Categories
ข่าว ทั้งหมด

“ทีเส็บ”เปิดตัว“หัวหิน – ชะอำ ไมซ์ซิตี้”ยกระดับเศรษฐกิจภาคกลางสู่ระดับโลก

“ทีเส็บ”เปิดตัว“หัวหิน – ชะอำ ไมซ์ซิตี้”ยกระดับเศรษฐกิจภาคกลางสู่ระดับโลก

วันที่ 29 กันยายน 2569 ที่โรงแรมดุสิตธานีหัวหิน อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี มีการผนึกกำลังระหว่างจังหวัดเพชรบุรี จังหวัดประจวบฯ และสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ หรือทีเส็บ เปิดตัว “หัวหิน–ชะอำ ไมซ์ซิตี้ (Hua Hin–Cha Am MICE City)” อย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็น 1 ใน 6 พื้นที่ใหม่ที่ได้รับการรับรองเป็นเมืองไมซ์ ประจำปี 2569 ทำให้ปัจจุบันประเทศไทยมีเมืองไมซ์ รวมแล้ว 16 แห่ง การรวมพลังของทั้งสองจังหวัดในครั้งนี้ เป็นการนำจุดแข็งของพื้นที่มาสร้างความแตกต่างภายใต้แนวคิด “5 Senses One Destination” (5 สัมผัส หนึ่งจุดหมาย) โดยมุ่งเน้น 5 จุดขายหลัก ได้แก่ Wellbeing สุขภาวะที่สมดุล, Royal Heritage มรดกแห่งราชสกุลและวัฒนธรรมทรงคุณค่า, Gastronomy อาหารเลิศรส ดีกรีเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหารยูเนสโก, Seaside Experiences กิจกรรมและประสบการณ์ริมทะเลที่หลากหลาย และ Sustainability การพัฒนาอย่างยั่งยืนระดับโลก

นางวันเพ็ญ มังศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี กล่าวว่า จังหวัดเพชรบุรีเป็น “เมืองสร้างสรรค์ด้านอาหารของยูเนสโก” สามารถสร้างประสบการณ์ด้านอาหารแบบเอ็กซ์คลูซีฟให้นักเดินทางไมซ์ ควบคู่ไปกับการเสนอเส้นทางท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ที่เพชรบุรีเป็นเมือง 3 วัง และกิจกรรมเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติในผืนป่าแก่งกระจาน การเป็นเมืองไมซ์จะช่วยดึงรายได้ลงสู่เศรษฐกิจฐานราก ทั้งผู้ประกอบการ โรงแรม ร้านอาหาร เกษตรกร และชุมชนในพื้นที่ ให้เข้ามาอยู่ในห่วงโซ่เศรษฐกิจเดียวกันอย่างยั่งยืน

ด้านนายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ กล่าวว่า “หัวหินมีความพร้อม ทั้งที่พัก สนามกอล์ฟ และบริการสุขภาพ เราจึงต่อยอดจาก ‘เมืองพักผ่อน’ ไปสู่ ‘จุดหมายไมซ์ด้านสุขภาวะ’ เพื่อตอบโจทย์ผู้จัดงานยุคใหม่ที่ต้องการรวมการทำงาน การพักผ่อน และการดูแลสุขภาพเข้าไว้ด้วยกัน”

นอกจากนี้ ทางด้านทีเส็บ ระบุว่าได้วาง 5 ยุทธศาสตร์การพัฒนาครอบคลุมทั้งด้านการตลาด สินค้า บุคลากร โครงสร้างพื้นฐาน และระบบบริหารจัดการ เพื่อผลักดันให้ “หัวหิน – ชะอำ ไมซ์ซิตี้” ก้าวขึ้นเป็นจุดหมายปลายทางแห่งแรงบันดาลใจระดับโลก และกระตุ้นเศรษฐกิจพื้นที่ภาคกลางอย่างเป็นรูปธรรม ถือเป็นการดึงศักยภาพท้องถิ่นมาต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อพร้อมรองรับนักเดินทางและงานประชุมระดับโลกในอนาคต.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เดอะเกษตร หัวหิน ชวนสัมผัส ‘เสน่ห์แห่งอาหารไทย@รตน’ ผ่านรสชาติที่คุ้นเคยและสีสันแห่งความสุข

เดอะเกษตร หัวหิน ชวนสัมผัส ‘เสน่ห์แห่งอาหารไทย@รตน’ ผ่านรสชาติที่คุ้นเคยและสีสันแห่งความสุข

