Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ มอบโล่ดีเด่นให้กับเจ้ขาว อดีตนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน – ชะอำ พร้อมต้อนรับนายกฯ คนใหม่

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ มอบโล่ดีเด่นให้กับเจ้ขาว อดีตนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน – ชะอำ พร้อมต้อนรับนายกฯ คนใหม่

เมื่อช่วงค่ำวันที่ 28 มีนาคม 2568 นางเพ็ชรสุวรรณ ศรีสุวัจรีย์ เจ้าของเดอะไบฮายรีสอร์ท จัดงานเลี้ยงต้อนรับนายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน – ชะอำ คนใหม่ ที่โรงแรมเดอะไบฮายรีสอร์ท อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ พร้อมทั้งเลี้ยงขอบคุณนางวาสนา ศรีกาญจนา อดีตนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน – ชะอำ ที่ปรึกษาสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน – ชะอำ ที่ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน – ชะอำ มายาวนานถึง 8 ปี พร้อมกันนี้ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ ได้มอบโล่ประกาศเกียรติคุณให้กับนางวาสนา ศรีกาญจนา เป็นบุคคลต้นแบบในการอุทิศตนเพื่อส่วนรวมทำคุญประโยชน์ให้สังคม ให้การสนับสนุนช่วยเหลือภาครัฐ เป็นที่ประจักษ์ต่อสาธารณชนของจังหวัดประจวบฯ ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติจำนวนมาก ร่วมแสดงความยินดี

นางวาสนา ศรีกาญจนา กล่าวว่า วันนี้ได้รับความกรุณาจากคุณเพ็ชรสุวรรณ ศรีสุวัจรีย์ ไดเร็กเตอร์ เดอะไบฮายรีสอร์ท ซึ่งเป็นสมาชิกของสมาคม จัดงานเลี้ยงเพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณที่ได้ทำงานร่วมกับสมาคมฯ มาเป็นระยะเวลา 8 ปี และที่สำคัญที่สุด ได้รับเกียรติจากผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ ที่ได้มอบโล่บุคคลดีเด่น ภาคเอกชนประจำปี 2568 เป็นรางวัลที่ให้การช่วยเหลือทั้งภาครัฐและภาคเอกชน การทำงานที่ผ่านมาของสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน – ชะอำ ดิฉันได้ทุ่มเทให้กับบ้านเมืองเราโดยส่งเสริมการท่องเที่ยวให้กับอำเภอหัวหิน จ.ประจวบฯ และอำเภอชะอำ จ.เพชรบุรี นอกจากนั้นยังสร้างความรักความสามัคคีกันในสมาคมฯ ซึ่งมีสมาชิกประมาณ 180 คน ครอบคลุมธุรกิจต่างๆ

“ขณะนี้เราได้ผู้บริหารท่านใหม่มาเป็นนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน – ชะอำ คือนายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม ซึ่งเป็นลูกเกิดหัวหินเช่นกัน เพราะฉะนั้นการทำงานของสมาคมเราก็จะราบรื่น ที่จะช่วยเหลือการท่องเที่ยว ส่งเสริมการท่องเที่ยว เพื่อที่จะให้สมาชิกได้รับรู้ข่าวสารข้อมูลและร่วมกันประชาสัมพันธ์เมืองหัวหิน – ชะอำได้มากขึ้น ในส่วนตนยังคงทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน – ชะอำ ร่วมมือกับนายกคนใหม่ และคณะกรรมการชุดใหม่ เรายังคงทำงานเป็นทีมเหมือนเดิมที่เรียกว่าทีมสีฟ้า ค่ะ” นางวาสนากล่าว.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

อบรบมัคคุเทศก์น้อยสามร้อยยอด รุ่น 3 ปลูกจิตสำนึกรักษาสิ่งแวดล้อม

อบรบมัคคุเทศก์น้อยสามร้อยยอด รุ่น 3 ปลูกจิตสำนึกรักษาสิ่งแวดล้อม

วันที่ 27 มีนาคม 2568 กลุ่มเด็กรักษ์ทุ่งสามร้อยยอด โดยคุณครูสุพจน์ สุขพัฒน์ ที่ปรึกษา พร้อมด้วยนายไพศาล คำหอม ประธานกลุ่ม นายนิรุตต์ ท้าวโกษา รองประธาน และคุณครูประเทือง บัวเผื่อน นำเด็กๆ ในชมรมเด็กรักษ์ทุ่งเพื่อการท่องเที่ยว มาดูนกหลากหลายชนิด เพื่อให้น้องๆ มีความรู้ ความเข้าใจเรื่องของนกและสิ่งแวดล้อม โดยมีพี่ๆ เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ฯ ช่วยแนะนำเรื่องของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

กลุ่มเยาวชน“เด็กรักษ์ทุ่งสามร้อยยอด”ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2539 รวมระยะเวลา 29 ปีแล้ว ในแต่ละปีจะจัดกิจกรรมศึกษาดูนก ทั้งนกประจำถิ่นและนกอพยพ เพื่อปลูกฝังให้เด็กๆ มีจิตสำนึกด้านการรักษาสิ่งแวดล้อม มีความรู้ความเข้าใจเรื่องของนก กล้าแสดงออกในทางที่ถูกต้อง ทำให้เกิดความภาคภูมิใจในตนเอง ในหมู่คณะและรักท้องถิ่น รวมถึงให้เยาวชนเกิดจิตอาสา เพื่อประโยชน์ส่วนรวม

