Categories
ข่าว ทั้งหมด สังคม

ค่ายธนะรัชต์ จัดพิธีวันสถาปนาศูนย์การทหารราบ ครบรอบปีที่ 119 พร้อมมอบรางวัลแก่ผู้ปฏิบัติงานดีเด่น

ค่ายธนะรัชต์ จัดพิธีวันสถาปนาศูนย์การทหารราบ ครบรอบปีที่ 119 พร้อมมอบรางวัลแก่ผู้ปฏิบัติงานดีเด่น

วันที่ 10 มิถุนายน 2568 พลโท ธิติพันธ์ ฐานะจาโร เจ้ากรมยุทธศึกษาทหารบก เป็นประธานในพิธีวันสถาปนาศูนย์การทหารราบ ครบรอบปีที่ 119 เพื่อเชิดชูเกียรติประวัติของหน่วยงานศูนย์การทหารราบ ที่ห้องประชุมศูนย์การทหารราบ ค่ายธนะรัชต์ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบฯ มีพลตรี สุเมศ พูลมี ผู้บัญชาการศูนย์การทหารราบ นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ นายราม สิงหโศภิษฐ์ นายอำเภอปราณบุรี รองผู้บัญชาการศูนย์การทหารราบ รองผู้บัญชาการโรงเรียนทหารราบ ศูนย์การทหารราบ เสนาธิการศูนย์การทหารราบ รองเสนาธิการศูนย์การทหารราบ หัวหน้ากองฝ่ายอำนวยการ ศูนย์การทหารราบ สมาคมแม่บ้านทหารบก ศูนย์การทหารราบ และหน่วยงานต่างๆ เข้าร่วมพิธี

โดยก่อนเริ่มพิธีสถาปนา พลโท ธิติพันธ์ ฐานะจาโร เจ้ากรมยุทธศึกษาทหารบก เป็นประธานในพิธีบวงสรวงสังเวยสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในค่ายธนะรัชต์ ก่อนขึ้นแท่นรับการเคารพจากกองทหารเกียรติยศ และวางพวงมาลา ณ อนุสาวรีย์ ฯพณฯ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ จากนั้นเดินทางไปห้องรับรองกองบัญชาการศูนย์การทหารราบ และรับฟังการบรรยายสรุปพร้อมชมวีดีทัศน์ผลการปฏิบัติงานของศูนย์การทหารราบ ลงนามในสมุดตรวจเยี่ยมหน่วย ก่อนเดินทางไปยังหอประชุมศูนย์การทหารราบ เพื่อร่วมในพิธีสงฆ์และมอบรางวัลเพื่อยกย่องเป็นแบบอย่างให้กับกำลังพลของศูนย์การทหารราบ โดยการคัดเลือกจากหน่วยขึ้นตรงของศูนย์การหารราบจำนวน 28 คน ประกอบด้วยนายทหารสัญญาบัตร 10 นาย นายทหารประทวน 10 นาย ลูกจ้างประจำและพนักงานราชการ 8 คน และให้โอวาทแก่ผู้ปฏิบัติงานดีเด่นของศูนย์การทหารราบ ก่อนเดินทางกลับ

ศูนย์การทหารราบ ค่ายธนะรัชต์ เป็นค่ายทหารที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ประมาณ 5 หมื่นไร่เศษ ก่อตั้งเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2449 มีนามหน่วยว่ากรมจเรทหารราบ กระทรวงกลาโหม จังหวัดพระนคร และได้เปลี่ยนชื่อเป็นศูนย์การทหารราบ เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ.2497 ได้ย้ายที่ตั้งหน่วยมาอยู่ที่ค่ายสมเด็จพระนารายณ์มหาราช จังหวัดลพบุรี และเมื่อปี พ.ศ. 2509 ได้ย้ายที่ตั้งหน่วยจากค่ายสมเด็จพระนารายณ์มหาราช จังหวัดลพบุรี มาเข้าที่ตั้งใหม่ ณ ค่ายธนะรัชต์ อ.ปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และปีนี้เป็นปีที่ 119 ปัจจุบันมีพลตรี สุเมศ พูลมี ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการศูนย์การทหารราบ ลำดับที่ 46.

Categories
ข่าว ทั้งหมด สังคม

สามร้อยยอดจัดพายเรือเก็บขยะที่เกาะนมสาว และร่อนทราย ในวันทะเลโลก

สามร้อยยอดจัดพายเรือเก็บขยะที่เกาะนมสาว และร่อนทราย ในวันทะเลโลก

วันที่ 8 มิถุนายน 2568 นายสุเมธ เจริญสุข ประธานชมรม CSR เพื่อการท่องเที่ยวตำบลร้อยยอด เปิดเผยว่า ชมรมฯ ร่วมกับภาคประชาชน ผู้ประกอบการ นักเรียน นักท่องเที่ยว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะหน่วยงานหลัก อาทิเช่น อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด, กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง, หน่วยป้องกันและปราบปรามประมงทะเลอ่าวน้อย, กลุ่มนักวิ่ง Park Run @ SAMROIYOT ร่วมกันทำกิจกรรมพายเรือเก็บขยะบนเกาะนมสาว และร่อนทรายที่บริเวณชายหาดสามร้อยยอด อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ เนื่องในวันทะเลโลก