โรงแรมเดอะเกษตร หัวหิน จ.ประจวบฯ เชิญชวนทุกท่านสู่โลกแห่งรสชาติอาหารไทย ที่ห้องอาหารรตน (RATANA) ภายใต้แนวคิด The Gem of Thai Culinary Treasures ที่ถ่ายทอดเสน่ห์ของวัฒนธรรมอาหารไทยผ่านความพิถีพิถันในการปรุงอาหาร การคัดสรรวัตถุดิบ และการนำเสนออย่างสร้างสรรค์ ท่ามกลางบรรยากาศร่วมสมัยที่อบอุ่นและผ่อนคลาย ทั้งนี้ชื่อ “รตน” มีความหมายว่า “อัญมณีอันล้ำค่า” เปรียบเสมือนคุณค่าของอาหารไทยที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น ห้องอาหารจึงให้ความสำคัญกับการรักษาเอกลักษณ์ของรสชาติต้นตำรับ พร้อมเติมความร่วมสมัยลงในรายละเอียดของแต่ละจาน เพื่อให้ทุกมื้ออาหารเป็นมากกว่าความอร่อย แต่ยังเป็นโอกาสในการสัมผัสเรื่องราวและเสน่ห์ของอาหารไทย

ความโดดเด่นของ ‘รตน’ อยู่ที่การผสมผสานวัตถุดิบท้องถิ่นเข้ากับภูมิปัญญาการปรุงอาหารไทย ตั้งแต่สมุนไพรและเครื่องเทศที่ให้กลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ ไปจนถึงวัตถุดิบจากแหล่งผลิตต่างๆ ของประเทศไทย รวมถึงข้าวปิ่นเกษตร ซึ่งเป็นพันธุ์ข้าวที่พัฒนาโดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สะท้อนถึงความเชื่อมโยงระหว่างผืนดิน ผลผลิตทางการเกษตร และวัฒนธรรมอาหารไทย นอกจากอาหารไทยที่เป็นหัวใจสำคัญแล้ว รตน ยังนำเสนออาหารนานาชาติที่ตอบโจทย์ความชื่นชอบอันหลากหลาย ทั้งเมนูร่วมสมัย อาหารจานโปรดที่คุ้นเคย และของหวานที่ผสมผสานรสชาติแบบไทยเข้ากับความสร้างสรรค์ เพื่อเติมเต็มประสบการณ์การรับประทานอาหารสำหรับทุกคนในครอบครัว

ภายใต้บรรยากาศที่ผสมผสานความเรียบหรูเข้ากับความเป็นธรรมชาติ ห้องอาหารรตนโดดเด่นด้วยการตกแต่งที่อบอุ่น แสงธรรมชาติ และพื้นที่ที่ให้ความรู้สึกโปร่งสบาย สอดคล้องกับแนวคิดของโรงแรมเดอะเกษตร หัวหิน ไม่ว่าจะเป็นมื้อกลางวันสบายๆ การพบปะสังสรรค์กับเพื่อนฝูง หรือมื้อพิเศษกับครอบครัว ทุกช่วงเวลาสามารถกลายเป็นความทรงจำที่น่าประทับใจได้ที่นี่ เพราะสำหรับรตน ความพิเศษของมื้ออาหารไม่ได้อยู่เพียงแค่รสชาติ แต่ยังรวมถึงความใส่ใจในทุกรายละเอียด ตั้งแต่การปรุงอาหาร การจัดจาน ไปจนถึงการต้อนรับอย่างอบอุ่น เพื่อให้ทุกท่านได้เพลิดเพลินกับอาหารและช่วงเวลาแห่งความสุขในแบบของตนเอง สอบถามหรือสำรองโต๊ะได้ที่หมายเลข 0 3252 0133 ได้ทุกวัน.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ มอบทุนการศึกษาเกือบ 3 แสนบาท ให้นักเรียนขาดแคลนทุนทรัพย์

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ มอบทุนการศึกษาเกือบ 3 แสนบาท ให้นักเรียนขาดแคลนทุนทรัพย์

วันที่ 28 กันยายน 2569 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ พร้อมด้วย พญ.บุษกร สวัสดิ์แสน นายกเหล่ากาชาดจังหวัด เป็นประธานมอบทุนการศึกษา ประจำปีการศึกษา 2569 ของเหล่ากาชาดจังหวัดประจวบฯ ให้แก่นักเรียนและนักศึกษาที่มีความประพฤติดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ที่ศาลากลางจังหวัด โดยมีสมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดประจวบฯ หัวหน้าส่วนราชการ คณะครู และนักเรียนเข้าร่วมพิธี

สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดประจวบฯ จัดมอบทุนการศึกษาครั้งนี้ เพื่อเปิดโอกาสทางการศึกษาให้แก่นักเรียนและนักศึกษาที่มีความตั้งใจเรียน ประพฤติดี มีจิตอาสา แต่ครอบครัวมีฐานะยากจน โดยให้สถานศึกษาเป็นผู้พิจารณาคัดเลือกผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเข้ารับทุนการศึกษา รายละ 2,000 บาท เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัวและสนับสนุนให้เยาวชนมีโอกาสศึกษาต่อ มีนักเรียนและนักศึกษาจากทั้ง 8 อำเภอของจังหวัดได้รับทุนการศึกษารวม 136 ทุน แบ่งเป็นอำเภอเมืองประจวบฯ 46 ทุน อ.บางสะพาน 26 ทุน อ.บางสะพานน้อย 22 ทุน อ.ทับสะแก 18 ทุน อ.หัวหิน 10 ทุน อ.กุยบุรี 8 ทุน อ.สามร้อยยอด 4 ทุน และอำเภอปราณบุรี 2 ทุน รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 272,000 บาท การมอบทุนการศึกษาครั้งนี้ นอกจากจะช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมและสร้างขวัญกำลังใจให้เยาวชนที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจเรียน ได้มีโอกาสพัฒนาตนเองและก้าวต่อไปบนเส้นทางการศึกษา.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

Be Well Medical Center ร่วมกับโรงพยาบาลบางปะกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนล ให้ความรู้ “โรคและความผิดปกติของหลอดเลือดที่พบบ่อย“ ส่งต่อความรู้สู่ชุมชนหัวหิน

Be Well Medical Center ร่วมกับโรงพยาบาลบางปะกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนล ให้ความรู้ “โรคและความผิดปกติของหลอดเลือดที่พบบ่อย“ ส่งต่อความรู้สู่ชุมชนหัวหิน

วันที่ 26 กันยายน 2569 ณ โรงแรม i-SANook เขาตะเกียบ หัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ Be Well Medical Center โดย นางมนัสวี – นายไฮโก้ เอ็มมานูแอล ผู้บริหาร และก่อตั้ง Be Well Medical Center ร่วมกับโรงพยาบาลบางปะกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนล โดย นพ.สหรัฐ ปัญญาพลสกุล ศัลยแพทย์หลอดเลือด โรงพยาบาลบางปะกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนล จัดสัมมนาสุขภาพในหัวข้อ “โรคและความผิดปกติของหลอดเลือดที่พบบ่อย (Common Vascular Diseases & Disorders)” เพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคหลอดเลือดที่พบบ่อยในประชาชนในพื้นที่หัวหิน รวมถึงการสังเกตสัญญาณเตือน ปัจจัยเสี่ยง แนวทางการป้องกันและดูแลตนเอง ตลอดจนทำความเข้าใจว่าเมื่อใดควรเข้ารับการตรวจประเมินโดยแพทย์เฉพาะทาง รวมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้พูดคุยกับทีมแพทย์ ทำความเข้าใจเกี่ยวกับสุขภาพหลอดเลือดของตนเอง และเรียนรู้แนวทางในการป้องกัน เฝ้าระวัง และดูแลรักษาอย่างเหมาะสม

ภายในงานมีการบรรยายด้านสุขภาพหลอดเลือดนำโดย นพ.สหรัฐ ปัญญาพลสกุล ศัลยแพทย์หลอดเลือด โรงพยาบาลบางปะกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนล ร่วมกับ พญ.เปมิกา พิชญธนากร แพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป Be Well Medical Center และ นพ.พณะ จันทรกมล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารโรงพยาบาลในเครือบางปะกอก และผู้อำนวยการโรงพยาบาลปิยะเวท ซึ่งจะร่วมเสวนาในประเด็นโรคและความผิดปกติของหลอดเลือดที่พบบ่อย เพื่อเชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านหลอดเลือดเฉพาะทางเข้ากับการดูแลผู้ป่วยในพื้นที่หัวหิน โดยมุ่งเน้นให้ความรู้เกี่ยวกับ 3 กลุ่มโรคสำคัญ ได้แก่ เส้นเลือดขอด ภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำส่วนลึก (DVT) และโรคหลอดเลือดแดง โดยผู้เข้าร่วมจะได้รับข้อมูลเกี่ยวกับอาการ ปัจจัยเสี่ยง การป้องกัน การตรวจวินิจฉัย และแนวทางการรักษา

