Categories
ข่าว ทั้งหมด

ช้างป่าละอูโขลงใหญ่ 30 ตัว ลงเล่นน้ำดับร้อน อวดโฉมนักท่องเที่ยว

ช้างป่าละอูโขลงใหญ่ 30 ตัว ลงเล่นน้ำดับร้อน อวดโฉมนักท่องเที่ยว

วันที่ 6 พฤษภาคม 2567 นายสมเจตน์ จันทนา ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (สบอ.3) สาขาเพชรบุรี เปิดเผยว่าในช่วงเทศกาลและวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อให้การเดินทางใช้รถใช้ถนนมีความปลอดภัยบนเส้นทางสายเขาหุบเต่า – พุไทร – ไทรเอน และเส้นทางสายไปน้ำตกป่าละอู ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวใช้เส้นทางจำนวนมาก จึงมีเจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ กจ.7 (เขาหุบเต่า) และสมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า (WCS) ประเทศไทย เฝ้าระวังและดูแลความปลอดภัยให้ช้างและผู้ใช้เส้นทางบริเวณพื้นที่ที่เสี่ยงกับช้างป่าเดินข้ามถนน ในช่วงเวลาที่นักท่องเที่ยวและชุมชนในพื้นที่สัญจรไปมาตามเส้นทางสายหลัก ก่อนผลักดันและเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดจากสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าว ทำให้ช้างป่าละอูโขลงใหญ่ประมาณ 30 ตัว พากันลงเล่นน้ำเริงร่าคลายร้อน บริเวณอ่างกลาง ทางไปน้ำตกป่าละอู พิกัด 47P 557051 1384964 ท่ามกลางความตื่นตาตื่นใจจากประชาชนและนักท่องเที่ยวที่ผ่านเส้นทาง แวะชมโขลงช้างและถ่ายภาพเก็บไว้ดูตามๆ กัน โดยมีเจ้าหน้าที่อุทยานฯ เฝ้าระวังความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด

ขณะที่อุทยานฯ ขอให้รถทุกชนิดใช้ความเร็วไม่เกิน 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในจุดที่ช้างป่าเดินบนถนน หากมีการหยุดรถ ควรให้ห่างจากช้างอย่างน้อย 30 เมตร หากช้างเดินเข้าหา ให้เคลื่อนรถหนี หรือรอจนกว่าช้างจะเดินลงจากถนน จึงเคลื่อนรถผ่านไป ห้ามใช้แตรรถ หรือส่งเสียงดังรบกวนช้าง หรือไล่ช้าง เพราะอาจทำให้ช้างโกรธ งดการใช้แฟลชถ่ายภาพ เพราะอาจทำให้ช้างตกใจและตรงเข้ามาทำร้ายได้ นอกจากนั้นให้ติดเครื่องรถยนต์ไว้ตลอดเวลา เพื่อให้เคลื่อนรถหนีได้ทันท่วงที และขอยืนยันว่าที่ผ่านมา ยังไม่มีช้างป่าละอูมีพฤติกรรมดุร้าย หรือทำร้ายบุคคลใดที่ใช้ถนนผ่านเส้นทางดังกล่าว.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ เป็นประธานออกรางวัลใหญ่สลากกาชาดการกุศล รถยนต์ 2 คัน

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ เป็นประธานออกรางวัลใหญ่สลากกาชาดการกุศล รถยนต์ 2 คัน

เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 5 พฤษภาคม 2567 นายสมคิด จันทมฤก ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ พร้อมด้วย ผศ.ดร.ศศิธร จันทมฤก นายกเหล่ากาชาดจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานออกรางวัลสลากกาชาดการกุศลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ประจำปี 2567 ที่เวทีกลางการจัดงาน ลานพิธีศาลากลางจังหวัดประจวบฯ มีรองผู้ว่าราชการจังหวัด เหล่ากาชาดจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ประชาชน และสื่อมวลชนร่วมเป็นสักขีพยานในการหมุนวงล้อออกรางวัลกาชาดในครั้งนี้ด้วยความเรียบร้อยและโปร่งใส โดยสลากกาชาดการกุศลจังหวัดประจวบฯ ประจำปี 2567 พิมพ์ออกจำหน่าย จำนวน 60,000 ฉบับๆ ละ 100 บาท โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อหารายได้นำไปเป็นค่าใช้จ่ายด้านสาธารณกุศลของเหล่ากาชาดจังหวัดประจวบฯ ในการช่วยเหลือผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาส ผู้ประสบสาธารณภัยและกิจกรรมต่างๆ ซึ่งการออกรางวัลในปีนี้ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและโปร่งใส

