Categories
ข่าว ทั้งหมด

สามร้อยยอดสืบสานประเพณีบุญ “ล่องแพ แห่พระ บ้านป่าหมาก” ครั้งที่ 12 วันออกพรรษา

สามร้อยยอดสืบสานประเพณีบุญ “ล่องแพ แห่พระ บ้านป่าหมาก” ครั้งที่ 12 วันออกพรรษา

วันที่ 31 ตุลาคม 2569 นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายก อบจ.ประจวบฯ เป็นประธานเปิดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์วัฒนธรรม ธรรมชาติ วิถีชุมชน งานประเพณีบุญ “ล่องแพ แห่พระ บ้านป่าหมาก”ครั้งที่ 12 ที่บ้านป่าหมาก หมู่ 8 ต.ศาลาลัย อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบฯ เนื่องในวันออกพรรษาของชุมชนบ้านป่าหมาก (ชุมชนชาวปกาเกอะญอ) มี น.ส.วันซัยนาอ์ วัฒนาวงศาน วัฒนธรรมจังหวัดประจวบฯ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นักท่องเที่ยว และชาวบ้านส่วนใหญ่เชื้อสายกะเหรี่ยง หรือปกาเกอะญอ แต่งกายชุดประจำเผ่ามาร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง โดยในช่วงเช้ามีพิธีสงฆ์ทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง จากนั้นเป็นการนำพระพุทธรูปปางนาคปรก ขึ้นบนแพ พร้อมด้วยคณะสงฆ์วัดป่าช้างขาวและชาวบ้านถ่อแพไปตามลำห้วยระยะทาง 100 เมตร เพื่อให้ชาวบ้านได้กราบไหว้สักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล ขอให้หมู่บ้านมีความร่มเย็นเป็นสุข ส่วนในช่วงบ่ายมีการละเล่นพื้นบ้านต่างๆ เพื่อเป็นการสร้างความสนุกสนานและความสามัคคีของชุมชนอีกด้วย

ประเพณีบุญ “ล่องแพแห่พระ บ้านป่าหมาก” เป็นกิจกรรมที่สะท้อนถึงวิถีชีวิต วัฒนธรรม และความศรัทธาทางพระพุทธศาสนาของชุมชน โดยมีการจัดขบวนแพแห่พระทางน้ำท่ามกลางธรรมชาติ เปิดโอกาสให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ร่วมสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล พร้อมร่วมสืบสานประเพณีท้องถิ่น อนุรักษ์อัตลักษณ์ชุมชน และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สร้างรายได้และความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนบ้านป่าหมากอย่างยั่งยืน และยังสะท้อนถึงจิตวิญญาณของพี่น้องชาวปกาเกอะญอที่ผูกพันกับสายน้ำและมีความเลื่อมใส่ในพระพุทธศาสนาอย่างลึกซึ้ง.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เทศบาลหัวหินเปิดปฏิบัติการรื้ออาคารรุกหาดหลังแรกฉลุย เตรียมลุยต่อหลังที่เหลือให้ทัน 120 วัน

เทศบาลหัวหินเปิดปฏิบัติการรื้ออาคารรุกหาดหลังแรกฉลุย เตรียมลุยต่อหลังที่เหลือให้ทัน 120 วัน

วันที่ 31 ตุลาคม 2569 นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน จ.ประจวบฯ เปิดเผยภายหลังร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง นำเครื่องจักรกลลงพื้นที่บริเวณถนนนเรศดำริห์ ตั้งแต่สะพานปลาหัวหินถึงศาลเจ้าแม่ทับทิม เพื่อเตรียมการรื้อถอนอาคารที่บุกรุกหาด จำนวน 15 หลัง ตามคำสั่งศาลปกครองสูงสุดเมื่อปี 2562 โดยก่อนรื้อถอนได้ทำการพูดคุยกับเจ้าอาคารให้ทราบก่อนล่วงหน้า ส่วนหลังอื่นๆ ที่เพิกเฉยปิดล๊อกประตูบ้าน ได้ให้นิติกรปิดหนังสือหน้าบ้านแจ้งให้ทราบว่าเทศบาลจะเข้าทำการรื้อถอนตามวันที่กำหนด หากอาคารมีการปิดล็อคกุญแจ หรือมีสิ่งปิดกั้นทางเข้าออก อันเป็นอุปสรรคต่อการเข้าดำเนินการรื้อถอน เจ้าพนักงานจะทำการตัดกุญแจ หรือกระทำการใดๆ ตามสมควรแก่พฤติการณ์ เพื่อเข้ารื้อถอนอาคารจนกว่าจะแล้วเสร็จต่อไป

นายนพพร วุฒิกุล กล่าวว่าต่ออีกว่า หลังจากลงพื้นที่ ได้มีเจ้าของบ้านเลขที่ 23 แจ้งความประสงค์ยอมให้เทศบาลรื้อถอน ซึ่งถือเป็นอาคารนำร่องของปฏิบัติการครั้งนี้ ขณะนี้รื้อถอนไปแล้วกว่า 70 % ต้องขอบคุณเจ้าของบ้านด้วยที่ให้ความร่วมมือดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมกันนี้เทศบาลได้นำเครื่องจักรกลเข้าปรับปรุงภูมิทัศน์พื้นที่สาธารณะ ที่ก่อนหน้านี้ยอมรื้อถอนอาคาร แต่พื้นบ้านยังคงอยู่ได้ดำเนินการรื้อถอนพื้นออกให้สวยงามสะอาดตา ส่วนตรงข้างร้านชาวเล ที่เป็นทางลงหาดสาธารณะ ไม่กระทบตัวอาคาร ก็จะไปคืนพื้นที่เพื่อให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน โดยเจ้าหน้าที่นิติกรได้จัดทำทะเบียนคุมทรัพย์สินที่ทำการรื้อถอนทุกชิ้น ก่อนนำไปจัดเก็บในที่ปลอดภัยที่ศูนย์จักรกลซอยหัวหิน 102 เพื่อให้เจ้าของมาติดต่อรับคืนภายใน 30 วัน หากถึงกำหนดไม่มีการติดต่อขอรับคืน เทศบาลจะดำเนินการขายทอดตลาดทรัพย์สินตามระเบียบฯ

