Categories
ข่าว ทั้งหมด

ยุติธรรมประจวบฯ ติดตามผลศูนย์ยุติธรรมชุมชน ลดความเหลื่อมล้ำชาวบ้านในพื้นที่

ยุติธรรมประจวบฯ ติดตามผลศูนย์ยุติธรรมชุมชน ลดความเหลื่อมล้ำชาวบ้านในพื้นที่

วันที่ 13 มีนาคม 2569 นายปิยชาติ ไฮ้คง หัวหน้ากลุ่มอำนวยความยุติธรรมและนิติการ สำนักงานยุติธรรมจังหวัดประจวบฯ รับมอบหมายจากนางพรโพยม นาคน้อย รักษาการยุติธรรมจังหวัด เป็นประธานเปิดโครงการนิเทศ ติดตามผลการดำเนินงาน และพัฒนาศักยภาพศูนย์ยุติธรรมชุมชนจังหวัดประจวบฯ ปีงบประมาณ 2569 ที่ห้องเกาะหลัก ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัด มี น.ส.บุษธัญญา ศังขะภูติ นักวิชาการยุติธรรม สำนักงานยุติธรรมจังหวัด กล่าวรายงาน ทั้งนี้มี พ.ต.ท.สัญญา เย็นใส อัยการอาวุโส สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดประจวบฯ นายบรรพต เพิ่มพูน นักวิชาการยุติธรรม และ น.ส.ชนม์นิภา ชาวดร นิติกร สำนักงานยุติธรรมจังหวัด ร่วมเป็นวิทยากรบรรยาย และมีผู้บริหารองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ ที่เป็นคณะกรรมการศูนย์ยุติธรรมชุมชนในแต่ละตำบล ทั้งในเขตองค์การบริหารส่วนตำบล และศูนย์ยุติธรรมชุมชนในเขตเทศบาล ในพื้นที่อำเภอหัวหิน ปราณบุรี สามร้อยยอด และกุยบุรี เข้าร่วม

นายปิยชาติ ไฮ้คง กล่าวว่า คณะกรรมการศูนย์ยุติธรรมชุมชนเป็นกลไกหลักในระดับพื้นที่ตำบล ในการส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนในชุมชนเข้าถึงการให้บริการด้านกระบวนการยุติธรรมอย่างเท่าเทียมและทั่วถึง การส่งเสริมให้ประชาชนในพื้นที่ใช้กระบวนการยุติธรรมทางเลือกในการแก้ไขปัญหาข้อพิพาทที่เกิดขึ้น รวมถึงการให้การสงเคราะห์ช่วยเหลือผู้พ้นโทษที่กลับเข้ามาอาศัยในชุมชนอย่างเหมาะสม เพื่อป้องกันการกระทำผิดซ้ำ

ดังนั้นการจัดกิจกรรมในวันนี้ เพื่อพัฒนาศักยภาพคณะกรรมการศูนย์ยุติธรรมชุมชนให้มีความพร้อมในการปฏิบัติงาน มีความรู้ ความเข้าใจและทักษะที่จำเป็นต่อการขับเคลื่อนภารกิจ 5 ด้าน และ 2 ภารกิจเพิ่มเติมของศูนย์ยุติธธรรมชุมชน พัฒนาระบบการบริหารจัดการศูนย์ยุติธรรมชุมชนในจังหวัดประจวบฯ ให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กระทรวงยุติธรรมกำหนด รวมทั้งคณะกรรมการศูนย์ยุติธรรมชุมชนแต่ละแห่ง จะได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และแนวทางในการแก้ไขปัญหาอุปสรรค ในการขับเคลื่อนศูนย์ยุติชุมชนระหว่างกัน ในการจัดโครงการครั้งนี้ รู้สึกได้ถึงความตั้งใจของคณะผู้ดำเนินงานที่จะนำเสนอเนื้อหาที่สำคัญให้กับผู้เข้าร่วมโครงการทุกท่าน หวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกท่านคงจะได้รับความรู้เพื่อนำกลับไปใช้ในการปฏิบัติงาน

ทั้งนี้ จังหวัดประจวบฯ มีศูนย์ยุติธรรมชุมชน จำนวน 60 แห่ง ที่เป็นกลไกหลักในระดับพื้นที่ตำบล ในการส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนในชุมชน เข้าถึงการให้บริการด้านกระบวนการยุติธรรมอย่างเท่าเทียมและทั่วถึง รวมทั้งกระทรวงยุติธรรมได้กำหนดเป้าหมายในการพัฒนาศักยภาพคณะกรรมการศูนย์ยุติธรรมชุมชนให้มีองค์ความรู้ที่จำเป็นและเพียงพอต่อการให้ความช่วยเหลือประชาชน ควบคู่ไปกับการสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพในการบริหารจัดการศูนย์ยุติธรรมชุมชน

