Categories
ข่าว ทั้งหมด

อรพิน เวลเนสคลินิก ร่วมฉลอง Pride Month ชูแนวคิดดูแลทุกความต่าง สรรค์สร้างความมั่นใจให้ทุกคน

อรพิน เวลเนสคลินิก ร่วมฉลอง Pride Month ชูแนวคิดดูแลทุกความต่าง สรรค์สร้างความมั่นใจให้ทุกคน

วันที่ 5 มิถุนายน 2569 พญ.อรพิน กิตติพิทยา ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการ อรพิน เวลเนสคลินิก (Aurapin Wellness Clinic) เปิดเผยว่าได้ร่วมกิจกรรมเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ Pride Month 2026 ภายใต้งาน “LGBTQ+ Festival Thailand 2026”ที่ศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจ หัวหิน จ.ประจวบฯ โดยมี ดร.เอนกชัย เรืองรัตนากร ที่ปรึกษา รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) นายจักรภพ เพ็ญแข อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมคู่สมรส คุณสุไพรพล เพ็ญแข หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน โรงแรม และองค์กรต่างๆ ในพื้นที่หัวหิน ร่วมกันผลักดันให้หัวหินเป็นเมืองท่องเที่ยวที่เปิดกว้าง ยอมรับในความหลากหลาย และเป็นมิตรกับทุกเพศทุกวัย ตามแนวคิด “Love is Love” และ “Join to Pride” เพื่อสร้างบรรยากาศแห่งความสุข สีสันและความเท่าเทียมในสังคมไทย

โอกาสนี้ พญ.อรพิน กิตติพิทยา ได้แสดงวิสัยทัศน์บนเวทีเสวนา “LGBTQ+ Be You Be Proud” เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพสำหรับกลุ่ม LGBTQ+ ไว้อย่างน่าสนใจ ซึ่งปัจจุบันกลุ่ม LGBTQ+ ให้ความสำคัญกับการดูแลภาพลักษณ์ภายนอก รูปร่าง หน้าตา เพื่อเพิ่มความมั่นใจในตัวเอง บางคนอยากมีรูปร่างที่ดูดีมากขึ้น บางคนอยากมีกล้ามชัดขึ้น บางคนอยู่ในช่วงเปลี่ยนแปลง หรือกำลังค้นหาตัวตนของตัวเอง จึงให้ความสำคัญกับการใช้ฮอร์โมนข้ามเพศ และมีจำนวนไม่น้อย ที่ยังไม่กล้าเข้ารับบริการทางการแพทย์ ประกอบกับข้อมูลจากสื่อออนไลน์ หรือคำแนะนำจากการบอกต่อ ทำให้มีการใช้ฮอร์โมนข้ามเพศ โดยไม่มีการตรวจสุขภาพก่อนใช้ และไม่ได้รับคำแนะนำหรือการตรวจติดตามโดยแพทย์ จะส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ เช่น ในกลุ่มข้ามเพศ หลายคนอยากมีผิวพรรณที่สวยงาม มีรูปร่างที่มีส่วนเว้าส่วนโค้งที่ชัดเจน ต้องเลือกใช้ฮอร์โมนเพศหญิง เช่น เอสโตรเจน ร่างกายจะเปลี่ยนแปลงไปในแบบที่คุณต้องการ ช่วยเพิ่มความมั่น