โดยมีผลการออกรางวัลดังนี้ รางวัลที่ 1 รถยนต์ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่น NEW XPANDER 1 คัน ได้แก่หมายเลข 02708 รางวัลที่ 2 รถยนต์ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่น ALL NEW TRITON ตอนครึ่ง 1 คัน ได้แก่หมายเลข 25963 และรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย สำหรับผู้ที่ถูกรางวัล ให้นำสลากกาชาดที่ถูกรางวัลพร้อมบัตรประจำตัวประชาชน ติดต่อขอรับของรางวัลได้ที่สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดประจวบฯ ภายใน 30 วัน จนถึงวันที่ 4 มิถุนายน 2567 หากพ้นกำหนดจะถือว่าสละสิทธิ์ในการขอรับรางวัล.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เด็กแห่ชมเงือกแหวกว่ายภายในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำหว้ากอจังหวัดประจวบฯ ก่อนเปิดภาคเรียน

เด็กแห่ชมเงือกแหวกว่ายภายในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำหว้ากอจังหวัดประจวบฯ ก่อนเปิดภาคเรียน

วันที่ 4 พฤษภาคม 2567 นางวนิดา พิมอุบล รองผู้อำนวยการ รักษาการตำแหน่งผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้จัดการแสดงโชว์เงือก ส่งท้ายก่อนเปิดภาคเรียน ในช่วงวันหยุดเสาร์ – อาทิตย์ ที่พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ อุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ระหว่างวันที่ 4 – 5 พฤษภาคม 2567 ซึ่งได้รับความสนใจจากเด็กและเยาวชน ทั้งในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์และจังหวัดใกล้เคียงเป็นจำนวนมาก โดยมีพ่อแม่ผู้ปกครองนำพาบุตรหลานทยอยเดินทางมาเข้าชมตามรอบการแสดงที่กำหนดไว้ ณ บริเวณตู้ Big Tank อาคารพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำหว้ากอ นอกจากนี้ยังได้เที่ยวชมศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์น้ำชนิดต่างๆ ที่อุทยานได้จัดแสดงไว้ ส่วนค่าเข้าชม ผู้ใหญ่และเด็กที่มีส่วนสูง 136 ซม.ขึ้นไป 50 บาท/คน เด็กที่มีความสูงไม่เกิน 135 ซม. 30 บาท/คน ยกเว้นค่าเข้าชมให้พระภิกษุ สามเณร ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาส และผู้อยู่ในความดูแลของสถานสงเคราะห์ต่างๆ ประชาชนที่มีที่อยู่ตามบัตรประชาชนในเขตตำบลคลองวาฬ อ.เมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นักเรียนในระบบ ในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในเครื่องแบบ นักศึกษา กศน. ในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และชุมพร

นางวนิดา พิมอุบล เปิดเผยว่า เนื่องจากช่วงนี้ใกล้จะเปิดภาคเรียน และอากาศภายนอกร้อนอบอ้าว จึงมีแนวคิดจัดกิจกรรมให้นักเรียนและเยาวชน รวมถึงผู้ปกครองและนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบและสนใจศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์น้ำ ได้ชมการแสดงโชว์เงือก เพื่อสร้างสีสันดึงดูดใจให้กับนักท่องเที่ยวและเยาวชนนักเรียน ผู้ที่สนใจสามารถติดตามกิจกรรมต่างๆ ของอุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ ได้ตามเพจเฟซบุ๊กของอุทยาน.

