Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ททท.ประจวบฯ เปิดงาน “Prachuap 365 : ประจวบเที่ยวได้สุขใจทั้งปี” ชูจุดขายเมืองท่องเที่ยวคุณภาพ เดินทางได้ทั้งปี

ททท.ประจวบฯ เปิดงาน “Prachuap 365 : ประจวบเที่ยวได้สุขใจทั้งปี” ชูจุดขายเมืองท่องเที่ยวคุณภาพ เดินทางได้ทั้งปี

วันที่ 30 พฤษภาคม 2569 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานประจวบฯ จัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว “Prachuap 365 : ประจวบเที่ยวได้สุขใจทั้งปี”ที่ซิเคด้ามาร์เก็ต อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ของจังหวัดสู่การเป็นจุดหมายปลายทางแห่งการท่องเที่ยวคุณภาพที่สามารถเดินทางได้ตลอดทั้งปี พร้อมกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ กระจายรายได้สู่ชุมชน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจท่องเที่ยวในพื้นที่อย่างสมดุลและยั่งยืน มีร้อยโทสิทธิชัย ตัณฑสิทธิ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วยนายอิษฎา เสาวรส ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานประจวบฯ น.ส.จิราวรรณ บุญฤทธิ์ น.ส.วรกานต์ ถาวร รองผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานประจวบฯ นายอติชาติ ชัยศรี รองนายกเทศมนตรีนครหัวหิน นายมนตรี มานิชพงษ์ ปลัดอาวุโสอำเภอหัวหิน นายสมชาย กระแจะเจิม ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดประจวบฯ นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ และแขกผู้มีเกียรติร่วมในพิธี ท่ามกลางประชาชนนักท่องเที่ยวจำนวนมากร่วมชม ชิม และช้อปสินค้าจากร้านค้าเกือบ 30 ร้านภายในงานอย่างถูกใจ

นายอิษฎา กล่าวว่าจังหวัดประจวบฯ เป็นพื้นที่ ที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวอย่างรอบด้าน ทั้งทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลและภูเขา วิถีชีวิตชุมชน วัฒนธรรมท้องถิ่น อาหารพื้นถิ่นที่มีอัตลักษณ์ ตลอดจนกิจกรรมการท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์การพักผ่อนเชิงคุณภาพ ซึ่งสามารถรองรับนักท่องเที่ยวและสร้างประสบการณ์แห่งความสุขได้ตลอด 365 วันของปี ภายใต้แนวคิด “Prachuap 365 : ประจวบเที่ยวได้สุขใจทั้งปี” ททท.สำนักงานประจวบฯ มุ่งนำเสนอภาพลักษณ์ของจังหวัดในฐานะเมืองท่องเที่ยวคุณภาพ ที่พร้อมมอบประสบการณ์แห่งความสุข ความสมดุลและการพักผ่อนอย่างมีความหมายให้แก่นักเดินทางในทุกฤดูกาล ทั้งการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ การเรียนรู้วิถีชุมชน การลิ้มรสอาหารท้องถิ่น การดูแลสุขภาพกายและใจ ตลอดจนกิจกรรมที่ช่วยเติมเต็มแรงบันดาลใจในการเดินทาง

“ทั้งนี้ จากพฤติกรรมการเดินทางของนักท่องเที่ยวที่ยังคงกระจุกตัวในช่วงวันหยุดและฤดูกาลท่องเที่ยวสำคัญ ส่งผลให้การกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการและชุมชนในพื้นที่ยังไม่ทั่วถึง ททท. สำนักงานประจวบฯ จึงมุ่งส่งเสริมรูปแบบการเดินทางในมิติใหม่ เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวตลอดทั้งปี พร้อมสร้างแรงจูงใจให้เกิดการเดินทางซ้ำ โดยเฉพาะในกลุ่มนักท่องเที่ยววัยทำงานและกลุ่ม Generation Y ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญของตลาดท่องเที่ยวคุณภาพ”

ภายในงาน “Prachuap 365” นักท่องเที่ยวและผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสเสน่ห์ของจังหวัดประจวบฯ ผ่านกิจกรรมหลากหลาย อาทิ นิทรรศการและมุมถ่ายภาพสร้างแรงบันดาลใจ บูธอาหารและสินค้าอัตลักษณ์ท้องถิ่น กิจกรรมเวิร์กชอปเพื่อสุขภาพ การเสวนาด้านสุขภาวะ ตลอดจนการแสดงดนตรีและกิจกรรมสร้างบรรยากาศแห่งการพักผ่อนอย่างมีความหมาย ผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมงาน “Prachuap 365 : ประจวบเที่ยวได้สุขใจทั้งปี” ได้ ระหว่างวันที่ 30 – 31 พฤษภาคมนี้ ตั้งแต่เวลา 15.00 – 21.00 น. ณ ซิเคด้ามาร์เก็ต หัวหิน เพื่อร่วมค้นพบเสน่ห์ของจังหวัดประจวบฯ ผ่านกิจกรรมสร้างแรงบันดาลใจด้านการท่องเที่ยว อาหารท้องถิ่น เวิร์กชอปเพื่อสุขภาพ และประสบการณ์แห่งความสุขที่พร้อมเติมเต็มทุกการเดินทางตลอด 365 วันของปี.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

