Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ นำพสกนิกรจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล “พระราชินี” เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ นำพสกนิกรจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล “พระราชินี” เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา

เมื่อเวลา 19.19 น. วันที่ 3 มิถุนายน 2567 นายสมคิด จันทมฤก ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ พร้อมด้วย ผศ.ดร.ศศิธร จันทมฤก นายกเหล่ากาชาดจังหวัดประจวบฯ / ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานในพิธีถวายเครื่องราชสักการะ วางพานพุ่ม และพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2567 ที่บริเวณลานเอนกประสงค์ ศาลากลางจังหวัดประจวบฯ มีรองผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ ศาล ทหาร ตำรวจ ข้าราชการทุกหมู่เหล่าและเจ้าหน้าที่หน่วยงานต่างๆ ร่วมประกอบพิธี

โดยผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ ได้ถวายพานพุ่มเงิน – พุ่มทอง เปิดกรวยกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพ ถวายราชสักการะเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี จุดเทียนมหามงคล กล่าวถวายราชสดุดีและกล่าวนำถวายพระพรชัยมงคล จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดได้ต่อโคมเทียนให้กับผู้ร่วมพิธีจุดเทียนถวายพระพร นำร้องเพลงสดุดีจอมราชา และกล่าวนำทรงพระเจริญ 3 ครั้ง อย่างพร้อมเพรียงกัน

ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเคียงข้างพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงปฏิบัติบำเพ็ญพระราชกรณียกิจด้วยพระราชหฤทัยมุ่งมั่น ในการสืบสานรักษาและต่อยอดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ทั้งในด้านการเกษตรและการปรับปรุงสภาพแวดล้อมเพื่อฟื้นดินคืนป่า การพัฒนาอาชีพตามหลักเกษตรทฤษฎีใหม่เพื่อเพิ่มความมั่นคงทางอาหาร บนพื้นฐานหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ตลอดจนการพัฒนาอาชีพเสริมเพื่อเพิ่มรายได้ของราษฎรจากหัตถ์ศิลป์ภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยทรงพระกรุณาส่งเสริมศิลปาชีพอันเป็นการดำรงรักษาเอกลักษณ์ศิลปะวัฒนธรรมของชาติไทยให้ดำรงอยู่ยั่งยืนสืบไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

แม่เต่าตนุขึ้นวางไข่ 129 ฟอง หาดอ่าวเทียน บางสะพาน

แม่เต่าตนุขึ้นวางไข่ 129 ฟอง หาดอ่าวเทียน บางสะพาน

วันที่ 3 มิถุนายน 2567 นายสมเจตน์ จันทนา ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (สบอ.3) สาขาเพชรบุรี เปิดเผยว่าได้รับรายงานจากอุทยานแห่งชาติอ่าวสยาม (เตรียมการ) จ.ประจวบฯ ว่าได้จัดชุดกำลังเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนเฝ้าระวังการขึ้นวางไข่ของแม่เต่าตนุ บริเวณอ่าวเทียน และบริษัทท่าเรือประจวบ จำกัด ในท้องที่หมู่ 3 ต.เเม่รำพึง อ.บางสะพาน จ.ประจวบฯ ตั้งแต่วันที่ 28 พฤษภาคม ต่อเนื่องจนถึงเวลา 01.00 น. คืนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่พบแม่เต่าตนุขึ้นวางไข่บริเวณอ่าวเทียน จำนวน 1 รัง พิกัด UTM 47 P 563020 E 1238223 N ซึ่งอยู่นอกเขตพื้นที่รับผิดชอบของอุทยานแห่งชาติอ่าวสยาม (เตรียมการ)

จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบรอยตำหนิบริเวณพายหลังของกระดองด้านซ้าย มีลักษณะแหว่ง และทำการสแกนหาหมายเลขไมโครชิพ ไม่พบหมายเลขดังกล่าว แสดงว่าแม่เต่าตนุตัวนี้เป็นแม่เต่าที่พบตามธรรมชาติ เคยขึ้นวางไข่บริเวณบริษัทท่าเรือประจวบ จำกัด เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2563 เนื่องจากมีรอยตำหนิที่เดียวกัน เจ้าหน้าที่จึงทำการฝังไมโครชิพ หมายเลข 900219001878515 นับเป็นรังที่ 2 ของปี 2567 มีรายละเอียดดังนี้ ขนาดลำตัว กว้าง 84 เซนติเมตร ยาว 97 เซนติเมตร ขนาดของหลุมกว้าง 20 เซนติเมตร ลึก 31 เซนติเมตร ห่างจากน้ำทะเล 16 เมตร รอยพาย 95 เซนติเมตร จำนวนไข่ที่พบทั้งหมด 129 ฟอง ทั้งนี้เจ้าหน้าที่อุทยานฯ ได้จัดทำคอกกั้นและเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ปลอดภัยจากสัตว์และคนที่เข้ามารบกวน

เต่าตนุ ชื่อสามัญภาษาอังกฤษ GREEN TURTLE ชื่อวิทยาศาสตร์ Chelonia mydas (Linnaeus, 1758) เป็นเต่าทะเลที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่และน้ำหนักมาก หัวป้อมสั้น ปากสั้น เกล็ดเรียงต่อกัน (ไม่ซ้อน) กระดองหลังโค้งนูนเล็กน้อย บริเวณกลางหลังเป็นแนวนูนเกือบเป็นสัน ท้องแบนราบขาทั้ง 4 แบน เป็นใบพาย ขาคู่หลังมีขนาดเล็กกว่าขาคู่หน้ามาก ขาคู่หน้ามีเล็บแหลมเพียงข้างละชิ้น สีของกระดองดูเผินๆ มีสีน้ำตาลแดงเท่านั้น โดยทั่วไปเมื่อโตเต็มวัย กระดองหลังยาวประมาณ 100 เซนติเมตร มีน้ำหนักประมาณ 130 กิโลกรัม เต่าตนุพบมากในบริเวณอ่าวไทย ทางจังหวัดภาคใต้และทางฝั่งทะเลอันดามัน เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

อุทยานหาดวนกร ปิดดำน้ำชั่วคราว เกาะจาน – เกาะท้ายทรีย์ หลังพบแนวปะการังน้ำตื้นฟอกขาว

อุทยานหาดวนกร ปิดดำน้ำชั่วคราว เกาะจาน – เกาะท้ายทรีย์ หลังพบแนวปะการังน้ำตื้นฟอกขาว

วันที่ 3 มิถุนายน 2567 นายสมเจตน์ จันทนา ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (สบอ.3) สาขาเพชรบุรี เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจาก นางสาวสุพร พลพันธ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดวนกร อ.ทับสะแก จ.ประจวบฯ ว่า จากการสำรวจติดตามสถานการณ์ฟอกขาว พบว่าบริเวณเกาะจานและเกาะท้ายทรีย์ ในแนวปะการังเกาะจาน น้ำมีอุณหภูมิ 32 องศาเซลเซียส มีปะการังที่แสดงอาการการฟอกขาว 25 % โดยแบ่งเป็นที่มีอาการสีซีด 20% และฟอกขาวบางส่วน 5% และแนวปะการังบริเวณเกาะท้ายทรีย์ น้ำอุณหภูมิ 32 องศาเซลเซียส มีปะการังที่แสดงอาการการฟอกขาว 5% มีอาการสีซีดลง 10% และจากการสำรวจ ณ ปัจจุบันพบว่า ปะการังบริเวณเกาะจานซึ่งเป็นแหล่งประกอบกิจกรรมดำน้ำหลัก ที่มีอาการสีซีดมีการฟอกขาวเต็มจำนวน และมีการฟอกขาวกระจายเพิ่มขึ้น มากกว่า 50 % ประกอบกับข้อมูลของกรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ พบว่าระดับน้ำทะเลตั้งแต่เดือนมิถุนายน 67 เป็นต้นไป มีระดับน้ำที่ต่ำลงมากในช่วงเวลากลางวัน และจะมีระดับน้ำที่ขึ้นสูงในช่วงเวลากลางคืน และในปีนี้คาดการณ์ว่าจะลดระดับต่ำลงมากกว่าทุกปี จึงทำให้ไม่เหมาะแก่การเข้าไปดำน้ำชมปะการัง เพราะจะทำให้เกิดความเสียหายต่อระบบนิเวศของปะการัง และเกิดอันตรายต่อนักท่องเที่ยว

ทางอุทยานฯ พิจารณาแล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายต่อแนวปะการัง รวมถึงลดผลกระทบจากกิจกรรมประเภทต่างๆ ที่อาจส่งผลให้ปะการังเกิดการฟอกขาว และมิให้เกิดผลกระทบต่อระบบนิเวศของปะการัง รวมถึงความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว จึงอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 20 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 ประกอบระเบียบกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ว่าด้วยการเข้าไปในอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2563 จึงได้ประกาศปิดกิจกรรมดำน้ำตื้น (Snorkeling) และการท่องเที่ยวบริเวณเกาะจานและเกาะท้ายทรีย์ เป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 11 มิ.ย.67 เป็นต้นไป เพื่อให้ธรรมชาติได้ฟื้นตัว และเพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว จนกว่าสถานการณ์การฟอกขาวของปะการังจะอยู่ในระดับที่ดีขึ้น และระดับน้ำขึ้นน้ำลงมีความเหมาะสมกับการดำน้ำชมปะการังแล้ว จะแจ้งเปิดการท่องเที่ยวบริเวณเกาะจาน-เกาะท้ายทรีย์ ต่อไป อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวยังคงสามารถเดินทางมาพักผ่อน สัมผัสความสวยงามของธรรมชาติในส่วนอื่น ๆ ของอุทยานฯ ได้ตามปกติ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เบอร์โทรศัพท์ 081- 9449956, 063-1421121 และ facebook : Hatwanakorn National Park อุทยานแห่งชาติหาดวนกร จ.ประจวบคีรีขันธ์.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผู้ว่าประจวบฯ นำพสกนิกรลงนามถวายพระพร สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ที่ศาลาราชประชาสมาคม วังไกลกังวล

ผู้ว่าประจวบฯ นำพสกนิกรลงนามถวายพระพร สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ที่ศาลาราชประชาสมาคม วังไกลกังวล

วันที่ 3 มิถุนายน 2567 นายสมคิด จันทมฤก ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ พร้อมด้วย ผศ.ดร.ศศิธร จันทมฤก นายกเหล่ากาชาดจังหวัดประจวบฯ / ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดประจวบฯ นำคณะบุคคล ศาล ตำรวจ ทหาร ข้าราชการ หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จิตอาสาและประชาชนร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2567 ที่ศาลาราชประชาสมาคม วังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่พระองค์ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจเคียงคู่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ อย่างเป็นอเนกประการ ด้วยพระวิริยะ อุตสาหะ และพระจริยวัตรที่งดงามเพื่อบรรเทาความทุกข์ยากและความเดือดร้อนของประชาชน

ก่อนหน้านั้นที่บริเวณหน้าศาลหลักเมืองประจวบคีรีขันธ์ นายสมคิด จันทมฤก ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ พร้อมด้วย นายกเหล่ากาชาดจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด นำหัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ ข้าราชการและพสกนิกรชาวจังหวัดประจวบฯ ร่วมพิธีทำบุญตักบาตร ข้าวสาร อาหารแห้ง เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี โดยมีพระเทพวชิรสุธี เจ้าอาวาสวัดธรรมิการามวรวิหาร เจ้าคณะจังหวัดประจวบฯ (ฝ่ายธรรมยุต) เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ มีพระสงฆ์และสามเณร จำนวน 47 รูป เดินรับบิณฑบาต

ต่อมาที่โครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูทางน้ำทุ่งอ่าวน้อย ต.อ่าวน้อย อ.เมืองประจวบฯ ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ พร้อมรองผู้ว่าฯ หัวหน้าส่วน และประชาชนร่วมกันทำพิธีปล่อยพันธ์ุสัตว์น้ำ 200,000 ตัว เพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดี และถวายเป็นพระราชกุศล อีกทั้งเป็นการเพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำ และเพิ่มศักยภาพของแหล่งทำการประมงให้มีความอุดมสมบูรณ์เพิ่มความหลากหลายของชนิดพันธุ์สัตว์น้ำในสระน้ำให้เป็นแหล่งน้ำที่เอื้อต่อการทำกินและเป็นแหล่งอาหารโปรตีนของชุมชน ตลอดจนทำให้เกิดประโยชน์ด้านเศรษฐกิจในภาพรวม ทั้งด้านอาชีพ การประมง ก่อให้เกิดรายได้ที่มั่นคง

ส่วนที่บริเวณหอประชุมใหญ่ที่ว่าการอำเภอสามร้อยยอด นายวราวุฒิ จิรประภานนท์ นายอำเภอสามร้อยยอด พร้อมด้วยปลัดอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการ นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด คณะครู นักเรียน นักศึกษาและประชาชนทั่วไป ร่วมพิธีถวายพระพรชัยมงคล และทำบุญตักบาตรเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2567 มีพระครูปัญญาชยาภรณ์ เจ้าคณะอำเภอสามร้อยยอด เจ้าอาวาสวัดสามร้อยยอด เป็นประธานฝ่ายสงฆ์

ที่โดมเอนกประสงค์โรงเรียนหัวหิน นายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน เป็นประธานในกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ มี ดร.พระครูวิจิตร ธรรมวิภัช เจ้าคณะอำเภอหัวหิน เจ้าอาวาสวัดบุษยะบรรพตเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และพระสงฆ์สมณศักดิ์จากวัดต่างๆ ในอำเภอหัวหินร่วมประกอบพิธี มีนายณัฐกร จันทร์หอม ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัดหัวหิน นายสมเกียรติ ชัยวีรสกุล อัยการจังหวัด ประจำสำนักอัยการสูงสุด นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน นางอุษา พวงวลัยสิน นายกกิ่งกาชาดอำเภอหัวหิน และข้าราชการ ตำรวจ สถาบันการศึกษา ชมรม สมาคม เข้าร่วมพิธีจำนวนมาก จากนั้นประธานในพิธีร่วมทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระสงฆ์จำนวน 99 รูป บริเวณสองฝั่งถนนตลอดแนว ภายในโรงเรียนหัวหิน

ทั้งนี้ จังหวัดประจวบฯ ได้จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเคียงข้างพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทั้งในงานพระราชพิธี การพระราชทานพระราชวโรกาสให้คณะบุคคลต่างๆ เข้าเฝ้า ทรงประกอบพระราชกรณียกิจในด้านต่างๆ ทั้งศาสนา ศิลปวัฒนธรรม การต่างประเทศ การพัฒนาคุณภาพชีวิต ด้านสังคมสงเคราะห์ ด้านสาธารณสุข รวมถึงการเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมเยียนราษฎรในทุกภูมิภาค.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เปิดตัว “น้องเจนนี่” MUT Prachuapkirikhan 2024 ชิงนางงามจักรวาล

เปิดตัว “น้องเจนนี่” MUT Prachuapkirikhan 2024 ชิงนางงามจักรวาล

ช่วงค่ำวันที่ 1 มิถุนายน 2567 น.ส.จิราวรรณ บุญฤทธิ์ รองผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานประจวบฯ นายอติชาติ ชัยศรี รองนายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน นางวาสนา ศรีกาญจนา นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน – ชะอำ ดร.มนัสพันธน์ จัตุพันธ์ นายกสโมสรไลออนส์เมืองประจวบฯ Mr.Marck Elmenso ผู้จัดการทั่วไป รร.อมารี หัวหิน นางศุภรานันท์ ตันวิรัช กรรมการบริการ นครชัยแอร์ ร่วมในการแถลงข่าวเปิดตัว “น้องเจนนี่” น.ส.เจนนีเฟอร์ กัลเลอมาร์ท อายุ 22 ปี นักศึกษาสาวลูกครึ่ง ไทย – เบลเยียม มหาวิทยาลัยกรุงเทพฯ เป็นมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ ประจวบคีรีขันธ์ 2024 (MUT Prachuapkirikhan 2024) ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติจำนวนมากร่วมแสดงความยินดี

นายณชพัฒน์ ชินวัตร ผู้ถือลิขสิทธิ์ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ประจวบฯ กล่าวว่า ด้วยกองประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ (MUT) โดยบริษัท ทีพีเอ็นโกลบอล จํากัด ผู้ถือลิขสิทธิ์ในการจัดการประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ ประจําปี 2567 เพื่อเฟ้นหาสาวงามตัวแทนประเทศไทยที่พร้อมดํารงตําแหน่งทูตการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมของประเทศไทย และเป็นตัวแทนหญิงไทยไปประกวดมิสยูนิเวิร์ส (Miss Universe) ครั้งที่ 73 โดยจะมีตัวแทนสาวงามแต่ละจังหวัดจากทั่วประเทศมาร่วมกิจกรรมการเก็บตัวที่จังหวัดประจวบฯ ระหว่างวันที่ 26 มิถุนายน – 2 กรกฎาคม 2567 ประกอบด้วยการปล่อยปู การล่องเรือ กิจกรรมภายในค่ายธนะรัชต์ ร่วมเฉลิมฉลองเดือนแห่ง Pride ที่ศูนย์การบลูพอร์ต หัวหิน ซึ่งจะมีการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว โดยเน้นถึงการนําอัตลักษณ์วิถีชีวิต วัฒนธรรม ประเพณีและผลิตภัณฑ์ของชุมชนในจังหวัดนั้นของตนให้นานาประเทศรู้จักอย่างแพร่หลาย ก่อนสาวงามทั้งหมดจะขึ้นเวทีประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ ปี 2024 กับคอนเซ็ปต์ “BEYOND UNIVERSE” เพื่อเป็นตัวแทนประเทศไทยไปแสดงศักยภาพบนเวทีโลก สำหรับการประกวดมิสยูนิเวิร์สไทจแลนด์ 2024 จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 14 มิถุนายน – 14 กรกฎาคม 2567 ซึ่งจะเปิดตัวผู้เข้าประกวดอย่างเป็นทางการครั้งแรกคือ 16 มิถุนายน ในรอบ First Gate to The Universe.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ประจวบฯ ร่วมกับสถาบันสิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติ ออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่

ประจวบฯ ร่วมกับสถาบันสิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติ ออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่

วันที่ 31 พฤษภาคม 2567 พระราชรัตนวิสุทธิ์ เจ้าคณะจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เจ้าอาวาสวัดกุยบุรี ประธานฝ่ายสงฆ์ นายสมคิด จันทมฤก ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ประธานฝ่ายฆราวาส เป็นประธานในพิธี “มอบแขน – ขาเทียมและอุปกรณ์ เครื่องช่วยคนพิการ” ที่ศาลาปฏิบัติธรรม วัดกุยบุรี อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มี ผศ.ดร.ศศิธ จันทมฤก นายกเหล่ากาชาดจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายไพศาล ช่อผกา นายอำเภอกุยบุรี พญ.ภัทรา อังสุวรรณ ผู้อำนวยการสถาบันสิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติ นพ.วรา เศลวัตนะกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นางสมเนตร ทองอยู่ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นางสุพัตรา ไพรฑูรย์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดประจวบฯ พญ.วิชนี คงทอง รองผู้อำนวยการสถาบันสิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติ ว่าที่ร้อยตรีหญิงจิรัชญา กลีบสุวรรณ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกุยบุรี น.ส.นลิน มาคเชนทร์ ประชาสัมพันธ์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายสุขุม ทัศนา สาธารณสุขอำเภอกุยบุรี น.ส.อนัญญา ช่างเพียร ท้องถิ่นอำเภอกุยบุรี พร้อมหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ร่วมพิธีมอบ

พญ.ภัทรา อังสุวรรณ กล่าวว่า โครงการพัฒนาศักยภาพคนพิการ ประจำปี 2567 โดยสถาบันสิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทำพิธีมอบแขน – ขาเทียมและอุปกรณ์ เครื่องช่วยคนพิการ ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขเป็นหน่วยงานหลักในการชับเคลื่อนการดำเนินงานด้านสุขภาพของประชาชน โดยมุ่งเน้นให้คนไทยทุกคนได้เข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพ,ได้มาตรฐานวิชาชีพอย่างเสมอภาคและเท่าเทียมโดยเฉพาะคนพิการ แม้ว่าจะมีความบกพร่องทางร่างกาย ทำให้มีข้อจำกัดในการประกอบกิจวัตรประจำวัน หรือเข้าไปมีส่วนร่วมในสังคม แต่ยังคงมีศักยภาพในการช่วยเหลือตนเอง หรือประกอบอาชีพ หากได้รับอุปกรณ์เครื่องช่วยความพิการ และการฟื้นฟูสมรรถภาพที่ถูกต้องและเหมาะสม

กรมการแพทย์ โดยสถาบันสิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติ ได้ตระหนักและเห็นความสำคัญดังกล่าว จึงร่วมกับจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จัดทำโครงการพัฒนาศักยภาพคนพิการ ประจำปีงบประมาณ 2567 มุ่งหวังให้คนพิการแขน – ขาขาดในจังหวัดประจวบคีรีชันธ์ ได้เข้าถึงการให้บริการผลิต ซ่อมบำรุง แขนเทียม ขาเทียม และได้รับอุปกรณ์เครื่องช่วยความพิการอื่นๆ ที่มีคุณภาพ โดยทีมสหวิชาชีพที่มีความเชี่ยวชาญแบบใกล้บ้าน สามารถนำอุปกรณ์ไปใช้ในชีวิตประจำวันและเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคมได้เช่นเดียวกับคนปกติ มีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยมีผู้พิการมาใช้บริการกว่า 260 คน.

ณัฐธภพ พันสาย….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

พระหนุ่มมรณภาพในกุฏินานกว่า 12 ชั่วโมง คาดโรครุมเร้าหลายชนิด

พระหนุ่มมรณภาพในกุฏินานกว่า 12 ชั่วโมง คาดโรครุมเร้าหลายชนิด

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 1 มิถุนายน 2567 พ.ต.ต.ประสงค์ จาตุรัตน์ พนักงานสอบสวน สภ.กุยบุรี รับแจ้งว่ามีพระมรณภาพอยู่ในวัดวังยาว หมู่ 1 ต.กุยบุรี อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยแพทย์โรงพยาบาลกุยบุรี และกู้ภัยมูลนิธิหลวงพ่อในกุฏิ วัดกุยบุรี

ที่เกิดเหตุเป็นกุฏิพระชั้น 2 ประตูห้องทำด้วยกระจกเปิดอ้าอยู่ ภายในห้องพบร่างพระภิกษุรูปร่างอ้วน นอนหงายอยู่บนเตียง ตรวจสอบพบว่าเสียชีวิตมานานหลายชั่วโมงแล้ว เริ่มส่งกลิ่นเหม็น ลำตัวที่ติดกับพื้นเตียงเริ่มมีสีเขียวคล้ำ ตรวจสอบโดยรอบบริเวณไม่พบร่องรอยการต่อสู้หรือถูกทำร้ายแต่อย่างใด ทราบชื่อต่อมาว่า พระแพท อายุ 21 ปี อยู่บ้านท่าข้าม อ.กุยบุรี จ.ประจวบฯ

สอบถามญาติที่มา ทราบว่าพระแพทได้บวชมากว่า 2 พรรษาแล้ว แต่มีโรคประจำตัว ได้แก่ เบาหวาน ต่อมาตรวจพบว่าเป็นโรคไตเพิ่ม ซึ่งหมอเคยนัดให้ไปตรวจที่โรงพยาบาลศิริราช เมื่อปีที่ผ่านมา แต่ไม่ได้ไปตรวจอีก คาดว่าการเสียชีวิตในครั้งนี้น่าจะมาจากโรคที่เป็นอยู่ อีกทั้งไม่ได้การรักษาที่ถูกต้อง ทำให้มรณภาพดังกล่าว

ทางด้านพระยีนและพระกัส พระลูกวัด ที่มาพบเล่าว่าเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา พวกตนเดินผ่านห้องของพระวีนัส เห็นเปิดประตูค้างไว้ ก็สงสัย เนื่องจากปกติพระแพทจะไม่ค่อยเปิดประตูทิ้งไว้ จึงเรียกและเข้าไปดู ก็พบว่ามรณภาพแล้ว ปกติพระแพทเป็นคนเก็บตัวเงียบๆไม่ค่อยสุงสิงกับใคร ทำให้ไม่มีใครทราบว่าเป็นอะไร หลังจากทีมแพทย์ได้ตรวจเบื้องต้นแล้ว ไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยที่น่าสงสัยอื่นใด อีกทั้งญาติไม่ติดใจการเสียชีวิต จึงให้ญาตินำร่างไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนาต่อไป.

พันธุ์พงษ์ โพธิ์จินดา….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

หนุ่มแว๊นมอเตอร์ไซค์จากกรุงเทพฯ ชนท้ายพ่วงจอดนอนดับคาที่

3 หนุ่มแว๊นมอเตอร์ไซค์จากกรุงเทพฯ ชนท้ายพ่วงจอดนอนดับคาที่

เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 1 มิถุนายน 2567 ร.ต.อ.เมธาสิทธิ์ ณ พัทลุง พนักงานสอบสวน สภ.กุยบุรี รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุบนถนนเพชรเกษม ฝั่งล่องใต้ ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 282 – 283 บ้านหนองตาเสือ หมู่ 5 ต.กุยบุรี อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิหลวงพ่อในกุฏิ วัดกุยบุรี กู้ชีพโรงพยาบาลกุยบุรีและตำรวจทางหลวงกุยบุรี

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบรถพ่วงเทรลเลอร์ ยี่ห้อฮีโน่ สีขาว ทะเบียน 70 – 6233 ประจวบคีรีขันธ์ จอดอยู่ไหล่ทาง ด้านท้ายที่ตัวพ่วง ฝั่งขวาพบรถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า N-MAX สีเทา ทะเบียน 4 ขฒ 8820 กรุงเทพมหานคร ชนอัดท้ายอยู่ ข้างรถมีข้าวของกระจัดกระจาย และพบร่างชายคนหนึ่ง ทราบชื่อว่า นายจักรี บุญประสม อายุ 32 ปี บ้านอยู่ซอยเทียนทะเล แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร ตรวจสอบไม่พบชีพจร ทีมกู้ชีพและกู้ภัยเร่งทำการช่วยเหลือเบื้องต้นแต่ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ โดยข้างๆ ร่างผู้เสียชีวิต มีเพื่อนสองคนที่ขี่รถมาคนละคัน นั่งอยู่ด้วยอาการเศร้าโศก

เจ้าหน้าที่ตำรวจเดินไปเคาะประตูเรียกนายธงชัย จันทร์ทอง อายุ 38 ปี โชเฟอร์รถพ่วง ที่นอนหลับอยู่หน้ารถ ไม่ทราบว่ามีรถมาชนท้ายจนเสียชีวิต จากการสอบถามเพื่อนของผู้เสียชีวิตทราบว่า พวกตนเดินทางมากรุงเทพมหานคร จะไปที่จังหวัดชุมพร โดยแวะพักรถครั้งสุดท้ายที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งในอำเภอสามร้อยยอด ห่างจากจุดเกิดเหตุเกือบ 30 กิโลเมตร คาดว่า นายจักรี ขับขี่มาคันหน้า คงไม่เห็นว่ามีรถพ่วงจอดอยู่ไหล่ทาง เลยชนท้ายเข้าอย่างจังจนเสียชีวิตดังกล่าว ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป.

พันธุ์พงษ์ โพธิ์จินดา….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ป.ป.ช.ประจวบฯ ร่วมกับบ้านพักเด็กและครอบครัว จัดโครงการ “เด็กประจวบฯ ไม่ทนต่อการทุจริตคอรัปชั่น”

ป.ป.ช.ประจวบฯ ร่วมกับบ้านพักเด็กและครอบครัว จัดโครงการ “เด็กประจวบฯ ไม่ทนต่อการทุจริตคอรัปชั่น”

วันที่ 30 พฤษภาคม 2567 นายองครักษ์ ทองนิรมล รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานเปิดโครงการ “เด็กประจวบฯ ไม่ทนต่อการทุจริตคอรัปชั่น” ที่สำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดประจาบดีรีขับธ์ มี น.ส.จุฑารัตน์ เหลืองเพิ่มสกุล ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป ช.ประจำจังหวัดประจวบคีรีชันธ์ น.ส.วารุณี ดอกจันทร์ หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดประจวบศีรีขันธ์ ชมรมสตรองจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ครู นักเรียน ร่วมกิจกรรม

ด้วยสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดประจวบคีรีชันธ์ เป็นที่ปรึกษา จัดโครงการ “เด็กประจวบฯ ไม่ทนต่อการทุจริตคอรัปชั่น” เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับความละอายและความไม่ทนต่อการทุจริต และโมเดล STRONG จิตพอเพียงต้านการทุจริต รวมถึงหัวข้อ “การคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนกับผลประโยชน์ส่วนรวม” จากนั้นให้นักเรียนจับกลุ่มแสดงความคิดเห็นในด้านต่างๆ ที่ได้ความรู้จากกิจกรรมดังกล่าว.

ณัฐธภพ พันสาย….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

“บ่อชุบตัวพระสังข์” วนอุทยานเขานางพันธุรัต แลนด์มาร์คสุดผจญภัยที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด

“บ่อชุบตัวพระสังข์” วนอุทยานเขานางพันธุรัต แลนด์มาร์คสุดผจญภัยที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด

วันที่ 31 พฤษภาคม 2567 นายพัฒนพันธ์ เจือจันทร์ หัวหน้าวนอุทยานเขานางพันธุรัต อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี เปิดเผยว่า ตามนโยบายของนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช นายสมเจตน์ จันทนา ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (สบอ.3) สาขาเพชรบุรี ที่ให้เน้นการดูแลรักษาทรัพยากรการท่องเที่ยวและส่งเสริมพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโดยการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน ซึ่งวนอุทยานเขานางพันธุรัต เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่โดดเด่น โดยเฉพาะเส้นทางศึกษาธรรมชาติระยะไกล 2.5 กิโลเมตร ที่ร้อยเรียงเรื่องราวมาจากวรรณคดีสังข์ทอง ซึ่งเส้นทางจะประกอบไปด้วยจุดแลนด์มาร์ค 4 จุด คือ ลานเกือกแก้ว บ่อชุบตัวพระสังข์ จุดชุมวิวคอกช้าง จุดชมวิวทุ่งเศรษฐี ที่ต้องเตรียมร่างกายให้พร้อมแล้วมาทดสอบกำลังขากันเลย

พื้นที่วนอุทยานเขานางพันธุรัต จ.เพชรบุรี เป็นเทือกเขาหินปูนที่มีความสวยงาม เอกลักษณ์โดดเด่น สามารถมองเห็นได้จากริมถนนใหญ่ ทอดยาวตามแนวเหนือ – ใต้ มองดูคล้ายนางพันธุรัตนอนอยู่ วนอุทยานได้จัดทำเส้นทางศึกษาธรรมชาติระยะไกล ระยะทาง 2.5 กิโลเมตร ผ่านจุดที่น่าสนใจมากมาย แต่ละจุดจะร้อยเรียงเรื่องราวมาจากวรรณคดีสังข์ทอง หนึ่งในเส้นทางศึกษาธรรมชาติระยะไกล ที่นักผจญภัยต่างประทับใจ เพลิดเพลินไปกับป่าเบญจพรรณและป่าดิบแล้งสองข้างทางที่มีความอุดมสมบูรณ์ของพรรณไม้และสัตว์ป่านานาชนิด ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง ลักษณะของเส้นทางมีทั้งทางเรียบ เนินเขาขึ้นลงสลับกันไป อาจมีบางช่วงที่ต้องปีนป่ายบ้าง

บ่อชุบตัวพระสังข์ ตั้งอยู่ในเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติระยะไกล ที่มีระยะทางไปกลับและกลับประมาณ 1 กิโลเมตร ต้องใช้เวลาเดินทาง 2 ชั่วโมง บริเวณนี้มีลักษณะคล้ายกับเป็นหลุมขนาดใหญ่ กว้างประมาณหนึ่งสนามฟุตบอล ลึกลงไปหลายสิบเมตร ด้านหน้าเป็นแนวผาหินล้อมรอบหลุม ส่วนด้านล่างทิวทัศน์ที่เขียวชะอุ่มไปด้วยพรรณไม้นานาชนิด เช่น กระชิดมหาพรหม ไทร กร่าง เป็นต้น

ด้วยพื้นที่ ที่เป็นความหลากหลายทางชีวภาพของภูเขาหินปูนในวนอุทยานเขานางพันธุรัตแห่งนี้ ตามตำนานเล่าว่าพระสังข์แอบเข้าไปในเขตหวงห้ามและได้ไปพบกับบ่อทองและชุดเจ้าเงาะ หลังจากนางพันธุรัตออกไปหาอาหารกิน พระสังข์จึงย่องแอบไปยังบ่อชุบตัวและลงชุบตัวในบ่อทองจนร่างกายเป็นสีทอง แล้วกลับเอารูปเงาะเกือกแก้ว และไม้เท้าเพื่อหนีนางพันธุรัตไป

ทั้งนี้ข้อควรปฏิบัติในการใช้เส้นทางศึกษาธรรมชาติ การเตรียมความพร้อมร่างกาย อุปกรณ์สำหรับปกป้องร่างกายจากแดดและหนาม สัมภาระและน้ำดื่ม เนื่องจากเส้นทางมีระยะทางที่ค่อนข้างไกลและใช้เวลาในการเดินขึ้นลงเขา เพื่อความปลอดภัยในการชื่นชมศึกษาธรรมชาติ ติดต่อสอบถามข้อมูลที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวก่อนทุกครั้ง หรือที่เพจวนอุทยานเขานางพันธุรัต และโครงการฯ เขานางพันธุรัต อันเนื่องมาจากพระราชดำริ.