Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

เริ่มแล้ว ชวนเปิดประสบการณ์เที่ยวทะเลบางสะพาน ผ่านกีฬา สุขภาพ อาหาร ดนตรีและวิถีชุมชน

เริ่มแล้ว ชวนเปิดประสบการณ์เที่ยวทะเลบางสะพาน ผ่านกีฬา สุขภาพ อาหาร ดนตรีและวิถีชุมชน

ช่วงค่ำวันที่ 19 กันยายน 2569 นางอภิญญา เอี่ยมอำภา รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดงาน “Bangsaphan Beach Life Fest”ที่หาดดอนสำราญ อ.บางสะพาน จ.ประจวบฯ ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรก ระหว่างวันที่ 19 – 20 กันยายนนี้ เวลา 16.00 – 22.00 น. มีนายอิษฎา เสาวรส ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานประจวบฯ, นางพัชราภรณ์ ชุมสุข ประชาสัมพันธ์จังหวัดประจวบฯ นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายก อบจ.ประจวบฯ นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ ชุมชน นักท่องเที่ยว และประชาชนเข้าร่วมงาน

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานประจวบฯ จัดงาน Bangsaphan Beach Life Fest ภายใต้แนวคิด“ทะเลไม่ได้มีไว้แค่มอง PLAY – WELLNESS – CHILL” เพื่อชวนสัมผัสประสบการณ์ริมทะเลในมุมมองใหม่ ผ่านกิจกรรมที่ผสมผสานกีฬา สุขภาพ อาหาร ดนตรี และวิถีชุมชน พร้อมสร้างสีสันและกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยว รวมทั้งส่งเสริมภาพลักษณ์ของอำเภอบางสะพาน สู่การเป็นจุดหมายด้าน Beach Sport & Lifestyle ที่สามารถเดินทางมาท่องเที่ยวและสัมผัสประสบการณ์ได้ตลอดทั้งปี

นายอิษฎา เสาวรส กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้เพื่อส่งเสริมศักยภาพด้านการท่องเที่ยวทางทะเลของอำเภอบางสะพาน โดยนำทรัพยากรการท่องเที่ยวและพื้นที่ชายหาดมาต่อยอด ผ่านกิจกรรมกีฬา สุขภาพและไลฟ์สไตล์ พร้อมนำเสนอเสน่ห์ด้านธรรมชาติ วิถีชีวิต อาหาร และอัตลักษณ์ของชุมชนให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง สร้างประสบการณ์และแรงจูงใจในการเดินทางแก่นักท่องเที่ยว ควบคู่กับการกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการและชุมชน และส่งเสริมเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในพื้นที่ให้เติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

ภายในงานจัดกิจกรรมตลอด 2 วัน โดยแบ่งเป็น 3 ไฮไลต์ ได้แก่ PLAY ชวนสนุกและเติมพลังกับการแข่งขันวอลเลย์บอลชายหาด และกิจกรรม SUP Experience เปิดประสบการณ์กิจกรรมทางน้ำ ท่ามกลางบรรยากาศทะเลบางสะพาน ต่อด้วย WELLNESS กับกิจกรรมเพื่อสุขภาพ ทั้ง Beach Yoga, Zumba on the Beach และนวดเพื่อสุขภาพ ให้ผู้ร่วมงานได้ออกกำลังกายและผ่อนคลายริมชายหาด และ CHILL ที่รวบรวมอาหารท้องถิ่น สินค้าและผลิตภัณฑ์จากชุมชน พร้อมการแสดงดนตรีริมชายหาดท่ามกลางบรรยากาศพระอาทิตย์ตกดินของหาดดอนสำราญ

การจัดงานครั้งนี้ยังเป็นการนำเสนออีกมุมหนึ่งของอำเภอบางสะพาน ซึ่งมีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวทางทะเล ทั้งชายหาด ทรัพยากรธรรมชาติ วิถีชีวิต อาหาร และเสน่ห์ของชุมชน โดยนำกิจกรรมกีฬาและสุขภาพมาเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยว เพื่อสร้างประสบการณ์ที่หลากหลายและเข้าถึงนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ ทั้งคนรุ่นใหม่ ผู้รักกีฬาและสุขภาพ ครอบครัว ตลอดจนประชาชนและนักท่องเที่ยวทุกช่วงวัย พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการและชุมชนในพื้นที่มีส่วนร่วมและได้รับประโยชน์จากการเดินทางท่องเที่ยว สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถเข้าร่วมงาน Bangsaphan Beach Life Fest ณ ชายหาดดอนสำราญ อ.บางสะพาน ร่วมเปิดประสบการณ์ใหม่ของการเที่ยวทะเลบางสะพาน และสัมผัสอีกหนึ่งสีสันของการท่องเที่ยวจังหวัดประจวบฯ.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ชุดปราบปรามยาเสพติดประจวบฯ ร่วมกับหลายหน่วยงาน นำสุนัข K9 ยึดยาบ้า 20,000 เม็ด คนร้ายรอดหวุดหวิด

ชุดปราบปรามยาเสพติดประจวบฯ ร่วมกับหลายหน่วยงาน นำสุนัข K9 ยึดยาบ้า 20,000 เม็ด คนร้ายรอดหวุดหวิด