เอกภพ วงษ์ประเสริฐ….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

อุทยานกุยบุรี เร่งเติมน้ำในบ่อธรรมชาติให้สัตว์ป่า หลังเจอภัยแล้งหนัก

อุทยานกุยบุรี เร่งเติมน้ำในบ่อธรรมชาติให้สัตว์ป่า หลังเจอภัยแล้งหนัก

วันที่ 4 พฤษภาคม 2567 นายอรรถพงษ์ เภาอ่อน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี จ.ประจวบฯ เปิดเผยว่า ตามที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรีได้ปรับปรุงแหล่งน้ำแหล่งอาหารให้สัตว์ป่า ซึ่งเป็นแหล่งอาหารหลักของช้างป่า กระทิง วัวแดง อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้พื้นที่มีความอุดมสมบูรณ์นั้น แต่เนื่องจากในปีนี้เกิดภาวะแห้งแล้งอย่างรุนแรงและยาวนาน ทำให้น้ำในบ่อเกิดการแห้งขอด จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่เติมน้ำในบ่อน้ำธรรมชาติ เพื่อแก้ไขปัญหาสัตว์ป่าออกนอกพื้นที่ไม่ให้ขยายวงกว้างออกไป และป้องกันไม่ให้สัตว์ป่าออกมาสร้างความเดือดร้อนให้แก่ชาวบ้าน และไม่ย้ายถิ่นไปอยู่ในพื้นที่ ที่มีความเสี่ยงต่อการถูกล่า ทั้งนี้ป่ากุยบุรี เป็นผืนป่าอนุรักษ์ที่มีความหลากหลายทางระบบนิเวศและชีวภาพ แหล่งรวมพันธุ์ไม้หายาก และถิ่นอาศัยของสัตว์ป่านานาชนิด ไม่ว่าจะเป็นช้าง กระทิง วัวแดง เสือโคร่ง สมเสร็จ สัตว์ป่าอยู่อย่างสมบูรณ์มาเป็นร้อยปี

ที่ผ่านมาเคยเกิดปัญหาขัดแย้งกันระหว่างคนกับช้างป่า คนไปบุกรุกที่ช้าง ช้างเข้ากัดกินพืชไร่ ทำให้ช้างป่าถูกฆ่าตายไปหลายตัว ความทราบถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ นำผืนป่าที่นายทุนคืนให้ทางราชการมาปรับปรุง จนกลายเป็น “โครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพป่าสงวนแห่งชาติป่ากุยบุรี อันเนื่องมาจากพระราชดำริ” ทรงมีพระราชดำริให้ปลูกป่าเพื่อยังความชุ่มชื้นคืนธรรมชาติ และเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่าทั้งปวง ทรงมีพระราชดำรัสคนกับช้าง เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2542 ว่า “ช้างป่าควรอยู่ในป่า เพียงแต่ต้องสร้างแหล่งอาหารให้กับช้างเพียงพอ การปฏิบัติต้องไปสร้างแหล่งอาหารในป่าเป็นแปลงเล็กๆ และกระจาย กรณีช้างออกมาที่ชายป่า ต้องให้ความปลอดภัยกับช้าง หลังจากนั้นตั้งแต่ปี 2542 อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จึงได้มีการสร้างแหล่งอาหารให้กับสัตว์ป่าต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ เปิดกิจกรรม“เอามื้อสามัคคี ทำความดีถวายเป็นพระราชกุศล”เนื่องในวันฉัตรมงคล

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ เปิดกิจกรรม“เอามื้อสามัคคี ทำความดีถวายเป็นพระราชกุศล”เนื่องในวันฉัตรมงคล

วันที่ 4 พฤษภาคม 2567 นายสมคิด จันทมฤก ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดโครงการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 กิจกรรม“เอามื้อสามัคคี ทำความดีถวายเป็นพระราชกุศล”เนื่องในโอกาสวันฉัตรมงคล ที่ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่“โคก หนอง นา โมเดล”หมู่ 4 บ้านสามแยก ต.ร่อนทอง อ.บางสะพาน จ.ประจวบฯ มี นางทัศนีย์ ชัยคุณแสง หัวหน้าผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชน นายดำรงค์ มากระจัน พัฒนาการจังหวัด นายสุทิน ประเสริฐศักดิ์ นายอำเภอบางสะพาน หัวหน้าส่วนราชการ คณะกรรมการเครือข่ายศูนย์เรียนรู้ฯ ผู้นำชุมชน และเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนจังหวัดและอำเภอ กว่า 50 คน เข้าร่วมกิจกรรม

โดยกิจกรรมที่ดำเนินการประกอบด้วยการแลกเปลี่ยนเรียนรู้การพัฒนาศักยภาพศูนย์เรียนรู้ฯ เพื่อนำไปสู่เป้าหมายการพัฒนาที่เป็นรูปธรรมและยั่งยืน กิจกรรมเอามื้อสามัคคี แบ่งเป็น 4 ฐานการเรียนรู้ ได้แก่ฐานคนรักษ์ป่า ฐานปุ๋ยหมัก ฐานคนรักษ์ดิน ฐานความมั่นคงทางอาหาร

