Categories
ข่าว ทั้งหมด

สปสช. เขต 5 ราชบุรี ประชุมหน่วยงานภาคี ช่วยกลุ่มเปราะบางในสถานคุ้มครองบ้านประจวบโชค

สปสช. เขต 5 ราชบุรี ประชุมหน่วยงานภาคี ช่วยกลุ่มเปราะบางในสถานคุ้มครองบ้านประจวบโชค

วันที่ 6 มีนาคม 2569 คณะเจ้าหน้าที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เขต 5 ราชบุรี นำโดยนางจินตนา แววสวัสดิ์ ผู้ทรงคุณวุฒิ พร้อมด้วย น.ส.ใจทิพย์ สอนดี ผู้เชี่ยวชาญ สปสช.เขต 5 และเจ้าหน้าที่ สปสช.เขต 5 จัดประชุมสร้างความรู้ความเข้าใจ บูรณาการกับภาคีร่วมดำเนินการกลุ่มเปราะบางที่ยังเข้าไม่ถึงบริการในสถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งประจวบคีรีขันธ์ ที่ห้องประชุมสถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งประจวบคีรีขันธ์ (บ้านประจวบโชค) ต.อ่าวน้อย อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีนางวีระนุช ยิ้มหนองโพธิ์ ผู้ปกครองสถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งประจวบฯ พร้อมนักพัฒนาสังคม นักสังคมสงเคราะห์ นักจิตวิทยาพยาบาลประจำสถานคุ้มครอง และเจ้าหน้าที่สถานปกครองคนไร้ที่พึ่ง ให้การต้อนรับ โดยมีภาคีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ ภาคประชาสังคม ภาคประชาชน เข้าร่วม ประกอบด้วย น.ส.รัตนาวดี วิเชียรฉาย รักษาการผู้อำนวยการสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ (รพ.สต.) บ้านนิคม กม.5 นางดารุณี ศราภัยวานิช พยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ และ น.ส.ดรุณี นพคุณวิจัย พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ สสจ.ประจวบฯ น.ส.พนิดา ชูแข นักพัฒนาสังคมชำนาญการพิเศษ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด นางสุธาทิพย์ รัฐนันทมงคล พยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ รพ.ประจวบฯ น.ส.ภาวิณี นะพะวาน เจ้าพนักงานสาธารณสุขชำนาญงาน อบต.อ่าวน้อย นายวิบูลย์ กลัดสมบูรณ์ ศูนย์คุ้มครองผู้บริโภค อ.เมือง นายอัมรินทร์ วัจนรัตนากูล เจ้าหน้าที่ศูนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพภาคประชาชน จ.ประจวบฯ คณะอนุกรรมการควบคุมคุณภาพและมาตรฐาน (อคม.)เขต 5 ราชบุรี นายประเสริฐ ลิ้นจี่ ข้าราชการบำนาญ อบต.อ่าวน้อย

น.ส.ใจทิพย์ สอนดี ผู้เชี่ยวชาญ สปสช.เขต 5 กล่าวว่า ภารกิจของ สปสช.เขต 5 จะสนับสนุนการบูรณาการในพื้นที่ภาคตะวันตกทั้ง 8 จังหวัด ได้แก่จังหวัดนครปฐม สมุทรสาคร สมุทรสงคราม กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี เพชรบุรี และ ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งที่ผ่านมา เมื่อปี 2563 ได้มีการลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) ในการพัฒนาการเข้าถึงสิทธิหลักประกันสุขภาพของคนไทย ที่มีปัญหาสถานะทางทะเบียน ระหว่างกระทรวงมหาดไทย กระทรวงยุติธรรม กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กรุงเทพมหานคร สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) องค์การแพลน อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เพื่อบูรณาการความร่วมมือดูแลประชาชนกลุ่มเปราะบาง ที่ยังเข้าไม่ถึงบริการในระบบหลักประกันสุขภาพ และประสานการทำงานอย่างเป็นระบบ เชื่อมโยงบทบาทหน้าที่ แก้ปัญหาการเข้าถึงสิทธิกลุ่มคนไทย ที่มีปัญหาสถานะทางทะเบียน และปัญหาอื่นๆ

ที่ผ่านมา แต่ละหน่วยงานมีการประชุมหารือกันมาตลอด โดยเมื่อปี 2566 กระทรวง พม. และ สปสช. ได้ประชุมหารือตั้งต้นกันว่า ในกลุ่มคนที่คิดว่าน่าจะมีกลุ่มเปาะบาง มีคนที่มีปัญหาเรื่องสิทธิ เรื่องการเข้าไม่ถึงการรักษาพยาบาล เข้าไม่ถึงการรักษาสุขภาพ น่าจะมีจำนวนมาก ซึ่งกลุ่มหนึ่งที่สำคัญ ได้แก่ กลุ่มคนไร้ที่พึ่ง กลุ่มคนที่อยู่ในสถานสงเคราะห์ต่างๆ

นอกจากนี้ ยังเป็นการประชุมหารือของหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้อง เพื่อมาร่วมกันสนับสนุน วางแผนช่วยเหลือกลุ่มผู้ใช้บริการ(กลุ่มเปราะบาง) ที่มีปัญหาให้เข้าถึงบริการสุขภาพ ได้รับบริการสุขภาพกาย จิตที่ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสิทธิในการรักษา ได้มีการตกลงให้ช่วยกันย้ายสิทธิการรักษาพยาบาล มาอยู่ในความดูแลของสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ กม.5 และ รพ.ประจวบฯ กลุ่มคนที่มีปัญหาสถานะสิทธิ หาช่องทางการคืนสิทธิสถานะความเป็นไทย ให้ตามหาเอกสาร หาญาติเพื่อมาตรวจ DNA หรือประสานงานกับงานทะเบียนท้องถิ่น บูรณาการในการส่งต่อข้อมูลของแต่ละหน่วยงานในการร่วมแก้ไขปัญหา บูรณาการกันร่วมให้ความช่วยเหลือในการให้บริการส่งเสริมสุขภาพร่วมกัน เช่น การคัดกรองโรคเบาหวาน ความดัน วัณโรค การดูแลผู้ป่วยจิตเวช การฟื้นฟูทำกายภาพ อุปกรณ์ทำแผล แพมเพิร์ส ฯลฯ ในการแบ่งปันทรัพยากร การจัดสรรงบประมาณ การร่วมกันตรวจรักษาของแต่ละหน่วยงานที่จะสามารถช่วยเหลือกันได้