นพ.สหรัฐ ปัญญาพลสกุล กล่าวถึง อาการที่พบได้บ่อยในผู้ที่มีเส้นเลือดขอด และสัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม เช่น อาการหนักขา ปวดเมื่อย ขาบวม คัน และเป็นตะคริวในช่วงกลางคืน รวมถึงสัญญาณเตือนที่ควรเข้ารับการตรวจ เช่น อาการบวมที่เกิดขึ้นใหม่หรือเพิ่มมากขึ้น อาการปวดอย่างต่อเนื่อง ผิวหนังบริเวณขาเปลี่ยนสี แผลที่ไม่หาย และเส้นเลือดขอดที่มีเลือดออก และอีกหนึ่งหัวข้อสำคัญคือ ภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำส่วนลึก หรือ DVT ซึ่งอาจมีอาการ เช่น ขาบวมข้างเดียว ปวด แดง หรือรู้สึกร้อนบริเวณขา พร้อมทั้งให้คำแนะนำเกี่ยวกับการลดความเสี่ยง เช่น การเคลื่อนไหวร่างกายอย่างสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงการนั่งหรือนอนอยู่กับที่เป็นเวลานาน ดื่มน้ำให้เพียงพอ และงดสูบบุหรี่

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือ โรคหลอดเลือดแดงส่วนปลาย (Peripheral Artery Disease: PAD) ซึ่งอาจทำให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงขาไม่เพียงพอ ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการปวดหรือเมื่อยกล้ามเนื้อขาขณะเดิน และอาการจะดีขึ้นเมื่อหยุดพัก
นอกจากนี้ แพทย์ทั้ง 3 ท่านจะร่วมพูดคุยเกี่ยวกับโรคหลอดเลือดประเภทต่าง ๆ ว่า โรคใดสามารถตรวจประเมิน ดูแลรักษา หรือทำหัตถการเบื้องต้นได้ที่ Be Well Medical Center และกรณีใดที่จำเป็นต้องส่งต่อไปยังโรงพยาบาลบางปะกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนล เพื่อรับการตรวจเพิ่มเติม การรักษาที่ซับซ้อน หรือการดูแลแบบผู้ป่วยใน

นางมนัสวี เอ็มมานูแอล ผู้บริหาร และก่อตั้ง Be Well Medical Center กล่าวถึง ความร่วมมือระหว่าง Be Well Medical Center และโรงพยาบาลบางปะกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนล จะช่วยให้ผู้ป่วยในพื้นที่หัวหินสามารถเริ่มต้นการดูแลสุขภาพได้ใกล้บ้าน พร้อมมีช่องทางในการเข้าถึงบริการเฉพาะทางและการรักษาระดับตติยภูมิที่โรงพยาบาลบางปะกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนล กรุงเทพมหานคร ซึ่งอยู่ห่างจากหัวหินประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่งโดยรถยนต์ ในกรณีที่จำเป็นต้องได้รับการรักษาที่ซับซ้อนมากขึ้น

ความร่วมมือดังกล่าวมุ่งสร้างระบบการดูแลที่ต่อเนื่องและสะดวกสำหรับผู้ป่วย ตั้งแต่การตรวจประเมินและดูแลเบื้องต้นในหัวหิน ไปจนถึงการส่งต่อเพื่อรับการรักษาเฉพาะทางเมื่อมีความจำเป็นทางการแพทย์ เป็นการสร้างระบบบริการสุขภาพที่เชื่อมโยงและเข้าถึงได้มากขึ้นสำหรับชุมชนหัวหิน.

ข่าวแนะนำ
Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

นักท่องเที่ยวแน่นหาด ปล่อยเรือส่งเคราะห์ทางทะเล ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้บรรพบุรุษ

นักท่องเที่ยวแน่นหาด ปล่อยเรือส่งเคราะห์ทางทะเล ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้บรรพบุรุษ

วันที่ 26 กันยายน 2569 คณะกรรมการชุมชนชาวประมงหัวหินจัดงานประเพณีเก่าแก่ของชุมชนต้นกำเนิดหัวหิน “ส่งเคราะห์ทางทะเล” และทำบุญศาลเจ้าแม่ทับทิม ที่จัดต่อเนื่องมาเกือบ 20 ปี ที่บริเวณชายหาดหน้าศาลเจ้าแม่ทับทิม ข้างโรงแรมฮิลตัน หัวหินฯ จ.ประจวบฯ เพื่อทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้วและนำเถ้าอังคารมาลอยที่บริเวณทะเลหัวหิน แต่ไม่เคยได้กลับมาดูแลกราบไหว้ โดยมีนายอํานวย สุดกระแสร์ โฆษกคณะกรรมาธิการและกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ นางวาสนา ศรีกาญจนา ที่ปรึกษาสมาคมฯ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชนชาวหัวหินและนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ร่วมในพิธี