หลังจากเสร็จสิ้นกิจกรรม ได้มีการชั่งน้ำหนักขยะรวมทั้งสิ้นประมาณ 70 กิโลกรัม ก่อนคัดแยกขยะ โดยนำขวดพลาสติก ขวดแก้ว นำใส่ภาชนะหมึกกินขวด ส่วนขยะทั่วไป นำส่งต่อให้ อบต.สามร้อยยอด จัดการตามกระบวนการ เพื่อช่วยกันรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของตำบลสามร้อยยอด ให้อยู่คู่กับชาวตำบลสามร้อยยอดสืบไป

สำหรับหาดสามร้อยยอด เป็นชายหาดที่เต็มไปด้วยทิวสนทะเล มีความร่มรื่น นักท่องเที่ยวสามารถนำเสื่อมาปูนั่งนอนเล่น นั่งชมวิวกลุ่มเกาะต่างๆ ที่อยู่ใกล้เคียง ทั้งเกาะนมสาว เกาะโครำ เกาะระวิง เกาะระวาง หรือมาปิ๊กนิคกันได้อย่างสบายใจ เพราะที่มีบรรยากาศที่ค่อนข้างเงียบสงบ ผู้คนไม่พลุกพล่าน ชายหาดสะอาด น้ำทะเลสะอาด น้ำทะเลค่อนข้างตื้น นักท่องเที่ยวสามารถลงเล่นน้ำในบริเวณนี้ได้อย่างสบายใจ นอกจากนี้ยังสามารถพาสัตว์เลี้ยงมาเดินเล่นตามชายหาดได้อีกด้วย ส่วนใครที่อยากดำน้ำดูปะการัง สามารถเช่าเรือหางยาวออกไปชมความงามของโลกใต้ทะเลอีกด้วย.

ฐิติชญา แสงสว่าง…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด สังคม

โจรฟันน้ำนมตัดกล้องวงจรปิด ขโมยเงินในร้านทุกอย่าง 20

โจรฟันน้ำนมตัดกล้องวงจรปิด ขโมยเงินในร้านทุกอย่าง 20

วันที่ 7 มิถุนายน 2568 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ร้านจำหน่ายสินค้าทุกชิ้นราคา 20 บาท หน้าห้างโลตัส สาขาเมืองประจวบคีรีขันธ์ หลังจากเจ้าของร้านนำภาพจากกล้องวงจรปิดโพสต์ลงเฟซบุ๊ก กลุ่มประจวบคีรีขันธ์เมือง 3 อ่าว เพื่อเตือนภัย กรณีมีแก๊งเด็ก อายุ 7 ขวบ และ 11 ขวบ รวม 3 คน เข้าก่อเหตุตัดไฟกล้องวงจรปิดและขโมยยกลิ้นชักเก็บเงิน รวมถึงสินค้าภายในร้านไปจำนวนหนึ่ง มูลค่าความเสียหายกว่า 8,000 บาท เหตุเกิดเมื่อช่วงเวลาประมาณ 21.17 น. ของวันที่ 4 มิถุนายนที่ผ่านมา หลังจากเกิดเหตุ ได้ให้พนักงานของร้านเข้าไปแจ้งความกับตำรวจ แต่ถูกปฏิเสธการรับแจ้ง เนื่องจากลูกจ้างไม่ใช่เจ้าของร้านที่เป็นผู้เสียหายโดยตรง และถูกทางตำรวจถามกลับว่า“จะเอาอะไรจากเด็ก ถ้าจะแจ้งความ ต้องไปหาหลักฐานและตัวเด็กมาว่าบ้านอยู่ที่ไหน ตำรวจถึงจะเรียกตัวมาไกล่เกลี่ยให้ได้”

จากการสอบถาม น.ส.ณัฐกานต์ แก้วนุ่ม อายุ 27 ปี เจ้าของร้านทุกอย่าง 20 บาท หน้าห้างโลตัสเมืองประจวบฯ เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุตนอยู่ต่างจังหวัด แต่มีลูกจ้างเฝ้าร้านและขายของแทน ช่วงเวลาเกิดเหตุเป็นช่วงเวลา 3 ทุ่มกว่าๆ ซึ่งปิดร้านแล้ว มีเด็กชาย 3 คน อายุไม่น่าจะเกิน 12 ขวบ มุดผ้าใบที่ปิดบังด้านหน้าร้านไว้ แล้วเข้ามาขโมยของสินค้าต่างๆ เช่น ไขควง กรรไกร ของเล่นเด็ก และสินค้าอื่นๆ พร้อมกับงัดลิ้นชักเก็บเงิน เมื่องัดไม่ได้จึงตัดสายไฟและยกทั้งลิ้นชักเก็บเงินไปด้วย โดยใช้เวลาประมาณ 10 – 20 นาที ซึ่งภาพกล้องวงจรปิดภายในร้านสามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ไว้ได้ทั้งหมด และเมื่อเด็กเห็นกล้องวงจรปิด จึงได้ชักปลั๊กปิดสวิตช์ของกล้องทั้งหมดทุกตัว ตนจึงไม่สามารถดูกล้องวงจรปิดได้ จึงรู้สึกแปลกใจ เพราะปกติตนจะคอยตรวจสอบความปลอดภัยของร้านแต่ละสาขาอยู่ตลอดเวลา

