Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

คมนาคมลุยสนามบินหัวหิน จัดเวิร์กช็อปฟื้นบินตรง “หัวหิน – กัวลาลัมเปอร์” พร้อมเปิดเส้นทางบินใหม่

คมนาคมลุยสนามบินหัวหิน จัดเวิร์กช็อปฟื้นบินตรง “หัวหิน – กัวลาลัมเปอร์” พร้อมเปิดเส้นทางบินใหม่

วันที่ 3 กรกฎาคม 2569 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงคมนาคม ร่วมกับจังหวัดประจวบฯ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กรมท่าอากาศยาน และสายการบินไทยแอร์เอเชีย จัดกิจกรรมเวิร์กช็อปใหญ่ “Market Insights and Customer Insights Workshop” ที่โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ วานา นาวา หัวหิน จ.ประจวบฯ ระดมสมองผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวและบริการในพื้นที่กว่า 60 ราย ขานรับแผนยกระดับท่าอากาศยานหัวหิน สู่การรองรับเที่ยวบินระหว่างประเทศเต็มรูปแบบ เพื่อผลักดันให้หัวหินและชะอำ ก้าวเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวมูลค่าสูงในระดับสากลอย่างยั่งยืน นำโดยนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.กระทรวงคมนาคม, นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ, น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), นายดนัย เรืองสอน อธิบดีกรมท่าอากาศยาน และนายไพรัชล์ พรพัฒนนางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทยแอร์เอเชีย โดยร่วมกันแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ รับฟังข้อเสนอแนะเชิงลึก และวางโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเตรียมความพร้อมรอบด้าน ทั้งในแง่การบริหารจัดการท่าอากาศยาน การส่งเสริมการตลาด และการเตรียมความพร้อมของภาคบริการ รองรับความต้องการของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะบินตรงสู่หัวหินเป็นครั้งแรก

นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ กล่าวว่า รัฐบาลเล็งเห็นถึงศักยภาพของอำเภอหัวหิน ซึ่งมีศักยภาพสูงในการขยายตัวทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว จึงผลักดันให้เกิดเที่ยวบินระหว่างประเทศให้เป็นรูปธรรมขึ้น การจัดเวิร์กช็อปครั้งนี้ เพื่อระดมความคิดเห็นและรวบรวมข้อมูลในประเด็นสำคัญ อาทิ การนำเสนอความพร้อม และแผนพัฒนาท่าอากาศยานหัวหิน เพื่อยืนยันความพร้อมในการรองรับเที่ยวบินระหว่างประเทศในอนาคต รวมทั้งการวิเคราะห์สินค้าและบริการท่องเที่ยวที่มีศักยภาพของหัวหิน เพื่อนำมาเป็นจุดขายหลักในการดึงดูดนักท่องเที่ยวและการวิเคราะห์ความสนใจและกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวต่างชาติต้องการ เพื่อพัฒนารูปแบบกิจกรรมท่องเที่ยวในระยะสั้นและระยะยาว จากการรายงานข้อมูลของกรมท่าอากาศยาน (ทย.) ในช่วงปี 2561 – 2563 ก่อนวิกฤตการณ์โควิด – 19 ท่าอากาศยานหัวหิน เคยรองรับเที่ยวบินระหว่างประเทศของสายการบินแอร์เอเชียเบอร์ฮัด ในเส้นทาง หัวหิน – กัวลาลัมเปอร์ มาแล้ว ได้รับการตอบรับจากนักท่องเที่ยว 1,000 เที่ยว และจำนวนผู้โดยสารกว่า 130,000 คน การร่วมมือจัดเวิร์กช็อปครั้งนี้ เป็นก้าวสำคัญที่จะศึกษาความเป็นไปได้ และเตรียมความพร้อมในการนำเส้นทางบินหัวหิน – กัวลาลัมเปอร์ กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง รวมถึงความเป็นไปได้ในการเปิดบริการเส้นทางระหว่างประเทศอื่นๆ อีกด้วย

“การร่วมมือกันระหว่างกระทรวงคมนาคม ทย. สายการบินไทยแอร์เอเชีย และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องครั้งนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อการสร้างความเข้าใจที่ตรงกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการในพื้นที่ โดยกระทรวงคมนาคมพร้อมให้การสนับสนุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน และการอำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่ เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการพัฒนาเส้นทางบินระหว่างประเทศสู่หัวหิน จะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน และผลักดันให้กลายเป็นจุดหมายปลายทางคุณภาพระดับสากลในระยะยาวต่อไป”