แต่ในทางกลับกัน ก็มีความเสี่ยงต่อสุขภาพ เช่น ความเสี่ยงต่อการเกิดลิ่มเลือดอุดตัน (DVT) ความดันโลหิตสูง ระดับไขมันในเลือดสูง มะเร็งเต้านม และอารมณ์แปรปรวนจากการเสียสมดุลของฮอร์โมน หรือกลุ่ม Transmasculine ที่อยากมีกล้ามเนื้อที่เด่นชัด และเลือกใช้ฮอร์โมนเพศชาย เช่นเทสโทสเทอโรน เพื่อเพิ่มความเป็นชาย แต่อาจมีความเสี่ยงต่อสุขภาพ เช่น ภาวะเม็ดเลือดแดงมากเกินไป ทำให้เลือดข้นหนืด เสี่ยงต่อการอุดตันเส้นเลือด ผิวมัน เกิดสิวได้ง่ายขึ้น และผมร่วง ซึ่งส่งผลต่อการใช้ชีวิตในระยะยาว ดังนั้นจึงควรอยู่ในการดูแลของแพทย์ เพื่อป้องกันการเกิดโรค ซึ่งความต้องการดูดี ดูมั่นใจ หรือความต้องการใช้ชีวิตในร่างกายที่สะท้อนตัวตนของตัวเองสำหรับกลุ่ม LGBTQ+ เป็นเรื่องปกติ แต่สิ่งสำคัญคือ ต้องดูแลอย่างถูกวิธี และปลอดภัย ซึ่ง อรพิน เวลเนสคลินิกให้ความสำคัญกับความเท่าเทียม และพร้อมที่จะเป็นพื้นที่ปลอดภัย เป็นเพื่อนคู่คิดที่จะดูแลสุขภาพของพี่น้องครอบครัว LGBTQ+ ทุกคน ให้เปล่งประกายจากภายในสู่ภายนอกอย่างยั่งยืน.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

Aurapin Wellness Clinic ร่วมฉลอง Pride Month ชูแนวคิด “Glow Beyond Labels”

Aurapin Wellness Clinic ร่วมฉลอง Pride Month ชูแนวคิด “Glow Beyond Labels”

วันที่ 4 มิถุนายน 2569 – หมอโม แพทย์หญิงอรพิน กิตติพิทยา ผู ้ก่อตั้งและผู้อำนวยการ Aurapin Wellness Clinic (อรพิน เวลเนส คลินิก) ร่วมกิจกรรมเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ Pride Month 2026 ภายใต้งาน “LGBTQ+ Festival Thailand” ณ ศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจ หัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่ง หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน โรงแรม และองค์กรต่าง ๆ ในพื้นที่หัวหิน ร่วมกันผลักดันให้หัวหินเป็นเมืองท่องเที่ยวที่เปิดกว้าง ยอมรับในความหลากหลาย และเป็นมิตรกับทุกเพศทุกวัย ตามแนวคิด “Love is Love” และ “Join to Pride” เพื่อสร้างบรรยากาศแห่งความสุข สีสัน และความเท่าเทียมในสังคมไทย

โอกาสนี้ หมอโม แพทย์หญิงอรพิน กิตติพิทยา ได้แสดงวิสัยทัศน์บนเวที Pride Month 2026 เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพสำหรับกลุ่ม LGBTQ+ ไว้อย่างน่าสนใจ ซึ่งปัจจุบันกลุ่ม LGBTQ+ ให้ความสำคัญกับการดูแลภาพลักษณ์ภายนอก รูปร่าง หน้าตา เพื่อเพิ่มความมั่นใจในตัวเอง บางคนอยากมีรูปร่างที่ feminine มากขึ้น บางคนอยากมี กล้ามชัดขึ้น บางคนอยู่ในช่วง transition หรือกำลังค้นหาตัวตนของตัวเอง จึงให้ความสำคัญกับการใช้ฮอร์โมนข้ามเพศ และมีจำนวนไม่น้อยที่ยังไม่กล้าเข้ารับบริการทางการแพทย์ ประกอบกับข้อมูลจากสื่อออนไลน์ หรือคำแนะนำ จากการบอกต่อ ทำให้มีการใช้ฮอร์โมนข้ามเพศ โดยไม่มีการตรวจสุขภาพก่อนใช้ และไม่ได้รับคำแนะนำหรือการตรวจติดตามโดยแพทย์ ก็จะส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ เช่น กลุ่ม Transgender หลายคนอยากมีผิวพรรณที่สวยงาม มีรูปร่างที่มีส่วนเว้าส่วนโค้งที่ชัดเจน จึงเลือกใช้ฮอร์โมนเพศหญิง เช่น Estrogen ร่างกายจะเปลี่ยนแปลงไปในแบบที่คุณต้องการ ช่วยเพิ่มความมั่นใจ แต่ในทางกลับกัน ก็มีความเสี่ยงต่อสุขภาพ เช่น ความเสี่ยงต่อการเกิดลิ่มเลือดอุดตัน (DVT) ความดันโลหิตสูง ระดับไขมันในเลือดสูง มะเร็งเต้านม และอารมณ์แปรปรวน จากการเสีย Hormone Balance หรือกลุ่ม Transmasculine ที่อยากมีกล้ามเนื้อที่เด่นชัด และเลือกใช้ฮอร์โมนเพศชาย (Testosterone) เพื่อเพิ่มความเป็นชาย ในทางกลับกันก็มีความเสี่ยงต่อสุขภาพ เช่น ภาวะเม็ดเลือดแดงมากเกินไป (Polycythemia) ทำให้เลือดข้นหนืด เสี่ยงต่อการอุดตันเส้นเลือด ผิวมัน เกิดสิวได้ง่ายขึ้น และผมร่วง ซึ่งส่งผลต่อการใช้ชีวิตในระยะยาว ดังนั้นจึงควรอยู่ในการดูแลของแพทย์ เพื่อป้องกันการเกิดโรค ซึ่งความต้องการดูดี ดูมั่นใจ หรือความต้องการใชชีวิตในร่างกายที่สะท้อนตัวตนของตัวเอง สำหรับกลุ่ม LGBTQ+ เป็นเรื่องปกติ แต่สิ่งสำคัญ คือ “ต้องดูแลอย่างถูกวิธี และปลอดภัย”ค่ะ

