Categories
ข่าว ทั้งหมด

ปลาหมอคางดำบุกทะเลบางสะพาน ลึก 12 เมตร วิกฤตลามเกินคาด

ปลาหมอคางดำบุกทะเลบางสะพาน ลึก 12 เมตร วิกฤตลามเกินคาด

วันที่ 22 มิถุนายน 2569 สถานการณ์การแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ ที่สร้างความเสียหายต่อระบบนิเวศไทย กำลังลุกลามสู่ระดับที่น่ากังวลอย่างยิ่ง หลังมีการค้นพบปลาหมอคางดำจำนวนมากกลางทะเลบางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ในพื้นที่ที่มีความลึกถึง 12 เมตร สะท้อนให้เห็นว่าการแพร่กระจายของปลาชนิดนี้อาจรุนแรงเกินกว่าที่หน่วยงานรัฐเคยประเมินไว้
โดยเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2569 ไต๋หนึ่ง บางสะพาน ชาวประมงในพื้นที่ ได้โพสต์คลิปวิดีโอขณะออกเรือตกหมึกกลางทะเล แล้วพบฝูงปลาหมอคางดำจำนวนมาก ลอยรวมตัวอยู่บริเวณแสงไฟกลางทะเล

“ออกมาตกหมึก แล้วเจอปลาหมอคางดำลอยอยู่กลางทะเล เกิดอะไรขึ้นกับระบบนิเวศเรา อีกหน่อยคงได้ตกปลาหมอคางดำกลางทะเล” คำพูดสั้นๆ ของชาวประมงรายนี้ กลายเป็นคำถามใหญ่ที่สังคมกำลังรอฟังคำตอบจากกรมประมงและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่าการระบาดจากคลองสู่ทะเล…มาตรการควบคุมล้มเหลวหรือไม่ ?

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ภาครัฐใช้งบประมาณจำนวนมากในการควบคุมและกำจัดปลาหมอคางดำ ทั้งการรับซื้อ การรณรงค์จับปลา และการสนับสนุนกิจกรรมกำจัดในหลายจังหวัด แต่ข้อเท็จจริงที่ปรากฏในวันนี้ คือปลาหมอคางดำไม่ได้ถูกจำกัดอยู่เพียงในแม่น้ำ ลำคลอง หรือป่าชายเลนอีกต่อไป หากแต่กำลังขยายอาณาเขตออกสู่ทะเลเปิด

คำถามคือ เหตุใดปลาหมอคางดำจึงยังแพร่กระจายได้อย่างต่อเนื่อง ? งบประมาณที่ใช้ไปจำนวนมหาศาล ให้ผลคุ้มค่าหรือไม่ ? แผนบริหารจัดการที่ผ่านมา เกิดความผิดพลาดตรงไหน ? หน่วยงานรัฐประเมินความสามารถในการปรับตัวของปลาชนิดนี้ต่ำเกินไปหรือไม่ ?

หลายฝ่ายมองว่า หากปลาหมอคางดำสามารถตั้งถิ่นฐานและขยายพันธุ์ในทะเลได้จริง ประเทศไทยอาจกำลังเผชิญวิกฤตระบบนิเวศครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์การประมง และจะกระทบชาวประมงพื้นบ้านโดยตรง ซึ่งชาวประมงในพื้นที่แสดงความกังวลว่าหากปลาหมอคางดำเข้ามาแย่งอาหารกับสัตว์น้ำเศรษฐกิจในทะเล เช่น ปลาหมึก ปลาเล็ก กุ้ง และสัตว์น้ำวัยอ่อน อาจส่งผลให้ทรัพยากรทางทะเลลดลงอย่างรวดเร็ว

นอกจากผลกระทบต่อระบบนิเวศแล้ว ยังอาจกระทบต่อรายได้ของชาวประมงพื้นบ้านนับหมื่นครัวเรือนตามแนวชายฝั่งอ่าวไทย “วันนี้เจอแค่กลางทะเลบางสะพาน แต่พรุ่งนี้อาจพบทั่วอ่าวไทยก็ได้” รัฐจะมีมาตรการเร่งด่วนอย่างไร เพื่อหยุดการแพร่ระบาด เพราะหากวันนี้ปลาหมอคางดำสามารถว่ายออกจากคลอง สู่ปากแม่น้ำ และออกไปถึงทะเลลึกได้แล้ว คำถามที่สังคมต้องการคำตอบ ไม่ใช่เพียงว่า “ปลามาจากไหน” แต่ใครจะรับผิดชอบ หากวันหนึ่งระบบนิเวศทางทะเลของไทยต้องสูญเสียจากความล้มเหลวในการจัดการปลาหมอคางดำอย่างเช่นทุกวันนี้ !