ในช่วงเช้ามีพิธีบวงสรวงเจ้าทะเลมหาสมุทรและทำบุญเลี้ยงพระสงฆ์ 9 รูป เพื่อความเป็นสิริมงคล จากนั้นได้มีพิธีปล่อยเรือส่งเคราะห์ทางทะเล โดยนำเรือเล็กหาปลาของชาวประมง มาตบแต่งให้สวยงาม พร้อมนำตุ๊กตาปูนปั้นสีสดใส หุ่นหญิงชาย น้องจุก น้องแกละ ประมาณ 4,000 ตัว ที่ประชาชนทำบุญเขียนชื่อตนเองหรือญาติมิตร ลงบนกระดาษติดกับตัวตุ๊กตา อธิษฐานขอให้สิ่งชั่วร้ายต่างๆ พ้นไป นำไปวางไว้ในวิมานเรือส่งเคราะห์ทางทะเล จุดปะทัดนับหมื่นดอก ก่อนพร้อมใจกันลากเรือทั้งลำออกสู่ทะเลบริเวณหินโคร่งที่เป็นแหล่งปลาชุกชุม ปล่อยวิมานที่บรรจุตุ๊กตาปูนปั้นหุ่นหญิงชาย น้องจุก น้องแกละ ลงสู่ก้นทะเล กลายเป็นแหล่งปะการังหากินของสัตว์ทะเลต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เจ้าของอาคารบุกรุกหาดไม่ยินยอมให้เทศบาลหัวหินเข้ารื้อถอน อ้างอยู่มานานไม่มีที่ทำกินใหม่ และเรื่องยังอยู่ในชั้นศาล

เจ้าของอาคารบุกรุกหาดไม่ยินยอมให้เทศบาลหัวหินเข้ารื้อถอน อ้างอยู่มานานไม่มีที่ทำกินใหม่ และเรื่องยังอยู่ในชั้นศาล

วันที่ 25 กันยายน 2569 นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน จ.ประจวบฯ พร้อมด้วยกลุ่มงานนิติการ งานรักษาความสงบ (เทศกิจ) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กอ.รมน.จังหวัดประจวบฯ อำเภอหัวหิน สภ.หัวหิน ที่ดินจังหวัดประจวบฯ สำนักงานเจ้าท่าสาขาประจวบฯ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สาขาหัวหิน ประมาณ 100 นาย ลงพื้นที่บริเวณท่าเทียบเรือสะพานปลาหัวหิน เพื่อดำเนินการรื้อถอนอาคารที่บุกรุกชายหาด ตั้งแต่สะพานปลาถึงศาลเจ้าแม่ทับทิม ตามคำสั่งศาลฎีกาที่มีคำพิพากษาคดีถึงที่สุดตั้งแต่ปี 2557 ให้รื้อถอนอาคารทั้งหมด 40 รายที่บุกรุกที่สาธารณะ ซึ่งปัจจุบันมีจำนวน 14 ราย ที่ยอมรื้อถอนไปแล้ว และต่อมาที่เหลืออีก 26 ราย ได้ร้องศาลปกครองขอให้เพิกถอนคำสั่งของเทศบาล เรื่องห้ามใช้อาคารที่บุกรุกและศาลปกครองสูงสุดพิพากษายกฟ้อง เทศบาลจึงแจ้งให้เจ้าของอาคารทราบล่วงหน้าเป็นเวลา 7 วัน ก่อนเข้ารื้อถอน ซึ่งส่วนใหญ่ในวันนี้เจ้าของอาคารที่บุกรุกไม่ยินยอมให้เข้ารื้อถอน โดยอ้างว่าอยู่อาศัยมานานหลายสิบปี ยังไม่มีที่ทำกินใหม่และเรื่องยังอยู่ชั้นอุทธรณ์ในศาลจังหวัดหัวหิน เรื่องการพิสูจน์สิทธิ์ในที่ดินทำกิน

นายนพพร วุฒิกุล กล่าวว่า วันนี้ได้นำเจ้าหน้าที่เพื่อทำการรื้อถอนอาคารที่บุกรุกที่สาธารณะ จำนวน 15 หลัง ซึ่งเป็นส่วนงบประมาณดำเนินการของเทศบาลนครหัวหิน ส่วนอีก 11 หลัง เป็นงบปะมาณของกรมเจ้าท่า หลังจากที่เทศบาลได้ออกคำสั่งห้ามใช้อาคารและให้รื้อถอนอาคารตาม ค.4 และ ค.25 และทางเจ้าของอาคารได้ใช้สิทธิ์ยื่นต่อศาลปกครองเพชรบุรี ซึ่งศาลปกครองเพชรบุรีก็เห็นว่าคำสั่งเทศบาลชอบด้วยกฎหมายแล้ว และท้ายที่สุดศาลปกครองสูงสุดได้ยืนตามศาลปกครองเพชรบุรี ทำให้คำสั่งทางปกครองที่เทศบาลออกไปได้ข้อสรุปเป็นที่ยุติแล้ว ทางเทศบาลจึงดำเนินการต่อ โดยการประกาศหาผู้รับจ้างเข้ามาดำเนินการรื้อถอน และได้เซ็นสัญญาเรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 24 กันยายนที่ผ่านมา วันนี้จึงเป็นการลงพื้นที่เพื่อเก็บข้อมูล วางแผนทำงานร่วมกันระหว่างผู้รับจ้าง หน่วยงานภาครัฐ และเทศบาล พร้อมทั้งพูดคุยทำความเข้าใจกับผู้ที่ได้รับคำสั่งดังกล่าว