หมอโม กล่าวเพิ่มเติมว่า Aurapin Wellness Clinic (อรพิน เวลเนส คลินิก) เราให้ความสำคัญกับความเท่าเทียม และเราพร้อมที่จะเป็นพื้นที่ปลอดภัย เป็นเพื่อนคู่คิดที่จะดูแลสุขภาพของพี่น้องครอบครัว LGBTQ+ ทุกคนให้เปล่งประกายจากภายในสู่ภายนอกอย่างยั่งยืน Aurapin Wellness Clinic (อรพิน เวลเนส คลินิก) จึงตั้งใจพัฒนา Wellness Experience ที่ตอบโจทย์คนยุคใหม่ ผ่านแนวคิด “Glow Beyond Labels” ที่เชื่อว่า การดูแลสุขภาพและความมั่นใจ ไม่ควรถูกจำกัดด้วยเพศ อายุ หรือกรอบความงามแบบเดิม โดยเราให้ความสำคัญในการดูแลสุขภาพทั้งกายและใจให้กับผู้มารับบริการด้วยความเป็นมิตร เท่าเทียม และรู้สึกว่าที่นี่คือพื้นที่ที่ปลอดภัย โอบรับ และเข้าใจทุกตัวตนของทุกคนได้จริง โดยเรามีโปรแกรมในการดูแลสุขภาพและความงามที่หลากหลาย เหมาะสมกับแต่ละบุคคล เช่น โปรแกรม laser กำจัดขน โปรแกรม Pico second laser ที ่จะช่วยให้ผิวแลดูเรียบเนียนและกระจ่างใสมากขึ้น และโปรแกรมคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (HIFEM) ที่กระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อ ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยให้ “เราสามารถเป็นตัวเองในเวอร์ชันที่สวย หล่อ ควบคู่ไปกับการมีสุขภาพที่แข็งแรงและปลอดภัยในระยะยาวค่ะ”

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ศุลกากรประจวบฯ สนธิกำลังสกัดจับเมล็ดกาแฟดิบเถื่อนเกือบ 10 ตัน มูลค่ากว่า 7 ล้านบาท

ศุลกากรประจวบฯ สนธิกำลังสกัดจับเมล็ดกาแฟดิบเถื่อนเกือบ 10 ตัน มูลค่ากว่า 7 ล้านบาท

