Categories
ข่าว ทั้งหมด

ครั้งแรกของไทย สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ร่วมกับกองทัพไทย จัดงานแสดงศักยภาพอาวุธยุทโธปกรณ์ฝีมือคนไทย มาตรฐานสากล สร้างความเชื่อมั่นพร้อมป้องกันประเทศ

ครั้งแรกของไทย สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ร่วมกับกองทัพไทย จัดงานแสดงศักยภาพอาวุธยุทโธปกรณ์ฝีมือคนไทย มาตรฐานสากล สร้างความเชื่อมั่นพร้อมป้องกันประเทศ

วันที่ 9 กันยายน 2568 พลเอก ณัฐ อินทรเจริญ อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นประธานเปิดการทดสอบการใช้อาวุธทางยุทธวิธี MOD Challenge 2025 ชิงถ้วยรางวัลเกียรติยศจากรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ปลัดกระทรวงกลาโหม และผู้บัญชาการทหารสูงสุด ที่สนามยิงปืนหัวหิน Shooting Range จ.ประจวบฯ โดยมีพลโท ปวริศ ปั้นทอง ผู้บัญชาการศูนย์อำนวยการสร้างอาวุธ ศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร ผู้บริหารหน่วยงานด้านความมั่นคง กระทรวงกลาโหม เหล่าทัพและผู้เกี่ยวข้องกว่า 600 คน เข้าร่วม ถือเป็นครั้งแรกของการรวมตัวเหล่าทัพไทยทั้ง 6 หน่วยงานหลัก ประกอบด้วย กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม กองบัญชาการกองทัพไทย และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อส่งเสริมเทคโนโลยีการป้องกันประเทศ สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในด้านความพร้อมการป้องกันประเทศ รวมทั้งแสดงศักยภาพของอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ศูนย์อำนวยการสร้างอาวุธฯ พัฒนาขึ้นซึ่งมีคุณภาพเทียบเท่ามาตรฐานสากล และเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและความต้องการของประเทศไทย ช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าผลิตภัณฑ์อาวุธและเทคโนโลยีจากต่างประเทศ รวมทั้งเป็นการเปิดโอกาสการพัฒนาและขยายตลาดส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน

พลเอก ณัฐ อินทรเจริญ กล่าวว่า ปัจจุบันภาครัฐและเอกชนของไทยสามารถผลิตอาวุธได้หลายรายการ ซึ่งการจัดกิจกรรมในวันนี้เป็นการนำปืนไทย แบรนด์คชสีห์ ที่พัฒนาโดยศูนย์อำนวยการสร้างอาวุธฯ ได้แก่ ปืนเล็กยาวขนาด 5.56 มม. และปืนพกขนาด 9 มม.มาทำการทดสอบแข่งขันโดยชุดรบพิเศษของแต่ละหน่วย ถือเป็นครั้งแรกของประเทศไทยโดยจำลองสถานการณ์ที่เป็นยุทธวิธีจริงๆ ใช้กติกาสากล เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่า สมรรถนะของอาวุธที่เราผลิต มีขีดความสามารถที่จะทำการรบได้จริงๆ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้ผ่านการรับรองมาตรฐานยุทโธปกรณ์ของกระทรวงกลาโหมแล้ว สำหรับกิจกรรมในวันนี้นอกจากเป็นการทดสอบอาวุธปืนฝีมือคนไทยแล้ว ยังเป็นการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรกำลังพลด้วย เพื่อให้มีความพร้อมปกป้องผืนแผ่นดินไทย

พลเอก ณัฐ กล่าวอีกว่า อาวุธปืนแบรนด์คชสีห์ เป็นการออกแบบเองทั้งหมด โดยนำเอาแบบอย่างที่ดีของปืนเล็กยาวทั่วโลกมาประยุกต์ ทำการผลิตในโรงงานที่ทันสมัย มีมาตรฐานระดับสากล ISO 9001 และได้ขึ้นทะเบียนนวัตกรรมไทยเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ปัจจุบันมีการนำปืนไทยแบรนด์คชสีห์ ไปทดลองใช้ ทั้งในส่วนของกองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ เช่นเดียวกับหน่วยงานอย่างกรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ที่มีความต้องการอาวุธที่ทันสมัย สะดวกในการใช้งานในพื้นที่ป่ารกทึบ ก็มีความสนใจสั่งซื้อ ซึ่งในอนาคต หากสามารถพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ทั้งของภาครัฐและเอกชน นำไปสู่การจำหน่ายต่อยอดสู่การส่งออก มั่นใจว่าจะช่วยสร้างจีดีพีของประเทศให้สูงขึ้น

ด้านพลโท ปวริศ ปั้นทอง กล่าวว่า การจัดงาน “MOD CHALLENGE 2025” เป็นการแสดงศักยภาพผลิตภัณฑ์อาวุธและเทคโนโลยีการป้องกันประเทศที่ผลิตโดยฝีมือคนไทย เสริมสร้างภาพลักษณ์อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ภายในงานมีการเปิดตัวอาวุธปืนภายใต้แบรนด์ “คชสีห์” ได้แก่ ปืนเล็กยาว รุ่น MOD 2020 (เอ็มโอดี 2020) และรุ่น NIN9 (นินเก้า) และปืนพก ขนาด 9 มม. รุ่นใหม่ล่าสุด SAN 9 (แซนเก้า) ซึ่งผลิตภัณฑ์อาวุธที่ผลิตโดยศูนย์อำนวยการสร้างอาวุธฯ ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ระบบควบคุมคุณภาพที่ได้มาตรฐานสากล การออกแบบที่เหมาะสมกับสรีระและการใช้งานของคนไทย กระบวนการผลิตใช้เทคโนโลยี Internet of Thing สำหรับการจัดการผลิต ระบบรักษาความปลอดภัยขั้นสูง รวมทั้งพัฒนาวัสดุใหม่ที่มีคุณภาพสูง สำหรับกิจกรรมภายในงาน “MOD CHALLENGE 2025”มีการสาธิตการใช้อาวุธและเทคโนโลยีทันสมัย การแข่งขันทดสอบการยิงปืนระหว่างเหล่าทัพ การแสดงศักยภาพของอุปกรณ์และยานพาหนะ การนำเสนอนวัตกรรมใหม่ด้านการป้องกันประเทศ การแลกเปลี่ยนประสบการณ์และเทคนิคระหว่างหน่วยงาน เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศ และพัฒนาความเข้าใจในภารกิจร่วมกัน สะท้อนให้เห็นถึงความพร้อมและความร่วมมือของเหล่าทัพไทยในยุคที่ภัยคุมคามมีความหลากหลายและซับซ้อนมากขึ้น.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ สั่งหน่วยงานเร่งแก้ไขปัญหาการใช้งานสะพานลอยเกือกม้าข้ามรถไฟทางคู่ ป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ และลดปัญหาการจราจร