โครงการนิเทศ ติดตามผลการดำเนินงานและพัฒนาศักยภาพศูนย์ยุติธรรมชุมชน จะสามารถทำให้คณะกรรมการศูนย์ยุติธรรรมชุมชน มีความรู้ ความเข้าใจนโยบายของกระทรวงยุติธรรมและแนวทางการดำเนินงานของศูนย์ยุติธรรมชุมชน นำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล โดยมีการดำเนินโครงการนิเทศและติดตามศูนย์ยุติธรรรมชุมชน ควบคู่กับการดำเนินโครงการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพคณะกรรมการศูนย์ยุติธรรมชุมชน เพื่อเป็นช่องทางในการสะท้อนและรับฟังสภาพปัญหาของศูนย์ยุติธรรมชุมชน และเกิดความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างศูนย์ยุติธรรมชุมชนและสำนักงานยุติธรรมจังหวัดอีกทางหนึ่งด้วย.

บุญมา ลิบลับ…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

คุมประพฤติประจวบฯ ร่วมภาคีเครือข่ายเก็บขยะชายทะเล เนื่องในวันสถาปนาครบรอบ 34 ปี

คุมประพฤติประจวบฯ ร่วมภาคีเครือข่ายเก็บขยะชายทะเล เนื่องในวันสถาปนาครบรอบ 34 ปี

วันที่ 13 มีนาคม 2569 นางพรโพยม นาคน้อย รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดประจวบฯ มอบหมายให้ นายปิยชาติ ไฮ้คง หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์การคุมประพฤติ พร้อมเจ้าหน้าที่สำนักงานคุมประพฤติ อาสาสมัครคุมประพฤติ (อ.ส.ค.) ร่วมนำผู้ถูกคุมประพฤติในพื้นที่อำเภอเมืองฯ ร่วมทำงานบริการสังคม ทำความสะอาดและปรับปรุงภูมิทัศน์ เก็บขยะทะเล และเศษซากไม้ซากอิฐ หิน ปูน ที่คลื่นซัดขึ้นมาเกยหาดบริเวณหาดทรายริมชายทะเล อีกทั้งคัดแยกขยะและเศษใบสนเพื่อนำไปทำปุ๋ยหมักเพื่อใช้ในการเกษตรต่อไป ตั้งแต่หน้าจวนผู้ว่าราชการจังหวัด สำนักงานอัยการจังหวัด สำนักงานประมงจังหวัด ด่านศุลกากรประจวบ สำนักงานธนารักษ์พื้นที่ ซึ่งตั้งหน่วยงานในบริเวณดังกล่าว

ทั้งนี้ได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดประจวบฯ ประกอบด้วยนายบรรพต รัตนจันทร์ ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัด พร้อมเจ้าหน้าที่เรือนจำ ผู้ต้องขังทำงานบริการสังคม, ว่าที่ ร.ต.สมนึก พรหมศร ประมงจังหวัดพร้อมเจ้าหน้าที่, สุวัฒน์ สะมะตะ โยธาธิการและผังเมืองจังหวัด, นายสมเจตน์ รัตนวารินทร์ชัย อัยการจังหวัดผู้ช่วย และเจ้าหน้าที่สำนักงานอัยการ, นายรติวัฒน์ มนัสชัย นักวิชาสิ่งแวดล้อมปฏิบัติการ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด (ทสจ.) พร้อมเจ้าหน้าที่ส่วนสิ่งแวดล้อม, นางบุษบา พร้อมเพรียงพันธ์ ประธานเครือข่าย ทสม.เทศบาลเมืองฯ พร้อมอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้านและชุมชน (ทสม.), น.ส.บุญนำ กลิ่นนิรันทร์ ประธานสตรีตำบลประจวบฯ เจ้าหน้าที่และพนักงานรักษาความสะอาด กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลเมืองฯ เจ้าหน้าที่สำนักงานธนารักษ์พื้นที่ เจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรประจวบฯ

นายปิยชาติ ไฮ้คง หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์การคุมประพฤติ กล่าวว่า กรมคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม โดยสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดประจวบฯ จัดโครงการพัฒนาการทำงานบริการสังคมเพื่อการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิด เนื่องในวันสถาปนาครบรอบ 34 ปี กรมคุมประพฤติ และวันอาสาสมัครคุมประพฤติ ประจำปี 2569 โดยนำผู้กระทำผิดที่อยู่ในความดูแลของสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดประจวบฯ ปรับปรุงภูมิทัศน์และทำความสะอาดบริเวณชายหาดประจวบคีรีขันธ์ ให้มีความสะอาดสวยงาม เพื่อเป็นการฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัด ทั้งนี้ต้องขอขอบคุณหน่วยงานที่ให้การสนับสนุนอุปกรณ์ทำความสะอาดด้วย

