Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

“วิว เยาวภา”สร้างเยาวชนไทยคว้าเหรียญ Brazillian Jujitsu นานาชาติ

“วิว เยาวภา”สร้างเยาวชนไทยคว้าเหรียญ Brazillian Jujitsu นานาชาติ

วันที่ 26 พฤศจิกายน 2566“วิว เยาวภา บุรพลชัย ฮีโร่เทควันโดโอลิมปิก ปี 2004 ซึ่งหันมาสนใจกีฬาต่อสู้ประเภทจับ ล็อก ปล้ำ (Grappling) หรือที่ปัจจุบันเรียกกันว่ายูยิตสู (Jujitsu) ได้พานักกีฬารุ่นจิ๋วจากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เข้าร่วมแข่งขัน Brazillian Jujitsu รายการ Siam Cup ที่ศูนย์การค้า Bravo Bkk กรุงเทพฯ พร้อมนักกีฬาจากสโมสร The Legend Arena เข้าร่วมแข่งขันทั้งหมด 6 คน ผลการแข่งขันมีดังนี้ 1. ดช.วาตะ เพิ่มทวี รุ่นอายุไม่เกิน 11 ปี ได้รับเหรียญทอง 2. ดญ.ไรวินทร์ เบอร์นิส รุ่นอายุไม่เกิน 13 ปี ได้รับเหรียญเงิน 3. ดญ.อังศุมาลิน เจริญยิ่ง รุ่นอายุไม่เกิน 11 ปี ได้รับเหรียญทองแดง 4. ดช.พงษ์ทิศา เขมานันทโกศล รุ่นอายุไม่เกิน 10 ปี ได้รับเหรียญทองแดง 5. ดญ.ปิยภัทร เกิดทอง รุ่นอายุไม่เกิน 8 ปี ได้เหรียญทองแดง และ 6. ดช.วาริ เพิ่มทวี รุ่นอายุไม่เกิน 6 ปี แพ้ฟาวล์รอบแรก

หลังการแข่งขัน ครูวิว เยาวภา และทีมผู้ฝึกสอน ได้ให้กำลังใจและแสดงความยินดีกับนักเรียนทุกคน ว่า “ไม่ว่าแพ้หรือชนะ เราได้ทำเต็มที่แล้ว ผู้แพ้อย่านึกเสียใจ แต่ให้มุ่งมั่นที่จะพัฒนาตนเอง แพ้ครั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าแพ้ตลอดไป ส่วนผู้ชนะให้เรียนรู้ความมีน้ำใจนักกีฬา การให้เกียรติผู้อื่น พร้อมฝึกฝนต่อไปด้วยจิตใจที่มุ่งมั่น และไม่ประมาทคู่ต่อสู้ในทุกๆ วินาที แพ้ชนะเป็นเรื่องของเกมกีฬา สำคัญที่สุดคือการฝึกฝนตนเองให้อดทน และมีวินัย พัฒนาตัวเองในทุกๆ วัน ซึ่งเป็นประโยชน์สูงสุดของการเล่นกีฬา ซึ่งเด็กไทยทุกคนควรได้รับการส่งเสริมเรื่องกีฬา เพราะจะทำให้สุขภาพแข็งแรง ไม่หมกมุ่นต่ออบายมุขและห่างจากหน้าจอด้วย เสียเหงื่อให้กีฬา ดีกว่าเสียน้ำตาให้ยาเสพติด” วิว เยาวภา กล่าวทิ้งท้าย

ปัจจุบัน วิว เยาวภา บุรพลชัย เป็นผู้บริหารศูนย์กีฬาเดอะเลเจนด์ อารีน่า ตั้งอยู่ชั้น 3 ศูนย์การค้าบลูพอร์ตหัวหิน โดยร่วมมือกับศูนย์การค้าบลูพอร์ตหัวหิน สร้างกิจกรรมศิลปะ ดนตรี กีฬา ให้กับเด็กเยาวชน และบุคคลทั่วไป โดยมีจุดมุ่งหมายสร้างสังคมกิจกรรมกีฬาและกิจกรรมสร้างสรรค์ให้กับจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และนักท่องเที่ยวที่สนใจ.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ประจวบฯ จัดกิจกรรมรณรงค์รวมพลังหยุดความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัว

ประจวบฯ จัดกิจกรรมรณรงค์รวมพลังหยุดความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัว

วันที่ 25 พฤศจิกายน 2566 นายองครักษ์ ทองนิรมล รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานเปิดโครงการรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัว ประจำปี พ.ศ.2566 ภายใต้แนวคิด “รวมพลังหยุดความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัว” ณ ลานอเนกประสงค์ศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีนางสุพัตรา ไพฑูรย์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวรายงาน เพื่อรณรงค์ เผยแพร่ประชาสัมพันธ์และสื่อให้เห็นถึงปัญหาของความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัว สร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและภาคีเครือข่าย มีส่วนร่วมในการดำเนินงานในลักษณะสหสาขาวิชาชีพ และร่วมป้องกัน แก้ไขปัญหา พร้อมสร้างเครือข่ายเฝ้าระวังปัญหาความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัว

กิจกรรมประกอบด้วยการติดเข็มกลัดริบบิ้นสีขาว แจกแผ่นพับประชาสัมพันธ์ เพิ่มเพื่อน ESS Help Me เดินรณรงค์จากศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ไปยังสะพานสราญวิถี (ถนนคนเดิน) มีหน่วยงาน One Home หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) เครือข่ายทีมสหวิชาชีพและเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม 180 คน.

เอกภพ วงษ์ประเสริฐ….รายงาน

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

กลับมาคึกคักอีกครั้ง ตลาดชุมชนชายแดนด่านสิงขร รองรับนักท่องเที่ยวช่วงเทศกาล

กลับมาคึกคักอีกครั้ง ตลาดชุมชนชายแดนด่านสิงขร รองรับนักท่องเที่ยวช่วงเทศกาล

วันที่ 25 พฤศจิกายน 2566 นายวิทยา เขียวรอด นายอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานเปิดตลาดชุมชนชายแดนด่านสิงขร ที่บริเวณอาคารโดม ศูนย์ประสานงานภาครัฐไทย – เมียนมา หมู่ 6 คุ้มไร่เครา บ้านด่านสิงขร ต.คลองวาฬ อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีนางสุคนธ์ สุขอนุเคราะห์ ประธานเครือข่าย OTOP อำเภอเมืองประจวบฯ กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การเปิดตลาด มีหัวหน้าส่วนราชการ พัฒนาการอำเภอ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง รวมไปถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธร ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) นายก อบต.คลองวาฬ กำนันผู้ใหญ่บ้าน และหน่วยงานในพื้นที่เข้าร่วม

ทั้งนี้ตลาดชุมชนชายแดนด่านสิงขร จัดขึ้นเป็นประจำทุกวันเสาร์และอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 08.00 – 18.00 น. มีสินค้า OTOP ของกินของใช้ ของฝาก สินค้าเกษตร สินค้าอาหารทะเลตากแห้ง รวมไปถึงเฟอร์นิเจอร์ไม้ กล้วยไม้นานาชนิด สินค้า และผลิตภัณฑ์ต่างๆ จากฝั่งประเทศเมียนมา สินค้าวัตถุมงคลของเก่าโบราณ เสื้อผ้าอาภรณ์ลวดลายพื้นเมืองต่างๆ ที่ชาวบ้านทั้งไทย และเมียนมา นำมาวางจำหน่าย

นายวิทยา เขียวรอด นายอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า การเปิดตลาดในครั้งนี้เป็นนโยบายของกระทรวงมหาดไทยและจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในการสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ส่งเสริมด้านการค้าการท่องเที่ยวชายแดนกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับประชาชนในพื้นที่ อีกทั้งเพื่อเป็นการรองนักท่องเที่ยวที่เข้ามาท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลต่างๆ รวมถึงผู้ที่ขับรถสัญจรผ่านจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้แวะเที่ยวชมและเลือกซื้อสินค้าของฝาก หลังจากที่ตลาดการค้าชายแดนด่านสิงขรแห่งนี้ถูกปิดจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 และปัจจุบันฝั่งไทยเปิดด่านชายแดนแล้ว แต่ฝั่งประเทศเมียนมา ยังไม่ได้เปิดด่านให้สามารถเดินทางเข้าออกได้ เนื่องจากสถานการณ์ชายแดนของประเทศเมียนมายังไม่สงบ จึงทำให้พ่อค้าแม่ค้าที่มาจำหน่ายสินค้าบริเวณตลาดแห่งนี้ส่วนใหญ่เป็นคนไทย และมีชาวเมียนมา ที่เข้ามาอยู่ฝั่งไทยอย่างถูกต้อง และไม่ได้กลับประเทศหลังจากมีการปิดด่านชายแดน ได้นำสินค้ามาจำหน่ายด้วยส่วนหนึ่ง คาดว่าหลังจากนี้สภาพการค้าชายแดนบริเวณจุดนี้น่าจะมีแนวโน้มดีขึ้นเรื่อยๆ ตามลำดับ ซึ่งจะทำให้มีเงินหมุนเวียนในพื้นที่หลายล้านบาท