หลังจากเกิดเหตุ ได้ให้พนักงานของร้านไปแจ้งความกับตำรวจโรงพักในพื้นที่ แต่กลับถูกปฏิเสธไม่สามารถแจ้งความได้ โดยทางตำรวจให้เหตุผลว่าไม่ใช่ผู้เสียหายโดยตรง เป็นลูกจ้างจะต้องมีใบมอบอำนาจจากเจ้าของร้าน จึงสามารถแจ้งความได้ พนักงานจึงได้ต่อสายตรงให้ตำรวจคุยกับตน ตำรวจได้ถามตนว่าคุณต้องการอะไรจากเด็ก ถ้าจะแจ้งความต้องไปหาตัวเด็กมาเองว่าเด็กชื่ออะไร บ้านอยู่ที่ไหน ตำรวจถึงจะดำเนินการนำตัวมาไกล่เกลี่ยให้ได้ แต่กับเด็กไม่สามารถเอาผิดได้ เนื่องจากเด็กมี พ.ร.บ.คุ้มครอง ตนจึงถามตำรวจไปว่าถ้าเอาผิดกับเด็กไม่ได้ ก็เอาผิดกับผู้ปกครองได้หรือไม่ ซึ่งทางตำรวจก็ตอบว่าถ้าจะเอาผิดกับผู้ปกครอง จะต้องรอให้เรื่องถึงศาลก่อน จึงสามารถทำได้ ตนข้องใจว่าถ้าตนไปแจ้งความกับตำรวจแล้วต้องให้ไปหาตัวเด็ก ไปหาหลักฐานเองทุกอย่าง ไม่รู้ว่าจะมีตำรวจไว้ทำไม หลังจากตนนำภาพจากกล้องวงจรปิดไปโพสต์ลงในเฟซบุ๊กประจวบ 3 อ่าว ก็มีคนส่งคลิปวีดีโอและหลักฐานต่างๆ รวมถึงที่อยู่ของเด็ก พฤติกรรมต่างๆ ในการก่อเหตุตามสถานที่ต่างๆ มาให้ตนจำนวนมาก โดยเด็กทั้งสามคนนี้มีพฤติกรรมการก่อเหตุมาอย่างช่ำชอง เหมือนไม่เกรงกลัวอะไรและคงคิดว่าไม่มีใครทำอะไรได้ จึงย่ามใจและก่อเหตุมาเรื่อยๆ หลายสถานที่ ซึ่งหลังจากก่อเหตุจากร้านตนแล้ว ก็ไปขโมยทุเรียนของแม่ค้าบริเวณตลาดนัดริมทางรถไฟ จนมีชาวบ้านที่เฝ้าอยู่บริเวณนั้นพบเห็น ได้แจ้งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ไปตรวจสอบ ก่อนพาเด็กไปส่งบ้าน เนื่องจากผู้ที่แจ้งตำรวจไม่ใช่เจ้าของและเจ้าทุกข์โดยตรง จึงไม่สามารถแจ้งความเอาผิดเด็กได้ นอกจากนี้ยังมีคนบอกว่าเด็กสามคนนี้ ยังไปก่อเหตุในพื้นที่บ้านคลองวาฬ และไปขโมยเงินบริจาคที่วัดอ่าวน้อยอีกด้วย ตนอยากได้ค่าเสียหายคืน แต่ถ้าหากไม่ได้เงินคืน อย่างน้อยเด็กก็ต้องได้รับบทลงโทษเพื่อให้หลาบจำ มิฉะนั้นอาจจะไปก่อเหตุเช่นนี้อยู่เรื่อยๆ.

บุญมา ลิบลับ…..รายงาน

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด สังคม

นายอำเภอหัวหิน แถลงข่าวจัดงานกาชาดและของดีอำเภอหัวหิน ครั้งที่ 27

นายอำเภอหัวหิน แถลงข่าวจัดงานกาชาดและของดีอำเภอหัวหิน ครั้งที่ 27

วันที่ 9 มิถุนายน 2568 นายประสูตร หอมบรรเทิง นายอำเภอหัวหิน / นายกกิ่งกาชาดหัวหิน เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงานกาชาดและของดีอำเภอหัวหิน ครั้งที่ 27 ประจำปี 2568 ที่หัวหินคอนเวนชั่นเซนเตอร์ ศูนย์การค้าบลูพอร์ตหัวหิน รีสอร์ทมอลล์ จ.ประจวบฯ พร้อมด้วยนายจีรวัฒน์ พราหมณี ปลัดเทศบาล ปฏิบัติหน้าที่นายกเทศมนตรีนครหัวหิน นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ พ.ต.ท.วรท กรุงกาญจนา รอง ผกก.ป.สภ.หัวหิน นายโชคชัย วงศ์จักรภัทร กรรมการผู้จัดการบลูพอร์ตหัวหิน ร่วมแถลงข่าว มีนายภานุมาศ อจลบุญ อัยการจังหวัดหัวหิน นายเจนวิท ผลิศักดิ์ สาธารณสุขอำเภอหัวหิน และแขกผู้มีเกียรติร่วมรับฟัง พร้อมชมการเดินแบบผ้าไทยกิตติมศักดิ์เพื่อการกุศลจำนวน 17 คู่ ก่อนทั้งหมดจะนั่งรถ 4 ล้อเล็กจำนวน 10 คัน ออกประชาสัมพันธ์งานดังกล่าวไปรอบๆ เมืองหัวหินด้วย