นายสมคิด จันทมฤก กล่าวว่าจังหวัดมุ่งมั่นที่จะสืบสานพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 และในหลวงรัชกาลที่ 10 ในการส่งเสริมให้ประชาชนนำหลักการเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในชีวิตประจำวัน ความพอเพียงในการดำรงชีวิตซึ่งเป็นเงื่อนไขพื้นฐานที่ทำให้คนไทยสามารถพึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืน สำหรับกิจกรรมในวันนี้ ถือเป็นการรวมพลังของเครือข่ายโคก หนอง นา ในการร่วมกันจัดกิจกรรม “เอามื้อสามัคคี ทำความดีถวายเป็นพระราชกุศล” เนื่องในโอกาสวันฉัตรมงคล จากทุกอำเภอและขอให้มีการจัดกิจกรรมเอามื้อสามัคคีอย่างต่อเนื่องและช่วยกันขับเคลื่อน โคก หนอง นา ให้ประสบความสำเร็จในทุกๆ แปลง ขอขอบคุณสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เครือข่ายโคก หนอง นา และทุกท่านที่มีส่วนร่วมในงานครั้งนี้.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ชาวบ้านหนองไม้แก่น กลัวไม่ได้รับความเป็นธรรม หลังคัดค้านทำเหมืองแกรนิตในพื้นที่

ชาวบ้านหนองไม้แก่น กลัวไม่ได้รับความเป็นธรรม หลังคัดค้านทำเหมืองแกรนิตในพื้นที่

วันที่ 3 พฤษภาคม 2567 นายกิตติ นามบุญลือ อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 21 หมู่ 7 บ้านหนองไม้แก่น ต.เกาะหลัก อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ เข้าพบผู้สื่อข่าวพร้อมยื่นหนังสือร้องเรียน เรื่องกลัวความไม่ชอบธรรมของเจ้าหน้าที่บางหน่วยงาน และการที่ไม่เห็นหัวประชาชน ในการยื่นคัดค้านโครงการทำเหมืองแร่แกรนิตของบริษัทแห่งหนึ่งในพื้นที่บ้านหนองไม้แก่น โดยการชูป้ายข้อความพวกเราไม่เอาเหมือนหิน ก่อนเข้าประชุมรับฟังความคิดเห็นของชาวบ้านกว่า 300 คน ที่เข้าทำประชาพิจารณ์ที่ศาลาหมู่ 7 หนองไม้แก่น เมื่อวันที่ 24 และ 25 เมษายน 2567 ที่ผ่านมา และเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2567 ตนพร้อมชาวบ้านได้ยื่นหนังสือถึงนายสมคิด จันทมฤก ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อให้ทราบถึงโครงการทำเหมืองแร่หินแกรนิตของบริษัท อธิภัทร จำกัด ที่จะมีชาวบ้านได้รับผลกระทบและเดือดร้อน หากมีการก่อสร้างโครงการทำเหมืองแร่หินแกรนิตของดังกล่าว

นายกิตติ นามบุญลือ ตัวแทนชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบโดยตรง เปิดเผยว่าจากการศึกษาโดยภาพรวม ทราบว่าอุตสาหกรรมก่อสร้างภายในประเทศนั้น ทรัพยากรแร่หินเพื่อการผลิตอุตสาหกรรมภายในประเทศ และเพื่อการส่งออกยังคงเพียงพออีกหลายร้อยปี จึงไม่จำเป็นที่จะต้องดำเนินการเปิดเหมืองแร่แห่งใหม่เพื่อนำมาแปรรูป และจากการอนุญาตให้บริษัท อธิภัทร จำกัด เข้าสำรวจแร่หินในพื้นที่กว่า 733 ไร่ 3 งาน 63 ตารางวา โดยมีอธิบดีกรมอุตสาหกรรมอนุญาตให้เข้าสำรวจเมื่อปี 2564 นั้น มีเงื่อนไขข้อตกลง หลังเข้าแผ้วถางผืนป่าบางส่วน เพื่อเจาะสำรวจหาแร่บางชนิดในพื้นที่บ้านหนองไม้แก่นนั้น เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จ จะต้องทำการฟื้นฟูพื้นที่ให้กลับสภาพเดิม โดยจะไม่มีการรุกล้ำลำห้วย ทางสาธารณะ และพื้นที่ทำกินทางการเกษตรของชาวบ้าน แต่กลับไม่มีการปฏิบัติตามเงื่อนไขดังกล่าว และไม่มีการแจ้งประสงค์เพื่อประโยชน์ใด ซึ่งชาวบ้านเข้าใจว่าเป็นการเจาะสำรวจค่าแร่ตามปกติ จึงไม่ติดใจ หากการกระทำเช่นนี้ มองว่าบริษัทไม่เห็นความทุกข์ร้อนของชาวบ้านที่มีอาชีพเกษตรกรเป็นหลัก การทำประชาพิจารณ์ทั้งสองครั้ง เมื่อวันที่ 24 และ 25 เมษายนที่ผ่านมา มีการคัดค้านและลงรายชื่ออย่างชัดเจน โดยมีผู้นำท้องที่ในพื้นที่และชาวบ้านนอกพื้นที่ไม่กี่ราย ที่เข้ามาลงชื่อเห็นด้วยกับการทำเหมืองหิน จากการที่ชาวบ้านส่วนใหญ่คัดค้านการทำเหมืองแร่หินแกรนิตของบริษัทดังกล่าว โดยต่างชูป้ายข้อความพวกเราไม่เอาเหมืองหินและลงรายชื่อคัดค้านส่วนใหญ่ไม่เอา ก็น่าจะยุติการทำได้แล้ว มีข่าวว่ารัฐบาลร่วมกับนายทุน บอกว่าให้ลุยไปเลย แม้จะมีการคัดค้าน ไม่เห็นหัวประชาชนในพื้นที่ หรือแม้จะกระทบสิ่งแวดล้อมอ่างเก็บน้ำเพื่อใช้บริโภคก็ตาม.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