นางมิมิ ชาวเมียนมา อายุ 38 ปี แม่ค้าจำหน่ายสินค้าเมียนมา เปิดเผยว่า ตนมีสามีเป็นคนไทย มีครอบครัวอยู่ฝั่งไทย มีพาสปอร์ตอนุญาตให้อยู่ในประเทศไทย เข้ามาจำหน่ายสินค้าที่บริเวณนี้ตั้งแต่เริ่มเปิดตลาดใหม่ช่วงแรกๆ และต่อมาเกิดสถานการณ์โควิด – 19 ตนก็ยังเปิดร้านขายเหมือนเดิม เพราะต้องนอนอยู่ฝั่งไทย ไม่สามารถเดินทางกลับไปยังประเทศเมียนมาได้ เพราะด่านชายแดนปิด ส่วนสินค้าต่างๆ ที่นำมาขาย นำมาจากจังหวัดระนอง ด่านเจดีย์สามองค์ และราชบุรี หลังจากมีการเปิดตลาด จะมีเพื่อนชาวเมียนมา ที่อยู่มหาชัย นำสินค้ามาร่วมจำหน่าย ส่วนพืชผลทางการเกษตรของฝั่งเมียนมา ไม่สามารถนำข้ามฝั่งมาขายได้ แต่จะมีพืชผลบางส่วนที่ชาวเมียนมาปลูกเองอยู่ฝั่งไทยนำมาวางขายแทน

นายวีนัส อายุ 60 ปี ผู้ประกอบการจำหน่ายสินค้าเฟอร์นิเจอร์ไม้ กล่าวว่า ตนเปิดร้านอยู่บริเวณนี้มา 10 กว่าปี ก่อนหน้านี้ที่ด่านชายแดนเปิดให้คนพม่าข้ามฝั่งมาซื้อสินค้าฝั่งนี้ได้ และนำสินค้าจากฝั่งเมียนมา มาขายฝั่งไทยได้ ทำให้ตลาดแห่งนี้คึกคัก และมียอดขายดีมาก ต่อมาช่วงเปลี่ยนรัฐบาลและเกิดสถานการณ์โควิด – 19 ยอดขายของร้านตนทรงตัว และการเปิดตลาดนัดชุมชนครั้งนี้ มีเฉพาะพ่อค้าแม่ค้าและสินค้าฝั่งไทยเท่านั้น เกรงว่าพ่อค้าแม่ค้าตลาดนัดที่มาขายจะอยู่ไม่ได้ เนื่องจากไม่มีชาวเมียนมา ข้ามมาจับจ่ายซื้อของ จึงอยากให้พ่อค้าแม่ค้าตลาดนัด อดทนไปสักระยะ แล้วเมื่อมีการเปิดด่านชายแดนสิงขร คาดว่าเศรษฐกิจการค้าขายจะดีกว่านี้ และอาจกลับไปคึกคักฟื้นตัวเหมือนเดิม.

เอกภพ วงษ์ประเสริฐ….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เริ่มแล้วงานประเพณีลอยกระทงสุดยิ่งใหญ่ ที่บลูพอร์ตหัวหิน

เริ่มแล้วงานประเพณีลอยกระทงสุดยิ่งใหญ่ ที่บลูพอร์ตหัวหิน

วันที่ 25 พฤศจิกายน 2566 น.ส.วจี กลมเกลี้ยง กรรมการ บริหารบริษัท หัวหินแอสเสท จำกัด เปิดเผยว่า บลูพอร์ตหัวหิน ร่วมกับพันธมิตร จัดงานเทศกาลลอยกระทงสุดยิ่งใหญ่ “Touch of Thainess , Loi Kratong Festival” สัมผัสความเป็นไทยไปกับเทศกาลลอยกระทง สนุกสนานไปกับการชม ชิม และช้อปสินค้าชุมชนพื้นถิ่นในโซนพราวไทย บริเวณลานทางเข้า ชั้น G ที่ บลูพอร์ต หัวหิน โดยตลอดกิจกรรมได้มีการให้ความรู้ และคำแนะนำ ซึมซับวิถีชีวิต ประเพณีและวัฒนธรรมต่างๆ ที่สำคัญบรรยากาศโดยรอบถูกตกแต่งด้วยความงามแบบไทยๆ ที่บลูพอร์ตหัวหิน มุ่งเน้นการใช้ประเพณีไทยให้เป็น Soft Power ดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติ และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของไทย เนื่องจาก ประเพณีลอยกระทง เป็นอีกหนึ่งประเพณีไทย ที่ได้รับการยอมรับจากสากล เป็นที่รู้จักในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นอย่างดี