พิสิษฐ์ รื่นเกษม…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ททท. ปลุกพลังคนเพชรบุรีและจังหวัดใกล้เคียง สู่ทูตถิ่นยั่งยืน สร้างการท่องเที่ยวคุณค่าสูง

ททท. ปลุกพลังคนเพชรบุรีและจังหวัดใกล้เคียง สู่ทูตถิ่นยั่งยืน สร้างการท่องเที่ยวคุณค่าสูง

วันที่ 22 มิถุนายน 2569 นายอรรถพล วรรณกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและพัฒนาด้านการท่องเที่ยว ททท. เป็นประธานเปิดการอบรมหลักสูตรภูมิปัญญาพาเที่ยว ภายใต้โครงการ “ทูตถิ่นยั่งยืน 2569” พื้นที่ภาคกลาง ที่ห้องประชุมโรงแรมธารามันตรา ชะอำ รีสอร์ท จ.เพชรบุรี มีนางดวงใจ คุ้มสอาด ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานเพชรบุรี นายวสันต์ กิตติกุล นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันตก ผู้ประกอบการและบุคลากรท่องเที่ยวภาคกลางให้การต้อนรับและร่วมการอบรม โดยมีวิทยากรชั้นนำ อาทิ ดร.ศิริกุล เลากัยกุล ผู้ก่อตั้งโครงการพอแล้วดี The Creator, ดร.กรกต อารมย์ดี ศิลปินศิลปาธร นักออกแบบและศิลปินผู้ใช้ภูมิปัญญาจากไม้ไผ่ (เจ้าของแบรนด์ KORAKOT), ผศ.ดร.จิตศักดิ์ พุฒจร อาจารย์ประจำสาขาวิชาการจัดการ การท่องเที่ยว คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยศิลปากร และ ดร.นราธิป อ่ำเที่ยงตรง วิทยากรและที่ปรึกษาด้านการท่องเที่ยว พร้อมทีมงาน มาร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้แบบเจาะลึกผ่านหัวข้อการถอดรหัสต้นทุนวัฒนธรรม : เรียนรู้ผ่านกรณีศึกษาจริง เพื่อต่อยอดอัตลักษณ์ถิ่นสู่สากล การปั้น Local Ambassadors พัฒนาทักษะการเล่าเรื่องและการเป็นผู้นำการสื่อสารที่มีพลัง (High-Impact KOLs) ตลอดจนการท่องเที่ยวฟื้นสร้างอย่างยั่งยืน : ออกแบบการท่องเที่ยวที่เติบโตและเกื้อกูลกันอย่างเป็นระบบ รวมทั้งกลยุทธ์การตลาดคุณค่าสูง : เทคนิคการออกแบบประสบการณ์สำหรับนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพ

นายอรรถพล กล่าวว่า การท่องเที่ยวในมิติใหม่ ไม่ใช่เพียงการเดินทางไปยังจุดใดจุดหนึ่ง แต่คือการออกไปสัมผัสความหมาย ทั้งในแง่วิถีชีวิต ผู้คนและสถานที่ ซึ่งในภูมิภาคภาคกลางนี้ เป็นพื้นที่ที่มีพลังของเรื่องราวอย่างมหาศาล ทั้งเรื่องราววิถีชีวิต วัฒนธรรม และความศรัทธาอันงดงาม ที่พร้อมเผยแพร่สู่สายตาโลกสิ่งที่สะท้อนให้เห็นตลอดเส้นทางการทำงานที่ผ่านมา คือหัวใจของการท่องเที่ยว ไม่ใช่แค่การสร้างสิ่งใหม่ขึ้นมา แต่รวมถึงการมองเห็นคุณค่าของสิ่งที่มีอยู่แล้ว และการพัฒนาคนของถิ่น ให้กลายเป็นผู้ส่งต่อเรื่องราว เพื่อชุบชีวิตอัตลักษณ์และภูมิปัญญาในท้องถิ่นให้เข้าไปนั่งอยู่ในใจของผู้มาเยือน หลักสูตรนี้จึงมุ่งหวังที่จะจุดประกายให้คนในพื้นที่มองเห็นคุณค่าของสิ่งใกล้ตัว แล้วเปลี่ยนสิ่งเหล่านั้นให้กลายเป็นพลังแห่งการขับเคลื่อน ยกระดับทุกท่านให้เป็นทูตของถิ่น ที่พร้อมจะดึงเรื่องราวอันงดงามของแต่ละพื้นที่ออกมาถ่ายทอด เพื่อให้การท่องเที่ยวไทยเติบโตอย่างมีเอกลักษณ์ มั่นคงและยั่งยืน