“สำหรับการดำเนินการในวันนี้ สรุปผล 15 หลัง มีทั้งส่วนที่ยินยอมและส่วนที่ไม่ยินยอม โดยให้เหตุผลว่าขอพิสูจน์สิทธิ์และขอตั้งโต๊ะพูดคุยก่อน ผมได้ชี้แจงทำความเข้าใจว่า พื้นที่ดังกล่าวนั้นเป็นพื้นที่สาธารณประโยชน์และเคยมีผู้ถูกตัดสินไปแล้วว่าให้รื้อถอน ให้เสียค่าปรับ และบางรายติดคุกไปในพื้นที่บริเวณเดียวกัน เราจำเป็นต้องดำเนินการตามที่กฎหมายให้อำนาจไว้ หากไม่ดำเนินการ เจ้าหน้าที่จะเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 157 จึงเป็นเรื่องที่ไม่สามารถหยุดยั้งได้ เว้นแต่ตอนนี้ทราบว่าทางชาวบ้านได้ไปยื่นขอคุ้มครองชั่วคราวจากศาลจังหวัดหัวหิน ซึ่งเรากำลังรอฟังคำสั่งจากศาล แต่หากไม่มีคำสั่งใดมาหยุดยั้งคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด ทางหน่วยงานราชการและเทศบาลก็ต้องดำเนินการตามกฎหมายต่อไป” นายนพพร กล่าวตอนท้าย.

ข่าวแนะนำ
Categories
ข่าว ทั้งหมด

ประจวบฯ สืบสานพระพุทธศาสนา ชวนเข้าวัดฟังธรรม สร้างวิถีธรรม ชุมชนเข้มแข็ง

ประจวบฯ สืบสานพระพุทธศาสนา ชวนเข้าวัดฟังธรรม สร้างวิถีธรรม ชุมชนเข้มแข็ง

วันนี้ 24 กันยายน 2569 พระเมธีคุณาภรณ์ รองเจ้าคณะจังหวัดประจวบฯ เจ้าอาวาสวัดเกาะหลัก พระอารามหลวง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วยพันจ่าเอกพัณณ์ภัสส์ สิทธิศักดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ และพันจ่าเอกหญิง ดนุภา สิทธิศักดิ์ รองประธานแม่บ้านมหาดไทยประจวบฯ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ร่วมโครงการ “ธรรมะคีรีขันธ์ ชวนกันเข้าวัดฟังธรรม” มีนายรัฐวิชญ์ พาฉิมพลี ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดประจวบฯ พร้อมด้วยข้าราชการ นักเรียน และประชาชนในพื้นที่อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ เข้าร่วมกิจกรรม

โครงการดังกล่าวจัดขึ้นโดยศูนย์การเผยแผ่พระพุทธศาสนาจังหวัดประจวบฯ มีเป้าหมายสำคัญในการส่งเสริมให้ประชาชนได้ใกล้ชิดพระพุทธศาสนา ผ่านการเข้าวัด ทำบุญ ฟังธรรม และปฏิบัติธรรม ตลอดจนสร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้และการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน

ขณะเดียวกัน ยังมุ่งให้ประชาชนน้อมนำหลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนามาปรับใช้ในการดำเนินชีวิต สร้างความรู้ ความเข้าใจ และตระหนักถึงคุณค่าของคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และวัฒนธรรมอันดีงาม ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของการสร้างสังคมที่อยู่ร่วมกันอย่างเกื้อกูลและมีความเข้มแข็ง

อีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญ คือการนำทุนทางพระพุทธศาสนา ศิลปะวัฒนธรรม และวิถีชีวิตของชุมชน มาต่อยอดให้เกิดคุณค่า ทั้งด้านสังคมและเศรษฐกิจ พร้อมส่งเสริมให้จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ก้าวสู่การเป็น “ศูนย์กลางด้านสมาธิ ศรัทธา และสิ่งศักดิ์สิทธิ์”

แนวทางดังกล่าวยังสามารถเชื่อมโยงไปสู่การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงศรัทธาและการเรียนรู้ด้านพระพุทธศาสนา เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวและประชาชนได้สัมผัสทั้งศาสนสถาน ศิลปะวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และวิถีชุมชนของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

