Categories
ข่าว ทั้งหมด

อุทยานกุยบุรี เผยข้อมูลปูคีรีขันธ์ สัตว์น้ำจืดหายาก สีสันโดดเด่น สะท้อนดัชนีชี้วัดความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ

อุทยานกุยบุรี เผยข้อมูลปูคีรีขันธ์ สัตว์น้ำจืดหายาก สีสันโดดเด่น สะท้อนดัชนีชี้วัดความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ

วันที่ 9 กันยายน 2569 นายบำรุงรัตน์ พลอยดำ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี จ.ประจวบฯ เปิดเผยข้อมูลปูคีรีขันธ์ จัดอยู่ในวงศ์ Potamidae โดยถูกค้นพบและตั้งชื่อทางวิทยาศาสตร์มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2541 เพื่อเป็นเกียรติแก่จังหวัดประจวบฯ ซึ่งเป็นพื้นที่แรกที่มีการสำรวจพบปูชนิดนี้ ได้รับฉายาว่า “ปูเจ็ดสี” จากลักษณะเปลือกและลำตัวที่มีสีสันสดใสสะดุดตา แตกต่างจากปูน้ำจืดทั่วไป มักอาศัยอยู่ตามโขดหิน ซอกหิน และลานหินบริเวณลำธารที่มีน้ำไหลเวียนสะอาดตลอดปี “ปูคีรีขันธ์” จัดเป็นสัตว์น้ำจืดหายากที่มีสีสันโดดเด่น ยังคงพบการกระจายตัวอย่างต่อเนื่อง บริเวณลำห้วยและแหล่งน้ำสะอาดในเขตป่าอนุรักษ์ สะท้อนถึงความอุดมสมบูรณ์ของป่าต้นน้ำและการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน การพบปูคีรีขันธ์ในพื้นที่ธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นดัชนีชี้วัดทางชีวภาพสำคัญที่ยืนยันถึงความบริสุทธิ์ของแหล่งน้ำและความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ เนื่องจากปูชนิดนี้มีความอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมอย่างมาก โดยจะเลือกอาศัยอยู่เฉพาะในลำธารและลำห้วยที่ปราศจากการปนเปื้อนของสารเคมี การดูแลรักษาสัตว์น้ำจืดขนาดเล็กเหล่านี้จึงมีความสำคัญ ไม่แพ้การคุ้มครองสัตว์ป่าขนาดใหญ่ เพราะถือเป็นองค์ประกอบพื้นฐานที่ช่วยรักษาสมดุลของห่วงโซ่อาหารในผืนป่า

การคงอยู่ของสิ่งมีชีวิตหายากชนิดนี้ เป็นผลมาจากการปฏิบัติงานลาดตระเวนเชิงคุณภาพของเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรีอย่างเข้มงวดตลอดช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้พื้นที่ป่าอนุรักษ์ในกลุ่มป่าแก่งกระจาน ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติได้รับการคุ้มครองอย่างครอบคลุม

ทั้งนี้ อุทยานแห่งชาติกุยบุรีเตรียมเดินหน้าส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศอย่างรับผิดชอบ ควบคู่กับการสร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชนและชุมชนรอบแนวเขตป่า ให้ร่วมกันปกป้องแหล่งน้ำและรักษาป่าต้นน้ำ เพื่อคงความหลากหลายทางชีวภาพให้อยู่คู่นิเวศไทยอย่างยั่งยืนต่อไป.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

อธิบดี พส. เปิดโครงการแว่นตาผู้สูงวัยในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ ยกระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ

อธิบดี พส. เปิดโครงการแว่นตาผู้สูงวัยในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ ยกระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ

วันที่ 9 กันยายน 2569 น.ส.แรมรุ้ง สุบรรณเสนีย์ อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ เป็นประธานเปิดโครงการแว่นตาผู้สูงวัยในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประจำปี 2569 ที่หอประชุมที่ว่าการอำเภอบางสะพาน จ.ประจวบฯ มี รศ.พญ.จิตลัดดา ดีโรจนวงศ์ กรรมการอำนวยการ มูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย, น.ส.ปริยา อังสุวร กรรมการอำนวยการและเหรัญญิก มูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย, น.ส.ชวนชม จันทะวงษ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, นายบุญส่ง ไตรภูธร ผู้จัดการฝ่ายกิจกรรมพิเศษ แว่นท็อปเจริญ, พญ.บุษกร สวัสดิ์แสน นายกเหล่ากาชาดจังหวัดประจวบฯ, นายประทีป บริบูรณ์รัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายก อบจ.ประจวบฯ นางสมพิศ ศรีคำแหง พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดประจวบฯ หัวหน้าส่วนราชการ แขกผู้มีเกียรติ และประชาชนร่วมงาน