นอกจากกิจกรรมทำความสะอาดและปรับภูมิทัศน์บริเวณชายหาดแล้ว เมื่อวันที่ 11 มีนาคมที่ผ่านมา ได้จัดกิจกรรมบริจาคโลหิตขึ้น ณ ห้องพิธีการ ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัด โดยร่วมกับเหล่ากาชาดจังหวัด โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ สำนักงานอัยการจังหวัด ด่านศุลกากรจังหวัด สำนักงานป้องและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด สำนักงานประมงจังหวัด สำนักงานท่องเทียวและกีฬาจังหวัด สำนักงานขนส่งจังหวัด เรือนจำจังหวัด สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัด สถานีตำรวจภูธรเมืองประจวบฯ อบจ.ประจวบฯ สำนักงานยุติธรรรมจังหวัด ตำรวจภูธรจังหวัด ด่านตรวจพืชประจวบฯ และเทศบาลเมืองประจวบฯ.

บุญมา ลิบลับ…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

อุทยานแห่งชาติสามร้อยยอด จับแก๊งลอบเก็บหินในอุทยานส่งขายพ่อค้าพร้อมของกลาง

อุทยานแห่งชาติสามร้อยยอด จับแก๊งลอบเก็บหินในอุทยานส่งขายพ่อค้าพร้อมของกลาง

วันที่ 13 มีนาคม 2569 นายเอกฤทธิ์ ดวงมาลา หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด ประสานงานกับเจ้าหน้าที่สายตรวจป้องกันและปราบปราม สายที่ 2 ส่วนอนุรักษ์และป้องกันทรัพยากร สบอ.3 พบ. เจ้าหน้าที่สายตรวจป้องกันและปราบปราม สายที่ 3 ส่วนอนุรักษ์และป้องกันทรัพยากร สบอ.3 พบ. เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่าหุบตะเคียนยักษ์ สนธิกำลังออกตรวจปราบปรามการกระทำความผิดกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ โดยได้เบาะแสจากชาวบ้านว่ามีบุคคลลักลอบขึ้นไปบนยอดภูเขาถ้ำมังกร พื้นที่หมู่ 5 บ้านเกาะไผ่ ต.ไร่ใหม่ อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบฯ ซึ่งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด

ขณะที่เจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบช่วงกลางดึกวันเดียวกัน พบเห็นแสงไฟส่องสว่าง จำนวน 4 ดวง เดินลงมาจากยอดเขาถ้ำมังกรตรงมายังจุดที่เจ้าหน้าที่ดักซุ่มอยู่ พบกลุ่มบุคคล 4 คน แต่ละคนสะพายถุงปุ๋ยดัดแปลงเป็นเป้สะพายหลัง จึงแสดงตัวเพื่อขอตรวจค้น เมื่อเห็นเป็นเจ้าหน้าที่ ต่างทิ้งถุงเป้วิ่งหลบหนี และสามารถจับตัวได้ 1 คน ทราบชื่อภายหลังว่านายวิชา (สงวนนามสกุล) ส่วนอีก 3 คน อาศัยความชำนาญในพื้นที่และความมืดหลบหนีไปได้ จากการตรวจค้นถุงเป้ทั้ง 4 ใบ พบหินจำนวน 5 ก้อน หนักประมาณ 102.10 กิโลกรัม และเศษหิน หนักประมาณ 13.40 กิโลกรัม ไฟฉายคาดหัว 2 ดวง จึงยึดไว้เป็นหลักฐานนำตัวมาสอบสวนและให้การรับสารภาพว่าลักลอบขึ้นไปเก็บหินดังกล่าว เพื่อนำไปขายให้กับกลุ่มพ่อค้า จึงนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.สามร้อยยอด ดำเนินคดีตามกฎหมาย และติดตามจับกุมพรรคพวกที่ยังหลบหนีต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ชุมชนบ้านป่าร่อน รวมพลังสื่อ – หน่วยงานรัฐ ปั้นโครงการเศรษฐกิจพอเพียง สู่แหล่งเรียนรู้และท่องเที่ยวชุมชน

ชุมชนบ้านป่าร่อน รวมพลังสื่อ – หน่วยงานรัฐ ปั้นโครงการเศรษฐกิจพอเพียง สู่แหล่งเรียนรู้และท่องเที่ยวชุมชน

