Categories
ข่าว ทั้งหมด

อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน พบเสือดำ 2 ตัว ครั้งแรกในพื้นที่น้ำตกป่าละอู

อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน พบเสือดำ 2 ตัว ครั้งแรกในพื้นที่น้ำตกป่าละอู

วันที่ 26 ธันวาคม 2568 นายมงคล ไชยภักดี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เปิดเผยข่าวดีจากการสำรวจสัตว์ป่า ว่านายฉลอง ทองสงฆ์ หัวหน้าเขตบริหารจัดการที่ 5 อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ได้รายงานการพบเสือดาว (เสือดำ) ในพื้นที่น้ำตกป่าละอู อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ ซึ่งถือเป็นการพบที่มีภาพถ่ายยืนยันครั้งแรกในพื้นที่แห่งนี้ จากการที่เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์อุทยาน กจ. 3 (ป่าเลา) ได้ติดตั้งกล้องถ่ายภาพสัตว์ป่าเพื่อสำรวจประชากรสัตว์ป่าในพื้นที่ป่าละอู – ห้วยชลนาถ พบว่ามีสัตว์ป่าหลากหลายชนิดอาศัยอยู่ในพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพบเสือดำ จำนวนสองตัว ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญที่แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศในพื้นที่ นอกจากเสือดำแล้ว ยังพบสัตว์ป่าชนิดอื่นๆ ได้แก่ หมาใน เลียงผา กวางป่าและสัตว์ป่าอีกหลายชนิด ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสมบูรณ์ของห่วงโซ่อาหารและความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่

การค้นพบครั้งนี้มีนัยสำคัญต่อการอนุรักษ์ในหลายมิติ โดยเฉพาะการยืนยันสถานะของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ในฐานะมรดกโลกทางธรรมชาติจากองค์การยูเนสโก ซึ่งการพบเสือดำยืนยันว่า พื้นที่แห่งนี้สมควรได้รับการคุ้มครองในระดับสูงสุด นอกจากนี้ การมีผู้ล่าชั้นสูงสุดอาศัยอยู่ ได้แสดงว่าระบบนิเวศมีความสมดุลตั้งแต่พืช สัตว์กินพืช ไปจนถึงสัตว์กินเนื้อทุกระดับ และเนื่องจากแก่งกระจานเป็นพื้นที่เชื่อมต่อกับผืนป่าในประเทศเมียนมา ทำให้สัตว์ป่าสามารถเคลื่อนย้ายและแลกเปลี่ยนพันธุกรรมได้ ป้องกันปัญหาการผสมพันธุ์ใกล้ชิด ข้อมูลที่ได้จะเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาวิจัยพฤติกรรมสัตว์ป่า การจัดการอนุรักษ์ และการวางแผนพัฒนาพื้นที่ใกล้เคียงอีกด้วย

นายมงคล กล่าวว่า “การพบเสือดำครั้งนี้เป็นของขวัญที่ล้ำค่าจากธรรมชาติ ในวันคุ้มครองสัตว์ป่าแห่งชาติ และเป็นผลงานจากการทุ่มเทของเจ้าหน้าที่ทุกคนที่คอยปกป้องผืนป่านี้ แต่การอนุรักษ์ไม่ใช่งานของเจ้าหน้าที่เพียงอย่างเดียว เราต้องการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งประชาชน ชุมชนท้องถิ่น และองค์กรต่างๆ เพื่อร่วมกันรักษามรดกทางธรรมชาติอันล้ำค่านี้ไว้ให้ลูกหลานของเราได้เห็นและภาคภูมิใจในอนาคต”

แม้จะมีข่าวดี แต่การอนุรักษ์ยังคงต้องเผชิญกับความท้าทาย รวมถึงการบุกรุกพื้นที่ป่า การลักลอบล่าสัตว์ป่า และผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานจึงมีแผนการดำเนินงานต่อเนื่อง ทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพการลาดตระเวนด้วยเทคโนโลยีและอุปกรณ์ทันสมัย การขยายพื้นที่การสำรวจเพื่อติดตามการกระจายตัวและจำนวนประชากรสัตว์ป่า การสร้างความร่วมมือกับชุมชนเพื่อลดความขัดแย้งระหว่างคนกับสัตว์ป่า การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่ยั่งยืนและไม่ก่อผลกระทบต่อสัตว์ป่า รวมถึงการพัฒนาฐานข้อมูลสัตว์ป่าเพื่อการวิจัยและจัดการที่มีประสิทธิภาพ.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

สถานพินิจฯ ประจวบฯ อบรมเด็กและเยาวชนตามโครงการ TO BE NUMBER ONE ป้องกันเป็นเหยื่อยาเสพติด

สถานพินิจฯ ประจวบฯ อบรมเด็กและเยาวชนตามโครงการ TO BE NUMBER ONE ป้องกันเป็นเหยื่อยาเสพติด

วันที่ 26 ธันวาคม 2568 นางลิษา อึ้งเห่ง ประธานคณะกรรมการสงเคราะห์เด็กและเยาวชน สำหรับสถานพินิจฯ จังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดโครงการพัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชน บุคลากร ด้านการดำเนินงาน TO BE NUMBER ONE ที่ห้องประชุมสถานพินิจฯ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรม มี น.ส.จุไรวรรณ บุญฤทธิ์ ผู้อำนวยการสถานพินิจฯ จ.ประจวบฯ กล่าวรายงาน และมีนางจรี วัชรวงษ์ รองประธานกรรมการสงเคราะห์เด็กฯ นายธนะกิจ แทนคุณ เลขาฯ คณะกรรมการสงเคราะห์ฯ นางจีรสุภี เพชรคีรีสกุล, นางธัญพร ตูวิเชียร, นายบุญมา ลิบลับ กรรมการสงเคราะห์เด็กและเยาวชนฯ เจ้าหน้าที่สถานพินิจฯ เยาวชนและผู้ปกครอง เข้าร่วม ทั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากคณะวิทยากร วิทยาลัยการอาชีพวังไกลกังวล ซึ่งเป็นต้นแบบการดำเนินงานชมรม TO BE NUMBER ONE ในสถานศึกษา ถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับโทษของยาเสพติด เสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตใจ และพัฒนาศักยภาพเด็ก เยาวชน และบุคลากรอย่างรอบด้าน