“หลังจากนี้เทศบาลจะเข้าดำเนินการรื้อถอนบ้านที่เจ้าของยินยอมไปเรื่อยๆ พร้อมแจ้งให้หลังอื่นได้ทราบว่าเทศบาลจะเข้าดำเนินการเมื่อไร อย่างไร ตามที่เราได้กำหนดไว้ โดยวันที่ 13 พฤศจิกายนนี้ จะเข้าดำเนินการบ้านเลขที่ 5 และวันที่ 20 พฤศจิกายน จะดำเนินการบ้านเลขที่ 7 และหลังอื่นๆ ให้ครบทันตามกำหนดเวลา 120 วัน ทั้งนี้ เทศบาลนครหัวหินขอแจ้งว่าได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายที่ศาลปกครองสูงสุด ได้ให้อำนาจว่าเทศบาลออกคำสั่งโดยชอบแล้ว ให้ปฏิบัติตามได้” นายนพพร กล่าวตอนท้าย.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เทศบาลนครหัวหินนำเครื่องจักรกลลงพื้นที่ ดีเดย์ รื้อจริงอาคารดื้อแพ่งบุกรุกหาด

เทศบาลนครหัวหินนำเครื่องจักรกลลงพื้นที่ ดีเดย์ รื้อจริงอาคารดื้อแพ่งบุกรุกหาด

วันที่ 30 ตุลาคม 2569 นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน จ.ประจวบฯ พร้อมด้วยรองนายกเทศมนตรี นิติกร เทศกิจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำการปิดถนนนเรศดำริห์ เพื่อนำเครื่องจักรกลลงพื้นที่ตั้งแต่สะพานปลาหัวหินถึงศาลเจ้าแม่ทับทิม เพื่อเตรียมแนวทางในการรื้อถอนอาคารที่บุกรุกหาด จำนวน 15 หลัง ตามคำสั่งศาลปกครองสูงสุด ท่ามกลางความสนใจของประชาชนนักท่องเที่ยวจำนวนมาก โดยเจ้าหน้าที่ได้ทำการพูดคุยกับเจ้าอาคารให้ทราบ ส่วนอีกหลายหลังปิดประตูบ้าน เจ้าหน้าที่จึงทำการปิดหนังสือแจ้งให้ทราบว่าเทศบาลจะเข้าดำเนินการรื้อถอนจริง

นายนพพร วุฒิกุล กล่าวว่า วันนี้เราดำเนินการติดป้ายเตือนบ้านที่ปิดประตูล็อกกุญแจ แจ้งให้ทราบว่าเราจะเข้าดำเนินการรื้อถอนเมื่อไหร่ ถ้าถึงเวลา หากท่านไม่รื้อถอน ไม่ให้ความสะดวก เราจะตัดกุญแจหรือกระทำการสิ่งใดก็แล้วแต่ เพื่อให้เข้าถึงการรื้อถอนได้สะดวกขึ้น ในวันนี้มีหนึ่งหลังที่เจ้าของยอมเปิดประตูเพื่อเตรียมการรื้อถอนแล้ว ต้องขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ ที่ให้ความร่วมมือตามกฎหมาย ถือว่าเป็นการรื้อหลังแรก พร้อมกันนี้เทศบาลได้นำเครื่องจักรกลเข้าปรับปรุงภูมิทัศน์พื้นที่อาคารที่ก่อนหน้านี้ยอมรื้อถอนไปแล้ว แต่พื้นบ้านยังคงอยู่ จึงได้ดำเนินการรื้อถอนพื้นออกให้สวยงามสะอาดตา ส่วนตรงข้างร้านชาวเล จะเป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่เป็นทางลงหาด ไม่กระทบตัวอาคาร ก็จะไปคืนพื้นที่เพื่อให้เป็นสาธารณสมบัติได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน หลังจากนี้เทศบาลจะเข้าดำเนินการรื้อถอนบ้านที่เจ้าของยินยอมไปเรื่อยๆ พร้อมแจ้งให้หลังอื่นได้ทราบว่าเทศบาลจะเข้าดำเนินการเมื่อไร อย่างไร ตามที่กำหนดเวลาไว้ 120 วัน ส่วนเรื่องที่ชาวบ้านบุกรุกจะร้องศาลแพ่ง ตอนนี้เรายังไม่ทราบรายละเอียดว่าผลพิพากษาที่เขาไปยื่นไว้แล้ว อุทธรณ์ไว้แล้วจะมีผลอย่างไร อย่างไรก็ตามเทศบาล จะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายที่ศาลปกครองสูงสุงได้ให้อำนาจว่าเทศบาลออกคำสั่งโดยชอบแล้วให้ปฏิบัติตามได้ครับ.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