ภายในงานยังมีกิจกรรมอื่นๆ อาทิเช่น นิทรรศการแสดงประวัติความเป็นมาวิวัฒนาการของประเพณีลอยกระทง การแต่งกายชุดไทย และการรื่นเริงต่างๆในเทศกาลลอยกระทง การแสดงการละเล่นแบบไทย รำวง รำกลองยาว บรรเลงดนตรีไทยร่วมสมัย การสาธิตการนุ่งห่มอย่างไทยในรูปแบบต่างๆ ที่สำคัญภายในงานยังมีบริการเช่าชุดไทย พร้อมถ่ายรูปเช็คอินบรรยากาศแบบไทยๆ โดยในงานมีผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์อยุธยาและเครื่องแต่งกาย มาแต่งให้ พิเศษสุด !!! สิทธิพิเศษ เฉพาะลูกค้าบลูพอร์ตหัวหิน ช้อปครบ 3,000 บาท รับสิทธิ์เช่าชุดฟรี 3 ชั่วโมง จนถึงวันที่ 27 พฤศจิกายน 2566 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร.032 – 905111 เฟซบุ๊ก : Bluport Hua Hin Official หรือ Line : @Bluport.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

“น้องแชมป์”วัย 9 ขวบ คว้าตำแหน่งหนูน้อยวัฒนธรรมหัวหิน”ปี 66

“น้องแชมป์”วัย 9 ขวบ คว้าตำแหน่งหนูน้อยวัฒนธรรมหัวหิน”ปี 66

วันที่ 25 พฤศจิกายน 2566 นายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน เป็นประธานเปิดงานประกวดหนูน้อยวัฒนธรรม ประจำปี 2566 ที่ชั้น 3 ศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจ หัวหิน จ.ประจวบฯ มีนางกฤษณา แผ่แสงจันทร์ วัฒนธรรมจังหวัดประจวบฯ นางลิษา อึ้งเห่ง ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอหัวหิน นางอุษา พวงวลัยสิน นายกกิ่งกาชาดอำเภอหัวหิน นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม อุปนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน – ชะอำ นายอมรเทพ อ่วมมีเพียร ผู้จัดการทั่วไป ศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจ หัวหิน ผู้ปกครองและแขกผู้มีเกียรติจำนวนมากเข้าร่วมงาน

นางลิษา อึ้งเห่ง ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอหัวหิน กล่าวว่า สภาวัฒนธรรมอำเภอหัวหิน ร่วมกับศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจหัวหิน จัดโครงการส่งเสริมสนับสนุนการอนุรักษ์ฟื้นฟูขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่นขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการสืบสาน รักษาต่อยอด ส่งเสริมสนับสนุน เผยแพร่และอนุรักษ์ศิลปะวัฒนธรรมไทยรุ่นสู่รุ่น พร้อมทั้งจัดกิจกรรมประกวดหนูน้อยวัฒนธรรมขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้มีส่วนร่วมในการแสดงออกถึงศิลปะวัฒนธรรมไทย โดยรูปแบบผู้เข้าประกวดแต่งกายชุดไทยสมัยสุโขทัย อยุธยา รัตนโกสินทร์ หรือชุดที่แสดงถึงการอนุรักษ์ศิลปะวัฒนธรรมไทย รอบแรกเป็นการประกวดในชุดไทยสมัยต่างๆ รอบที่สอง การแสดงความสามารถพิเศษที่แสดงออกถึงศิลปะวัฒนธรรมไทยและความเป็นไทยของหนูน้อย มีผู้ปกครองสนใจส่งบุตรหลานอายุระหว่างอายุ 6 – 9 ขวบ เข้าประกวดจำนวนทั้งสิ้น 18 คน

ภายหลังการตัดสินจากกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 4 ท่าน นานร่วม 3 ชั่วโมง ชนะเลิศหนูน้อยวัฒนธรรมอำเภอหัวหิน ได้แก่“น้องแชมป์” ด.ช.ปัณณกร ทองมาลี อายุ 9 ขวบ นักเรียนชั้น ป.3 โรงเรียนสมถวิลหัวหิน ได้รับเงินรางวัล 5,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล มงกุฎและสายสะพาย, รองอันดับ 1 ด.ญ.พัฒน์ณิชา พาณิชวัฒนา รับเงินรางวัล 4,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล สายสะพาย, รองอันดับ 2 ด.ญ.โสรดา เรืองศาสตร์ รับเงินรางวัล 3,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล สายสะพาย, รางวัลชมเชยอันดับ 1 ด.ญ.ทิพย์มณี สถาพรดำรงค์ อันดับ 2 ด.ช.ณัฐพัชร์ นิธิกุลภูวรัตน์ ได้รับเงินรางวัลคนละ 1,000 บาท, รางวัลหนูน้อยวัฒนธรรมขวัญใจมวลชน ด.ช.ธนากร แก้วพิทักษ์ รับเงินรางวัล 5,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัลและสายสะพาย, รางวัลการแสดงศิลปะวัฒนธรรมยอดเยี่ยม ด.ช.ณัฐพัชร์ นิธิกุลภูวรัตน์ รับเงินรางวัล 2,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัลและสายสะพาย ท่ามกลางความดีใจของผู้ปกครองเด็กๆ ที่มาร่วมงาน.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