นายอำเภอบางสะพานเรียกทุกหน่วยถกด่วน ปมร้องเรียนลักลอบขุดดินแร่ – บุกรุกคลองสาธารณะ

นายอำเภอบางสะพานเรียกทุกหน่วยถกด่วน ปมร้องเรียนลักลอบขุดดินแร่ – บุกรุกคลองสาธารณะ

วันที่ 28 พฤษภาคม 2569 นายนิมิตร วงษ์จินดา นายอำเภอบางสะพาน เรียกประชุมหน่วยงานเกี่ยวข้องแบบบูรณาการ หลังเกิดกระแสร้องเรียนหนัก กรณีมีการลักลอบขุดดินแร่ในแม่น้ำลำคลองสาธารณะ บริเวณคลองทอง หมู่ 6 บ้านป่าร่อน ต.ร่อนทอง อ.บางสะพาน จ.ประจวบฯ มีทั้งเจ้าหน้าที่ป่าไม้ เจ้าหน้าที่กรมเจ้าท่า เจ้าหน้าที่ที่ดิน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้ใหญ่บ้าน และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน เข้าร่วมประชุม

ทั้งนี้มีการร้องเรียน ว่าผู้ครอบครองที่ดินบางส่วน อ้างสิทธิความเป็นเจ้าของพื้นที่ ไม่อนุญาตให้ประชาชนเข้าใช้ประโยชน์จากลำน้ำ หรือทำกิจกรรมตามวิถีดั้งเดิมของชุมชน ส่งผลให้เกิดคำถามว่า “พื้นที่สาธารณะกำลังถูกจำกัดสิทธิหรือไม่”ซึ่งในที่ประชุม นายอำเภอบางสะพานเปิดโอกาสให้ผู้ร้องเรียนสะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้น พร้อมให้หน่วยงานเกี่ยวข้องร่วมชี้แจงข้อกฎหมายและแนวเขตที่เกี่ยวข้อง มีเจ้าหน้าที่กรมเจ้าท่าอธิบายเรื่องแนวทางน้ำและเขตลำน้ำสาธารณะ ขณะที่เจ้าหน้าที่ป่าไม้ให้ข้อมูลเรื่องแนวเขตพื้นที่ ส่วนสำนักงานที่ดินอำเภอบางสะพาน ชี้แจงกระบวนการรังวัดและตรวจสอบขอบเขตที่ดิน

ในที่ประชุม มีการชี้แจงชัดเจนว่าปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นปัญหาสะสมที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม คุณภาพน้ำ และวิถีชีวิตประชาชน โดยเฉพาะชาวบ้านที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการทำแร่ แต่ต้องเผชิญผลกระทบจากสภาพน้ำและสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งประเด็นสำคัญ คือ ต้องทำความเข้าใจกับประชาชน ว่าคลองสาธารณะไม่ใช่พื้นที่ ที่ใครจะอ้างสิทธิครอบครองได้โดยลำพัง และหากมีการถมดิน ขุดลอก หรือดำเนินกิจกรรมใดที่ส่งผลต่อทางน้ำและสิ่งแวดล้อม ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายและการอนุญาตของหน่วยงานรัฐ

เบื้องต้น ที่ประชุมมอบหมายให้ อบต.ร่อนทอง เป็นเจ้าภาพประสานขอรังวัดแนวเขตพื้นที่พิพาทให้ชัดเจนและถูกต้อง พร้อมแต่งตั้งนายพิพัฒน์ หอยสกุล ปลัดอำเภอ เป็นผู้ประสานหน่วยงานบูรณาการลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงในเร็ววัน เพื่อสรุปแนวทางแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