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ สั่งหน่วยงานเร่งแก้ไขปัญหาการใช้งานสะพานลอยเกือกม้าข้ามรถไฟทางคู่ ป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ และลดปัญหาการจราจร

วันที่ 8 กันยายน 2568 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน เพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (กรอ.ปข.) ที่ห้องประชุมสิงขร ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดประจวบฯ มีนายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ และคณะกรรมการจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ร่วมประชุม โดยมีการรายงานผลการลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีสะพานลอยเกือกม้าข้ามรถไฟทางคู่ในพื้นที่จังหวัดประจวบฯ ที่มีปัญหาการใช้งาน โดยจากการที่จังหวัดได้ออกคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงาน 2 ชุด จากหน่วยงานภาครัฐ และผู้แทน กรอ.จังหวัด ลงพื้นที่ตรวจสอบระหว่างวันที่ 21 – 22 สิงหาคม 2568 รวม 32 จุด ตามแนวรถไฟทางคู่ ครอบคลุมสะพานลอยจุดกลับรถและจุดกลับรถขนาดเล็ก โดยตรวจสอบสภาพการก่อสร้างสะพาน บริเวณคอสะพาน พื้นสะพาน และรอยต่อสะพาน ร่วมกับการรถไฟแห่งประเทศไทย เพื่อปรับปรุงและซ่อมแซมจุดที่มีปัญหาให้เหมาะสมต่อการใช้งาน โดยมีประธานคณะทำงาน ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม และโครงสร้างพื้นฐานโดยตรง ได้แก่ ชุดที่ 1 ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงชนบท จ.ประจวบฯ และชุดที่ 2 โยธาธิการและผังเมือง จ.ประจวบฯ

ผลการตรวจสอบพบว่า มีสะพานลอยเกือกม้าที่ต้องดำเนินการแก้ไขเร่งด่วน ได้แก่ สะพานลอยเกือกม้า ถ.เกาะหลัก อ.เมืองประจวบฯ ซึ่งคณะทำงานได้เสนอให้ปรับระดับสะพาน ปรับผิวจราจรให้เรียบ สร้างวงเวียนด้านทิศตะวันตก และขยายช่องทางเลี้ยวซ้ายลงจากสะพานด้านทิศตะวันตกให้กว้างขึ้น เพื่อลดปัญหาการจราจรและป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ ขณะที่ภาคเอกชนเสนอให้ระหว่างที่ดำเนินการปรับปรุงสะพาน ขอให้เปิดแบริเออร์ใช้งานเส้นทางเดิมข้ามทางรถไฟไปก่อน และเสนอให้เสริมราวกั้นสะพานให้สูงขึ้น เพื่อป้องกันการพลัดตกจากสะพาน ส่วนสะพานอีกจุดในพื้นที่ อ.เมืองประจวบฯ ที่ต้องแก้ไขคือบริเวณด้านหลังสถานีรถไฟหว้ากอ ที่พบว่าผิวจราจรสะพานมีรอยแตก ต้องปรับพื้นให้ราบเรียบ

นอกจากนี้ ยังมีสะพานเกือกม้าที่ต้องเร่งดำเนินการแก้ไขในพื้นที่ อ.ทับสะแก 2 จุด ได้แก่ กม.343+189 ต.นาหูกวาง กม.344+980 ต.นาหูกวาง และพื้นที่ อ.บางสะพาน 3 จุด ได้แก่ กม.374 ต.กำเนิดนพคุณ กม.355 ต.ธงชัย และ กม.368+920 ต.ธงชัย

ที่ประชุม กรอ.จังหวัด ในครั้งนี้ ยังมีการหารือแนวทางการพัฒนาจังหวัด ทั้งเรื่องส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพตามแนวทาง Wellness Economy การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหาร การพัฒนาการศึกษาตามแนวทาง 10 ห้องเรียน ส่งเสริมการศึกษา การดำเนินโครงการพัฒนาศักยภาพผู้นำคลื่นลูกใหม่ YPC (Young Public and Private Collaboration) ขณะที่ภาคเอกชน มีข้อเสนอในเรื่องต่างๆ เช่น ให้มีการปรับปรุงร่างผังเมืองในบางพื้นที่ เพื่อให้สอดคล้องกับบริบท เช่น พื้นที่เกษตรกรรม อุตสาหกรรม การผลักดันให้มีศูนย์วิจัยพันธุ์พืชในจังหวัดประจวบฯ นอกจากนี้ น.ส.กนกกร เอี่ยมเพชร์ คลังจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ รายงานให้ที่ประชุมทราบว่า ขณะนี้กระทรวงการคลัง มีความพร้อมในการขับเคลื่อนโครงการคนละครึ่ง ภายในเดือนตุลาคม 2568 โดยใช้งบกลางเพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจที่มีอยู่จำนวน 25,000 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันมีร้านค้าที่ลงทะเบียนในระบบอยู่แล้วทั่วประเทศพร้อมที่จะรองรับการใช้จ่ายตามโครงการ.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