นายไพรัชล์ พรพัฒนนางกูร กล่าวว่า หลังที่รัฐบาลเดินหน้าขับเคลื่อนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจและกระจายรายได้ส่วนภูมิภาคระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมและการท่องเที่ยว โดยเฉพาะการผลักดันท่าอากาศยานหัวหิน ให้มีความพร้อมรองรับเที่ยวบินระหว่างประเทศอย่างเต็มรูปแบบ สายการบินแอร์เอเชียมีความพร้อมอย่างเต็มที่ ในการสนับสนุนนโยบายนี้ จึงร่วมจัดกิจกรรมระดมความคิดเห็นกับผู้ประกอบการในพื้นที่ เพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงลึกประกอบการพิจารณาการเปิดเส้นทางบินใหม่ระหว่างประเทศ ปัจจุบันแอร์เอเชียให้บริการบินภายในประเทศที่ท่าอากาศยานหัวหิน เส้นทางหัวหิน – เชียงใหม่อยู่แล้ว 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ และจะเพิ่มเป็นบินตรงทุกวันในช่วงเดือนตุลาคมนี้ โดยเรายินดีอย่างยิ่งในการศึกษาและกลับมาเปิดให้บริการเส้นทางระหว่างประเทศเป็นสายการบินแรก ควบคู่ไปกับแผนพัฒนาของรัฐบาล เชื่อมั่นว่าหัวหินจะเป็นปลายทางยอดนิยมในตลาดต่างชาติได้ เนื่องจากเป็นเมืองที่ตอบโจทย์ทั้งตลาดหลักและพรีเมียม มีกิจกรรมท่องเที่ยวด้านสุขภาพและกีฬาที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ เปิดแผนรถสองแถวไฟฟ้า ค่าโดยสาร 10 – 20 บาท ปักหมุดสร้างสถานีขนส่งแห่งใหม่

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ เปิดแผนรถสองแถวไฟฟ้า ค่าโดยสาร 10 – 20 บาท ปักหมุดสร้างสถานีขนส่งแห่งใหม่

วันที่ 2 กรกฎาคม 2569 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานเปิดเวทีประชาคม “คืนข้อมูลงานศึกษาวิจัยโครงสร้างการเดินทางด้วยบริการขนส่งสาธารณะที่ปลอดภัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม” ณ ห้องประชุมโรงแรมประจวบแกรนด์ จัดขึ้นโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับสภาองค์กรของผู้บริโภค เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน ก่อนจัดทำแผนแม่บทระบบขนส่งสาธารณะของจังหวัด

ภายในงานมีผู้บริหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ได้แก่ น.ส.ธนพร บางบัวงาม หัวหน้าหน่วยงานประจำจังหวัด สภาองค์กรของผู้บริโภค, นายนันทปรีชา คำทอง ประธานสภาองค์กรคุ้มครองผู้บริโภคจังหวัดประจวบฯ, น.ส.สุทิพย์ ตนประเสริฐ ขนส่งจังหวัด, ดร.ภวินท์ธนา เจริญบุญ อาจารย์ประจำสาขาวิชาบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี และ ผศ.ดร.พนิดา นิลอรุณ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ วิทยาลัยนวัตกรรมและการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา พร้อมผู้แทนคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกประจำจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคีเครือข่ายผู้บริโภคเข้าร่วมอย่างคับคั่ง

นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน กล่าวว่า การพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะด้วยรถพลังงานไฟฟ้า เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญของจังหวัดตามแผนพัฒนาจังหวัด พ.ศ.2566 – 2570 เพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 และขับเคลื่อนนโยบาย Wellness Tourism โดยกำหนดนโยบายเร่งด่วน 3 ด้าน ประกอบด้วย

ด้านแรก ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ออกแบบเส้นทางให้ตอบโจทย์การเดินทางจริง เชื่อมต่อสถานีรถไฟ โรงพยาบาล โรงเรียน ตลาด โรงแรมและแหล่งท่องเที่ยว พร้อมเชื่อมระบบ รถสองแถวไฟฟ้า เข้ากับโครงการรถรับส่งนักเรียนปลอดภัย โดยเฉพาะโรงเรียนประจวบวิทยาลัย เพื่อลดอุบัติเหตุบนท้องถนน

ด้านที่สอง สร้างความเป็นธรรมด้านค่าครองชีพ กำหนดอัตราค่าโดยสารเพียง 10 – 20 บาทต่อเที่ยว ตามระยะทาง พร้อมกำหนดตารางเวลาเดินรถที่ชัดเจน เพื่อสร้างความมั่นใจและจูงใจให้ประชาชนหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะแทนรถยนต์ส่วนบุคคล

ด้านที่สาม บูรณาการทุกภาคส่วน มอบหมายให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นำผลการศึกษาวิจัยไปบรรจุไว้ในแผนพัฒนาท้องถิ่น พร้อมผลักดันโครงการก่อสร้าง สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดประจวบคีรีขันธ์แห่งใหม่ เพื่อให้รถสองแถวไฟฟ้าทำหน้าที่เป็นระบบขนส่งรอง เชื่อมโยงผู้โดยสารเข้าสู่ตัวเมืองและชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพ

ด้าน น.ส.ธนพร บางบัวงาม หัวหน้าหน่วยงานประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สภาองค์กรของผู้บริโภค กล่าวว่า โครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างสภาองค์กรของผู้บริโภค คณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา และมหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี ที่ลงพื้นที่ศึกษาวิจัยและเก็บข้อมูลจากประชาชนจำนวน 400 คน เพื่อสะท้อนความต้องการใช้ระบบขนส่งสาธารณะของประชาชนอย่างแท้จริง ผลการศึกษาพบว่า ประชาชนต้องการระบบขนส่งที่สามารถใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน มีเส้นทางเชื่อมต่อสถานที่สำคัญ ค่าโดยสารเป็นธรรม และให้ความสำคัญกับผู้สูงอายุ ผู้พิการ นักเรียน และประชาชนทุกกลุ่ม โดยข้อมูลทั้งหมดจะถูกนำไปบูรณาการร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะของจังหวัดต่อไป

การประชุมครั้งนี้ได้รับความสนใจจากผู้แทนเทศบาลนครหัวหิน ศึกษาธิการจังหวัด คณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกประจำจังหวัด หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคีเครือข่ายผู้บริโภค ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในการยกระดับระบบขนส่งสาธารณะให้มีความปลอดภัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

โรตารีหัวหิน จัดประชุมปีบริหาร 2569 – 2570 เปิดแผนกลยุทธ์ 3 ปี มุ่งดึงคนรุ่นใหม่ร่วมขับเคลื่อนสังคม

โรตารีหัวหิน จัดประชุมปีบริหาร 2569 – 2570 เปิดแผนกลยุทธ์ 3 ปี มุ่งดึงคนรุ่นใหม่ร่วมขับเคลื่อนสังคม

ช่วงค่ำวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 น.ส.สุนัญศินี พิพัฒน์คุณากุล นายกสโมสรโรตารี หัวหิน ปีบริหาร 2569 -2570 เป็นประธานเคาะฆ้องประชุมครั้งแรกของปี ที่ห้องประชุมโรงแรมหัวหินแกรนด์ โฮเทลแอนด์พลาซ่า อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ มีนายอติชาติ ชัยศรี รองนายกเทศมนตรีนครหัวหิน พร้อมด้วยนายอมร พัฒน์ทอง รองประธานสภาเทศบาลนครหัวหิน สมาชิกกิตติมศักดิ์ แขกผู้มีเกียรติ และมวลมิตรต่างสโมสรเข้าร่วม

บรรยากาศเริ่มต้นด้วยกิจกรรมมิตรภาพสังสรรค์ ก่อนเข้าสู่พิธีการอย่างเป็นทางการ เมื่อนายกสโมสรโรตารีหัวหินเคาะฆ้องเปิดการประชุม และเข้าสู่การประชุมตามวาระ โดยนายกสโมสรได้แถลงนโยบายและวิสัยทัศน์การบริหาร ประกาศขับเคลื่อนภารกิจประจำปีนี้ ภายใต้คติพจน์ “Create Lasting Impact : สร้างงาน สู่คุณค่า ที่ยั่งยืน” มุ่งเน้นการสร้างโอกาสและสร้างแรงบันดาลใจ ให้ทุกภาคส่วนร่วมกันพัฒนาสังคม เพื่อส่งต่อคุณค่าจากรุ่นสู่รุ่นจนนำไปสู่เป้าหมายสูงสุด คือ “ความยั่งยืน” พร้อมเปิดแผนกลยุทธ์ 3 ปี ที่เน้นการสรรหาและเปิดรับสมาชิกที่เป็นคนรุ่นใหม่ กลุ่มนักธุรกิจ และผู้ประกอบวิชาชีพที่มีหน้าที่การงานมั่นคง มีใจรักงานบริการสังคม ให้เข้ามามีส่วนร่วมในสโมสรมากขึ้น ผ่านกลยุทธ์การเพิ่มสมาชิกภาพ และการสร้างส่วนร่วมของสมาชิก

จากนั้นนายกผ่านพ้นได้มอบเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติให้แก่บุคคลดีเด่นผู้ทำคุณประโยชน์และขับเคลื่อนสังคมจำนวน 2 ท่าน ได้แก่ น.ส.สุทธิศรี อนุคฤหานนท์ บุคคลดีเด่นด้านสื่อสารมวลชน และ รทร.สุธิกานต์ แย้มนิล บุคคลดีเด่นด้านบำเพ็ญประโยชน์