นางจินตนา แววสวัสดิ์ ผู้ทรงคุณวุฒิ สปสช.เขต 5 กล่าวว่า สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 5 ราชบุรี มีประเด็นหารือแผนการเพิ่มการเข้าถึงบริการตามชุดสิทธิประโยชน์และการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพของสถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งประจวบฯ เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในสถานการณ์ปัญหา และรูปแบบการให้บริการด้าน กำหนดบทบาททิศทางในการสนับสนุนการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพสิทธิประโยชน์ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ตามที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ร่วมดำเนินงานเพื่อค้นหาประชาชนกลุ่มเปราะบาง ให้เข้าถึงบริการสุขภาพอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 5 ราชบุรี ได้รับการประสานจากสถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดประจวบฯ ในการร่วมแก้ไขเข้าถึงบริการด้านสุขภาพของประชาชนกลุ่มเปราะบาง

นางวีระนุช ยิ้มหนองโพธิ์ ผู้ปกครองสถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งประจวบฯ กล่าวว่าที่บ้านประจวบโชค มีเจ้าหน้าที่ 47 คน เป็นเจ้าหน้าที่จ้างเหมา 25 คน ซึ่งเป็นบุคลากรที่สำคัญมาก ในการดูแลรับผิดชอบผู้ใช้บริการ ในส่วนผู้ใช้บริการ ณ เวลานี้จะไม่รวมผู้ใช้บริการที่ออกไปทำงานข้างนอก ซึ่งในการทำงานข้างนอกจะมีโครงการจ้างรายวัน ตาม มาตรา 35 ที่ไปทดลองอยู่กับสถานประกอบการ และที่ไปอยู่กับนิคมสร้างตนเองฯ ทำให้ตอนนี้บ้านประจวบโชค มีผู้ใช้บริการทั้งหมด 427 คน แบ่งเป็นชาย 300 คน หญิง 127 คน ในจำนวนนี้มีผู้สูงอายุในสถานคุ้มครองฯ 121 คน ซึ่งผู้ใช้บริการในบ้านประจวบโชคทั้งหมด จะเป็นผู้ป่วยจิตเวชเกือบ 99% ในจำนวนคนทั้ง 400 กว่าคนนี้ จะมีแค่ 1 คน ที่ไม่ต้องกินยารักษาโรคจิตเวช

ทั้งนี้จะมีนักจิตวิทยาและนักสังคมสงเคราะห์ ร่วมกันประเมินศักยภาพผู้ใช้บริการโดยการแบ่งเป็นเกรด A มี 40 ราย เกรด B มี 252 ราย และเกรด C มี 135 ราย และสำหรับผู้ใช้บริการที่มีสถานะทางทะเบียนราษฎร์ มีบัตรประชาชนทั้งหมด 343 ราย ไม่มีสถานะทางทะเบียนราษฎร์ 23 ราย และมีสถานะบัตรเลข 0 – 89 มีอยู่ 61 ราย มีคนพิการในสถานคุ้มครองฯ 219 ราย ทั้งนี้สิ่งสำคัญที่สุดที่บ้านประจวบโชค คำนึงถึงเสมอว่าจะไม่ให้ผู้ใช้บริการมาอยู่ที่นี่จนพวกเค้าเสียชีวิตในสถานคุ้มครองฯ แห่งนี้ โดยเป้าหมายสูงสุดของบ้านประจวบโชค คือต้องการส่งพวกเขากลับคืนสู่ชุมชน กลับคืนสู่ครอบครัว กลับสู่สังคม เพราะมีความต้องการอย่างมากที่พวกเขาไปใช้ชีวิตตามปกติเหมือนกับพวกเราทุกคน จึงเป็นการทำงานที่ภูมิใจอย่างมากที่ส่งพวกเขากลับคืนสู่บ้านได้ จะมีการประเมินผลทุกระยะในทุกด้าน ทั้งด้านเรื่องสุขภาพ ว่าพวกเขาสามารถที่จะบังคับตัวเอง หรือมีคนดูแลพาไปหาหมอ ให้ได้รับยาตามหมอสั่งและใช้ชีวิตได้ จนทำงานหารายได้ของตัวเองได้.

บุญมา ลิบลับ…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จับแก๊งล่าเลียงผา ชำแหละเตรียมส่งขาย

อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จับแก๊งล่าเลียงผา ชำแหละเตรียมส่งขาย

วันที่ 7 มีนาคม 2569 นายนิทัศน์ นุ่นสง ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (สบอ.3) สาขาเพชรบุรี เปิดเผยรายงานการจับกุมผู้กระทำผิดลักลอบล่าสัตว์ป่าสงวนในเขตป่ากุยบุรี โดยเจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจร่วมกับหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติกุยบุรี สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 1 ราย พร้อมซากเลียงผาชำแหละแล้วเตรียมขยายผลจับกุมเพื่อนร่วมขบวนการที่ยังหลบหนี โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 มีนาคมที่ผ่านมา ขณะที่ชุดเฉพาะกิจป้องกันปราบปราม ชุดที่ 2 และหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ กร.3 (ด่านสิงขร) ออกลาดตระเวนเชิงรุก บริเวณหุบหลังรีสอร์ต ท้องที่หมู่ 7 บ้านหนองไม้แก่น ต.เกาะหลัก อ.เมือง จ.ประจวบฯ ซึ่งเป็นพื้นที่คาบเกี่ยวเขตป่าสงวนแห่งชาติป่ากุยบุรี พบชายต้องสงสัยทราบชื่อภายหลัง คือนายวรพจน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 40 ปี เดินออกจากชายป่า สภาพเสื้อกางเกงเปื้อนเลือด พร้อมสะพายเป้ที่ดัดแปลงจากถุงปุ๋ย ท่าทางมีพิรุธ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวขอตรวจค้น พบซากสัตว์ป่าที่ผ่านการชำแหละมีเลือดติดอยู่แยกชิ้นส่วนแล้ว บรรจุอยู่ในถุงปุ๋ย 2 ใบ และถุงดำ 1 ถุง พร้อมของกลางมีดทำครัวและอุปกรณ์อื่นๆ จึงยึดไว้เป็นหลักฐาน