นางลิษา อึ้งเห่ง ประธานคณะกรรมการสงเคราะห์ฯ กล่าวว่า การอบรมในครั้งนี้ เป็นโอกาสอันดีที่ทุกคนเล็งเห็นความสำคัญของการดำเนินงานโครงการ TO BE NUMBER ONE โดยการจัดกิจกรรมเสริมความรู้นันทนาการ และการสร้างความเข้าใจในเรื่องโทษของยาเสพติด ตลอดจนเป็นการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด สร้างภูมิคุ้มกันทางจิตใจให้เด็กและเยาวชน และพัฒนาศักยภาพทั้งเด็กและเยาวชน เจ้าหน้าที่ สามารถพัฒนาความเข้มแข็งและดำเนินการภายใต้กิจกรรม TO BE NUMBER ON อย่างยั่งยืน เด็กและเยาวชนที่เข้ารับการอบรมในครั้งนี้ จะต้องไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดทุกประเภท

น.ส.จุไรวรรณ บุญฤทธิ์ ผู้อำนวยการสถานพินิจฯ กล่าวว่า ปัจจุบันสถานการณ์การแพร่ระบาดของยาเสพติด ยังคงระดับความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลจึงกำหนดให้การป้องกันและแก้ไขยาเสพติด เป็นแนวนโยบายที่สำคัญและเร่งด่วนในการบริหารราชการแผ่นดิน โดยยึดหลักผู้เสพคือผู้ป่วยที่ต้องได้รับการบำบัดรักษา ผู้ค้า คือผู้ที่ต้องได้รับโทษ ตามกระบวนการยุติธรรม ซึ่งกำหนดให้เร่งรัดปราบปรามการค้ายาเสพติด และป้องกันไม่ให้กลุ่มเสี่ยงเข้าไปเป็นเหยื่อของยาเสพติด โดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในชุมชน และในสังคม ให้ร่วมดำเนินการในลักษณะบูรณาการ ควบคู่กับมาตรการทางกฎหมาย

ผู้อำนวยการสถานพินิจฯ กล่าวต่อว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดดังกล่าว พบว่ามีเด็ก เยาวชน ประชาชนจำนวนไม่น้อยที่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ทั้งเกิดจากความตั้งใจและเกิดจากการหลงผิดโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ อีกทั้งยังมีปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ที่จะทำให้คนกลุ่มนี้ โดยเฉพาะเด็ก และเยาวชนมีโอกาสเข้าไปติดยาเสพติด จึงได้จัดทำโครงการดังกล่าวขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1. เพื่อให้เด็ก เยาวชนและบุคลากร สถานพินิจฯ มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโทษของยาเสพติด 2. เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโดยจัดตั้งการดำเนินงานของชมรม TO BE NUMBER ONE แก่เด็ก เยาวชนและเจ้าหน้าที่สถานพินิจฯ 3. เพื่อสร้างความร่วมมือในการร่วมกันดำเนินงาน ภายใต้โครงการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด TO BE NUMBER ONE ต่อต้านยาเสพติด

ทั้งนี้ ชมรม TO BE NUMBER ONE สถานพินิจฯ จ.ประจวบฯ ได้ขับเคลื่อนการดำเนินงานโครงการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญาสิริวัฒนาพรรณวดี ภายใต้ 3 ยุทธศาสตร์หลักของโครงการ ได้แก่ ยุทธศาสตร์ที่ 1 รณรงค์ปลุกจิตสำนึกและสร้างกระแสนิยมที่เอื้อต่อการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ยุทธศาสตร์ที่ 2 การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันทางจิตใจให้แก่เยาวชน และยุทธศาสตร์ที่ 3 การสร้างและพัฒนาเครือข่ายเพื่อการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดเสมอมา เพื่อบูรณาการความร่วมมือและขยายเครือข่ายในการขับเคลื่อนการดำเนินงานอย่างเข็มแข็ง

โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริม สนับสนุนและพัฒนาการดำเนินงาม ดังนี้
1. ร่วมพัฒนา แลกเปลี่ยน และสนับสนุนการดำเนินงานทั้งด้านบริหาร ด้านวิชาการ ด้านบุคลากร และด้านอื่นๆ ของชมรม TO BE NUMBER ONE ในหน่วยงานสังกัดยุติธรรม ให้เป็นเครือข่ายเดียวกันอย่างเข้มแข็ง
2. ส่งเสริมและสนับสนุนสมาชิกและเครือข่ายชมรม TO BE NUMBER ONE ให้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการทำงานซึ่งกันและกัน อันนำไปสู่การพัฒนาและขยายผลการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
3. พัฒนาเครือข่ายการดำเนินงาน นวัตกรรมและองค์ความรู้ในการดำเนินงานโครงการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด (TO BE NUMBER ONE).

บุญมา ลิบลับ…รายงาน

Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

การรถไฟฯ จัดกอล์ฟการกุศลที่หัวหิน ระดมทุนช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในภาคใต้

การรถไฟฯ จัดกอล์ฟการกุศลที่หัวหิน ระดมทุนช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในภาคใต้

วันที่ 26 ธันวาคม 2568 นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย รักษาการตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารการรถไฟ นำนักกอล์ฟกว่า 150 คน นั่งรถขบวนพิเศษ Royal Blossom จากกรุงเทพฯ ลงยังสถานีรถไฟหัวหิน (หลังเก่า) เพื่อร่วมการแข่งขันกอล์ฟการกุศล ที่สนามกอล์ฟหลวงหัวหิน จ.ประจวบฯ มีนายประสูตร หอมบรรเทิง นายอำเภอหัวหิน นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ นายอำนาจ ป่านแก้ว ผู้จัดการทั่วไปสนามกอล์ฟหลวงหัวหิน ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง กล่าวว่า การรถไฟฯ จัดแข่งกอล์ฟการกุศล เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้บริหาร พนักงานและผู้มีจิตศรัทธา ได้ร่วมกันแสดงพลังน้ำใจและความห่วงใยต่อผู้ประสบภัยจากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของภาคใต้ ซึ่งส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน รวมถึงการให้บริการด้านการคมนาคมขนส่งทางราง โดยรายได้ในครั้งนี้จะนำเข้าสมทบกองทุนส่วนกลางการรถไฟฯ เพื่อนำไปช่วยเหลือพนักงานรถไฟที่ประสบอุทกภัยที่จังหวัดสงขลา โดยเฉพาะที่อำเภอหาดใหญ่ ซึ่งมีพนักงานการรถไฟได้รับความเดือดร้อนมาก เบื้องต้นครอบครัวละ 5,000 บาท เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการที่จะไปซ่อมแซมบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม รวมถึงสถานีชุมทางหาดใหญ่ ก็ได้รับความเสียหายค่อนข้างมาก