สลด ! หญิงวัย 44 ปี ถูกกระแสน้ำพัดสูญหาย ทีมกู้ภัยเร่งค้นหาร่าง แต่เสียชีวิต

สลด ! หญิงวัย 44 ปี ถูกกระแสน้ำพัดสูญหาย ทีมกู้ภัยเร่งค้นหาร่าง แต่เสียชีวิต

วันที่ 29 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานเกิดเหตุสลดในพื้นที่อำเภอบางสะพาน จ.ประจวบฯ หลังจากที่มีผู้หญิงถูกกระแสน้ำพัดสูญหายขณะเดินทางกลับบ้าน ท่ามกลางสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมในพื้นที่ ต่อมาทีมปฏิบัติการสมาคมประจวบฯ ต้องรอดไปด้วยกัน ร่วมกับมูลนิธิสว่างราษฎร์ศรัทธาธรรมสถาน และสมาคมกู้ภัยบางสะพานน้อยกุศลสงเคราะห์ ระดมกำลังเข้าค้นหาผู้สูญหายอย่างเร่งด่วน ทราบชื่อผู้สูญหายว่า น.ส.ทัศนีย์ อายุ 44 ปี ชาวบางสะพาน โดยเจ้าหน้าที่วางระบบเชือก จัดกำลังค้นหาทางภาคพื้นดิน พร้อมนำเรือกู้ภัยเร่งตรวจหาในพื้นที่ ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง จึงพบร่างผู้สูญหายอยู่ในน้ำ ก่อนนำขึ้นจากน้ำและนำส่งโรงพยาบาลบางสะพาน มอบให้ญาตินำไปดำเนินการตามศาสนาต่อไป

ต่อมา นางอภิญญา เอี่ยมอำภา รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัด พร้อมด้วยพันจ่าเอกพัณณ์ภัสส์ สิทธิศักดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด พันจ่าเอกหญิงดนุภา สิทธิศักดิ์ รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัด สมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดประจวบฯ นายธนวัฒน์ เรืองเดช รักษาการหัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด นางพัชราภรณ์ ชุมสุข ประชาสัมพันธ์จังหวัด นายนิมิต วงษ์จินดา นายอำเภอบางสะพาน นางสมพิศ ศรีคำแหง พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่อำเภอบางสะพาน เยี่ยมให้กำลังใจและมอบสิ่งของอุปโภคบริโภคให้แก่ครอบครัว น.ส.ทัศนีย์ ที่เสียชีวิตจากเหตุอุทกภัย จากนั้นลงพื้นที่ศูนย์พักพิงร่วมใจอุ่นไอรัก ต.พงศ์ประศาสน์ มอบถุงยังชีพบรรเทาความเดือดร้อนและให้กำลังผู้ประสบภัยที่อาศัยอยู่ภายในศูนย์พักพิง ล่าสุดสถานการณ์น้ำในพื้นที่เข้าสู่สภาวะปกติแล้ว.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

แถลงข่าว“มหกรรมกีฬาจตุรมิตรหัวหิน ครั้งที่ 14” ผสานพลัง 4 สถาบัน มุ่งพัฒนาเยาวชน เสริมสร้างความสามัคคี

แถลงข่าว“มหกรรมกีฬาจตุรมิตรหัวหิน ครั้งที่ 14” ผสานพลัง 4 สถาบัน มุ่งพัฒนาเยาวชน เสริมสร้างความสามัคคี

วันที่ 30 ตุลาคม 2569 พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ ทองงามตระกูล นายกสมาคมกีฬาหัวหิน เป็นประธานแถลงข่าวการแข่งขัน “มหกรรมกีฬาจตุรมิตรหัวหิน ครั้งที่ 14” ประจำปี 2569 ที่ห้องประชุมเทเรซา โรงเรียนหัวหินวิทยาลัย อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ มี น.ส.บุษบา โชคสุชาติ รองนายกเทศมนตรีนครหัวหิน, บาทหลวงณัฐวุฒิ กิจสวัสดิ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนหัวหินวิทยาลัย, นายปิยะพงษ์ นิลเถื่อน รองผู้อำนวยการโรงเรียนหัวหิน, นายธีระพล เข่งวา รองผู้อำนวยการโรงเรียนวังไกลกังวล ในพระบรมราชูปถัมภ์, นางรุจิรดา เวทยนุกูล รองผู้อำนวยการโรงเรียนหัวหินวิทยาคม, นายรังสรรค์ บุญแท้ นายกสมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนหัวหินวิทยาลัย, นายศิรพันธ์ กมลปราโมทย์ นายกสมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนหัวหิน, พล.ต.ท.ณรงรัตน์ พิชัยณรงค์ ผู้แทนสมาคมนักเรียนเก่าโรงเรียนวังไกลกังวล ในพระบรมราชูปถัมภ์, นายบุญนำ เลาหสถิตย์ ตัวแทนสมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนหัวหินวิทยาคม, ผู้แทนสมาคมศิษย์เก่าทั้ง 4 สถาบัน, คณะกรรมการจัดการแข่งขัน และสื่อมวลชนเข้าร่วม