โครงการแว่นตาผู้สูงวัยในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2552 จากพระราชกระแสรับสั่งของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงห่วงใยปัญหาด้านสายตาของผู้สูงอายุ โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ยังต้องประกอบอาชีพหรือดูแลบุตรหลานในครอบครัว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย ร่วมกับห้างแว่นท็อปเจริญ และกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ดำเนินโครงการตรวจวัดสายตาและประกอบแว่นตา ตามค่าสายตาของแต่ละบุคคลให้แก่ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีอายุ 45 ปีขึ้นไป ซึ่งมูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทยได้รับพระราชทานพระราชานุญาตให้ดำเนินโครงการต่อเนื่องอีก 5 ปี ระหว่างปี 2568 – 2572 เพื่อขยายโอกาสให้ผู้สูงอายุและประชาชนกลุ่มเป้าหมายเข้าถึงบริการด้านสายตาได้อย่างทั่วถึง ลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการด้านสาธารณสุข และเสริมสร้างความมั่นคงทางสังคมอย่างยั่งยืน โดยในปีงบประมาณ 2569 โครงการแว่นตาผู้สูงวัยในสมเด็จพระเทพรัตนฯ กำหนดพื้นที่เป้าหมายรวม 12 จังหวัด ครอบคลุมประชาชนที่จะได้รับบริการตรวจวัดสายตาและรับแว่นตา รวมทั้งสิ้น 4,800 คน หรือจังหวัดละ 400 คน

สำหรับจังหวัดประจวบฯ ได้ให้ความช่วยเหลือประชาชนตามโครงการดังกล่าวไปแล้ว จำนวน 4 ครั้ง ในปี 2552, 2559, 2561, 2564 รวม 1,600 คน และในปี 2569 ได้ช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมายในอำเภอบางสะพาน อีกจำนวน 400 คน โดยในวันนี้มีเจ้าหน้าที่ห้างแว่นท็อปเจริญ มาให้บริการตรวจวัดค่าสายตาแก่ประชาชน ก่อนดำเนินการประกอบแว่นส่งมอบให้ในภายหลัง ทำให้จังหวัดประจวบฯ มีกลุ่มเป้าหมายได้รับแว่นตาจากโครงการฯ สะสมรวมทั้งสิ้น 2,000 คน เป็นการช่วยเหลือผู้ที่มีปัญหาด้านสายตา โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกล สามารถมองเห็นได้ชัดเจนขึ้น มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สามารถดูแลตนเอง ประกอบอาชีพ และดูแลครอบครัวได้อย่างเหมาะสม พร้อมกันนี้ อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการได้ร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการมอบข้าวสารบรรจุถุงและถุงยังชีพ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสภากาชาดไทย สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดประจวบฯ นิคมสร้างตนเอง จ.ประจวบฯ และมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบทให้แก่ผู้ร่วมโครงการ ขณะที่บริเวณที่ว่าการอำเภอบางสะพาน มีการออกร้านจำหน่ายสินค้าธงฟ้าราคาประหยัด ช่วยลดภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชนอีกด้วย.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ปีละครั้ง หัวหินเตรียมจัดทำบุญใหญ่ให้บรรพบุรุษ ในงานสืบสานประเพณี “ส่งเคราะห์ทางทะเล”

ปีละครั้ง หัวหินเตรียมจัดทำบุญใหญ่ให้บรรพบุรุษ ในงานสืบสานประเพณี “ส่งเคราะห์ทางทะเล”

วันที่ 9 กันยายน 2569 คณะกรรมการชุมชนชาวประมงหัวหิน จ.ประจวบฯ กำหนดจัดงานบุญใหญ่ประจำปี “ส่งเคราะห์ทางทะเล” ของชุมชนต้นกำเนิดหัวหิน และทำบุญศาลเจ้าแม่ทับทิม ในวันเสาร์ที่ 26 กันยายน 2569 ซึ่งเป็นงานประเพณีเก่าแก่ของชาวหัวหินที่จัดขึ้นในช่วงเดือนสิบ (กันยายน) เป็นประจำทุกปีต่อเนื่องมาเกือบ 20 ปี ที่บริเวณศาลเจ้าแม่ทับทิม (ข้างโรงแรมฮิลตันหัวหิน) ที่ประชาชนทั่วไปให้ความเคารพบูชา เพื่อทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้วและนำเถ้าอังคารมาลอยที่บริเวณทะเลหัวหิน แต่ไม่เคยได้กลับมาดูแลกราบไหว้ พร้อมทั้งทำบุญสะเดาะเคราะห์ ปล่อยตุ๊กตาส่งเคราะห์ทางทะเลเพื่อลดเคราะห์กรรม สิ่งอัปมงคลให้เบาบางลง เสริมบารมีบุญญาธิการชีวิตความเป็นอยู่จะได้ดีขึ้น