นายประสูตร กล่าวว่า งานกาชาดและของดีอำเภอหัวหิน ครั้งที่ 27 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 มิถุนายน – 6 กรกฎาคม 2568 บริเวณลานกิจกรรม 25 ไร่ หลังศูนย์การค้าบลูพอร์ตหัวหิน ซอยหัวหิน 102 เขตเทศบาลเมืองหัวหิน เพื่อจัดหารายได้เป็นค่าใช้จ่ายในกิจการบรรเทาทุกข์ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ สงเคราะห์ผู้ยากไร้ ผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาสและกิจกรรมสาธารณกุศลต่างๆ ในเขตอำเภอหัวหินและใกล้เคียงให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น รวมถึงการให้ความช่วยเหลือช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องอุปโภคบริโภค (ถุงยังชีพ) อุปกรณ์เครื่องครัว ที่นอนหมอนมุ้ง ยารักษาโรค การซ่อมสร้างบ้านพักอาศัยผู้ยากไร้ การช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียง มอบรถวีลแชร์ เป็นต้น ภายในงานมีการออกร้านมัจฉากาชาดเพื่อการกุศล ร่วมลุ้นรับรางวัลรถจักรยานยนต์ 2 คัน รถจักรยานกว่า 100 คัน ตู้เย็น เครื่องใช้ไฟฟ้าและรางวัลต่างๆ มากมายในราคาบัตรใบละ 20 บาท สนุกสนานได้ทุกวันตั้งแต่เวลา 17.30 – 24.00 น. พบกับการออกร้านจำหน่ายสินค้า OTOP ของดีของฝากอำเภอหัวหิน การจำหน่ายสินค้าราคาถูก เครื่องอุปโภคบริโภค เฟอร์นิเจอร์ ไม้ดอกไม้ประดับ บูธอาหารพื้นบ้าน ขนมพื้นถิ่น อาหารทะเลสด สะอาดอร่อย การแสดงของนักเรียนและรำวงย้อนยุค พบกับสวนสนุกเคลื่อนที่กับเครื่องเล่นทันสมัยจากต่างประทศนานาชนิด และศิลปินนักร้องชั้นนำและวงดังอีกหลายคณะทุกค่ำคืนตลอดจัดงาน พร้อมกันนี้ขอเชิญประชาชนนักท่องเที่ยวร่วมเที่ยวงานกาชาดและของดีอำเภอหัวหิน ครั้งที่ 27 ได้ตามวันดังกล่าว “เราช่วยกาชาด กาชาดช่วยเรา” เงินรายได้สนับสนุนกิจกรรมสาธารณกุศลต่างๆ ของกิ่งกาชาดอำเภอหัวหิน.

Categories
ข่าว ทั้งหมด สังคม

จักรภพ เปิดงาน“LGBTQ+ Festival Thailand”ฉลอง Pride Month หัวหิน

จักรภพ เปิดงาน“LGBTQ+ Festival Thailand”ฉลอง Pride Month หัวหิน

ช่วงเย็นวันที่ 8 มิถุนายน 2568 นายจักรภพ เพ็ญแข อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน“LGBTQ+ Festival Thailand”ที่หน้าศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจ หัวหิน จ.ประจวบฯ เพื่อเฉลิมฉลอง Pride Month เดือนแห่งความภาคภูมิใจ ความหลากหลายทางเพศและเปิดเมืองต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก พร้อมคู่สมรส คุณสุไพรพล เพ็ญแข, นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, นายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ, นายนิติ วงษ์วิชาสวัสดิ์ ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานประจวบฯ นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ แขกผู้มีเกียรติ และและกลุ่มนักท่องเที่ยว LGBTQ+ จากหลากหลายประเทศเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง โดยก่อนหน้านี้ นายจักรภพ เพ็ญแขและแขกผู้มีเกียรติ ได้ร่วมกันปล่อยลูกโป่งหลากสีขึ้นสู่ท้องฟ้า เป็นสัญลักษณ์เริ่มต้นขบวนพาเหรด Pride ที่เคลื่อนจากโรงแรมอมารี หัวหิน ไปยังศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจหัวหิน สถานที่จัดงาน สร้างความครึกครื้นและเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติอย่างมาก

นายจักรพล กล่าวว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้เดินหน้าผลักดันให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพงาน Pride World พร้อมผลักดันพระราชบัญญัติสมรสเท่าเทียม ซึ่งบัดนี้ได้บังคับใช้แล้ว ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับสิทธิมนุษยชนและความเท่าเทียม พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลยังคงเดินหน้าผลักดันนโยบายที่เกี่ยวข้อง เช่น การเปลี่ยนคำนำหน้า การยอมรับเพศสภาพ และการทำให้ประเทศไทยเป็น“LGBTQ+ Destination”ชั้นนำของโลก ในมิติด้านเศรษฐกิจ หัวหินต้อนรับนักท่องเที่ยวปีละกว่า 11 ล้านคน และติดอันดับท็อป 5 เมืองท่องเที่ยวของไทยที่สร้างรายได้สูงสุด จึงเหมาะสมอย่างยิ่งจัดงาน LGBTQ+ Festival หลังประเทศไทยประกาศให้ปีนี้ เป็นปี“Amazing Thailand Grand Tourism and Sports Year 2025”โดยจะมีการจัดบิ๊กอีเวนท์ผสานกีฬาและการท่องเที่ยวอย่างสร้างสรรค์ตลอดทั้งปี

นอกจากนี้ นายจักรภพ เพ็ญแข กล่าวอย่างซาบซึ้งใจว่า ตนและคู่สมรสได้รอคอยวันแห่งความเท่าเทียมมากว่า 23 ปี และการที่สมรสเท่าเทียมได้รับการรับรองตามกฎหมาย ทำให้ความรักของพวกเขาได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการ เป็นเหมือนการปลดล็อกหัวใจ ที่สำคัญไม่ใช่แค่เราที่ได้สิทธิขั้นพื้นฐาน แต่คือทุกคนที่มีความรัก ได้รับการเคารพอย่างเท่าเทียม…และสำหรับคนที่ไม่ได้เป็น LGBTQ+ ก็สามารถภูมิใจว่าพวกเขาได้มีส่วนร่วมในการสร้างสังคมที่เปิดกว้างและเป็นธรรม

สำหรับงาน“LGBTQ+ Festival Thailand”ในปีนี้ ยังมีกิจกรรมไฮไลต์มากมาย เช่น การประกวด Miss Diamond Thailand 2025 สำหรับสาวประเภทสองที่แต่งกายสะท้อนอัตลักษณ์ LGBTQ+, เวทีเสวนาเรื่อง“เสียงเพื่อความเท่าเทียม”รวมถึงกิจกรรมด้าน Wellness ที่ส่งเสริมทั้งร่างกายและจิตใจของผู้ร่วมงาน การจัดงานครั้งนี้ยังช่วยประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวไทย หลังจากประเทศไทยเพิ่งคว้ารางวัล Best LGBTQ Destination เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา คาดว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งในระดับจังหวัดและระดับประเทศ พร้อมตั้งเป้าการจัดงานนี้ให้เป็นเทศกาลประจำปีของนครหัวหิน ซึ่งจะจัดขึ้นในเดือนมิถุนายนของทุกปีอีกด้วย.

Categories
ข่าว ทั้งหมด สังคม

หลายหน่วยงาน เร่งค้นหาลุงวัย 74 ปี ขึ้นเขาไปตัดไม้ ทำด้ามจอบ หายไป 2 วัน ยังไม่กลับลงมา

หลายหน่วยงาน เร่งค้นหาลุงวัย 74 ปี ขึ้นเขาไปตัดไม้ ทำด้ามจอบ หายไป 2 วัน ยังไม่กลับลงมา

วันที่ 6 มิถุนายน 2568 เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี, ฝ่ายปกครองอำเภอสามร้อยยอด, ตำรวจ สภ.สามร้อยยอด, กำนัน, ผู้ใหญ่บ้าน, อาสาสมัคร หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างเมธีธรรมสถาน ญาติๆ และชาวบ้านกว่า 50 คน ร่วมกันวางแผนที่บ้านหนองเป่าปี่ หมู่ 3 ต.ศาลาลัย อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ บริเวณตีนเขาหุบตาชิด เพื่อค้นหานายชิด มีถาวร อายุ 74 ปี ที่ขึ้นไปตัดต้นมหาพรหมณ์ เพื่อทำด้ามจอบขาย ตั้งแต่วันที่ 4 มิถุนายนแล้วยังไม่กลับลงมา ซึ่งปกติลุงชิดจะขึ้นไปต้นไม้ตอนเช้า และจะกลับลงมาตอนเย็นทุกครั้ง แต่ครั้งนี้ยังไม่ลงมา ลูกๆ จึงช่วยกันออกค้นหา พบเพียงแต่ถุงย่ามวางไว้บนพื้น ข้างในมีถุงข้าว ขวดน้ำ ขนมปัง ขนมขบเคี้ยว เมื่อทราบพิกัดแล้วได้กระจายกำลังออกค้นหา แต่ไม่เจอ จึงต้องลงจากเขามาเตรียมตัวค้นหาใหม่ในวันรุ่งขึ้น ส่วนถุงย่ามไม่ได้นำกลับมา เผื่อว่าถ้าลุงชิดกลับมาจะได้เอาไปกิน โดยใช้เวลาค้นหาเกือบ 10 ชั่วโมง จึงลงจากบนเขามา เพื่อรวบรวมชาวบ้าน เสบียงอาหารให้พร้อมและเดินขึ้นไปอีกครั้ง โดยปูพรมรัศมีจุดที่พบถุงย่าม เสบียง นานกว่า 8 ชั่วโมง ก็ยังไม่พบ จึงขอความช่วยเหลือจากหลายหน่วยงานในพื้นที่ ให้ช่วยค้นหากันอีกครั้ง โดยแบ่งกำลังเป็น 3 ชุด แยกย้ายกันค้นหา

กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการเพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติ เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเลและเสริมสร้างความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรประมงในพื้นที่สอดคล้องกับนโยบายสำคัญของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่น้อมนำแนวพระดำริสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา มาประยุกต์ใช้ในการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งสอดคล้องกับภารกิจของมูลนิธิอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย

น.ส.วัลยา ลูกสาวลุงชิด เล่าว่า พ่อขึ้นไปตัดต้นมหาพรมณ์ เพื่อนำมาทำด้ามจอบขาย ครั้งนี้พ่อไม่กลับลงมาเหมือนทุกครั้ง จึงช่วยกันออกตามหามาสองวันแล้ว ก็ยังไม่พบ ไม่ทราบว่าหายไปทางไหน มีด เลื่อยที่ใช้ตัดต้นไม้ก็ไม่พบ คิดว่าพ่อนำติดตัวไปด้วย พบเพียงถุงย่าม ที่น่าเป็นห่วงคือพ่อมีโรคประจำตัว โรคความดัน โรคเบาหวาน ขนาดที่ต้องฉีดอินซูลีนที่หน้าท้อง แทนการกิน คาดว่าขณะออกไปหาตัดต้นไม้ ห่างจากจุดที่พบถุงย่าม แล้วโรคประจำตัวกำเริบ ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้.