พล.ต.ท. ดำรงศักดิ์ ทองงามตระกูล กล่าวว่า สมาคมกีฬาหัวหิน ได้รับความร่วมมือจาก 4 สถาบันการศึกษาในเขตอำเภอหัวหิน ได้แก่ โรงเรียนหัวหินวิทยาคม โรงเรียนหัวหินวิทยาลัย โรงเรียนหัวหินและโรงเรียนวังไกลกังวลในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดการแข่งขันกีฬาประเพณี มหกรรมกีฬาจตุมิตรหัวหิน ขึ้นทุกปี ตั้งแต่ พ.ศ.2553 เป็นต้นมา ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 14 ประจำปี พ.ศ.2569 เพื่อพัฒนาเยาวชนด้านการกีฬาและนำพาศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันของสถาบันการศึกษาทั้ง 4 สถาบัน ให้มีความปรองดองสามัคคีที่ดีต่อกัน โดยเน้นกลุ่มนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายของทั้ง 4 สถาบัน ซึ่งกำลังจะเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ ทางสมาคมฯ คาดหวังว่าจะสามารถสร้างความผูกพันกับสถาบันการศึกษาต่างๆ ในกลุ่มจตุมิตร เพื่อจะสานประโยชน์ในภายภาคหน้าได้

นอกจากนี้สมาคมฯ ยังมุ่งสร้างเสริมความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกลุ่มเยาวชนด้วยกัน แต่อยู่ต่างสถาบัน ให้รู้จักเพื่อนมีความสามัคคีปรองดอง หาเป้าหมายชีวิตที่ชัดเจน ไม่ข้องเกี่ยวกับอาชญากรรมทุกรูปแบบ และจะถือเป็นการคัดเลือกเยาวชนคนเก่งของแต่ละสถาบันอีกทางหนึ่งด้วย

ด้านบาทหลวงณัฐวุฒิ กิจสวัสดิ์ กล่าวถึงความพร้อมและแนวทางการดำเนินงานในการจัดการแข่งขันครั้งนี้ ประเภทกีฬาที่จัดแข่งขัน ประกอบด้วย ฟุตบอลศิษย์เก่า, ฟุตบอลศิษย์ปัจจุบัน, วอลเลย์บอลนักเรียน, วอลเลย์บอลครู, บาสเกตบอลทั่วไป และกีฬาอีสปอร์ต (ROV) จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2-11 พฤศจิกายนนี้ กำหนดพิธีเปิดการแข่งขันอย่างเป็นทางการในวันจันทร์ที่ 2 พฤศจิกายน 2569 ณ สนามกีฬาฟุตบอลเทศบาลนครหัวหิน (ชุมชนบ้านเขาตะเกียบ) โดยเริ่มตั้งขบวนพาเหรดบริเวณศาลาแปดเหลี่ยม ตั้งแต่เวลา 12.30 น. ก่อนจะเคลื่อนขบวนเข้าสู่สนามเวลา 13.00 น. จากนั้นชมการแสดงจากนักเรียนโรงเรียนหัวหินวิทยาลัย และปิดท้ายด้วยการแข่งขันฟุตบอลศิษย์ปัจจุบัน คู่เปิดสนาม เวลา 14.30 น.

โรงเรียนหัวหินวิทยาลัยในฐานะเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ได้เตรียมความพร้อมทุกด้าน ทั้งสถานที่ สนามแข่งขัน การดำเนินงาน การประสานงาน และระบบดูแลความปลอดภัย เพื่อให้การจัดการแข่งขันดำเนินไปอย่างเรียบร้อย ยุติธรรม และสมเกียรติ พร้อมเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างคณะครู นักเรียน ศิษย์เก่า ผู้ปกครอง และชุมชนหัวหินให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ฝนตกหนักต่อเนื่อง ประจวบฯ มวลน้ำจากเขาตะนาวศรีไหลลงเพิ่ม ท่วมพื้นที่การเกษตร

ฝนตกหนักต่อเนื่อง ประจวบฯ มวลน้ำจากเขาตะนาวศรีไหลลงเพิ่ม ท่วมพื้นที่การเกษตร

วันที่ 29 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่ช่วงบ่ายเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม มีฝนตกหนักต่อเนื่องครอบคลุมหลายพื้นที่ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตั้งแต่อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์, อ.ทับสะแก, อ.บางสะพาน และอ.บางสะพานน้อย มวลน้ำจากเทือกเขาตะนาวศรีไหลลงสู่พื้นที่ราบ ทำให้น้ำเริ่มเอ่อล้นเข้าท่วมพืชสวน ไร่นา และพื้นที่การเกษตรของชาวบ้าน ถนนภายในหมู่บ้านบางสายได้รับผลกระทบ ไม่สามารถสัญจรผ่านได้ ส่วนถนนเพชรเกษมยังคงใช้งานได้ตามปกติ

ขณะที่ฝนยังคงตกหนักต่อเนื่อง และคาดว่าคืนนี้ฝนจะยังคงตกหนักต่อไป ส่งผลให้ระดับน้ำมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอีก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนทุกพื้นที่ต้องเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ที่อำเภอบางสะพานน้อย หลังจากฝนตกหนักช่วงเวลา 06.00 – 08.00 น. ทำให้น้ำล้นสปิลเวย์ไหลลงสู่คลองช้างแรก และล้นตลิ่งเข้าท่วมสวนปาล์ม สวนมะพร้าว สวนยางพารา รวมถึงบ้านเรือนประชาชน

นายธิระวัฒน์ สุดจันทร์ นายก อบต.ช้างแรก เปิดเผยว่า ขณะนี้มวลน้ำจำนวนมาก จากเทือกเขาตะนาวศรีกำลังไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำเพิ่มเติม พื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังได้แก่ ต.ปากแพรก และ ต.บางสะพาน โดยเฉพาะเขตเทศบาลตำบลบางสะพาน อาจประสบปัญหาน้ำท่วมสูง จึงแนะนำให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยง รีบเก็บของมีค่าย้ายขึ้นที่สูง และนำสัตว์เลี้ยงไปไว้ในที่ปลอดภัย ปัจจุบันมีน้ำท่วมขังบริเวณ ช่วงหน้าโรงเรียนบ้านบางสะพานน้อย, หน้าไปรษณีย์บางสะพานน้อย และบ้านเรือนหมู่ 6 ต.บางสะพานน้อย