รอง ผบ.ตร. ตรวจชายแดนสิงขร แก้ปัญหาลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย และคนร้ายข้ามชาติ

รอง ผบ.ตร. ตรวจชายแดนสิงขร แก้ปัญหาลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย และคนร้ายข้ามชาติ

วันที่ 2 พฤษภาคม 2567 พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ท.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. และคณะ เดินทางโดยเครื่องบินเฮลิคอปเตอร์ มาลงที่กองร้อย ตชด.146 จากนั้นเดินทางโดยรถยนต์ไปตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานป้องกันและปราบปรามการเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย และคนร้ายข้ามชาติ ที่บริเวณฐานจุดตรวจช่องสิงขรของกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 146 ซึ่งตั้งอยู่บริเวณจุดผ่อนปรนพิเศษชายแดนด่านสิงขรไทย – เมียนมา มีนายสินาทร โอ่เอี่ยม รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ นายจิรศักดิ์ ติณสุวรรณ ป้องกันจังหวัด พ.ต.อ.ภาคภูมิ โห้ใย รองผู้บังคับการภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พ.ต.อ.สุทธิพงษ์ อ่อนละออ ผกก.สภ.คลองวาฬ พ.ต.อ.อัคราวัส สีห์ธนบุญอุบล ผกก.ตชด.14 พ.ต.อ.เศรษฐภัทร ณ สงขลา ผกก.ตม.จว.ประจวบฯ พ.อ.สรายุทธ ศรลัมพ์ รอง ผบ.ฉก.จงอางศึก นายประทีป สมมัง ผู้อำนวยการส่วนควบคุมด่านศุลกากรประจวบฯ (ผู้แทนนายด่าน) พ.ท.โกเมธ จันทร์นุหงษ์ รองหัวหน้าฝ่ายข่าว กอ.รมน.จังหวัดประจวบฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมให้การต้อนรับ

หลังจากรับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์ชายแดนด่านสิงขรเกี่ยวกับปัญหาเส้นเขตแดน รวมถึงการลักลอบทำผิดกฎหมายจาก พ.อ.สรายุทธ ศรลัมพ์ รอง ผบ.ฉก.จงอางศึก เช่น การลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายของบุคคลต่างด้าว และการลักลอบนำเข้าสิ่งของผิดกฎหมาย เช่น ของหนีภาษีและยาเสพติด ซึ่งเป็นปัญหาที่ป้องกันได้ยาก เนื่องจากจังหวัดประจวบฯ มีระยะทางที่ยาว มีช่องทางธรรมชาติมากกว่า 50 ช่องทาง

