap)” ของผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อเป็นการยกระดับหมู่บ้านชุมชน ให้มีความสามารถในด้านการแข่งขันทางธุรกิจและการท่องเที่ยว เน้นส่งเสริมให้ชุมชนมีความรู้ด้านเศรษฐกิจเพื่อสุขภาพ (Wellness Economy) ที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง ช่วยให้ชุมชนสามารถแข่งขันทางธุรกิจได้ในระดับสากล เป็นการสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ห้างมาร์เก็ตวิลเลจหัวหิน ฉลองส่งท้ายตรุษจีนอย่างยิ่งใหญ่กับมังกรทองพ่นไฟสุดตระการตา

ห้างมาร์เก็ตวิลเลจหัวหิน ฉลองส่งท้ายตรุษจีนอย่างยิ่งใหญ่กับมังกรทองพ่นไฟสุดตระการตา

ช่วงค่ำวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 ศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจหัวหิน จ.ประจวบฯ จัดกิจกรรมเนื่องในเทศกาลตรุษจีน รับปีม้าไฟ ท่ามกลางประชาชนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเข้าชมงานอย่างคับคั่ง โดยก่อนหน้าพิธีเปิด มีการแสดงดนตรีสดจากนักเรียนโรงเรียนดุริยางค์ทหารเรือ กรุงเทพฯ มีนายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย นาวาเอก ศรสิทธิ์ คลองน้อย รองผู้บัญชาการฐานทัพเรือกรุงเทพ นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ นางวาสนา ศรีกาญจนา ที่ปรึกษาสมาคมฯ นายเจนวิทย์ ผลิศักดิ์ สาธารณสุขอำเภอหัวหิน นางเบญจมาศ อ่วมสะอาด ผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด พญ.สวรรยา อนุภัทร์ แพทย์ประจำคลินิกกรุงเทพหัวหิน สาขามาร์เก็ตวิลเลจ นายเศรษฐศักดิ์ ลาทอง ผู้จัดการทั่วไปศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจหัวหิน และแขกผู้มีเกียรติร่วมชมชุดการแสดง “ราชนาวี ร้อยดวงใจปวงประชา น้อมสำนึกพระเมตตา พระแม่ฟ้า ตราบนิรันดร์” ด้วยบรรยากาศแห่งความสุขและความประทับใจ

จากนั้นได้มีพิธีเปิดเทศกาลตรุษจีนอย่างเป็นทางการ พร้อมชมการแสดงเชิดสิงโตและมังกรพ่นไฟสุดตระการตา ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นสิริมงคลในเทศกาลตรุษจีน ตามความเชื่อที่สืบทอดกันมาว่าการเชิดสิงโตและมังกรเปรียบเสมือนการนำพาพลังแห่งความโชคดี ความเจริญรุ่งเรืองและความสำเร็จมาสู่พื้นที่จัดงาน สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวที่มาร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนในครั้งนี้.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

สุวัจน์ เปิดงานตรุษจีนหัวหินอย่างยิ่งใหญ่ พร้อมผัดหมี่ซั่วมงคลกระทะยักษ์แจกนักท่องเที่ยว

สุวัจน์ เปิดงานตรุษจีนหัวหินอย่างยิ่งใหญ่ พร้อมผัดหมี่ซั่วมงคลกระทะยักษ์แจกนักท่องเที่ยว

ช่วงค่ำวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงานเทศกาลตรุษจีนหัวหิน ประจำปี 2569 พร้อมด้วยนายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน นายศุภชัย ครุฑดำ นายอำเภอหัวหิน น.ส.วจี กลมเกลี้ยง กรรมการผู้จัดการ บลูพอร์ตหัวหิน พร้อมด้วยแขกผู้มีเกียรติ ประชาชนนักท่องเที่ยวจำนวนมากสวมใส่ชุดจีนสีแดง สีทอง มาร่วมงานอย่างคับคั่ง ที่บริเวณลานเดอะสแควร์ หน้าศูนย์การค้าบลูพอร์ตหัวหิน ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีขบวนแห่องค์เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ยะ เจ้าพ่อสมบูรณ์และเจ้าแม่ทับทิม พร้อมขบวนมังกรสุดอลังการไปตามถนนสายต่างๆ ในเขตเทศบาลนครหัวหิน เพื่อให้ประชาชนตั้งโต๊ะรับเทพเจ้าเพื่อความเป็นสิริมงคล ค้าขายดี ร่ำรวยในเทศกาลตรุษจีน พร้อมชมการประกวด Chinese Kids ที่สร้างรอยยิ้มและความประทับใจให้กับผู้ชมจากความน่ารักของอาตี๋อาหมวยตัวน้อยในชุดกี่เพ้าสีสันสดใส