ต่อมา ประธานฝ่ายต่างๆ ของสโมสรได้ขึ้นแสดงวิสัยทัศน์และแนวทางการดำเนินงาน ประกอบด้วย ประธานฝ่ายสมาชิกภาพ, ประธานฝ่ายภาพลักษณ์สาธารณะ, ประธานฝ่ายมูลนิธิโรตารี, ประธานฝ่ายบำเพ็ญประโยชน์, ประธานฝ่ายบริหารจัดการสโมสร และประธานฝ่ายเยาวชน พร้อมต้อนรับสมาชิกใหม่อย่างอบอุ่น 2 ท่าน ได้แก่ รทร.วรัสยาพร วุฒิเมธาวิวัฒน์ และ รทร.ณธีพัฒน์ ปรีชาเจริญพงษ์ มากล่าวแสดงความรู้สึกในโอกาสที่ได้เข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวโรตารี ก่อนปิดการประชุม บรรยากาศอบอวลไปด้วยความยินดีและอบอุ่น เมื่อแขกผู้มีเกียรติและมวลมิตรสมาชิกต่างร่วมกันนำช่อดอกไม้มอบเพื่อเป็นการต้อนรับและรับขวัญสมาชิกใหม่ทั้งสองท่านเข้าสู่สโมสรอย่างเป็นทางการ.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เหล่ากาชาดประจวบฯ เข้าร่วมประชุมกับเหล่ากาชาดจังหวัดภาค 4 ครั้งที่ 170 สานภารกิจสภากาชาดไทย

เหล่ากาชาดประจวบฯ เข้าร่วมประชุมกับเหล่ากาชาดจังหวัดภาค 4 ครั้งที่ 170 สานภารกิจสภากาชาดไทย

วันที่ 2 กรกฎาคม 2569 นายกฤษฎา บุญราช ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทยและผู้อำนวยการสำนักงานบริหารกิจการเหล่ากาชาด เป็นประธานเปิดการประชุมเหล่ากาชาดจังหวัดภาค 4 ครั้งที่ 170 เพื่อมอบนโยบายขับเคลื่อนภารกิจบรรเทาทุกข์สู่ประชาชนในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคกลางตอนล่าง ที่ห้องประชุมโรงแรมลองบีช อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี โดยมี ร.ต.ท.ภพชนก ชลานุเคราะห์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุมอย่างอบอุ่น พร้อมด้วยนางณัฏฐินีย์ คงบูชาเกียรติ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดเพชรบุรี ในนามจังหวัดเจ้าภาพ พญ.บุษกร สวัสดิ์แสน นายกเหล่ากาชาดจังหวัดประจวบฯ คณะผู้บริหาร นายกเหล่ากาชาดจังหวัด และสมาชิกกิ่งกาชาดอำเภอ จาก 8 จังหวัดภาค 4 ได้แก่ เพชรบุรี, กาญจนบุรี, นครปฐม, ประจวบคีรีขันธ์, ราชบุรี, สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียงกัน รวมกว่า 300 คน

นายกฤษฎา บุญราช กล่าวว่า งานกาชาดเป็นงานบุญ งานกุศลที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย ควบคู่ไปกับการปฏิบัติงานตามภารกิจหลัก 4 ด้านของสภากาชาดไทย ได้แก่ การบริการทางการแพทย์และสุขภาพอนามัย การบรรเทาทุกข์ การบริการโลหิต และการส่งเสริมคุณภาพชีวิต พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับความโปร่งใสในระบบการทำงาน การรับบริจาคเงินและสิ่งของ รวมถึงการขับเคลื่อนโครงการสำคัญ เช่น โครงการส่งเสริมและพัฒนาการพูด อ่าน เขียนภาษาไทย และโครงการเฉลิมพระเกียรติฯ ตรวจสอบความเสี่ยงโรคพาร์กินสัน ผ่านแอปพลิเคชัน “Check PD” นอกจากนี้ ยังได้ยืนยันความมั่นใจให้กับเหล่ากาชาดถึงนโยบายการจัดประชุมคณะกรรมการเหล่ากาชาดภาคว่า ให้คงไว้ซึ่งการจัดประชุมอย่างน้อยปีละ 3 ครั้งเหมือนเดิม

การประชุมในครั้งนี้ เป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และนำเสนอผลการดำเนินงาน เพื่อให้คณะทำงานเหล่ากาชาดจังหวัดภาค 4 สามารถนำความรู้และแนวทางไปประยุกต์ใช้ในการช่วยเหลือสังคม ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในท้องถิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน โดยยึดหลัก “กาชาดบำบัดทุกข์ บำรุงสุขปวงประชา เป็นที่พึ่งพาของผู้ยากไร้” ต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ประจวบฯ จัดเสวนาขับเคลื่อนการพัฒนาความปลอดภัยด้านอัคคีภัย

ประจวบฯ จัดเสวนาขับเคลื่อนการพัฒนาความปลอดภัยด้านอัคคีภัย

วันที่ 2 กรกฎาคม 2569 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มอบหมายให้นายธนวัฒน์ เรืองเดช รักษาราชการแทนหัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดโครงการขับเคลื่อนการพัฒนาความปลอดภัยด้านอัคคีภัยในระดับพื้นที่ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่ห้องนเรศดำริห์ ชั้น 3 เทศบาลนครหัวหิน มีนายพิสุทธิ์ วรรณฉัตร รักษาราชการแทนผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการสาธารณภัย ปภ. เขต 4 ประจวบคีรีขันธ์ นายจีรวัฒน์ พราหมณี ปลัดเทศบาลนครหัวหิน นายขจรเกียรติ กำจัดโรค เจ้าพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ ว่าที่พันตรี อภิญญา ศักดินันท์ ผู้อำนวยการส่วนฝึกอบรม ปภ. เขต 4 ประจวบคีรีขันธ์ มาเป็นวิทยากรให้ความรู้ มีหัวหน้าส่วนราชการ และเจ้าหน้าที่ จำนวน 45 หน่วยงาน เข้าร่วม มีเวทีสาธารณะเสวนา หัวข้อ “การป้องกันและลดความเสี่ยงจากอัคคีภัย ทุกคนทุกส่วนทำได้ ตั้งแต่ครัวเรือน ชุมชน เพื่อความปลอดภัยของประชาชน” การแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับการจัดการอัคคีภัยในพื้นที่และสรุปผล