ในวันนี้น้องๆ ได้เข้าไปศึกษาเรียนรู้ในทุ่งสามร้อยยอด ได้พบกับสิ่งที่น่าสนใจมากมาย ทั้งพืชน้ำ ปลานานาชนิดและนก ซึ่งมีทั้งนกประจำถิ่นและนกอพยพ กลุ่มเด็กรักษ์ทุ่งจึงใช้นกเป็นสื่อ เชื่อมโยงให้ได้ใกล้ชิดและรักธรรมชาติ เมื่อได้มีการศึกษาเรียนรู้เรื่องนกในทุ่งสามร้อยยอดมากขึ้นแล้ว จึงมีการขยายกิจกรรมออกไปสู่การนำศึกษาดูนก การเป็นวิทยากรในสถานที่ต่างๆ และกิจกรรมด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่สำคัญทุ่งสามร้อยยอดยังเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติ ลำดับที่ 11 ของประเทศไทย ดังนั้นกลุ่มเด็กรักษ์ทุ่ง จึงได้ใช้พื้นที่ชุ่มน้ำสามร้อยยอดเป็นแหล่งเรียนรู้ ซึ่งวันนี้น้องๆ ได้เจอนกหลายชนิด อาทิ นกกระรางหัวหงอก นกอ้ายงั่ว ซึ่งหายากมาก แต่ตอนนี้พบได้บ่อยในทุ่งสามร้อยยอด ทั้งนี้โรงเรียนต่างๆ ทั้งในและนอกพื้นที่ สนใจอยากจะมาเรียนรู้ สามารถสอบถามและติดตามได้ที่เพจเฟซบุ๊ก“เด็กรักษ์ทุ่งเพื่อการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์”.

ฐิติชญา แสงสว่าง…..รายงาน

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ชวนเที่ยวงานเทศกาลอาหาร ชะอำ – เพชรบุรี ครั้งที่ 3

ชวนเที่ยวงานเทศกาลอาหาร ชะอำ – เพชรบุรี ครั้งที่ 3

วันที่ 26 มีนาคม 2568 สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเพชรบุรี จัดงานแถลงข่าวเทศกาลอาหาร ชะอำ – เพชรบุรี ครั้งที่ 3 SOFT POWER AND FOOD FESTIVAL โดยร่วมกับหอการค้าจังหวัดเพชรบุรี และภาคีเครือข่ายภาคเอกชน จัดงานดังกล่าวขึ้นเพื่อประชาสัมพันธ์และผลักดัน soft power เด่นของจังหวัดเพชรบุรี อาทิ รำวงเมืองเพชร อาหารพื้นที่เพชรบุรี ซึ่งขึ้นชื่อเมืองแห่งอาหารของ UNESCO “Phetchaburi City of Gastronomy โดยมีนายภคพัส ส่งวัฒนายุทธ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เป็นประธานแถลงข่าว พร้อมด้วย น.ส.จินตะณา ปิ่นสุภา พาณิชย์จังหวัดเพชรบุรี นายธวัช สิทธิยานุรักษ์ ประธานหอการค้าเพชรบุรี นายธนกฤต วชิรกิตติคุณ ประธาน YEC หอการค้าเพชรบุรี และนายอิทธิกร ชำนาญอักษร ประธานเครือข่ายธุรกิจ MOC BIZ Club จังหวัดเพชรบุรี ร่วมแถลงข่าว ณ จุดชมวิวชะอำ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติจำนวนมาก

การจัดงานเทศกาลอาหาร ชะอำ – เพชรบุรี ครั้งที่ 3 นี้ จังหวัดเพชรบุรีได้รวบรวมอาหารเด่น อาหารทะเลสดๆ เมนูดังของจังหวัดและสินค้าดี สินค้าเด่นของเพชรบุรี นำมาออกบูธจำหน่ายอาหารกว่า 50 บูธ ไม่เพียงแต่อาหารที่อร่อยและมีคุณภาพ ภายในงานยังมีกิจกรรมส่งเสริมการขายมากมายทุกวัน อาทิ แจกคูปองแทนเงินสดใช้ภายในงาน จำนวน 50 บาท การจำหน่ายสินค้าราคาชิ้นละ 1 บาท และเมื่อซื้อสินค้าในงานครบ 300 บาท ได้รับคูปองลุ้นรางวัลเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกวันและวันสุดท้ายลุ้นรับทองคำ 1 รางวัล พบกับการแสดงจากศิลปินนักร้อง รำวงเพชรบุรี 2 คณะทุกคืน จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวทุกท่าน มาชิม มาลิ้มลองรสชาติอาหารเด่น เมนูดัง ที่เป็น Soft Power ของเพชรบุรี ในงานเทศกาลอาหาร ชะอำ – เพชรบุรี ครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่ 2 – 6 เมษายน 2568 ตั้งแต่เวลา 16.00 – 23.00 น. ที่บริเวณจุดชมวิวชะอำ จ.เพชรบุรี.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

“กิติพงษ์ ” นั่งเก้าอี้นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน – ชะอำ คนใหม่

“กิติพงษ์ ” นั่งเก้าอี้นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน – ชะอำ คนใหม่

วันที่ 26 มีนาคม 2568 สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2567 โดยมีสมาชิกสมาคมประมาณ 200 คน เข้าร่วมประชุมอย่างคับคั่งที่โรงแรมหัวหินแกรนด์ โฮเทลแอนด์พลาซ่า อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ ในที่ประชุมได้มีการแถลงงบการเงินและผลการดำเนินงานของสมาคมในรอบปีที่ผ่านมาและเลือกตั้งนายกสมาคม และคณะกรรมการบริหารสมาคมปีบริหาร 2568 – 2569 แทนชุดเก่าที่หมดวาระลง และผลการเลือกตั้งอย่างเป็นเอกฉันท์ไร้คู่แข่ง นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม อุปนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ นักธุรกิจหนุ่มวัย 56 ปี ได้รับเลือกเป็นนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ คนใหม่ แทนนางวาสนา ศรีกาญจนา ที่เป็นนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ มาแล้วถึง 8 ปี โดยมีนายประสูตร หอมบรรเทิง นายอำเภอหัวหิน น.ส.จิราวรรณ บุญฤทธิ์ รองผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานประจวบฯ นายจีรวัฒน์ พราหมณี ปลัดเทศบาล ปฎิบัติหน้าที่นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน พ.ต.ท.อาณัฐชัย ก้อนทอง สวญ.ทท.2 กก.1 บก.ทท.3 ดร.รุ่งโรจน์ สีเหลืองสวัสดิ์ ที่ปรึกษานายกสมาคมฯ สมาชิกสมาคม และแขกผู้มีเกียรติ ร่วมมอบช่อดอกไม้แสดงความยินดีทั้งนายกฯ เก่าและคนล่าสุด

นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่วันนี้สมาชิกได้ให้ความไว้วางใจกับผม ให้รับตำแหน่งนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน – ชะอำ ต้องขอขอบคุณสมาชิกทุกท่านที่ให้โอกาสนี้ ผมจะพยายามที่จะบริหารสมาคมให้เป็นในรูปแบบที่มาตรฐานในระดับสากล

“ขณะนี้สถานการณ์ท่องเที่ยวในจังหวัดประจวบฯ โดยเฉพาะหัวหินรู้สึกดีขึ้น นักท่องเที่ยวในปี 2568 มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น และอยู่ในพื้นที่ยาวนานมากขึ้น นับเป็นผลดีกับการท่องเที่ยวของเมืองหัวหิน และอำเภอใกล้เคียง ทั้งปราณบุรีและชะอำ ในปีบริหารใหม่ 68 – 69 เราจะเน้นเรื่องการเพิ่มจำนวนสมาชิกที่จะเข้ามาร่วมกับสมาคมฯ จะมีการเพิ่มสกิลของพนักงานหรือผู้ประกอบการ เพื่อที่จะรักษามาตรฐานและรักษาระดับการให้บริการการท่องเที่ยวในเขตพื้นที่ให้ได้ครับ”นายกิติพงษ์ กล่าวตอนท้าย.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ประจวบฯ จัดงานมหาสงกรานต์ “สาด…สู้ศึกครึกครื้น” เล่นน้ำปลอดภัยไร้แอลกอฮอล์

ประจวบฯ จัดงานมหาสงกรานต์ “สาด…สู้ศึกครึกครื้น” เล่นน้ำปลอดภัยไร้แอลกอฮอล์

ช่วงเย็นวันที่ 22 มีนาคม 2568 นายศุภชัย ครุฑดำ นายอำเภอเมืองประจวบฯ เป็นประธานแถลงข่าว เย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์ 2568 “สาด…สู้ศึกครึกครื้น” เล่นน้ำปลอดภัย สงกรานต์ปลอดแอลกอฮอล์ ที่หน้าพิพิธภัณฑ์บ้านอาจารย์ไก่ ถนนสายวัฒนธรรมสู้ศึก อำเภอเมือง จ.ประจวบฯ มีนางกฤษณา แผ่แสงจันทร์ วัฒนธรรมจังหวัด นายชาญวิทย์ อุณหสุทธิยานนท์ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัด นายสุริยัน บอมขุนทด หัวหน้าฝ่ายป้องกันและปฏิบัติการ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด น.ส.อุบลวรรณ คงสว่าง ผู้จัดการเครือข่ายองค์งดเหล้าภาคตะวันตก น.ส ธนพร บางบัวงาม ผู้ประสานงานเครือข่ายงค์งดเหล้าฯ นายเฉลิมพล อภัยรี (อาจารย์ไก่) ผู้แทนชุมชนคุณธรรมหัวบ้าน หัวหน้าส่วนราชการ สมาชิกเครือข่ายองค์กรงดเหล้าฯ และประชาชนนักท่องเที่ยวเข้าร่วมงานแถลงข่าว พร้อมรับชมการแสดงจากนักเรียน ในชื่อชุด “รื่นเริงสงกรานต์”

จังหวัดประจวบฯ ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดประจวบฯ จัดงานสงกรานต์ภายใต้ชื่อเย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์ 2568 “สาด…สู้ศึกครึกครื้น” เล่นน้ำปลอดภัย สงกรานต์ปลอดแอลกอฮอล์ ในวันอาทิตย์ที่ 13 เมษายน 2568 กิจกรรมในช่วงเช้าประกอบด้วยพิธีทำบุญตักบาตร พิธีรดน้ำขอพรผู้ใหญ่ ขบวนแห่พระพุทธสิหิงค์ นิทรรศการนางสงกรานต์ และช่วงบ่ายจนถึงช่วงเย็น จะมีการจัดโซนนิ่งเพื่อการเล่นน้ำอย่างปลอดภัย โดยปิดถนนสู้ศึก ตั้งแต่โรงแรมประจวบบีช ถึงหน้ากองบิน 5 มีการเล่นอุโมงค์น้ำ การแสดงศิลปวัฒนธรรมและการแสดงดนตรี

นายศุภชัย ครุฑดำ นายอำเภอเมืองประจวบฯ กล่าวว่าปัจจุบันการจัดงานประเพณีสงกรานต์และการเล่นน้ำสงกรานต์ในแต่ละท้องถิ่น มีความเบี่ยงเบนไปจากแบบอย่างการจัดประเพณีสงกรานต์ที่สืบทอดมาแต่โบราณ โดยมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นปัจจัยสำคัญที่อาจทำให้เกิดความสูญเสียการขาดสติและนำไปสู่พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ดังนั้นเพื่อให้การจัดงานประเพณีสงกรานต์และการเล่นน้ำสงกรานต์มีเอกลักษณ์ที่งดงามตามวัฒนธรรมของท้องถิ่นจังหวัดประจวบฯ ได้จัดพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์ บริเวณถนนสู้ศึกตั้งแต่สี่แยกหน้าห้างสมบูรณ์เก่าถึงหน้ากองบิน 5 โดยกำหนดให้เป็นเขตปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และขอความร่วมมือหน่วยงานต่างๆ ชุมชนในเขตเทศบาลช่วยเผยแพร่ประชาสัมพันธ์การเล่นน้ำสงกรานต์อย่างถูกต้องตามขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของไทย งดการดื่มการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสถานที่ราชการหรือสถานที่จัดงาน รวมถึงขอความร่วมมือประชาชนแต่งกายด้วยผ้าไทย หรือผ้าพื้นเมืองในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