“ในส่วนของการท่องเที่ยวของการรถไฟฯ ตอนนี้เรามีขบวนรถพิเศษหลายขบวน ไม่ว่าจะเป็นขบวน Royal Blossom หรือขบวน KIHA 183 ซึ่งได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงวันหยุด ยอดจองเกือบจะเต็มทุกขบวน และในช่วงฤดูหนาวนี้ เรามีโปรแกรมท่องเที่ยวเส้นทางภาคเหนือเป็นหลัก ซึ่งนักท่องเที่ยวที่สนใจสามารถติดตามข่าวสารหรือจองตั๋วได้ที่สายด่วน 1690 ของการรถไฟฯ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง” นายอนันต์กล่าว.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ประจวบฯ จัดงานคนพิการสากล ส่งเสริมศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์และเสมอภาคในสังคม

ประจวบฯ จัดงานคนพิการสากล ส่งเสริมศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์และเสมอภาคในสังคม

วันที่ 25 ธันวาคม 2568 นายประทีป บริบูรณ์รัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดงานวันคนพิการสากล จ.ประจวบฯ ประจำปี 2568 ที่สนามกีฬาจังหวัดประจวบฯ (สนามฟุตซอล) อ.เมืองประจวบฯ จัดโดยสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด โดยศูนย์บริการคนพิการ จ.ประจวบฯ ร่วมกับ อบจ.ประจวบฯ โดยมีนายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายก อบจ.ประจวบฯ นางสมพิศ ศรีคำแหง พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน เพื่อเปิดโอกาสให้คนพิการได้มีส่วนร่วมในทุกกิจกรรมของสังคมอย่างสร้างสรรค์ เป็นธรรมและเสมอภาคกับคนทั่วไป พร้อมกันนี้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดได้มอบประกาศเกียรติคุณให้แก่คนพิการ หน่วยงานองค์กร ที่มีการดำเนินงานด้านการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการในจังหวัดประจวบฯ

ทั้งนี้ องค์การสหประชาชาติ ได้ประกาศให้วันที่ 3 ธันวาคมของทุกปี เป็นวันคนพิการสากล และเชิญชวนให้ประเทศสมาชิกร่วมกันจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อส่งเสริมความเข้าใจของสังคมเกี่ยวกับคนพิการ และให้โอกาสคนพิการได้มีส่วนร่วมในทุกกิจกรรมของสังคมอย่างสร้างสรรค์ เป็นธรรมและเสมอภาคกับคนทั่วไป ซึ่งประเทศไทยในฐานะประเทศสมาชิกขององค์การสหประชาชาติได้จัดกิจกรรมเนื่องในโอกาสวันคนพิการสากลเป็นประจำทุกปี ทั้งในส่วนกลางและจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ โดยในปีนี้ องค์การสหประชาชาติ ได้กำหนดประเด็นหลัก คือ Fostering disability inclusive societies for advancing social progress “การส่งเสริมสังคมที่ครอบคลุมและเอื้อต่อคนพิการเพื่อขับเคลื่อนความก้าวหน้าและการพัฒนาทางสังคมอย่างยั่งยืน” เพื่อให้ทุกภาคส่วนในสังคมมารวมพลังกันขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านคนพิการให้เป็นโลกที่น่าอยู่และมีความเป็นธรรมยิ่งขึ้น.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ประจวบฯ จัดพิธีไม้จันทน์หอม ให้สำนักช่างสิบหมู่ เพื่อใช้สร้างพระโกศจันทน์ในงานถวายพระเพลิงพระพันปีหลวง

ประจวบฯ จัดพิธีไม้จันทน์หอม ให้สำนักช่างสิบหมู่ เพื่อใช้สร้างพระโกศจันทน์ในงานถวายพระเพลิงพระพันปีหลวง

วันที่ 25 ธันวาคม 2568 พันจ่าเอกสาคร สิทธิศักดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานพิธีส่งมอบไม้จันทน์หอมสำหรับนำไปจัดสร้างพระโกศจันทน์ เพื่อใช้ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี อ.กุยบุรี จ.ประจวบฯ โดยมีนายนิทัศน์ นุ่นสง ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี, นายนพพล สุกิจปราณีนิจ นายอำเภอกุยบุรี และ นายบำรุงรัตน์ พลอยดำ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี และประชาชนจำนวนมากร่วมพิธี โดยรองผู้ว่าราชการจังหวัด ประกอบพิธีถวายราชสักการะเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ฯ จากนั้นสรงน้ำไม้จันทน์หอม โปรยดอกไม้โดยรอบ ก่อนที่ขบวนรถเชิญไม้จันทน์หอมจะเคลื่อนออกจากอุทยานแห่งชาติกุยบุรี ตามฤกษ์เวลา 06.49 น. มุ่งหน้าไปยังสำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร จ.นครปฐม และประกอบพิธีรับมอบไม้จันทน์หอมในช่วงบ่ายวันนี้ โดยไม้จันทน์หอมที่ส่งมอบในวันนี้เป็นไม้จันทน์หอมที่ยืนต้นตายตามธรรมชาติ และผ่านการประกอบพิธีบวงสรวงและตัดไม้จันทน์หอม เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2568 จากนั้น อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ได้ดำเนินการแปรรูปเป็นขนาดต่างๆ เพื่อส่งมอบให้สำนักช่างสิบหมู่นำไปจัดสร้างพระโกศจันทน์ตามแผนงานที่วางไว้

สำหรับไม้จันทน์หอม ถือเป็นไม้มงคลชั้นสูง ตามโบราณราชประเพณีนิยมนำมาจัดสร้างพระบรมโกศและพระโกศ สำหรับพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระมหากษัตริย์และพระศพบรมวงศานุวงศ์ชั้นสูง ซึ่งผืนป่ากุยบุรี จ.ประจวบฯ ถือเป็นแหล่งที่พบต้นจันทน์หอมคุณภาพดีมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย ที่ผ่านมามีการประกอบพิธีบวงสรวงและตัดไม้จันทน์หอม เพื่อจัดสร้างพระโกศและพระเมรุมาศในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพและพระศพพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นสูงหลายพระองค์.

