Categories
ข่าว ทั้งหมด

ประจวบฯ ทำพิธีส่งมอบไม้จันทน์หอม ให้สำนักช่างสิบหมู่ นำไปสร้างพระโกศจันทน์และพระหีบจันทน์ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

ประจวบฯ ทำพิธีส่งมอบไม้จันทน์หอม ให้สำนักช่างสิบหมู่ นำไปสร้างพระโกศจันทน์และพระหีบจันทน์ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

วันที่ 14 กันยายน 2569 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานในพิธีส่งมอบไม้จันทน์หอม สำหรับนำไปจัดสร้างพระโกศจันทน์และพระหีบจันทน์ เพื่อใช้ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ ที่ทำการอุทยานแห่งชาติกุยบุรี อ.กุยบุรี จ.ประจวบฯ มีนายปรีดา สุขใจ, พันจ่าเอก พัณณ์ภัสส์ สิทธิศักดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด นายนิทัศน์ นุ่นสง ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี นายบำรุงรัตน์ พลอยคำ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี และประชาชนจากทุกภาคส่วนร่วมพิธี โดยผู้ว่าราชการจังหวัดประกอบพิธีถวายสักการะ เบื้องหน้าพระรูปสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา จากนั้นพระราชรัตนวิสุทธิ์ เจ้าคณะจังหวัดประจวบฯ เจ้าอาวาสวัดกุยบุรี สรงน้ำไม้จันทน์หอม และผู้ว่าราชการจังหวัดโปรยดอกไม้บริเวณโดยรอบ ก่อนที่ขบวนรถเชิญไม้จันทน์หอมจะเคลื่อนออกจากอุทยานแห่งชาติกุยบุรี มุ่งหน้าสู่สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร จ.นครปฐม ซึ่งตลอดสองข้างทางที่ขบวนรถเชิญไม้จันทน์หอมเคลื่อนผ่าน มีประชาชนมายืนรอเป็นระยะ เพื่อร่วมแสดงความอาลัยและน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณ

ทั้งนี้ ไม้จันทน์หอม มีคุณสมบัติเนื้อไม้แข็งและมีกลิ่นหอมเมื่อยืนต้นตาย จึงนิยมนำมาใช้ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระมหากษัตริย์ และพระศพพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นสูง ตั้งแต่สมัยอยุธยาจนถึงปัจจุบัน เมื่อมีการนำไม้ไปใช้ 1 ต้น จะดำเนินการปลูกทดแทน 10 ต้น เพื่อการอนุรักษ์ตามแนวทางของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช โดยไม้จันทน์หอมที่ส่งมอบในวันนี้ ผ่านการประกอบพิธีบวงสรวงและตัดไม้จันทน์หอมเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 จากนั้น อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายเจ้าหน้าที่ภาครัฐ และประชาชนจิตอาสา ดำเนินการแปรรูปจนได้จำนวนครบถ้วน ประกอบด้วยไม้ท่อน 370 ท่อน และไม้แผ่น 1,350 แผ่น คิดเป็นปริมาตรไม้รวม 16.04 ลูกบาศก์เมตร พร้อมประสานคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ตรวจวัดอายุไม้และความชื้นของเนื้อไม้จันทน์หอมที่แปรรูปแล้วเสร็จอย่างละเอียด เพื่อให้ได้ไม้ที่มีคุณภาพตามมาตรฐานงานช่างสิบหมู่ ก่อนดำเนินงานจัดสร้างพระโกศจันทน์และพระหีบจันทน์ตามแผนงานที่วางไว้ โดยเมื่อขบวนรถเชิญไม้จันทน์หอมเดินทางถึงสำนักช่างสิบหมู่แล้ว จะมีการประกอบพิธีรับมอบไม้จันทน์หอมในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ร่วมในพิธี.

Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

ประจวบฯ จัดกิจกรรม “ปั่นจักรยานเพชรสมุทรคีรี” สนาม 2 ชวนสัมผัสเสน่ห์ปากน้ำปราณ ปลุกกระแสท่องเที่ยวเชิงกีฬา

ประจวบฯ จัดกิจกรรม “ปั่นจักรยานเพชรสมุทรคีรี” สนาม 2 ชวนสัมผัสเสน่ห์ปากน้ำปราณ ปลุกกระแสท่องเที่ยวเชิงกีฬา

จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ร่วมกับกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 (เพชรสมุทรคีรี) และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จัดงาน “กิจกรรมปั่นจักรยานเพชรสมุทรคีรี” สนามที่ 2 ในวันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน 2569 ณ ลาน 24 ไร่ ปากน้ำปราณ อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยเริ่มงานตั้งแต่เวลา 05.50 น. ได้รับเกียรติจาก นายชัยพล ภูต้องลม รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรีเป็นประธานในพิธีเปิดและปล่อยขบวนนักปั่น มีนายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวต้อนรับ และมีนายราม สิงหโศภิษฐ์ นายอำเภอปราณบุรี นางพัชราภรณ์ ชุมสุข ประชาสัมพันธ์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ร้อยโท สิทธิชัย ตัณฑสิทธิ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นางสาวพัชรศรี สมบัติทวีพูนท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเพชรบุรี พร้อมนักปั่นจำนวนมากร่วมกิจกรรม โดยเส้นทางกิจกรรมเริ่มต้นที่ลาน 24 ไร่ ปากน้ำปราณ → ตาล 3 ต้น → ถนนเลียบชายหาด → เส้นทางบริเวณธนาคารปู → หาดสามร้อยยอด (จุดกลับตัว) → วัดเขากะโหลก แล้วกลับมาที่ลาน 24 ไร่ ปากน้ำปราณ

ซึ่งตลอดเส้นทางนอกจากจะช่วยส่งเสริมสุขภาพให้ประชาชนมีความแข็งแรงแล้ว ยังเป็นการเปิดมิติใหม่ของการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ (Sports Tourism) ให้นักปั่นได้สัมผัสบรรยากาศชายฝั่งและร่วมกิจกรรมที่สะท้อนเสน่ห์ของพื้นที่ ได้แก่ กิจกรรมปล่อยปู กิจกรรมเชิงอนุรักษ์ แวะสักการะ ณ วัดเขากะโหลก เติมเต็มประสบการณ์การเดินทางด้วยมิติทางวัฒนธรรมและวิถีชุมชน และชิมอาหารท้องถิ่นขึ้นชื่อ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ กระจายรายได้สู่ชุมชนฐานรากได้อย่างยั่งยืน

งานนี้เปิดให้เข้าร่วมฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย นักกีฬาที่เข้าเส้นชัยจะได้รับเสื้อที่ระลึก พร้อมบริการอาหารและเครื่องดื่ม ทางผู้จัดงานยังได้เตรียมมาตรการดูแลความปลอดภัยอย่างครบครัน ทั้งทีมกู้ภัย รถพยาบาล ประกันอุบัติเหตุสำหรับผู้ลงทะเบียน จุดบริการน้ำดื่ม – เกลือแร่ และทีมซ่อมบำรุงจักรยานตลอดเส้นทาง.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เทศบาลเมืองชะอำ ดำเนินคดีผู้รับเหมาต่อท่อสูบน้ำเสียทิ้งลงทะเล ส่งผลกระทบสิ่งแวดล้อม

เทศบาลเมืองชะอำ ดำเนินคดีผู้รับเหมาต่อท่อสูบน้ำเสียทิ้งลงทะเล ส่งผลกระทบสิ่งแวดล้อม

วันที่ 13 กันยายน 2569 ตามที่ปรากฏภาพทางสื่อออนไลน์ ว่ามีการต่อท่อสูบน้ำเสียลักษณะสีดำคล้ำทิ้งลงในทะเล บริเวณจุดกางเต็น หาดชะอำใต้ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี จนมีนักท่องเที่ยวและประชาชนจำนวนมากต่างแสดงความห่วงใยต่อผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและการท่องเที่ยวของเมืองชะอำนั้น เรื่องนี้ นายนุกูล พรสมบูรณ์ศิริ นายกเทศมนตรีเมืองชะอำ ชี้แจงว่า เหตุการณ์ดังกล่าว มิใช่โครงการหรือการดำเนินงานของเทศบาลเมืองชะอำ แต่เป็นการดำเนินงานของผู้รับจ้างจากหน่วยงานภายนอก ซึ่งเข้ามาดำเนินการซ่อมแซมเครื่องสูบน้ำขององค์การจัดการน้ำเสีย (อจน.) เมื่อเทศบาลเมืองชะอำรับทราบถึงเหตุการณ์ดังกล่าว ได้สั่งการให้ระงับการดำเนินการดังกล่าวทันที พร้อมทั้งมอบหมายให้กลุ่มงานนิติการ ดำเนินการตามกฎหมายกรณีการปล่อยน้ำเสียลงสู่ทะเลต่อไป

ทั้งนี้ เทศบาลเมืองชะอำ ต้องขออภัยเป็นอย่างสูงต่อประชาชน นักท่องเที่ยว และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และได้กำชับหน่วยงานผู้ว่าจ้างและผู้ที่เข้ามาดำเนินงานในเขตพื้นที่รับผิดชอบของเทศบาลเมืองชะอำ ให้ปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวังและเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวขึ้นอีกโดยเด็ดขาด เทศบาลเมืองชะอำขอขอบคุณประชาชนและผู้แจ้งเหตุ รวมถึงทุกความคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่ปรากฏผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ด้วยความห่วงใยต่อทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมและภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของเมืองชะอำ ทุกเสียงสะท้อนของประชาชนมีความสำคัญ และเทศบาลเมืองชะอำจะนำข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะดังกล่าวไปใช้ในการกำกับดูแลและกำชับหน่วยงานที่เข้ามาดำเนินการในพื้นที่ ให้ถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัดต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