วันที่ 4 มิถุนายน 2569 นายฐิติพงศ์ คำผุย นายด่านศุลกากรประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วยนายสัตวแพทย์วรพงษ์ รังผึ้ง หัวหน้าด่านกักกันสัตว์ประจวบคีรีขันธ์ และนายศักดิ์เศวต เศวตเวช หัวหน้าด่านตรวจพืชประจวบคีรีขันธ์ ร่วมกันเปิดเผยว่า ตามนโยบายเร่งด่วนรัฐบาลและกรมศุลกากรในการการปกป้องสังคมจากสินค้าผิดกฎหมาย ของนายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร พร้อมด้วยนายยุทธนา พูลพิพัฒน์ รองอธิบดีกรมศุลกากร และนางนิภาวรรณ ใยบัวเทศ ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรภาคที่ 1 ที่สั่งการให้ทุกหน่วยปฏิบัติตามนโยบายอย่างเคร่งครัด ด่านศุลกากรประจวบคีรีขันธ์ จึงได้บูรณาการร่วมกับด่านกักกันสัตว์ประจวบคีรีขันธ์ และด่านตรวจพืชประจวบคีรีขันธ์ สนธิกำลังร่วมออกปฏิบัติการเฝ้าตรวจและตั้งจุดสกัดตามเส้นทางยุทธศาสตร์ เพื่อป้องกันการลักลอบขนสินค้าผิดกฎหมายเข้ามาในพื้นที่ชั้นใน โดยเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบรถบรรทุกเป้าหมาย ที่จุดตรวจด่านกักกันสัตว์ประจวบคีรีขันธ์ ต.ห้วยยาง อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์

จากการตรวจค้นรถบรรทุกคันดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตรวจพบเมล็ดกาแฟดิบ ที่มีถิ่นกำเนิดจากต่างประเทศ ซุกซ่อนอยู่จำนวนรวม 160 กระสอบ น้ำหนักรวมประมาณ 9.6 ตัน ประกอบด้วยเมล็ดกาแฟอาราบิก้า 133 กระสอบ และเมล็ดกาแฟโรบัสต้า 27 กระสอบ โดยไม่ปรากฏเอกสารการนำเข้าหรือหลักฐานการผ่านพิธีการศุลกากร รวมถึงเมล็ดกาแฟดิบดังกล่าว เป็นสินค้าพืชควบคุมการนำเข้าตามกฎหมายว่าด้วยการกักพืช ซึ่งต้องผ่านการตรวจและได้รับอนุญาตจากด่านตรวจพืชก่อนนำเข้า เจ้าหน้าที่ประเมินมูลค่าสินค้าประมาณ 4 ล้านบาท โดยเมล็ดกาแฟดิบเป็นสินค้าที่อยู่ภายใต้ระบบโควตาภาษี ตามพันธกรณี WTO โดยการนำเข้านอกโควตาต้องเสียอากรขาเข้า ในอัตราร้อยละ 90 ของราคาศุลกากร คิดเป็นค่าภาษีอากรรวมอากรขาเข้า 3.6 ล้านบาท รวมของกลางมีมูลค่าและภาษีอากรที่พึงชำระ กว่า 7.6 ล้านบาท เจ้าหน้าที่จึงยึดของกลางทั้งหมดไว้ พร้อมควบคุมตัวผู้ขับขี่และยานพาหนะดำเนินคดี ข้อหานำเข้าของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร ตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 พร้อมขยายผลติดตามผู้ที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จากการตรวจค้นรถบรรทุกคันดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตรวจพบเมล็ดกาแฟดิบ ที่มีถิ่นกำเนิดจากต่างประเทศ ซุกซ่อนอยู่จำนวนรวม 160 กระสอบ น้ำหนักรวมประมาณ 9.6 ตัน ประกอบด้วยเมล็ดกาแฟอาราบิก้า 133 กระสอบ และเมล็ดกาแฟโรบัสต้า 27 กระสอบ โดยไม่ปรากฏเอกสารการนำเข้าหรือหลักฐานการผ่านพิธีการศุลกากร รวมถึงเมล็ดกาแฟดิบดังกล่าว เป็นสินค้าพืชควบคุมการนำเข้าตามกฎหมายว่าด้วยการกักพืช ซึ่งต้องผ่านการตรวจและได้รับอนุญาตจากด่านตรวจพืชก่อนนำเข้า เจ้าหน้าที่ประเมินมูลค่าสินค้าประมาณ 4 ล้านบาท โดยเมล็ดกาแฟดิบเป็นสินค้าที่อยู่ภายใต้ระบบโควตาภาษี ตามพันธกรณี WTO โดยการนำเข้านอกโควตาต้องเสียอากรขาเข้า ในอัตราร้อยละ 90 ของราคาศุลกากร คิดเป็นค่าภาษีอากรรวมอากรขาเข้า 3.6 ล้านบาท รวมของกลางมีมูลค่าและภาษีอากรที่พึงชำระ กว่า 7.6 ล้านบาท เจ้าหน้าที่จึงยึดของกลางทั้งหมดไว้ พร้อมควบคุมตัวผู้ขับขี่และยานพาหนะดำเนินคดี ข้อหานำเข้าของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร ตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 พร้อมขยายผลติดตามผู้ที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Categories
ข่าว ทั้งหมด