ที่อำเภอทับสะแก ฝนตกหนักต่อเนื่องตลอดทั้งคืน น้ำท่วมขังถนนบางสายภายในหมู่บ้าน และมวลน้ำจากเทือกเขาตะนาวศรีได้ไหลเข้ามาเต็มคลองต่างๆ แล้ว คาดว่าคืนนี้ฝนจะยังคงตกหนักต่อเนื่อง ทำให้ระดับน้ำมีแนวโน้มสูงขึ้นอีก ขอให้ประชาชนเฝ้าระวังและเตรียมพร้อมรับสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ล่าสุด นายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ พร้อมด้วยหัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด, ประชาสัมพันธ์จังหวัด, นายอำเภอบางสะพาน, หัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ำและปรับปรุงระบบชลประทาน รวมถึงผู้นำท้องที่และท้องถิ่น ได้ลงพื้นที่บริเวณคลองลัด ต.พงศ์ประศาสน์ อ.บางสะพาน เพื่อติดตามสถานการณ์ ประเมินระดับน้ำ และตรวจสอบผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชน พร้อมเตรียมความพร้อมให้ความช่วยเหลือทันที หากได้รับผลกระทบ
ขอให้พี่น้องประชาชนติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เตรียมความพร้อม และระมัดระวังอันตราย หลีกเลี่ยงการผ่านเส้นทางที่มีน้ำท่วมขัง หากมีความจำเป็นต้องเดินทาง ขอให้ใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ.

ณัฐธภพ พันสาย…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เทศบาลนครหัวหินเตรียมเข้ารื้อถอนอาคารที่บุกรุกหาด วอนชาวบ้านให้ความร่วมมือ อย่าขัดขวาง

เทศบาลนครหัวหินเตรียมเข้ารื้อถอนอาคารที่บุกรุกหาด วอนชาวบ้านให้ความร่วมมือ อย่าขัดขวาง

วันที่ 29 ตุลาคม 2569 นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน จ.ประจวบฯ เปิดเผยภายหลังประชุมร่วมกับนายเกียรติพงษ์ พลสุวรรณ ปลัดอำเภอหัวหิน คณะผู้บริหารเทศบาล และหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องที่ห้องประชุมชั้น 3 สำนักงานเทศบาลนครหัวหิน เพื่อเตรียมแนวทางการรื้อถอนอาคารที่บุกรุกหาดหัวหิน จำนวน 15 หลังตั้งแต่สะพานปลาหัวหินจนถึงศาลเจ้าแม่ทับทิม ภายในระยะเวลาดำเนินการ 120 วัน ตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม 2569 – มกราคม 2570 โดยที่ผ่านมาเทศบาลนครหัวหินได้ลงพื้นที่หลายครั้ง พร้อมทั้งให้นิติกรชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของหน่วยงาน กฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง และขั้นตอนการดำเนินงาน ตั้งแต่การเจรจากับผู้เกี่ยวข้อง การแจ้งให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง ตลอดจนการดำเนินการตามคำสั่งศาลที่ถึงที่สุด ซึ่งเทศบาลมีหน้าที่ดำเนินการตามกระบวนการที่กฎหมายกำหนด ไม่สามารถละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ได้

นายนพพร วุฒิกุล กล่าวว่า การประชุมในวันนี้ได้วางแนวทางร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยขั้นตอนต่อไป จะนำเครื่องจักรลงพื้นที่ปรับปรุงที่สาธารณประโยชน์ที่มีการรื้อถอนไปแล้ว ตั้งแต่สะพานปลาไปทางศาลเจ้าแม่ทับทิม ให้สวยงามสะอาดตา เพื่อให้ประชาชนได้ใช้ร่วมกัน ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ ที่ผู้รับจ้างต้องดำเนินการ จากนั้นเทศบาลจะให้นิติกรรวบรวมข้อมูลเพื่อดำเนินคดีอาญากับผู้ที่บุกรุก ทั้ง 26 ราย แบ่งเป็นของเทศบาลรับผิดชอบ 15 ราย และของกรมเจ้าท่า 11 ราย ส่วนของไฟฟ้าและประปาจะดำเนินการโดยแจ้งขั้นตอนต่างๆ ให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่รับทราบเมื่อครบกำหนดแล้วจะดำเนินการควบคู่กันไปกับการรื้อถอน