นายธนวัฒน์ เรืองเดช กล่าวว่างานในวันนี้จัดขึ้นมุ่งเน้นมาตรการเชิงป้องกันให้ครอบคลุมทุกภาคส่วน เพื่อสร้างความรู้ และตระหนักในการป้องกันและลดความเสี่ยงจากอัคคีภัย และเพื่อส่งเสริมการขับเคลื่อนการดำเนินการป้องกัน และการแก้ปัญหาอัคคีภัยให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ภายใต้การบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วน

“อัคคีภัย” เป็นภัยที่เกิดขึ้นได้บ่อยและมีแนวโน้มความถี่ รวมถึงมีความรุนแรงมากขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่มักเกิดจากความประมาทและการขยายตัวของเมืองที่ทำให้ชุมชนหนาแน่นขึ้น ดังที่เราเห็นได้จากเหตุการณ์สำคัญในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ของเราในช่วงที่ผ่านมา เช่น เหตุการณ์เพลิงไหม้อาคารสัมมนา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ วิทยาเขตวังไกลกังวล เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2566 ซึ่งสร้างความเสียหายแก่อาคารทั้งหมด มูลค่าความเสียหายประมาณ 100 ล้านบาท หรือเหตุการณ์ไฟไหม้บ่อขยะ ตำบลทับใต้ อ.หัวหิน เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2567 ที่ลุกลามกินพื้นที่กว่า 27 ไร่ เหตุการณ์เหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความสูญเสียต่อทรัพย์สิน ระบบเศรษฐกิจและสังคมอย่างมหาศาล ด้วยเหตุนี้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จึงได้จัดทำแผนปฏิบัติการด้านพัฒนาความปลอดภัยด้านอัคคีภัยแห่งชาติ พ.ศ.2566 – 2570 ขึ้น เพื่อใช้เป็นกรอบแนวทางในการสร้างระบบการพัฒนาความปลอดภัยด้านอัคคีภัยของประเทศให้มีความทันสมัย และสอดคล้องกับบริบทการเปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน โดยมุ่งเน้นการสร้างเครื่องมือและกลไกในการเตรียมความพร้อมรับมือต่อการเกิดอัคคีภัยในทุกระดับให้สอดประสานกัน ตั้งแต่ระดับชาติไปจนถึงท้องถิ่นอย่างบูรณาการ.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เทศบาลนครหัวหิน สร้างแกนนำนักเรียนส่งเสริมสุขภาพ มุ่งเป้าดูแลตนเองและชุมชน

เทศบาลนครหัวหิน สร้างแกนนำนักเรียนส่งเสริมสุขภาพ มุ่งเป้าดูแลตนเองและชุมชน

วันที่ 2 กรกฎาคม 2569 นายอติชาติ ชัยศรี รองนายกเทศมนตรีนครหัวหิน เป็นประธานนเปิดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการแกนนำนักเรียนด้านการส่งเสริมสุขภาพประจำปี 2569 ที่โรงแรมเดอะเกษตร หัวหิน ต.หนองแก อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ โดยมีนายไซนัล นิรมาณกุล ผู้อำนวยการกองการแพทย์ นางจีรวรรณ แจกสินธุ์ ผู้อำนวยการกองคลัง นางรสสุคนธ์ เลื่อนศักดิ์ หัวหน้ากลุ่มงานศูนย์บริการสาธารณสุข และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

การอบรมวันนี้ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อปลูกฝังความรู้ ความเข้าใจ และทักษะด้านสุขภาพที่ถูกต้องให้แก่เด็กและเยาวชนในพื้นที่ ระหว่างวันที่ 2 – 3 กรกฎาคม 2569 ซึ่งกลุ่มเป้าหมายเป็นตัวแทนนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จากโรงเรียนเทศบาลบ้านตะเกียบ และโรงเรียนเทศบาลวัดหนองแก เข้ารับการอบรม 65 คน เพื่อเตรียมความพร้อมให้เยาวชนเหล่านี้ก้าวไปเป็นแกนนำในการส่งเสริมสุขภาพในสถานศึกษา เป็นแบบอย่างที่ดีแก่เพื่อน ครอบครัว รวมถึงชุมชนรอบข้าง โดยทีมวิทยากรจากกองการแพทย์ และกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม มาร่วมถ่ายทอดความรู้เรื่องสุขอนามัยพื้นฐานและช่องปาก การบรรยายเรื่องหลักสุขบัญญัติแห่งชาติ การฝึกภาคปฏิบัติในการตรวจสุขภาพด้วยตนเอง พร้อมทั้งบันทึกข้อมูลลงในสมุดบันทึกสุขภาพนักเรียน เรียนรู้เรื่องโรคติดต่อและการป้องกันตนเอง รวมถึงพฤติกรรมการบริโภคอาหาร การเลือกซื้ออาหารที่ปลอดภัยจากสารปนเปื้อน