วันที่ 13 มีนาคม 2569 นายถาวร โรจนะรัตน์ ประมงอำเภอบางสะพาน เป็นประธานมอบพันธุ์ปลา จำนวน 20,000 ตัว ให้แก่ชาวบ้านหมู่ 6 บ้านป่าร่อน เพื่อปล่อยลงสู่แหล่งน้ำของชุมชน ที่บริเวณอ่างเก็บน้ำหมู่ 6 บ้านป่าร่อน ต.ร่อนทอง อ.บางสะพาน จ.ประจวบฯ มีนายฉัตรนรินทร์ สุวรรณหงส์ พัฒนาชุมชนอำเภอบางสะพาน และ น.ส.มยุรี โพธิ์งาม เกษตรตำบลร่อนทอง เข้าร่วมสนับสนุนโครงการ

กิจกรรมนี้ นางวนิดา ทวีศิลป์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 บ้านป่าร่อน พร้อมด้วยนายกสมาคมนิยมทองเนื้อเก้า ได้เชิญสื่อมวลชนในพื้นที่เข้าร่วมติดตามและร่วมผลักดันการพัฒนาชุมชน รวมถึงผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านและคณะกรรมการหมู่บ้าน ร่วมลงพื้นที่สำรวจแนวทางพัฒนาโครงการ

การดำเนินงานดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการเฉลิมพระเกียรติเศรษฐกิจพอเพียงชุมชนบ้านป่าร่อน ที่มีเป้าหมายพัฒนาอ่างเก็บน้ำและพื้นที่โดยรอบให้เป็นแหล่งเรียนรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ควบคู่กับการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชนในอนาคต พร้อมหารือแนวทางประชาสัมพันธ์เพื่อผลักดันให้พื้นที่แห่งนี้กลายเป็นจุดเช็คอินสำคัญของชุมชน

นายถาวร โรจนะรัตน์ ประมงอำเภอบางสะพาน กล่าวว่า โครงการดังกล่าวถือเป็นแนวคิดที่ดีของชุมชน โดยเสนอให้จัดตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการแหล่งน้ำของหมู่บ้าน และกำหนดมาตรการอนุรักษ์สัตว์น้ำ เช่น การงดจับสัตว์น้ำในระยะเวลา 2 – 3 ปี เพื่อให้ปลาเติบโตเต็มที่ ก่อนจะพัฒนาเป็นกิจกรรมของชุมชน เช่น โครงการเลี้ยงปลาเพื่อเศรษฐกิจชุมชน หรือเปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้ามาตกปลา โดยอาจจัดเก็บค่าบัตรเพื่อนำรายได้เข้าสู่กองทุนพัฒนาหมู่บ้าน“หากชุมชนบริหารจัดการได้ดี โครงการนี้จะสามารถเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวในพื้นที่ โดยเฉพาะเรื่องราววิถีชุมชนและการร่อนทองของตำบลร่อนทอง ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้และความเข้มแข็งให้กับหมู่บ้านในระยะยาว” นายถาวรกล่าว

ด้านนางวนิดา ทวีศิลป์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 บ้านป่าร่อน เปิดเผยว่า ขอขอบคุณหน่วยงานราชการทุกภาคส่วน ทั้งประมงอำเภอ พัฒนาชุมชน เกษตรตำบล รวมถึงสื่อมวลชนและชาวบ้านที่ร่วมกันผลักดันกิจกรรมครั้งนี้ ขณะนี้ชุมชนกำลังประสานความร่วมมือกับหน่วยงานด้านการเกษตร เพื่อขอสนับสนุนพันธุ์พืช เช่น กล้วยและไม้ผลชนิดต่างๆ เพื่อนำมาปลูกโดยรอบอ่างเก็บน้ำ ปรับภูมิทัศน์ให้ร่มรื่นสวยงาม ควบคู่กับการเพิ่มพันธุ์สัตว์น้ำในสระ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชนมากที่สุด

“ในอนาคตพื้นที่แห่งนี้จะพัฒนาให้เป็นทั้งแหล่งท่องเที่ยว แหล่งเรียนรู้ และสถานที่ออกกำลังกายของคนในหมู่บ้าน จึงอยากเชิญชวนพี่น้องในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมช่วยกันดูแลและพัฒนาพื้นที่ของหมู่บ้านให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อส่วนรวม” นางวนิดากล่าว

ทั้งนี้โครงการดังกล่าว เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการบูรณาการความร่วมมือระหว่างชุมชน หน่วยงานรัฐและสื่อมวลชน ในการขับเคลื่อนแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงให้เกิดผลเป็นรูปธรรม พร้อมวางรากฐานสู่การพัฒนาเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของชุมชนบ้านป่าร่อนในอนาคต.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

‘Songkran Pran Beach Festival 2026 & Bikini Run’ปาร์ตี้ริมหาดใหญ่ที่สุดในประเทศ 11 เม.ย. นี้

‘Songkran Pran Beach Festival 2026 & Bikini Run’ปาร์ตี้ริมหาดใหญ่ที่สุดในประเทศ 11 เม.ย. นี้