ที่ผ่านมามีผลการปฏิบัติงานจับกุมผู้กระทำผิดระหว่างเดือนตุลาคมปี 2566 ถึงเมษายนปี 2567 จับกุมบุคคลต่างด้าวลักลอบหลบหนีเข้าเมืองได้ 40 ครั้ง รวม 207 คน ได้ผู้นำพา 32 คน จับกุมลักลอบขนยาเสพติด เป็นยาบ้า 20,000 เม็ด โดยปัญหาการลักลอบข้ามแดนส่วนใหญ่ขณะนี้ สาเหตุมาจากหลบหนีการสู้รบในประเทศเมียนมาและหลบหนีการเกณฑ์ทหาร ซึ่งหน่วยงานทหารซึ่งปฏิบัติหน้าที่รับผิดชอบดูแลแนวชายแดน ใช้วิธีการพัฒนาความสัมพันธ์กับกองกำลังต่างชาติ และกองกำลังเพื่อนบ้าน หากมีการสู้รบกัน ขอให้ถอยห่างออกจากแนวชายแดนไทยประมาณ 80 กิโลเมตร

จากนั้นคณะรอง ผบ.ตร. ได้ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจ และมอบสิ่งของให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้านแนวชายแดนเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ จากนั้นเดินตรวจดูการขนถ่ายสินค้าที่บริเวณพื้นที่โนแมนแลนด์ช่องทางด่านสิงขร ก่อนจะเดินทางไปมอบนโยบายการปฏิบัติงานให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ณ กองกำกับการตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ต่อไป.

เอกภพ วงษ์ประเสริฐ….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

อส.ตร.ปราณบุรี โวย ถนนเส้นท่องเที่ยว “นาห้วย – เขากะโหลก”สร้างล่าช้าจนเกิดอุบัติเหตุรายวัน

อส.ตร.ปราณบุรี โวย ถนนเส้นท่องเที่ยว “นาห้วย – เขากะโหลก”สร้างล่าช้าจนเกิดอุบัติเหตุรายวัน

วันที่ 3 พฤษภาคม 2567 นายพรหมสิงห์ สิงหเสนี อายุ 28 ปี อส.ตร. และกรรมการหมู่บ้านหนองบัว ต.ปากน้ำปราณ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบฯ เข้าร้องเรียนกับผู้สื่อข่าว ว่าตนทำงานในหน้าที่สังคม ดูแลประชาชนในเขตหมู่บ้านชุมชน ตำบล ในท้องที่ ปรากฏว่าขณะนี้มีปัญหาเกิดขึ้นบ่อยครั้ง เนื่องจากกรมโยธาธิการและผังเมือง ได้ให้บริษัทรับเหมาก่อสร้างถนนสายนาห้วย – เขากะโหลก ตั้งแต่วันที่ 11 มกราคม 2565 และต้องแล้วเสร็จในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2568 ในวงเงินงบประมาณ 484 ล้านบาท และขณะนี้การก่อสร้างถนนเสร็จแล้วเกือบ 100 % แต่กลับไม่ดำเนินการติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่าง สัญญาณไฟจราจร ป้ายเตือนเส้นทาง การตีเส้นขอบแนวถนน ทั้งเส้นกลางถนน รวมทั้งจุดแยกจุดตัดทางเข้าก่อสร้างบ้านนาห้วย ช่องมอญ สี่แยกบ้านหนองบัว สี่แยกถนนสายปากน้ำปราณ – เขากะโหลก ตรงที่ลงทะเล ซึ่งที่ผ่านมานั้นเกิดอุบัติเหตุรถชนกัน มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บบ่อยครั้ง และที่สำคัญนั้น เมื่อร้อยเวรสอบสวนมาตรวจที่เกิดเหตุ มักจะตัดสินว่าเป็นการประมาทร่วม ทำให้คนที่ถูกชนหรือผู้บาดเจ็บ ไม่สามารถที่จะเรียกค่าเสียหายใดๆ จากคู่กรณีได้

นายพรหมสิงห์ ยังกล่าวอีกว่า ตนต้องทำหน้าที่ในการดูแลผู้คนที่เดินทางเข้ามาในเขต อบต.ปากน้ำปราณ และ เทศบาลตำบลปากน้ำปราณ ในช่วงเทศกาลงานต่างๆ จะมีรถยนต์ของนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ปรากฏว่าส่วนใหญ่รถนักท่องเที่ยวมาชนกับรถในพื้นที่ทั้งนั้น เพราะในแต่ละจุดของถนนที่ทำเสร็จแล้ว ไม่มีไฟฟ้าแสงสว่าง ไม่มีป้ายเตือนบอก ไม่มีป้ายบอกชะลอความเร็ว หยุดทางตัดสี่แยก ได้ทำหนังสือร้องเรียนแจ้งเตือนไปยังจังหวัดประจวบฯ ให้ทราบเพื่อให้ลงมาช่วยแก้ไขปัญหา ก่อนที่ว่าจะมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตมากไปกว่านี้