กลับมาอีกครั้ง “Pink Panther & Friends” คอนเสิร์ตแห่งมิตรภาพและตำนานของวงการเพลงไทย

กลับมาอีกครั้ง “Pink Panther & Friends” คอนเสิร์ตแห่งมิตรภาพและตำนานของวงการเพลงไทย

ศูนย์การค้าบลูพอร์ตหัวหิน และกลุ่มบริษัทพราว ร่วมกับบริษัท ทิพยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) และธนาคารออมสิน ชวนย้อนคืนสู่ความทรงจำอันแสนอบอุ่นในคอนเสิร์ตสุดพิเศษ “Pink Panther & Friends” การกลับมาของวงดนตรีระดับตำนาน “พิงค์แพนเตอร์” ที่จะพาทุกคนร่วมเดินทางผ่านบทเพลงอันเป็นเอกลักษณ์ของวง พร้อมบอกเล่าเรื่องราวของมิตรภาพ ความคิดถึง และเส้นทางบนถนนสายดนตรีที่ยังคงเดินหน้าต่อไปอย่างสง่างาม พบกับบทเพลงสุดคลาสสิกที่แฟนเพลงคิดถึง อย่าง “รักฉันนั้นเพื่อเธอ” และอีกหลากหลายเพลงที่อยู่ในความทรงจำ โดยในครั้งนี้พิงค์แพนเตอร์ได้ชวนเพื่อนๆ ศิลปินชื่อดัง ที่เคยร่วมเส้นทางดนตรีเดียวกัน มาร่วมเวทีด้วยอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็น สุชาติ ชวางกูร, เท่ห์ อุเทน พรหมมินทร์, ศรัณย่า ส่งเสริมสวัสดิ์, วิยะดา โกมารกุล ณ นคร และชมพู ฟรุตตี้ ที่จะมาร่วมถ่ายทอดความสนุกสนาน ความทรงจำ และพลังแห่งเสียงเพลง ให้ค่ำคืนนี้เต็มไปด้วยความอบอุ่น ประทับใจ ที่แฟนเพลงไม่ควรพลาด

เตรียมพบกับค่ำคืนแห่งความทรงจำในคอนเสิร์ต “Pink Panther & Friends” ซึ่งจะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 20 กันยายน 2568 ณ หัวหิน คอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ ชั้น 1 บลูพอร์ตหัวหิน โดยบัตรเข้าชมมีทั้งแบบ VIP Zone ราคา 1,200 บาท และ Friends Zone ราคา 800 บาท เปิดจำหน่ายแล้ววันนี้ทางเว็บไซต์ https://bppinkpanther.gosalepage.co/fsn-gnft-cgw มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของค่ำคืนแห่งเสียงเพลง มิตรภาพและเรื่องราวที่หัวใจยังไม่ลืม สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บลูพอร์ต หัวหิน โทร. 032 – 905111 เฟซบุ๊ก : Bluport Hua Hin Official หรือ Line: @Bluport.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ประชาชนร่วมทำบุญสืบสานประเพณีฉลากภัต ที่วัดห้วยมงคล

ประชาชนร่วมทำบุญสืบสานประเพณีฉลากภัต ที่วัดห้วยมงคล

วันที่ 7 กันยายน 2568 พระพิศาลสิทธิคุณ (ท่านเจ้าคุณไพโรจน์) เจ้าอาวาสวัดห้วยมงคล เจ้าคณะตำบลทับใต้ เป็นประธานในพิธีทำบุญประเพณีสลากภัต เพื่อเป็นการสืบสานอนุรักษ์งานประเพณีเก่าแก่และเป็นการอุทิศส่วนกุศล ทำบุญให้บรรพบุรุษและญาติพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้ว โดยมีพุทธศาสนิกชนจำนวนมาก ร่วมเป็นเจ้าภาพทั้งสิ้น 44 หาบ ถวายสลากภัตแด่พระสงฆ์ 9 วัด จำนวน 23 รูปจากละเเวกใกล้เคียงวัด ที่ศาลาเอนกประสงค์ วัดห้วยมงคล ต.ทับใต้ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์

ประเพณีสลากภัต หรือที่ชาวล้านนาทางภาคเหนือเรียกว่า ประเพณีตานก๋วยสลาก ภาคอีสานเรียกบุญข้าวสาก ส่วนมากจัดขึ้นในช่วงเดือนกันยายนถึงเดือนตุลาคม ชาวบ้านจะนำชะลอมหรือตะกร้า แล้วใส่ของต่างๆ ลงไป เช่นอาหารคาวหวาน ผลไม้ สบู่ ยาสีฟัน เครื่องใช้ต่างๆ ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน พร้อมด้วยปัจจัยหรือที่ชาวบ้านนิยมเรียก คือใส่ยอด ก็คือใส่ซองเงินเสียบยอดไม้ไผ่ลงไป เพื่อเป็นการอุทิศส่วนกุศลไปหาญาติสนิทมิตรสหายที่ได้ล่วงลับไปแล้วตามความเชื่อ เพื่อให้ผู้ที่ล่วงลับไปแล้วได้มีของกินของใช้ในโลกหลังความตาย จากนั้นจะนำเบอร์ไปติดที่หาบเพื่อให้พระสงฆ์ได้ทำการจับเบอร์ ด้วยหลักอุปโลกกรรม คือ ของที่ถวายในหาบนั้นมีทั้งของมากและของน้อยแล้วแต่เจ้าภาพจัดมา พระสงฆ์รูปใดจับได้เบอร์ไหน เจ้าภาพก็จะหาบๆ นั้นไปถวาย ซึ่งการทำบุญสลากภัตในพระพุทธศาสนาเป็นประเพณีสืบเนื่องมาแต่โบราณจนถึงปัจจุบัน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

รองผู้ว่าฯ ประจวบฯ เปิดโครงการ “จานใหม่…หัวใจจวบ” ส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีประมงพื้นบ้านเชิงสร้างสรรค์