โดยช่วงเช้าวันที่ 26 ก.ย. จะมีพิธีบวงสรวงเจ้าทะเลมหาสมุทรและทำบุญเลี้ยงพระสงฆ์ 9 รูป เพื่อความเป็นสิริมงคล จากนั้นเวลา 12.00 น. จะนำเรือเล็กของชาวประมงที่ใช้ออกหาปลา มาตบแต่งให้สวยงาม พร้อมทั้งนำตุ๊กตาปูนปั้นหุ่นหญิงชาย น้องจุก น้องแกละ ประมาณ 4,000 ตัว ที่ทาสีสดใสเตรียมไว้ให้ประชาชนบริจาคทำบุญ เขียนชื่อตนเองหรือญาติมิตร ลงกระดาษติดกับตัวตุ๊กตา อธิษฐานขอให้สิ่งชั่วร้ายต่างๆ พ้นไป แล้วนำไปวางไว้ในวิมานเรือส่งเคราะห์ทางทะเล ก่อนพร้อมใจกันลากเรือทั้งลำออกสู่ทะเล บริเวณหินโคร่งที่เป็นแหล่งปลาชุกชุม ก่อนปล่อยวิมานที่บรรจุตุ๊กตาปูนปั้นหุ่นหญิงชาย น้องจุก น้องแกละ ลงสู่ก้นทะเล กลายเป็นแหล่งปะการังหากินของสัตว์ทะเลต่อไป พร้อมกันนี้ขอเชิญผู้ที่สนใจและนักท่องเที่ยวร่วมชมงานและร่วมทำบุญเปลี่ยนตุ๊กตาได้ที่บริเวณจุดด้านหน้าวิหารหลวงพ่อนาค วัดหัวหิน ได้ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 25 กันยายนนี้ หรือที่บริเวณวันจัดงาน เพื่อสืบสานประเพณีสำคัญของหัวหินให้คงอยู่สืบไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

หนุ่มตกงานเครียดจัด ใช้ปืนตัดสินปัญหาชีวิตดับคารถเก๋ง

หนุ่มตกงานเครียดจัด ใช้ปืนตัดสินปัญหาชีวิตดับคารถเก๋ง

เมื่อเวลา 23.00 น. ของวันที่ 7 กันยายน 2569 ร.ต.ท.ธีรุจน์ จันทร์แก้ว รอง สว.(สอบสวน) สภ.หัวหิน จ.ประจวบฯ รับแจ้งพลเมืองดีพบคนเสียชีวิตอยู่ภายในรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า สีดำ ป้ายทะเบียน จ.สุราษฎร์ธานี จอดทิ้งไว้บริเวณที่ว่างริมถนนเพชรเกษม ตรงข้ามปั๊มน้ำมันบางจากเขาเต่า อ.หัวหิน จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.กัมปนาท ณ วิชัย ผกก.สภ.หัวหิน แพทย์ รพ.หัวหิน พิสูจน์หลักฐานจังหวัด ชุดสืบสวน และมูลนิธิสว่างหัวหินธรรมสถานรุดไปตรวจสอบ พบศพนายโชติ (สงวนนามสกุล) อายุ 28 ปี เสียชีวิตตรงที่นั่งคนขับ ในสภาพขึ้นอืดส่งกลิ่นเหม็นทั่ว ที่ขมับขวามีรอยถูกยิง 1 นัด และพบปืนขนาด .38 ตกอยู่ข้างตัว 1 กระบอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ตรวจโดยรอบไม่พบร่อยรอยรื้อค้นและการต่อสู้แต่อย่างใด ทรัพย์สินผู้ตายอยู่ครบ คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 วัน ก่อนนำศพส่ง รพ.หัวหิน ให้แพทย์ตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง

พ.ต.อ.กัมปนาท ณ วิชัย ผกก.สภ.หัวหิน เปิดเผยว่า จากการสอบถามญาติผู้เสียชีวิตทราบว่า นายโชติขับรถออกจากบ้านที่จังหวัดภูเก็ต เมื่อวันที่ 30 สิงหาคมที่ผ่านมา และมีอาการเครียด เนื่องจากเพิ่งตกงานและมีปัญหาทะเลาะกับครอบครัว โดยผู้ตายไม่บอกว่าจะเดินทางไปที่ไหน ญาติเป็นห่วงได้แจ้งตำรวจให้ช่วยติดตามตัว จนกระทั่งพบศพ และจากการตรวจสอบบัญชีเฟซบุ๊กของนายโชติ พบมีการโพสต์ล่าสุดเมื่อวันที่ 5 กันยายน บ่นตัดพ้อปัญหาชีวิต เบื้องต้นคาดว่าผู้ตายคงเกิดอาการเครียดจัด คิดไม่ตก ใช้ปืนตัดสินปัญหาชีวิตดังกล่าว.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ขาแด๊นซ์นับพัน ร่วมมหกรรมขยับกายสร้างสุข เชื่อมสุขภาพสู่การท่องเที่ยว

ขาแด๊นซ์นับพัน ร่วมมหกรรมขยับกายสร้างสุข เชื่อมสุขภาพสู่การท่องเที่ยว

วันที่ 7 กันยายน 2569 กองการท่องเที่ยวและกีฬาของเทศบาลเมืองประจวบฯ จัดกิจกรรมมหกรรม Line Dance สร้างสรรค์ ส่งเสริมการท่องเที่ยวและสุขภาพ เมืองประจวบคีรีขันธ์ เชื่อมโยงการออกกำลังกาย นันทนาการและการท่องเที่ยวเข้าด้วยกัน โดยได้รับความสนใจจากเครือข่ายชมรมออกกำลังกาย ประชาชนและนักท่องเที่ยวจากหลากหลายพื้นที่ เข้าร่วมกิจกรรมนับพันคน สร้างบรรยากาศแห่งความสุขและความคึกคักให้กับเมืองประจวบฯ เป็นอย่างมาก

นายกมล แก้วเทศ นายกเทศมนตรีเมืองประจวบฯ ร่วมต้อนรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมและนักท่องเที่ยว พร้อมพบปะเครือข่ายชมรมออกกำลังกายที่มาร่วมงาน โดยเทศบาลมุ่งส่งเสริมให้กิจกรรมด้านสุขภาพและนันทนาการ เป็นกิจกรรมที่ประชาชนทุกช่วงวัยสามารถเข้าถึงได้ และสามารถต่อยอดเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยว สร้างสีสันและประสบการณ์ใหม่ให้กับเมือง แบ่งกิจกรรมออกเป็น 2 ช่วง โดยภาคบ่ายจัดการอบรมและส่งเสริมความรู้ด้านการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ ที่ห้องประชุมสภาเทศบาลเมืองประจวบฯ ให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้การออกกำลังกายและการเต้น Line Dance อย่างเหมาะสม สนุกและปลอดภัย เพื่อนำความรู้และทักษะไปต่อยอดในชมรมและพื้นที่ของตนเอง และช่วงเย็นที่สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ หน้าศาลากลางจังหวัดประจวบฯ บรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุกสนาน เมื่อเครือข่ายชมรมออกกำลังกาย ประชาชน และนักท่องเที่ยวหลากหลายช่วงวัยมารวมตัวกันเกือบ 1,000 คน ร่วมขยับกายไปกับเสียงเพลงและกิจกรรม Line Dance สะท้อนพลังของเครือข่ายคนรักสุขภาพจากเมืองประจวบคีรีขันธ์และพื้นที่ต่างๆ ไฮไลต์สำคัญของงาน คือการร่วมกิจกรรมกับ “ครูแนน” อินฟลูเอนเซอร์สายเต้นชื่อดัง ซึ่งมาร่วมถ่ายทอดความรู้ สอนท่าเต้น และนำผู้เข้าร่วมสนุกไปกับ Line Dance สร้างทั้งรอยยิ้ม มิตรภาพ และแรงบันดาลใจในการออกกำลังกาย อีกหนึ่งสีสันสำคัญคือ “PRACHUAP CHALLENGE” เพลงประจำแคมเปญส่งเสริมการท่องเที่ยวของเมือง ซึ่งครูแนนได้สร้างสรรค์ท่าเต้นขึ้นเป็นพิเศษสำหรับเมืองประจวบฯ และนำผู้เข้าร่วมงานเต้นไปพร้อมกัน เปลี่ยนเพลงจากแคมเปญการท่องเที่ยวของเมือง ให้กลายเป็นพลังและความสนุกที่ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมได้