จากการตรวจสอบเบื้องต้น ยืนยันว่า ซากสัตว์ดังกล่าวคือ เลียงผา (Capricornis sumatraensis) จำนวน 1 ตัว ซึ่งเป็นสัตว์ป่าสงวนลำดับต้นๆ ของไทยที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ และได้รับความคุ้มครองสูงสุดตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562

จากการสอบสวน นายวรพจน์ให้การอ้างว่าตนเพียงช่วยขนย้ายซากสัตว์เท่านั้น โดยซัดทอดว่ามีผู้ร่วมแก๊งอีก 2 ราย คือ นายนุ ซึ่งเป็นคนดักบ่วงล่าสัตว์ป่าและหลบหนีไปได้ และนายโน๊ต ที่โทรศัพท์เรียกให้ตนมาช่วยขนซากเลียงผาดังกล่าว เพื่อเตรียมส่งขายจนกระทั่งถูกจับกุม เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหาหนักตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 และ พ.ร.บ. ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 ในฐานความผิด ล่าสัตว์ป่าสงวน โดยไม่ได้รับอนุญาต, ครอบครองซากสัตว์ป่าสงวน โดยไม่ได้รับอนุญาต, เก็บหาของป่า อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองประจวบฯ ดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด และติดตามตัวผู้กระทำผิดที่ถูกซัดทอดมาดำเนินคดีอย่างเร่งด่วน

ขณะที่ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี สั่งการให้เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี เพิ่มความเข้มงวดในการลาดตระเวนและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายป่าไม้อย่างต่อเนื่อง เพื่อปกป้องพื้นที่ป่า สัตว์ป่าและระบบนิเวศในพื้นที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เปิดสโมสรอำเภอชะอำ แห่งแรกของประเทศ ปลดล็อกพื้นที่ราชการ สู่ศูนย์รวมกิจกรรมเพื่อประชาชน

เปิดสโมสรอำเภอชะอำ แห่งแรกของประเทศ ปลดล็อกพื้นที่ราชการ สู่ศูนย์รวมกิจกรรมเพื่อประชาชน

วันที่ 6 มีนาคม 2569 ร.ต.ท.ภพชนก ชลานุเคราะห์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เป็นประธานเปิดอาคารสโมสรอำเภอชะอำ ณ อำเภอชะอำ จ.เพชรบุรี พร้อมด้วยนายแก้ว คงวงศ์ นายอำเภอชะอำ นายฤกษ์ อยู่ดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี เขต 2 นายนุกูล พรสมบูรณ์ศิริ นายกเทศมนตรีเมืองชะอำ นายธานี ยี่สาร อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมพิธี

ร.ต.ท.ภพชนก ชลานุเคราะห์ กล่าวว่า การเปิดสโมสรอำเภอชะอำในวันนี้ ขอชื่นชมอำเภอชะอำที่สามารถดำเนินการก่อสร้างอาคารหอประชุมที่ทันสมัย พร้อมครุภัณฑ์ประกอบได้อย่างเรียบร้อยและสำเร็จลุล่วงไปด้วยดีตามสัญญา หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจากการที่ทุกภาคส่วนมีมติเห็นชอบให้เปลี่ยนชื่อเป็น ‘สโมสรอำเภอชะอำ’ นั้น จะทำให้สถานที่แห่งนี้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งในการจัดงานรัฐพิธี งานประชุมสัมมนา รวมถึงเป็นพื้นที่จัดกิจกรรมของหน่วยงานราชการ ภาคเอกชน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องประชาชนชาวอำเภอชะอำทุกคน

อาคารดังกล่าว อำเภอชะอำได้รับการจัดสรรงบประมาณประจำปี 2568 จากกรมการปกครอง จำนวน 8,709,984 บาท เพื่อก่อสร้างอาคารหอประชุมอำเภอหลังใหม่ ซึ่งดำเนินการเสร็จสิ้นเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แต่เนื่องจากคณะกรรมการบริหารงานอำเภอแบบบูรณาการ (ก.บ.อ.ชะอำ) และที่ประชุมกำนันผู้ใหญ่บ้าน ได้เล็งเห็นถึงข้อจำกัดทางกฎหมายในการใช้งานหอประชุม ซึ่งเป็นสถานที่ราชการ จึงมีมติเอกฉันท์ให้เปลี่ยนชื่ออาคารแห่งนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถเข้ามาใช้สถานที่จัดกิจกรรมสันทนาการ งานสังคม รวมถึงงานประเพณีต่างๆ เช่น งานแต่งงาน หรืองานอุปสมบท ซึ่งจะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการเช่าสถานที่จัดงานได้อย่างเป็นรูปธรรม

ความสำเร็จในครั้งนี้ เกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งนายนุกูล พรสมบูรณ์ศิริ นายกเทศมนตรีเมืองชะอำ ที่สนับสนุนทีมช่างออกแบบ ตลอดจนภาคเอกชนในพื้นที่ และที่สำคัญยิ่ง ได้รับความเมตตาจากพระมหา ดร.วิชัย เตชธมฺโม ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดเพชรบุรี และเจ้าอาวาสวัดถ้ำแจง ที่ได้มอบจอ LED ขนาดใหญ่ สำหรับติดตั้งภายในสโมสร มูลค่า 260,000 บาท ระบบกล้องวงจรปิด 6 ตัว มูลค่า 17,000 บาท รวมถึงมอบถุงยังชีพ ข้าวสาร และผ้าอ้อมสำเร็จรูป ให้กับผู้ป่วยติดเตียง กำนันทั้ง 8 ตำบล และประธานชุมชน 27 แห่ง เพื่อเป็นการช่วยเหลือสังคมควบคู่กันไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

“เค.เอส บางสะพานเอ็นจิเนียริ่ง” มอบโล่กำบังกระสุนให้ สภ.บางสะพาน เสริมความปลอดภัยเจ้าหน้าที่