นักท่องเที่ยวตระการตา ว่าวยักษ์นานาชาติ 11 ประเทศ อลังการเหนือหาดชะอำ

นักท่องเที่ยวตระการตา ว่าวยักษ์นานาชาติ 11 ประเทศ อลังการเหนือหาดชะอำ

วันที่ 21 มีนาคม 2568 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดงานเทศกาลว่าวนานาชาติ@ชะอำ (International Kite Festival 2025 @ Cha-Am) จ.เพชรบุรี ระหว่างวันที่ 21 – 23 มีนาคม 2568 พบกับการแสดงว่าวไทยและว่าวจากนานาประเทศ นำเสนอเสน่ห์ไทย หวังสร้างกระแสการท่องเที่ยวไทยให้คึกคักตลอดปี โดยมี ร.ต.ท.ภพชนก ชลานุเคราะห์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี นางจิระวดี คุณทรัพย์ รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว ททท. ประธานเปิดงาน พร้อมด้วยนายแก้ว คงวงศ์ นายอำเภอชะอำ นางดวงใจ คุ้มสอาด ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเพชรบุรี นายวสันต์ กิตติกุล นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันตก นางวาสนา ศรีกาญจนา นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ พ.ต.อ.อภิรักษ์ เพิ่มชัย ผกก.สภ.ชะอำ และแขกผู้มีเกียรติจำนวนมากร่วมในพิธี บริเวณชายหาดชะอำเหนือ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ท่ามกลางนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติต่างพาบุตรหลานเข้าชมว่าวยักษ์ลอยติดลมเหนือหาดชะอำด้วยอากาศเย็นสบายกันอย่างคึกคัก

ร.ต.ท.ภพชนก ชลานุเคราะห์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี กล่าวว่าจังหวัดเพชรบุรียินดีที่ได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวเข้าร่วมเทศกาลว่าวนานาชาติ@ชะอำ โดยชายหาดชะอำ เป็นหนึ่งจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติ มีศักยภาพพร้อมรองรับนักท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมที่พัก ร้านอาหาร ตลอดจนสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามหลายแห่ง การจัดงานเทศกาลว่าวนานาชาติ@ชะอำ จะเป็นแรงส่งสำคัญที่จะช่วยดึงดูดและกระตุ้นให้เกิดการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดเพชรบุรีและพื้นที่ใกล้เคียงได้เป็นอย่างดี ช่วยเพิ่มการใช้จ่ายทางการท่องเที่ยว สร้างการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจให้แก่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในพื้นที่ นอกจากนี้นักท่องเที่ยวจะได้รับประสบการณ์ทางการท่องเที่ยวแบบที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัว เนื่องจากตรงกับช่วงปิดภาคเรียนฤดูร้อน ซึ่งผู้ปกครองจะได้พาบุตรหลานมาสัมผัสการเล่นว่าวอย่างใกล้ชิดอีกด้วย

นางจิระวดี คุณทรัพย์ รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว ททท. กล่าวว่า จากการที่รัฐบาลได้ประกาศให้ปี 2568 เป็นปี Amazing Thailand Grand Tourism and Sports Year 2025 ททท.จึงมุ่งสร้างแรงดึงดูดให้นักท่องเที่ยวมาเยือนประเทศไทยให้คึกคักอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี ด้วยกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ ภายใต้โครงการ “Thailand Summer Festival 2025” ด้วยการยกระดับเทศกาลงานประเพณีไทยจาก Local to Global โดย ททท. จะมาสร้างบรรยากาศความสนุกสนานผ่านงานเทศกาลว่าวนานาชาติ @ชะอำ นำเสนอภายใต้แนวคิด “KITETOPIA -อาณาจักรแห่งว่าว” โลกแห่งว่าวที่ไร้ขีดจำกัดเป็นอาณาจักรในจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์และเสรีภาพ ซึ่งจัดเต็มด้วยไฮไลต์การจัดแสดงว่าวนานาชาติกว่า 10 ประเทศ จากทั่วทุกมุมโลก พร้อมนำเสนอเสน่ห์ไทยให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัส ทั้งนี้ ททท.หวังว่าการจัดงานนี้ จะสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและพัฒนาสินค้าด้านการท่องเที่ยวจากภูมิปัญญาไทย ตลอดจนกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ เกิดเงินหมุนเวียนทางเศรษฐกิจในพื้นที่ ตลอดจนสร้างเสน่ห์ให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกต้องการมาเยือน

ภายในงาน พบกับการแสดงว่าวหลากหลายชนิดจากประเทศไทยและต่างประเทศ ตื่นตาตื่นใจกับโซนแสดงว่าวยักษ์นานาชาติ จาก 11 ประเทศทั่วโลก ได้แก่ ประเทศไทย สหรัฐอเมริกา โคลัมเบีย ฝรั่งเศส สวิตเซอร์แลนด์ เยอรมนี อังกฤษ เนเธอร์แลนด์ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และจีน ชมความสวยงามอัตลักษณ์ของว่าวในเเต่ละภูมิภาคกับ โซนแสดงว่าวไทย 4 ภาค ภาคกลาง : โดยชมรมว่าวไทย จังหวัดสมุทรสงคราม ภาคใต้ : โดยชมรมว่าวประเพณี จังหวัดนราธิวาสและจังหวัดยะลา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : โดยชมรมว่าวอุบล และภาคเหนือ : โดยชมรมว่าวพระร่วง สุโขทัย พร้อมรับชมนิทรรศการว่าวไทยพื้นเมือง 4 ภาค ภาคกลาง : ว่าวจุฬา ว่าวปักเป้า ภาคใต้ : ว่าวควาย ว่าวนกยูง ว่าวหางฉีก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : ว่าวสองห้อง ว่าวดุ๊ยดุ่ย และภาคเหนือ : ว่าวพระร่วง ว่าวพระลือ