หัวหินวางพวงมาลาน้อมรำลึก ร.6 เนื่องในวันวชิราวุธ

หัวหินวางพวงมาลาน้อมรำลึก ร.6 เนื่องในวันวชิราวุธ

วันที่ 25 พฤศจิกายน 2566 นายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน เป็นประธานในพิธีวางพวงมาลาและถวายราชสดุดีพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 เนื่องในวันวชิราวุธ เพื่อน้อมรำลึกถึงวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระผู้พระราชทานกำเนิดลูกเสือไทย (ปีที่ 98) โดยมีผู้บังคับบัญชาลูกเสือ – เนตรนารี และกองลูกเสือ – เนตรนารีทุกโรงเรียนในเขตเทศบาลเมืองหัวหินเข้าร่วมในพิธีที่โรงเรียนหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมกันนี้ประธานในพิธีได้มอบเกียรติบัตรผู้บังคับบัญชาลูกเสือดีเด่นด้วย

วันวชิราวุธ ตรงกับวันที่ 25 พฤศจิกายนของทุกปี หรือเดิมเรียกกันว่า“วันวชิราวุธานุสรณ์”เป็นวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ในลำดับที่ 6 แห่งบรมราชจักรีวงศ์ เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2423 ทรงเป็นพระราชโอรสพระองค์ที่ 24 ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและพระองค์ที่ 2 ในสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพระพันปีหลวง ได้รับพระราชทานพระนามว่าสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ เมื่อทรงพระชนมายุได้ 8 พรรษา ได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นสมเด็จเจ้าฟ้ากรมขุนเทพทวาราวดี ทรงมีพระเกียรติยศเป็นชั้นที่ 2 รองจากสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงจัดตั้งกองเสือป่าขึ้นเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2454 มีจุดมุ่งหมายเพื่อฝึกอบรมข้าราชการ พ่อค้า คหบดี ให้ได้รับการฝึกหัดอย่างทหาร เพื่อให้เป็นราษฎรที่เข้มแข็ง มีคุณภาพ และส่งเสริมความสามัคคี โดยเหล่าเสือป่าจะมีหน้าที่ในการรักษาความสงบทั่วไปในเมือง ขณะเดียวกันได้ทรงก่อตั้งกองลูกเสือขึ้นที่โรงเรียนมหาดเล็กหลวง เพื่อฝึกให้เยาวชนมีความเข้มแข็ง อดทน เสียสละ สามัคคี ดังที่ได้พระราชทานคติพจน์ให้แก่คณะลูกเสือว่า “เสียชีพอย่าเสียสัตย์” และดังพระราชนิพนธ์บทละครพูดเรื่อง หัวใจนักรบ และความดีมีไชย ที่แสดงให้เห็นว่าพระองค์ทรงให้ความสำคัญกับบทบาทและหน้าที่ของลูกเสือ ตลอดระยะเวลาที่ทรงครองราชย์ พระองค์ทรงประกอบพระราชกรณียกิจที่เป็นประโยชน์อย่างมากมายมหาศาลต่อประเทศชาติ ทั้งด้านคมนาคม การปกครอง รวมทั้งด้านศิลปวัฒนธรรม ด้านวรรณคดี จนถึงวันที่ 25 พฤศจิกายน 2468 จึงเสด็จสวรรคตด้วยโรคพระโลหิตเป็นพิษ ขณะทรงมีพระชนมายุ 45 พรรษาเศษ เสด็จดำรงสิริราชสมบัติรวม 15 ปี.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ชาวบ้านผวา ร้องตำรวจชุดปะ ฉะ ดะ ตรวจเข้มวัยรุ่นรวมกลุ่ม หวั่นซ้ำรอยครูเจี๊ยบถูกลูกหลงปืนดับ

ชาวบ้านผวา ร้องตำรวจชุดปะ ฉะ ดะ ตรวจเข้มวัยรุ่นรวมกลุ่ม หวั่นซ้ำรอยครูเจี๊ยบถูกลูกหลงปืนดับ