อธิบดีศาลฯ ภาค 8 เปิดอาคารไตเทียม ที่มูลนิธิเพื่อผู้ป่วยผู้สูงอายุวัดตาลเจ็ดยอด รองรับผู้ป่วยจำนวนมาก

อธิบดีศาลฯ ภาค 8 เปิดอาคารไตเทียม ที่มูลนิธิเพื่อผู้ป่วยผู้สูงอายุวัดตาลเจ็ดยอด รองรับผู้ป่วยจำนวนมาก

วันที่ 12 กันยายน 2569 นายอมรพจน์ กุลวิจิตร อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 8 เป็นประธานเปิดอาคารไตเทียม มูลนิธิเพื่อผู้ป่วยผู้สูงอายุ วัดตาลเจ็ดยอด ต.ไร่เก่า อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบฯ โดยมีหลวงพ่อพระมหาจำนงค์ จรณธัมโม เจ้าอาวาสวัดตาลเจ็ดยอด เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ในพิธีบวงสรวงพระประจำอาคารไตเทียมเพื่อความเป็นสิริมงคล พร้อมด้วยนายสังคม แดงโชติ สส.ประจวบฯ เขต 1, นายสมบัติ เสียมทอง นายอำเภอสามร้อยยอด, นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายก อบจ.ประจวบฯ, พ.ต.อ.พีรวัส ชูแก้ว ผกก.สภ.สามร้อยยอด, ดร.จิต สิริกร หน่อทิม ประธานภาคีเครือข่าย 8 จังหวัดภาคกลางตะวันตก/นายกสมาคมผู้ประกอบการร้านอาหารและแผงลอยแห่งประเทศไทย จ.ประจวบฯ, นายสมศักดิ์ สมสุขเจริญ ประธานมูลนิธิเพื่อผู้ป่วยผู้สูงอายุวัดตาลเจ็ดยอด, นายกำพล เต็งประเสริฐ นายกเทศมนตรีตำบลไร่เก่า, ว่าที่ร้อยตรี ดนัย ปาน้อยนนท์ นายกเทศมนตรีตำบลไร่ใหม่ และแขกผู้มีเกียรติร่วมในพิธี

วัตถุประสงค์การก่อสร้างอาคารไตเทียมแห่งนี้ เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง ซึ่งจำเป็นที่ต้องได้รับการรักษาโดยการฟอกไตในเขตอำเภอสามร้อยยอดและพื้นที่ใกล้เคียง ได้มีสถานที่สำหรับฟอกไตใกล้บ้านโดยไม่ต้องเดินทางไกล ช่วยลดระยะเวลาในการเดินทาง รวมถึงลดค่าใช้จ่ายต่างๆ อีกทั้งเพื่อช่วยส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยไตเรื้อรังให้ดีขึ้น ผู้ป่วยได้รับการดูแลและเข้าถึงระบบการรักษาโรคไตที่มีประสิทธิภาพ โดยได้มีการประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์อาคารเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2566 เริ่มดำเนินการก่อสร้างในเดือนตุลาคม 2566 จนกระทั่งแล้วเสร็จสมบูรณ์ในเดือนพฤศจิกายน 2567 รวมระยะเวลาก่อสร้างทั้งสิ้น 13 เดือน งบประมาณในการสร้างอาคารได้รับการสนับสนุนจากบริษัท ราชาชูรส จำกัด, บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) และเงินบริจาคของพี่น้องประชาชน รวมถึงหน่วยงานและองค์กรต่างๆ ทั้งในและนอกพื้นที่ เป็นจำนวนทั้งสิ้น 29 ล้านบาท อาคารไตเทียมแห่งนี้ มีศักยภาพสามารถเปิดให้บริการฟอกไตได้ทั้งหมด 17 เตียง ในระยะเริ่มต้นนี้เปิดให้บริการฟอกไตแก่ผู้ป่วยจำนวน 8 เตียง ซึ่งสามารถรองรับผู้ป่วยได้ 48 คน และเปิดให้บริการฟอกไตแก่ผู้ป่วยตั้งแต่เดือนมีนาคม 2568 เป็นต้นมา.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เริ่มแล้วเทศกาลกินหอย ตกหมึก @ ชะอำ ครั้งที่ 25 นักท่องเที่ยวชิมอาหารอร่อยแน่นหาด

เริ่มแล้วเทศกาลกินหอย ตกหมึก @ ชะอำ ครั้งที่ 25 นักท่องเที่ยวชิมอาหารอร่อยแน่นหาด