การดำเนินการตอนนี้ใช้กฎหมายเป็นหลักตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด ที่ระบุว่าคำสั่งเทศบาล ค.4 ห้ามใช้อาคาร และ ร.ค.25 ให้รื้อถอนอาคารนั้นชอบแล้ว หากการรื้อถอนมีการขัดขวางหรือใช้ความรุนแรง เทศบาลจะถ่ายคลิปไว้เป็นหลักฐานและแจ้งเตือนให้ทราบว่าท่านกำลังกระทำผิดกฎหมายอยู่ และจะรวบรวมข้อมูลส่งฟ้องศาลออกหมายจับต่อไป ส่วนการดำเนินการจะมีขั้นตอนแจ้งให้ทราบครั้งแรกให้เวลา 5 นาที ไม่ให้ขัดขวาง อีก 5 นาทีต่อมาจะเข้าพื้นที่ใหม่ หากยังเจอคนขัดขวางอยู่ จะแจ้งให้ทราบว่าเป็นความผิดครั้งที่ 2 และจะเตือนสูงสุดถึง 3 ครั้งในแต่ละวันที่ลงพื้นที่ “อยากขอให้ชาวบ้านในพื้นที่ดังกล่าว อย่าได้ขัดขวางทางเทศบาล เพราะเราไม่อยากดำเนินคดีให้ศาลออกหมายจับ โดยเทศบาลจะดำเนินการในสัปดาห์หน้า ตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันศุกร์และต่อเนื่องไปทุกวัน จนกว่าจะรื้อถอนแล้วเสร็จ“ นายนพพร กล่าว.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผอ.รพ.หัวหิน ชี้แจงกรณีขาดแพทย์เฉพาะทาง ส่งผลกระทบการรักษาผู้เจ็บป่วยจำนวนมากที่มาใช้บริการ

ผอ.รพ.หัวหิน ชี้แจงกรณีขาดแพทย์เฉพาะทาง ส่งผลกระทบการรักษาผู้เจ็บป่วยจำนวนมากที่มาใช้บริการ

จากกรณีที่มีข่าวเผยแพร่ในสื่อโซเชียล รวมถึงมีผู้ร้องเรียนมายังสื่อมวลชน เรื่องการใช้บริการที่โรงพยาบาลหัวหิน จ.ประจวบฯ มีบุคลากรด้านการแพทย์ โดยเฉพาะแพทย์เฉพาะทางไม่เพียงพอ ทำให้ไม่ได้รับความสะดวกและเกิดความล่าช้าในการรักษาผู้เจ็บป่วยที่มาใช้บริการในแต่วันที่มีจำนวนมาก

วันที่ 29 ตุลาคม 2569 นพ.จิตตรัตน์ เตชวุฒิพร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลหัวหิน ได้เปิดเผยสาเหตุและยอมรับว่าในช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมา มีแพทย์บางแผนกไม่เพียงพอจริง เนื่องจากมีแพทย์ไปศึกษาต่อและมีที่ใช้ทุนครบแล้ว ทั้งนี้ โรงพยาบาลได้รับทุนเพื่อศึกษาต่อเพิ่มขึ้นและมีแผนระยะยาว ให้แพทย์ทยอยกลับมาปฏิบัติงานจนครบตามกำหนดในปี 2573 ส่วนการดำเนินงานของโรงพยาบาลหัวหินและทางสาธารณสุขจังหวัดนั้น ไม่ได้มีปัญหาหรือข้อขัดแย้งเกี่ยวกับการลาออกของบุคลากร อีกทั้งผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ และผู้บริหารได้ตรวจสอบความจำเป็นแล้ว รวมถึงการที่โรงพยาบาลหัวหินให้บริการครอบคลุมทั้งในและนอกเขตจังหวัด โดยมีการส่งแพทย์เฉพาะทางไปช่วยตรวจในเครือข่าย เช่น แพทย์โรคไตไปตรวจที่โรงพยาบาลบางสะพานและปราณบุรี เดือนละ 2 ครั้ง รวมถึงการส่งแพทย์โรคตาและกลุ่มจิตเวชมีการออกตรวจในพื้นที่เครือข่ายอย่างต่อเนื่อง

ด้าน พญ.พัชราภรณ์ มาลีเวช รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ รพ.หัวหิน ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ในปีงบประมาณ 2569 มีแพทย์ขอลาออก จำนวน 6 คน จากจำนวน 102 คน คิดเป็นร้อยละ 5.8 ขณะที่ปีงบประมาณ 2570 ลาออก จำนวน 4 คน จาก 96 คน คิดเป็นร้อยละ 4.2 ซึ่งเหตุผลหลักในการลาออกคือ เพื่อไปดูแลครอบครัว, ใช้ทุนครบแล้ว และย้ายกลับภูมิลำเนา ส่วนในด้านการบริหารจัดการแพทย์เฉพาะทาง โรงพยาบาลมีแผนผลิตและรับแพทย์กลับมาปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2570 จะมีแพทย์เฉพาะทางกลับมา 12 คน และบวกทุนเขตอีกไม่ต่ำกว่า 5 คน รวมเป็นประมาณ 17 – 18 คน ส่วนปี 2571 จะมีแพทย์เฉพาะทางกลับมา 5 คน และแพทย์ศึกษาต่อยอดอีก 2 คน สำหรับแผนกหู คอ จมูก (ENT) มีแพทย์อยู่ในแผนการศึกษาต่อยอดรวม 5 คน ซึ่งคาดว่าจะกลับมาครบภายในปี 2573

“ระหว่างนี้หากมีแพทย์อิสระ (Freelance) แสดงความจำนงที่จะมาทำงาน โรงพยาบาลสามารถขอใช้ตำแหน่งบรรจุแต่งตั้งได้ทันที ขณะที่แพทย์สาขาออร์โธปิดิกส์ (กระดูกและข้อ) ปัจจุบันมีแพทย์เฉพาะทางครอบคลุมทั้งด้าน Sport Medicine, Ankle & Foot, Spine และ Orthopedic Oncology แม้จะมีแพทย์บางท่านย้ายไปปฏิบัติงานที่อื่น เนื่องจากความสนใจในการใช้เทคโนโลยีหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด (Robot) แต่ถือเป็นเรื่องปกติของวัฏจักรบุคลากรและการเลือกเส้นทางวิชาชีพของแพทย์แต่ละท่าน”