รองผู้ว่าฯ ประจวบฯ เปิดโครงการ “จานใหม่…หัวใจจวบ” ส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีประมงพื้นบ้านเชิงสร้างสรรค์

วันที่ 7 กันยายน 2568 นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดโครงการ “จานใหม่…หัวใจจวบ” การพัฒนานวัตกรรมการท่องเที่ยววิถีประมงพื้นบ้านเชิงสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน ด้วยแนวคิดเศรษฐกิจ BCG และ SDG เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันบนฐานอัตลักษณ์ทุนทางวัฒนธรรมจังหวัดประจวบฯ ที่หัวหินคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ ชั้น 1 ศูนย์การค้าบลูพอร์ตหัวหิน จ.ประจวบฯ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 7- 8 กันยายนนี้ มีผู้ช่วยศาสตราจารย์นภาพร นาคทิม รองอธิการบดีประจำวิทยาเขตวังไกลกังวล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์, รองศาสตราจารย์วิวรณ์ วงศ์อรุณ คณบดีคณะอุตสาหกรรมการโรงแรมและการท่องเที่ยวฯ, นายสรรภพ อึ้งรัศมี รองนายกเทศมนตรีนครหัวหิน, นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ, ดร.สิริกร หน่อทิม นายกสมาคมผู้ประกอบการร้านอาหารและแผงลอยแห่งประเทศไทย จ.ประจวบฯ แขกผู้มีเกียรติให้การต้อนรับ หลังเปิดงานแล้ว รองผู้ว่าราชการประจวบฯ ได้เยี่ยมชมบูธจำหน่ายสินค้าพื้นเมืองและลองชิมอาหารจานใหม่จากแม่ครัวชุมชนทั้ง 8 อำเภอด้วย

นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล กล่าวว่าจังหวัดประจวบฯ ตั้งอยู่ในภาคตะวันตก เป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศไทย เป็น 1 ใน 3 แห่งของใครงการไทยแลนด์ริเวียร่า (Thailand Riviera) ที่รัฐบาลมุ่งพัฒนาโดยนำชายฝั่งทะเลอ่าวไทยของจังหวัด มาพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญรองรับนักท่องเที่ยว เชื่อมต่อกับจังหวัดชุมพรและระนอง ด้วยเส้นทางการคมนาคมที่สามารถเดินทางเข้าถึงได้ ทั้งทางรถยนต์ รถไฟและทางอากาศ ชี้ให้เห็นว่าจังหวัดประจวบฯ มีศักยภาพในการเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมอย่างสูง ประกอบกับความหลากหลายทางภูมิศาสตร์ของจังหวัด สามารถรองรับและให้บริการนักท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี และส่งผลต่อการเชื่อมโยงการท่องเที่ยวในเขตพัฒนาการท่องเที่ยวฝั่งทะเลตะวันตก หรือกลุ่มพื้นที่ท่องเที่ยวภาคตะวันตก และการที่จังหวัดประจวบฯ มีแนวชายฝั่งทะเลอ่าวไทยยาวกว่า 200 กิโลเมตร วิถีวัฒนธรรมที่สำคัญที่เป็นต้นทุนทางสังคมและเศรษฐกิจของจังหวัด คือการทำประมง จึงมีชุมชนประมงชายฝั่งที่ทำการประมงพื้นบ้านจำนวนมาก เป็นแหล่งวัฒนธรรมท้องถิ่นที่น่าสนใจ ทำให้เกิดโครงการ “จานใหม่…หัวใจจวบ” ด้วยแนวคิดเศรษฐกิจ BCG และ SDG เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันบนฐานอัตลักษณ์ทุนทางวัฒนธรรมจังหวัดประจวบฯ

รองศาสตราจารย์วิวรณ์ วงศ์อรุณ กล่าวว่า โครงการ “จานใหม่…หัวใจจวบ” จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ในการสร้างศักยภาพให้กับชุมชนและผู้ประกอบการ ซึ่งจะเข้ามามีส่วนร่วมดำเนินโครงการ สามารถเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า บริการ อาหารและแหล่งท่องเที่ยว รวมถึงการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และเพิ่มขีดความสามารถด้านการท่องเที่ยวให้ประเทศไทย สามารถแข่งขันได้ในเวทีโลกต่อไป โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นคนในชุมชน 8 ชุมชนแต่ละอำเภอในจังหวัดประจวบฯ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดการการท่องเที่ยววิถีประมงพื้นบ้าน ชุมชนละ 10 คน รวมทั้งสิ้น 80 คน.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

กระบะยางระเบิดพลิกคว่ำ ยาบ้าหล่นเกลื่อน 5 ล้านกว่าเม็ด

กระบะยางระเบิดพลิกคว่ำ ยาบ้าหล่นเกลื่อน 5 ล้านกว่าเม็ด

เมื่อเวลาประมาณ 08.00 น.วันที่ 7 กันยายน 2568 พ.ต.ท.พยุงศักดิ์ จงดี สารวัตรใหญ่ สภ.สามกระทาย ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ว่าได้รับแจ้งจากชาวบ้านพลเมืองดี พบรถยนต์กระบะรั้วบรรทุกประสบอุบัติเหตุ ยางระเบิดพลิกคว่ำกีดขวางถนน บนถนนเพชรเกษม ฝั่งขาล่องใต้ หลักกิโลเมตรที่ 271 + 100 หมู่บ้านฟากนา ต.สามกระทาย อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ หลังได้รับแจ้งจึงนำเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมด้วยร.ต.ท.นนทนันท์ สิงหนาท รองสารวัตรสอบสวน สภ.สามกระทายรุดตรวจสอบ