เทศบาลเมืองประจวบฯได้รับการคัดเลือกเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้นแบบส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วยอัตลักษณ์ท้องถิ่น อันดับที่ 1 ระดับภาคตะวันตก จากผลงานอัตลักษณ์ “วิถีเมืองสามอ่าว และกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์” โดยมี PRACHUAP CHALLENGE เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนและเชื่อมโยงประสบการณ์ของนักท่องเที่ยวเข้ากับเมือง การจัดมหกรรม Line Dance ครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมออกกำลังกาย แต่เป็นการนำสุขภาพ ความสุข นันทนาการและการท่องเที่ยว มาเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน พร้อมสร้างพื้นที่ให้ประชาชน นักท่องเที่ยว และเครือข่ายจากหลากหลายพื้นที่ได้พบปะและทำกิจกรรมร่วมกัน ความสำเร็จจากการมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้จำนวนมาก สะท้อนให้เห็นพลังความร่วมมือระหว่างเทศบาล เครือข่ายชมรม หน่วยงาน ภาคเอกชนและประชาชน ในการร่วมกันขับเคลื่อนเมืองประจวบฯ สู่การเป็น “เมืองน่าอยู่สำหรับคนในพื้นที่ และน่าเที่ยวสำหรับผู้มาเยือน” ผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์ที่ทุกคนมีส่วนร่วมได้.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมต.พาณิชย์ ร่วมชมละครเวทีแห่งปี “ปฏิจจสมุปบาท”

ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมต.พาณิชย์ ร่วมชมละครเวทีแห่งปี “ปฏิจจสมุปบาท”

วันที่ 5 กันยายน 2569 โรงละครวิกหัวหิน จัดการแสดงละครเวทีแห่งปี เรื่อง “ปฏิจจสมุปบาท” เป็นการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ในรอบ 25 ปี เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวหลักธรรมทางพุทธศาสนาอันลึกซึ้งให้เข้าใจง่ายและจับต้องได้ ผ่านแนวคิด “ทุกข์มีไว้ให้เห็น ไม่ได้มีไว้ให้เป็น”

โดยมี คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เดินทางมาร่วมรับชมการแสดง พร้อมด้วยแขกผู้มีเกียรติและบุคคลที่มีชื่อเสียงจากหลากหลายวงการ อาทิ คุณสุภาพรรณ พิชัยรณรงค์สงคราม ประธานกรรมการ บริษัท เรือด่วนเจ้าพระยา จำกัด และกลุ่มบริษัทสุภัทรา, คุณวรพจน์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา อดีตเอกอัครราชทูต และคุณพัชรินทร์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ภริยา, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ปนัดดา ธนสถิตย์ ประธานกรรมการ บริษัท กันตนากรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และอธิการบดีสถาบันกันตนา, คุณเปี่ยมศักดิ์ มิลินทจินดา และคุณตาบทิพย์ มิลินทจินดา บิดาและมารดาของคุณวุฒิธร มิลินทจินดา (วู้ดดี้) พร้อมด้วยคณะผู้แทนและสมาชิกจากเสถียรธรรมสถาน ที่มาร่วมรับชมและสนับสนุนการเผยแผ่ธรรมะผ่านศิลปะการแสดงในครั้งนี้

การแสดงละครเวที “ปฏิจจสมุปบาท” ถ่ายทอดอย่างเข้มข้น โดยศิลปินระดับครูและนักแสดงมากฝีมือ นำโดยครูเล็ก – ภัทราวดี มีชูธน, วู้ดดี้ – วุฒิธร มิลินทจินดา, เต้ – ปิยรัฐ กัลย์จาฤก และอมตา ปิยะวานิชย์ กำกับการแสดงโดย ดร.สิริธร ศรีชลาคม และกำกับดนตรีโดย ภัทรกร ภัทรนาวิก หลังจบการแสดง มีกิจกรรมเสวนาแลกเปลี่ยนมุมมองเพื่อสร้างความรู้และความเข้าใจในหลักธรรมร่วมกันด้วย

การหวนคืนสู่เวทีของ “ปฏิจจสมุปบาท” ในรอบ 25 ปี ไม่เพียงแต่นำเสนอคุณค่าทางจิตใจและหลักธรรมที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างเป็นรูปธรรม แต่ยังสะท้อนถึงบทบาทของโรงละครวิกหัวหินในการเป็นศูนย์กลางการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะวัฒนธรรมระดับคุณภาพของประเทศไทยอย่างยั่งยืน.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เทศบาลหัวหินทำแผนสุขภาพชุมชน นำเทคโนโลยีประยุกต์ใช้ยกระดับคุณภาพชีวิต