นพ.จิตตรัตน์ กล่าวเสริมว่า แนวทางแก้ไขและบรรเทาปัญหาเฉพาะหน้า หรือในระยะสั้น โรงพยาบาลได้จัดทำแผนรองรับ เช่น การส่งต่อเคสไม่เร่งด่วนไปยังโรงพยาบาลเครือข่าย การจัดแพทย์พาร์ทไทม์ มาออกตรวจเป็นระยะ รวมถึงให้แพทย์สาขาอื่นและแพทย์ทั่วไปช่วยดูแลในเคสที่ไม่ซับซ้อนหรือเคสฉุกเฉินเบื้องต้น นอกจากนี้ ด้านโครงสร้างการบริหารและงบประมาณ โรงพยาบาลหัวหินได้รับการยกระดับเป็นโรงพยาบาลศูนย์ประจำจังหวัด ทำให้ได้รับการคาดหวังจากคนไข้ในการรักษา ซึ่งบุคลากรของโรงพยาบาลได้ทำงานอย่างเต็มที่อยู่แล้ว อีกทั้งในปี 2570 โรงพยาบาลได้รับการจัดสรรงบประมาณก่อสร้างตึกรังสีรักษาซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 1 ปีเศษ จะช่วยให้ผู้ป่วยมะเร็งในจังหวัดประจวบฯ ไม่ต้องเดินทางไปรับการฉายแสงที่จังหวัดราชบุรีหรือที่สมุทรสาคร และมีเตียงเพื่อรองรับผู้ป่วยเพิ่มอีกร้อยกว่าเตียง ทำให้มีโรงพยาบาลหัวหินเป็นโรงพยาบาลที่มีเตียงคนไข้กว่า 500 เตียง.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ด่วน ! บางสะพานวิกฤต อ่างเก็บน้ำล้นสปิลเวย์หลายแห่ง เตือนพื้นที่ลุ่มรับมวลน้ำ เร่งยกของขึ้นที่สูง

ด่วน ! บางสะพานวิกฤต อ่างเก็บน้ำล้นสปิลเวย์หลายแห่ง เตือนพื้นที่ลุ่มรับมวลน้ำ เร่งยกของขึ้นที่สูง

ช่วงเช้าวันที่ 29 ตุลาคม 2569 นายนิมิต วงษ์จินดา นายอำเภอบางสะพาน ลงพื้นที่เยี่ยมเยือนประชาชนและติดตามสถานการณ์น้ำ หลังมีฝนตกหนักต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้หลายพื้นที่ในอำเภอบางสะพาน มีน้ำท่วมขัง ถนนหลายสายได้รับผลกระทบจนรถขนาดเล็กไม่สามารถผ่านได้ และมีน้ำเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนหลายหลังคาเรือน พร้อมสั่งการให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำท้องถิ่นและฝ่ายปกครอง เร่งลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัย จัดตั้งศูนย์กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอำเภอบางสะพาน ณ ฝ่ายความมั่นคง ชั้น 2 ที่ว่าการอำเภอบางสะพาน และให้ อปท.ในพื้นที่ จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย รวมทั้งเตรียมความพร้อมศูนย์พักพิงชั่วคราวเพื่อรองรับประชาชนหากสถานการณ์รุนแรงขึ้น

ขณะเดียวกัน อ่างเก็บน้ำคลองลอย อ่างเก็บน้ำวังน้ำเขียวและอ่างเก็บน้ำโป่งสามสิบ มีน้ำล้นสปิลเวย์ ไหลลงสู่พื้นที่ด้านล่างและคลองบางสะพาน ส่งผลให้ปริมาณน้ำในพื้นที่เพิ่มสูงขึ้น มีรายงานว่าระดับน้ำแตะขีดสีแดง ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนภัยตามข้อมูลที่ได้รับ นายอำเภอบางสะพานจึงแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำและบริเวณที่เคยเกิดน้ำท่วม ให้รีบยกสิ่งของมีค่าขึ้นที่สูง พร้อมติดตามประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิด เนื่องจากยังมีฝนตกต่อเนื่องและอาจส่งผลให้ปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นอีก

ขณะที่ เวลา 10.00 น. วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำช้างแรก อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบฯ หลังเกิดฝนตกสะสมและมีฝนตกหนักในช่วงเวลา 06.00 – 08.00 น. ส่งผลให้น้ำในอ่างเก็บน้ำล้นสปิลเวย์ ไหลลงคลองช้างแรก ก่อนเอ่อล้นตลิ่ง เข้าท่วมพื้นที่สวนปาล์ม สวนมะพร้าว สวนยางพาราและบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ตามแนวทางน้ำไหลผ่าน

นายธิระวัฒน์ สุดจันทร์ นายก อบต.ช้างแรก เปิดเผยว่าอ่างเก็บน้ำช้างแรกได้ล้นสปิลเวย์แล้ว ขณะที่มวลน้ำจากเทือกเขาตะนาวศรียังอยู่ระหว่างไหลลงมา และยังไม่ได้ไหลเข้าสู่อ่างเก็บน้ำทั้งหมดตามข้อมูล ณ เวลาที่รายงาน หากยังมีฝนตกต่อเนื่องและมวลน้ำจากเทือกเขาตะนาวศรี ไหลลงมาเติมอ่างเก็บน้ำเป็นจำนวนมาก อาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่ปลายน้ำ โดยเฉพาะตำบลปากแพรก ตำบลบางสะพาน และเขตเทศบาลตำบลบางสะพาน ซึ่งต้องเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยง เร่งเก็บสิ่งของมีค่าขึ้นที่สูง พร้อมเคลื่อนย้ายสัตว์เลี้ยง เช่น วัว ควายและสุกร ไปยังพื้นที่ปลอดภัย เพื่อป้องกันความเสียหายหากเกิดน้ำท่วมฉับพลัน