สนุกสนานไปกับกิจกรรมสาธิตการทำว่าวไทยและกิจกรรมเวิร์กชอปประดิษฐ์ว่าว ระบายสีว่าว พร้อมเปิดพื้นที่ให้นักท่องเที่ยวได้ทดลองทำว่าวด้วยตัวเอง ตื่นเต้นไปกับกิจกรรม Ring Side Kite Tour นำชมการแสดงว่าวโดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านการบินว่าวแต่ละประเภท แบบ Exclusive เอาใจผู้ชื่นชอบกีฬาว่าวด้วยโซน Kite Public Playground โซนสำหรับให้นักท่องเที่ยวฝึกทักษะการเล่นว่าว เช็กอินถ่ายรูปกันที่แลนด์มาร์ก “กังหันลมยักษ์และความทรงจำแห่งสายลม” พร้อมชมวิวว่าวสุดอลังการจากมุมสูง ที่หอชมว่าว สายช๊อปปิ้ง พบกับการออกร้านค้าจำหน่ายว่าวและอุปกรณ์ว่าวกว่า 30 ร้านค้าและโซนจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม ร้านอาหารท้องถิ่น เมนูที่หารับประทานได้แค่ที่เพชรบุรีเท่านั้น พร้อมอาหารฟิวชันอีกมากมาย และขบวนฟู้ดทรัก รวมกว่า 50 ร้าน นอกจากนี้ ททท. พร้อมเสิร์ฟความสนุกกับเสียงเพลงตลอด 3 วัน กับคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง โดยวันที่ 21 มีนาคม พบกับ Musketeers วันที่ 22 มีนาคม พบกับ Slapkiss และวันที่ 23 มีนาคม พบกับสิงโต นำโชค พร้อมเพลิดเพลินไปกับศิลปินท้องถิ่นได้ทุกวัน ทั้งนี้ผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมงานเทศกาลว่าวนานาชาติชะอำ ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ตั้งแต่เวลา 10.00 – 20.00 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.1672 Travel Buddy.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

กลับมาอีกครั้ง เทศกาลว่าวนานาชาติ @ชะอำ 2025 อลังการว่าวยักษ์ 11 ประเทศ เหนือหาดชะอำ

กลับมาอีกครั้ง เทศกาลว่าวนานาชาติ @ชะอำ 2025 อลังการว่าวยักษ์ 11 ประเทศ เหนือหาดชะอำ

วันที่ 19 มีนาคม 2568 นางดวงใจ คุ้มสอาด ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเพชรบุรี เปิดเผยว่า ตามนโยบายรัฐบาลประกาศให้ปี 2568 เป็นปีแห่งการท่องเที่ยวที่มีเป้าหมายปักหมุดให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวระดับโลก ภายใต้แคมเปญ“Amazing Thailand Grand Tourism and Sports year 2025”โดยการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและพัฒนาสินค้าด้านการท่องเที่ยวจากภูมิปัญญาไทย รวมทั้งตอกย้ำให้คนไทยภาคภูมิใจในความเป็นไทยผ่าน“เสน่ห์ไทย”โดยการจัดแสดงนิทรรศกาลว่าวไทยที่แสดงถึงอัตลักษณ์ของว่าวในเเต่ละภูมิภาค พร้อมกิจกรรมอื่นๆ ภายในงาน รวมทั้งนำเสนอกิจกรรมผ่านเเนวคิด 5 Must Do in Thailand ได้แก่ Must Taste, Must Try, Must Buy, Must Seek และ Must See ด้วยการนำเสนอเอกลักษณ์ว่าวไทยและว่าวจากนานาประเทศ มาสร้างประสบการณ์และกิจกรรมต่างๆ ภายในงานเพื่อดึงดูดความสนใจของนักท่องเที่ยว และกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศไทย

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จึงได้จัดกิจกรรมเพื่อสนับสนุนและส่งเสริมให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวและขยายวันพักค้างคืนให้มากยิ่งขึ้นกับงาน“International Kite Festival 2025 at Cha-Am”เทศกาลว่าวนานาชาติ @ชะอำ 2025 มหกรรมแสดงว่าวสุดยิ่งใหญ่จากประเทศไทยและอีก 11 ประเทศทั่วโลก ระหว่างวันที่ 21 – 23 มีนาคม 2568 เวลา 10.00 – 20.00 น. บริเวณชายหาดชะอำเหนือ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี กิจกรรมดังกล่าวถือว่าสอดรับกับนโยบายของรัฐบาลได้เป็นอย่างดี เนื่องจากการเล่นว่าวเป็นกิจกรรมที่พบได้ทั่วไปในหลายประเทศทั่วโลก จึงสามารถนำมาต่อยอดเป็นกิจกรรมช่วยส่งเสริม หรือกระตุ้นให้เกิดการเดินทางเข้ามาร่วมกิจกรรมและท่องเที่ยวได้ โดยมีการนำเสนอศักยภาพว่าวของแต่ละประเทศและการแสดงพิเศษของว่าวเเต่ละประเภทที่มีความน่าสนใจ สวยงาม เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวและสร้างรายได้หมุนเวียนในพื้นที่ ภายใต้คอนเซ็ปต์“KITETOPIA – อาณาจักรแห่งว่าว”โลกแห่งว่าวที่ไร้ขีดจำกัด เป็นอาณาจักรในจินตนาการที่เต็มไปด้วยสีสัน ความคิดสร้างสรรค์และเสรีภาพ เปลี่ยนท้องฟ้าให้เป็นพื้นที่แห่งความฝันที่ทุกคนสามารถเข้ามาสัมผัสและสร้างสรรค์ได้ ซึ่งเสรีภาพ ศิลปะและนวัตกรรม มาหลอมรวมกันจนกลายเป็นโลกใหม่ที่มีชีวิต ท้องฟ้าถูกเปลี่ยนให้เป็นผืนผ้าใบขนาดมหึมาให้ทุกคนได้เข้ามาสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ

ภายในงานมีกิจกรรมหลากหลาย อาทิ โซนแสดงว่าวยักษ์นานาชาติ ว่าวจาก 11 ประเทศทั่วโลก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา, โคลัมเบีย, ฝรั่งเศส, สวิตเซอร์แลนด์, เยอรมนี, อังกฤษ, เนเธอร์แลนด์, ออสเตรเลีย, ญี่ปุ่น, จีนและประเทศไทย โซนแสดงว่าวไทย 4 ภาค – ภาคกลาง : นำโดยชมรมว่าวไทย จ.สมุทรสงคราม ภาคใต้ : นำโดยชมรมว่าวประเพณี จ.นราธิวาส และยะลา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : นำโดยทีมชมรมว่าวอุบล ภาคเหนือ : นำโดยชมรมว่าวพระร่วง สุโขทัย นอกจากนี้ยังจัดนิทรรศการว่าวไทยพื้นเมือง 4 ภาค – ภาคกลาง : ว่าวจุฬา ว่าวปักเป้า ภาคใต้ : ว่าวควาย ว่าวนกยูง ว่าวหางฉีก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : ว่าวสองห้อง ว่าวดุ๊ยดุ่ย และภาคเหนือ : ว่าวพระร่วง ว่าวพระลือ กิจกรรมสาธิตการทำว่าวไทย และกิจกรรมเวิร์กช๊อปประดิษฐ์ว่าว, ระบายสีว่าว เปิดพื้นที่ให้นักท่องเที่ยวได้ลองทำว่าวด้วยตัวเอง การออกร้านค้าจำหน่ายว่าวและอุปกรณ์ว่าว กว่า 30 ร้านค้า กิจกรรม Ring Side Kite Tour นำชมการแสดงว่าวโดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านการบินว่าว แต่ละประเภทแบบ Exclusive / KITE PUBLIC PLAYGROUND โซนสำหรับให้นักท่องเที่ยวฝึกทักษะการเล่นว่าว พบกับคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง วันที่ 21 มีนาคม พบกับ Musketeers, วันที่ 22 มีนาคม พบกับ Slapkiss และวันที่ 23 มีนาคม พบกับสิงโต นำโชค สามารถสนุกไปกับศิลปินท้องถิ่นได้ทุกวัน นอกจากนี้ยังมีโซนจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม ร้านอาหารท้องถิ่น พบกับเมนูที่หาทานได้แค่ที่เพชรบุรีเท่านั้น พร้อมอาหารฟิวชันอื่นๆ อีกมากมาย และขบวน FOOD TRUCK กว่า 50 ร้าน หอชมว่าว KITE TOWER ที่สามารถมองเห็นวิวว่าวสุดอลังการได้จากมุมสูง จุดถ่ายรูป Landmark ธีมกังหันลมยักษ์และความทรงจำแห่งสายลม ทั้งนี้ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลกิจกรรมและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ TAT Contact Center หรือโทร. 1672 Travel Buddy.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ประจวบฯ ปั้น 100 ชุมชนท่องเที่ยว สร้างสรรค์ Wellness Economy กระจายเม็ดเงินสู่ทุกอำเภอ

ประจวบฯ ปั้น 100 ชุมชนท่องเที่ยว สร้างสรรค์ Wellness Economy กระจายเม็ดเงินสู่ทุกอำเภอ

วันที่ 14 มีนาคม 2568 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการ จังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดโครงการ 100 ชุมชนท่องเที่ยว สร้างสรรค์ Wellness Economy ที่โรงแรมแอทที บูทีค คลองวาฬ อ.เมืองประจวบฯ มีนายสุธี เล้าสุบินประเสริฐ ปลัดจังหวัด น.ส.กุลณิศ ศรีวชิรวัฒน์ พัฒนาการจังหวัด นายสมเจตน์ จันทนา ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด นายนิติ วงษ์วิชาสวัสดิ์ ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานประจวบฯ หัวหน้าส่วนราชการ คณะทำงานขับเคลื่อนการดำเนินโครงการ 100 ชุมชนท่องเที่ยว สร้างสรรค์ Wellness Economy และตัวแทนจาก 20 ชุมชน เข้าร่วมกิจกรรม จัดโดยสำนักงานพัฒนาชุมชน จ.ประจวบฯ เพื่อเตรียมความพร้อมชุมชนในโครงการ 100 ชุมชนท่องเที่ยว สร้างสรรค์ Wellness Economy โดยเชิญหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญ มีประสบการณ์ในการขับเคลื่อนงานท่องเที่ยวชุมชน มาถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพสปาทรายที่ประเทศญี่ปุ่น พร้อมให้ข้อเสนอแนะกับทั้ง 20 ชุมชน เพื่อยกระดับการพัฒนาต่อยอดการท่องเที่ยวเศรษฐกิจเพื่อสุขภาพวิภีใหม่ หรือ Wellness Economy … Wellness Tourism ตามนโยบายการพัฒนาของจังหวัดประจวบฯ “Next Move ประจวบ …ประจวบต้องไปต่อ” นำไปสู่การสร้างอาชีพสร้างรายได้ พร้อมการเปิดโอกาสให้ผู้นำชุมชนท่องเที่ยวของจังหวัดประจวบฯ ได้นำเสนอจุดเด่นการท่องเที่ยวภายในชุมชนของตนเอง ซึ่งหลังจากการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ยังมีอีก 2 กิจกรรมที่จะดำเนินการ คือกิจกรรมทดสอบโปรแกรมการท่องเที่ยว และกิจกรรมประชาสัมพันธ์ชุมชนท่องเที่ยว โดยมีสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด เป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนดำเนินงาน

ปัจจุบัน จังหวัดประจวบฯ ได้จัดตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนดำเนินโครงการ 100 ชุมชนท่องเที่ยว สร้างสรรค์ Wellness Economy มีการจัดทำหลักเกณฑ์การประเมินชุมชนที่ได้รับการคัดเลือกเป็น 4 ระดับ ได้แก่ กลุ่มชุมชน A : Next Move 20 ชุมชน กลุ่มชุมชน B : Promote 8 ชุมชน กลุ่มชุมชน C : Connect 18 ชุมชน / กลุ่มชุมชน D : Networks 60 ชุมชน พร้อมจัดทำแผนการลงพื้นที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวในชุมชน และพิจารณาคัดเลือก 5 ชุมชน ที่เหมาะสมเข้าร่วมงานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย ครั้งที่ 43

นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน กล่าวว่า 20 ชุมชนที่ได้รับการคัดเลือกมาเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ถือว่าเป็นชุมชนที่มีความเข้มแข็ง จะเป็นพี่ใหญ่ที่จะไปทำความเข้าใจให้กับชุมชนอื่น ในการพัฒนาการท่องเที่ยว Wellness Economy หรือ Wellness Tourism ให้ครบ 100 ชุมชนตามเป้าหมายนโยบาย Next Move ประจวบ ซึ่งมี 10 เรื่องสำคัญ ซึ่ง Wellness Economy เป็น 1 ใน 10 เรื่อง และแตกประเด็นย่อยออกเป็นอีก 8 ด้าน ได้แก่ งานเทศกาล สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เชิงธรรมชาติ, อาหารพื้นถิ่น ผลไม้ เครื่องดื่ม, กีฬา, การแพทย์ทางเลือก นวด สปา, การท่องเที่ยวเชิงศรัทธา, การแปรรูปเพิ่มมูลค่าสินค้า, การฟื้นฟูสุขภาพผู้สูงอายุ, การพัฒนาที่พักในชุมชน ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้จะเป็นการพัฒนาสู่ชุมชนต้นแบบการท่องเที่ยวเฉพาะด้าน
“ทั้งนี้ จังหวัดประจวบฯ มีความพร้อมในเรื่องทรัพยากรธรรมชาติ อาหารทะเลที่สดสะอาด มีคุณภาพ มีแหล่งท่องเที่ยวสปาทราย สิ่งเหล่านี้จำเป็นต้องเปิดตัวให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติได้รู้จัก เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางมาท่องเที่ยวทั้ง 8 อำเภอของจังหวัด เพื่อสร้างเม็ดเงินให้กระจายในพื้นที่ โดยอุตสาหกรรม Wellness Economy ทั่วโลกสร้างเม็ดเงินในปัจจุบันถึง 6.33 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ และจะขยายตัวถึง 9 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ ในอีก 5 ปีข้างหน้าตามแนวโน้มการดูแลสุขภาพทั่วโลก สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ตั้งเป้าให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ซึ่งทางจังหวัดพร้อมให้การสนับสนุนงบประมาณ ส่งเสริมชุมชนที่มีความพร้อมเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานให้บรรลุตามเป้าหมาย” นายสิทธิชัย กล่าว.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ทำโป่งเทียมเพิ่มแหล่งน้ำในวันช้างไทย

อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ทำโป่งเทียมเพิ่มแหล่งน้ำในวันช้างไทย

วันที่ 13 มีนาคม 2568 อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จ.ประจวบฯ โดยนายอนุชาติ อาจหาญ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี และเจ้าหน้าที่อุทยาน ร่วมกับ อบต.หาดขาม พร้อมทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน จัดกิจกรรมวันช้างไทย โดยมีนายอร่าม ญาณแก้ว นายอำเภอกุยบุรี เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วยนายสมเจตน์ จันทนา ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดประจวบฯ นายพิศิษฐ์ เจริญสุข หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด หน่วยงานภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมกิจกรรมประมาณ 300 คน ณ บริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ ที่ กร.5 ห้วยลึก โดยในช่วงเช้ามีพิธีบวงสรวง ไหว้ศาลช้างบริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ ที่ กร.1 ป่ายาง จากนั้นได้ร่วมกันเป็นกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ กำจัดวัชพืช เสริมโป่งเทียม และทำบุญถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ จำนวน 9 รูป อุทิศส่วนกุศลให้ช้างป่า ต่อด้วยการเสวนาในหัวข้อ “ทางออกของชุมชน คน ช้างป่ากุยบุรี”โดยมีผู้ร่วมเสวนา ได้แก่ ดร.มัทนา ศรีกระจ่าง ผู้เชี่ยวชาญช้างป่าในพื้นที่ นายพิชิต มีศักดิ์ รองนายก อบต.หาดขาม น.ส.อารีย์ คงมั่น ประธานเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนบ้านรวมไทย นายสุรวัชร เปลี่ยนปราณ ผู้อำนวยการส่วนอุทยานแห่งชาติ และนายอนุชาติ อาจหาญ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบรี ร่วมเสวนาเพื่อหาแนวทางการแก้ไขปัญหาช้างป่าในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติกุยบุรี และยังมีกิจกรรมประกวดวาดภาพระบายสีของเด็กนักเรียนที่อยู่ในพื้นที่ตำบลหาดขาม ที่ อบต.หาดขาม สนับสนุนเงินรางวัล รวมทั้งสิ้น 18,300 บาท ปิดท้ายด้วยการมอบเงินสนับสนุนเครือข่ายเฝ้าระวังช้างป่าจำนวน 10 เครือข่ายๆ ละ 50,000 บาท รวมเป็นเงิน 500,000 บาท