พันธุ์พงษ์ โพธิ์จินดา…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

รองผู้ว่าฯ ประจวบฯ เปิดศูนย์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนเทศกาลปีใหม่ 2569

รองผู้ว่าฯ ประจวบฯ เปิดศูนย์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนเทศกาลปีใหม่ 2569

วันที่ 25 ธันวาคม 2568 นางอภิญญา เอี่ยมอำภา รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 จังหวัดประจวบฯ โดยมีนายธนวัฒน์ เรืองเดช หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ประจวบฯ กล่าวรายงาน มี พล.ต.ต.อาทร ชิ้นทอง ผบก.ภ.จ.ประจวบฯ นายสุธี เล้าสุบินประเสริฐ ปลัดจังหวัด นายวสันต์ เภรีวิค ผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติจังหวัด/ยุติธรรมจังหวัด น.ส.สุทิพย์ ตนประเสริฐ ขนส่งจังหวัด นพ.วัชรพงษ์ เหลืองไพรัตน์ ผู้อำนวยการ รพ.ประจวบฯ หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ผู้แทนหน่วยงาน ทหารอากาศกองบิน 5 ทหารหน่วยเฉพาะกิจจงอางศึก ตำรวจภูธร ตำรวจ ตชด. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) อาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง เจ้าหน้าที่แขวงทางหลวงชนบท หมวดทางหลวงประจวบฯ เจ้าหน้าที่ขนส่งจังหวัด เจ้าหน้าที่สำนักงานคุมประพฤติฯ คณาจารย์และนักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคประจวบฯ อาสาหน่วยกู้ภัยตำรวจทางหลวงฯ อาสาสมัครกู้ภัยมูลนิธิสว่างประจวบฯ เจ้าหน้าที่ คปภ. บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จก. เครือข่ายงดเหล้าจังหวัดฯ สสส. เครือข่ายพลังหญิงอาสา เข้าร่วม

จากนั้น รองผู้ว่าราชการจังหวัดพร้อมผู้เข้าร่วมทั้งหมด ได้ปล่อยแถวขบวนรถยนต์ รถจักรยานยนต์ เพื่อรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ขับขี่ปลอดภัยสวมใส่หมวกนิรภัยเวลาขับขี่รถจักรยานยนต์ ที่บริเวณถนนด้านหน้าศาลากลางจังหวัด

นางอภิญญา เอี่ยมอำภา กล่าวว่า การเปิดศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 จ.ประจวบฯ เนื่องด้วยการเกิดอุบัติเหตุทางถนน ส่งผลให้มีประชาชนได้รับบาดเจ็บพิการและเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ส่งผลกระทบต่อชีวิตครอบครัว ชุมชน สังคมและระบบเศรษฐกิจ รัฐบาลได้ประกาศให้เป็นวาระแห่งชาติ ในการลดความสูญเสีย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทยเป็นแกนกลางในการบูรณาการ การทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน ตำรวจ ทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคธุรกิจ อาสาสมัคร ประชาชนจิตอาสา เพื่อลดการสูญเสียแก่พี่น้องประชาชนอย่างมีเป้าหมาย ภายใต้นโยบายระดับชาติในการรณรงค์ ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ และละดความเสี่ยงป้องกันการเกิดอุบัติเหตุด้วยสโลแกนการปฏิบัติ คือไม่ขับรถเร็ว ไม่เมา และสวมหมวกกันน็อค เพื่อเป้าหมายให้ประชนเดินทางอย่างปลอดภัยไร้อุบัติเหตุในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 ขอขอบคุณทุกหน่วยงาน ทุกภาคส่วนทุกท่านที่มาร่วมรณรงค์ในวันนี้ ขอให้การปฏิบัติงานราบรื่นสำเร็จบรรลุเป้าหมายทุกประการ และขออำนวยพรให้ทุกท่านมีความสุขตลอดปีใหม่ 2569 และตลอดไป

ด้านนายธนวัฒน์ เรืองเดช หัวหน้าสำนักงาน ปภ.จังหวัด ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการศูนย์อำนวยการศวามปลอดภัยทางถนนจังหวัด กล่าวว่า ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้ตั้งศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ช่วงเทศกาลและช่วงวันหยุด ปี 2569 และมีแผนปฏิบัติการ โดยมีส่วนราชการ ตำรวจ ทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ร่วมเป็นคณะกรรมการและคณะทำงาน เพื่อร่วมการรณรงค์ ภายใต้ชื่อว่า “ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ” มีการกำหนดช่วงระหว่างวันที่ 30 ธันวาคม 2568 – 5 มกราคม 2569 เพื่อให้เดินทางอย่างปลอดภัยไร้อุบัติเหตุ ในช่วงเทศกาลปีใหม่

โดยมีมาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน 5 มาตรการหลัก ได้แก่ 1. ด้านการบริหารจัดการ 2. ลดปัจจัยเสี่ยงด้านถนนและสภาพแวดล้อม 3. ลดปัจจัยเสี่ยงด้านยานพาหนะ 4. กวดขันผู้ใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย 5. การช่วยเหลือหลังเกิดอุบัติเหตุ ตลอดจนมุ่งเน้นลดสาเหตุและพฤติกรรมเสี่ยงหลัก ที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ ได้แก่ ไม่ขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด ดื่มไม่ขับ การสวมหมวกนิรภัย 100 เปอร์เซ็นต์ การคาดเข็มขัดนิรภัย และการรณรงค์ลดอุบัติเหตุบริเวณทางข้าม

โดยปีนี้ จังหวัดประจวบฯ รณรงค์การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด และบูรณาการปฏิบัติงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ ตำรวจ และหน่วยงานที่มีหน้าที่โดยตรง ภาคเอกชน ภาคประชาชน อาสาสมัคร จิตอาสาพระราชทาน และองค์กรสาธารณกุศล เพื่อลดความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนจากปัญหาอุบัติเหตุทางถนนให้ได้มากที่สุด