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบรถกระบะรั้วบรรทุก 4 ล้อขนาดใหญ่ ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ทะเบียน 3 ฒฆ 5327 กรุงเทพฯ กระบะรั้วฉีกขาด ของที่บรรทุกมาหล่นกระจัดกระจายเกลื่อน เบื้องต้นพบเป็นชิ้นส่วนแผ่นไม้ที่รื้อมาจากบ้านเก่า ภายในกองไม้พบกล่องโฟมห่อหุ้มด้วยถุงพลาสติกใสปิดทับด้วยเทปกาวสีน้ำตาลแน่นหนา จำนวน 54 กล่อง มีบางกล่องฉีกขาด ของที่บรรจุภายในกล่องเป็นยาบ้าเม็ดสีส้มจำนวนมาก ส่วนผู้ขับขี่และผู้โดยสารไม่ทราบจำนวน ได้หลบหนีไปจากที่เกิดเหตุแล้ว

สันนิษฐานว่ารถคันดังกล่าวได้ขนของกลางมา โดยนำกล่องโฟมซึ่งบรรจุยาเสพติดไว้ด้านล่าง จากนั้นใช้แผ่นไม้ปิดบังอำพรางไว้เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำให้เหมือนขนย้ายไม้บ้านเก่าแล้วมุ่งหน้าลงใต้ ระหว่างทางยางล้อหลังเกิดระเบิด ทำให้เสียหลักพลิกคว่ำ ส่วนผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้หลบหนีไปก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะไปถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ประสานรถยกมาลากรถ และขนของกลางทั้งหมดใส่รถพนักงานสอบสวนนำไปตรวจสอบและนับจำนวนของกลางยาเสพติดทั้งหมดอย่างละเอียดที่โรงพักสามกระทาย มีนายอร่าม ญาณแก้ว นายอำเภอกุยบุรี พ.ต.อ.ภาคภูมิ โห้ใย รอง ผบก.ภ.จ.ประจวบฯ พร้อมตำรวจชุมสืบสวน และตำรวจพิสูจน์หลักฐานร่วมตรวจสอบ ซึ่งภายในกล่องลังโฟม 1 กล่อง บรรจุยาบ้าจำนวน 10 ห่อ ยี่ห้อ 999 ที่เม็ดยาพิมพ์ WY รวม 1 แสนเม็ดต่อ 1 กล่อง รวมทั้งหมด 54 กล่อง กับอีก 1 ห่อ จำนวนยาบ้าเม็ดสีส้มทั้งสิ้น 5,440,000 เม็ด รวมมูลค่ากว่า 32 ล้านบาท ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้ชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบไล่กล้องวงจรปิด เพื่อหาเส้นทางการหลบหนีและหาตัวผู้ร่วมขบวนการที่มาในรถว่ามีจำนวนกี่คน เพื่อติดตามมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

พันธุ์พงษ์ โพธิ์จินดา…..รายงาน

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

นักท่องเที่ยวแน่นหาดประเพณีปล่อยเรือ “ส่งเคราะห์ทางทะเล” ทำบุญให้บรรพบุรุษ

นักท่องเที่ยวแน่นหาดประเพณีปล่อยเรือ “ส่งเคราะห์ทางทะเล” ทำบุญให้บรรพบุรุษ

วันที่ 7 กันยายน 2568 นายประสูตร หอมบรรเทิง นายอำเภอหัวหิน พร้อมด้วยนายศิรพันธ์ กมลปราโมทย์ ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีนครหัวหิน นายเจนวิท ผลิศักดิ์ สาธารณสุขอำเภอหัวหิน นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ นางวาสนา ศรีกาญจนา ที่ปรึกษาสมาคมฯ คณะกรรมการชุมชนชาวประมงหัวหิน ชมรมวัยสดใส ประชาชนชาวหัวหินและนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ร่วมทำบุญเลี้ยงพระสงฆ์จำนวน 9 รูป และประกอบพิธีบวงสรวงในพิธีปล่อยเรือส่งเคราะห์ทางทะเลและงานทำบุญประจำปีศาลเจ้าแม่ทับทิม ที่บริเวณศาลเจ้าแม่ทับทิม ข้างโรงแรมฮิลตัน หัวหิน รีสอร์ตแอนด์สปา เขตเทศบาลนครหัวหิน จ.ประจวบฯ โดยมี พระครูพิสุทธิ์ภาวนาพิธาน (พระปลัดเอกดนัย โชติธัมโม) ที่ปรึกษาเจ้าคณะอำเภอหัวหิน เจ้าอาวาสวัดหัวหิน ประธานฝ่ายสงฆ์ จากนั้นได้ร่วมกันจุดประทัดนับหมื่นดอก ก่อนพร้อมใจกันลากเรือส่งเคราะห์สู่ท้องทะเล มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติจำนวนมากเก็บภาพไว้ดูด้วยความสนใจ พร้อมกันนี้ประชาชนนักท่องเที่ยวต่างนำเลขเด็ดหางประทัดไปเสี่ยงดวงงวดนี้ตามๆ กัน

การปล่อยเรือส่งเคราะห์ทางทะเลเป็นงานประเพณีเก่าแก่ของชาวหัวหินที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี บริเวณศาลเจ้าแม่ทับทิม ที่ประชาชนทั่วไปให้ความเคารพบูชา เพื่อทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้วและนำเถ้าอังคารมาลอยที่บริเวณชายทะเลหัวหิน แต่ไม่เคยได้กลับมาดูแลกราบไหว้ พร้อมทั้งทำบุญสะเดาะเคราะห์ ปล่อยตุ๊กตาปูนปั้นหุ่นหญิงชาย น้องจุก น้องแกละ ประมาณ 4,000 ตัว ที่ทาสีสดให้ประชาชนแล้วแต่จิตศรัทธาบริจาคทำบุญเขียนชื่อตนเองหรือญาติมิตรลงกระดาษติดกับตัวตุ๊กตา อธิษฐานขอให้สิ่งชั่วร้ายต่างๆ พ้นไป นำไปวางไว้ในวิมานเรือส่งเคราะห์ทางทะเล พร้อมใจกันลากเรือทั้งลำออกสู่ทะเลบริเวณหินโคร่งที่เป็นแหล่งปลาชุกชุม ก่อนปล่อยวิมานที่บรรจุตุ๊กตาปูนปั้นหุ่นหญิงชาย น้องจุก น้องแกละ ลงสู่ก้นทะเลกลายเป็นแหล่งปะการังหากินของสัตว์ทะเลต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เริ่มแล้ว‘Hua Hin Music Contest 2025’เฟ้นหาสุดยอดวงดนตรีสากลสมัครเล่น ชิงเงินรางวัล 3 แสนบาท