ภายหลังนายสุวัจน์กล่าวเปิดงานและกล่าวอวยพรชาวหัวหิน ชาวไทยและคนไทยเชื้อสายจีนในเทศกาลตรุษจีนแล้ว ได้ร่วมกับแขกผู้มีเกียรติ ผัดหมี่ซั่วมงคลกระทะยักษ์ ซึ่งชาวจีนมีความเชื่อว่า หากกินหมี่ซั่วจะมีอายุยืนยาวเหมือนเส้นบะหมี่ แจกจ่ายให้กับประชาชนนักท่องเที่ยวที่มาร่วมงานได้รับประทาน พร้อมชมการแสดงเชิดสิงโตและมังกรพ่นไฟสุดตระการตา ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นสิริมงคลในเทศกาลตรุษจีนตามความเชื่อที่สืบทอดกันมา การเชิดสิงโตและมังกรเปรียบเสมือนการนำพาพลังแห่งความโชคดี ความเจริญรุ่งเรือง และความสำเร็จมาสู่พื้นที่จัดงาน สร้างความตื่นตาตื่นใจและความอิ่มเอมใจให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวที่มาร่วมเฉลิมฉลองตรุษจีนในครั้งนี้.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ปารีณา คว้าเก้าอี้นายกเทศบาลทับสะแก ตามความคาดหมาย ชนะคู่แข่งขาดลอย

ปารีณา คว้าเก้าอี้นายกเทศบาลทับสะแก ตามความคาดหมาย ชนะคู่แข่งขาดลอย

วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 เทศบาลตำบลทับสะแกได้จัดการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีตำบลทับสะแก แทนนายพงษ์พันธ์ เผ่าประทาน ที่ลาออกไปลงสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 3 จ.ประจวบคีรีขันธ์

ผลการนับคะแนนเลือกตั้งนายกเทศมนตรีตำบลทับสะแก อย่างไม่เป็นทางการ ผลปรากฏว่า น.ส.ปารีณา ซักเซ็ค ผู้สมัครหมายเลข 1 ได้ 2,181 คะแนน นายวิมลศักดิ์ ตันเจริญ ผู้สมัครหมายเลข 2 ได้ 1,102 คะแนน

ทั้งนี้ น.ส.ปารีณา ซักเซ็ค ว่าที่นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลทับสะแกคนใหม่ เป็นภรรยาของนายพงษ์พันธ์ เผ่าประทาน ว่าที่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 3 จ.ประจวบคีรีขันธ์ พรรคภูมิใจไทย และเป็นบุตรสาวของนางมนัญญา ไทยเศรษฐ์ อดีต รมช.กระทรวงเกษตรฯ ซึ่งได้มาเป็นกำลังใจให้บุตรสาวในการเลือกตั้งครั้งนี้ด้วย

น.ส.ปารีณา ซักเซ็ค กล่าวว่า ขอบคุณพี่น้องชาวทับสะแกทุกท่านที่ออกมาใช้สิทธิ์ และขอบคุณทุกท่านที่มอบความไว้วางใจ โดยตนเองจะเข้าไปทำหน้าที่ให้ดีที่สุด.

ณัฐธภพ พันสาย…..รายงาน

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

วนอุทยานห้วยน้ำซับ จัดงาน “ขึ้นเขา เผาข้าวหลาม ชมความงาม ดอกกาสะลอง” ปีที่ 21

วนอุทยานห้วยน้ำซับ จัดงาน “ขึ้นเขา เผาข้าวหลาม ชมความงาม ดอกกาสะลอง” ปีที่ 21

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 วนอุทยานห้วยน้ำซับ อ.บางสะพาน จ.ประจวบฯ จัดงานประเพณีสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นที่สวยงามตระการตา “ขึ้นเขา เผาข้าวหลาม ชมความงาม ดอกกาสะลอง” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 21 นับตั้งแต่ปี 2548 มีนายนิมิต วงษ์จินดา นายอำเภอบางสะพาน เป็นประธานเปิดงานอย่างเป็นทางการ พร้อมด้วยนายรณกร รังกา หัวหน้าวนอุทยานห้วยน้ำซับ นายนิติ อยู่ยงค์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 บ้านสายเพชร ให้การต้อนรับผู้ร่วมงานและนักท่องเที่ยวอย่างอบอุ่น

จุดเด่นสำคัญของงาน คือการพาผู้ร่วมงานเดินเส้นทางศึกษาธรรมชาติขึ้นเขาปู่ด่าง ระยะทาง 480 เมตร สู่ลานกาสะลอง หรือที่ชาวบ้านเรียกว่าลานปอคาว จุดชมวิวสุดพิเศษที่มีต้นกาสะลองอายุกว่า 100 ปี นับร้อยต้น ซึ่งกำลังบานสะพรั่งเป็นสีม่วงชมพูสวยงามไปทั้งลาน