การขับเคลื่อนโครงการ “ธรรมะคีรีขันธ์ ชวนกันเข้าวัดฟังธรรม” จึงไม่ได้มุ่งเพียงการส่งเสริมกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาเท่านั้น แต่ยังเป็นอีกแนวทางในการสร้าง “วิถีธรรม นำวิถีชุมชน” เชื่อมโยงวัด บ้าน โรงเรียน และหน่วยงานภาครัฐ ให้ร่วมกันสร้างสังคมแห่งคุณธรรมและความเอื้ออาทรอย่างยั่งยืน.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม…..รายงาน

ข่าวแนะนำ
Categories
ข่าว ทั้งหมด

เทศบาลเมืองประจวบฯ คว้าอันดับ 1 ‘Local Award 2026’ ต้นแบบส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วยอัตลักษณ์ท้องถิ่น

เทศบาลเมืองประจวบฯ คว้าอันดับ 1 ‘Local Award 2026’ ต้นแบบส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วยอัตลักษณ์ท้องถิ่น

วันที่ 24 กันยายน 2569 นายกมล แก้วเทศ นายกเทศมนตรีเมืองประจวบฯ เข้าร่วมพิธีรับรางวัลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้นแบบส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วยอัตลักษณ์ท้องถิ่น ระดับภาค อันดับ 1 ภาคตะวันตก จากผลงาน “วิถีเมืองสามอ่าวและกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์” ในพิธีมอบรางวัลท้องถิ่นที่มีศักยภาพสูง (Local Award 2026) เนื่องในโอกาสครบรอบ 20 ปี การประเมิน LPA (Local Performance Assessment) เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติให้แก่ท้องถิ่นจังหวัดและท้องถิ่นอำเภอที่สามารถปฏิบัติการได้เป็นแบบอย่างให้กับข้าราชการกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นในภูมิภาค โดยมีนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย เป็นประธานพิธีมอบรางวัล พร้อมด้วยนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทน อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ผู้บริหารและข้าราชการกระทรวงมหาดไทย ผู้อำนวยการกองท่องเที่ยวและกีฬา หัวหน้าฝ่ายการท่องเที่ยว และพนักงานเทศบาลเข้าร่วมพิธี ที่อาคารศูนย์ประชุมวายุภักษ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ

นอกจากนี้ เทศบาลเมืองประจวบฯ ยังได้รับการคัดเลือกให้นำผลงานดังกล่าวร่วมจัดแสดงนิทรรศการในงาน Local Award 2026 ภายใต้แนวทางการขับเคลื่อนนโยบายเร่งด่วน ACTION 5 Plus ด้านลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ โดยนำเสนอแนวคิดการต่อยอดอัตลักษณ์ท้องถิ่นผ่านนวัตกรรมและเทคโนโลยี เพื่อยกระดับการให้บริการประชาชนและสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ซึ่งแนวทางการจัดนิทรรศการของงานกำหนดให้เน้นผลงานนวัตกรรมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่สามารถเป็นต้นแบบได้

สำหรับผลงานของเทศบาลเมืองประจวบฯ ได้นำแนวคิด “เปลี่ยนนักท่องเที่ยวจากผู้ชม เป็นผู้เล่น” มาใช้ผ่านกิจกรรม PRACHUAP CHALLENGE : 6 Missions เพื่อเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยว อาหาร ศิลปะวัฒนธรรม สินค้า บริการ และชุมชนของเมืองเข้าด้วยกัน โดยมุ่งให้นักท่องเที่ยวได้ออกเดินทาง ลงมือทำกิจกรรม และมีส่วนร่วมกับพื้นที่จริง อันเป็นการต่อยอดอัตลักษณ์ “วิถีเมืองสามอ่าว” ให้สามารถสร้างคุณค่าและประโยชน์แก่ประชาชนในพื้นที่ได้อย่างต่อเนื่อง การได้รับรางวัลในครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของเทศบาลเมืองประจวบฯ และเป็นผลจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ ชุมชน และประชาชน.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ เปิดสถานีโทรมาตรวัดน้ำฝนนครหัวหิน เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำท่วมอย่างมีประสิทธิภาพ

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ เปิดสถานีโทรมาตรวัดน้ำฝนนครหัวหิน เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำท่วมอย่างมีประสิทธิภาพ