วันที่ 13 มีนาคม 2569 นายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงาน Songkran Pran Beach Festival 2026 & Bikini Run ที่ชายหาด 24 ไร่ ต.ปากน้ำปราณ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบฯ พร้อมด้วยนายราม สิงหโศภิษฐ์ นายอำเภอปราณบุรี นายพีรศักดิ์ จิวรรจนะโรดม นายกเทศมนตรีตำบลปากน้ำปราณ น.ส.จิราวรรณ บุญฤทธิ์ รองผู้อำนวยการสำนักงาน ททท.สำนักงานประจวบฯ นางปาณฐธัญญ์ เสริมบุญไพศาล และนายอนุสรณ์ เสริมบุญไพศาล กรรมการ Fantastic Roadway นางวาสนา ศรีกาญจนา ตัวแทนบริษัทบุญรอดเทรดดิ้ง จำกัด และ พ.ต.ท.กิตติ์นเรศ อารักษ์รุ่งพงศ์ รอง ผกก.สภ.ปากน้ำปราณ ร่วมแถลงข่าวท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติจำนวนมาก

Fantastic Roadway ร่วมกับเทศบาลตำบลปากน้ำปราณ จัดงาน Songkran Pran Beach Festival 2026 & Bikini Run ขึ้นเพื่อส่งเสริมและกระตุ้นการท่องเที่ยวในพื้นที่ สร้างมูลค่าเศรษฐกิจ เพิ่มรายได้แก่ชุมชน โดยจัดกิจกรรมด้านความบันเทิง มอบประสบการณ์แก่ผู้ชื่นชอบดนตรีและการออกกำลังกาย ผสมผสานกับไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยว ควบคู่กับการใส่ใจดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม และเพื่อเป็นแรงบันดาลใจผลักดันให้อำเภอปราณบุรี เป็นพื้นที่หมุดหมายของการท่องเทียวในครั้งต่อไป รายได้ส่วนหนึ่งจะนำไปสมทบทุนมอบให้แก่อำเภอปราณบุรี เพื่อจัดหาอุปกรณ์เครื่องคอมพิวเตอร์มอบให้แก่โรงเรียนในพื้นที่

ภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมวิ่งฟันรัน 5 กิโลเมตร สนุกกับ Beach Party + EDM + HipHop จากศิลปินและดีเจชื่อดัง อาทิ LAZYLOXY & SAMBLACK, โดม ปกรณ์ ลัม (DJ Set), เด็บบี้ บาซู (90s Queen), DJ Roxy June / พีท ทองเจือ (Lazy Prince) 3 สาว Seven Star และทัพดีเจอีกเพียบ ! ท่ามกลางบรรยากาศริมทะเลที่สวยงาม ในวันที่ 11 เมษายนนี้ ที่ลาน 24 ไร่ ปากน้ำปราณ อ.ปราณบุรี คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานทั้งชาวไทยและต่างชาติในครั้งนี้ กว่า 5,000 คน ผู้ที่สนใจสามารถซื้อบัตรได้ที่ All-ticket และ 7-11 ทุกสาขา หรือที่ https://www.allticket.com/event/SongkranPranBeach.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เปิดอบรมสัมมนาภาคีเครือข่ายควบคุมโรคเข้มแข็ง ร่วมใจป้องกันภัย

เปิดอบรมสัมมนาภาคีเครือข่ายควบคุมโรคเข้มแข็ง ร่วมใจป้องกันภัย

วันที่ 13 มีนาคม 2569 นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน เป็นประธานเปิดโครงการอบรมสัมมนาภาคีเครือข่ายควบคุมโรคเข้มแข็ง ร่วมใจป้องกันภัยโรคติดต่อ และภัยสุขภาพแบบยั่งยืนเทศบาลนครหัวหิน ที่ห้องประชุมนเรศดำริห์ เทศบาลนครหัวหิน มีนายจีรวัฒน์ พราหมณี ปลัดเทศบาล นายฐานทัต ไชยขาว ผู้อำนวยการกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เจ้าหน้าที่กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม คณะผู้จัดการอบรม ภาคีเครือข่ายป้องกันและควบคุมโรคติดต่อเทศบาลนครหัวหิน จำนวน 100 คน เข้าร่วม