เทศบาลหัวหินทำแผนสุขภาพชุมชน นำเทคโนโลยีประยุกต์ใช้ยกระดับคุณภาพชีวิต

วันที่ 7 กันยายน 2569 นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน เป็นประธานเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการจัดทำแผนสุขภาพชุมชน เพื่อแก้ไขปัญหาสาธารณสุขในพื้นที่เทศบาลนครหัวหิน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ที่โรงแรมโกลเด้นซี หัวหิน อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ มี น.ส.ไพลิน กองพันธ์ รองนายกเทศมนตรี คณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำชุมชนและตัวแทนประชาชน เข้าร่วมกว่า 100 คน

นายนพพร วุฒิกุล กล่าวว่า กองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่น ได้มีการพัฒนาแนวทางการดำเนินงานแบบบูรณาการร่วมกับเครือข่ายสุขภาพ ได้แก่ โรงพยาบาลหัวหิน, โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านเขาเต่า, สถานีกาชาดหัวหินเฉลิมพระเกียรติ, ศูนย์บริการสาธารณสุข กองการแพทย์ เทศบาลนครหัวหิน ตลอดจนตัวแทนจาก 42 ชุมชน และ 8 ชมรม/ศูนย์การเรียนรู้ฯ และหน่วยบริการสาธารณสุขในเขตพื้นที่เทศบาลนครหัวหิน การอบรมครั้งนี้มุ่งเน้นการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ มาประยุกต์ใช้เป็นเครื่องมือยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการกองทุน เพื่อพัฒนาระบบบริการสุขภาพทั้งเชิงรุกและเชิงรับให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

โครงการดังกล่าว มีเป้าหมายสำคัญในการส่งเสริมและสนับสนุนการจัดบริการสาธารณสุข การป้องกันโรค ตลอดจนการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็ก ผู้สูงอายุและผู้พิการในชุมชน รวมถึงการเตรียมความพร้อมรับมือโรคระบาดหรือภัยพิบัติในพื้นที่ได้อย่างทันท่วงที โดยมีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านยุทธศาสตร์ จากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เขต 5 ราชบุรี และทีมพยาบาลวิชาชีพ ร่วมบรรยายและนำ workshop ฝึกปฏิบัติเขียนแผนงานแก้ไขปัญหาสาธารณสุขในพื้นที่จริง.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ศุลกากรประจวบฯ ผนึกกำลังฝ่ายความมั่นคง สกัดจับบุหรี่เถื่อนและสินค้าหนีภาษีได้อีกเกือบ 4 ล้านบาท

ศุลกากรประจวบฯ ผนึกกำลังฝ่ายความมั่นคง สกัดจับบุหรี่เถื่อนและสินค้าหนีภาษีได้อีกเกือบ 4 ล้านบาท

กรมศุลกากร โดยด่านศุลกากรประจวบฯ สำนักงานศุลกากรภาคที่ 1 ภายใต้การนำของนายฐิติพงศ์ คำผุย นายด่านศุลกากรประจวบฯ หลังสนธิกำลังร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงหลายภาคส่วน ทั้งสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ประจวบฯ, หน่วยเฉพาะกิจจงอางศึก (ฉก.จงอางศึก/ร.9), กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 14, พนักงานฝ่ายปกครอง, ด่านกักกันสัตว์ประจวบฯ, ประมงจังหวัด, ด่านตรวจประมงเขต 6 (ประจวบคีรีขันธ์), ด่านตรวจพืชประจวบฯ, สถานีตำรวจภูธรเมืองประจวบฯ, สถานีตำรวจภูธรห้วยยาง และด่านตรวจสัตว์ป่าประจวบฯ ยกระดับความเข้มข้นในปฏิบัติการพิทักษ์คีรีขันธ์อย่างต่อเนื่องตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลและกรมศุลกากร ในการปกป้องสังคมและระบบเศรษฐกิจจากสินค้าผิดกฎหมาย ภายใต้การสั่งการของนายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร, นายสิทธิชัย สวัสดิ์เสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ, นางกิจจาลักษณ์ ศรีนุชศาสตร์ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบสิทธิประโยชน์ทางศุลกากร และนางนิภาวรรณ ใยบัวเทศ ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรภาคที่ 1 โดยเจ้าหน้าที่ได้ระดมกำลังเข้าตรวจค้นขบวนรถไฟโดยสารสายใต้ ที่สถานีรถไฟประจวบฯ ควบคู่กับการตั้งจุดตรวจสกัดรถยนต์ขนส่งสินค้า บนเส้นทางยุทธศาสตร์ถนนเพชรเกษม และบริษัทขนส่งในเขตพื้นที่จังหวัดประจวบฯ หลังสืบทราบข้อมูลเชิงลึกว่าจะมีการลักลอบลำเลียงสินค้าหนีภาษีจากพื้นที่ภาคใต้เข้าสู่กรุงเทพมหานคร