พสกนิกรวางพวงมาลาน้อมรำลึก ในหลวง ร.7 ครบรอบ 85 ปีแห่งการเสด็จสวรรคต

พสกนิกรวางพวงมาลาน้อมรำลึก ในหลวง ร.7 ครบรอบ 85 ปีแห่งการเสด็จสวรรคต

วันที่ 30 พฤษภาคม 2569 นางรัฐยา อาจหาญ เผยพร ปลัดจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานในพิธีถวายราชสักการะและถวายราชสดุดีเนื่องในวันรำลึก พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาประชาธิปก พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 แห่งราชวงศ์จักรี ครบรอบปีที่ 85 แห่งการเสด็จสวรรคต (30 พ.ค.2484) ที่หน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 7 บนเขาหินเหล็กไฟ เขตเทศบาลนครหัวหิน มีนายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหินและคณะผู้บริหารเทศบาล นายมนตรี มานิชพงษ์ ปลัดอาวุโสอำเภอหัวหิน ผู้แทนหน่วยงานทั้งภาครัฐ และเอกชน ตลอดจนสถาบันการศึกษาต่างๆ จำนวน 33 หน่วยงาน เข้าร่วมประกอบพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะอย่างพร้อมเพรียงกัน

ทั้งนี้เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อพระองค์ท่าน ที่ทรงบำเพ็ญประโยชน์ให้แก่ประเทศชาตินานัปการและทรงมีต่อพสกนิกรชาวหัวหิน ที่ทรงริเริ่มให้หัวหิน เป็นเมืองท่องเที่ยว โปรดเกล้าฯ ให้สร้างวังไกลกังวลขึ้น ทรงดำริให้มีการก่อสร้างตลาดฉัตร์ไชย ด้วยพระปรีชาสามารถและสายพระเนตรอันยาวไกล จึงทำให้หัวหินกลายเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีบทบาทในประวัติศาสตร์ เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน และยังพระราชทานรัฐธรรมนูญให้แก่ประชาชนชาวไทยทั้งประเทศที่หัวหินด้วย

พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นพระมหากษัตริย์ในราชวงศ์จักรี ลำดับที่ 7 แห่งราชอาณาจักรสยาม พระองค์เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันพุธ 8 พฤศจิกายน 2436 ทรงเป็นพระราชโอรสองค์เล็กของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงอภิเษกสมรสกับหม่อมเจ้าหญิงรำไพพรรณี เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2461 พระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ผู้มีพระราชวิสัยทัศน์กว้างไกล และทรงมีบทบาทสำคัญยิ่งในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของประวัติศาสตร์การเมืองการปกครองไทย พระองค์ทรงพระราชทานรัฐธรรมนูญฉบับแรกแก่ปวงชนชาวไทย เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ.2475 ที่เป็นจุดเริ่มต้นของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ และเพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ เทศบาลนครหัวหิน ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ตลอดจนประชาชนชาวหัวหินได้จัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาประชาธิปกฯ พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ในปี 2537 ได้ขอพระราชทานบรมราชานุญาตจากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ดำเนินการจัดสร้าง โดยกรมศิลปากรเป็นผู้ออกแบบและดำเนินการปั้นหล่อองค์พระบรมราชานุสาวรีย์ ขนาดสูง 2 เมตร ในลักษณะประทับยืนถือพระมาลา รวมใช้งบประมาณในการปั้นหล่อ 550,000 บาท จากนั้นได้ทำพิธีวางศิลาฤกษ์ ในปี 2539 และดำเนินการก่อสร้างและได้ทำพิธีอัญเชิญพระบรมราชานุสาวรีย์ฯ ขึ้นมาประดิษฐานบนเขาหินเหล็กไฟ เมื่อปี 2543 มาจนถึงปัจจุบัน

ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ทรงเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ เขาหินเหล็กไฟ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2564 และเมื่อถึงวันที่ 30 พฤษภาคม ของทุกปี ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันสวรรคตของพระองค์ เหล่าข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน จะมาพิธีวางพวงมาลา ถวายความเคารพสักการะ เพื่อถวายความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านเป็นประจำทุกปี.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

นายกชะอำปลื้ม ! เด็กเตียงผ้าใบชายหาดเก็บโทรศัพท์นักท่องเที่ยวส่งคืน โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน

นายกชะอำปลื้ม ! เด็กเตียงผ้าใบชายหาดเก็บโทรศัพท์นักท่องเที่ยวส่งคืน โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน

วันที่ 29 พฤษภาคม 2569 นายนุกูล พรสมบูรณ์ศิริ นายกเทศมนตรีเมืองชะอำ มอบเกียรติบัตรเพื่อยกย่องและเชิดชูความดีแก่ น.ส.ธนภรณ์ งามสม ผู้ช่วยเตียงผ้าใบ ร้านค้าชายหาดหมายเลข 35 เหนือ หลังจากเจ้าตัวเก็บโทรศัพท์มือถือที่นักท่องเที่ยวทำหล่นหายและนำส่งคืนเจ้าของ ที่สำนักงานเทศบาลเมืองชะอำ จ.เพชรบุรี