นายนพพร วุฒิกุล กล่าวว่า การระบาดของโรคติดต่อชุมชน มีโอกาสเกิดโรคระบาดซ้ำๆ ซึ่งอาจมีปัจจัยของภัยสุขภาพอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง ได้แก่ ขยะ มูลสัตว์ น้ำโสโครก ที่ทำให้เกิดโรคกับประชาชนในชุมชนได้ เช่น ถังขยะไม่มีการเก็บที่มิดชิด เป็นแหล่งเพาะพันธุ์แมลงวัน สุนัขหรือแมว กัดกินอาหารและขยะตามถังเก็บขยะที่ตั้งอยู่หน้าบ้าน น้ำขังในบ้านเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย ดังนั้นหากปัญหาดังกล่าวข้างต้นได้รับการแก้ไข เร่งสร้างความตระหนักในการป้องกันโรค และสนับสนุนการมีส่วนร่วม ในการกำจัดโรคในชุมชนอย่างเหมาะสม จะทำให้อัตราป่วยด้วยโรคติดต่อและผลกระทบด้านสุขภาพต่อประชาชนในชุมชนลดลง ประชาชนในชุมชนสามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุขด้วยสุขภาวะที่ดี ดังนั้นการสร้างภาคีเครือข่ายการป้องกันและควบคุมโรคติดต่อ มีความจำเป็นและสำคัญอย่างยิ่ง

งานป้องกันและควบคุมโรคติดต่อ กองสาธารณสุขเทศบาลนครหัวหิน จึงทำโครงการอบรมสัมมนาภาคีเครือข่ายควบคุมโรคเข้มแข็งร่วมใจป้องกันภัยโรคติดต่อและภัยสุขภาพแบบยั่งยืนเทศบาลนครหัวหิน เพื่อส่งเสริมภาคีเครือข่ายแกนนำสุขภาพ ผู้นำชุมชน และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำชุมชน เพื่อพัฒนาศักยภาพทักษะส่วนบุคคลและชุมชนให้เกิดความพร้อม ในการเฝ้าระวังและการสอบสวนโรค พร้อมทั้งเข้ามามีส่วนร่วมในการควบคุมโรคติดต่อที่สำคัญอย่างสม่ำเสมอ ต่อเนื่อง และมีประสิทธิภาพ

โดยการอบรมสัมมนานี้มีกิจกรรมประกอบด้วย การสานสัมพันธ์เครือข่ายเข้มแข็ง การอภิปรายความรู้เรื่องโรคติดต่อและภัยสุขภาพ รวมถึงการแบ่งกลุ่มจำลองสถานการณ์การควบคุมโรคติดต่อต่างๆ โดยจัดอบรมสัมมนา ในวันที่ 16 – 17 มีนาคม 2569 ณ ภูผาผึ้งรีสอร์ท อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี โดยผู้เข้าร่วมการอบรมสัมมนาครั้งนี้ประกอบด้วย ภาคีเครือข่ายป้องกันและควบคุมโรคติดต่อเทศบาลนครหัวหิน จำนวน 100 คน และได้รับการสนับสนุนวิทยากรจากสำนักงานสาธารณสุข จังหวัดสมุทรสงคราม.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

สมาคมกีฬาหัวหิน แถลงข่าวงานวิ่ง Nakhon Hua Hin Run 2026

สมาคมกีฬาหัวหิน แถลงข่าวงานวิ่ง Nakhon Hua Hin Run 2026

วันที่ 13 มีนาคม 2569 นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ ทองงามตระกูล นายกสมาคมกีฬาหัวหิน นพ.เทอดศักดิ์ เจษฎาทิพย์ นายกสมาคมกีฬาเทนนิสหัวหิน นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ นายอมร พัฒน์ทอง เลขานุการสมาคมกีฬาหัวหิน ร่วมกันแถลงข่าว การจัด Nakhon Hua Hin Run 2026 ที่ห้องนเรศดำริห์ สำนักงานเทศบาลนครหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีนายสรรภพ อึ้งรัศมี รองนายกเทศมนตรี นายศิรพันธ์ กมลปราโมทย์ ที่ปรึกษานายกเทศมนตรี คณะกรรมการสมาคมกีฬาหัวหิน สมาคมศิษย์เก่า ครูและผู้ปกครองโรงเรียนหัวหินวิทยาคม ชมรมลีลาศสกาชาดเฉลิมพระเกียรติ คณะครูและนักเรียนโรงเรียนหัวหิน เข้าร่วม

พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ ทองงามตระกูล กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้ เพื่อเป็นการรณรงค์ให้ประชาชนได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ส่งเสริมการท่องเที่ยว ส่งเสริมการออกกำลังกายให้ห่างไกลยาเสพติด พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจรายได้ในอำเภอหัวหิน ซึ่งรายได้ทั้งหมด สมาคมกีฬาหัวหินจะนำไปใช้เพื่อสนับสนุนชมรมกีฬาต่างๆ ภายในอำเภอหัวหินต่อไป โดยกำหนดจัดงานวันที่ 29 มีนาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 04.30 น. เป็นต้นไป ณ อ่างเก็บน้ำเขาเต่า มีประเภทการแข่งขันดังนี้ ฟันรัน 5 กิโลเมตร, มินิมาราธอน 10.5 กิโลเมตร และ VIP 3 กิโลเมตร โดยจะปิดรับสมัครในวันที่ 20 มีนาคมนี้ คาดว่าจะมีนักวิ่งเข้าร่วมงาน 1,500 คน ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊ก : Nakhon Hua Hin Run 2026.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