จักรภพ – สุไพรพล เพ็ญแข ร่วมขบวน HUAHIN LGBTQ+ Festival Thailand 2026 ชูพลังสังคมไทยเคารพความหลากหลาย

จักรภพ – สุไพรพล เพ็ญแข ร่วมขบวน HUAHIN LGBTQ+ Festival Thailand 2026 ชูพลังสังคมไทยเคารพความหลากหลาย

ช่วงเย็นวันที่ 4 มิถุนายน 2569 ดร.เอนกชัย เรืองรัตนากร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เป็นประธานเปิดงาน HUAHIN LGBTQ+ Festival Thailand 2026 เพื่อเฉลิมฉลอง Pride Month เดือนแห่งความภาคภูมิใจ แสดงพลังสนับสนุนสิทธิ เสรีภาพและความเท่าเทียมทางเพศ เปิดรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ที่หน้าศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจ หัวหิน จ.ประจวบฯ มีนายจักรภพ เพ็ญแข อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมคู่สมรส คุณสุไพรพล เพ็ญแข, นายสรรภพ อึ้งรัศมี รองนายกเทศมนตรีนครหัวหิน นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ นางวาสนา ศรีกาญจนา ที่ปรึกษาสมาคมฯ ดร.สิริกร หน่อทิม นายกสมาคมผู้ประกอบการร้านอาหารและแผงลอยแห่งประเทศไทย จ.ประจวบฯ พญ.อรพิน กิตติพิทยา ผู้ก่อตั้ง “อรพิน เวลเนส คลินิก” พ.ต.อ.กัมปนาท ณ วิชัย ผกก.สภ.หัวหิน แขกผู้มีเกียรติ บรรดาสาวงามนานาชาติจากเวที Mrs.Tourism Queen International 2026 และกลุ่มนักท่องเที่ยว LGBTQ+ จากหลากหลายประเทศเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง พร้อมร่วมกันปล่อยลูกโป่งหลากสีขึ้นสู่ท้องฟ้า เป็นสัญลักษณ์เริ่มต้นขบวนพาเหรด Pride ที่สะบัดธงรุ้ง เคลื่อนจากศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจ หัวหิน ไปยังโรงแรมอมารี หัวหิน สร้างความครึกครื้นและเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติร่วมส่งกำลังใจอยู่สองข้างทาง

นายจักรภพ กล่าวว่า ขบวนรถ Pride Parade เป็นประสบการณ์ที่สะท้อนถึงพัฒนาการทางสังคมที่สำคัญ โดยตลอดเส้นทางได้รับกำลังใจจากผู้คนหลากหลายกลุ่ม สิ่งที่น่าประทับใจคือ กำลังใจที่ส่งมาจากผู้คนจำนวนมาก ซึ่งหลายคนอาจไม่ได้เป็นสมาชิกของชุมชน LGBTQ+ แต่ได้ร่วมแสดงออกถึงการยอมรับและสนับสนุนสิทธิความเป็นมนุษย์ของทุกคนอย่างเท่าเทียม การแสดงออกเช่นนี้มีความหมายอย่างยิ่งต่อจิตใจของผู้ร่วมขบวน ขอขอบคุณประชาชนทุกคนที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของบรรยากาศแห่งการยอมรับ ความเข้าใจ และการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ พร้อมยืนยันว่าพลังสนับสนุนจากสังคมในครั้งนี้ จะเป็นแรงผลักดันสำคัญในการสร้างประเทศไทยที่เปิดกว้างและเท่าเทียมสำหรับทุกคนต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เทศบาลนครหัวหิน อบรมทำผ้ามัดย้อมสีเคมี ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพให้ประชาชน

เทศบาลนครหัวหิน อบรมทำผ้ามัดย้อมสีเคมี ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพให้ประชาชน