นายนุกูล กล่าวว่า จากกรณีที่มีนักท่องเที่ยวชื่นชมและลงสื่อโซเชียล ขอบคุณ “น้องธนภรณ์” ผู้ประกอบการเตียงผ้าใบชายหาดที่เก็บมือถือที่นักท่องเที่ยวมาใช้บริการและทำตกหล่นไว้แล้วเก็บรักษา รอจนกว่าเจ้าของโทรศัพท์มาติดต่อขอรับคืน การกระทำดังกล่าวแสดงออกถึงความซื่อสัตย์สุจริต เป็นแบบอย่างที่ดีของสังคม สะท้อนถึงคุณธรรม จริยธรรม และความรับผิดชอบต่อส่วนรวม ผมเองมีความรู้สึกว่าอย่างน้อยหนึ่งผู้ประกอบการได้สร้างความดี สร้างชื่อเสียงให้กับเมืองชะอำ จึงได้มอบเกียรติบัตรเพื่อยกย่องและเชิดชูความดีแก่น้องธนภรณ์ เพื่อเป็นแบบอย่างในการสร้างแรงบันดาลใจให้ประชาชนร่วมกันทำความดีและรักษาความซื่อสัตย์ในสังคม ต้องขอแสดงความชื่นชม และขอให้น้องธนภรณ์ รักษาคุณงามความดีอันน่าภาคภูมิใจนี้ไว้ตลอดไป.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ เปิดงาน ‘Hua Hin Fire Wave Fest 2026’ โชว์พลุนับพันลูก เหนือหาดหัวดอน

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ เปิดงาน ‘Hua Hin Fire Wave Fest 2026’ โชว์พลุนับพันลูก เหนือหาดหัวดอน

ช่วงค่ำวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดงานเทศกาลพลุและดนตรีนครหัวหิน Hua Hin Fire Wave Fest 2026 (A Fireworks & Music Beach Festival) ที่บริเวณหาดหัวดอน – เขาตะเกียบ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ มีนายประทีป บริบูรณ์รัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน พร้อมคณะผู้บริหาร นายศุภชัย ครุฑดำ นายอำเภอหัวหิน และแขกผู้มีเกียรติให้การต้อนรับ ท่ามกลางนักท่องเที่ยวจำนวนมากร่วมเที่ยวงาน พร้อมชมโชว์ควงกระบองไฟและชมพลุนับพันลูก สว่างไสวสุดตระการตาหลังพิธีเปิด ท่ามกลางสายฝนโปรยปราย

‘Hua Hin Fire Wave Fest 2026’ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 – 30 พฤษภาคม 2569 ภายใต้รูปแบบ Beach Lifestyle Festival ที่ผสานดนตรี ศิลปะ แสง สี และกิจกรรมริมชายหาดเข้าด้วยกัน เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจของเมืองหัวหินในช่วงกรีนซีซั่น สร้างสีสันและบรรยากาศการท่องเที่ยวริมทะเลในช่วงกลางคืนของหัวหินให้คึกคัก พร้อมยกระดับหัวหินสู่เมืองแห่งเทศกาลระดับนานาชาติ สร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการท้องถิ่น โรงแรม ร้านอาหาร และชุมชนโดยรอบ

ไฮไลท์ภายในงาน พบกับการแสดงพลุไฟริมทะเลสุดตระการตาที่ออกแบบจังหวะให้สอดรับกับเสียงดนตรีกว่า 8,888 ลูก ทั้ง 2 วันๆ ละ 2 รอบ เวลา 19.50 น. และเวลา 21.50 น. ชมประติมากรรม 2 บูธ 2 สไตล์ ในรูปแบบที่เน้นการจัดวางและใช้แสงไฟ ภายใต้แนวคิด “Lightwave Reflections แสงและคลื่น” เตรียมทะยานสู่คลื่นแห่งแสงไปกับ “THE LUMINOUS WAVE” โชว์สุดตระการตาจาก LED Flyboard โดย “Suksan Tongthai” Flyboard World Champion 3 สมัย ที่จะเปลี่ยนค่ำคืนริมทะเลหัวหินให้ลุกเป็นไฟกับการแสดงสุดเร้าใจกลางทะเลที่ผสานทั้งแสง สี เสียง และพลังของสายน้ำไว้ในโชว์เดียว กิจกรรม WORK SHOP ART & CRAFT และอิ่มฟินไปกับอาหารหลากเมนูที่มีมากกว่า 120 ร้าน ตลอดจนกิจกรรมต่างๆ พบกับคอนเสิร์ตจากศิลปินชั้นนำ อาทิ ปาล์มมี่, เปเปอร์ เพลน, ดา เอ็นโดฟิน และ WANYAI ที่มาสร้างความสุขเสียงเพลงริมหาด จึงขอเชิญชวนประชาชนนักท่องเที่ยวร่วมเที่ยวงานเทศกาลพลุและดนตรีนครหัวหิน ได้ตามวันดังกล่าวโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