วันที่ 18 กันยายน 2569 ภายใต้การอำนวยการและสั่งการของนายสิทธิชัย สวัสแสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ, พ.ต.อ.อัคราวัส สีห์ธนบุญอุบล ผู้กำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 14 นายเนรมิตร เหลืองอร่ามฟ้า นายอำเภอเมืองประจวบฯ และ พ.อ.ชูพงษ์ สายอุบล รอง ผอ.รมน.จังหวัดประจวบฯ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.ณัฐพล พลอยท้วม ผู้บังคับกองร้อย ตชด.144/หัวหน้าชุดปราบปรามยาเสพติด กก.ตชด.14, นายชัยชาญ มูลมาก ป้องกันจังหวัดประจวบฯ, นายอุดร ผโรประการณ์ ปลัดอำเภอเมืองประจวบฯ พร้อมเจ้าหน้าที่ชุด ชปข./ชปส.กก.ตชด.14 ตำรวจทางหลวงประจวบฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันสืบสวนปราบปรามผู้ต้องหาเครือข่ายยาเสพติดในพื้นที่

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 18.00 น. เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเบาะแสจากสายลับ ว่าจะมีผู้ต้องสงสัยขนลำเลียงยาบ้าจากพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี มุ่งหน้าเข้าสู่จังหวัดประจวบฯ โดยใช้กระบะยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นไทรทัน สีดำ ไม่ทราบทะเบียน จึงเฝ้าสืบสวนหาข่าว จนกระทั่งเวลาประมาณ 06.20 น.ของวันที่ 18 กันยายน เจ้าหน้าที่ที่วางกำลังและเฝ้าระวังตามเส้นทาง ได้พบรถยนต์ต้องสงสัยตรงตามที่รับแจ้ง ขับมาด้วยความเร็วบนถนนบายพาส ขาล่องใต้ ในพื้นที่ตำบลวังก์พง อ.ปราณบุรี จ.ประจวบฯ คาดว่าภายในมียาเสพติดซุกซ่อนอยู่ จึงแจ้งหน่วยงานต่างๆ ให้ทราบ พร้อมติดตามมาถึงบริเวณสี่แยกไฟแดงเกาะหลัก ถนนเพชรเกษม อ.ประจวบคีรีขันธ์ เจ้าหน้าที่ได้แสดงตัวและส่งสัญญาณให้หยุดรถ เพื่อขอเข้าทำการตรวจค้น แต่คนขับรถได้เร่งเครื่องขับหลบหนีไปตามถนนเพชรเกษมขาล่องใต้ เจ้าหน้าที่จึงได้ไล่ติดตามอย่างกระชั้นชิด เมื่อมาถึงบริเวณพื้นที่หมู่ 2 ต.คลองวาฬ อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ ห่างจากสถานีบริการน้ำมันบางจากประมาณ 100 เมตร คนขับรถได้ลดกระจกฝั่งผู้โดยสารลง แล้วโยนวัตถุห่อหุ้มด้วยกระดาษสีขาวขุ่นจำนวน 2 ห่อ ทิ้งลงบริเวณชายป่าข้างทาง จากนั้นได้ขับรถหลบหนีต่อไปจนถึงพื้นที่หมู่ 9 ต.ห้วยยาง อ.ทับสะแก จ.ประจวบฯ ก่อนเลี้ยวเข้าไปในทางสาธารณะทิศตะวันตก และอาศัยความชำนาญพื้นที่หลบหนีไปได้

ต่อมาเวลาประมาณ 08.00 น. เจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามยาเสพติด กก.ตชด.14 พร้อม ชปส.ประจวบฯ และสุนัขสงคราม K9 ได้เข้าตรวจสอบวัตถุต้องสงสัยบริเวณชายป่าจุดเกิดเหตุ พบห่อกระดาษสีขาวขุ่นชุบเทียนไข ประทับตราสัญลักษณ์ “999” จำนวน 2 ห่อ จากการตรวจสอบภายในพบยาบ้า บรรจุอยู่ห่อละ 5 มัดๆ ละ 10 ถุง รวม 20,000 เม็ด เจ้าหน้าที่จึงร่วมกันทำบันทึกตรวจยึดของกลางทั้งหมด นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.คลองวาฬ อ.เมือง จ.ประจวบฯ เพื่อตรวจพิสูจน์และเร่งรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

ณัฐธภพ พันสาย…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ชูอัตลักษณ์ 4 จังหวัด”มหกรรมชาติพันธุ์เพชรสมุทรคีรี” ดันเที่ยวชุมชน กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก

ชูอัตลักษณ์ 4 จังหวัด”มหกรรมชาติพันธุ์เพชรสมุทรคีรี” ดันเที่ยวชุมชน กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก

วันที่ 18 กันยายน 2569 นายชยชัย แสงอินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม พร้อมด้วยผู้แทนท่องเที่ยวและกีฬาจากกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 (เพชรสมุทรคีรี) ประกอบด้วย สมุทรสงคราม สมุทรสาคร เพชรบุรี และประจวบฯ ร่วมแถลงข่าวเตรียมจัดงานใหญ่ “มหกรรมชาติพันธุ์เพชรสมุทรคีรี” โดยมีกลุ่มชาติพันธุ์ ผู้ประกอบการ และสื่อมวลชนเข้าร่วมคึกคักที่ อสิตา อีโค่ รีสอร์ท อ.เมืองสมุทรสงคราม จ.สมุทรสงคราม