ด้านนางดวงใจ กล่าวเสริมว่าจังหวัดเพชรบุรี และพื้นที่ภาคกลางตอนล่าง เป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยว โดดเด่นทั้งมรดกทางวัฒนธรรม วิถีชีวิตชุมชนชายฝั่ง ทรัพยากรธรรมชาติ และภูมิปัญญาด้านอาหารที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ โดย ททท. มุ่งทำหน้าที่เชื่อมโยงโอกาสทางการตลาดเข้ากับศักยภาพของพื้นที่ พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการและชุมชนให้สามารถต่อยอดอัตลักษณ์ท้องถิ่น สู่การสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวที่มีคุณค่าและตอบโจทย์นักท่องเที่ยวยุคใหม่ได้อย่างยั่งยืน กำหนดจัดอบรมรวมทั้งสิ้น 9 ครั้ง ครอบคลุม 5 ภูมิภาคทั่วประเทศ ผู้สนใจเข้าร่วมโครงการติดตามรายละเอียดและสมัคร (ไม่มีค่าใช้จ่าย) ได้ที่ : www.betterthaihost.com.

Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

“เจตพัฒน์ – วิรัญชนา” คว้าแชมป์ Hua Hin Table Tennis Championship ครั้งที่ 1

“เจตพัฒน์ – วิรัญชนา” คว้าแชมป์ Hua Hin Table Tennis Championship ครั้งที่ 1

วันที่ 21 มิถุนายน 2569 การแข่งขันเทเบิลเทนนิส หัวหินเทเบิ้ลเทนนิสแชมเปี้ยนชิพ ครั้งที่ 1 จัดโดยสโมสรไลออนส์ราษฎร์ภักดี หัวหิน ร่วมกับชมรมกีฬาเทเบิลเทนนิสแฟนแทสติกหัวหิน ระหว่างวันที่ 20 – 21 มิถุนายน ที่ศูนย์ประชุมและการแสดงนิทรรศการ หัวหินคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ ชั้น 1 ศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน จ.ประจวบฯ ได้ปิดฉากลงอย่างสวยงาม ท่ามกลางบรรยากาศแห่งมิตรภาพ ความสนุกสนานและเสียงเชียร์จากผู้ชมทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่มาร่วมติดตามการแข่งขันอย่างคึกคักตลอดทั้งวัน โดยการแข่งขันในวันสุดท้ายเป็นการแข่งขันประเภทบุคคลทั่วไป แบ่งเป็นชายเดี่ยวทั่วไป 46 คน และหญิงเดี่ยวทั่วไป 13 คน โดยนักกีฬาที่ผ่านการแข่งขันรอบแบ่งกลุ่มก่อนเข้าสู่รอบแพ้คัดออก จนได้ผู้ชนะเลิศในแต่ละประเภท

ไฮไลท์สำคัญของรายการอยู่ที่การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศประเภทชายเดี่ยว ซึ่งเป็นการพบกันของคู่พี่น้อง เจตพัฒน์ เพ็ชรสันทัด และกันตณัฐ เพ็ชรสันทัด ที่ต่างงัดฝีมือและประสบการณ์ออกมาใช้อย่างเต็มที่ ผลัดกันทำคะแนนและผลัดกันคว้าชัยในแต่ละเกมอย่างสูสี สร้างความตื่นเต้นให้กับผู้ชมเป็นอย่างมาก โดยต้องตัดสินกันถึงเกมที่ 5 ก่อนที่เจตพัฒน์ จะเฉือนเอาชนะไปได้อย่างสุดมันส์ 3 – 2 เกม คว้าแชมป์ชายเดี่ยวทั่วไปไปครอง ท่ามกลางเสียงปรบมือและเสียงเชียร์จากผู้ชมที่ติดตามการแข่งขัน รวมถึงนักกีฬาชาวต่างชาติที่เดินทางมาร่วมแข่งขันและร่วมชมเกมนัดชิงชนะเลิศในครั้งนี้

ผลการแข่งขันประเภทชายเดี่ยวทั่วไป มีดังนี้ ชนะเลิศ ได้แก่ เจตพัฒน์ เพ็ชรสันทัด รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ กันตณัฐ เพ็ชรสันทัด รองชนะเลิศอันดับ 2 ร่วม ได้แก่ ธามม์ รัตนวชิรินทร์ และนิโรธ จงพิพัฒน์วนิชย์ ส่วนการแข่งขันประเภทหญิงเดี่ยวทั่วไปได้รับความสนใจไม่แพ้กัน ผลการแข่งขัน ชนะเลิศ ได้แก่ วิรัญชนา ศรีจักร ดีกรีนักกีฬาเยาวชนทีมชาติ รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี ดาวรุ่งพุ่งแรงของวงการนักเทเบิลเทนนิสประเทศไทย รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ รุ่งระวี สุชาดา เวสท์ รองชนะเลิศอันดับ 2 ร่วม ได้แก่ รินลดา ลีลาวรวาณิช และอภิญญา คงประเสริฐ ในโอกาสนี้ นายทวีสิน พัฒนาภิรัส ประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบฯ ได้เข้าร่วมชมการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ และเป็นประธานในพิธีปิดการแข่งขัน พร้อมมอบถ้วยรางวัล เหรียญรางวัล และเงินรางวัลให้แก่นักกีฬาที่ได้รับรางวัลทุกประเภท สร้างความประทับใจแก่ผู้เข้าร่วมงานเป็นอย่างยิ่ง

การจัดการแข่งขัน Hua Hin Table Tennis Championship ครั้งที่ 1 ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมกีฬาที่ประสบความสำเร็จ สามารถเปิดเวทีให้นักกีฬาเยาวชน นักกีฬาทั่วไป และผู้รักกีฬาเทเบิลเทนนิสได้แสดงศักยภาพ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และสร้างเครือข่ายมิตรภาพทางกีฬา อีกทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมภาพลักษณ์ของอำเภอหัวหินให้ก้าวสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงกีฬาได้อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป.

Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

วิว เยาวภา จัดศึกมวยมันส์วันเสาร์ หวังภาครัฐและเอกชนร่วมหาทางออกมวยเด็ก สร้างอนาคตยอดมวยไทย

วิว เยาวภา จัดศึกมวยมันส์วันเสาร์ หวังภาครัฐและเอกชนร่วมหาทางออกมวยเด็ก สร้างอนาคตยอดมวยไทย

ช่วงค่ำวันที่ 20 มิถุนายน 2569 ที่เดอะเลเจ้นท์อารีน่า ชั้น 3 ศูนย์การค้าบลูพอร์ตหัวหิน จ.ประจวบฯ มีการแข่งขันมวยไทยรายการ Muay Thai Saturday Super Fight หรือมวยมันส์วันเสาร์ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติให้ความสนใจเข้าชมการแข่งขันเพื่อร่วมสัมผัสศิลปะมวยไทยอย่างใกล้ชิด การจัดการแข่งขันครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันให้เมืองหัวหินเป็น “เมืองมวยไทย” และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา โดยมีภาคเอกชนร่วมสนับสนุน อาทิ ศูนย์การค้าบลูพอร์ตหัวหิน และน้ำดื่มมินิม่อน เพื่อร่วมสร้างเวทีให้กับนักมวยไทย ทั้งระดับเยาวชนและประชาชนทั่วไปได้มีโอกาสแสดงฝีมือ ซึ่งรายการดังกล่าวจัดขึ้นเป็นประจำทุกเดือน เพื่อสร้างสีสันด้านกีฬาและส่งเสริมภาพลักษณ์หัวหินในฐานะเมืองท่องเที่ยวและเมืองกีฬา