แพทย์หนุ่มขับเก๋งเสียหลัก พุ่งชนราวเหล็กขอบทางถนนบายพาส ดับ 2 สาหัสอีก 1

แพทย์หนุ่มขับเก๋งเสียหลัก พุ่งชนราวเหล็กขอบทางถนนบายพาส ดับ 2 สาหัสอีก 1

วันที่ 29 พฤษภาคม 2569 ร.ต.ท.จิรเจษฎ์ พานแสง รอง สว.สอบสวน สภ.ชะอำ จ.เพชรบุรี รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถเก๋งชนกับเหล็กกั้นขอบทางบนถนนสายบายพาส ชะอำ – ปราณบุรี ขาเข้ากรุงเทพฯ หลักกิโลเมตรที่ 18+100 ก่อนถึงจุดกลับรถแยกช้างแทงกระจาด ต.สามพระยา อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต จึงพร้อมด้วยรถกู้ชีพโรงพยาบาลชะอำและหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างสรรเพชญธรรมสถาน รุดไปยังที่เกิดเหตุ พบรถเก๋งโตโยต้า สีขาว ทะเบียนกรุงเทพฯ สภาพด้านหน้าพังยับเยิน หลังพุ่งชนราวเหล็กขอบทางจนทะลุผ่านตัวรถตั้งแต่กระจกหน้าถึงกระจกหลัง ภายในรถพบผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย หญิง 1 ราย และหญิงสูงอายุได้รับบาดเจ็บสาหัสติดอยู่ เจ้าหน้าที่ต้องใช้อุปกรณ์ตัดถ่างงัดซากรถเพื่อช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ก่อนรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลชะอำอย่างเร่งด่วน จากการตรวจสอบภายในรถ พบเสื้อแพทย์ของกระทรวงสาธารณสุข ระบุชื่อ นพ.ไพทยา (ขอสงวนนามสกุล) คาดว่าเป็นของผู้ขับขี่ที่เสียชีวิต ส่วนหญิงสาวที่นั่งเบาะหน้าข้างคนขับที่เสียชีวิต ชื่อ น.ส.นันทนภัส (ขอสงวนนามสกุล)

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบสาเหตุของอุบัติเหตุในครั้งนี้ เบื้องต้นสันนิษฐานว่าอาจเกิดจากรถเสียหลัก หรือผู้ขับขี่อาจเกิดอาการหลับใน จนทำให้รถพุ่งชนราวเหล็กกั้นขอบทางอย่างรุนแรง ทั้งนี้จะมีการสืบสวนสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

รมช.คมนาคม ติดตามแผนพัฒนาศักยภาพท่าอากาศยานหัวหิน จ.ประจวบฯ ยกระดับสู่สนามบินนานาชาติ

รมช.คมนาคม ติดตามแผนพัฒนาศักยภาพท่าอากาศยานหัวหิน จ.ประจวบฯ ยกระดับสู่สนามบินนานาชาติ

วันที่ 28 พฤษภาคม 2569 นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมคณะ ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าแผนการพัฒนาท่าอากาศยานหัวหิน และทิศทางการทำงานที่สำคัญของหน่วยงานในสังกัด ที่ห้องประชุมท่าอากาศยานหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีนายดนัย เรืองสอน อธิบดีกรมท่าอากาศยาน น.ส.ชนัตถา ศรีเจริญ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานหัวหิน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมพร้อมรายงานผลการดำเนินงานด้านต่างๆ และได้เยี่ยมชมการฝึกอบรมหลักสูตรนักบินของสถาบันการบินพลเรือนที่ศูนย์ควบคุมการบินพลเรือน

นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ตั้งใจมารับฟังภารกิจของท่าอากาศยานหัวหิน ศูนย์ควบคุมการบินหัวหิน และศูนย์ฝึกการบิน สถาบันการบินพลเรือน โดยเฉพาะการติดตามความคืบหน้าแผนพัฒนาศักยภาพท่าอากาศยานหัวหินให้มีความพร้อมในการรองรับเที่ยวบินเพิ่มขึ้น รวมทั้งการเตรียมความพร้อมเปิดให้บริการเส้นทางบินระหว่างประเทศ ควบคู่กับการนำระบบอัตโนมัติมาใช้ยกระดับบริการผู้โดยสาร เพื่อขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานด้านการบินให้มีประสิทธิภาพและสอดรับกับการเติบโตของประเทศ เชื่อมต่อการขนส่งแบบไร้รอยต่อสู่มาตรฐานระดับสากล

โอกาสนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ตรวจเยี่ยมศูนย์ควบคุมการบินพลเรือน ภายในท่าอากาศยานหัวหิน และการปรับปรุงขยายพื้นที่ปลอดภัยรอบทางวิ่ง บริเวณหัวทางวิ่ง 16 จากนั้นเดินทางไปตรวจติดตามความคืบหน้าโครงการก่อสร้างอาคารศูนย์ฝึกการบินหัวหิน ซึ่งมีกำหนดแล้วเสร็จในเดือนกรกฎาคม 2570 พร้อมเยี่ยมชมหอควบคุมการจราจรทางอากาศของบริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด

ทั้งนี้ กรมท่าอากาศยาน ได้ดำเนินโครงการพัฒนาท่าอากาศยานหัวหิน ตามมาตรฐานสากล ยกระดับสู่สนามบินนานาชาติ โดยอยู่ระหว่างการปรับปรุงขยายพื้นที่ปลอดภัยรอบทางวิ่ง บริเวณหัวทางวิ่ง 16 จากเดิมด้านละ 40 เมตร เป็นด้านละ 60 เมตรตลอดความยาวทางวิ่ง ตามมาตรฐานขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ และสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เพราะจุดดังกล่าวมีความเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายต่ออากาศยานที่อาจจะไถลออกนอกทางวิ่งมากกว่าจุดอื่น โดยการดำเนินการดังกล่าวได้ปรับปรุงการก่อสร้างอุโมงค์บนเส้นทางถนนเพชรเกษมด้วย คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนสิงหาคม 2569 จะทำให้ท่าอากาศยานหัวหินมีศักยภาพในการรองรับเที่ยวบินระหว่างประเทศได้ ส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจจากการเดินทางเชื่อมโยงทั้งภายในและภายนอกประเทศ โดยปัจจุบันท่าอากาศยานหัวหิน มีสายการบินแอร์เอเชีย เปิดให้บริการเที่ยวบินภายในประเทศ เส้นทาง หัวหิน – เชียงใหม่, เชียงใหม่ – หัวหิน สัปดาห์ละ 4 เที่ยวบิน ทุกวันจันทร์, พุธ, ศุกร์ และอาทิตย์ และรองรับการให้บริการเครื่องบินเช่าเหมาลำของสายการบินพาณิชย์

หลังจากนั้น นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ เป็นประธานประชุมหารือแนวทางการเพิ่มเที่ยวบินภายในประเทศและการเปิดให้บริการเที่ยวบินระหว่างประเทศของท่าอากาศยานหัวหิน ที่ห้องประชุมมหาวิทยาลัยสวนดุสิต ศูนย์การศึกษาหัวหิน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ และเอกชนร่วมประชุม เพื่อรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากภาคส่วนต่างๆ โดยเฉพาะจาก ททท.สำนักงานจังหวัดประจวบฯ สภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดประจวบฯ สภาหอการค้าจังหวัดประจวบฯ สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ และผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวในอำเภอหัวหิน ในการพัฒนาศักยภาพท่าอากาศยานหัวหิน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยมีข้อเสนอแนะจากภาคเอกชน อาทิ การผลักดันเที่ยวบินข้ามภูมิภาค เพื่อเชื่อมโยงเมืองท่องเที่ยวสำคัญของประเทศไทย อาทิ ​หัวหิน – ขอนแก่น / อุดรธานี / นครราชสีมา, ​หัวหิน – ภูเก็ต / สุราษฎร์ธานี / หาดใหญ่ เพื่อ​กระจายรายได้จากการท่องเที่ยวสู่ภูมิภาค ​เพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวและระยะเวลาการพักค้างในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์และจังหวัดใกล้เคียง 

​นอกจากนี้ ภาคเอกชนยังเห็นควรส่งเสริมการเชื่อมโยงการเดินทางในรูปแบบ“Air-Rail-Sea Connectivity”เพื่อสร้างเครือข่ายการเดินทางท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ เชื่อมโยงอากาศ ราง และทางทะเลอย่างครบวงจร นำไปสู่การกระจายรายได้และการเติบโตทางเศรษฐกิจในหลายจังหวัดอย่างยั่งยืน โดยท่าอากาศยานหัวหิน ถือว่ามีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ในการรองรับการพัฒนาโครงการแลนด์บริดจ์ของรัฐบาล ซึ่งจะส่งผลให้พื้นที่ภาคใต้ตอนบนและฝั่งอ่าวไทยมีบทบาทสำคัญด้านโลจิสติกส์ การลงทุน และการท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้รับข้อเสนอแนะจากภาคเอกชนเพื่อนำไปขับเคลื่อนการพัฒนาท่าอากาศยานหัวหิน ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการปรับปรุงขยายพื้นที่ปลอดภัยรอบทางวิ่ง ให้ได้มาตรฐานสากล เพื่อเตรียมความพร้อมการเปิดเส้นทางบินระหว่างประเทศในระยะต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เจ้าหน้าที่อุทยานเสด็จในกรม รวบหนุ่มบุกรุกป่าปลูกต้นปาล์ม – กาแฟ โดนหนัก 6 ข้อหา