นายชยชัย เปิดเผยว่า งานกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 – 29 กันยายน 2569 เวลา 16.00 – 22.00 น. ณ อนุสรณ์สถานแฝดสยามอิน–จัน ต.ลาดใหญ่ อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม มุ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ และกระจายรายได้สู่ฐานราก นำเสนอเสน่ห์วิถีชีวิต 5 กลุ่มชาติพันธุ์ ได้แก่ ไทยพื้นถิ่น ไทยรามัญ ไทยทรงดำ ไทยจีน และไทยกะเหรี่ยง ผ่านมรดกภูมิปัญญา อาหารท้องถิ่น เครื่องแต่งกาย ประเพณี และความเชื่อที่สืบทอดกันมายาวนาน ไฮไลต์กิจกรรมตลอด 5 วัน 5 คืน ชมนิทรรศการมีชีวิตและเวิร์กช็อปวิถีชาติพันธุ์ การประกวดนางงามชาติพันธุ์ และการเดินแบบแฟชั่นชุดผ้าพื้นถิ่น การแสดงศิลปะวัฒนธรรมพื้นบ้าน คอนเสิร์ตจากศิลปินดังทุกค่ำคืน ช็อป ชิม ตลาดสินค้าและอาหารอัตลักษณ์เด่นจาก 4 จังหวัด นอกจากนี้ ในวันที่ 26 – 27 กันยายน ยังมีกิจกรรมท่องเที่ยวชุมชนเจาะลึกพื้นที่จริง 3 จุดสำคัญ ได้แก่ สัมผัสวิถีไทยจีน ณ โรงเจอัมพวา (โรงเจเง็กซำเป้าเก็งเต๊ง), วิถีไทยทรงดำ ณ วัดใหม่บางปืน และวิถีไทยรามัญ ณ วัดศรัทธาธรรม จึงขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมปักหมุดเที่ยวงานฟรีตลอดการจัดงาน.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เจ้าของอาคาร รวมตัวยื่นหนังสือเทศบาลชะลอการรื้อถอนอาคารบุกรุกหาดหัวหินในวันที่ 25 ก.ย.

เจ้าของอาคาร รวมตัวยื่นหนังสือเทศบาลชะลอการรื้อถอนอาคารบุกรุกหาดหัวหินในวันที่ 25 ก.ย.

จากที่เทศบาลนครหัวหิน จ.ประจวบฯ เตรียมการรื้อถอนอาคาร 15 หลัง ที่บุกรุกที่สาธารณะ บริเวณชายหาดหัวหินตั้งแต่สะพานปลาถึงศาลเจ้าแม่ทับทิม ภายหลังศาลปกครองสูงสุดได้อ่านคำพิพากษาที่เจ้าของอาคารฟ้อง ขอให้เพิกถอนคำสั่งของเทศบาลการห้ามใช้อาคารที่บุกรุกและศาลปกครองสูงสุดพิพากษายกฟ้อง เนื่องจากศาลฎีกามีคำพิพากษาคดีดังกล่าวถึงที่สุดแล้วตั้งแต่ปี 2557 ให้รื้อถอนอาคารทั้งหมด 40 รายที่บุกรุกที่สาธารณะ ตั้งแต่สะพานปลาถึงศาลเจ้าแม่ทับทิม ซึ่งปัจจุบันมีจำนวน 14 ราย ที่ยอมรื้อถอนไปแล้วและยังคงเหลืออีก 26 ราย แยกดำเนินการรื้อถอนอาคารที่เหลือใช้งบประมาณของกรมเจ้าท่า จำนวน 11 ราย และของเทศบาลนครหัวหินจำนวน 15 ราย ซึ่งทางเทศบาลนครหัวหินได้มีการแจ้งผลคดีไปยังคู่กรณีในคดีที่ยังไม่ได้ทำการรื้อถอนอาคารออกไปจากที่ดินสาธารณะสมบัติของแผ่นดิน ให้รื้อถอนอาคารให้เสร็จสิ้นภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือ แต่ปรากฏว่าเทศบาลไม่ได้รับแจ้งจากเจ้าของอาคารหลังใดว่าได้ทำการรื้อถอนอาคารตามคำสั่งเจ้าพนักงานท้องถิ่น จึงติดป้ายประกาศให้ทราบเรื่องการรื้อถอนเพื่อแจ้งให้เจ้าของอาคารทราบล่วงหน้าเป็นเวลา 7 วัน ก่อนเทศบาลจะเข้าดำเนินการในวันที่ 25 กันยายนนี้