เริ่มแล้ว‘Hua Hin Music Contest 2025’เฟ้นหาสุดยอดวงดนตรีสากลสมัครเล่น ชิงเงินรางวัล 3 แสนบาท

วันที่ 6 กันยายน 2568 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดการประกวดวงดนตรีสากลสมัครเล่นระดับเยาวชน ‘Hua Hin Music Contest 2025’ ชิงเงินรางวัล 3 แสนบาท พร้อมถ้วยรางวัลจากนายกเทศมนตรีนครหัวหิน ที่ลานหน้าศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจ หัวหิน จ.ประจวบฯ มีนายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหินพร้อมคณะผู้บริหารเทศบาล นายประสูตร หอมบรรเทิง นายอำเภอหัวหิน นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ นางวาสนา ศรีกาญจนา ที่ปรึกษาสมาคมฯ นายอำนาจ ป่านแก้ว ผู้จัดการสนามกอล์ฟหลวงหัวหิน แขกผู้มีเกียรติ และวงดนตรีจากเยาวชนที่เข้าร่วมการแข่งขันให้การต้อนรับ

นายนพพร วุฒิกุล กล่าวว่า เทศบาลนครหัวหิน ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร จัดการประกวด ‘Hua Hin Music Contest’ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เพื่อยกระดับมาตรฐานของการแข่งขันประกวดวงดนตรีสากลสมัครเล่นระดับท้องถิ่น ให้เทียบเท่าระดับประเทศ เป็นการส่งเสริมให้นักเรียน นักศึกษา ได้ตระหนักถึงความสำคัญและรู้จักหน้าที่ของตนเอง กล้าคิด กล้าทำ กล้าแสดงออกในทางสร้างสรรค์และเป็นประโยชน์ และมีส่วนร่วมเพื่อป้องกันภัยจากยาเสพติด รวมไปถึงเป็นกิจกรรมส่งเสริมประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของเมืองหัวหิน เป็นการเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่เพิ่มมากขึ้น และเกิดการจับจ่ายใช้สอยเพิ่มมากขึ้นตามมาด้วย ทำให้เศรษฐกิจภายในเมืองหัวหิน เกิดการหมุนเวียนเพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นกัน

โดยมีวงดนตรีเยาวชนอายุระหว่าง 12 – 18 ปี จากทั่วประเทศ สมัครเข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมด 196 วง จากนั้นคัดเหลือ 100 วง เพื่อทำการแข่งขันในระหว่างวันที่ 6 – 7 กันยายน 2568 และจะประกาศผลวงดนตรีที่เข้ารอบชิงชนะเลิศจำนวน 20 วง ในวันที่ 8 กันยายน ก่อนแข่งรอบไฟนอลหาวงที่ชนะเลิศแต่ละอันดับในวันที่ 13 กันยายนนี้ ที่หน้าศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจ หัวหิน โดยมี“หนึ่ง จักรวาล”และ“จ๊อบ Bedroom Audio”มาร่วมเป็นกรรมการตัดสิน สำหรับวงดนตรีที่ชนะเลิศจะได้รับเงินรางวัล 1 แสนบาท, รองชนะเลิศอันดับ 1 เงินรางวัล 7 หมื่นบาท, รองชนะเลิศอันดับ 2 เงินรางวัล 5 หมื่นบาท, รองชนะเลิศอันดับ 3 เงินรางวัล 3 หมื่นบาท, รองชนะเลิศอันดับ 4 เงินรางวัล 2 หมื่นบาท นอกจากนี้ ยังมีรางวัลพิเศษสำหรับยอดผู้ติดตาม ผู้ชมมากที่สุด (Hot Online View) 10,000 บาท รางวัลนักร้องยอดเยี่ยม 10,000 บาท และนักดนตรียอดเยี่ยม 10,000 บาท จึงขอเชิญผู้ที่สนใจเข้าร่วมชมและเชียร์การแข่งขันได้ตามวันดังกล่าวโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

สร้างเรือประมงจำลอง งานฝีมือรายได้งาม แต่ต้องใจรัก

สร้างเรือประมงจำลอง งานฝีมือรายได้งาม แต่ต้องใจรัก

วันที่ 4 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านเลขที่ 368 หมู่ 1 ต.คลองวาฬ อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่บริเวณหน้าบ้านเปิดเป็นแผงขายข้าวนึ่ง ส่วนบริเวณหลังบ้านเป็นอู่ต่อเรือประมงจำลอง ชื่อว่า “อู่ต่อเรือประมงจำลองแสงประทีป” โดยเจ้าของคือ นายประทีป เอมครุฑ อายุ 43 ปี รับจ้างต่อเรือประมงจำลองและเรือสำเภาจีนหลายขนาด รวมถึงเรือรบ เป็นการสร้างด้วยฝีมือล้วนๆ ทยอยต่อเติมสร้างชิ้นส่วนแต่ละชิ้นด้วยความปราณีต กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นเศรษฐีอาชีพชาวประมง และผู้ประกอบการอาชีพที่เกี่ยวเนื่องกับการทำประมง รวมไปถึงกลุ่มคนที่ชื่นชอบนำไปโชว์ประดับที่บ้านเป็นที่ระลึก เพื่อความสวยงาม และเพื่อความเป็นสิริมงคลตามความเชื่อ