วันที่ 4 มิถุนายน 2569 นายสรรภพ อึ้งรัศมี รองนายกเทศมนตรีนครหัวหิน เป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพให้กับประชาชนในเขตเทศบาลนครหัวหิน โดยมีกิจกรรมอบรมการทำผ้ามัดย้อมสีเคมี ระหว่างวันที่ 4 – 5 มิถุนายน 2569 ที่อาคารจอดรถ ชั้น 6 สำนักงานเทศบาลนครหัวหิน มี น.ส.หนึ่งฤทัย สุขจันทร์ จ่าเอกลิขิต หนูนิน รองปลัดเทศบาลนครหัวหิน นางเอื้องพร คณะมะ รักษาการผู้อำนวยการสวัสดิการสังคม ประธานชุมชนและชาวบ้านในเขตเทศบาล จำนวน 50 คน เข้าร่วม มีนายนิวัตน์ สว่างศรี และ น.ส.อรสา แสงแก้ว ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ มาเป็นวิทยากรให้ความรู้

นายสรรภพ อึ้งรัศมี กล่าวว่า โครงการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพให้กับประชาชนในเขตเทศบาลนครหัวหิน มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มทักษะและฝีมือในการประกอบอาชีพให้กับผู้เข้ารับการอบรม ซึ่งจะช่วยลดปัญหาการว่างงาน ตลอดจนช่วยสร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ และสร้างความเข้มแข็งภายในชุมชน

การฝึกอบรมทำผ้ามัดย้อมสีเคมีวันนี้เป็นการทำผ้ามัดย้อมสีเคมีลงบนผืนผ้ากระเป๋า เป็นลวดลายต่างๆ เช่น ลายก้นหอย ลายพับสามเหลี่ยม ลายดอกไม้และลายเส้น เพื่อให้เกิดลวดลายสวยงามสีสันสดใส สามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน หรือนำมาจำหน่ายได้ สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้เกิดขึ้นในครัวเรือน.

Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

3 โค้ชระดับตำนาน ถ่ายทอดเทคนิคและสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชน ร่วมฝึกซ้อม LEGEND X NACHA TAEKWONDO CAMP 2026

3 โค้ชระดับตำนาน ถ่ายทอดเทคนิคและสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชน ร่วมฝึกซ้อม LEGEND X NACHA TAEKWONDO CAMP 2026

วันที่ 1 มิถุนายน 2569 ศูนย์กีฬาและการเรียนรู้ The Legend Arena ร่วมกับ NACHA Taekwondo จัดกิจกรรม “LEGEND X NACHA TAEKWONDO CAMP 2026 @ HUA HIN” ระหว่างวันที่ 31 พฤษภาคม – 1 มิถุนายน ที่ศูนย์กีฬาและการเรียนรู้ เดอะเลเจนด์ อารีน่า ชั้น 3 ศูนย์การค้าบลูพอร์ตหัวหิน จ.ประจวบฯ มีนักกีฬาเทควันโดเด็กและเยาวชน กว่า 100 คน เข้าร่วมฝึกซ้อมอย่างคึกคัก บรรยากาศภายในแคมป์เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและความตั้งใจของนักกีฬารุ่นใหม่ ซึ่งได้ร่วมฝึกซ้อมทักษะเทควันโดอย่างเข้มข้น ทั้งการพัฒนาพื้นฐาน การเคลื่อนที่ การออกอาวุธ เทคนิคการแข่งขัน การแก้เกม และการเตรียมความพร้อมด้านร่างกายและจิตใจ

กิจกรรมครั้งนี้มีอดีตนักกีฬาเทควันโดทีมชาติไทย 3 คน มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ แนะนำเทคนิค และสร้างแรงบันดาลใจให้แก่นักกีฬาเยาวชนอย่างใกล้ชิด ได้แก่ โค้ชแม็กซ์ – นาชา ปั้นทอง อดีตนักกีฬาเทควันโดทีมชาติไทย เจ้าของเหรียญเงินเอเชียนเกมส์ 2010 และเหรียญทองแดงจากการแข่งขันเทควันโดชิงแชมป์โลก 2011 ปัจจุบันเป็นผู้ก่อตั้ง NACHA Taekwondo โค้ชแม็ก – ร.ต.อ. ชัชวาล ขาวลออ อดีตนักกีฬาเทควันโดทีมชาติไทย ผู้สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการคว้าแชมป์โลกชายให้กับประเทศไทย และเป็นหนึ่งในบุคลากรสำคัญของวงการเทควันโดไทย และโค้ชวิว – เยาวภา บุรพลชัย อดีตนักกีฬาเทควันโดหญิงทีมชาติไทย เจ้าของเหรียญทองแดงโอลิมปิกเกมส์ ปี 2004 ณ กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์กีฬาและการเรียนรู้เดอะเลเจนด์ อารีน่า