ช่วงค่ำวันที่ 12 กันยายน 2569 นายภคพัส ส่งวัฒนยุทธ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เป็นประธานเปิดงานเทศกาลกินหอย ตกหมึก @ ชะอำ ครั้งที่ 25 ระหว่างวันที่ 12 – 19 กันยายน ที่จุดชมวิวหาดชะอำ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงกรีนซีซั่น นำเสนออาหารเด่นของจังหวัดเพชรบุรี ที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองสร้างสรรค์อาหาร หรือ Phetchaburi City of Gastronomy ของยูเนสโก มีนายนุกูล พรสมบูรณ์ศิริ นายกเทศมนตรีเมืองชะอำ, นายแก้ว คงวงศ์ นายอำเภอชะอำ, พ.ต.อ.อภิรักษ์ เพิ่มชัย ผกก.สภ.ชะอำ, นางดวงใจ คุ้มสอาด ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเพชรบุรี, นายวสันต์ กิตติกุล นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันตก, ชมรมเชฟชะอำ/หัวหิน หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานต่างๆ แขกผู้มีเกียรติ และนักท่องเที่ยวจำนวนมากเที่ยวชมงานท่ามกลางฝนโปรยปราย

นายภคพัส ส่งวัฒนายุทธ กล่าวว่า งานเทศกาลกินหอย ตกหมึก @ ชะอำ เป็นหนึ่งในกิจกรรมการท่องเที่ยวสำคัญที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องมาเป็นครั้งที่ 25 ช่วยสะท้อนถึงเสน่ห์ อัตลักษณ์ วิถีชีวิตประมงชายฝั่ง และเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจ กระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการและประชาชนในท้องถิ่น ทำให้เมืองชะอำและจังหวัดเพชรบุรีเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน ตลอด 9 วัน 8 คืน ภายในงานมีอาหารทะเลสดใหม่ จากร้านดังกว่า 50 ร้าน อิ่มอร่อยเต็มอิ่มกับเมนูกุ้ง หอย ปู ปลา และหอยทะเลหลากหลายชนิด ทั้งหอยแมลงภู่ หอยแครง หอยหวาน และหอยตลับ ซึ่งรังสรรค์โดยร้านค้าและโรงแรมชื่อดังในเมืองชะอำ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมลงเรือตกหมึกกลางทะเล สัมผัสวิถีชีวิตชาวประมงกับการนั่งเรือออกไปตกหมึกสดๆ กลางทะเลชะอำทุกค่ำคืน พร้อมบริการปิ้งย่างหมึกสดๆ ให้รับประทานทันทีบนเรือ

พบความบันเทิงการแสดงดนตรีสดฟรีทุกคืน ชมคอนเสิร์ตจากศิลปินและวงดนตรีชื่อดังมากมาย อาทิ แช่ม แช่มรัมย์, แสน นากา และวงไม้เลื้อยแบนด์ ที่จะมาสร้างความสนุกสนานและรอยยิ้มให้กับนักท่องเที่ยวและร่วมใจรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยในงานนี้เน้นย้ำเรื่องความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รณรงค์ งดใช้ภาชนะโฟมบรรจุอาหารทุกร้านค้าภายในงาน พร้อมขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวทุกท่าน ร่วมสัมผัสบรรยากาศชายหาดชะอำ ลิ้มลองอาหารทะเลสดๆ และสนุกกับกิจกรรมตกหมึกกลางทะเล ในงานเทศกาลกินหอย ตกหมึก @ ชะอำ ครั้งที่ 25 ณ จุดชมวิวชายหาดชะอำ จ.เพชรบุรี มาเที่ยวชม ชิมและเก็บความประทับใจกลับไปพร้อมกัน รับรองไม่ผิดหวังแน่นอน.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ประจวบฯ พร้อมจัดสนาม 2 ปั่นเลียบหาด ยกระดับการท่องเที่ยวเชิงกีฬาสร้างรายได้ให้กับชุมชน

ประจวบฯ พร้อมจัดสนาม 2 ปั่นเลียบหาด ยกระดับการท่องเที่ยวเชิงกีฬาสร้างรายได้ให้กับชุมชน

วันที่ 12 กันยายน 2569 นายชัยพล ภูต้องลม รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เป็นประธานเปิดกิจกรรมปั่นจักรยานเพชรสมุทรคีรี ภายใต้แนวคิด “RIDE Beyond DESTINATION” ณ ฟาร์มทะเลตัวอย่างในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี พร้อมด้วยนายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ น.ส.พัชรศรี สมบัติทวีพูน ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเพชรบุรี ร้อยโทสิทธิชัย ตัณฑสิทธิ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจวบฯ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงาน นักปั่นจักรยาน ชมรมจักรยาน และประชาชนทั่วไปที่สนใจการออกกำลังกายเข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก

น.ส.พัชรศรี สมบัติทวีพูน กล่าวว่า การจัดกิจกรรมปั่นจักรยานเพชรสมุทรคีรี – RIDE Beyond DESTINATION เป้าหมายเพื่อพานักปั่นออกไปสัมผัสเส้นทางท่องเที่ยวของสองจังหวัด ทั้งเพชรบุรีและประจวบฯ ระหว่างวันที่ 12 – 13 กันยายน มุ่งยกระดับการท่องเที่ยวเชิงกีฬา หรือ Sport Tourism พร้อมส่งเสริมการเดินทางและสร้างรายได้ให้กับชุมชนในพื้นที่ โดยสนามแรก วันที่ 12 ก.ย. ที่ฟาร์มทะเลตัวอย่างในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี ก่อนเดินทางต่อไปยังสนามที่ 2 ในวันที่ 13 ก.ย. นี้ จุดสตาร์ทที่ลาน 24 ไร่ ปากน้ำปราณ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบฯ เส้นทางถนนเลียบหาด – ตาล 3 ต้น – ธนาคารปู – จุดกลับตัววัดเขากะโหลกมายังจุดเริ่มต้น ซึ่งหัวใจสำคัญของกิจกรรมครั้งนี้อยู่ที่แนวคิด RIDE Beyond DESTINATION หรือปั่นให้ไกลกว่าจุดหมาย เพราะไม่ได้มุ่งเพียงการพิชิตระยะทาง แต่ต้องการให้นักปั่นได้เปิดประสบการณ์ตลอดเส้นทาง ทั้งทิวทัศน์ ธรรมชาติ แหล่งท่องเที่ยว วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของชุมชน ซึ่งการจัดกิจกรรมต่อเนื่องสองจังหวัด ยังเป็นการเชื่อมโยงเส้นทางการท่องเที่ยวเพชรบุรี – ประจวบฯ เปิดโอกาสให้นักปั่นและผู้ติดตามสามารถเดินทางท่องเที่ยวต่อเนื่องได้มากกว่าหนึ่งวัน ส่งผลต่อเนื่องถึงธุรกิจที่พัก ร้านอาหาร ร้านค้า และบริการด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่

นายปรีดา สุขใจ กล่าวถึงการเตรียมพร้อมจัดปั่นจักรยานเพชรสมุทรคีรี สนาม 2 ที่อำเภอปราณบุรี ในวันที่ 13 ก.ย.นี้ ว่าจังหวัดประจวบฯ มีความตื่นตัวและมีความพร้อมอย่างยิ่งในการเป็นเมืองแห่งการท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Sports Tourism) ด้วยทัศนียภาพทางธรรมชาติที่งดงาม ชายหาดที่เงียบสงบ ลมทะเลอันสดชื่น ตลอดจนเสน่ห์ของวิถีชีวิตชุมชนประมงและอาหารทะเลอันเลื่องชื่อของปากน้ำปราณ การจัดกิจกรรมปั่นจักรยานในครั้งนี้ ถือเป็นมิติใหม่ที่ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวรูปแบบเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นำพาพี่น้องนักปั่นและนักท่องเที่ยวทุกท่านได้ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ ที่แข็งแรง พร้อมกับสัมผัสบรรยากาศยามเช้าของชายหาดปากน้ำปราณ จรดหาดสามร้อยยอด ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยสร้างเสริมสุขภาวะที่ดีและเปิดโอกาสให้ทุกคนได้สะสมแคลอรีผ่านแอปพลิเคชัน Calories Credit Challenge เท่านั้น แต่ยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ กระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการ ชุมชนท้องถิ่น และส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของกลุ่มจังหวัดภาคกลาง ตอนล่าง 2 ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายยิ่งขึ้น

Categories
ข่าว ทั้งหมด

สโมสรไลออนส์หัวหินแต่งตั้งครูเล็ก ภัทราวดี เป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ พร้อมจัดประชุมใหญ่

สโมสรไลออนส์หัวหินแต่งตั้งครูเล็ก ภัทราวดี เป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ พร้อมจัดประชุมใหญ่

วันที่ 10 กันยายน 2569 สโมสรไลออนส์หัวหิน จัดประชุมสามัญประจำเดือน ที่ห้องอาหารโรงแรมเวอร์โซ โดยมีไลออน สิทธิศาสตร์ ศิลปโพธสาลี ผู้ว่าการไลออนส์สากลภาค 310 D เดินทางมาเยือนอย่างเป็นทางการ และมีไลออน ชมพูนุท เจมิลิน สถลนันทน์ นายกสโมสรไลออนส์หัวหิน ปีบริหาร 2569 – 2570 นำทีมคณะกรรมการและสมาชิกเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรีย

ก่อนเริ่มการประชุม มีการแต่งตั้ง“ครูเล็ก”ภัทราวดี มีชูธน ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ละครเวทีและภาพยนตร์) พ.ศ.2557 ให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ของสโมสรไลออนส์หัวหิน เพื่อนำความรู้ ความสามารถและประสบการณ์มาช่วยขับเคลื่อนกิจกรรมสาธารณประโยชน์และพัฒนาชุมชน จากนั้นเป็นพิธีสถาปนาสมาชิกใหม่ เพื่อร่วมพลังในการทำกิจกรรมบริการสังคม

ต่อด้วยการเยี่ยมอย่างเป็นทางการของผู้ว่าการไลออนส์สากลภาค 310 D และคณะกรรมการบริหารภาค เพื่อมอบนโยบายและให้กำลังใจแก่สมาชิก และปิดท้ายด้วยการประชุมสามัญประจำเดือน ครั้งที่ 3/2569 เพื่อหารือ ติดตามผลการดำเนินงาน และวางแผนภารกิจการกุศลเพื่อชุมชนต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ชาวบ้านทับสะแกร้องตรวจสอบพื้นที่ลาดชัน พบเครื่องจักร เครื่องเลื่อยไม้ พร้อมไม้กองจำนวนมาก