เจ้าหน้าที่อุทยานเสด็จในกรม รวบหนุ่มบุกรุกป่าปลูกต้นปาล์ม – กาแฟ โดนหนัก 6 ข้อหา

วันที่ 28 พฤษภาคม 2569 นายนิทัศน์ นุ่นสง ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (สยอ.3) สาขาเพชรบุรี ได้รับรายงานจากนายกิตติศักดิ์ สมศรี หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า อุทยานเสด็จในกรม กรมหลวงชุมพร ด้านทิศเหนือ (ตอนบน) จ.ประจวบฯ ว่าขณะที่เจ้าหน้าที่ร่วมกันลาดตระเวนไปยังพื้นที่เป้าหมาย มาถึงบริเวณป่าเนินสวรรค์ ท้องที่บ้านบางเจริญ หมู่ 3 ต.ไชยราช อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบฯ พิกัดที่ 47P 528690E 1222531N พบชายคนหนึ่ง ทราบชื่อภายหลังว่านายโรจน์ อยู่ในแปลงบุกรุกแผ้วถางป่า ที่มีการปลูกต้นปาล์มน้ำมันและต้นกาแฟ จึงได้แสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ จากการสอบถามนายโรจน์ให้การยอมรับว่าพื้นที่บริเวณนี้ตนเป็นเจ้าของ โดยมารดาของตนได้ปลูกต้นกาแฟไว้ ภายหลังมารดาเสียชีวิต ตนจึงเข้ามาดูแลต้นกาแฟและปลูกต้นปาล์มน้ำมัน เมื่อต้นปี 2568

วันนี้ตนได้เข้ามาฉีดยาฆ่าหญ้าและดูแลพืชอาสินภายในแปลง โดยพื้นที่ดังกล่าวไม่มีเอกสารสิทธิ์หรือเอกสารการครอบครองแต่อย่างใด ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบพื้นที่และนำค่าพิกัดพื้นที่บุกรุกตรวจสอบกับภาพถ่ายทางอากาศ ปี 2545 และภาพถ่ายดาวเทียม ปี 2557 พบว่า ขณะนั้นบริเวณดังกล่าวยังคงมีสภาพเป็นป่า จึงตั้งข้อหาฐานความผิด 1. พระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 มาตรา 54 วรรคหนึ่ง “ฐาน ก่อสร้าง แผ้วถาง หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่า หรือยึดถือครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่น โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่” ประกอบมาตรา 72 ตรี วรรคหนึ่ง 2. พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 มาตรา 14 วรรคหนึ่ง “ฐาน ยึดถือครอบครองทำประโยชน์ ก่อสร้าง แผ้วถาง หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่” ประกอบมาตรา 31 วรรคสอง (3) 3. พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 มาตรา 53 ฐาน “เข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่” ประกอบมาตรา 96 4. พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 มาตรา 55 (2) “ฐาน ก่อสร้าง แผ้วถาง หรือทำด้วยประการใดให้เสื่อมสภาพหรือเปลี่ยนแปลงสภาพธรรมชาติเดิม โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่” ประกอบมาตรา 99

5. พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 มาตรา 55 (5) “ฐาน ทำด้วยประการใดๆ ให้เป็นอันตราย หรือเสื่อมสภาพซึ่งไม้ ดิน หิน กรวด ทราย หรือทรัพยากรธรรมชาติอื่น หรือกระทำการอื่นใดอันส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศ หรือความหลากหลายทางชีวภาพ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่” ประกอบมาตรา 100 6. พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 มาตรา 55 (6) “ฐาน ปลูกต้นไม้หรือพฤกษชาติอื่นๆ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่” ประกอบมาตรา 102 ส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางสะพานน้อย ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เทศบาลชะอำ เร่งขุดลอกคลองระบายน้ำป้องกันน้ำท่วมช่วงฤดูฝน ด้วยมาตรการเชิงรุก

เทศบาลชะอำ เร่งขุดลอกคลองระบายน้ำป้องกันน้ำท่วมช่วงฤดูฝน ด้วยมาตรการเชิงรุก

วันที่ 28 พฤษภาคม 2569 นายนุกูล พรสมบูรณ์ศิริ นายกเทศมนตรีเมืองชะอำ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี เปิดเผยว่าขณะนี้เป็นช่วงใกล้ฤดูฝน ประกอบกับกรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเรื่องฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย และคลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามัน ฉบับที่ 3 (81/2569) ช่วงวันที่ 28 พฤษภาคม – 1 มิถุนายน 2569 ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ โดยมีฝนตกหนักมากบางแห่ง ในบริเวณภาคใต้ ภาคตะวันออก และด้านตะวันตกของภาคเหนือ และภาคกลาง ทั้งนี้เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง ประกอบกับร่องมรสุมพาดผ่านประเทศไทยตอนบน ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยเตรียมพร้อมระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มไว้ด้วย