ล่าสุด วันที่ 18 กันยายน 2569 นางนงเยาว์ ฮึกหาญ อายุ 73 ปี ตัวแทนเจ้าของอาคารที่ได้รับผลกระทบ กล่าวว่า ในคำสั่งของศาลปกครองสูงสุด มีอยู่ประเด็นหนึ่งที่ทนายของเราได้ให้คำแถลงไปว่า ที่ตรงนี้เป็นที่เข้าตามมาตรการของชาวบ้านดั้งเดิมที่อยู่ก่อนมานาน ซึ่งถ้าสืบได้ว่าเป็นหมู่บ้านดั้งเดิม ทางรัฐต้องขึ้นทะเบียนให้เป็นที่อยู่อาศัย แต่ศาลไม่อ่านตรงนี้ โดยบอกว่าชาวบ้านไม่ได้ร้องในเรื่องการขอพิสูจน์สิทธิ์ แต่ร้องในมาตราข้อ 4 (เรื่องไม่ให้เข้าอาคาร) และข้อ 7 (เรื่องให้รื้อถอนอาคาร) ศาลจึงพิจารณาแค่ตรงนี้ ชาวบ้านเลยฉุกคิดได้ว่าถ้าเราไปสู้ในเรื่องการพิสูจน์สิทธิ์ ก็น่าจะมีทาง เราจึงทำเรื่องขอพิสูจน์สิทธิ์ไปตามขั้นตอนผ่านสำนักงานนโยบายที่ดินแห่งชาติ แต่เรื่องก็ถูกตีกลับมา เพราะถ้าเรื่องอยู่ในศาลและมีคำตัดสินแล้ว เขาจะไม่ก้าวก่ายอำนาจศาล ทางเราจึงได้ทำเรื่องขอพิสูจน์สิทธิ์ไปที่ศาลหัวหิน (ศาลยุติธรรม) ประมาณปลายปี 2568 ถึงปี 2569 ซึ่งผ่านศาลชั้นต้นไปแล้วและกำลังอยู่ที่ศาลอุทธรณ์

“เมื่อวันที่นายกเทศมนตรีนครหัวหินลงมาดูพื้นที่ เราได้ยกเรื่องการอุทธรณ์เรื่องขอพิสูจน์สิทธิ์มาอ้าง เพื่อขอให้ชะลอการรื้อถอน แต่ทางเทศบาลยึดคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดถึงที่สุด แล้วนำเอาประเด็นนี้เรื่องรื้อถอน แต่ประเด็นที่เราขอพิสูจน์สิทธิ์ เทศบาลต้องรับฟังด้วยเพราะเป็นคำสั่งศาลเหมือนกัน ถ้าผลการพิสูจน์ออกมาหรือศาลไม่รับ ถือว่าเรื่องนี้ตกไป คุณค่อยมาดำเนินการเรื่องนี้ จะต้องรีบร้อนรื้อถอนไปทำไม ท่านเป็นคนของประชาชน ท่านก็ต้องเห็นใจประชาชนบ้าง ในการรื้อถอนเทศบาลต้องแต่งตั้งคณะกรรมการมาสํารวจ ว่าชาวบ้านได้รับผลกระทบจากการรื้อถอนไหม เขามีอยู่กี่คน ต้องจัดสรรที่ทำกินให้เขาใหม่ รื้อไปแล้วเขาจะไปอยู่ที่ไหน จะทำมาหากินที่ไหน มันไม่ใช่ว่าทุกคนมันมีบ้านสำรองจะทำอย่างไร”

ด้าน น.ส.สุนทรี กุมภ์พระ อายุ 62 ปี หนึ่งในเจ้าของคารที่ถูกรื้อถอน กล่าวว่า เรายื่นหนังสือเรียกร้องไปทางเทศบาลนครหัวหินเมื่อวันที่ 17 กันยายนที่ผ่านมา หลังจากที่เทศบาลได้มาทำการติดประกาศ เราได้ถามนายกเทศมนตรีฯ จะช่วยแก้ไขและบรรเทาหรือขอขยายเวลาให้ออกไปก่อน เพราะว่าชาวบ้านยังจะต้องขอใช้สิทธิต่างๆ ในการต่อสู้ แบบนี้มันกระชั้นชิดไป ชะลอคำสั่งรื้อถอนได้ไหม อยากให้นายกฯ เข้ามาพูดคุยกับเจ้าของอาคารเร่งด่วนที่สุด เพราะในคำสั่งบอกว่าภายในวันที่ 25 กันยายนนี้ พวกเราพร้อมที่จะนั่งโต๊ะคุยกันเพื่อหาทางออกในเรื่องนี้.

Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

สวนน้ำแบล็คเมาน์เทน ชวนวิ่งรับแสงเย็น แล้วเล่นน้ำสุดฟินที่หัวหิน

สวนน้ำแบล็คเมาน์เทน ชวนวิ่งรับแสงเย็น แล้วเล่นน้ำสุดฟินที่หัวหิน

วันที่ 17 กันยายน 2569 สวนน้ำแบล็คเมาน์เทน อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ ร่วมกับ อบต.หินเหล็กไฟ, สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ, มูลนิธิเพชรเกษม และ HI-RANK จัดงานวิ่งสุดอบอุ่นสำหรับครอบครัว “Black Mountain Sunset Splash Run” ชวนคุณพ่อคุณแม่และคุณหนูๆ มาใช้เวลาในวันหยุดร่วมกัน กับกิจกรรมที่ผสมผสานการวิ่งเพื่อสุขภาพกับความสนุกในสวนน้ำยามเย็น งานนี้ออกแบบมาให้ทุกคนในครอบครัวสามารถมีส่วนร่วมได้อย่างเต็มที่ ด้วยระยะทางวิ่งที่ปลอดภัยและเหมาะสมสำหรับทุกวัย คือ 5.25 กิโลเมตร และ 2.35 กิโลเมตร ไฮไลต์สำคัญ คือเมื่อเข้าเส้นชัย ทุกครอบครัวจะได้เปลี่ยนบรรยากาศไปสนุกสนานกับกิจกรรมเล่นน้ำ ฟังเพลง และพักผ่อนหย่อนใจในสวนน้ำ ตั้งแต่เวลา 18.45 น. เป็นต้นไป