วันที่ 24 พฤศจิกายน 2566 พ.ต.อ.ไพฑูล พรมเขียน ผกก.สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ ได้ปล่อยแถวเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการ ปะ ฉะ ดะ ซึ่งตั้งขึ้นตามนโยบายของ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร.พร้อมด้วย พล.ต.ท.นัยวัฒน์ ผะเดิมชิต ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ที่ได้มีนโยบายให้สถานีตำรวจภูธรในสังกัดจัดตั้งเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ ปะ ฉะ ดะ เพื่อเป็นการป้องปรามอาชญากรรม และสร้างความอบอุ่นใจให้กับประชาชนในการดำเนินชีวิต โดยเน้นเป็นการทำงานแบบเชิงรุกด้านการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม โดยมีการจัดตั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจชุด ปะ ฉะ ดะ ผลัดละ 6 นาย ออกตรวจตราลาดตระเวนเฝ้าระวังตามจุดเสี่ยงต่างๆ ที่คาดว่าโจรจะใช้เป็นเส้นทางผ่าน และในจุดที่กลุ่มวัยรุ่นมีการมั่วสุมกันเป็นจำนวนมาก ร่วมกับเจ้าหน้าที่สายตรวจฝ่ายปราบปราม เพื่อป้องกันเหตุ

ขณะที่ชุดปฏิบัติการ ปะ ฉะ ดะ ออกปฏิบัติหน้าที่ตรวจตราลาดตระเวน ตามจุดเสี่ยงและสถานที่ท่องเที่ยวริมหาด หมู่บ้าน ชุมชน กลุ่มเป้าหมาย รวมไปถึงในจุดที่ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามักมีกลุ่มวัยรุ่นนิยมมารวมตัวกันเป็นจำนวนมากเกือบทุกคืน ทำให้ชาวบ้านหวาดกลัว หวั่นเกิดเหตุทะเลาะวิวาทกันแล้วทำให้ชาวบ้านได้รับลูกหลงถูกกระสุนปืนเสียชีวิต เกรงเกิดเหตุซ้ำรอยแบบครูเจี๊ยบที่ถูกลูกหลงอาวุธปืนจากเหตุเด็กช่างยิงกัน

จากการสอบถามจากชาวบ้าน เล่าว่ามีกลุ่มวัยรุ่นมักจะมารวมตัวกันเป็นจำนวนมาก ช่วงเวลาประมาณ ตี 2 ตี 3 เกือบทุกคืน เด็กวัยรุ่นบางคนยังไม่ได้ถอดเครื่องแบบนักเรียนเลย ถึงแม้ว่ายังไม่ได้ก่อเหตุสร้างปัญหาให้กับชาวบ้าน แต่ชาวบ้านก็หวาดกลัว เกรงจะถูกลูกหลงเวลาเกิดเหตุทะเลาะวิวาทกัน เนื่องจากกลุ่มวัยรุ่นที่มารวมตัวมาจากสถานที่อื่น ไม่ใช่เด็กวัยรุ่นในหมู่บ้าน จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจเยี่ยมดูแลความปลอดภัยให้กับชาวบ้านทุกคืน เพราะกลุ่มวัยรุ่นมักจะมารวมกลุ่มกันเกือบทุกคืน มาดูได้ช่วงเวลาประมาณ ตี 3 เจอแน่นอน

พ.ต.อ.ไพฑูล พรมเขียน ผกก.สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า โครงการ ปะ ฉะ ดะ เป็นนโยบายของ พล.ต.ท.นัยวัฒน์ ผะเดิมชิต ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ที่ให้ตำรวจแต่ละโรงพักจัดชุดเสริม โดยใช้เจ้าหน้าที่ตำรวจจากฝ่ายธุรการ เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรและเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่แล้วมาเสริมในช่วงเวลาที่อาจจะมีอาชญากรรมช่วงกลางคืน ก่อนและหลังเที่ยงคืน ออกตรวจผลัดละ 3 ชั่วโมง โดยเป็นการนั่งรถสายตรวจออกลาดตระเวน เมื่อพบวัยรุ่นหรือบุคคลต้องสงสัยขับรถผ่านมา หรือนั่งรวมกลุ่มมั่วสุมดื่มสุรากันจำนวนมาก ก็จะเรียกขอตรวจค้น รวมไปถึงสถานบริการ และจุดที่มืดอับที่คาดว่าโจรจะก่อเหตุ หรือใช้เป็นเส้นทางผ่าน โดยจะเปิดสัญญาณไฟ และตั้งจุดเรียกตรวจรถต้องสงสัยที่คาดว่าจะก่อเหตุ เน้นอาวุธปืนและยาเสพติด เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้คนร้ายไปก่อเหตุได้ ซึ่งนโยบายของผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ที่ไม่ต้องการให้ยาเสพติดและอาวุธปืนมาอยู่บนท้องถนน ต้องการให้ตำรวจครองถนนให้ได้ โดยจัดชุด ปะ ฉะ ดะ เพื่อยึดครองถนนตรวจค้นอาวุธปืนและยาเสพติด เน้นออกตรวจลาดตระเวนแบบพบเหตุซึ่งหน้า แต่ไม่เน้นตั้งด่าน อยากฝากถึงพี่น้องประชาชนช่วงนี้ ในพื้นที่ สภ.เมือง เกิดเหตุรถจักรยานยนต์หายบ่อยครั้ง อยากขอให้ประชาชนจอดรถจักรยานยนต์แล้วล็อคคอ ถอดกุญแจเก็บให้เรียบร้อย อย่าเสียบกุญแจคารถไว้ มิฉะนั้นคนร้ายจะก่อเหตุลักขโมยรถไปได้โดยง่าย ซึ่งตำรวจตามจับจะเกิดความยากลำบาก หรือล่าช้า อยากให้ประชาชนช่วยป้องกันตัวเองด้วย พ.ต.อ.ไพฑูล กล่าว.