หัวหินต้อนรับนักท่องเที่ยวขบวน Royal Blossom เชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวหัวหิน – ราชบุรี

หัวหินต้อนรับนักท่องเที่ยวขบวน Royal Blossom เชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวหัวหิน – ราชบุรี

วันที่ 12 มีนาคม 2569 นายอิษฎา เสาวรส ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานประจวบฯ พร้อมด้วย พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ ทองงามตระกูล นายกสมาคมกีฬาหัวหิน นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ และคณะให้การต้อนรับ น.ส.จุไรรัตน์ ชัยทวีทรัพย์ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานราชบุรี ในโอกาสนำนักท่องเที่ยวจำนวน 192 คน เดินทางมากับขบวนรถไฟหรู Royal Blossom เส้นทางเที่ยวสองเมือง หัวหิน – ราชบุรี ในบรรยากาศการต้อนรับอย่างอบอุ่น

น.ส.จุไรรัตน์ ชัยทวีทรัพย์ กล่าวว่า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานราชบุรี ร่วมกับสมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย (สธทท.) และบริษัท สโมสรนักเดินทาง จำกัด จัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชื่อมโยงเมืองหลัก – เมืองน่าเที่ยว ในเส้นทางท่องเที่ยวรถไฟหรู Royal Blossom เส้นทางเที่ยวสองเมือง หัวหิน – ราชบุรี เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชื่อมโยงในพื้นที่จังหวัดเมืองหลักและเมืองน่าเที่ยว เพื่อสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยว ผ่านการนั่งรถไฟหรู ชมบรรยากาศริมทาง พร้อมชิมอาหารอร่อย อาหารขึ้นชื่อของจังหวัดประจวบฯ ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองแห่งอาหารปลอดภัย ด้วยมีวัตถุดิบที่มีคุณภาพและอาหารสำเร็จรูปที่มีรสชาติอร่อย พร้อมทั้งได้ท่องเที่ยวตามเส้นทาง ไม่ว่าจะชมสถานีรถไฟหัวหินเก่า อาคารสถาปัตยกรรมวิคตอเรียนที่เป็นเอกลักษณ์ เพลิดเพลินกับกิจกรรมท้องถิ่น งานฝีมือประดิษฐ์ตุ๊กตาเปลือกหอย การทำพัดใบตาล งานฝีมือที่ขึ้นชื่อของเมืองหัวหิน รวมถึงได้กราบสักการะขอพร “หลวงปู่นาค” วัดหัวหิน ที่ชาวหัวหินเคารพนับถือ

ทั้งนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานราชบุรี เชื่อมั่นว่า นักท่องเที่ยวที่มาท่องเที่ยวในเส้นทางท่องเที่ยวรถไฟหรู Royal Blossom เที่ยวสองเมือง หัวหิน – ราชบุรี ในครั้งนี้ จะมีความประทับใจและส่งต่อความสุขผ่านการเล่าเรื่องราวในมุมมองของตัวเอง ตามแคมเปญ #สุขทันทีที่เที่ยวไทย และกลับมาท่องเที่ยวซ้ำอีกในพื้นที่จังหวัดประจวบฯ และจังหวัดราชบุรี ต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ จัดเลี้ยงอาหารและมอบเงินให้โรงเรียนธรรมิกวิทยา จ.เพชรบุรี

สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ จัดเลี้ยงอาหารและมอบเงินให้โรงเรียนธรรมิกวิทยา จ.เพชรบุรี

วันที่ 12 มีนาคม 2569 นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ กล่าวว่าหลังจากสมาคมฯ ได้จัดแรลลี่การกุศลขึ้นเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา จึงนำรายได้ส่วนหนึ่งมาจัดกิจกรรมร่วมกับคณะกรรมการสมาคมฯ เดินทางไปเลี้ยงอาหารมูลค่า 3,000 บาท พร้อมมอบนมกล่อง ขนม ให้แก่นักเรียนผู้พิการทางสายตา ที่โรงเรียนธรรมิกวิทยา (สอนคนตาบอด) ต.สระพัง อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี นอกจากนี้ยังมอบเงินสดอีก 12,500 บาท ไว้เป็นค่าใช้จ่ายให้กับโรงเรียนด้วย โดยมี นางชุติมา พิทักษ์วัฒนานนท์ ผู้จัดการโรงเรียนธรรมิกวิทยา เป็นผู้รับมอบ ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่น เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มและความประทับใจ โดยน้องๆ นักเรียนได้ร่วมร้องเพลงและกล่าวคำขอบคุณให้กับผู้ใหญ่ใจดีที่มาร่วมแบ่งปันความสุข สนับสนุนงบประมาณทางการศึกษาให้กับโรงเรียน