ชาวบ้านทับสะแกร้องตรวจสอบพื้นที่ลาดชัน พบเครื่องจักร เครื่องเลื่อยไม้ พร้อมไม้กองจำนวนมาก

วันที่ 11 กันยายน 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตามข้อร้องเรียนของชาวบ้าน ว่าพื้นที่ดังกล่าวมีเครื่องจักรกลหลายประเภท รวมถึงรถไถ รถตักและเครื่องเลื่อยไม้ นอกจากนี้ยังพบไม้จำนวนมาก ถูกนำมากองรวมกัน โดยชาวบ้านระบุว่ามีทั้งไม้ยางพาราและไม้ที่สงสัยว่าอาจเป็นไม้หวงห้าม เช่น ไม้สัก

ชาวบ้านตั้งข้อสังเกตว่า พื้นที่ดังกล่าวอาจอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ หรือพื้นที่ป่าที่อยู่ภายใต้การคุ้มครองตามกฎหมาย จึงเกรงว่าหากยังมีการใช้เครื่องจักรและดำเนินการตัดหรือแปรรูปไม้อย่างต่อเนื่อง อาจส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสร้างความเสียหายแก่ผืนป่าเป็นวงกว้าง

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่พบในขณะนี้ยังเป็นเพียงข้อร้องเรียนและข้อสังเกตจากชาวบ้าน ยังไม่มีการยืนยันว่าพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตป่าหรือมีการกระทำผิดกฎหมาย จึงจำเป็นต้องให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด ทั้งแนวเขตพื้นที่ เอกสารสิทธิ์ การใช้ประโยชน์ที่ดิน การนำเครื่องจักรเข้าไปดำเนินการ ตลอดจนแหล่งที่มาของไม้และใบอนุญาตที่เกี่ยวข้อง

ชาวบ้านจึงขอให้เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบตามกฎหมายป่าไม้ ตำรวจ และผู้นำชุมชน เร่งลงพื้นที่ตรวจสอบโดยด่วน เพื่อป้องกันการเคลื่อนย้ายไม้หรือเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่จนยากต่อการตรวจสอบ หากพบว่ามีการบุกรุกพื้นที่ป่า ตัดไม้ หรือแปรรูปไม้โดยไม่ได้รับอนุญาต ขอให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

ประเด็นสำคัญที่ชาวบ้านต้องการคำตอบ
– พื้นที่ดังกล่าวมีเอกสารสิทธิ์ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่
– พื้นที่อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าอนุรักษ์ หรือพื้นที่ป่าประเภทใด
– การนำเครื่องจักรเข้าไปใช้ในพื้นที่ได้รับอนุญาตหรือไม่
– ไม้จำนวนมากที่พบมีแหล่งที่มาจากพื้นที่ใด
– มีการตัด แปรรูป หรือเคลื่อนย้ายไม้ โดยได้รับอนุญาตถูกต้องหรือไม่

ชาวบ้านยืนยันว่า ต้องการเพียงข้อเท็จจริงและการตรวจสอบที่โปร่งใส เพื่อป้องกันไม่ให้ทรัพยากรป่าไม้ถูกทำลาย หรือเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่ ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเข้าตรวจสอบ โดยจะติดตามความคืบหน้าของเรื่องนี้ต่อไป.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผู้เข้าประกวด Miss International Queen® 2026 ติดใจรสชาติแกงคั่วสับปะรดไข่แมงดา เมนูเด่นประจำจังหวัดประจวบฯ

ผู้เข้าประกวด Miss International Queen® 2026 ติดใจรสชาติแกงคั่วสับปะรดไข่แมงดา เมนูเด่นประจำจังหวัดประจวบฯ

วันที่ 11 กันยายน 2569 ดร.จิต สิริกร หน่อทิม นายกสมาคมผู้ประกอบการร้านอาหารและแผงลอยแห่งประเทศไทย จ.ประจวบฯ/ผู้บริหารร้านอิ่มอกอิ่มใจฯ พร้อมด้วยนายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ และแขกผู้มีเกียรติให้การต้อนรับเลี้ยงอาหารกลางวันกองประกวด Miss International Queen® 2026 ที่ร้านอิ่มอกอิ่มใจ ปราณบุรีซีฟู้ดแอนด์คาเฟ่ อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบฯ พร้อม 27 สาวงามผู้เข้าประกวดจากทั่วโลกที่เดินทางมาเก็บตัวเพื่อทำกิจกรรมและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวในจังหวัดประจวบฯ ผ่านแนวคิด Nature, Culture & Wellness Tourism ระหว่างวันที่ 10 – 12 กันยายนนี้ โดยกิจกรรมในวันนี้เริ่มที่การฝึกโยคะเพื่อผ่อนคลาย ก่อนออกเดินทางไปสัมผัสแหล่งธรรมชาติสำคัญของจังหวัดประจวบฯ ทั้งอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอดและวนอุทยานปราณบุรี ผ่านกิจกรรมล่องเรือ ปล่อยปูและเดินศึกษาธรรมชาติ สัมผัสความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ชุ่มน้ำและป่าชายเลน เพื่อเรียนรู้ระบบนิเวศและแนวทางการท่องเที่ยวที่คำนึงถึงการดูแลทรัพยากรชายฝั่ง

สำหรับเมนูอาหารกลางวันที่ทางร้านได้เตรียมให้ในวันนี้ ได้แก่ ปลากะพงทอดน้ำปลา ห่อหมกทะเล ปูนิ่มผัดผงกะหรี่ ต้มส้มปลากะพง แกงส้มกุ้งใส่ยอดมะพร้าวอ่อน ขาหมูเยอรมัน หอยแมลงภู่นึ่งสมุนไพร และเมนูอื่นๆ อีกมากมาย โดยเฉพาะแกงคั่วสับปะรดไข่แมงดา เมนูที่ได้รับการคัดเลือกเป็น 1 จังหวัด 1 เมนู เชิดชูอาหารถิ่นของประจวบฯ ได้รับความสนใจเป็นพิเศษจากผู้เข้าประกวด พากันลองทานและติดใจในรสชาติในความเอร็ดอร่อย ก่อนปิดท้ายร้องเพลงร่วมกันอย่างสนุกสนานและเป็นกันเอง

ส่วนวันสุดท้าย 12 กันยายน ผู้เข้าประกวดจะร่วมทำกิจกรรมเพื่อเปิดประสบการณ์ด้านศิลปะและวัฒนธรรมไทย ที่วิกหัวหิน กับครูเล็ก ภัทราวดี มีชูธน ศิลปินแห่งชาติ ครอบคลุมตั้งแต่การกราบและการไหว้ ความหมายของความเชื่อและวัฒนธรรมไทย มารยาทที่ควรรู้เมื่อเดินทางมาเยือนประเทศไทย รวมถึงการนุ่งผ้าถุงให้เหมาะสมกับสถานที่ ก่อนเรียนรู้ท่ารำพื้นฐานและทดลองรำวงมาตรฐาน จากนั้นเดินทางต่อไปยังร้านโขมพัสตร์ ร้านผ้าพิมพ์มือเก่าแก่ของหัวหิน เรียนรู้กระบวนการสร้างสรรค์ลวดลายและร่วมเวิร์กชอปงานพิมพ์มือบนผ้าไหมและผ้าฝ้าย สัมผัสภูมิปัญญางานฝีมือที่ได้รับการสืบทอดและพัฒนาจากรุ่นสู่รุ่น และปิดท้ายทริปแบบไม่ธรรมดา ที่เดอะเลเจนด์ อารีน่าหัวหิน กับกิจกรรมเรียนรู้ศิลปะมวยไทย โดยวิว เยาวภา บุรพลชัย อดีตนักกีฬาเทควันโดเจ้าของเหรียญทองแดงโอลิมปิกเกมส์ 2004 ซึ่งผู้เข้าประกวดจะได้เรียนรู้ตั้งแต่พื้นฐานการยืน การเคลื่อนไหว การตั้งการ์ดและการออกหมัด ทำความรู้จักมวยไทย ในฐานะศิลปะการต่อสู้ที่ผสานทั้งวินัย สมาธิ ความแข็งแกร่ง และการให้เกียรติคู่ต่อสู้

ทั้งนี้ตลอดระยะเวลา 3 วัน 2 คืน 27 สาวงามจากทั่วโลกได้สัมผัสหัวหินในหลากหลายมิติ ตั้งแต่การเดินทางด้วยรถไฟสุดคลาสสิก แฟชั่นไทยร่วมสมัย ธรรมชาติและป่าชายเลน วิถีชีวิตริมทะเล ศิลปะการแสดง งานผ้าพิมพ์มือ ไปจนถึงมวยไทย ทั้งหมดจะถูกนำมาร้อยเรียงเป็นประสบการณ์เดียวกัน เพื่อสะท้อนภาพหัวหิน ในฐานะจุดหมายปลายทางที่มีมากกว่าทะเล แต่เป็นเมืองที่ผสมผสานความคลาสสิก ธรรมชาติ วัฒนธรรม แฟชั่น และเวลเนสเข้าด้วยกัน การเดินทางมาเก็บตัวทำกิจกรรมครั้งนี้ เป็นโอกาสสำคัญในการให้ผู้เข้าประกวดได้สัมผัสประเทศไทยด้วยตัวเอง ก่อนนำเรื่องราวและประสบการณ์ที่ได้รับกลับไปบอกต่อยังผู้ติดตามในประเทศของตน ช่วยสร้างการรับรู้ภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยในสายตานานาชาติ.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ฉลองครบ 2 ทศวรรษ ‘Miss International Queen® 2026’ เดินแบบผ้าไทยที่หัวหิน