“เค.เอส บางสะพานเอ็นจิเนียริ่ง” มอบโล่กำบังกระสุนให้ สภ.บางสะพาน เสริมความปลอดภัยเจ้าหน้าที่

วันที่ 5 มีนาคม 2569 นายเกษม ฉันท์แต่ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท เค.เอส บางสะพานเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ได้มอบโล่กำบังกระสุน ซึ่งผลิตจากแผ่นเหล็กเกรด SS400 ความหนา 4.5 มิลลิเมตร ให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางสะพาน ที่สถานีตำรวจภูธรบางสะพาน อ.บางสะพาน จ.ประจวบฯ เพื่อใช้ในการป้องกันตัวและเพิ่มความปลอดภัยระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในสถานการณ์ต่างๆ โดยมี พ.ต.อ.ตะวัน ตระการฤกษ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบางสะพาน เป็นผู้รับมอบ พร้อมด้วย พ.ต.ท. ประหยัด อินทนาศักดิ์ รองผู้กำกับการป้องกันและปราบปราม สภ.บางสะพาน และ พ.ต.ท. ณัฐพล ทับทิม รองผู้กำกับการ (สอบสวน) สภ.บางสะพาน เข้าร่วมรับมอบ และมีนายเอกนิรันดร์ จันทร์งาม ประธานคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ (กต.ตร.) สภ.บางสะพาน และในฐานะนายกเทศมนตรีตำบลร่อนทอง ร่วมเป็นสักขีพยานและร่วมมอบโล่กำบังกระสุนในครั้งนี้ด้วย

นายเกษม จันทร์แต่ง กล่าวว่า การมอบอุปกรณ์ครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการตอบแทนสังคมและสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งถือเป็นกำลังสำคัญในการดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชน โดยบริษัทมีความตั้งใจที่จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านความปลอดภัยให้กับชุมชนในพื้นที่อำเภอบางสะพาน

ทั้งนี้ โล่กำบังกระสุนที่มอบให้ในครั้งนี้ ถูกออกแบบและผลิตจากแผ่นเหล็กคุณภาพสูงเกรด SS400 ซึ่งมีความแข็งแรงและทนทาน ด้วยความหนา 4.5 มิลลิเมตร สามารถช่วยป้องกันอันตรายจากสถานการณ์เสี่ยงต่างๆ ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจอาจต้องเผชิญในระหว่างการปฏิบัติภารกิจ ทั้งการเข้าระงับเหตุ การตรวจค้น หรือการเผชิญเหตุฉุกเฉิน

ด้าน พ.ต.อ. ตะวัน ตระการฤกษ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบางสะพาน กล่าวว่า อุปกรณ์โล่กำบังกระสุนที่ได้รับมอบในครั้งนี้ถือเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะในภารกิจที่มีความเสี่ยง ซึ่งจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยและสร้างความมั่นใจให้กับเจ้าหน้าที่ขณะปฏิบัติงาน พร้อมทั้งกล่าวขอบคุณภาคเอกชนที่ให้การสนับสนุนและให้ความสำคัญกับการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งการสนับสนุนจากภาคเอกชน เป็นอีกหนึ่งพลังสำคัญในการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐ และสะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือของทุกภาคส่วนในสังคม ที่ร่วมกันดูแลความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ให้เกิดความมั่นคงและยั่งยืนต่อไป.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

รองผู้ว่าฯ ประจวบฯ เปิดโครงการ SMEs Access Plus 2569 สนับสนุนผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม

รองผู้ว่าฯ ประจวบฯ เปิดโครงการ SMEs Access Plus 2569 สนับสนุนผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม

วันที่ 5 มีนาคม 2569 นายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดโครงการเปิดประตูเพิ่มทุนเพื่อผู้ประกอบการ SMEs ที่โรงแรมประจวบแกรนด์ อ.เมืองประจวบฯ โดยคณะผู้บริหารการคลังประจำจังหวัดประจวบฯ (คบจ.ปข.) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 (โครงการ SMEs Access Plus 2569) มี น.ส.กนกกร เอี่ยมเพชร์ คลังจังหวัด คณะผู้บริหารการคลังประจำจังหวัดประจวบฯ (คบจ.ปข.) หัวหน้าส่วนราชการและผู้บริหารสถาบันการเงินรัฐวิสาหกิจ สังกัดกระทรวงการคลังในจังหวัดประจวบฯ ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) และวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่จังหวัดประจวบฯ เข้าร่วมจำนวน 90 ราย

รัฐบาลโดยกระทรวงการคลังได้เล็งเห็นความสำคัญของการสนับสนุนและส่งเสริมผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจ เพื่อให้สามารถฟื้นตัวและดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นคงและครบถ้วนในทุกมิติ คณะผู้บริหารการคลังประจำจังหวัดประจวบฯ จึงได้จัดโครงการนี้ขึ้น เพื่อเพิ่มศักยภาพทางการเงินและสร้างโอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุน พร้อมทั้งเสริมสร้างองค์ความรู้ทางการเงินที่ตรงจุด เพื่อให้ผู้ประกอบการมีความเข้มแข็ง สามารถขยายกิจการ เพิ่มช่องทางการตลาดใหม่ๆ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน อันจะนำไปสู่การสร้างงาน สร้างรายได้ กระตุ้นการลงทุน และสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจของประเทศ

การดำเนินโครงการ SMEs Access Plus 2569 ประกอบด้วยกิจกรรมสำคัญ ได้แก่ การบรรยายหัวข้อ “การเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบจากสถาบันการเงินสังกัดกระทรวงการคลัง และการเพิ่มศักยภาพในการดำเนินธุรกิจ” จากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากเงินฝากค่าใช้จ่ายเก็บภาษีท้องถิ่นร้อยละ 10 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 และได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดประจวบฯ และสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดประจวบฯ พร้อมทั้งการออกบูธให้คำปรึกษาด้านการเงิน การเข้าถึงสินเชื่อแหล่งเงินทุนจากสถาบันการเงิน ให้ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในจังหวัดประจวบฯ เป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการ SMEs และเศรษฐกิจของจังหวัดประจวบฯ ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ สร้างงาน สร้างรายได้และกระตุ้นการลงทุนในพื้นที่.