ทั้งนี้ จากสถิติการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2568 ในระดับประเทศ เกิดอุบัติเหตุ 1,939 ครั้ง เสียชีวิต 311 ราย บาดเจ็บ (Admit) 1,894 ราย ส่วนสถิติการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568 ของจังหวัดประจวบฯ เกิดอุบัติเหตุ 70 ครั้ง เสียชีวิต 8 ราย และบาดเจ็บ (Admit) 65 ราย และสถิติการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่ เฉลี่ย 3 ปีของจังหวัดประจวบฯ เกิดอุบัติเหตุ 57 ครั้ง เสียชีวิต 8 ราย บาดเจ็บ (Admit) 57 ราย ซึ่งเป้าหมายในการดำเนินงานของจังหวัดประจวบฯ คือ จำนวนครั้งการเกิดอุบัติเหตุ จำนวนผู้เสียชีวิตและจำนวนผู้บาดเจ็บ (Admit) ของจังหวัดลดลง ไม่น้อยกว่า 5 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับสถิติในช่วงเทศกาลปีใหม่ เฉลี่ย 3 ปีย้อนหลัง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์จึงมีเป้าหมายการเกิดอุบัติเหตุน้อยกว่า 54 ครั้ง ผู้เสียชีวิตน้อยกว่า 7 ราย และผู้บาดเจ็บ(Admit) น้อยกว่า 54 ราย.

บุญมา ลิบลับ…..รายงาน

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

บลูพอร์ตส่งความสุขเสียงเพลงกับศิลปินแจ๊สโลก ในคอนเสิร์ต ‘Igor Butman-Christmas Jazz Night’

บลูพอร์ตส่งความสุขเสียงเพลงกับศิลปินแจ๊สโลก ในคอนเสิร์ต ‘Igor Butman-Christmas Jazz Night’

ศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน และกลุ่มบริษัทพราว ร่วมกับบริษัท ทิพยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) และสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมอสโก สหพันธรัฐรัสเซีย จัดคอนเสิร์ตระดับนานาชาติ “Igor Butman-Christmas Jazz Night” ที่หัวหินคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ ชั้น 1 บลูพอร์ตหัวหิน จ.ประจวบฯ มีนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี กล่าวต้อนรับแขกผู้มีเกียรติและเปิดงาน ถ่ายทอดค่ำคืนแห่งเสียงดนตรีแจ๊สระดับโลกโดย Igor Butman ศิลปินแจ๊สระดับตำนาน ที่ได้รับการยอมรับในเวทีสากล และเป็นกำลังสำคัญในการผลักดันดนตรีแจ๊สของสหพันธรัฐรัสเซียสู่สายตาชาวโลก เพื่อร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขในช่วงคริสต์มาส นอกจากนี้ยังช่วยสร้างแรงกระตุ้นทางเศรษฐกิจให้กับพื้นที่อย่างรอบด้าน พร้อมสร้างสีสันและบรรยากาศการท่องเที่ยวในช่วงปลายปีให้กับนครหัวหิน

คอนเสิร์ตครั้งนี้ Igor Butman สุดยอดนักแซ็กโซโฟนและศิลปินแจ๊สระดับตำนาน ร่วมถ่ายทอดเสน่ห์ของดนตรีแจ๊สร่วมสมัยที่ผสานอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของรัสเซียได้อย่างลึกซึ้งและทรงพลัง มอบประสบการณ์ทางดนตรีระดับโลกให้แก่ผู้ชมชาวไทยและนักท่องเที่ยว ภายในงานยังพบกับการแสดงเปิดเวทีจาก THE SWINGKINGS วงแจ๊สชื่อดังของประเทศไทย ที่ร่วมสร้างสีสันและบรรยากาศแห่งความสุข ก่อนเข้าสู่ค่ำคืนแห่งดนตรีแจ๊สนานาชาติอย่างสมบูรณ์แบบ

น.ส.วจี กลมเกลี้ยง กรรมการผู้จัดการ บลูพอร์ตหัวหิน กล่าวว่า บลูพอร์ตมีความยินดีที่ได้ต้อนรับ Igor Butman ศิลปินแจ๊สระดับตำนานจากเวทีโลก กลับมาร่วมถ่ายทอดบทเพลงแจ๊สในงาน Christmas Jazz Night เป็นปีที่ 3 โดยมุ่งหวังจะพัฒนาให้เป็นหนึ่งในงานดนตรีประจำช่วงปลายปีของหัวหิน กลุ่มเป้าหมายของการจัดคอนเสิร์ตครั้งนี้ เน้นที่ชาวรัสเซียซึ่งถือเป็นกลุ่มที่อาศัยและเดินทางมาท่องเที่ยวในหัวหินเป็นจำนวนมาก รวมถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ สะท้อนศักยภาพของหัวหินในฐานะจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวระดับนานาชาติ อีกทั้งยังเป็นผลจากความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างบลูพอร์ตหัวหิน และสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมอสโก สหพันธรัฐรัสเซีย ในการใช้ดนตรีและวัฒนธรรมเป็นสื่อกลางกระชับความสัมพันธ์ไทย – รัสเซีย พร้อมตอกย้ำบทบาทของบลูพอร์ตหัวหิน ในการเป็นพื้นที่ ที่พร้อมมอบประสบการณ์ครบครันสำหรับทุกคน ทั้งด้านศิลปะ วัฒนธรรม ความบันเทิง และการท่องเที่ยว พร้อมร่วมส่งเสริมภาพลักษณ์ของหัวหินในฐานะเมืองท่องเที่ยวคุณภาพที่เปิดกว้างและมีความหลากหลายทางวัฒนธรรมอย่างแท้จริง.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

กรมอุทยานแห่งชาติฯ กรมป่าไม้ กรมทรัพยากรทางทะเลฯ ร่วมแปลอักษร “พระนามย่อ สก.” ถวายความอาลัยและเทิดพระเกียรติสมเด็จพระราชชนนีพันปีหลวง