“ดอกกาสะลอง” เป็นไม้ป่าพื้นเมืองที่มีเอกลักษณ์พิเศษ คือจะออกดอกพร้อมกันปีละครั้งเดียวในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ – มีนาคม ทำให้ทิวทัศน์บนยอดเขาเปลี่ยนเป็นสีม่วงชมพูสวยงามตระการตา

นอกจากชมความงามของธรรมชาติแล้ว ผู้ร่วมงานยังได้สัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่น ผ่านกิจกรรมเผาข้าวหลาม ซึ่งเป็นขนมพื้นบ้านที่มีมาแต่โบราณ พร้อมรับโปสการ์ดที่ระลึกสวยงามเป็นของขวัญจากวนอุทยานฯ งานประเพณีครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างความสามัคคีในชุมชน อนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่น และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ไหม้วอดรับวาเลนไทน์ อู่ต่อเรือยอร์ช ทับสะแก เสียหายกว่า 40 ล้านบาท

ไหม้วอดรับวาเลนไทน์ อู่ต่อเรือยอร์ช ทับสะแก เสียหายกว่า 40 ล้านบาท

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 พ.ต.ท.วินัย ลายละเอียด สว.สอบสวน สภ.ทับสะแก จ.ประจวบฯ รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้อู่ต่อเรือยอร์ช บริเวณชายทะเลทุ่งประดู่ หมู่ 2 ต.ทับสะแก อ.ทับสะแก จึงพร้อมด้วยนายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ นายมนต์ชัย หนูสาย นายอำเภอทับสะแก จากนั้นประสานรถน้ำ รถดับเพลิงจากเทศบาลตำบลทับสะแก และ อบต. ในพื้นที่ใกล้เคียงเกือบ 10 คัน และมูลนิธิสว่างรุ่งเรืองธรรมสถานรุดไปยังที่เกิดเหตุเป็นอู่ต่อเรือ หลังคาเมทัลชีทขนาดใหญ่ มีเพลิงลุกไหม้อยู่ภายใน จนหลังคาทรุดตัวลงมา มองเป็นกลุ่มควันดำหนาทึบ พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าไกลกว่า 1 กิโลเมตร ท่ามกลางชาวบ้านต่างวิ่งมาดูด้วยความตกใจ เจ้าหน้าที่เร่งฉีดน้ำดับไฟอย่างเร่งด่วน แต่เนื่องจากลมแรง ประกอบกับภายในอู่มีสารเคมีเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้โดยไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ

หลังเพลิงสงบ เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพบว่าไฟได้ไหม้เรือยอร์ช ขนาด 3 ชั้น ประมาณ 200 ที่นั่ง ตู้คอนเทนเนอร์จำนวนมาก และอุปกรณ์สำหรับงานต่อเรือไหม้ดำเหลือแต่ซาก ค่าเสียหายในเบื้องต้น ประมาณ 40 ล้านบาท

จากการสอบถามพระสุพจน์ ซึ่งธุดงค์นั่งปฏิบัติธรรมใกล้ที่เกิดเหตุ เล่าว่าขณะตนนั่งปฏิบัติธรรมอยู่กับพระอีกรูปหนึ่ง ก็เห็นควันไฟพวยพุ่งขึ้นมาที่อู่ต่อเรือจึงออกไปดู พบเพลิงกำลังลุกไหม้อยู่ใต้ท้องเรือยอร์ช จึงรีบนำน้ำใส่ถังไปดับ แต่ลมกระโชกแรงไม่สามารถดับได้ ก่อนไฟลามไหม้เรือยอร์ชทั้งลำอย่างรวดเร็ว จึงให้คนรีบโทรแจ้งตำรวจ

จากการสอบสวน ทราบว่าอู่ต่อเรือดังกล่าวเป็นของบริษัทเอกชนที่เช่าพื้นที่ชายทะเลทุ่งประดู่ เพื่อผลิตเรือยอร์ชขนาดใหญ่ โดยเรือยอร์ชที่ถูกไฟไหม้เป็นของชาวสิงคโปร์ ทำจากไฟเบอร์กลาสใหญ่ขนาด 3 ชั้น ประมาณ 200 ที่นั่ง ใช้เวลาสร้างมากว่า 3 ปี ตามสัญญามีกำหนดส่งมอบภายใน 5 ปี และอยู่ระหว่างขั้นตอนตกแต่งภายใน โดยขณะเกิดเหตุไม่มีลูกจ้าง หรือพนักงานอยู่ภายในอู่ต่อเรือเนื่องจากเป็นวันหยุด ส่วนมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นไม่ต่ำกว่า 40 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ต้องเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดเข้าตรวจหาสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้อย่างละเอียดอีกครั้งต่อไป.

ณัฐธภพ พันสาย/พิสิษฐ์ รื่นเกษม…..รายงาน