ข่าวแนะนำ

ชิงเก้าอี้ สส.เขต 3 ประจวบฯ ดุเดือด “กำนันสวาป – มนัญญา” ส่ง “เดียร์-พงษ์พันธ์” สวมเสื้อภูมิใจไทย ยื่นสมัครได้เบอร์ 7 หวังล้มแชมป์เก่า“ประมวล-กล้าธรรม” ส่วนม้ามืด “ซี-นิติ” ปชป. มีเบียดลุ้น

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ ตรวจปั๊มน้ำมัน ยืนยันมีน้ำมันเชื้อเพลิงเพียงพอไม่ต้องซื้อกักตุน สั่งคุมเข้มห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคา

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ ตรวจปั๊มน้ำมัน ยืนยันมีน้ำมันเชื้อเพลิงเพียงพอไม่ต้องซื้อกักตุน สั่งคุมเข้มห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคา

วันที่ 4 มีนาคม 2569 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ พร้อมด้วยนายสรศักดิ์ ท่าใหญ่ พลังงานจังหวัด และเจ้าหน้าที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัด ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานีบริการน้ำมัน ปตท.คลองวาฬ อ.เมืองประจวบฯ ในช่วงที่เกิดสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง จากการลงพื้นที่ในวันนี้ พบว่าสถานีบริการน้ำมันยังคงเปิดให้บริการตามปกติ มีประชาชนมาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผู้ประกอบการแจ้งว่าเมื่อวันก่อนมีลูกค้าพากันนำรถมาเติมน้ำมันจำนวนมาก เพราะกังวลว่าน้ำมันเชื้อเพลิงจะปรับราคาสูงขึ้น จากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทำให้น้ำมันทุกชนิดหมด จำเป็นต้องปิดให้บริการ จากปกติที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง จึงทำให้มีประชาชนบางส่วนเข้าใจผิดว่ามีการกักตุน แต่ในวันนี้สถานการณ์กลับมาเป็นปกติแล้ว

นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงในวันนี้ ได้ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนผู้ประกอบการให้ทราบ เกี่ยวกับการห้ามกักตุน หรือปฏิเสธการจำหน่าย หรือการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ พร้อมยืนยันว่าขณะนี้ปริมาณน้ำมันสำรองในประเทศมีเพียงพอ ไม่จำเป็นต้องซื้อกักตุน แต่ขอให้ช่วยกันใช้อย่างประหยัด แม้จะไม่ขาดแคลน เพราะไม่สามารถคาดเดาได้ว่าการสู้รบในตะวันออกกลางจะยืดเยื้อหรือไม่ พร้อมฝากเตือนประชาชนที่ซื้อน้ำมันใส่แกลลอน อาจสุ่มเสี่ยงทำให้เกิดอันตรายได้ โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่สภาพอากาศร้อน พร้อมกันนี้ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควบคุมดูแลป้องกันการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาสินค้าในช่วงนี้ หากประชาชนพบเห็นการกระทำผิด ขอให้แจ้งสำนักงานพาณิชย์จังหวัด หรือศูนย์ดำรงธรรมอำเภอ ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด หรือสายด่วน 1569

นอกจากนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ ยังกล่าวถึงประเด็นเรื่องการเฝ้าระวังการก่อเหตุด้านความมั่นคงในพื้นที่ ว่าขณะนี้ทางจังหวัดมีข้อมูลชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในพื้นที่อยู่แล้ว และได้กำชับทุกอำเภอ ฝ่ายปกครอง ตำรวจท้องที่ ช่วยกันสอดส่อง เฝ้าระวัง และเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตรา โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

โรตารีหัวหิน พานักเรียนด้อยโอกาส จาก รร.ราชประชานุเคราะห์ 47 ชมภาพยนตร์

โรตารีหัวหิน พานักเรียนด้อยโอกาส จาก รร.ราชประชานุเคราะห์ 47 ชมภาพยนตร์

วันที่ 4 มีนาคม 2569 นางศณิสา ศรีอาจ นายกสโมสรโรตารีหัวหิน เป็นประธานเปิดโครงการ “เปิดโลกกว้างสร้างรอยยิ้ม” เพื่อสร้างเสริมประสบการณ์และมอบความสุขให้แก่เยาวชน ที่โรงภาพยนตร์เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจ หัวหิน โดยนางสิริณิกุญช์ เพ็ชร์สุกใส ผู้อำนวยการโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 47 จังหวัดเพชรบุรี นำคณะครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียนชั้นมัธยมต้นปีที่ 3 และมัธยมปลาย ปีที่ 4 รวมกว่า 170 คน เข้าร่วมกิจกรรม มีนายสุรชาติ บัวพรม ผู้จัดการเมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ สาขาหัวหิน พร้อมด้วยสมาชิกสโมสรโรตารีหัวหิน ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

สโมสรโรตารีหัวหิน ร่วมกับบริษัท เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ กรุ๊ป จำกัด(มหาชน) และมูลนิธิเมเจอร์แคร์ จัดโครงการเปิดโลกกว้างสร้างรอยยิ้ม พาน้องดูหนัง เพื่อจะได้มีประสบการณ์นอกจากภายในโรงเรียน อันเป็นการช่วยส่งเสริมให้เกิดการพัฒนารู้จักคิดอย่างมีเหตุผล ซึ่งนักเรียนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลตัวเมืองได้มีโอกาสมาเรียนรู้ประสบการณ์ สร้างรอยยิ้มกับเมเจอร์ซินีเพล็กซ์ และเพื่อได้ถ่ายทอดความรู้สึกผ่านเรียงความถึงแรงบันดาลใจที่ได้จากภาพยนตร์ อีกทั้งเพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

นอกจากนี้ สโมสรโรตารีหัวหิน ได้มอบเกียรติบัตรให้กับนายพีรพัฒน์ แสนเกษม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/1 จากการเขียนเรียงความ จากภาพยนตร์เรื่อง“หนุมานไวท์มังกี้”และได้รับทุนการศึกษา 10,000 บาท จากมูลนิธิเมเจอร์ฯ