กรมอุทยานแห่งชาติฯ กรมป่าไม้ กรมทรัพยากรทางทะเลฯ ร่วมแปลอักษร “พระนามย่อ สก.” ถวายความอาลัยและเทิดพระเกียรติสมเด็จพระราชชนนีพันปีหลวง

วันที่ 24 ธันวาคม 2568 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ร่วมกับกรมป่าไม้ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จัดงาน “พิทักษ์ผืนป่า ถวายพระมารดาแห่งแผ่นดิน” เพื่อถวายความอาลัยและเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่องานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า รวมถึงงานในพื้นที่ป่าอนุรักษ์และอุทยานแห่งชาติ ร่วมกันแสดงความมุ่งมั่นที่จะสืบสานพระราชปณิธานในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ ที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี โดยมี ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธี มีนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช นายภคพัส ส่งวัฒนายุทธ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรมป่าไม้ และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รวมทั้งราษฎรอาสาสมัครพิทักษ์ป่า (รสทป.) เครือข่าย องค์การภาคีเครือข่ายอนุรักษ์ นักเรียน นักศึกษา ประชาชน และสื่อมวลชน รวมทั้งสิ้น 930 คน เข้าร่วมงาน

โดยผู้เข้าร่วมพิธีจากกรมอุทยานแห่งชาติฯ กรมป่าไม้ และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ร่วมกันเป็นหนึ่งเดียว จากบกสู่ทะเล ทำกิจกรรมแปรอักษรเชิงสัญลักษณ์ ตราพระปรมาภิไธยย่อ “สก” อย่างสง่างาม เพื่อถวายความอาลัยและเทิดพระเกียรติสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง รวมทั้งสื่อถึงพลังความสามัคคีในการปกป้องผืนป่าไทย จากนั้นมีการฉายวีดิทัศน์เทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง การยืนสงบนิ่งเพื่อถวายความอาลัย การกล่าวคำปฏิญาณตน โดยเชื่อมต่อด้วยระบบ Video Conference กับหน่วยงานในสังกัดทั่วประเทศ

นอกจากกิจกรรมดังกล่าวแล้ว กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรมป่าไม้ และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้ร่วมกันจัดนิทรรศการภายใต้หัวข้อ “พิทักษ์ผืนป่า ถวายพระมารดาแห่งแผ่นดิน” โดยเนื้อหาประกอบด้วย ภาพรวมโครงการพิทักษ์ผืนป่า ถวายพระมารดาแห่งแผ่นดิน การสนองงาน 902 แนวพระราชดำริราษฎรอาสาสมัครพิทักษ์ป่า (รสทป.) การเสด็จทรงงานในพื้นที่ป่าอนุรักษ์และอุทยานแห่งชาติ และพระเมตตาของสมเด็จพระราชชนนีพันปีหลวงต่อทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

ดร.รวีวรรณ ภูริเดช กล่าวว่า วันนี้เป็นวันสำคัญที่บุคลากรจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ ประกอบด้วย กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรมป่าไม้ และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รวมทั้งราษฎรอาสาสมัครพิทักษ์ป่า (รสทป.) ที่อยู่ ณ ที่แห่งนี้ และที่อยู่ในพื้นที่อนุรักษ์ต่างๆ ทั่วประเทศ ภายใต้นโยบาย ทส. หนึ่งเดียว ได้พร้อมกันเพื่อร่วมปฏิญาณตนว่าจะพิทักษ์ผืนป่า เพื่อสืบสานพระราชปณิธานในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง อย่างเต็มกำลังความสามารถ ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต เสียสละ และรับผิดชอบ ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่ทุกคนในฐานะที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย ไม่ว่าจะมีสัญชาติหรือเชื้อชาติใด นับถือศาสนาไหนก็ตาม ควรอย่างยิ่งที่จะต้องยึดมั่นไว้ เนื่องด้วยผืนแผ่นดินนี้ได้ให้อยู่อาศัยทำมาหากินอย่างเป็นปกติสุขมาอย่างช้านาน ทุกคนจึงควรตอบแทนคุณแผ่นดินและสถาบันพระมหากษัตริย์เท่าที่จะสามารถทำได้ เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ และสืบสานพระราชปณิธานในการอนุรักษ์ป่าไม้ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลดุลยเดชมหาราช สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งความตั้งใจนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากทำแต่เพียงลำพัง ดังนั้น จึงต้องอาศัยความร่วมแรงร่วมใจจากทุกคน ให้ช่วยกันปกป้อง พิทักษ์และรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้คงอยู่เป็นสมบัติ ของชาติที่จะตกทอดสู่ลูกหลานรุ่นต่อไป

นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวว่า งานพิทักษ์ผืนป่าถวายพระมารดาแห่งแผ่นดิน มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้พิทักษ์ป่าจาก 3 หน่วยงานหลักของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วย กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรมป่าไม้ และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ร่วมกับราษฎรอาสาสมัครพิทักษ์ป่า รสปท. ได้ร่วมกันถวายความอาลัยและเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่องานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า ด้วยการสืบสานพระราชปณิธานในการอนุรักษ์ ฟื้นฟูและดูแลทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะป่าไม้และสัตว์ป่าให้คงความอุดมสมบูรณ์ และสร้างความร่วมมือและความภาคภูมิใจของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า และราษฎรอาสาสมัครพิทักษ์ป่า (รสทป.) ในฐานะผู้ปฏิบัติงานตามแนวพระราชดำริ “คนอยู่ร่วมกับป่าอย่างเกื้อกูล” รวมทั้งเพื่อสร้างจิตสำนึกและแรงบันดาลใจให้แก่เจ้าหน้าที่ นักเรียน นักศึกษาและประชาชนทั่วไป ได้เห็นคุณค่าและร่วมกันพิทักษ์ป่าไม้และสัตว์ป่าอันเป็นมรดกของแผ่นดินไทย รวมไปถึงการเผยแพร่พระราชกรณียกิจและพระราชปณิธานด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของราษฎร

ภายในงานยังมีกิจกรรมสาธารณประโยชน์ อาทิ การปล่อยปลา การบริจาคโลหิต เพื่อเป็นการทำความดีถวายเป็นพระราชกุศล ทั้งนี้ การจัดงานพิทักษ์ผืนป่าถวายพระมารดาแห่งแผ่นดิน ณ อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เนื่องจากจังหวัดเพชรบุรีเป็นสถานที่ทรงงานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง อาทิ โครงการชั่งหัวมันตามพระราชดำริ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โครงการตามพระราชประสงค์หุบกะพง โครงการฟาร์มทะเลตัวอย่างตามพระราชดำริในสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง โครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพพื้นที่บริเวณเขานางพันธุรัต (เขาเจ้าลายใหญ่) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.ชะอำ จเพชรบุรี และโครงการอื่นๆ อีกมากมาย สำหรับอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานแห่งนี้ ทั้งสองพระองค์เคยเสด็จ ณ เกาะพลับพลา หลายครั้ง ซึ่งปัจจุบันได้พัฒนาเพื่อเป็นอนุสรณ์สถานและแหล่งท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ธรรมชาติเป็นการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ และเป็นสถานที่ตามรอยพระยุคลบาท ให้ประชาชนได้มาเยี่ยมชมความงามและสืบสาน พระราชปณิธานในการอนุรักษ์สืบไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

รพ.ประจวบฯ จัดงานสื่อมวลชนสัมพันธ์ ครั้งที่ 15 สร้างเครือข่ายประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารด้านสาธารณสุข

รพ.ประจวบฯ จัดงานสื่อมวลชนสัมพันธ์ ครั้งที่ 15 สร้างเครือข่ายประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารด้านสาธารณสุข

วันที่ 24 ธันวาคม 2568 นพ.วัชรพงษ์ เหลืองไพรัตน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานเปิดงานและกล่าวต้อนรับคณะสื่อมวลชนในพื้นที่จังหวัดประจวบฯ ในกิจกรรม “โครงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้การพัฒนาระบบบริการสุขภาพร่วมกับภาคีเครือข่ายสื่อมวลชนสัมพันธ์ ครั้งที่ 15 ประจำปีงบประมาณ 2569” เพื่อสานสัมพันธ์อันดีระหว่างกัน สร้างเครือข่ายในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารของโรงพยาบาลสู่ประชาชน พร้อมจัดบริการตรวจสุขภาพให้แก่สื่อมวลชน และพบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้บริหารโรงพยาบาลเพื่อยกระดับการให้บริการ สร้างความพึงพอใจให้กับประชาชน โดยมีคณะผู้บริหาร ประกอบด้วย นพ.จุมพล ฟูเจริญ รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ นายอุดมศักดิ์ แสงวณิช รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร นางนันทพร พลีบัตร รองผู้อำนวยการฝ่ายการพยาบาล นพ.สุขเกษม อมรสุนทร รองผู้อำนวยการภารกิจด้านพัฒนาระบบริการและสนับสนุนบริการสุขภาพ พญ.เนตรชนก บุญจร รองผู้อำนวยการภารกิจด้านบริการทุติยภูมิและตติยภูมิ และหัวหน้ากลุ่มงานต่างๆ มี น.ส.ภรณี แก้วแดง หัวหน้ากลุ่มงานการพยาบาลผู้คลอด น.ส.บุณยรัตน์ สุขบาง หัวหน้ากลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยนอก น.ส.ศิริวรรณ ทวีศักดิ์ หัวหน้ากลุ่มงานสูตินรีเวช น.ส.พัชรี ยอดพินิจ หัวหน้ากลุ่มงานกุมารเวชกรรม แพทย์ พยาบาล บุคลากรและเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล ร่วมให้การต้อนรับ โดยมี น.ส.ปฤศนา พฤศชนะ หัวหน้ากลุ่มงานสุขศึกษาและประชาสัมพันธ์ กล่าวต้อนรับ ที่ห้องประชุมคีรีขันธ์ ชั้น 5 อาคารผู้ป่วยนอก รพ.ประจวบฯ อ.เมือง จ.ประจวบฯ ทั้งนี้ ก่อนการเปิดงาน คณะสื่อมวลชนทั้งหมดรวมกว่า 30 คน ได้รับการเจาะเลือด ตรวจปัสสาวะ เอกซเรย์ทรวงอก และตรวจคัดกรองสายตาจากจักษุแพทย์ ที่บริเวณคลินิกตา ชั้น 3 อีกด้วย

นพ.วัชรพงษ์ เหลืองไพรัตน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลฯ กล่าวว่า ตนเข้ามารับตำแหน่งผู้อำนวยการเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ต้องขอขอบคุณสื่อมวลชนที่ช่วยเป็นสื่อกลางในการสนับสนุนการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ของโรงพยาบาลประจวบฯ สู่ประชาชน ซึ่งโรงพยาบาลมีแผนการพัฒนาในหลายด้านเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการประชาชน โดยดำเนินงานรูปแบบการให้บริการขณะนี้ 9 รูปแบบด้วยกัน ได้แก่ 1. การขออาคารผู้ป่วยใน 7 ชั้น โดยจะเพิ่มจำนวนเตียงให้ได้ 156 เตียง จะขยายการให้บริการสาขาอายุรกรรม ศัลยกรรมผู้ป่วยหนัก 2. แผนพัฒนาที่ดินอ่าวน้อย (Wellness Center) บ้านคั่นกระได ต.อ่าวน้อย อ.เมืองฯ ที่จะใช้สร้างโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ แห่งที่ 2 พร้อมอาคารทันตกรรม คาดว่าเริ่มในปี 2570 และสร้างโรงพยาบาลส่งเสริมฟื้นฟูสุขภาพ – ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ และ Wellness Center คาดเริ่มในปี 2573 3. เปิดหอผู้ป่วยจิตเวช เพื่อให้บริการผู้ป่วยจิตเวช ยาเสพติด 4 – 6 เตียง ที่อาคารผู้ป่วยนอก (อุบัติเหตุฉุกเฉินหลังเก่า) 4. การปรับปรุงห้องพิเศษ ที่อาคารผู้ป่วยใน 5 ชั้น ให้ได้มาตรฐาน 5. Telemedicine บริการพบแพทย์ผ่านช่องทางออนไลน์ ที่สามารถพูดคุย ปรึกษาอาการเจ็บป่วยกับแพทย์ได้ โดยไม่ต้องเดินทางไปโรงพยาบาล ปรึกษาแบบเห็นหน้า ผ่านการวิดีโอคอล หรือเป็นการพูดคุยด้วยเสียง ผ่านการโทร หรืออาจเป็นการแชตคุยกับคุณหมอ พร้อมส่งรูปภาพให้คุณหมอช่วยวินิจฉัยอาการเพิ่มเติมได้ 6. นัดเจาะเลือดนอกโรงพยาบาล ที่ศูนย์สุขภาพชุมชนเมืองภายในซอยสตรีการช่าง เขตเทศบาลเมืองประจวบฯ ซึ่งเปิดให้บริการทุกวันศุกร์ เวลา 08.30 – 10.00 น. 7. การส่งยาทางไปรษณีย์ 8. การนัดหมายออนไลน์ 9. ระบบรับคิวหน้าห้องตรวจ/ห้องรับยา.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เผาสรีระสังขาร “หลวงพ่อกรี” อดีตเจ้าอาวาสองค์แรกวัดห้วยเจริญ ทับสะแก