วันที่ 24 กันยายน 2569 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดสถานีระบบโทรมาตรตรวจวัดปริมาณน้ำฝน เพื่อประเมินสถานการณ์น้ำและเตือนภัย ที่อาคารใหม่ ชั้น 7 สำนักงานเทศบาลนครหัวหิน จ.ประจวบฯ มี ดร.รอยล จิตรดอน เลขาธิการมูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์/ที่ปรึกษาสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (สสน.) กล่าวถึงโครงการพัฒนาระบบสารสนเทศ เพื่อการสนับสนุนการบริหารจัดการพื้นที่ในเขตเทศบาลนครหัวหิน พร้อมด้วยนายประทีป บริบูรณ์รัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ น.ส.ไพลิน กองพันธ์, นายสรรภพ อึ้งรัศมี รองนายกเทศมนตรีนครหัวหิน นายจีรวัฒน์ พราหมณี ปลัดเทศบาล และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมในพิธี

โครงการพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อการสนับสนุนการบริหารจัดการพื้นที่ในเขตเทศบาลนครหัวหิน ติดตั้งเทคโนโลยีระบบโทรมาตรตรวจวัดปริมาณน้ำฝน ตามดำริของผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังและแก้ไขปัญหาน้ำดิบไม่เพียงพอ ทำให้เกิดผลกระทบต่อการผลิตน้ำอุปโภคบริโภคในพื้นที่ โดยระบบโทรมาตรตรวจวัดปริมาณน้ำฝนอัตโนมัติ จัดทำเพื่อเป็นฐานข้อมูลในการติดตามปริมาณน้ำฝนแบบเรียลไทม์ สามารถตรวจวัดน้ำฝนได้ตั้งแต่เริ่มมีฝนตก และประเมินสถานการณ์ล่วงหน้า เพื่อวางแผนอพยพหรือบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ เทศบาลนครหัวหินได้ติดตั้งสถานีโทรมาตร จำนวน 3 พื้นที่ ได้แก่ สถานีโทรมาตรตรวจวัดระดับน้ำอัตโนมัติ 2 สถานี บริเวณคลองพระราชดำริ (สะพาน 11) และสะพานหลังวัดเขาลั่นทม และสถานีโทรมาตรตรวจวัดปริมาณน้ำฝนอัตโนมัติ ติดตั้งบริเวณเทศบาลนครหัวหิน (อาคารใหม่) ชั้น 7 และติดตั้งระบบการทำงานปั๊มน้ำอัตโนมัติ ที่สถานีสูบน้ำฝน ซอยหัวหิน 102

นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน กล่าวว่า สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติจะดำเนินการติดตั้งระบบโทรมาตรวัดน้ำเพื่อการพยากรณ์น้ำและเตือนภัย จำนวน 7 จุดทั่วเมืองหัวหิน มีระบบผังน้ำดูสถานการณ์น้ำได้แบบเรียลไทม์ จะทำให้รู้ว่าเมื่อใดน้ำจะมามากหรือมาน้อย ช่วยแจ้งเตือนให้วางแผนรับมือสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที นอกจากนี้เรายังมีอีกหลายระบบรองรับปัญหาน้ำท่วม นอกเหนือจากแก้มลิงพื้นที่สนามกอล์ฟหลวงหัวหินแล้ว ยังมีระบบที่จะให้ทางน้ำเดินได้สะดวก ทั้งคลองพระราชดำริหรือไปทางเขาตะเกียบทางด้านใต้ ซึ่งทางจังหวัดร่วมกับมูลนิธิอุทกพัฒน์ ได้ลงพื้นที่สำรวจและตรวจสอบระบบทั้งหมดแล้ว เพื่อแก้ปัญหาไม่ให้เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่เหมือนครั้งที่ผ่านมา.

Categories
ข่าว ทั้งหมด สังคม

มอบเสื้อ 60 ตัว ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมีความคล่องตัวในการปฏิบัติหน้าที่

ข่าวสังคม

อุดม สดใส กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไลน์ทรานสปอร์ต จำกัด กลุ่มธุรกิจขนส่งทางบก เอสวีแอลกรุ๊ป และประธานชมรมผู้ประกอบการขนส่งบางสะพาน มอบเสื้อ 60 ตัว ให้แก่ พ.ต.อ.วิเชธ เชยกลิ่น ผกก.ธงชัย เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมีความคล่องตัวในการปฏิบัติหน้าที่ โดยเฉพาะภารกิจอำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยบนท้องถนน

การร่วมสนับสนุนของ SVL กรุ๊ป และชมรมผู้ประกอบการขนส่งบางสะพาน สะท้อนบทบาทของภาคธุรกิจในการเข้ามามีส่วนร่วมสนับสนุนภารกิจด้านความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่รัฐ พร้อมร่วมสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตที่ดีของคนในชุมชนอย่างต่อเนื่อง.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม…..รายงาน