ทั้งนี้ นักเรียนโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 47 จะเป็นเด็กด้อยโอกาส 10 ประเภท ซึ่งหมายถึงเด็กและเยาวชนที่มีปัญหาและและมีอุปสรรคต่อการได้รับบริการทางการศึกษาที่เกิดจากความเสียเปรียบ เนื่องจากความแตกต่างในด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม เช่น เด็กถูกบังคับให้ขายแรงงาน เด็กเร่ร่อน เด็กที่อยู่ในธุรกิจบริการทางเพศ เด็กที่ถูกทอดทิ้ง เด็กที่ถูกทำร้ายทารุณ เด็กยากจนมากเป็นพิเศษ เด็กในชนกลุ่มน้อย เด็กที่มีปัญหาเกี่ยวกับยาเสพติด เด็กที่ได้รับผลกระทบจากโรคเอดส์ เด็กในสถานพินิจและคุ้มครอง.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

วัดราชายตนบรรพตทำบุญครบรอบ 6 ปี รำลึก “หลวงปู่ก้าน” พระผู้เมตตาของชาวหัวหิน

วัดราชายตนบรรพตทำบุญครบรอบ 6 ปี รำลึก “หลวงปู่ก้าน” พระผู้เมตตาของชาวหัวหิน

วันที่ 4 มีนาคม 2569 วัดราชายตนบรรพต หรือวัดเขาต้นเกด อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ ได้จัดงานบำเพ็ญกุศลรำลึกครบรอบ 6 ปี วันมรณภาพ พระเนกขัมมมุนี (หลวงปู่ก้าน ฐิตธัมโม) อดีตเจ้าอาวาสวัดราชายตนบรรพต อดีตที่ปรึกษาเจ้าคณะอำเภอหัวหิน (ธรรมยุต) มีพระเทพวชิรสุธี เจ้าคณะจังหวัดประจวบฯ (ฝ่ายธรรมยุต) เจ้าอาวาสวัดธรรมมิการาม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วย พระราชรัตนวิสุทธิ์ เจ้าคณะจังหวัดประจวบฯ (มหานิกาย) เจ้าอาวาสวัดกุยบุรี, พระครูธรรมานุจารีย์ ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดประจวบฯ วัดเขาเต่า, พระครูภาวนาวิโรจน์ เจ้าอาวาสวัดราชายตนบรรพต, นายศิรพันธ์ กมลปราโมทย์ ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีนครหัวหิน, นายสรรภพ อึ้งรัศมี รองนายกเทศมนตรีนครหัวหิน แขกผู้มีเกียรติ อุบาสกอุบาสิกา ศิษยานุศิษย์และประชาชนจำนวนมากเข้าร่วมพิธีสวดทักษิณานุปทาน เจริญพระพุทธมนต์จากพระเถระผู้ใหญ่จำนวน 20 รูป นอกจากนี้ยังได้จัดพิธีสวดมาติกาบังสุกุลให้กับทหารผู้กล้า 42 วีรชนแห่งสมรภูมิชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อเชิดชูเกียรติยศและความเสียสละของทหารทุกนาย พร้อมกันนี้มีผู้ใจบุญต่างนำอาหาร ผลไม้ และเครื่องดื่มไปออกโรงทานแจกให้กับประชาชนที่มาร่วมงานด้วย

“หลวงปู่ก้าน” ได้ละสังขารอย่างสงบเมื่อวันที่ 4 มี.ค.2563 สิริอายุ 100 ปี มีนามเดิมว่า ก้าน ด้วงเด่น เกิดเมื่อวันพุธที่ 11 ส.ค.2463 ปีวอก อยู่ที่บ้านโผงเผง อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง ในสกุลของพ่อเจียม ด้วงเด่น แม่กุล ด้วงเด่น ท่านเป็นคนกลางของพี่น้อง 3 คน ซึ่งชื่อเรียงกันว่า ใบ ก้าน กิ่ง และบุตรชายในครอบครัวนี้ได้อุปสมบททั้งหมด ท่านเองได้อุปสมบทเมื่อปี 2483 ขณะอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ โดยโยมบิดามารดาได้อุปสมบทให้ที่วัดถนนสุทธาราม จ.อ่างทอง หลังจากนั้นเพียง 4 ปี คือในปี 2487 ท่านก็สอบได้นักธรรมเอก ต่อมาวันที่ 24 ก.ย.2505 หลวงปู่ได้ขออนุญาตสร้างวัดให้ถูกต้องตามกฎหมายและได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 10 ก.ค.2515 โดยเรียกขานอย่างเป็นทางการว่า “วัดราชายตนบรรพต” หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “วัดต้นเกด”

ต่อมาพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้ทรงพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้อัญเชิญพระปรมาภิไธยและพระนามาภิไธยของทั้งสองพระองค์ประดิษฐานไว้ที่หน้าบันอุโบสถและทรงปลูกต้นศรีตรังไว้ที่หน้าอุโบสถ เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.2517 หลวงปู่ก้านเป็นพระมหาเถระซึ่งดำรงอยู่ในวิถีแห่งพระสุปฏิปันโน ท่านเป็นรัตตัญญู ผู้ใดได้ไปกราบสักการะและฟังธรรมท่านแล้วล้วนซาบซึ้งใจ เป็นพระเถระผู้ใหญ่ที่มีเมตตา เป็นที่เคารพศรัทธาของลูกศิษย์ที่เป็นสงฆ์และฆราวาส หลังจากที่สร้างวัดเพื่อเป็นที่ปฏิบัติธรรมของหลวงปู่และเป็นของพุทธศาสนิกชนโดยทั่วไปแล้ว หลวงปู่ก้านก็ไม่เคยย้ายไปอยู่ที่วัดอื่นใดอีกเลยจนกระทั่งมรณภาพ.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ เปิดอบรมเวชศาสตร์วิถี “นักเรียนไทยสุขภาพดี” ลดปัญหาโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ เปิดอบรมเวชศาสตร์วิถี “นักเรียนไทยสุขภาพดี” ลดปัญหาโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง

วันที่ 4 มีนาคม 2569 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการโครงการเวชศาสตร์วิถีชีวิตวัยเรียน เทศบาลนครหัวหิน มีนางจารุรัตน์ พัฒน์ทอง รองนายแพทย์สาธารณสุข จ.ประจวบฯ น.ส.บุษบา โชคสุชาติ รองนายกเทศมนตรีนครหัวหิน นายเจนวิท ผลิศักดิ์ สาธารณสุขอำเภอหัวหิน คณะผู้บริหารเทศบาล และหัวหน้าส่วนราชการร่วมโครงการ มีผู้เข้ารับการอบรมประกอบด้วยผู้บริหารสถานศึกษา ครูสุขศึกษาและพละศึกษา หัวหน้างานอนามัยโรงเรียน นักโภชนาการ นักเรียนระดับมัธยมศึกษา และบุคลากรที่เกี่ยวข้องจากโรงเรียนในสังกัดเทศบาลนครหัวหิน จำนวน 82 คน

โครงการดังกล่าว จัดโดยกองการศึกษาเทศบาลนครหัวหิน ระหว่างวันที่ 4 – 6 มีนาคม เพื่อสนับสนุนนโยบายของจังหวัดประจวบฯ ภายใต้เป้าหมาย “เมืองอายุยืน สุขภาวะดี ระบบนิเวศเอื้อต่อพฤติกรรมสุขภาพ และจุดหมาย Health & Wellness อย่างยั่งยืน” ส่งเสริมให้ครูและนักเรียนมีความรู้ ความเข้าใจและทักษะด้านเวชศาสตร์วิถีชีวิต พัฒนาหลักสูตรที่เน้นการเรียนรู้เชิงปฏิบัติและสามารถนำไปใช้ได้จริง สร้างโรงเรียนต้นแบบด้านการส่งเสริมสุขภาพ สร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างสถานศึกษาและหน่วยงานสาธารณสุข ป้องกันและลดปัจจัยเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรังอย่างยั่งยืน หรือ NCDs เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจ รวมถึงภาวะน้ำหนักเกิน ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของคนไทย และมีแนวโน้มพบในกลุ่มเด็กและเยาวชนเพิ่มมากขึ้น การสร้างพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้องตั้งแต่วัยเรียน ถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการลดภาระโรคในอนาคต

ซึ่ง “เวชศาสตร์วิถีชีวิต” เป็นแนวคิดที่มุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพอย่างเป็นระบบ จากการรักษาเมื่อป่วย ไปสู่การสร้างสุขภาพก่อนเกิดโรค ผ่านเสาหลัก 6 ประการ ได้แก่ การบริโภคอาหารที่เหมาะสม การมีกิจกรรมทางกายสม่ำเสมอ การนอนหลับเพียงพอ การหลีกเลี่ยงสารเสพติด การจัดการความเครียด และการมีความสัมพันธ์ทางสังคมที่ดี โดยมีคณะวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากกรมอนามัยและศูนย์อนามัยที่ 5 ราชบุรี ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์วิถีชีวิต การพัฒนาศักยภาพบุคลากร และการจัดกระบวนการเรียนรู้เชิงปฏิบัติ มาบรรยายให้ความรู้ในหัวข้อต่างๆ อาทิ การจัดการความเครียดและการนอนหลับในเชิงการแพทย์ทางเลือก การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพและความสัมพันธ์ในโรงเรียน ทักษะการเป็นโค้ชสุขภาพและการสร้างแรงจูงใจเพื่อคุยกับนักเรียน

นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมอนามัยร่วมกับภาคีเครือข่าย ขับเคลื่อนเวชศาสตร์วิถีชีวิต (Lifestyle Medicine : LM) พลิกโฉมสุขภาพคนไทย ภายใต้วิสัยทัศน์ “ปรับวิถีชีวิต สร้างสุขภาวะ เพื่อคนไทยแข็งแรง” ซึ่งในส่วนของจังหวัดประจวบฯ ให้ความสำคัญในการป้องกันและจัดการโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ได้บูรณาการพัฒนางานส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ในกลุ่มเด็กวัยเรียน เพื่อลดปัญหาภาวะอ้วน ลดภาวะฟันผุ เสริมสร้างสติปัญญาและความฉลาดทางอารมณ์ และได้รับภูมิคุ้มกันตามมาตรฐาน โดยมียุทธศาสตร์การดำเนินงานแบบบูรณาการที่เป็นรูปธรรม เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์นักเรียนไทยสุขภาพดี การดำเนินงานดูแลสุขภาพของเด็กวัยเรียนวัยรุ่น จำเป็นต้องมีการดำเนินงานควบคู่ ทั้งด้านการแก้ปัญหาสุขภาพเฉพาะประเด็นและการส่งเสริมสุขภาพองค์รวม โดยใช้กลยุทธ์การพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพ พฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์และพัฒนาโรงเรียนให้เป็นองค์กรรอบด้านสุขภาพ โดยการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายให้สอดคล้องกับนโยบายจังหวัดประจวบฯ ตามโครงการคลินิกเวชศาสตร์ วิถีชีวิตในโรงเรียน ซึ่งโครงการนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการพัฒนาโรงเรียนต้นแบบด้านสุขภาวะ และสามารถขยายผลสู่สถานศึกษาอื่นๆ ในจังหวัดประจวบฯ ได้ในอนาคต.

Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ ปิดแข่งตบลูกยางรายการอ่าวน้อยวิทยานิคมเกมส์ ครั้งที่ 1

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ ปิดแข่งตบลูกยางรายการอ่าวน้อยวิทยานิคมเกมส์ ครั้งที่ 1

วันที่ 3 มีนาคม 2569 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าฯ ประจวบฯ เป็นประธานปิดการแข่งขันกีฬาวอลเล่ย์บอลอ่าวน้อยวิทยานิคมเกมส์ ครั้งที่ 1 ที่หอประชุมโรงเรียนอ่าวน้อยวิทยานิคม ต.อ่าวน้อย อ.เมือง จ.ประจวบฯ ในโครงการ “Next Move Aownoi” ส่งเสริมกีฬานักเรียนและสัมพันธ์ชุมชน (วอลเล่ย์บอลอ่าวน้อยวิทยานิคมเกมส์) พร้อมมอบถ้วยรางวัลชนะเลิศ ซึ่งเป็นถ้วยจากผู้ว่าราชการจังหวัดและออกแบบถ้วยรางวัลโดยผู้ว่าฯ เองด้วย มี น.ส.สกาวเดือน อนันตวรพจน์ ผู้อำนวยการโรงเรียนอ่าวน้อยวิทยานิคม กล่าวรายงาน มี นายวัชรินทร์ จันทร์เดช ประธานเครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดิน จ.ประจวบฯ นายปิยชาติ ไฮ้คง หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์การคุมประพฤติ สำนักงานคุมประพฤติจ.ประจวบฯ พ.ต.ท.ชุมพล บางจันทร์ทึก รอง ผกก.ป. สภ.อ่าวน้อย พ.ต.เสน่ห์ นุ่มพรมทอง หัวหน้าชุดวิทยากรกองทุนแม่ฯ ที่ 9 กอ.รมน. ผู้บริหารสถานศึกษา คณาจารย์ ครูและนักเรียน คณะกรรมการจัดการแข่งขัน คณะผู้ตัดสิน ตลอดจนนักกีฬาและผู้ฝึกสอนทั้งในประเภทนักเรียนและประเภทประชาชน เข้าร่วม

นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าฯ ประจวบฯ กล่าวชื่นชมในความสมานฉันท์และความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของนักกีฬาทุกทีม ที่ได้ร่วมกันแสดงทักษะทางการกีฬาวอลเล่ย์บอลอย่างเต็มความสามารถ ภายใต้กฎ กติกาและมีความเป็นนักกีฬาอย่างแท้จริง ชัยชนะที่ได้รับในวันนี้ คือผลจากระเบียบวินัยและการฝึกซ้อมที่หนักหน่วง ส่วนความผิดหวังนั้น ขอให้ถือเป็นบทเรียนและแรงผลักดันในการพัฒนาตนเองต่อไป อย่างไรก็ตาม สิ่งที่มีค่าเหนือกว่าผลการแข่งขัน คือ มิตรภาพและประสบการณ์ที่เกิดขึ้นในสนามแห่งนี้ ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาวงการกีฬาและบุคลากรของเราสืบไป ขอชื่นชมนักกีฬาทุกคน ที่ทำหน้าที่ของตนเองอย่างเต็มที่ และขอบคุณคณะกรรมการจัดงาน คณะผู้ตัดสิน รวมถึงผู้สนับสนุนทุกฝ่ายที่ร่วมกันทำให้การแข่งขันในครั้งนี้ประสบความสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี และบรรลุตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ทุกประการ

น.ส.สกาวเดือน อนันตวรพจน์ ผู้อำนวยการโรงเรียนอ่าวน้อยวิทยานิคม กล่าวว่า การแข่งขันกีฬาวอลเล่ย์บอลน้อยวิทยานิคมเกมส์ ได้ดำเนินมาตั้งแต่วันที่ 27 กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ 3 มีนาคม 2569 ณ หอประชุมโรงเรียนอ่าวน้อยวิทยานิคม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างโรงเรียนในเครือข่าย ทั้งโรงเรียนในระดับประถมศึกษา โรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา โรงเรียนระดับมัธยมศึกษา และประชาชนทั่วไป ได้ออกกำลังกาย และพัฒนาศักยภาพนักกีฬาวอลเล่ย์บอล

ทั้งนี้ มีทีมเข้าร่วมแข่งขันทั้งสิ้น 41 ทีม และการแข่งขันผ่านไปด้วยความเรียบร้อย ภายใต้กฎกติกาและน้ำใจนักกีฬาอย่างแท้จริง บัดนี้ การแข่งขันได้เสร็จสิ้นลงแล้ว โดยมีผลการแข่งขัน ดังนี้

1.รุ่นอายุ 12 ปีหญิง ชนะเลิศ ได้แก่ โรงเรียนอนุบาลกุยบุรี (วัดวังยาว) อ.กุยบุรี รองชนะเลิศอันดับ 1 โรงเรียนบ้านห้วยน้ำพุ ต.ห้วยทราย อ.เมืองประจวบฯ รองชนะเลิศอันดับ 2 โรงเรียนบ้านบึง ต.อ่าวน้อย อ.เมืองฯ ชมเชย โรงเรียนบ้านดงไม้งาม อ.บางสะพาน 2. รุ่นอายุ 12 ปีชาย ชนะเลิศ โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 65 ต.อ่าวน้อย รองชนะเลิศอันดับ 1 โรงเรียนบ้านบึง รองชนะเลิศอันดับ 2 โรงเรียนหาดสนุกราษฎร์บำรุง ต.อ่าวน้อย ชมเชย โรงเรียนบ้านดงไม้งาม
3. รุ่นอายุ 15 ปีหญิง ชนะเลิศ โรงเรียนประจวบวิทยาลัย อ.เมืองฯ รองอันดับ 1 โรงเรียนบ้านหนองเกด รองอันดับ 2 โรงเรียนอ่าวน้อยวิทยานิคม 4. รุ่นอายุ 15 ปีชาย ชนะเลิศ โรงเรียนสามร้อยยอดวิทยาคม อ.สามร้อยยอด รองอันดับ 1 โรงเรียนกิตติคุณ อ.เมืองฯ รองอันดับ 2 โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 65 ชมเชย โรงเรียนเทศบาลบ้านหนองบัว
5. รุ่นประชาชนหญิง ชนะเลิศ ทีมรวมมิตร รองอันดับ 1 Tiwaz ทีมทีวาซ รองอันดับ 2 ทีมโรงเรียนอ่าวน้อยวิทยานิคม ชมเชย ทีมตั้งรัง 6. รุ่นประชาชนทั่วไปชาย ชนะเลิศ ทีมซุ้มระไก่ชนบ้านนอก กม.4 รองอันดับ 1 ทีมห้วยทราย VC รองอันดับ 2 ทีมผู้ใหญ่เจ๊ก VC ชมเชย ทีมขวัญใจ วีซี.

บุญมา ลิบลับ…..รายงาน