เผาสรีระสังขาร “หลวงพ่อกรี” อดีตเจ้าอาวาสองค์แรกวัดห้วยเจริญ ทับสะแก

วันที่ 23 ธันวาคม 2568 พระธรรมวชิรสิทธาจารย์ เจ้าคณะภาค 15 เจ้าอาวาสวัดคลองวาฬ พระอารามหลวง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นางอภิญญา เอี่ยมอำภา รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานฝ่ายฆราวาสในพิธีฌาปนกิจศพ พระอธิการกรี กนฺตผโล หรือหลวงพ่อกรี อดีตเจ้าอาวาสวัดห้วยเจริญ ที่เมรุลอยวัดห้วยเจริญ ต.เขาล้าน อ.ทับสะแก จ.ประจวบฯ โดยมีพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ในพื้นที่อำเภอทับสะแก จำนวน 50 รูป ประกอบพิธีสงฆ์ สวดมาติกา พร้อมแสดงพระธรรมเทศนา 1 กัณฑ์ และประกอบพิธีทอดผ้าบังสุกุล มีนายเนรมิต เหลืองอร่ามฟ้า นายอำเภอทับสะแก นายรัฐวิชญ์ พาฉิมพลี ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด น.ส.นลิน มาคเชนคร์ ประชาสัมพันธ์จังหวัด นายอำนาจ มณีแดง รองประธานหอการค้าจังหวัด ผู้นำท้องถิ่น ศิษยานุศิษย์ แขกผู้มีเกียรติ และประชาชนผู้ศรัทธาทั่วทุกพื้นที่ร่วมวางดอกไม้จันทน์ที่หน้าเมรุลอยเพื่อแสดงความเคารพและอาลัยหลวงพ่อกรี กันอย่างเนืองเเน่น

พระอธิการกรี กนฺตผโล ชื่อเดิม กรี นามสกุลรวงผึ้ง เกิดเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2483 ที่ตำบลดอนยาง อ.เมือง จ.เพชรบุรี เป็นบุตรของนายลาว รวงผึ้ง และนางอ้วน อ่วมประไพ เป็นบุตรคนที่ 6 ของพี่น้องจำนวน 8 คน หลวงพ่อกรี จบการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ได้อุปสมบทเมื่ออายุ 22 ปี ณ วัดหนองไม้เหลือง ต.หนองขนาน อ.เมือง จ.เพชรบุรี เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2503 โดยมีพระครูนันทศีลวัตร (หลวงพ่อเพลิน) วัดหนองไม้เหลือง เป็นพระอุปัชฌาย์ หลังจากอุปสมบทแล้วได้อุปฐากดูแลพระอุปัชฌาย์ ศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัย จนสอบไล่ได้นักธรรมชั้นเอก ต่อมา ปี 2522 พระกรี กนฺตผโล ได้รับอาราธนาจากชาวบ้านห้วยเจริญให้มาเป็นหัวหน้าดูแลที่พักสงฆ์ห้วยเจริญในสมัยนั้น กระทั่งวันที่ 22 มีนาคม 2526 ได้รับสถานะเป็นวัดในพระพุทธศาสนา ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ พระกรี กนฺตผโล จึงได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดห้วยเจริญ เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2526 ถือได้ว่าเป็นเจ้าอาวาสรูปแรกของวัดห้วยเจริญแห่งนี้

นับตั้งแต่หลวงพ่อกรี ได้ย้ายมาจำพรรษา ณ วัดห้วยเจริญ ในตำแหน่งหัวหน้าที่พักสงฆ์ จนได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาส หลวงพ่อกรีได้ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งเจ้าอาวาส ด้วยความเรียบร้อยดีงามเสมอมา เช่น มีการให้การศึกษาอบรมพระภิกษุ สามเณรในปกครอง ให้ความสะดวกกับญาติโยมผู้มาทำบุญ ทำนุบำรุงถาวรวัตถุทั้งบูรณะ ต่อเติมศาลาทำบุญ ก่อสร้างศาลาฌาปนสถาน และที่สำคัญคือได้ก่อสร้างอุโบสถแล้วเสร็จ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา และปิดทองฝังลูกนิมิตในปี 2556 หลวงพ่อกรี กนฺตผโล ท่านได้ครองเพศบรรพชิตด้วยความประพฤติดี ปฏิบัติชอบ และด้วยความที่ท่านมีปฏิปทาเรียบง่าย มักน้อย สันโดษ ท่านจะดูแลสวนป่า ดูแลต้นไม้ กวาดลานวัด เป็นกิจวัตรทุกๆ วัน จนเป็นที่ชินตาของบรรดาลูกศิษย์ จนกระทั่ง วันที่ 22 พฤศจิกายน 2568 เวลาประมาณ 19 นาฬิกาเศษ หลังจากหลวงพ่อปฏิบัติกิจกวาดลานวัดตามปกติ หลวงพ่อได้นอนพักบนศาลาบริเวณหน้ากุฏิของท่านด้วยอาการเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัด บรรดาลูกศิษย์จึงได้นำหลวงพ่อส่งโรงพยาบาล เพื่อดูอาการ หลังจากนั้นหลวงพ่อกรีได้ละสังขารจากไปในเวลาประมาณ 20 นาฬิกา ด้วยอาการอันสงบ ด้วยสิริอายุ 86 ปี พรรษา 65.