นายอติชาติ ชัยศรี กล่าวว่า การส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรคเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องปลูกฝังตั้งแต่ยังเด็ก การสร้างแกนนำนักเรียนให้มีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะด้านสุขภาพที่ถูกต้อง จะช่วยให้นักเรียนสามารถดูแลสุขภาพของตนเอง เป็นแบบอย่างที่ดีแก่เพื่อน ครอบครัว และชุมชน ตลอดจนมีความรู้ในการป้องกันและเฝ้าระวังโรคติดต่อได้อย่างเหมาะสม และขอชื่นชมผู้จัดโครงการ คณะวิทยากร และทุกภาคส่วนที่ร่วมกันจัดกิจกรรมอันเป็นประโยชน์ในครั้งนี้ และขอให้นักเรียนทุกคนตั้งใจเรียนรู้ ซักถาม แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และนำความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน เพื่อเป็นพลังสำคัญในการสร้างสังคมที่มีสุขภาพดีต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

นายกหัวหินร่วมกับชุมชนสมอโพรง ลงพันธุ์กล้าไม้ “ทองอุไร” เพิ่มพื้นที่สีเขียวและฟื้นฟูสภาพแวดล้อม

นายกหัวหินร่วมกับชุมชนสมอโพรง ลงพันธุ์กล้าไม้ “ทองอุไร” เพิ่มพื้นที่สีเขียวและฟื้นฟูสภาพแวดล้อม

วันที่ 2 กรกฎาคม 2569 นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน พร้อมด้วยนายชีพ สุกสี ประธานสภาเทศบาลนครหัวหิน นายอมร พัฒน์ทอง สมาชิกสภาเทศบาลนครหัวหิน ประธานชุมชนสมอโพรง ชาวบ้านในชุมชน คณะครู และนักเรียนโรงเรียนเทศบาลบ้านสมอโพรง ร่วมกันลงพันธุ์กล้าไม้ ทองอุไร จำนวน 14 ต้น เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวและฟื้นฟูสภาพแวดล้อมในพื้นที่ ตามโครงการ Hua Hin Youth Blue Carbon Society ประจำปีงบประมาณ 2569 ที่บริเวณเลียบคลอง หมู่บ้านสมอโพรง อ.หัวหิน

นายนพพร วุฒิกุล กล่าวว่า การปลูกต้นไม้ในวันนี้เป็นโครงการ Hua Hin Youth Blue Carbon Society ประจำปีงบประมาณ 2569 กิจกรรมที่ 3 การปลูกต้นไม้เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว ซึ่งก่อนหน้านี้เราได้รับความอนุเคราะห์สนับสนุนพันธุ์กล้าไม้จากสถานีเพาะชำกล้าไม้ จังหวัดประจวบฯ จำนวนทั้งสิ้น 5,000 ต้น เพื่อนำไปกระจายปลูกในพื้นที่ของชุมชน ทั่วเขตเทศบาลนครหัวหิน เราได้ส่งมอบประธานชุมชน จำนวน 42 ชุมชน ไปปลูกและดูแลรักษาให้เจริญเติบโต เพื่อร่วมกันอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีให้กับเมืองหัวหินอย่างยั่งยืนต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

หนึ่งปีมีครั้งเดียว ผู้ว่าฯ ประจวบฯ ชวนชิมทุเรียน GI ในงานมหกรรมผลไม้และของดีป่าละอู ครั้งที่ 13

หนึ่งปีมีครั้งเดียว ผู้ว่าฯ ประจวบฯ ชวนชิมทุเรียน GI ในงานมหกรรมผลไม้และของดีป่าละอู ครั้งที่ 13

วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดงานมหกรรมผลไม้และของดีป่าละอู ครั้งที่ 13 ประจำปี 2569 ที่ลานกิจกรรมองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ มีนายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายก อบจ.ประจวบฯ นายทวีสิน พัฒนาภิรัส ประธานสภา อบจ.ประจวบฯ นายศุภชัย ครุฑดำ นายอำเภอหัวหิน พญ.บุษกร สวัสดิ์แสน นายกเหล่ากาชาดจังหวัดประจวบฯ นายวัชระ กำพร นายก อบต.ห้วยสัตว์ใหญ่ นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ หัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวจำนวนมาก จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 – 5 กรกฎาคมนี้ เพื่อประชาสัมพันธ์ผลผลิตทางการเกษตรและของดีในพื้นที่ตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย

นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน กล่าวว่า ทุเรียนป่าละอู เป็นทุเรียนพันธุ์หมอนทองพระราชทาน ซึ่งสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (สมเด็จย่า) ทรงพระราชทานให้แก่ตำรวจตระเวนชายแดนนำไปปลูกที่ ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน ครั้งสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดโรงเรียนอานันท์ ที่บ้านป่าละอู ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2509 จนกลายเป็นผลไม้ที่นิยมปลูกกันในพื้นที่ เมื่อนำมาปลูกในพื้นที่ป่าละอูที่มีความพิเศษบนพื้นที่สูง สภาพอากาศและความอุดมสมบูรณ์ของดิน อีกทั้งเป็นการปลูกแบบเกษตรอินทรีย์ จึงทำให้ได้ผลผลิตทุเรียนมีคุณภาพ มีรสหวาน เนื้อหนา เหนียว เนียนละเอียด สีเหลืองอ่อน เนื้อแห้งมีความมันมากกว่าความหวาน เม็ดลีบเล็ก กลิ่นไม่รุนแรง ได้รับการยอมรับจากผู้โปรดปรานทุเรียนว่ามีความพิเศษเป็นเอกลักษณ์ จนได้รับเครื่องหมายสินค้า GI (Geographical Indication) จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2557 แสดงถึงแหล่งเพาะปลูกที่เจาะจงแค่ที่ใดที่หนึ่ง เป็นสินค้าเด่นของชุมชน ซึ่งเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าการเกษตร โดยผู้มีสิทธิใช้เครื่องหมาย GI ได้แก่เกษตรกรผู้ผลิตในพื้นที่เป็นเจ้าของร่วมกัน ซึ่งได้ร่วมกันรักษาคุณภาพมาตรฐานชื่อเสียงและอัตลักษณ์เฉพาะถิ่นนี้เอาไว้

สำหรับทุเรียนป่าละอู จะเริ่มออกผลผลิตสู่ท้องตลาด ตั้งแต่เดือนมิถุนายนจนถึงเดือนสิงหาคม โดยขณะนี้เริ่มมีทุเรียนป่าละอูบางส่วนออกจำหน่ายแล้ว อำเภอหัวหิน จึงร่วมกับ อบต.ห้วยสัตว์ใหญ่ จัดงานดังกล่าวขึ้น เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายทุเรียนให้กับผู้บริโภคโดยตรง ตลอดจนเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรในพื้นที่ ซึ่งจะสร้างรายได้ให้กับชุมชนตามมา ภายในงานจะมีเกษตรกรชาวสวนในพื้นที่นำผลไม้และพืชผลทางการเกษตร อาทิ เงาะ มังคุด สับปะรด กล้วยหอมกะเหรี่ยง และของดีต่างๆ ในพื้นที่ตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ มาจำหน่าย โดยเฉพาะทุเรียนป่าละอู ซึ่งเกษตรกรผู้ปลูกได้คัดทุเรียนป่าละอู เกรด A จากสวนโดยตรงนำมาจำหน่ายให้นักท่องเที่ยวในราคาเดียวกันทุกร้าน กิโลกรัมละ 200 บาท พร้อมเน้นย้ำให้เกษตรกรตัดทุเรียนที่มีคุณภาพมาจำหน่าย นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์กลุ่มแม่บ้าน สินค้าโอทอป มาร่วมจำหน่ายตลอดงาน ซึ่งนอกจากนักท่องเที่ยวจะได้ชิมทุเรียนป่าละอูแสนอร่อยจากสวนโดยตรงแล้ว ยังได้ชมวิถีชีวิตหมู่บ้านชาวไทยภูเขา และน้ำตกป่าละอู เลื่องชื่อที่มีความสวยงาม สามารถเข้าเที่ยวชมได้ทั้งปี.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ประจวบฯ เปิดยุทธการกวาดล้างสินค้าหนีภาษีซุกมากับขบวนรถไฟ ยึดของกลางได้กว่า 3.5 แสนบาท

ประจวบฯ เปิดยุทธการกวาดล้างสินค้าหนีภาษีซุกมากับขบวนรถไฟ ยึดของกลางได้กว่า 3.5 แสนบาท

เช้าวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 นายฐิติพงศ์ คำผุย นายด่านศุลกากรประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วยนายวิทยา พรมโยธา สรรพสามิตพื้นที่ประจวบฯ นายสัตวแพทย์วรพงษ์ รังผึ้ง หัวหน้าด่านกักกันสัตว์ประจวบฯ สนธิกำลังร่วมกับ พ.ต.อ.อัคราวัส สีห์ธนบุญอุบล ผู้กำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 14 พ.อ.ธัชเดช อาบัวรัตน์ ผบ.ฉก.จงอางศึก และนายชัยชาญ มูลมาก ป้องกันจังหวัดประจวบฯ เข้าตรวจค้นขบวนรถไฟโดยสารสายใต้ ที่สถานีรถไฟประจวบคีรีขันธ์ หลังสืบทราบว่าจะมีการลักลอบขนสินค้าหนีภาษีเข้าสู่กรุงเทพฯ

ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายเร่งด่วนด้านการปกป้องสังคมของรัฐบาล กรมศุลกากร และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยนายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร นายยุทธนา พูลพิพัฒน์ รองอธิบดีฯ และนางนิภาวรรณ ใยบัวเทศ ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรภาคที่ 1 ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานในพื้นที่กวาดล้างสินค้าผิดกฎหมายอย่างเข้มงวด โดยจากการตรวจสอบตู้สัมภาระ เจ้าหน้าที่พบกล่องพัสดุต้องสงสัยถูกอำพรางไว้ใต้สัมภาระอื่น เมื่อตรวจสอบภายในพบซากหมูป่าชำแหละรวม 250 กิโลกรัม ที่ไม่มีใบอนุญาตเคลื่อนย้ายซากสัตว์ รวมถึงเหล้าและไวน์ต่างประเทศยี่ห้อดังอีก 8 ลัง รวม 96 ขวด โดยไม่มีหลักฐานการเสียภาษี มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 350,000 บาท

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดของกลางทั้งหมดเพื่อดำเนินคดีตามฐานความผิด พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560 พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2560 และ พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2558 โดยซากสัตว์ดังกล่าวจะถูกส่งมอบให้กรมปศุสัตว์ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย พร้อมกันนี้เจ้าหน้าที่เตรียมขยายผลสืบสวนหาตัวการใหญ่และผู้ร่วมขบวนการมาดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด ทั้งนี้ หน่วยงานศุลกากร สรรพสามิต และด่านกักกันสัตว์ประจวบคีรีขันธ์ ยืนยันความมุ่งมั่นในการปราบปรามสินค้าหนีภาษีที่ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและสุขอนามัยของประชาชน โดยได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ ทั้งศูนย์ป้องกันและปราบปรามศุลกากรปราณบุรี ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง รวมถึงด่านตรวจเฉพาะทางต่างๆ เพื่อเพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังจุดเสี่ยง ทั้งทางรถไฟ ทางบก และทางไปรษณีย์อย่างต่อเนื่อง.

พันธุ์พงษ์ โพธิ์จินดา…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ภาครัฐชี้แจงชัด ห้ามใช้เครื่องจักรบุกรุกคลอง – ป่าสงวน แต่ร่อนทองได้

ภาครัฐชี้แจงชัด ห้ามใช้เครื่องจักรบุกรุกคลอง – ป่าสงวน แต่ร่อนทองได้

วันที่ 29 มิถุนายน 2569 นางวนิดา ทวีศิลป์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 บ้านป่าร่อน ต.ร่อนทอง อ.บางสะพาน จ.ประจวบฯ พร้อมผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ร่วมกับนายสมเจตน์ จันทนา ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายบุญยฤทธิ์ แดงรักษา ปลัด อบต.ร่อนทอง เจ้าหน้าที่สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด พ.ต.อ.เอกราช หุ่นงาม และนายนิพัฒน์ หอยสกุล ปลัดอำเภอบางสะพาน ลงพื้นที่รับฟังปัญหาและชี้แจงกรณีการร้องเรียนเรื่องการขุดดินสินแร่ในลำคลองสาธารณะ

การประชุมครั้งนี้ได้อธิบายขั้นตอนการขอใบแจ้งการร่อนแร่ รวมถึงข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการร่อนทองวิถีชุมชน เพื่อให้ประชาชนสามารถประกอบกิจกรรมได้อย่างถูกต้อง โดยชาวบ้านที่เข้าร่วมต่างรับทราบและเข้าใจแนวทางปฏิบัติร่วมกัน

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ย้ำว่าการร่อนทองตามวิถีชุมชนที่ดำเนินการตามกฎหมายสามารถทำได้ แต่จะดำเนินการอย่างเด็ดขาดกับผู้ที่ลักลอบใช้รถแบ็กโฮหรือเครื่องจักรกลหนักขุดร่อนทองในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติและคลองสาธารณะ เนื่องจากสร้างความเสียหายต่อทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และวิถีชีวิตของชุมชน

ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้บูรณาการกำลังเข้าจับกุมผู้ลักลอบกระทำผิด ยึดเครื่องจักร และดำเนินคดีตามกฎหมายมาแล้วหลายครั้ง

นอกจากนี้ อำเภอบางสะพานยังมอบหมายให้ อบต.ร่อนทอง ร่วมกับฝ่ายปกครอง เร่งรังวัดแนวเขตพื้นที่พิพาทให้ชัดเจน เพื่อแก้ไขปัญหาการบุกรุกคลองสาธารณะและการขุดดินสินแร่ในระยะยาว เป้าหมายสำคัญคือการสร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ กับการคงไว้ซึ่งวิถีชีวิตและภูมิปัญญาการร่อนทองของชุมชน ภายใต้กรอบของกฎหมายอย่างยั่งยืน.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม…..รายงาน