จากการตรวจค้นเป้าหมายอย่างต่อเนื่องระหว่างวันที่ 2 – 3 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดของกลางเพิ่มเติมได้อีก ประกอบด้วย บุหรี่ต่างประเทศ จำนวน 1,622 แท่ง (ประมาณ 16,220 ซอง หรือ 324,400 มวน มูลค่าและภาษี 3,784,571 บาท), บุหรี่ไฟฟ้าและอุปกรณ์ จำนวน 18 ชิ้น (มูลค่าและภาษี 10,015 บาท) น้ำอัดลม จำนวน 744 ขวด (มูลค่าและภาษี 9,526 บาท) รวมมูลค่าของกลางและภาษีอากร ในรอบครั้งนี้ทั้งสิ้น 3,804,112 บาท เมื่อรวมผลการปฏิบัติการทั้งหมดตั้งแต่วันที่ 1 ถึง 3 กันยายน 2569 รวมมูลค่าของกลางและภาษีอากรทั้งสิ้น 8,180,382 บาท

การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิด ฐานนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร ตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2560 และพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2560 เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมด พร้อมควบคุมตัวผู้เกี่ยวข้องและยานพาหนะส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเร่งสืบสวนขยายผลหาเครือข่ายขบวนการผู้ร่วมกระทำผิดต่อไป

ทั้งนี้ นายฐิติพงศ์ คำผุย นายด่านศุลกากรประจวบคีรีขันธ์ ได้เน้นย้ำว่า ด่านศุลกากรจะยังคงเดินหน้าบูรณาการร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงทุกภาคส่วนอย่างเข้มงวด เพื่อเพิ่มความระมัดระวังและเฝ้าระวังจุดเสี่ยง ตลอดจนเส้นทางลำเลียงต่างๆ ทั้งทางบก ทางราง และระบบโลจิสติกส์ขนส่ง เพื่อสกัดกั้นสินค้าผิดกฎหมายไม่ให้เล็ดลอดออกไปส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนและระบบเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างเด็ดขาด.

พันธุ์พงษ์ โพธิ์จินดา…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

“ผบช.ภ.7” ประชุมสัญจรคณะที่ปรึกษาฯ และติดตามการบริหารงานตำรวจ พร้อมสร้างเครือข่ายความร่วมมือ

“ผบช.ภ.7” ประชุมสัญจรคณะที่ปรึกษาฯ และติดตามการบริหารงานตำรวจ พร้อมสร้างเครือข่ายความร่วมมือ

วันที่ 4 กันยายน 2569 พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภาค 7 ในฐานะประธานคณะที่ปรึกษาภาค 7 เป็นประธานประชุมคณะที่ปรึกษาตำรวจภูธรภาค 7 ด้านการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ ครั้งที่ 4/2569 (สัญจร) ณ ห้องบอลรูม โรงแรมอมารี หัวหิน จ.ประจวบฯ พร้อมด้วย พล.ต.ต.อุทัย กวินเดชาธร รอง ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.อาทร ชิ้นทอง ผบก.ภ.จ.ประจวบฯ นายทวีสิน พัฒนาภิรัส ประธานสภา อบจ.ประจวบฯ พ.ต.อ.เสมอ อยู่สำราญ ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีนครหัวหิน นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ ข้าราชการตำรวจ และคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจภาคประชาชนในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 7 เข้าร่วมประชุม เพื่อรับทราบบทบาท อำนาจหน้าที่ของคณะที่ปรึกษาในการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานของตำรวจ ตลอดจนร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการปฏิบัติงานระหว่างหน่วยงานต่างๆ