ตลอดระยะเวลาของการฝึกซ้อม โค้ชทั้งสามคนได้ร่วมแบ่งปันทั้งเทคนิคในสนามแข่งขัน ประสบการณ์จากเส้นทางนักกีฬาทีมชาติ และแนวคิดสำคัญในการพัฒนาตนเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของวินัย ความอดทน ความรับผิดชอบ การตั้งเป้าหมาย และการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ การจัดแคมป์ครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้จากนักกีฬาต้นแบบ สร้างแรงบันดาลใจ และพัฒนาศักยภาพของตนเอง เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การแข่งขันในระดับที่สูงขึ้น รวมถึงสร้างโอกาสในการก้าวสู่เส้นทางนักกีฬาทีมชาติไทยในอนาคต

กิจกรรม LEGEND X NACHA TAEKWONDO CAMP 2026 @ HUA HIN ได้รับการสนับสนุนจากศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน และสวนน้ำวานา นาวา หัวหิน ซึ่งร่วมส่งเสริมกิจกรรมด้านกีฬาและการพัฒนาเด็กเยาวชน เพื่อสร้างพื้นที่แห่งโอกาส การเรียนรู้ และแรงบันดาลใจให้กับนักกีฬารุ่นใหม่ The Legend Arena และ NACHA Taekwondo พร้อมเดินหน้าจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาเยาวชนอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งหวังให้กีฬาเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างวินัย สร้างความแข็งแรงทั้งทางร่างกายและจิตใจ และสร้างนักกีฬาคุณภาพสู่อนาคต.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

วันแรก “ไทยช่วยไทย พลัส” หัวหินคึกคัก ! ซุปเปอร์มาร์เก็ตคนแน่น

วันแรก “ไทยช่วยไทย พลัส” หัวหินคึกคัก ! ซุปเปอร์มาร์เก็ตคนแน่น

วันที่ 1 มิถุนายน 2569 ที่ห้างจี้อันตึ๊งซุปเปอร์มาร์เก็ต อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ บรรยากาศวันแรกของโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” คึกคัก ประชาชนออกมาจับจ่ายใช้สอยซื้อสินค้าอุปโภคและบริโภคกันอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน ไม่ว่าจะเป็นของใช้ ข้าวสาร ไข่ไก่ อาหารสำเร็จรูป น้ำดื่ม และอื่นๆ มากมาย ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” โดยจำกัดการใช้สิทธิ์ไม่เกิน 200 บาท ต่อคนต่อวัน

จากการสอบถามผู้ประกอบร้านค้าภายในห้าง เปิดเผยว่า โครงการไทยช่วยไทย พลัส วันแรกลูกค้าหลั่งไหลมาเยอะตลอดทั้งวัน กระตุ้นการขายได้ดีมาก แต่ถ้าเทียบกับโครงการคนละครึ่ง ที่ผ่านมา ว่าโครงการนี้วันแรกคนส่วนใหญ่ที่มาใช้สิทธิ์ ไม่ค่อยเข้าใจกันเท่าไหร่ แต่เมื่อใช้ไปเรื่อยๆ น่าจะเข้าใจมากขึ้น เพราะบางคนยังไม่รู้ว่าใช้ได้จำนวนเต็มเท่าไหร่ของรูปแบบการจ่าย 60/40 เพราะว่าเป็นจุดทศนิยม ทำให้คนสับสนเวลาเติมเงินเข้าไปในแอปพลิเคชัน ส่วนปัญหาที่พบ คือบางคนที่อายุมาก จะเติมเงินไม่เป็น ไม่รู้ต้องเติมเท่าไหร่ ทางเราก็จะคอยแนะนำและดูแลเวลาเกิดปัญหา โครงการนี้ถือว่าดีกับประชาชน สามารถช่วยแบ่งเบาภาระประชาชน และส่งเสริมกระตุ้นยอดขายของห้างร้านต่างๆ และร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ.