Categories
ข่าว ทั้งหมด

เทศบาลบ้านกรูด จัดทอดผ้าป่าคัดแยกขยะรีไซเคิล

เทศบาลบ้านกรูด จัดทอดผ้าป่าคัดแยกขยะรีไซเคิล

วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2568 นายสุทิน ประเสริฐศักดิ์ นายอำเภอบางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ นายอิศรา กาญจนรัตน์ นายกเทศมนตรีตำบลบ้านกรูด ร่วมกับ คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล พนักงาน ผู้ใหญ่บ้านบ้าน และผู้นำชุมชนในเขตเทศบาล ตลอดจนผู้ประกอบการท่องเที่ยว พ่อค้าและประชาชน ร่วมกันจัดขบวนกองผ้าป่าขยะรีไซเคิล ที่บริเวณสถานีรถไฟบ้านกรูด ต.ธงชัย อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เดินรณรงค์ให้ประชาชนในเขตเทศบาล คัดแยกขยะจากต้นทาง โดยเคลื่อนขบวนไปยังสำนักงานเทศบาลตำบลบ้านกรูดเพื่อร่วมกิจกรรมทอดผ้าป่าขยะรีไซเคิล ธนาคารขยะเทศบาลตำบลบ้านกรูด

นายอิศรา กาญจนรัตน์ นายกเทศมนตรีตำบลบ้านกรูด กล่าวว่า เทศบาลตำบลบ้านกรูด มีจำนวนประชากรประมาณ 4,100 คน ยังไม่รวมประชากรแฝงที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากเป็นพื้นที่เศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยว มีโรงแรม รีสอร์ท ร้านอาหาร ส่งผลให้มีจำนวนขยะเพิ่มขึ้นตามจำนวนประชากรเช่นกัน ปัจจุบันมีปริมาณขยะเดือนละประมาณ 90 ตัน หรือเฉลี่ยตกวันละ 3 ตัน ค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการเดือนละกว่า 200,000 บาท ซึ่งประชาชนในพื้นที่ยังขาดการคัดแยกขยะที่ถูกหลักวิชาการสุขาภิบาลและการบริหารจัดการขยะยังไม่ดีพอ เทศบาลจึงได้ประสานความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ตลอดจนชุมชนต่างๆ จัดกิจกรรม “ทอดผ้าป่าขยะรีไซเคิล ธนาคารขยะเทศบาลตำบลบ้านกรูด” เพื่อเป็นการรณรงค์สร้างความรับรู้ความเข้าใจ และปลูกจิตสำนึกให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการลดปริมาณขยะและคัดแยกขยะเพื่อนำไปรีไซเคิล นำไปจำหน่าย เพื่อให้มีรายได้กลับคืนสู่ชุมชนอย่างยั่งยืนต่อไป ภายในกิจกรรมมีการมอบรางวัลบุคคลต้นแบบด้านสิ่งแวดล้อมและมีการลงนามบันทึกข้อตกลงด้านการบริหารจัดการขยะมูลฝอยร่วมกัน ระหว่างเทศบาลกับชุมชนต่างๆ สภ.ธงชัย วัด และโรงเรียนในเขตเทศบาล.

ณัฐธภพ พันสาย…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ มอบรางวัลการแข่งขันหุ่นยนต์ PKK Robot Game ครั้งที่ 1

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ มอบรางวัลการแข่งขันหุ่นยนต์ PKK Robot Game ครั้งที่ 1

วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2568 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานพิธีปิดและมอบถ้วยรางวัลโครงการส่งเสริมศักยภาพผู้เรียนด้วยเทคนิคหุ่นยนต์สมองกล ภายใต้ชื่อการแข่งขันหุ่นยนต์ PKK Robot Game ครั้งที่ 1 ชิงถ้วยผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ  จัดโดยโรงเรียนอนุบาลประจวบฯ มี พญ.บุษกร สวัสดิ์แสน นายกเหล่ากาชาดจังหวัด นายกมล แก้วเทศ นายกเทศมนตรีเมืองประจวบฯ นายชัย ชาตรูปไพศาล รองผู้อำนวยการ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาประจวบฯ เขต 1 นายวีระ รุ่งแจ้ง ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลประจวบฯ หัวหน้าส่วนราชการ คณะครู นักเรียนจากโรงเรียนต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดประจวบฯ ร่วมพิธี

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8 – 10 กุมภาพันธ์ 2568 เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนได้เรียนรู้และฝึกฝนกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ คณิตศาสตร์ รวมทั้งสร้างเครือข่ายแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างโรงเรียน โดยกิจกรรมในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ เป็นการให้ความรู้พื้นฐานการใช้งาน LEGO SPIKE Prime และแนะนำหลักสูตรการอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่องความสำคัญของหุ่นยนต์ในยุคปัจจุบัน คุณสมบัติและหลักการทำงานของ LEGO SPIKE Prime พร้อมกิจกรรมเวิร์กช็อป การประกอบหุ่นยนต์พื้นฐาน การโปรแกรมพื้นฐานด้วย Work Blocks การใช้งานเซ็นเซอร์ และกิจกรรมชาเลนจ์ ทดลองสร้างโปรแกรมหุ่นยนต์เดินตามเส้น

ส่วนในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ เป็นการพัฒนาหุ่นยนต์และการแก้ปัญหา มีกิจกรรมเวิร์กช็อป การโปรแกรมขั้นสูง การปรับปรุงหุ่นยนต์ให้เหมาะสมกับภารกิจ พร้อมภารกิจแก้โจทย์เฉพาะ เช่น การขนส่งวัตถุไปยังตำแหน่งเป้าหมาย หุ่นยนต์เดินตามเส้นหรือหลบหลีกสิ่งกีดขวาง โดยมีนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาจาก 17 โรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาประจวบฯ เขต 1 และเขต 2 โรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน และโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเทศบาลเมืองประจวบฯ เข้าร่วมการแข่งขัน จำนวน 20 ทีม

ผลปรากฏว่า โรงเรียนที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ ได้แก่โรงเรียนอนุบาลประจวบฯ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ โรงเรียนบ้านตำหรุ (วิงประชาสงเคราะห์) อ.ปราณบุรี และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ โรงเรียนอรุณวิทยา อ.ทับสะแก ส่วนรางวัลโค้ชยอดเยี่ยม ได้แก่ โรงเรียนบ้านทุ่งเคล็ด อ.เมืองประจวบฯ นอกจากนี้ ยังมีการมอบเหรียญรางวัลให้แก่ผู้เข้าแข่งขันทุกทีม โดยมีทีมที่ได้รับเหรียญทอง 14 ทีม และเหรียญเงิน 6 ทีม ท่ามกลางความดีใจของทีมที่ชนะเลิศการแข่งขันดังกล่าว.

Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

นักปั่นกว่า 600 คน เข้าร่วมแข่งขัน Hua Hin Championship Road Race 2025

นักปั่นกว่า 600 คน เข้าร่วมแข่งขัน Hua Hin Championship Road Race 2025

วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2568 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานกล่าวต้อนรับและปล่อยตัวนักกีฬาทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติกว่า 600 คน ที่เข้าแข่งขันรายการ “หัวหินชิงแชมป์ จักรยาน 2568” ที่หอประชุมที่ว่าการอำเภอหัวหิน จ.ประจวบฯ มีนายมนตรี มานิชพงษ์ ปลัดอำเภอหัวหิน นายจีรวัฒน์ พราหมณี ปลัดเทศบาลเมืองหัวหิน น.ส.จิราวรรณ บุญฤทธิ์ รอง ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานประจวบฯ นางวาสนา ศรีกาญจนา นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ นางเบญจมาส อ่วมสอาด ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการนักศึกษา มหาวิทยาลัยแสตมฟอร์ด มร.จอห์น ชูท์ส ประธานชมรมจักรยานหัวหิน คุณนุชสรา เล็กกุ ผู้จัดงาน และแขกผู้มีเกียรติให้การต้อนรับ

การแข่งขันหัวหินชิงแชมป์ จักรยาน 2568 จัดขึ้นเป็นครั้งแรกโดยได้รับการสนับสนุนอย่างดีจากภาครัฐและหน่วยงานต่างๆ เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่หัวหินและพื้นที่ใกล้เคียง สนับสนุนอำเภอหัวหินให้เป็นเป้าหมายของนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และยังช่วยการลดภาวะโลกร้อนโดยการใช้จักรยาน รวมถึงประชาสัมพันธ์แหล่งท่องท่องเที่ยวสำคัญในพื้นที่ให้นักปั่นได้สัมผัสวิถีชุมชนท้องถิ่น เพลิดเพลินกับเส้นทางที่เป็นธรรมชาติ เนินเขา วิวและอ่างเก็บน้ำโครงการพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่มีจุดถ่ายรูปอันสวยงาม โดยรายได้หลังจากหักค่าใช้จ่ายแล้ว ชมรมฯ จะมอบให้กับกิ่งกาชาดอำเภอหัวหินนำไปช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนต่อไป

การแข่งขันแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือระยะทาง 95 กิโลเมตร และประเภทปั่นท่องเที่ยว ระยะทาง 50 กิโลเมตร ชิงถ้วยรางวัลเกียรติยศ พร้อมเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 2 แสนบาท มีนักปั่นชาย หญิง มืออาชีพและสมัครเล่นทั้งชาวไทยและต่างชาติในพื้นที่และจากทั่วประเทศเข้าร่วมการแข่งขันกันเป็นจำนวนมาก โดยเริ่มออกจากที่ว่าการอำเภอหัวหิน แล้วกลับมายังจุดเดิม พร้อมกันนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ ได้ร่วมปั่นและมอบรางวัลให้กับผู้ชนะเลิศตการแข่งขันรายการนี้ด้วย.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ภูมิธรรมเปิดงานมหัศจรรย์ วันมวยไทย ดังไกลสู่ชาวโลก ส่งเสริมกีฬามวยไทยและการท่องเที่ยว

ภูมิธรรมเปิดงานมหัศจรรย์ วันมวยไทย ดังไกลสู่ชาวโลก ส่งเสริมกีฬามวยไทยและการท่องเที่ยว

เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2568 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานเปิดงานมหัศจรรย์ วันมวยไทย ดังไกลสู่ชาวโลก ประจำปี 2568 ที่อุทยานราชภักดิ์ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ พร้อมด้วยนายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ พลตรีพงษ์ศักดิ์ เอี่ยมพญา ผู้บัญชาการโรงเรียนนายสิบทหารบก หน่วยงานภาครัฐและเอกชนให้การต้อนรับ กิจกรรมประกอบด้วยการวางพานพุ่มดอกไม้สด ถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระบูรพกษัตริย์แห่งสยาม 7 พระองค์ พิธีถวายราชสักการะพระบรมรูปสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 (พระเจ้าเสือ) และถวายราชสักการะพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 พร้อมกันนี้ประธานในพิธีได้มอบของที่ระลึกให้กับหน่วยงานต่างๆ ที่สนับสนุนการจัดงานด้วย

จากนั้นชมการแสดง“รากเหง้าภูมิปัญญามวยไทย เกรียงไกรสู่ชาวโลก”จำนวน 3 องก์ ประกอบด้วยการแสดงย้อนประวัติศาสตร์รากเหง้าสู่ความยิ่งใหญ่มวยไทย ของบรรพบุรุษไทยโบราณที่ได้คิดค้น ฝึกฝนและพัฒนาการต่อสู้ด้วยมือเปล่าเพื่อใช้ในการป้องกันตัวและปกป้องประเทศชาติจากการทำศึกสงคราม การแปรรูปขบวนทหารเป็นตัวเลขไทย 323 เพื่อน้อมรำลึกถึงสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 (สมเด็จพระเจ้าเสือ) บิดามวยไทย ในโอกาสครบ 323 ปีแห่งวันขึ้นครองราชย์ และการแสดงศิลปะแม่ไม้มวยไทยและรำไหว้ครูอันงดงามยิ่งใหญ่ ประกอบแสง สี เสียง จากกำลังพลของกองทัพบกกว่า 2,000 คน และจุดพลุเฉลิมฉลองประเพณีมวยไทยอย่างยิ่งใหญ่ตระการตา ชมการแสดงแฟชั่นโชว์จากเยาวชนชุดมหัศจรรย์ มวยไทย เกรียงไกรสู่ชาวโลก โดยสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน – ชะอำ ร่วมกับ VARDA BY SINEE นิทรรศการประวัติศาสตร์มวยไทย กิจกรรมมวยไทย 4 ภาค และการจำหน่ายสินค้าอาหารท้องถิ่น โดยงานครั้งนี้ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศตลอดจนประชาชนจำนวนมาก

ตามที่รัฐบาลได้กำหนดให้วันที่ 6 กุมภาพันธ์ของทุกปี เป็นวันมวยไทย ซึ่งตรงกับวันเสวยราชสมบัติของสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 หรือพระเจ้าเสือ พระองค์ทรงมีพระปรีชาสามารถทางด้านมวยไทย เพื่อเป็นการสืบทอดศิลปะแม่ไม้มวยไทยไปยังคนรุ่นหลัง อีกทั้งยังเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของชาติไทยตราบมาจนถึงปัจจุบัน กองทัพบกจึงร่วมกับคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านกีฬา คณะกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ, จังหวัดประจวบฯ, กรมส่งเสริมวัฒนธรรม, การกีฬาแห่งประเทศไทยและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย รวมทั้งภาคเอกชน และส่วนราชการต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดประจวบฯ จัดงานมหัศจรรย์ วันมวยไทย ดังไกลสู่ชาวโลก ประจำปี 2568 ในวันที่ 5 – 6 กุมภาพันธ์ 2568 ณ อุทยานราชภักดิ์ อ.หัวหิน เพื่อเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกถึงสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 (สมเด็จพระเจ้าเสือ) องค์พระบิดามวยไทย ในโอกาสครบ 323 ปีแห่งวันขึ้นครองราชย์ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2568 เพื่อส่งเสริมให้มวยไทยเป็นกีฬาประจำชาติไทยและมรดกของชาติไทย เผยแพร่ประวัติศาสตร์ จารึกประเพณีวัฒนธรรมอันงดงามและเป็นสากล เพื่อให้กีฬามวยไทยให้เป็นที่รู้จักทั่วโลก และเพื่อต่อยอดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมโดยให้มวยไทยเป็นสื่อกลาง ให้อุทยานราชภักดิ์เป็นบ้านของมวยไทยที่คนไทยและนักท่องเที่ยวต้องมาเยือน.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

วัฒนธรรมประจวบฯ ขับเคลื่อนจัดประกวดสวดมนต์หมู่ทำนองสรภัญญะ

วัฒนธรรมประจวบฯ ขับเคลื่อนจัดประกวดสวดมนต์หมู่ทำนองสรภัญญะ

วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2568 นายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการ จังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดการประกวดสวดมนต์หมู่สรรเสริญพระรัตนตรัย ทำนองสรภัญญะ ประเภททีม 5 คน และการประกวดบรรยายธรรมประจำปี พ.ศ.2568 โดยมีนางกฤษณา แผ่แสงจันทร์ วัฒนธรรมจังหวัดประจวบฯ ผู้บริหารสถานศึกษา คณะครู นักเรียน ในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรม เพื่อส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมในสถานศึกษา ส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนได้ศึกษาหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา พร้อมทั้งสถานศึกษาของภาครัฐ เอกชน ศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ ได้มีส่วนร่วมในการส่งเสริมเผยแพร่หลักธรรมทางพระพุทธศาสนาให้แก่เด็กและเยาวชน และคัดเลือกนักเรียนที่จะเป็นตัวแทนของจังหวัดประจวบฯ เข้าร่วมการประกวดในระดับภาคคณะสงฆ์ อีกทั้งยังแสดงให้เห็นถึงพลังและการบูรณาการการดำเนินงานระหว่าง วัด หน่วยงาน และสถานศึกษา ซึ่งมีนักเรียน นักศึกษา และเยาวชน ที่เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาชาติบ้านเมืองต่อไปในอนาคต

โดยมีสถานศึกษา 25 แห่ง ในพื้นที่ประจวบฯ นำนักเรียนเข้าร่วมกิจกรรม แบ่งการประกวดเป็น 2 ประเภท ได้แก่ 1. การประกวดสวดมนต์หมู่สรรเสริญพระรัตนตรัย ทำนองสรภัญญะ ทีมละ 5 คน แยกเป็นระดับประถมศึกษา ประเภทหญิงล้วน 35 ทีม ระดับประถมศึกษา ประเภทชายล้วน 9 ทีม ระดับมัธยมศึกษา ประเกทหญิงล้วน 22 ทีม ระดับมัธยมศึกษา ประเภทชายล้วน 7 ทีม 2. การประกวดบรรยายธรรม 93 คน แบ่งเป็นระดับช่วงชั้นที่ 1 (ป.1 – ป.3) 26 คน ระดับช่วงชั้นที่ 2 (ป.4 – ป.6 ) 39 คน ระดับช่วงชั้นที่ 3 (ม.1 – ม.3) 16 คน ระดับช่วงชั้นที่ 4 (ม.4 – ม.6) 13 คน

สำหรับการประกวดในครั้งนี้ ได้รับการจัดสรรงบประมาณจากกรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม และได้รับความเมตตาจากพระธรรมวชิรสิทธาจารย์ เจ้าคณะภาค 15 เจ้าอาวาสวัดคลองวาฬ พระอารามหลวง ให้ความอนุเคราะห์สถานที่ อุปกรณ์เครื่องใช้ในการจัดกิจกรรมได้รับเมตตาจากคณะสงฆ์จังหวัดประจวบฯ และได้รับการสนับสนุนคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากหน่วยงานต่าง ๆ มาเป็นคณะกรรมการผู้ตัดสินการประกวดในครั้งนี้.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ เปิดศูนย์ประชาสัมพันธ์เครือข่ายท่องเที่ยว โดยชุมชนปากน้ำปราณ

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ เปิดศูนย์ประชาสัมพันธ์เครือข่ายท่องเที่ยว โดยชุมชนปากน้ำปราณ

วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2568 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดศูนย์ประชาสัมพันธ์เครือข่ายท่องเที่ยวโดยชุมชนปากน้ำปราณ ที่โรงแรมวินแดม หัวหิน ปราณบุรี รีสอร์ตแอนด์วิลล่า ต.ปากน้ำปราณ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบฯ มีนายราม สิงหโศภิษฐ์ นายอำเภอปราณบุรี น.ส.จิราวรรณ บุญฤทธิ์ รองผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานประจวบฯ นายนำลาภ อิ่มทั่ว นายก อบต.ปากน้ำปราณ นายโรดาน อีวาน ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมวินแดม หัวหิน ปราณบุรีฯ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายท่องเที่ยวชุมชนปากน้ำปราณ ให้การต้อนรับ พร้อมกันนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดได้เดินเยี่ยมชมบูธการแสดงกิจกรรมของชุมชน, นั่งรถซาเล้งท่องเที่ยววิถีชุมชน, ปลูกต้นไม้เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม, เปิดกิจกรรมวิ่งเพื่อสุขภาพของอำเภอปราณบุรี และร่วมถ่ายรูปที่ตาลสามต้น จุดแลนด์มาร์คสุดฮิตของปราณบุรี

สำหรับ ศูนย์ประชาสัมพันธ์เครือข่ายท่องเที่ยวโดยชุมชนปากน้ำปราณ ตั้งอยู่บนพื้นที่ 100 ตารางเมตร ภายในโรงแรมวินแดม หัวหิน ปราณบุรี รีสอร์ตแอนด์วิลล่า เพื่อใช้เป็นศูนย์ข้อมูลการท่องเที่ยวปากน้ำปราณ ร่วมกับเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนพัฒนาปากน้ำปราณ เครือข่ายวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวปากน้ำปราณ ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และวัฒนธรรม เป็นการกระจายรายได้สู่ชุมชน อีกทั้งยังเป็นศูนย์ประชาสัมพันธ์ให้บริการเรื่องข้อมูลท่องเที่ยวในพื้นที่, มีบริการซาเล้งทัวร์ (รถพ่วงข้างนั่งชมวิถีชุมชน), ล่องเรือแม่น้ำปราณบุรี แบบไปเช้าเย็นกลับ, จำหน่ายผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น รวมถึงประสานงานภาครัฐในการดูแลด้านความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวด้วย.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ Kick off เคาะประตูบ้าน “หยุดเผา หยุดฝุ่น เพื่อคุณ เพื่อเรา”ลดฝุ่น PM 2.5

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ Kick off เคาะประตูบ้าน “หยุดเผา หยุดฝุ่น เพื่อคุณ เพื่อเรา”ลดฝุ่น PM 2.5

วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2568 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดกิจกรรม “หยุดเผา หยุดฝุ่น เพื่อคุณ เพื่อเรา ชาวเมืองประจวบคีรีขันธ์” ที่บริเวณสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ร.9 หน้าศาลากลางจังหวัดประจวบฯ มี พญ.บุษกร สวัสดิ์แสน นายกเหล่ากาชาดจังหวัด นายประทีป บริบูรณ์รัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด นายกมล แก้วเทศ นายกเทศมนตรีเมืองประจวบฯ นายธนวัฒน์ เรืองเดช หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนทุกภาคส่วนร่วมกิจกรรม เพื่อสร้างความตระหนักในการร่วมมือกันแก้ปัญหาอย่างจริงจัง ด้วยการหยุดการเผาทุกชนิดในที่โล่งแจ้ง ป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน พร้อมการระดมฉีดพ่นละอองน้ำเพื่อลดปริมาณฝุ่นละอองในอากาศ

ทั้งนี้จังหวัดประจวบฯ ได้มีการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อทุกช่องทางอย่างต่อเนื่อง ขอความร่วมมือให้ประชาชนงดการเผาทุกชนิด และแจ้งให้ทราบถึงการดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดจากภาครัฐ หากพบการเผาในพื้นที่ใด จะมีการสอบสวนหาตัวผู้กระทำผิดทุกกรณี ประชาชนที่พบเห็นการลักลอบเผาขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่สายด่วน 199 หรือสายด่วน 191 เพื่อให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบจับกุมผู้กระทำผิดดำเนินคดีตามกฎหมาย.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

หัวหินตั้งรูปปั้นคนสู้ฉลาม ประติมากรรมเก่าแก่ของชาวหัวหิน แทนของเก่าที่ชำรุดให้เป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่

หัวหินตั้งรูปปั้นคนสู้ฉลาม ประติมากรรมเก่าแก่ของชาวหัวหิน แทนของเก่าที่ชำรุดให้เป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่

วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2568 นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน จ.ประจวบฯ พร้อมด้วยนายบุญเกิด อรรธนิศากร ประธานมูลนิธิสว่างหัวหินธรรมสถาน สมาชิกสภาเทศบาลฯ ผู้อำนวยการสำนักช่าง และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่บริเวณรูปปั้นคนสู้ฉลาม ขนาดความสูงประมาณ 1.90 เมตร ที่ถอดแบบมาจากรูปปั้นคนสู้ฉลาม ประติมากรรมเก่าแก่สัญลักษณ์ของหัวหินเกือบ 70 ปี ที่ชำรุดทรุดโทรมไปตามกาลเวลา และนำกลับมาปั้นแล้วตั้งใหม่บนโขดหินริมทะเล บริเวณเดิมที่ศาลเจ้าแม่ทับทิมหัวหิน ทางลงชายหาดหัวหิน เพื่อให้ชาวหัวหินและนักท่องเที่ยวได้ชื่นชม ได้ถ่ายภาพและเป็นจุดเช็คอิน ท่ามกลางนักท่องเที่ยวต่างชาติยืนดูด้วยความสนใจ พร้อมกันนี้เทศบาลเมืองหัวหินมีแนวทางในการปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณดังกล่าวให้นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติได้มาเยี่ยมชมธรรมชาติทะเลอันสวยงาม และได้ทราบเรื่องราวประวัติศาสตร์ของเมืองหัวหินต่อไป

นายบุญเกิด อรรธนิศากร กล่าวว่า เดิมทีรูปปูนปั้นคนสู้ฉลามมีมานานหลายสิบปีแล้ว โดยนำมาตั้งที่โขดหิน บริเวณศาลเจ้าแม่ทับทิมและชำรุดทรุดโทรมไปตามกาลเวลา จึงย้ายออก ต่อมามีการนำรูปปั้น “โผน กิ่งเพชร” มาตั้งแทนระยะหนึ่ง ก่อนย้ายรูปปั้นโผน กิ่งเพชร ไปตั้งยังสวนสาธารณะโผนกิ่งเพชรจนถึงปัจจุบัน และก่อนหน้านี้มีการประชุมร่วมกันหลายครั้ง ที่จะนำรูปปั้นคนสู้ฉลามกลับมาตั้งใหม่ แต่ด้วยเทศบาลหัวหินขาดงบประมาณ ผมจึงได้รวบรวมเงินจากคณะกรรมการศาลเจ้า ที่ได้จากการทำบุญของชาวบ้านเวลาจัดงานประจำปี รวมกับเงินส่วนตัวได้ประมาณ 359,000 บาท จ้างนักปั้นจากโคราชที่มีฝีมือ ปั้นขึ้นใหม่จากปูนซีเมนต์ ซึ่งสามารถป้องกันความเค็มของน้ำทะเล จะไม่มีเหล็กอยู่ภายใน เพราะถ้ามีเหล็กอาจจะเกิดการระเบิดหรือปะทุได้ จะเป็นเนื้อเรซิ่นหรือเนื้อพลาสติกผสมอยู่ จนแล้วเสร็จสมบูรณ์ ก่อนนำกลับมาตั้งที่เดิมเพื่อให้เป็นแลนด์มาร์คของนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวทะเลหัวหินได้ถ่ายภาพเก็บเป็นที่ระลึก.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ประจวบฯ เตรียมจัดงานประเพณีตักบาตรเที่ยงคืนพระอุปคุตริมทะเล แห่งเดียวในไทย

ประจวบฯ เตรียมจัดงานประเพณีตักบาตรเที่ยงคืนพระอุปคุตริมทะเล แห่งเดียวในไทย

วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2568 นายกมล แก้วเทศ นายกเทศมนตรีเมืองประจวบฯ เป็นประธานประชุมเตรียมความพร้อมร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ในการจัดงานประเพณีตักบาตรเพ็ญพุธแรก (หลวงปู่พระอุปคุตเที่ยงคืน) ประจำปี 2568 ณ ห้องประชุมชั้น 3 สำนักเทศบาลเมืองประจวบฯ

วันเพ็ญพุธ หรือวันเป็งปุ๊ด เป็นประเพณีตักบาตรเที่ยงคืน ซึ่งเป็นประเพณีของชาวล้านนาทางภาคเหนือ ในทุกปีที่มีวันขึ้น 15 ค่ำ ที่ตรงกับวันพุธ โดยไม่เจาะจงว่าต้องอยู่ในเดือนใด พระภิกษุสามเณรทุกรูปจะออกบิณฑบาตในตอนเที่ยงคืน เชื่อกันว่าหลวงปู่พระอุปคุต พระอรหันต์ผู้มีฤทธิ์มากจะออกจากการจำพรรษา เหาะขึ้นมาจากมหาสมุทร (หรือสะดือทะเล) โดยจะแปลงกายเป็นสามเณรน้อยออกมาโปรดสัตว์ ถ้าผู้ใดได้ใส่บาตรกับพระอุปคุตแล้ว บุคคลผู้นั้นจะเหลือกินเหลือใช้ ร่ำรวยเป็นเศรษฐี สุขภาพแข็งแรง รักยืนยาว บังเกิดแต่สิ่งดีที่เป็นสิริมงคลแก่ตนเอง

สำหรับในปีนี้ตรงกับวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2568 ตั้งแต่เวลา 00.01 น. โดยจะมีขบวนพระภิกษุ สามเณร จำนวน 40 รูป ออกรับบิณฑบาตข้าวสารอาหารแห้งจากพุทธศาสนิกชน เข้าแถวเรียงรายเป็น 2 แถว เริ่มจากกลางสะพานสราญวิถี มีขบวนชาวไทยเชื้อสายมอญแบกเสรียง ด้านบนมีรูปหล่อพระอุปคุตโบราณ ระยะทางกว่า 500 เมตร เป็นการจำลองการเดินทางของพระอุปคุตจากสะดือทะเล เพื่อออกมาบิณฑบาตในโลกมนุษย์ และมีความเชื่อว่าถ้าใครได้ใส่บาตรในวันเพ็ญพุธ จะได้รับอานิสงส์แรงกล้า โดยก่อนเริ่มขบวนพระอุปคุต หรือพระบัวเข็ม ผู้ปราบพญามาร มีกิจกรรมสวดมนต์อุปปาตะสันติคาถา เจริญสมาธิ แผ่เมตตา การเทศนาเรื่องพระอุปคุต รำขอพรพระอุปคุตจากนางรำกว่า 100 คน การเชิดพญานาคและพิธีลั่นกลองชัยถวายบูชาองค์หลวงปู่พระอุปคุต ซึ่งการตักบาตรเที่ยงคืนหน้าอ่าวประจวบฯ เป็นสถานที่เพียงแห่งเดียวในประเทศไทย ที่มีวิหารพระอุปคุต หันหน้าสู่ทะเลทางทิศตะวันออก และพุทธศาสนิกชนตักบาตรหน้าทะเล เสมือนรับพระอุปคุตขึ้นจากสะดือทะเล ตามความเชื่อของพุทธศาสนิกชน และทุกครั้งที่จัดงาน แรงศรัทธาจากพุทธศาสนิกชนจากทั่วสารทิศจะนำข้าวสารอาหารแห้งมาร่วมกันตักบาตรพระสงฆ์เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาและทำนุบำรุงพระศาสนา.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

อุทยานฯ กุยบุรี ซ้อมแผนเผชิญเหตุ พร้อมช่วยประชาชนจากภัยสัตว์ป่า

อุทยานฯ กุยบุรี ซ้อมแผนเผชิญเหตุ พร้อมช่วยประชาชนจากภัยสัตว์ป่า

วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2568 นายอนุชาติ อาจหาญ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี นำทีมเจ้าหน้าที่ อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ร่วมกับหน่วยกู้ภัยมูลนิธิหลวงพ่อในกุฏิ วัดกุยบุรี และ WWF ประเทศไทย จัดซ้อมแผนเผชิญเหตุกรณีสัตว์ป่าออกนอกพื้นที่ เพื่อเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือประชาชนและลดผลกระทบจากเหตุสัตว์ป่าเข้าพื้นที่ชุมชน

การฝึกซ้อมครั้งนี้มีการจำลองสถานการณ์ชาวบ้านได้รับบาดเจ็บจากการเผชิญหน้ากับสัตว์ป่า โดยเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี และหน่วยกู้ภัยเข้าช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน มีการปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำส่งโรงพยาบาล รวมถึงควบคุมสถานการณ์เพื่อป้องกันอันตรายเพิ่มเติมจากสัตว์ป่า

นายอนุชาติ อาจหาญ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี เปิดเผยว่า “การซ้อมแผนเผชิญเหตุช่วยให้เราสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งอุทยานแห่งชาติกุยบุรี หน่วยกู้ภัยและประชาชนในพื้นที่ หากเกิดเหตุจริง เราจะสามารถตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว ลดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน เป็นการเสริมความพร้อมของเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ทั้งนี้การฝึกซ้อมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการเชิงรุก ในการรับมือเหตุสัตว์ป่าออกนอกพื้นที่ โดยเน้นให้เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี มีทักษะในการปฏิบัติงานจริง และสามารถประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการจัดฝึกซ้อมลักษณะนี้จะมีอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทุกฝ่ายสามารถรับมือกับเหตุการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด” โดยการทำงานร่วมกัน ในลักษณะนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความปลอดภัยและความสมดุลระหว่างคนกับสัตว์ป่า.

พันธุ์พงษ์ โพธิ์จินดา…..รายงาน