วันที่ 13 มีนาคมของทุกปี เป็นวันช้างไทย รัฐบาลมีนโยบายโดยต่อเนื่องในการให้ความสำคัญกับการดูแลช้างสัตว์คู่บ้านคู่เมืองของไทยมาแต่โบราณ ทั้งในส่วนการอนุรักษ์ช้างป่าและการยกระดับมาตรฐานดูแลช้างเลี้ยง ให้เป็นที่ยอมรับของสากล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ร่วมกับหน่วยงาน ทั้งรัฐและเอกชนดำเนินการโครงการอนุรักษ์ช้าง ทำให้แนวโน้มประชากรช้างมีจำนวนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ปัจจุบันช้างป่ามีจำนวนประชากรอาศัยอยู่ตามธรรมชาติ ประมาณ 4,013 – 4,422 ตัวในพื้นที่อนุรักษ์ ทั้งในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตห้ามล่าสัตว์ป่าและอุทยานแห่งชาติ วนอุทยาน จำนวน 91 แห่ง (ข้อมูลวันที่ 9 มีนาคม 2566 ซึ่งเป็นข้อมูลที่อยู่ระหว่างการสำรวจและการประเมินประชากรช้างป่าทั่วประเทศ ปี 2566) และภายในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติบางแห่ง ในแต่ละพื้นที่การกระจายสามารถพบช้างป่าได้ ตั้งแต่น้อยกว่า 10 ตัว ไปจนถึง 200 – 300 ตัว โดยกลุ่มป่าที่มีความสำคัญต่อการอนุรักษ์ประชากรช้างป่า ได้แก่ กลุ่มป่าตะวันตก กลุ่มป่าตะวันออก กลุ่มป่าดงพญาเย็น – เขาใหญ่ กลุ่มป่าภูเขียว – น้ำหนาว และกลุ่มป่าแก่งกระจาน อย่างไรก็ตาม การสำรวจติดตามและศึกษาประชากรช้างป่าในพื้นที่ป่าอนุรักษ์หลายแห่งในประเทศไทย พบว่าส่วนใหญ่มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น เช่น เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง อุทยานแห่งชาติกุยบุรี อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อย่างไรก็ตาม ยังคงมีปัญหาช้างขาดแหล่งอาหารและน้ำ เนื่องจากป่าซึ่งเป็นแหล่งอาศัยของช้างถูกบุกรุก เพื่อเป็นที่ทำกิน ตลอดจนก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ทำให้มีปัญหาช้างออกมาทำลายพืชผลเกษตรในชุมชน ซึ่งรัฐบาลได้กำชับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วางแนวทางทั้งการป้องกันการบุกรุกพื้นที่ป่า ตลอดจนการฟื้นฟูป่าเสื่อมโทรม ให้สามารถเป็นแหล่งอาหารของช้าง ลดความขัดแย้งระหว่างช้างกับชุมชน.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

หมู่บ้านช้างหัวหิน จัดเลี้ยงบุฟเฟ่ต์ผลไม้ในวันช้างไทย

หมู่บ้านช้างหัวหิน จัดเลี้ยงบุฟเฟ่ต์ผลไม้ในวันช้างไทย

วันที่ 13 มีนาคม 2568 น.ส.ไพลิน กองพันธ์ รองนายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน เป็นประธานเปิดงานวันช้างไทย ประจำปี 2568 ที่หมู่บ้านช้างหัวหิน หลังวัดเขาอิติสุคโต จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีนายประกอบ ชำนาญกิจ เจ้าของหมู่บ้านช้างหัวหิน ให้การต้อนรับพร้อมกล่าวรายงาน โดยมีนายสุรศักดิ์ อนุเมธางกูร ผู้อำนวยการส่วนสัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 เพชรบุรี แขกผู้มีเกียรติ กลุ่มศิลปินเมืองหัวหิน นักท่องเที่ยวและนักเรียนจากโรงเรียนฮาริโอ อินเตอร์เนชั่นแนล สมอโพรง เข้าร่วม

ภายในงานมีการเลี้ยงบุฟเฟ่ต์ผลไม้ต่างๆ ให้กับช้างจำนวน 7 เชือก โดยมีควาญช้างคอยดูแลอย่างใกล้ชิด มีพิธีไหว้ศาลปะกำช้าง นอกจากนั้นยังเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงาน ใช้ปากกาเมจิกเขียนถึงความรู้สึกที่มีต่อช้าง ลงบนช้างโมเดลที่หมู่บ้านช้างสร้างขึ้น มีการแสดงความสามารถพิเศษของช้าง รวมทั้งยังมีศิลปินรับเชิญ อาทิ อาจารย์อู้ด อัมพวา มาเปิดการเวิร์คช๊อปสีโปสเตอร์ และการประกวดวาดภาพช้างชิงเงินรางวัล รางวัลที่ 1 เป็นเงิน 5,000 บาท รางวัลที่ 2 เป็นเงิน 3,000 บาท และรางวัลที่ 3 เป็นเงิน 2,000 บาท และรางวัลชมเชย 3 รางวัลๆ ละ 1,000 บาท

น.ส.ไพลิน กองพันธ์ กล่าวว่า ขอชื่นชมหมู่บ้านช้างหัวหิน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่าน ที่เห็นความสำคัญของช้างไทย กระตุ้นให้คนไทย เยาวชนไทยหันมาสนใจ รัก หวงแหนและร่วมกันอนุรักษ์ช้างไทย สัตว์คู่บ้านคู่เมืองของไทย ที่อยู่เคียงข้างคนไทยมาเนิ่นนาน อีกทั้งช้างยังมีบทบาทสำคัญในหลายแง่มุม ทั้งในอดีตและปัจจุบัน ซึ่งการจัดงานในวันนี้จะช่วยให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้ว่าช้างเป็นสัตว์ที่ฉลาด มีเกียรติและน่ายกย่อง ดังนั้น เราควรช่วยกันเห็นคุณค่า เพื่อให้คนรุ่นหลังได้เข้าใจและช่วยกันอนุรักษ์ให้ช้างอยู่คู่กับสังคมไทยไปอีกนาน

นายประกอบ ชำนาญกิจ กล่าวว่า หมู่บ้านช้างหัวหิน เปิดให้บริการนักท่องเที่ยวมากว่า 20 ปีแล้ว ซึ่งเป็นอีกแหล่งท่องเที่ยวของเมืองหัวหิน ที่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและชาวไทย มักเดินทางมานั่งช้างชมธรรมชาติ

วันช้างไทย เกิดจากการริเริ่มของคณะอนุกรรมการประสานงานการอนุรักษ์ช้างไทย ซึ่งเล็งเห็นว่าหากมีการสถาปนาวันช้างไทยขึ้น จะช่วยให้คนไทยหันมาสนใจช้าง รักช้าง หวงแหน ตลอดจนให้ความสำคัญต่อการให้ความช่วยเหลืออนุรักษ์ช้างมากขึ้น คณะอนุกรรมการฯ จึงได้พิจารณาเห็นว่าวันที่ 13 มีนาคม เป็นวันที่คณะกรรมการคัดเลือกสัตว์ประจำชาติ มีมติให้ช้างเผือกเป็นสัญลักษณ์ของประเทศไทยนั้น มีความเหมาะสมเป็นวันช้างไทย.