ฐิติชญา แสงสว่าง…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด สังคม

โรตารีรอยัลจัดงานสถาปนานายกและคณะกรรมการสโมสรและสโมสรโรทาแรคท์ ประจำปี 2568 – 2569

โรตารีรอยัลจัดงานสถาปนานายกและคณะกรรมการสโมสรและสโมสรโรทาแรคท์ ประจำปี 2568 – 2569

ช่วงค่ำวันที่ 6 มิถุนายน 2568 นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานในพิธีสถาปนานายกและคณะกรรมการบริหาร ประจำปี 2568 – 2569 ที่โรงแรมอมารี หัวหิน มีนายจักรชัย วิสุทธากุล ผู้ว่าการภาค 3330 โรตารีสากล พลโทกนิษฐ์ จําจุนทร์ อดีตผู้ว่าการภาค 3330 คณะกรรมการบริหารสโมสร สมาชิกโรแทเรียน แขกผู้มีเกียรติ และสมาชิกจากสโมสรโรตารีในพื้นที่ต่างๆ กว่า 200 คน เข้าร่วมพิธี

ซึ่งวันนี้ได้มีการแต่งตั้งและสถาปนา นายกสโมสรและคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ของทั้ง 3 สโมสร ประจำปี 2568 – 2569 ได้แก่ มร.ไบรอัน แอนเดอร์สัน นายกสโมสรโรตารีรอยัลหัวหิน, นางศรีเรือน อาร์เชอร์ นายกสโมสรโรทาแรคท์ มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด น.ส.ฐานิตา พรพิมลวงศา นายกสโมสรโรทาแรคท์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ วิทยาเขตวังไกลกังวล

สโมสรโรตารีรอยัลหัวหิน เป็นสโมสรโรตารีนานาชาติ ที่มีสมาชิกทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติรวมกว่า 63 คน จาก 12 ประเทศ ได้ดำเนินโครงการบำเพ็ญประโยชน์เพื่อชุมชนในพื้นที่หัวหินอย่างต่อเนื่องมากว่า 16 ปี ทางสโมสรให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสในด้านการศึกษา การพัฒนาศักยภาพ สุขภาพและคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชน

ในปีบริหาร 2567 – 2568 สโมสรได้จัดสรรงบประมาณมากกว่า 4.2 ล้านบาท เพื่อขับเคลื่อนโครงการบำเพ็ญประโยชน์ถึง 40 โครงการ อาทิการจัดซื้อและมอบรถพยาบาลฉุกเฉิน พร้อมอุปกรณ์มูลค่า 2.5 ล้านบาท ให้แก่โรงพยาบาลหัวหิน จัดซื้อเครื่องดมยาสลบระบบใหม่ มูลค่า 2.6 ล้านบาท ให้แก่โรงพยาบาลหัวหิน การจัดอบรมหลักสูตรความปลอดภัยทางน้ำและการป้องกันการจมน้ำสำหรับเด็ก ซึ่งดำเนินการต่อเนื่องเป็นรุ่นที่ 7 มีเด็กและเยาวชนผ่านการอบรมมาแล้ว กว่า 700 คน โครงการ ติดตั้งระบบโซล่าเซลล์พลังงานหมุนเวียน ในโรงเรียนบ้านเนินพะยอมและโรงเรียนในพื้นที่ชนบทอื่นๆ.

Categories
ข่าว ทั้งหมด สังคม

ใช้เส้นทางในศูนย์กรมชลประทาน

 เทศบาลหัวหินขอใช้เส้นทางในศูนย์การเรียนรู้เกษตรชลประทาน ลดจราจรติดขัดบริเวณโค้งพระจันทร์

วันที่ 6 มิถุนายน 2568 นายจีรวัฒน์ พราหมณี ปลัดเทศบาลนครหัวหิน รักษาราชการแทนนายกเทศมนตรีนครหัวหิน พร้อมด้วยนายกลยุทธ กุยุคำ ผู้อำนวยการสำนักช่าง หัวหน้าส่วนงานที่เกี่ยวข้อง ประชุมหารือแก้ไขปัญหาการจราจรบริเวณถนนโค้งพระจันทร์ ร่วมกับนายธนชาติ สุขอนันตวงษ์ ผู้อำนวยการส่วนวิศวกรรม สำนักงานชลประทานที่ 14 และตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมที่ห้องประชุมชลประทานชูชาติ อาคารศูนย์การเรียนรู้เกษตรชลประทาน

นายจีรวัฒน์ พราหมณี กล่าวว่าเนื่องจากขณะนี้มีการก่อสร้างถนนบริเวณวงเวียนโค้งพระจันทร์ ถนนหัวหิน – ห้วยมงคล ทำให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัดในช่วงเวลาเร่งด่วน เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาดังกล่าว เทศบาลนครหัวหินได้ประสานขอความร่วมมือกับสำนักงานชลประทานที่ 14 เพื่อขอใช้เส้นทางภายในอาคารศูนย์การเรียนรู้เกษตรชลประทาน และประสานไปยังอธิบดีกรมชลประทาน ขออนุญาตใช้ถนนภายในศูนย์การเรียนรู้เกษตรชลประทาน เพื่อเพิ่มช่องทางการจราจรจากถนนเลียบคลองชลประทาน เข้าเมืองหัวหินเป็นการชั่วคราว ในระหว่างที่มีการก่อสร้างถนนวงเวียนโค้งพระจันทร์ ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากทุกฝ่าย และลงพื้นที่ร่วมกันในการเตรียมความพร้อมเปิดเส้นทางดังกล่าว

 ในที่ประชุมกำหนดให้รถจักรยานยนต์และรถยนต์สี่ล้อเท่านั้นที่จะใช้เส้นทางนี้ได้ และกำหนดให้มีการเดินรถทางเดียว (วันเวย์) โดยรถที่จะเข้าเมืองหัวหิน สามารถใช้เส้นทางเลี่ยงวงเวียนโค้งพระจันทร์ ผ่านหน้าบริเวณตลาดแพไม้ เข้าประตูด้านหลังศูนย์การเรียนรู้เกษตรชลประทาน ออกทางประตูด้านหน้า กำหนดช่วงเวลาเปิด – ปิด สองช่วง คือช่วงเช้าตั้งแต่เวลา 06.30 – 09.00 น. และช่วงเย็น ตั้งแต่เวลา 15.00 – 18.00 น. โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน – วันที่ 30 กรกฎาคม ทั้งนี้เทศบาลนครหัวหินจะจัดเจ้าหน้าที่เทศกิจ และ อปพร. 3 – 5 คน คอยอำนวยความสะดวกด้านการจราจร พร้อมติดตั้งป้ายแนะนำเส้นทางเลี่ยงดังกล่าว ขณะที่ในส่วนของสำนักงานชลประทานที่ 14 จะช่วยจัดการจราจรภายใน ไม่ให้มีรถจอดกีดขวางเส้นทาง คาดว่าการเปิดเส้นทางเลี่ยงเพิ่มเติมนี้จะช่วยแก้ปัญหาการจราจรติดขัดบริเวณดังกล่าวได้เป็นอย่างดี.

Categories
ข่าว ทั้งหมด สังคม

สุวัจน์เปิดบิ๊กซี หัวหินมาร์เช่

สุวัจน์เปิดบิ๊กซี หัวหินมาร์เช่

วันที่ 6 มิถุนายน 2568 นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดตัว ‘Big C Hua Hin Marche’ อย่างเป็นทางการ ภายในพื้นที่ 6,000 ตารางเมตร ที่ชั้น G ศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน จ.ประจวบฯ มี นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ, นายอัศวิน – นางฐาปนีย์ เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ และรองประธานกรรมการบริหาร บริษัท บิ๊กซี ชูเปอร์เซนเตอร์ จำกัด (มหาชน), นายภาณุมาศ อจลบุญ อัยการจังหวัดหัวหิน, พล.ต.ต.นครินทร์ สุคนธวิท ผบก.ภ.จ.ประจวบฯ, พ.ต.อ.กัมปนาท ณ วิชัย ผกก.สภ.หัวหิน, นายประสูตร หอมบรรเทิง นายอำเภอหัวหิน, นายจีรวัฒน์ พราหมณี ปลัดเทศบาล รักษาการนายกเทศมนตรีนครหัวหิน, น.ส.วรกานต์ ถาวร รองผู้อำนวยททท.สำนักงานประจวบฯ, น.ส.วจี กลมเกลี้ยง กรรมการบริหาร บริษัท หัวหิน แอสเสท จำกัด, นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน – ชะอำ นายโชคชัย วงศ์จักรภัทร กรรมการผู้จัดการบลูพอร์ตหัวหิน และแขกผู้มีเกียรติจำนวนมากให้การต้อนรับและร่วมแสดงความยินดี ท่ามกลางประชาชนนักท่องเที่ยวจับจ่ายใช้สอยซื้อสินค้ากันอย่างคึกคัก

นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ทางบิ๊กซี มาร์เช่ ซึ่งเป็นคอนเซ็ปต์ใหม่ของบิ๊กซี มาเปิดที่หัวหิน ถือว่าเป็นพรีเมียมที่สุดของบิ๊กซีมาร์เช่ ที่แรกที่เปิด คือที่วันแบงก์กอก แล้วมาเปิดแห่งที่ 2 ที่หัวหิน เป็นการแสดงออกถึงศักยภาพของเมืองหัวหิน ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก การมาของบิ๊กซี มาร์เช่ ครั้งนี้ถือเป็นการยกระดับความเป็นเมืองท่องเที่ยว เป็นการสร้างไลฟ์สไตล์ให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติที่อยู่ที่เมืองหัวหิน เรื่องการท่องเที่ยวถือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ ฉะนั้นการที่บิ๊กซีขยายการลงทุนในเมืองท่องเที่ยว เป็นการแสดงออกถึงความมั่นใจในระบบเศรษฐกิจของประเทศด้วย เป็นการส่งเสริมในเรื่องของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ซึ่งตอนนี้เป็นจุดแข็งที่สุดของประเทศไทย แล้วเมืองหัวหินเป็นเมืองที่มีศักยภาพสูงสุดเมืองหนึ่งที่เป็นเมืองท่องเที่ยว ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี ที่ช่วยกันแสดงออกถึงความมั่นใจต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ เป็นการแสดงออกถึงการส่งเสริมอุตสากรรมการท่องเที่ยว อย่างน้อยผู้ประกอบการก็มีความมั่นใจว่าเศรษฐกิจของประเทศยังดีอยู่

นางฐาปณี เตชะเจริญวิกุล กล่าวว่า ห้างบิ๊กซีหัวหินมาร์เช่ เป็นห้างเปิดใหม่และใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศ ที่ให้บริการอย่างครบครัน ด้วยสินค้าคุณภาพระดับพรีเมียมในราคาที่เข้าถึงได้ ตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม บรรยากาศที่ทันสมัยและครบครันเพื่อมอบประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้าในทุกๆ วัน ‘Big C Hua Hin Marche’ ได้รับการออกแบบเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทย ชาวต่างชาติ รวมถึงคนในพื้นที่ โดยเน้นการให้บริการที่ครบครัน สะดวกสบาย และคุณภาพระดับสูงในราคาที่จับต้องได้ พร้อมนำเสนอบรรยากาศที่ทันสมัย ภายในศูนย์การค้าที่เปี่ยมด้วยเอกลักษณ์ของหัวหิน โดดเด่นด้วยกลุ่มสินค้าสด คุณภาพดี และสินค้านำเข้าหลากหลายประเภทจากอังกฤษ ฝรั่งเศส ยุโรป สแกนดิเนเวีย และออสเตรเลีย รวมถึงโซนสินค้าท้องถิ่นที่ตอบโจทย์ ทั้งการใช้งานและการเลือกซื้อสำหรับเป็นของฝากด้วย.