ฉลองครบ 2 ทศวรรษ ‘Miss International Queen® 2026’ เดินแบบผ้าไทยที่หัวหิน

ช่วงค่ำวันที่ 10 กันยายน 2569 นายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานกล่าวต้อนรับกองประกวด ‘Miss International Queen® 2026’ ที่สถานีรถไฟหัวหินหลังเก่า จ.ประจวบฯ นำโดยคุณอลิสา พันธุศักดิ์ คุนผลิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทิฟฟานี่โชว์ พัทยา จำกัด และประธานคณะกรรมการจัดการกองประกวด Miss International Queen พร้อมสาวงามผู้เข้าประกวดจาก 27 ประเทศทั่วโลกที่เดินทางมาเก็บตัวเพื่อทำกิจกรรมและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวในจังหวัดประจวบฯ ผ่านแนวคิด Nature, Culture & Wellness Tourism ระหว่างวันที่ 10 – 12 กันยานนี้ มีนายอติชาติ ชัยศรี รองนายกเทศมนตรีนครหัวหิน, น.ส.วันซัยอาร์ วัฒนาวงศาน วัฒนธรรมจังหวัดประจวบฯ, นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ, นางวาสนา ศรีกาญจนา ที่ปรึกษาสมาคมฯ, พ.ต.อ.กัมปนาท ณ วิชัย ผกก.สภ.หัวหิน และแขกผู้มีเกียรติให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

การประกวดในปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “The Evolving Legacy: Empower Every Voice” สะท้อนพัฒนาการตลอดกว่า 2 ทศวรรษของ Miss International Queen จากเวทีที่เริ่มต้นด้วยการสร้างพื้นที่แห่งการมองเห็นและการยอมรับให้กับผู้หญิงทรานส์ สู่แพลตฟอร์มระดับโลกที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าประกวดได้แสดงความสามารถ ถ่ายทอดเรื่องราว และใช้เสียงของตนเองขับเคลื่อนประเด็นที่มีความหมายต่อสังคม ส่งต่อพลังแห่ง Thailand Pride สู่สายตาชาวโลก พร้อมสะท้อนบทบาทของประเทศไทย ในฐานะหนึ่งในจุดหมายปลายทางแห่ง Pride ระดับโลก ประเทศที่เปิดกว้าง ให้คุณค่ากับความแตกต่าง และพร้อมเป็นพื้นที่ที่ทุกตัวตนสามารถแสดงศักยภาพและเปล่งประกายได้อย่างภาคภูมิ โดยผู้เข้าประกวดทั้ง 27 คนปรากฏตัวในลุค Lady Classic ย้อนยุค เจิดจรัสบนพรมแดง เปลี่ยนชานชาลาสถานีรถไฟหัวหินแลนด์มาร์กสำคัญที่มีอายุเก่าแก่กว่า 100 ปี ให้กลายเป็น Runway walk กลางเมือง ถ่ายทอดความคลาสสิกผ่านบุคลิกและสไตล์เฉพาะตัว พร้อมนำเสนอหัวหินสู่สายตาผู้ติดตามทั่วโลกในมิติที่มากกว่าการเป็นเพียงเมืองตากอากาศริมทะเล ภายในงานยังจัดพื้นที่มี Night Market เป็นฉากหลัง เปิดโอกาสให้ผู้เข้าประกวดได้ลิ้มรสความอร่อยของอาหารและขนมขึ้นชื่อจากชมรมเชฟชะอำ – หัวหิน ชมโชว์ยุทธศิลป์มวยไทย Soft Power ของไทยที่ถ่ายทอดได้อย่างตื่นตาตื่นใจ ตลอดจนงานศิลปะและงานสร้างสรรค์จากภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด

กิจกรรมครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญในการประชาสัมพันธ์ศักยภาพด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดประจวบฯ โดยนำเสนอความโดดเด่น ทั้งด้านธรรมชาติ วัฒนธรรม และสุขภาวะ ผ่านมุมมองของผู้เข้าประกวดจาก 27 ประเทศ เพื่อสร้างการรับรู้และส่งต่อเสน่ห์ของหัวหินและจังหวัดประจวบฯไปยังนักท่องเที่ยวทั่วโลกอย่างกว้างขวาง

ทั้งนี้ผู้เข้าประกวดทั้ง 27 ประเทศ จะร่วมกิจกรรม The Journey of an Evolving Legacy ตลอดเดือนกันยายน เพื่อสัมผัสประเทศไทยผ่านศิลปะ วัฒนธรรม แฟชั่น หัตถศิลป์ และการเดินทาง รวมถึงร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความเท่าเทียมและสังคม โดยรอบตัดสินจะมีขึ้นวันที่ 19 กันยายนนี้ – The Crowning Finale ณ โรงละครทิฟฟานี่โชว์ พัทยา.