เอกภพ วงษ์ประเสริฐ….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เปิดเทอมแล้ว “วิ’ลัย วัยหวาน” เทศบาลหัวหินสอนผู้สูงวัยทำกระทงจากวัสดุธรรมชาติใช้ลอยกระทงปีนี้

เปิดเทอมแล้ว “วิ’ลัย วัยหวาน” เทศบาลหัวหินสอนผู้สูงวัยทำกระทงจากวัสดุธรรมชาติใช้ลอยกระทงปีนี้

วันที่ 24 พฤศจิกายน 2566 น.ส.ไพลิน กองพันธ์ รองนายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน จ.ประจวบฯ เป็นประธานเปิดโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตและเตรียมความพร้อมเข้าสู่วัยผู้สูงอายุ “โรงเรียน วิ’ลัย วัยหวาน รุ่นที่ 6” มี น.ส.บุษบา โชคสุชาติ รองนายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน นายจีรวัฒน์ พราหมณี ปลัดเทศบาล คณะผู้บริหารเทศบาล นักเรียนผู้สูงอายุวิ’ลัย วัยหวาน จำนวน 200 คนและเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมกิจกรรมที่ชั้น 6 สำนักงานเทศบาลเมืองหัวหิน โดยการเปิดภาคเรียนในวันนี้เป็นกิจกรรมฝึกอาชีพสอนทำกระทงจากขนมข้าวโพด มี น.ส.ปิยภรณ์ พูลน้อย และ น.ส.ปวรรณรัตน์ คงรัมย์ บรรณารักษ์ปฏิบัติการห้องสมุดประชาชนอำเภอหัวหิน เป็นวิทยากร ทำกระทงรักษ์โลกที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม เพื่อที่จะให้นักเรียนวิ’ลัย วัยหวาน ทุกคนนำกระทงที่ทำ ไปลอยกระทงในเทศกาลลอยกระทงที่จะถึงนี้ ทำให้นักเรียนผู้สูงอายุมีความภาคภูมิใจในผลงานของตนเอง ส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีอาชีพ มีรายได้ด้วยการฝึกอาชีพ เป็นการลดปัญหาภาวะซึมเศร้า ภาวะติดบ้าน และภาวะติดเตียง

โรงเรียนผู้สูงอายุ วิ’ลัย วัยหวาน จัดโดยกองสวัสดิการสังคม เทศบาลเมืองหัวหิน เป็นรุ่นที่ 6 แล้ว ที่ผ่านมาตั้งแต่รุ่นที่ 1 – 5 พบว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก โดยกำหนดจัดการเรียนการสอนเดือนละหนึ่งครั้งในทุกวันศุกร์สุดท้ายของเดือน เริ่มเรียนครั้งแรกในวันที่ 24 พฤศจิกายน 2566 เวลา 08.00 – 15.00 น. รวมระยะเวลาทั้งสิ้น 8 สัปดาห์ ซึ่งเมื่อเรียนตามกำหนดแล้วจะมีพิธีรับใบประกาศนียบัตรให้กับผู้เข้าเรียนทุกคน.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เจ้าคณะจังหวัด อบรมคุณธรรมจริยธรรมให้กับนักศึกษา มทร.รัตนโกสินทร์ วังไกลกังวล