นอกจากนี้ มีน้ำท่วมขังบริเวณถนนเพชรเกษม ช่วงปากคลอง บริเวณหน้าโรงเรียนบ้านบางสะพานน้อย หน้าไปรษณีย์บางสะพานน้อย รวมถึงบ้านเรือนประชาชนบางส่วนในหมู่ 6 ต.บางสะพาน อ.บางสะพานน้อย ทั้งนี้ควรติดตามประกาศสถานการณ์น้ำและคำสั่งจากหน่วยงานท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง เพื่อความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สิน.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

น่าจับตาโรงไฟฟ้าพลังงานลม“อัลฟ่า ทู”ประชุมติดตามผลกระทบสิ่งแวดล้อม ชวนตั้งคำถาม ไม่มีสื่อร่วมรับฟัง ?

น่าจับตาโรงไฟฟ้าพลังงานลม“อัลฟ่า ทู”ประชุมติดตามผลกระทบสิ่งแวดล้อม ชวนตั้งคำถาม ไม่มีสื่อร่วมรับฟัง ?

วันที่ 27 ตุลาคม 2569 นายนิมิต วงษ์จินดา นายอำเภอบางสะพาน เป็นประธานประชุมคณะกรรมการตรวจสอบติดตามผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม อัลฟ่า ทู ครั้งที่ 2/2569 ณ ห้องประชุม อบต.ทองมงคล อ.บางสะพาน จ.ประจวบฯ มีนายวิโรจน์ ชูแก้ว นายอำเภอบางสะพานน้อย นายสมปอง นุชนงค์ นายก อบต.ทองมงคล พร้อมคณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ สมาชิกสภา อบต.ทองมงคล กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องและผู้แทนหน่วยงานต่างๆ เข้าร่วมประชุม

โดยมีบริษัท อัลฟ่า ทู โปรเจค จำกัด จัดประชุมเพื่อรายงานความก้าวหน้าและติดตามตรวจสอบการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมของโครงการ พร้อมเปิดโอกาสให้คณะกรรมการและผู้เข้าร่วมประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและเสนอข้อแนะนำเกี่ยวกับมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม โดยมีเป้าหมายลดผลกระทบต่อชุมชน ควบคู่กับการดูแลคุณภาพชีวิตของประชาชนและรักษาสิ่งแวดล้อมในพื้นที่อย่างยั่งยืน

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่น่าจับตา คือ โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมที่มีกังหันลมหลายสิบต้น จะมีมาตรการติดตามและตรวจสอบผลกระทบต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อมอย่างไร และผลการดำเนินงานที่ผ่านมาเป็นอย่างไรบ้างทโดยเฉพาะผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการ ซึ่งควรมีข้อมูลชัดเจนให้ประชาชนรับทราบ ทั้งเรื่องเสียงจากกังหันลม เงากระพริบ ผลกระทบต่อสัตว์ป่าและระบบนิเวศ ตลอดจนผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชนในพื้นที่ ทั้งนี้ต้องพิจารณาจากข้อมูลตรวจวัดและผลการติดตามจริง ไม่ใช่ข้อสันนิษฐานเพียงอย่างเดียว

อีกหนึ่งข้อสังเกตสำคัญ คือ การประชุมครั้งนี้ไม่มีสื่อมวลชนเข้าร่วมรับฟัง ทำให้เกิดคำถามว่า มีการกำหนดหลักเกณฑ์การเข้าร่วมประชุมอย่างไร และประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงรายงานผลการติดตามตรวจสอบด้านสิ่งแวดล้อมของโครงการได้จากช่องทางใด การติดตามผลกระทบสิ่งแวดล้อมไม่ควรเป็นเพียงกระบวนการรายงานผลในที่ประชุมเท่านั้น แต่ควรมีข้อมูลที่ตรวจสอบได้ เปิดเผยต่อสาธารณะในส่วนที่เปิดเผยได้ และเปิดโอกาสให้ประชาชนในพื้นที่รับทราบข้อมูลอย่างทั่วถึง

คำถามที่หน่วยงานเกี่ยวข้องควรชี้แจง
1. ผลการตรวจวัดและติดตามผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการที่ผ่านมาเป็นอย่างไร มีประเด็นใดต้องแก้ไขเพิ่มเติมหรือไม่
2. มีมาตรการรับเรื่องร้องเรียน ตรวจสอบข้อเท็จจริง และเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างไร
3. รายงานการประชุมและผลการตรวจสอบด้านสิ่งแวดล้อม สามารถเปิดเผยให้ประชาชนตรวจสอบได้ที่ใด
4. เหตุใดการประชุมครั้งนี้จึงไม่มีสื่อมวลชนเข้าร่วมรับฟัง และมีช่องทางใดให้สื่อมวลชนเข้าถึงข้อมูลอย่างเป็นทางการ

เรื่องนี้จึงเป็นประเด็นที่ประชาชนในพื้นที่ควรติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะการพัฒนาโครงการพลังงานควรเดินหน้าไปพร้อมกับความโปร่งใส การมีส่วนร่วมของประชาชน และการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม…..รายงาน