นายประทีป เอมครุฑ อายุ 43 ปี หรือคุณทีป เปิดเผยว่า สมัยที่ตนเป็นเด็ก ครอบครัวมีอาชีพประมง เวลาพ่อและปู่ซ่อมเรือ ตนก็จะคอยวิ่งซื้ออุปกรณ์ให้ตลอด จนสามารถจำได้ว่าโครงสร้างชิ้นส่วนของเรือแต่ละชิ้นมีอะไรบ้าง และส่วนตัวก็ชื่นชอบ จึงเริ่มฝึกสร้างเรือประมงจำลองขนาดเล็กด้วยวิธีขุดเรือจากไม้ท่อน (เรือขุด) หลังจากนั้นจึงได้พัฒนามาเป็นการประกอบชิ้นส่วนทีละชิ้นด้วยเศษไม้ที่เหลือจากการซ่อมเรือประมง และไปหาซื้อเศษไม้จากโรงเลื่อยไม้ หรือโรงต่อไม้เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ซึ่งเศษไม้ทุกชิ้นสามารถนำมาใช้เป็นชิ้นส่วนในการต่อเรือได้ทั้งหมด ไม่มีเหลือทิ้ง

นายประทีป เล่าเพิ่มเติมว่า ตนจบอนุปริญญา หรือ ปวส. สาขาช่างเทคนิคเครื่องกล แต่ด้วยความชอบจึงหันมารับจ้างต่อเรือประมงจำลองเป็นอาชีพเสริมมานานกว่า 10 ปี แล้ว โดยจะใช้เวลาว่างช่วงบ่ายและช่วงหัวค่ำ หลังจากเลิกขายข้าวนึ่งหน้าร้านแล้วมาทยอยต่อเติมสร้างตามออร์เดอร์ที่ลูกค้าสั่ง โดยกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นเถ้าแก่เรือที่เขามีเรืออยู่แล้ว อยากจะสร้างจำลองเก็บไว้เป็นที่ระลึก หรือคนที่ขายเรือไปแล้ว อยากจะทำเก็บไว้เป็นความทรงจำ อีกกลุ่มมาสั่งให้ทำคือพวกที่ชื่นชอบและมีความเชื่อเกี่ยวกับเรือสำเภาจีน ในการทำธุรกิจต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการประมง จะเก็บเอาไว้โชว์ ส่วนพวกลูกค้าที่เป็นเด็กก็จะนำไปใส่มอเตอร์เล่น โดยลูกค้าที่จะสั่งทำจะมาบอกรูปร่างและชื่อเรือ หรือนำภาพถ่ายของเรือที่ลูกค้าต้องการมาให้ดูเป็นแบบอย่าง เราจะแกะแบบตามรูปภาพที่ลูกค้าให้มาโดยใช้ประสบการณ์ของตน ซึ่งเรือที่สามารถจำลองสร้างขึ้นมาได้ คือ เรือประมง เรือสำเภาจีน เรือสำเภาไทย และกลุ่มเรือรบ โดยขนาดเรือที่รับสร้างจำลอง ต้องมีขนาดยาว 60 เซนติเมตรขึ้นไปจนถึง 2 เมตร ถ้าหากใหญ่กว่านี้ก็สามารถทำได้ แต่กระบวนการขนส่งจะเกิดความลำบาก นอกจากนี้เรือที่สร้างทุกลำ สามารถลอยน้ำได้จริง ซึ่งตนจะต้องทดสอบลอยน้ำ ก่อนส่งมอบให้กับลูกค้าทุกลำ 3 – 4 รอบ สำหรับในส่วนของความยากง่ายในการสร้างเรือประมง ความรู้สึกส่วนตัวจากประสบการณ์รู้สึกว่าไม่ยาก แต่ที่ยากคือกลุ่มเรือรบรุ่นเก่าๆ เนื่องจากมีอุปกรณ์มาก ใช้เวลาในการสร้างและเก็บรายละเอียด ส่วนระยะเวลาในการสร้างเรือแต่ละลำ ขึ้นอยู่กับขนาดและรายละเอียดของเรือที่ลูกค้าต้องการ แต่ระยะเวลาโดยประมาณในการสร้างเรือแต่ละลำอยู่ที่ 2 – 3 เดือน ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 6,000 บาทถึงประมาณ 30,000 บาท ขึ้นอยู่กับรายละเอียดของเรือและจำนวนชั้นของหัวเก๋งเรือที่เอาไว้ให้คนนอน แต่เคยสร้างให้กับโรงแรมแห่งหนึ่งโดยทำเป็นลักษณะเฟอร์นิเจอร์ ลำละ 6 – 7 หมื่นบาท และนอกจากนี้ยังมีกลุ่มลูกค้าประเภทที่สั่งให้ต่อเรือ เนื่องจากมีความเชื่อเรื่องความเป็นสิริมงคล โดยจะต้องสร้างขนาดเรือให้ตัวเลขเศษส่วนลงเลข 8 เนื่องจากคนจีนมีความเชื่อว่าเลข 8 หมายถึง เลข infinity (ไม่มีที่สิ้นสุด) จะทำให้ทำมาหากินขึ้น และการนับกรงก็จะต้องนับตรงกลางลำ ให้ลงเงินกับทอง การต่อความกว้างเรือ ต้องลงเลขเศษ 8 กับ 9 ก็ได้ แต่ห้ามลง 4 กับ 7 ส่วนความสูง จะวัดจากท้องเรือจนถึงเสากระโดง ให้ลงเลข 5 หรือ 8 ก็ได้ โดยมีความเชื่อเป็นเลขมงคล ซึ่งกลุ่มเรือสำเภามักนิยมจะให้ใช้ไม้สัก หรือไม้ขนุน นำมาสร้างตัวเรือตามความเชื่อ

ผู้ที่สนใจจะสั่งทำเรือประมงจำลอง สามารถติดต่อได้ที่ โทร. 061 – 7917930 หรือที่เฟซบุ๊ก ชื่อ อู่ต่อเรือประมงจำลอง แสงประทีป เอมครุฑ แต่มีข้อแม้ คืองานที่สั่งห้ามรีบ เพราะตนเน้นคุณภาพ ไม่ได้เน้นปริมาณ เป็นงานทำด้วยมือ ซึ่งผลงานที่ผ่านมามีลูกค้าอยู่ทั่วประเทศกว่า 100 ลำ.