สำหรับในถนนก่อสร้างเส้นทางนี้ มีชื่อว่า “โครงการพัฒนาพื้นที่เฉพาะชายหาดปราณบุรี เขากะโหลก” ก็ขอเรียกร้องให้โยธาธิการจังหวัด และผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ ลงมาตรวจสอบและแก้ไขปัญหาของถนนเส้นนี้ด้วย

ขณะที่นายจักพันธ์ ปิยพรไพบูลย์ (สส.เซ้ม) สส.ประจวบฯ เขต 2 พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ในโซเซียลว่า“เป็น สส.สมัยนี้ ผมตั้งใจจะมาตรวจสอบผู้รับเหมางานของรัฐในพื้นที่เขตจังหวัดประจวบฯ ให้ผู้รับเหมาทำงานให้มีคุณภาพ จะตรวจสอบเรื่องการบรรทุกน้ำหนักเกิน รถขนดิน ขนหิน บรรทุกน้ำหนักเกิน ทำให้ถนนพัง แจ้งตำรวจไปแล้ว ตำรวจไม่จับกุมผู้กระทำความผิดมาตรวจสอบ ที่จับมาแล้วเรื่องคดีก็ไม่คืบหน้า ถ้าตำรวจไม่ทำงาน ผมจะประสานนายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ที่มีอำนาจจับกุมแล้วนำไปส่งให้ตำรวจ แล้วจะทำข่าวด้วยว่าตำรวจจับไม่ได้ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านเลยมาจับแทน จะประสานนายก อบต. นายกเทศบาล ขอให้นายกสั่งกองสาธารณสุข ลงมาดูแลนะครับ ถ้าไม่เอาจริงถนนบ้านเราพังหมด รบกวนผู้ประกอบการขนดิน ขนหินกรุณาอย่าบรรทุกน้ำหนักเกินนะครับ ถนนพัง ชาวบ้านเขาเดือดร้อน แจ้งเพื่อทราบ ขอบคุณมากครับ”.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำสู่ท้องทะเลในวันแรงงานแห่งชาติ

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำสู่ท้องทะเลในวันแรงงานแห่งชาติ

วันที่ 2 พฤษภาคม 2567 นายสมคิด จันทมฤก ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดกิจกรรมวันแรงงานแห่งชาติ ประจำปี 2567 ที่ธนาคารปูม้าชุมชนตาม่องล่าย อำเภอเมืองประจวบฯ มีนายสินาทร โอ่เอี่ยม รองผู้ว่าราชการจังหวัด นายกฤติผล แก่นนาคำ สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด นายวิภพ วงศ์ภูรี ผู้แทนบริษัทไลน์ทรานสปอร์ต จำกัด หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำชุมชน ผู้ประกอบการ รัฐวิสาหกิจ ผู้ใช้แรงงาน เข้าร่วมกิจกรรม

นายสมคิด จันทมฤก กล่าวว่า การจัดงานในวันนี้ เป็นโอกาสสำคัญที่จะกระตุ้นเตือนให้ทุกภาคส่วนได้ตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของผู้ใช้แรงงาน การที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดประจวบฯ ได้ร่วมกับสถานประกอบกิจการ ลูกจ้าง และรัฐวิสาหกิจ จัดให้มีกิจกรรมขึ้น นับว่าเป็นการแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของผู้ใช้แรงงานที่ทำคุณประโยชน์นานัปการให้กับประเทศ เป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศให้มีความเจริญก้าวหน้าต่อไป