เจ้าคณะจังหวัด อบรมคุณธรรมจริยธรรมให้กับนักศึกษา มทร.รัตนโกสินทร์ วังไกลกังวล

วันที่ 24 พฤศจิกายน 2566 พระเทพวชิรสุธี เจ้าคณะจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (ธรรมยุต) เจ้าอาวาสวัดธรรมิการามวรวิหาร เป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม การอบรมธรรมศึกษา ประจำปีการศึกษา 2566 ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ วิทยาเขตวังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ จัดโดยคณะอุตสาหกรรมการโรงแรมและการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ วิทยาเขตวังไกลกังวล มีรองศาสตราจารย์วิวรณ์ วงศ์อรุณ คณบดีคณะอุตสาหกรรมการโรงแรมและการท่องเที่ยว, อาจารย์ปิยวรรณ สันติแก้ว รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา, ดร.ลิษา อึ้งเห่ง ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอหัวหิน, แม่ชีพธู ฮวดหิน วัดสุขสำราญ, นางยุวนิตย์ ศรศิลป์ ผู้อำนวยการสถานีวิทยุโทรทัศน์การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ในพระบรมราชูปถัมภ์ คณาจารย์ บุคลากร และแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมในพิธี

รองศาสตราจารย์วิวรณ์ วงศ์อรุณ กล่าวว่า จุดมุ่งหมายวัตถุประสงค์โครงการนี้คือ 1.เพื่อส่งเสริมความรู้ด้านคุณธรรมจริยธรรมให้แก่นักศึกษาและสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้ 2.เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้การศึกษาพระพุทธศาสนาให้แก่นักศึกษา 3.เพื่อให้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน และ 4.เพื่อเข้าร่วมสอบธรรมสนามหลวง ชั้นตรี โท เอก ระดับอุดมศึกษา ประจำปีการศึกษา 2566 โดยจัดขึ้นจำนวน 3 วัน มีนักศึกษาชั้นปีที่ 1 และบุคลากรเข้าร่วมการอบรมทั้งสิ้น 129 คน ดำเนินโครงการโดยฝ่ายงานกิจการนักศึกษา และคณะกรรมการสโมสรนักศึกษาประจำปีการศึกษา 2566

โอกาสนี้ รองศาสตราจารย์วิวรณ์ วงศ์อรุณ และคณะ ได้มอบช่อดอกไม้แสดงความยินดีกับ ดร.ลิษา อึ้งเห่ง ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอหัวหิน ที่ได้รับปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการท่องเที่ยว คณะอุตสาหกรรมการโรงแรมและการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ วิทยาเขตวังไกลกังวล ประจำปี 2565 จากนายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี คลองหก จังหวัดปทุมธานี เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายนที่ผ่านมา.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

รปภ.หนุ่มเครียด ผูกคอตายภายในวัดหัวหิน

รปภ.หนุ่มเครียด ผูกคอตายภายในวัดหัวหิน

เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 24 พฤศจิกายน 2566 พ.ต.ต.นฤพนธ์ พฤตินนท์ สว.สอบสวน สภ.หัวหิน จ.ประจวบฯ รับแจ้งมีคนผูกคอตายภายในวัดหัวหิน เขตเทศบาลเมืองหัวหิน จึงรายงานให้ พ.ต.อ.หงส์พรหม วิศิษฐ์ชนะชัย ผกก.สภ.หัวหิน ทราบ จากนั้นพร้อมด้วยแพทย์โรงพยาบาลหัวหิน ชุดสืบสวน และมูลนิธิสว่างหัวหินธรรมสถาน รุดไปยังที่เกิดเหตุภายในโรงทึม ติดศาลาสวดศพ พบศพชายวัยกลางคนนั่งเหยียดยาว ใช้เชือกพลาสติกผูกคอติดกับขอบเหล็กเวทีที่ตั้งซ้อนกัน สภาพศพขึ้นอืด มีหนอนไต่ส่งกลิ่นเหม็นทั่ว คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 3 วัน ตรวจดูภายในกระเป๋าสะพายสีแดงด้านหลัง พบโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง บัตรประชาชน บัตร รปภ.และซองยา ระบุชื่อนายอุบล ฝอดสูงเนิน อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 53 หมู่ 7 ต.โป่งน้ำร้อน อ.คลองลาน จ.กำแพงเพชร จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ก่อนนำศพส่งยังโรงพยาบาลหัวหิน ให้แพทย์ชันสูตรอีกครั้ง

จากการสอบถามนายวิจิตร์ ภู่น้อย อายุ 51 ปี ผู้ดูแลศาลาสวดศพ เล่าว่าก่อนหน้านั้นได้กลิ่นเน่าเหม็นโชยมา คิดว่าเป็นกลิ่นศพจากโรงทึมที่ติดกัน เลยไม่ได้สนใจ จนกระทั่งกลิ่นเหม็นเริ่มแรงมาก จึงเดินตรวจดูจนพบศพดังกล่าว ส่วนสาเหตุคาดว่าน่าจะเกิดความเครียดจากเรื่องส่วนตัวหรือโรคประจำตัว ซึ่งจะได้ติดต่อญาติผู้ตายมาสอบปากคำอีกครั้งต่อไป.