สำหรับโรงเรียนธรรมิกวิทยา มีชื่อเดิมว่าโรงเรียนการศึกษาวิทยาศาสตร์คนตาบอด ต่อมาสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระเมตตาพระราชทานชื่อโรงเรียนให้ใหม่ว่า “โรงเรียนธรรมิกวิทยา” และทรงเขียนความหมายให้ว่า “โรงเรียนธรรมิกวิทยา หมายความว่า โรงเรียนที่มีซึ่งวิชาความรู้และการประพฤติในความดี” โรงเรียนได้จัดตั้งขึ้นเพื่อสนองพระราชปรารภของพระองค์ท่าน ที่ทรงอยากเห็นคนตาบอดเรียนวิทยาศาสตร์เหมือนคนตาบอดในต่างประเทศ โรงเรียนธรรมิกวิทยา เป็นโรงเรียนในเครือมูลนิธิธรรมิกชนเพื่อคนตาบอดในประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นโรงเรียนเอกชนการกุศล นักเรียนอยู่ประจำมีนักเรียนตั้งแต่ระดับอนุบาล – มัธยมศึกษาปีที่ 6 นักเรียนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น รัฐบาลอุดหนุนเป็นรายหัวประมาณ 20% ของค่าใช้จ่าย ทั้งหมด อีก 80% ได้รับการสนับสนุนจากผู้มีจิตศรัทธาทั้งหลาย ที่ให้โอกาสลูกหลานตาบอดได้รับการศึกษา เป็นพื้นฐานให้เขาช่วยตัวเอง ช่วยสังคม ช่วยบ้านเมืองได้ ไม่เป็นภาระของใคร เป็นการให้ชีวิตใหม่ ให้ชีวิตใหม่ที่ดีกว่าเดิม.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

มูลนิธิช้างหัสดินทร์ เลี้ยงเค้กผลไม้ยักษ์ให้ช้าง เนื่องในวันช้างไทย

มูลนิธิช้างหัสดินทร์ เลี้ยงเค้กผลไม้ยักษ์ให้ช้าง เนื่องในวันช้างไทย

วันที่ 12 มีนาคม 2569 นายวาณิช เห็นวงศ์ประเสริฐ ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิช้างหัสดินทร์ พร้อมด้วยคณะกรรมการมูลนิธิจิตอาสาคนรักช้างชาวต่างประเทศ ประชาชนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเป็นจำนวนมาก ร่วมจัดงานเลี้ยงเค้กผลไม้ยักษ์เนื่องในวันช้างไทย ที่มูลนิธิช้างหัสดินทร์ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ ประกอบด้วยผลไม้นานาชนิดที่ช้างชื่นชอบ เช่น กล้วย สับปะรด แครอท ข้าวโพด ส้ม แตงกวา แตงโม น้ำหนักร่วม 5 ตันให้กับช้างรวม 4 เชือก ซึ่งมีอายุมากทำงานไม่ไหว ที่มูลนิธิช้างหัสดินทร์ได้ไถ่ตัวมาจากเจ้าของช้างเพื่อนำมาเลี้ยงดู ท่ามกลางนักท่องเที่ยวปรบมือร่วมกันป้อนผลไม้ใส่งวงช้างกินด้วยความเอร็ดอร่อยและถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก

ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2541 ประกาศให้วันที่ 13 มีนาคมของทุกปีเป็นวันช้างไทย ตามที่คณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติเสนอเพื่อให้คนไทยและเยาวชนรุ่นหลัง ได้ร่วมกันรำลึกและตระหนักถึงความสำคัญของช้างซึ่งเป็นสัตว์ประจำชาติไทยและพร้อมใจกันอนุรักษ์ช้างให้คงอยู่คู่ชาติไทยตลอดไป

นายวาณิช กล่าวว่า มูลนิธิช้างหัสดินทร์ ได้จัดเลี้ยงเค้กผลไม้ให้กับช้างต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 17 แล้ว ในประเทศไทยมีการดูแลสัตว์อื่นมากมาย คนไทยเอ็นดูสัตว์หลายชนิด จนบางครั้งอาจลืมช้างที่เป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมืองของเราที่มีประวัติศาสตร์มายาวนานและถือว่าเป็นสัตว์ที่เชิดหน้าชูตาให้กับเมืองไทยเป็นอย่างมาก เพราะช้างไทยเป็นที่พูดถึงของคนรักช้างทั่วโลก และทางมูลนิธิช้างหัสดินทร์ยังคงเดินหน้าอนุรักษ์ช้างไทยกันต่อไปให้ถึงที่สุด.