นายกฤติผล แก่นนาคำ กล่าวว่า ผู้ใช้แรงงานถือว่าเป็นบุคคลที่มีส่วนสำคัญต่อการพัฒนาเศรษกิจ ความมั่นคง ก้าวหน้าและการพัฒนาระบบอุตสาหกรรมของประเทศ เพื่อเป็นการยกย่องและชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของแรงงาน และทำให้เกิดการพัฒนาทั้งในเชิงคุณภาพ และความเป็นอยู่ตลอดจนสิทธิอันชอบธรรมที่ผู้ใช้แรงงานสมควรจะได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างจริงจัง จึงทำให้รัฐบาลกำหนดให้วันที่ 1 พฤษภาคมของทุกปี เป็น “วันแรงงานแห่งชาติ” สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด ร่วมกับผู้ใช้แรงงาน ชาวบ้านชุมชนม่องล่าย และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน ประกอบด้วยสำนักงานแรงงานจังหวัด สำนักงานจัดหางานจังหวัด สำนักงานประกันสังคมจังหวัด และสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 36 ประจวบฯ จัดกิจกรรมประกอบด้วย ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำคืนสู่ธรรมชาติเพื่อฟื้นฟูสมดุลระบบนิเวศท้องทะเล โดยได้รับการสนับสนุนอุปกรณ์พร้อมพันธุ์สัตว์น้ำจากสำนักงานประมงจังหวัด และศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งประจวบฯ, เก็บขยะปรับภูมิทัศน์ริมชายหาดชุมชนม่องล่าย และสนับสนุนงบประมาณให้กับธนาคารปูม้าชุมชนม่องล่าย 20,000 บาท ในการจัดซื้อแม่พันธุ์ปูม้าที่มีไข่นอกกระดอง เพื่อใช้ในการเพาะพันธุ์และอนุบาลก่อนปล่อยลงสู่ท้องทะเลต่อไป.

Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

ปิดท้าย “วิ่งกันดุ๊” ส่งเสริมสุขภาพและท่องเที่ยววิถีชุมชน

ปิดท้าย “วิ่งกันดุ๊” ส่งเสริมสุขภาพและท่องเที่ยววิถีชุมชน

ช่วงเย็นวันที่ 1 พฤษภาคม 2567 นายสมคิด จันทมฤก ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานเปิดกิจกรรม “วิ่งกันดุ๊” ซึ่งเป็นครั้งที่ 9 เส้นทางสุดท้ายของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีนายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล นายคมกริช เจริญพัฒนสมบัติ นายสินาทร โอ่เอี่ยม รองผู้ว่าราชการจังหวัด นายปรีดา สุขใจ ปลัดจังหวัด นายประสูตร หอมบรรเทิง นายอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายก อบจ.ประจวบคีรีขันธ์ นายกมล แก้วเทศ นายกเทศมนตรีเมืองประจวบคีรีขันธ์ ตามโครงการส่งเสริมสุขภาพภายในหน่วยงานภาครัฐและเอกชน และส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ ที่จัดขึ้นระดับอำเภอจำนวน 8 ครั้ง ตั้งวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 1 พฤษภาคม 2567

โดยครั้งที่ 9 ปล่อยตัวที่สะพานสะราญวิถี หน้าอ่าวประจวบฯ ในเขตเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ มีผู้ร่วมกิจกรรมกว่า 1,500 คน วิ่งเลียบถนนชายทะเลอ่าวประจวบฯ เข้ากองบิน 5 ผ่านเขาล้อมหมวก และวกกลับมาจบที่ถนนสู้ศึก ถนนสายวัฒนธรรม ระยะทาง 6 กิโลเมตร มีร้านอาหารมาเปิดบู๊ธ 30 ร้าน ทั้งขนมไทย ผลไม้ เครื่องดื่ม อาหารคาว รวมทั้งเมนูบำรุงสุขภาพนักวิ่ง เช่น แตงโม ดับกระหายหน้าร้อน ไข่ต้ม ข้าวโพดต้ม เด็ดสุดคือแกงเขียวหวานเนื้อกวาง โดยที่มีสีสันในงาน คือการแต่งตัวแฟนซีเป็นแนวขำขัน เช่น แต่งชุดไทย ใส่ชุดราตรี สวมปีกผีเสื้อ ที่โดดเด่นคือแต่งเป็น “ดำดง” แต่ทุกคนมาพร้อมกับรองเท้าวิ่งเต็มสตรีม

สำหรับเส้นทางการวิ่งในแต่ละสนาม เลือกเส้นทางที่มีแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงในพื้นที่ของแต่ละอำเภอ เพื่อส่งเสริมให้เป็นที่รู้จักสำหรับนักท่องเที่ยว และเตรียมเส้นทางความพร้อมในการจัดการแข่งขันวิ่งในระดับต่อไป สำหรับเมืองประจวบคีรีขันธ์ มีสถานที่ท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อ คือ เมืองสามอ่าว ได้แก่ อ่าวน้อย อ่าวประจวบฯ และอ่าวมะนาว เขาล้อมหมวก กองบิน 5 ถนนสู้ศึกย่านเมืองเก่าสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2.

เอกภพ วงษ์ประเสริฐ….รายงาน