เอกภพ วงษ์ประเสริฐ…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ท่าอากาศยานหัวหิน ขยายอุโมงค์ถนนและพื้นที่ปลอดภัยรอบทางวิ่ง เพื่อรองรับเที่ยวบินต่างประเทศ

ท่าอากาศยานหัวหิน ขยายอุโมงค์ถนนและพื้นที่ปลอดภัยรอบทางวิ่ง เพื่อรองรับเที่ยวบินต่างประเทศ

วันที่ 5 กันยายน 2568 ที่ห้องประชุมท่าอากาศยานหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ นายรัฐพล เจริญผล นายช่างไฟฟ้าอาวุโส รักษาราชการแทนผู้อำนวยการท่าอากาศยานหัวหิน พร้อมด้วยนายวีระศักดิ์ ไชยมิตร วิศวกรโครงการฯ ร่วมกันชี้แจงแนวทางการแก้ปัญหาความสับสนเครื่องหมายจราจร บริเวณพื้นที่งานก่อสร้างอุโมงค์รถยนต์ เพื่อขยายพื้นที่ความปลอดภัยรอบทางวิ่งบริเวณหัวทางวิ่ง 16 เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเกิดความเข้าใจและหลีกเลี่ยงเส้นทางปฏิบัติงานก่อสร้าง เพื่อให้การจราจรคล่องตัวและส่งผลกระทบน้อยที่สุด

นายรัฐพล เจริญผล กล่าวว่า กรมท่าอากาศยานได้รับงบประมาณในโครงการพัฒนาท่าอากาศยานหัวหิน เนื่องจากพื้นที่ปลอดภัยรอบทางวิ่ง บริเวณหัวทางวิ่ง 16 ตรงอุโมงค์รถยนต์และรถไฟมีขนาดแคบ เพียงด้านละ 40 เมตร ในขณะที่ท่าอากาศยานหัวหินได้ประกาศพื้นที่ปลอดภัยรอบทางวิ่ง ด้านละ 60 เมตรตลอดความยาวทางวิ่ง จุดดังกล่าวจึงมีความเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายต่ออากาศยานที่ไถลออกนอกทางวิ่งมากกว่าจุดอื่นของทางวิ่ง และไม่เป็นไปตามประกาศนักบิน (AIP) เพื่อให้เป็นไปตามคำแนะนำของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) จึงจำเป็นต้องขยายความกว้างอุโมงค์รถยนต์และรถไฟ และขยายความกว้างของพื้นที่ปลอดภัยรอบทางวิ่งและปลายทางวิ่งในจุดดังกล่าว เพื่อลดความเสียงต่อความเสียหายของอากาศยานที่อาจจะเกิดการไถลออกนอกทางวิ่ง เพิ่มความปลอดภัยต่ออากาศยานและผู้โดยสาร โดยการก่อสร้างอุโมงค์จะต้องจัดการจราจรรถยนต์และรถไฟให้ยังคงสามารถใช้งานได้ด้วย ระยะเวลาการก่อสร้างกำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จ 480 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2568 ถึงวันที่ 23 สิงหาคม 2569

ปัจจุบัน ได้ทำทางเบี่ยง จะแล้วเสร็จไม่เกินวันที่ 8 กันยายน วันที่ 9 กันยายน จะเริ่มตีเส้นใหม่ และทำการปิดในเช้าวันที่ 10 กันยายนนี้ ตอนนี้ได้ทำแผ่นโบรชัวร์ประชาสัมพันธ์และทำความเข้าใจกับคนบริเวณพื้นที่ใกล้เคียงการก่อสร้างโดยรอบแล้ว และแจกตามหน่วยงาน สถานที่ต่างๆ ให้ช่วยกันประชาสัมพันธ์ ซึ่งในโบรชัวร์จะมีการแนะนำเส้นทาง โดยการเลี่ยงพื้นที่การก่อสร้าง เราสามารถสแกนคิวอาร์โค้ด เพื่อดูเส้นทางได้ทั้งหมด ซึ่งตอนนี้อาจจะใช้เส้นทางเลียบคันคลองชลประทานเป็นหลัก ในส่วนเรื่องของรถในพื้นที่ น่าจะเลี่ยงได้ ที่น่าเป็นห่วง คือรถที่จะมาจากทางกรุงเทพฯ จึงเป็นสาเหตุที่จำเป็นต้องเปิดทางเข้าหัวหิน 2 เลน แต่ถ้าเป็นคนในพื้นที่จะให้ใช้หัวหินซอย 2 เพื่อหลีกเลี่ยงเส้นทางก่อสร้างดังกล่าว หรือเข้าทางบ่อฝ้าย

“ท่าอากาศยานหัวหินต้องกราบขอโทษผู้ใช้เส้นทางทุกคนในความไม่สะดวกทั้งหมด เราจะพยายามเร่งทำให้แล้วเสร็จ คาดว่าอาจจะไม่ถึงปี ก็น่าจะเสร็จได้ เราเข้าใจเพราะเป็นเส้นทางหลักในการเข้าสู่เมืองหัวหิน ตอนนี้จึงประชาสัมพันธ์ให้ใช้ทางเบี่ยงไปก่อน วัตถุประสงค์ของเราคือต้องการพัฒนาสนามบินให้ได้มาตรฐาน เพื่อให้เปิดไฟท์บินระหว่างประเทศกลับมาเหมือนเดิม เพิ่มมาตรฐานความปลอดภัยให้มากขึ้น ซึ่งตอนนี้อยากให้เที่ยวบินต่างประเทศที่เคยบินมาที่เรา เมื่อปี 2562 เขายังมีความสนใจอยู่ เป้าหมายเราคือต้องการให้สายการบินจากกัวลาลัมเปอร์กลับมาก่อนครับ” นายรัฐพล กล่าว.