ทั้งนี้ในที่ประชุมได้นำเสนอวิดีทัศน์ผลการปฏิบัติงานของตำรวจภาค 7 และโครงการสำคัญของตำรวจภูธรจังหวัดประจวบฯ ที่ได้ดำเนินงานร่วมกับ กต.ตร. เช่น โครงการ”ครอบครัวตำรวจเราไม่ทิ้งกัน” รวมถึงคดีที่น่าสนใจในห้วงเดือน ก.ค. – ส.ค. ที่ผ่านมา พร้อมกันนี้ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ได้กล่าวขอบคุณคณะที่ปรึกษาทุกภาคส่วน ที่ให้ความร่วมมือเข้ามามีส่วนร่วมในการสนับสนุนการทำงานของตำรวจภูธรภาค 7 ซึ่งจะช่วยให้การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และบรรลุตามวัตถุประสงค์ในการดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชน.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เทศบาลนครหัวหินยกระดับผู้ประกอบการ “หัวหินปลอดภัย นักท่องเที่ยวอุ่นใจ” ได้มาตรฐานด้านสาธารณสุข

เทศบาลนครหัวหินยกระดับผู้ประกอบการ “หัวหินปลอดภัย นักท่องเที่ยวอุ่นใจ” ได้มาตรฐานด้านสาธารณสุข

วันที่ 4 กันยายน 2569 นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน เป็นประธานเปิดโครงการอบรมหลักสูตร “การพัฒนาเครือข่ายการป้องกันและควบคุมโรคติดต่อในกลุ่มสถานประกอบการที่พักอาศัยชั่วคราว (โรงแรม รีสอร์ทและบ้านพัก)” ภายใต้แนวคิด “หัวหินปลอดภัย นักท่องเที่ยวอุ่นใจ” ที่โรงแรมหัวหินแกรนด์ โฮเทลแอนด์พลาซ่า จ.ประจวบฯ จัดโดยงานป้องกันและควบุคมโรคติดต่อ กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลนครหัวหิน มีนายจีรวัฒน์ พราหมณี ปลัดเทศบาล รองปลัดเทศบาล คณะผู้บริหารเทศบาลให้การต้อนรับ พร้อมด้วยผู้ประกอบการ ผู้แทนโรงแรม รีสอร์ท บ้านพัก และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องรวม 100 คนเข้าร่วมโครงการ โดยมีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากโรงพยาบาลหัวหิน มาถ่ายทอดความรู้และแนวทางการปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและควบคุมโรคติดต่อ

นายนพพร วุฒิกุล กล่าวว่า หัวหินเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวระดับประเทศและระดับโลกที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง การเติบโตทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวเป็นหัวใจสำคัญอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตาม บทเรียนจากการแพร่ระบาดของโรคติดต่ออุบัติใหม่และอุบัติซ้ำที่ผ่านมา ทำให้เราเห็นชัดเจนว่าความมั่นคงด้านสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม คือรากฐานที่ขาดไม่ได้ในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว จึงจำเป็นต้องอาศัยพลังความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะผู้ประกอบการโรงแรม รีสอร์ทและบ้านพัก ซึ่งเป็นด่านแรกในการต้อนรับผู้มาเยือน การจัดอบรมในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความรู้และพัฒนาระบบเฝ้าระวังโรคอุบัติใหม่และโรคอุบัติซ้ำ อาทิ โรคติดเชื้ออีโบล่า, โรคลิเจียนแนร์, โรคติดเชื้อไวรัสโคโนนา, โรคไข้หวัดนก, โควิด-19 และโรคซาร์ ตลอดจนร่วมกันพัฒนาระบบการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคในสถานบริการที่พักอาศัยชั่วคราวในพื้นที่ท่องเที่ยว พร้อมทั้งกำหนดมาตรการและแนวปฏิบัติ Standard Operating Procedure หรือ SOP ที่ถูกต้อง นำความรู้เรื่องการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคไปประยุกต์ใช้เป็น SOP ของสถานประกอบการ เพื่อให้บุคลากรปฏิบัติได้ถูกต้องเมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน สร้างเครือข่ายความร่วมมือ แลกเปลี่ยนข้อมูลและการสื่อสารที่รวดเร็วระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชนและเครือข่ายผู้ประกอบการ เพื่อให้หัวหินพร้อมรับมือทุกสถานการณ์

นอกจากนี้ ยังมุ่งยกระดับมาตรฐานด้านอนามัยและสิ่งแวดล้อมของสถานประกอบการให้มีคุณภาพ สะอาด และปลอดภัย เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานด้านสาธารณสุข เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ พร้อมทั้งสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคสาธารณสุข และผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว อันจะนำไปสู่การยกระดับหัวหินให้เป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีความปลอดภัยและยั่งยืนต่อไป.