แพ็กเกจไฮไลต์สำหรับครอบครัวและผู้ร่วมงานทุกวัย เพื่อให้ตอบโจทย์การมาเป็นครอบครัว ทางผู้จัดงานได้เตรียมแพ็กเกจสุดพิเศษไว้ต้อนรับ ได้แก่ แพ็กเกจสุดคุ้ม “Happy Family” (แพ็กเกจครอบครัว 3 คน) ราคาเพียง 1,799 บาท (สำหรับผู้ใหญ่ 2 คน และเด็ก 1 คน) รับสิทธิ์วิ่งพร้อม Race Kit ทั้ง 3 คน และความทรงจำสุดพิเศษ ด้วยบริการถ่ายภาพครอบครัวพร้อมใส่กรอบฟรี ! Standard Splash (นักวิ่งทั่วไป) ผู้ใหญ่ 750 บาท เด็ก (อายุไม่เกิน 12 ปี) ราคาพิเศษเพียง 550 บาท รับเสื้อ เหรียญ BIB คูปองอาหารและสิทธิ์เข้าเล่นสวนน้ำฟรีทั้งวัน Chill & Cheer (กองเชียร์สายชิล) สำหรับสมาชิกครอบครัวที่ไม่อยากวิ่ง ราคาเพียง 450 บาท (ทุกช่วงอายุ) สามารถเข้าสวนน้ำทั้งวัน พร้อมรับอุปกรณ์เชียร์เรืองแสงไว้รอรับนักวิ่งที่เส้นชัย Ultimate Racecation (แพ็กเกจพักผ่อนแบบครอบครัวใหญ่) ราคา 7,900 บาท สำหรับ 4 คน รวมที่พักพูลวิลล่า 2 ห้องนอน 1 คืน พร้อมอาหารเช้า, สิทธิ์วิ่งแบบ VIP, บริการส่ง Race Kit ถึงบ้าน และ Fast Track เข้าสวนน้ำทั้งวัน นอกจากนี้ยังมีแพ็กเกจ Neon Party Gang สำหรับกลุ่มเพื่อน 4 คน ในราคา 2,799 บาทอีกด้วย

กำหนดวิ่งในวันเสาร์ที่ 14 พฤศจิกายน 2569 เวลา 12.00 – 16.00 น. ลงทะเบียนรับเสื้อและ BIB, 16.30 น. พิธีเปิดงาน, 16.45 น. วอร์มอัพระหว่างครอบครัว, 17.00 น. ปล่อยตัวระยะ 5.25 กม., 17.15 น. ปล่อยตัวระยะ 2.35 กม., 18.00 น. มอบรางวัล Overall ชายหญิง, 18.45 – 20.30 น. สนุกสนานกับกิจกรรมบันเทิงเล่นน้ำยามเย็น, 21.00 น. จบกิจกรรมพร้อมรอยยิ้มกลับบ้าน จึงขอเชิญชวนคนที่คุณรักมาออกกำลังกายและสนุกไปด้วยกัน ผู้ที่สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสำรองแพ็กเกจได้ที่ โทร.032 – 618444.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

หัวหินเอาจริง เตรียมรื้อถอนอาคารบุกรุกที่สาธารณะ ตั้งแต่สะพานปลา – ศาลเจ้าแม่ทับทิม คืนชายหาดให้ประชาชน

หัวหินเอาจริง เตรียมรื้อถอนอาคารบุกรุกที่สาธารณะ ตั้งแต่สะพานปลา – ศาลเจ้าแม่ทับทิม คืนชายหาดให้ประชาชน

วันที่ 16 กันยายน 2569 นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน จ.ประจวบฯ เป็นประธานประชุมเพื่อซักซ้อมแนวทางการดำเนินการเกี่ยวกับการรื้อถอนอาคารบริเวณชายหาดหัวหิน ตั้งแต่สะพานปลาถึงศาลเจ้าแม่ทับทิม มีคณะผู้บริหารเทศบาล สท. รองปลัดเทศบาล สำนักการช่าง กลุ่มงานนิติการ และงานรักษาความสงบ (เทศกิจ) พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กอ.รมน.จังหวัดประจวบฯ ฝ่ายปกครองอำเภอหัวหิน สภ.หัวหิน ที่ดินจังหวัดประจวบฯ สำนักงานเจ้าท่าสาขาประจวบฯ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาหัวหิน เข้าร่วมประชุมที่ห้องนเรศดำริห์ สำนักงานเทศบาลนครหัวหิน

ตามที่ศาลปกครองสูงสุด ได้อ่านคำพิพากษาและคดีถึงที่สุดให้รื้อถอนอาคารทั้งหมด 40 ราย ที่บุกรุกที่สาธารณะ ตั้งแต่สะพานปลาถึงศาลเจ้าแม่ทับทิม มีจำนวน 14 ราย ที่ยอมรื้อถอนไปแล้ว แต่ยังคงเหลืออีก 26 ราย ซึ่งในจำนวนดังกล่าว แบ่งดำเนินการรื้อถอนในส่วนงบประมาณของกรมเจ้าท่า จำนวน 11 ราย และของเทศบาลนครหัวหิน จำนวน 15 ราย โดยในส่วนของเทศบาลนครหัวหินได้มีการแจ้งผลคดีไปยังคู่กรณี ในคดีที่ยังไม่ได้ทำการรื้อถอนอาคารออกไปจากที่ดินสาธารณะสมบัติของแผ่นดิน โดยกำหนดให้การรื้อถอนอาคารให้เสร็จสิ้นภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือ แต่ปรากฏว่ายังไม่ได้รับแจ้งจากเจ้าของอาคารหลังใด ว่าได้ทำการรื้อถอนอาคารตามคำสั่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นแล้ว

โดยที่ประชุมได้แจ้งความคืบหน้าการดำเนินการของอาคารแต่ละหลัง ทั้งที่มีการรื้อถอนแล้วและยังไม่ได้รื้อถอน ซึ่งปัจจุบันหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการจัดหาผู้รับจ้าง เพื่อดำเนินการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวได้แล้ว และจะเริ่มดำเนินการรื้อถอนอาคารที่ก่อสร้างในที่สาธารณะสมบัติของแผ่นดิน บริเวณชายหาดหัวหิน จำนวน 15 ราย ตั้งแต่สะพานปลาถึงศาลเจ้าแม่ทับทิม ในวันที่ 25 กันยายนนี้ พร้อมกันนี้ได้ลงพื้นที่ติดป้ายประกาศให้ทราบเรื่องการรื้อถอน เพื่อแจ้งให้เจ้าของอาคารทราบล่วงหน้าเป็นเวลา 7 วัน ก่อนดำเนินการเข้ารื้อถอน ทั้งนี้เทศบาลได้ลงพื้นที่เพื่อชี้แจงข้อมูล ข้อเท็จจริง และแนวทางการดำเนินการตามกฎหมายแก่เจ้าของอาคาร พร้อมทั้งเจรจาสร้างความเข้าใจอันดีและขอความร่วมมือเจ้าของอาคาร ดำเนินการให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ถูกต้องตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนคำนึงถึงความเป็นธรรมและประโยชน์ของทุกฝ่ายต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

กฟผ.ทำบุญครบ 10 ปี โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทับสะแก มอบทุนการศึกษาให้เยาวชน

กฟผ.ทำบุญครบ 10 ปี โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทับสะแก มอบทุนการศึกษาให้เยาวชน

วันที่ 15 กันยายน 2569 ที่ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ.ทับสะแก ต.นาหูกวาง อ.ทับสะแก จ.ประจวบฯ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) โดยโรงไฟฟ้าทับสะแก เขื่อนวชิราลงกรณ จัดพิธีทำบุญเนื่องในโอกาสครบรอบ 10 ปี การขนานเครื่องโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทับสะแก เข้าสู่ระบบและเริ่มจ่ายกระแสไฟฟ้าในเชิงพาณิชย์ ตั้งแต่ปี 2559 ณ โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทับสะแก ต.นาหูกวาง อ.ทับสะแก โดยนายพนม ปัถวี หัวหน้าแผนกโรงไฟฟ้าทับสะแก ให้การต้อนรับหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่น และผู้แทนหน่วยงานต่างๆ ได้แก่ น.ส.ทิฆัมพร ยอดใหญ่ นายก อบต.นาหูกวาง นายอรุษ ห้วยหงษ์ทอง กำนันตำบลนาหูกวาง พร้อมคณะผู้บริหาร ผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาอำเภอทับสะแก ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนาหูกวาง ผู้บริหารสถานศึกษา กำนัน ผู้ใหญ่บ้านตำบลนาหูกวาง รวมถึงผู้แทนหน่วยงานภายใน กฟผ. จากฝ่ายชุมชนสัมพันธ์โครงการ ฝ่ายพัฒนาและแผนงานโรงไฟฟ้า และศูนย์การเรียนรู้ กฟผ.ทับสะแก และแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมพิธี

โอกาสนี้ นายทนงศักดิ์ รุ่งรัศมี ปลัดอาวุโส รักษาราชการแทน นายอำเภอทับสะแก เป็นประธานในพิธี หลังจากพิธีสงฆ์เพื่อความเป็นสิริมงคล มีการปลูกไม้มงคลต้นจันทร์หอม สัญลักษณ์แห่งการเติบโตและความยั่งยืน และมีการมอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียนจากสถานศึกษาในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า จำนวน 4 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนทับสะแกวิทยา, โรงเรียนบ้านดอนทราย, โรงเรียนบ้านอ่างทอง และโรงเรียนอ่างทองพัฒนา โดย นายสมชาย จันทร์เย็น ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขื่อนวชิราลงกรณ-1 เป็นผู้มอบทุนการศึกษา

การจัดงานในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ กฟผ. ในการดำเนินงานด้านพลังงานสะอาด ควบคู่ไปกับการดูแลชุมชนและสิ่งแวดล้อม เพื่อการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืนตลอดไป.

ณัฐธภพ พันสาย…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ รับมอบทุนการศึกษาและคอมพิวเตอร์ต่อเนื่อง

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ รับมอบทุนการศึกษาและคอมพิวเตอร์ต่อเนื่อง

วันที่ 16 กันยายน 2569 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานมอบอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และเงินสนับสนุนแก่สถานศึกษา ในพื้นที่จังหวัดประจวบฯ ครั้งที่ 5 ที่ศาลากลางจังหวัดประจวบฯ มีนายนิรัน ดะแช ศึกษาธิการจังหวัด นายวิสุทธิ์ จันทร์วัฒรังกูล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาโครงการแนวสูง บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารสถานศึกษา บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน เข้าร่วมพิธี

การมอบอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และเงินสนับสนุนในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พัฒนาจังหวัด “Next move PRACHUAP ประจวบฯต้องไปต่อ” ในมิติการพัฒนาการศึกษา ภายใต้โครงการ “10 ห้องเรียนเสริมการศึกษา” ซึ่งเป็นการระดมทรัพยากรจากภาคเอกชน ตามแนวคิดความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร (CSR) เพื่อจัดหาคอมพิวเตอร์ให้แก่โรงเรียนที่ขาดแคลน เพิ่มโอกาสทางการศึกษา และส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ให้แก่เด็กและเยาวชน
โอกาสนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ ได้กล่าวฝากถึงนักเรียนที่ได้รับการสนับสนุน ว่าขอให้นักเรียนทุกคนตั้งใจศึกษาเล่าเรียน เพราะการศึกษาจะเป็นพื้นฐานสำคัญในการสร้างโอกาสและนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตในอนาคต

สำหรับการสนับสนุนครั้งที่ 5 มีสถานศึกษาได้รับความช่วยเหลือรวม 5 แห่ง รวมคอมพิวเตอร์ทั้งสิ้น 55 เครื่อง แบ่งเป็นคอมพิวเตอร์ใหม่ 20 เครื่อง และคอมพิวเตอร์ใช้แล้ว 35 เครื่อง พร้อมเงินสนับสนุน 5,000 บาท โดยโรงเรียนบ้านทุ่งไทร อ.บางสะพานน้อย ได้รับคอมพิวเตอร์ใหม่ 5 เครื่อง และคอมพิวเตอร์ใช้แล้ว 6 เครื่อง รวม 11 เครื่อง โรงเรียนสามัคคีร่วมจิต อำเภอเมืองประจวบฯ ได้รับคอมพิวเตอร์ใหม่ 4 เครื่อง และคอมพิวเตอร์ใช้แล้ว 7 เครื่อง รวม 11 เครื่อง โรงเรียนบ้านเนินพยอม อ.หัวหิน ได้รับคอมพิวเตอร์ใหม่ 4 เครื่อง และคอมพิวเตอร์ใช้แล้ว 7 เครื่อง รวม 11 เครื่อง โรงเรียนบ้านหนองตาปูน อ.กุยบุรี ได้รับคอมพิวเตอร์ใหม่ 4 เครื่อง และคอมพิวเตอร์ใช้แล้ว 7 เครื่อง รวม 11 เครื่อง และโรงเรียนห้วยหนำ อำเภอเมืองประจวบฯ ได้รับคอมพิวเตอร์ใหม่ 4 เครื่อง และคอมพิวเตอร์ใช้แล้ว 7 เครื่อง รวม 11 เครื่อง พร้อมเงินสนับสนุน 5,000 บาท

ทั้งนี้ การสนับสนุนครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชน ได้แก่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน), โรงแรมแบคคัสโฮมรีสอร์ท ปราณบุรี, โรงแรมฮิลตัน หัวหิน รีสอร์ทแอนด์สปา และบริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ สะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และสถานศึกษา ในการร่วมกันสนับสนุนและพัฒนาคุณภาพการศึกษาในพื้นที่ จากการดำเนินงานที่ผ่านมา โครงการสามารถส่งมอบอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และเงินสนับสนุนแก่สถานศึกษาในพื้นที่จังหวัดประจวบฯ รวมทั้งสิ้น 39 แห่ง คิดเป็นเงินสนับสนุนรวม 132,000 บาท และเครื่องคอมพิวเตอร์รวมทั้งสิ้น 460 เครื่อง นับเป็นการส่งเสริมโอกาสในการเข้าถึงเทคโนโลยีทางการศึกษา และสนับสนุนการพัฒนาทักษะที่จำเป็นสำหรับเด็กและเยาวชนในศตวรรษที่ 21 อย่างต่อเนื่อง.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ชาวบ้านร่วมกับเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน ลุยกำจัดวัชพืชน้ำในอ่างเก็บน้ำโป่งสามสิบ

ชาวบ้านร่วมกับเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน ลุยกำจัดวัชพืชน้ำในอ่างเก็บน้ำโป่งสามสิบ

วันที่ 14 กันยายน 2569 นายจำลอง ดีทองอ่อน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 8 บ้านในล็อค ต.ทองมงคล อ.บางสะพาน จ.ประจวบฯ พร้อมด้วยนายภูวดิท (เนียร) ภัทรชัยเมธา คณะทำงานของ น.ส.นิชาภา สุวรรณนาค สว.ประจวบฯ ร่วมวางแผนและประสานการดำเนินงานกำจัดวัชพืช ที่อ่างเก็บน้ำโป่งสามสิบ โดยมีผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน นำพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหารพรานจาก ร้อยทหารพรานที่ 1403 บ้านคีรีล้อม เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติอ่าวสยาม และเจ้าหน้าที่มูลนิธิสว่างราษฎร์ศรัทธาธรรมสถาน บางสะพาน ระดมกำลังเข้ากำจัดวัชพืชในอ่างเก็บน้ำโป่งสามสิบ ทั้งการรื้อ ลอกและนำจอกแหน ผักตบชวา ออก

ระหว่างการปฏิบัติงาน นายนิมิต วงษ์จินดา นายอำเภอบางสะพาน พร้อมด้วยนางจำเนียร บัวผัน กำนันตำบลทองมงคล ได้ลงพื้นที่ให้กำลังใจประชาชนและเจ้าหน้าที่ พร้อมชื่นชมการร่วมแรงร่วมใจของพี่น้องประชาชนและทุกหน่วยงานที่เข้ามาช่วยกันแก้ไขปัญหา ว่าการดำเนินงานครั้งนี้เป็นภาพที่สะท้อนให้เห็นถึงพลังความสามัคคีของคนในพื้นที่ เมื่อประชาชนและเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายร่วมมือกัน ย่อมสามารถขับเคลื่อนภารกิจที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมให้ประสบความสำเร็จได้ โดยใช้แรงคนกับเครื่องจักรร่วมกันทำงานอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน จนสามารถทำได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยวัชพืชที่หลงเหลืออยู่ภายในอ่างเก็บน้ำมีไม่ถึง 5%

ทั้งนี้ ผู้ดำเนินการได้กล่าวขอบคุณประชาชน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน เจ้าหน้าที่ทหารพราน เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติอ่าวสยาม เจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ ตลอดจนทุกภาคส่วนที่ร่วมแรงร่วมใจกัน ทั้งกำลังคน เครื่องจักรและกำลังสนับสนุน จนภารกิจสามารถสำเร็จลุล่วงตามเป้าหมาย.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ตำรวจสกัดจับรถตู้ขนยาไอซ์ 464 กก.มูลค่า 500 ล้านบาท ซิ่งหนีชนกำแพงบ้านชาวบ้าน

ตำรวจสกัดจับรถตู้ขนยาไอซ์ 464 กก.มูลค่า 500 ล้านบาท ซิ่งหนีชนกำแพงบ้านชาวบ้าน

วันที่ 15 กันยายน 2569 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการตำรวจทางหลวง ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล., สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ส.ทล.3 กก.2 บก.ทล. นำโดย ร.ต.อ.ประวิทย์ ภู่ทอง รอง สว.ส.ทล.3 กก.2 บก.ทล., ร.ต.อ.เวิน ไชยอาษา รอง สว.ส.ทล.3 กก.2 บก.ทล. และตำรวจทางหลวง ร่วมจับกุมนายมิน อายุ 23 ปี พร้อมด้วยของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ยาไอซ์ จำนวน 464 ถุง บรรจุอยู่ในถุงกระสอบ จำนวน 25 กระสอบ น้ำหนักรวม 464 กิโลกรัม มูลค่าประมาณ 500 ล้านบาท รถยนต์ตู้ยี่ห้อฮุนได สีเทา ทะเบียนกรุงเทพฯ 1 คัน ได้ที่บริเวณสี่แยกไฟแดงดอนทราย ถ.สุขจิต ต.เกาะหลัก อ.เมือง จ.ประจวบฯ นำตัวมาสอบสวน

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส.ทล.3 กก.2 บก.ทล. ได้รับประสานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ บช.ปส. ให้ช่วยสกัดจับรถต้องสงสัยเป็นรถตู้ยี่ห้อฮุนได สีเทา ซึ่งลำเลียงยาเสพติดเดินทางไปยังภาคใต้ โดยรับแจ้งว่ารถดังกล่าวกำลังเดินทางผ่านอำเภอสามร้อยยอด จ.ประจวบฯ จึงได้ออกตรวจในพื้นที่รับผิดชอบ พบรถที่มีตำหนิรูปพรรณตรงกับที่ได้รับแจ้งบริเวณสี่แยก อ.เมืองประจวบฯ จึงเข้าสกัดจับรถคันดังกล่าว เมื่อรถต้องสงสัยเห็นเจ้าหน้าที่ ได้ขับหลบหนีไปในพื้นที่อำเภอเมืองประจวบฯ ตำรวจจึงได้ไล่ติดตาม จนกระทั่งรถคันดังกล่าวเสียหลักพุ่งชนรั้วบ้านประชาชนได้รับความเสียหายและสามารถจับกุมผู้ขับขี่ได้พร้อมของกลาง จากการสอบสวนนายมินให้การรับสารภาพว่าได้รับค่าจ้างขนยาเสพติดครั้งนี้เป็นเงิน 500,000 บาท รับยาไอซ์มาจากแม่สาย จะไปส่งที่จังหวัดสงขลา เมื่อคืนที่ผ่านมาพักค้างคืนที่รีสอร์ทแห่งหนึ่งในจังหวัดราชบุรี วันนี้ตั้งใจจะไปพักค้างคืนที่ชุมพร แต่ถูกตำรวจจับกุมก่อน จึงนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส. ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.