ดังนั้นเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ในช่วงฤดูฝนและป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่ จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่นำเครื่องจักรกล ลงพื้นที่บริเวณปากคลองข้างวัดเนรัญชราราม ดำเนินงานขุดลอกสันดอนดินเลน ช่วยเพิ่มปริมาตรหน้าตัดทางน้ำ ขจัดสิ่งกีดขวาง และตะกอนดินที่ทับถม เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำหลากจากพื้นที่ตอนบนไหลลงสู่ทะเลได้รวดเร็วขึ้น ลดปัญหาน้ำท่วมขังในชุมชน และยังช่วยรักษาระบบนิเวศทางน้ำให้สมบูรณ์ นอกจากนี้เทศบาลยังได้ดำเนินการขุดลอกท่อระบายน้ำ กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ และติดตั้งเครื่องสูบน้ำประจำจุดเสี่ยง เพื่อป้องกันน้ำรอระบายและน้ำท่วมขังในเขตเศรษฐกิจและพื้นที่ท่องเที่ยว โดยจะมีการตรวจสอบสภาพพื้นที่ระบายน้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความปลอดภัยและความเป็นอยู่ที่ดีให้กับพี่น้องประชาชน.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เทศบาลหัวหินเสริมสร้างความรู้ศาสตร์พระราชา พัฒนาอาชีพและรายได้สู่ชุมชน

เทศบาลหัวหินเสริมสร้างความรู้ศาสตร์พระราชา พัฒนาอาชีพและรายได้สู่ชุมชน

วันที่ 28 พฤษภาคม 2569 น.ส.ไพลิน กองพันธ์ รองนายกเทศมนตรีนครหัวหิน เป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริมการเรียนรู้แนวคิดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในภาคประชาชน ประจำปีงบประมาณ 2569 ที่ห้องประชุมโรงแรมโกลเด้นซี หัวหิน อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยมีนางหนึ่งฤทัย สุขจันทร์ รองปลัดเทศบาล พร้อมด้วยสมาชิกสภาเทศบาล และหัวหน้าส่วนราชการ พนักงานเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องและประชาชนในเขตเทศบาลเข้าร่วมรับการอบรมกว่า 100 คน

น.ส.ไพลิน กล่าวว่า กองสวัสดิการสังคม เทศบาลนครหัวหิน ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการส่งเสริมการฝึกทักษะอาชีพและการดำเนินชีวิตของประชาชนให้สอดคล้องกับนโยบายด้านเศรษฐกิจของเมืองหัวหิน ที่มุ่งเน้นการพัฒนากลไกสนับสนุนการสร้างอาชีพโดยยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง จึงได้มีการจัดโครงการในครั้งนี้ขึ้น เพื่อส่งเสริมการประกอบอาชีพและการทำมาหากินของพี่น้องประชาชนในเขตเทศบาลนครหัวหิน และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้เข้าร่วมโครงการทุกคนจะสามารถนำแนวคิดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน มีแหล่งอาหารไว้บริโภคเองในครัวเรือน ซึ่งจะช่วยลดรายจ่ายและเพิ่มรายได้ นำไปสู่การสร้างชุมชนที่เข้มแข็งและยั่งยืนในที่สุด

สำหรับกิจกรรมในโครงการแบ่งออกเป็น 2 ส่วน โดยวันแรกเป็นการอบรมให้ความรู้เชิงลึก จากคณะวิทยากร นำโดยคุณศิริวัฒน์ คันทารส ประธานกรรมการบริษัท เพื่อนกระบวนกร จำกัด มาร่วมถ่ายทอดความรู้ด้านการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพ นอกจากนี้ยังมีการรับชมวิดีทัศน์ซักซ้อมแผนเผชิญเหตุและมาตรการความปลอดภัยกรณีฉุกเฉินในการเดินทาง เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับผู้เข้าร่วมโครงการ และในวันที่สอง ผู้เข้าร่วมโครงการทั้งหมดจะได้เดินทางไปศึกษาดูงานนอกสถานที่ ณ แหล่งเรียนรู้ต้นแบบระดับประเทศในจังหวัดเพชรบุรี ได้แก่ โครงการชั่งหัวมัน ตามพระราชดำริ อ.ท่ายาง และศูนย์สาธิตโครงการหุบกะพง อ.ชะอำ เพื่อศึกษาแนวทางการทำเกษตรกรรมและการบริหารจัดการทรัพยากรตามแนวพระราชดำริ เพื่อนำกลับมาประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงต่อไป.