Categories
ข่าว ทั้งหมด สังคม

กรมคุมประพฤติติวเข้มผู้ปฏิบัติงาน ลดการกระทำความผิดซ้ำและแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำความผิด

กรมคุมประพฤติติวเข้มผู้ปฏิบัติงาน ลดการกระทำความผิดซ้ำและแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำความผิด

วันที่ 5 มิถุนายน 2568 นางนุสรา วงษ์สุวรรณ รองอธิบดีกรมคุมประพฤติ เป็นประธานเปิดประชุมเชิงปฏิบัติการ การติดตามผลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ตามพระราชบัญญัติมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำ ในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใช้ความรุนแรง พ.ศ.2565 มีนายนำโชค สอนวงษา ผู้อำนวยการกองอำนวยการเฝ้าระวังความปลอดภัยของสังคม กรมคุมประพฤติ กล่าวรายงาน และมีผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติในเขตพื้นที่ เขต 7 ทั้ง 8 จังหวัด 9 สำนักงาน ประกอบด้วยสำนักงานคุมประพฤติ จ.นครปฐม จ.กาญจนบุรี จ.สุพรรณบุรี จ.สมุทรสาคร จ.สมุทรสงคราม จ.ราชบุรี จ.เพชรบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ (สำนักงานประจวบฯ, สำนักงานสาขาหัวหิน) เจ้าหน้าที่สำนักงานคุมประพฤติทั้ง 9 สำนักงาน เจ้าหน้าที่กองเฝ้าระวังความปลอดภัยของสังคม ตลอดจนประธานอาสาสมัครคุมประพฤติ (อ.ส.ค.) และตัวแทนอาสาสมัครคุมประพฤติทั้ง 8 จังหวัดเข้าร่วม

นางนุสรา วงษ์สุวรรณ กล่าวว่า การติดตามผลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ตามพระราชบัญญัติมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำในความผิดเกี่ยวกับเพศ หรือที่ใช้ความรุนแรง พ.ศ.2565 ด้วยพระราชบัญญัติฉบับนี้ มีเจตนารมณ์เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับผู้เสียหายและสังคม ลดการกระทำความผิดซ้ำและแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำความผิดในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใช้ความรุนแรง ซึ่งการดำเนินการเพื่อให้เกิดผลสำเร็จตามเจตนารมณ์ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยการบูรณาการความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายในพื้นที่ ซึ่งในปีงบประมาณที่ผ่านมา กรมคุมประพฤติได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคีเครือข่ายภาคประชาสังคม เพื่อสร้างความเข้าใจในพระราชบัญญัตินี้ และแลกเปลี่ยนความคิดเห็น รวมทั้งร่วมกันหาแนวทางในการพัฒนางานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

โครงการประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ จึงมีความสำคัญยิ่ง เพื่อติดตามและประเมินความก้าวหน้าและประสิทธิภาพของการดำเนินงานของหน่วยงานในพื้นที่ ตลอดจนรับทราบปัญหา อุปสรรคในการดำเนินการ ตามพระราชบัญญัติมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใช้ความรุนแรง พ.ศ.2565

นายนำโชค สอนวงษา ผู้อำนวยการกองอำนวยการเฝ้าระวังความปลออดภัยของสังคม กล่าวว่า จากการดำเนินการขับเคลื่อนภารกิจตามพระราชบัญญัติมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำในความผิดเกี่ยวกับเพศ หรือที่ใช้ความรุนแรง พ.ศ.2565 ตามแนวทางของกรมคุมประพฤติ เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติให้กับสำนักงานคุมประพฤติทั่วประเทศ ดำเนินการขับเคลื่อนโดยผู้ถูกเฝ้าระวังแล้วกว่า 3,000 ราย ดังนั้น เพื่อเป็นการติดตามผลและรับทราบปัญหาข้อขัดข้องในการดำเนินการของสำนักงานคุมประพฤติ อันจะนำไปสู่การแก้ไขปรับปรุง พัฒนาแนวทางในการปฏิบัติงานร่วมกัน ตลอดจนเพื่อเสริมสร้างความเข้าใจแก่พนักงานคุมประพฤติ ในการปฏิบัติงานตามพระราชบัญญัติมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใช้ความรุนแรง พ.ศ.2565 ให้มีประสิทธิภาพ เป็นไปในมาตรฐานเดียวกัน และสอดคล้องกับแนวทางปฏิบัติที่กำหนดไว้
กองอำนวยการเฝ้าระวังความปลอดภัยของสังคม กรมคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม จึงจัดประชุมขึ้น ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งที่ 8 มีผู้เข้าร่วมโครงการจากสังกัดสำนักงานคุมประพฤติเขต 7 จำนวนทั้งสิ้น 108 คน โดยในช่วงเช้าจะเป็นการบรรยายให้ความรู้ ส่วนในช่วงบ่ายจะเป็นการแบ่งกลุ่มระดมสมอง มีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ตลอดจนผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี.

บุญมา ลิบลับ….รายงาน