น.ส.เยาวภา บุรพลชัย หรือวิว อดีตนักกีฬาเทควันโดทีมชาติไทย เจ้าของเหรียญทองแดงโอลิมปิกเกมส์ และผู้บริหารเดอะเลเจ้นท์อารีน่า ในฐานะผู้จัดการแข่งขัน กล่าวว่า หัวหินเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีศักยภาพสูง และมวยไทยถือเป็นศิลปะประจำชาติที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี จึงอยากผลักดันให้หัวหินเป็นเมืองกีฬาและเมืองมวยไทย ที่สามารถสร้างทั้งเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวและโอกาสให้กับเด็กเยาวชนในพื้นที่ มวยไทยไม่ใช่แค่การแข่งขัน แต่เป็นวัฒนธรรม เป็นศิลปะ เป็นกีฬา และเป็นอาชีพได้ อยากให้หัวหินเป็นเมืองมวยไทยที่นักท่องเที่ยวมาแล้วได้ชม ได้เรียนรู้ และได้สัมผัสมวยไทยอย่างแท้จริง ขณะเดียวกันก็มีเวทีให้เด็กและเยาวชนได้พัฒนาตัวเอง

การแข่งขันครั้งนี้มีนักมวยไทยเยาวชนและนักมวยไทยทั่วไปขึ้นชก รวมทั้งหมด 8 คู่ แต่ละคู่ได้รับความสนใจจากผู้ชมรอบเวที ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่เข้ามาร่วมเชียร์และสัมผัสบรรยากาศการแข่งขันมวยไทยอย่างใกล้ชิด ผลการแข่งขัน คู่ไฮไลท์ที่ได้รับความสนใจจากแฟนมวยอย่างมาก คือการขึ้นชกของ “มัจจุราชขาว ศ.เกรียงไกร” นักมวยเยาวชนชาวแคนาดาที่หลงใหลในศิลปะมวยไทย และเดินทางมาเก็บตัวฝึกซ้อมที่หัวหินเป็นเวลานานเกือบ 1 ปี ไฟต์นี้สามารถโชว์ทักษะและความสามารถได้อย่างโดดเด่น ก่อนเอาชนะคะแนน “ขุนเดช ป.พรหมมินทร์” ไปได้อย่างน่าประทับใจ สะท้อนให้เห็นว่ามวยไทยยังคงได้รับความนิยมจากเยาวชนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ขณะที่คู่เอกของรายการ เป็นการพบกันระหว่าง “พรพิสิทธิ์ เพาเวอร์พั้นบ็อกซิ่งยิม” กับ “เกียรติศักดิ์ อบต.ปรีชา” ซึ่งทั้งสองฝ่ายเปิดเกมแลกอาวุธกันอย่างสนุก สมศักดิ์ศรีคู่เอกของรายการ ท่ามกลางเสียงเชียร์จากผู้ชมรอบเวที ก่อนที่เกียรติศักดิ์ จะอาศัยจังหวะศอกกลับ เอาชนะน็อกพรพิสิทธิ์ ไปได้ในยกที่ 2 อย่างสวยงาม ปิดฉากคู่เอกของรายการอย่างประทับใจ

วิว เยาวภา กล่าวถึงประเด็นมวยเด็ก ว่าเข้าใจความห่วงใยของภาครัฐ แพทย์ ผู้ปกครองและสังคม เรื่องความปลอดภัยของเด็ก โดยเฉพาะผลกระทบต่อร่างกายและพัฒนาการทางสมองในระยะยาว แต่ขณะเดียวกันอยากให้มองอีกมุม ว่ามวยไทยมีส่วนสร้างชีวิตและสร้างอนาคตให้เด็กจำนวนมาก เราเข้าใจคนทำมวย เข้าใจค่ายมวยและเข้าใจผู้ปกครอง เพราะกว่าจะสร้างนักมวยที่ดีขึ้นมาได้ เด็กต้องมีประสบการณ์ ต้องเรียนรู้บรรยากาศบนเวที ต้องรู้จักควบคุมความกดดัน ความกลัวและรู้จักแพ้ชนะ แต่วิธีการต้องปลอดภัย เหมาะสมกับวัย และไม่ใช่นำรูปแบบมวยผู้ใหญ่มาใช้กับเด็กโดยตรง มวยไทยช่วยให้เด็กใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ มีวินัย มีเป้าหมาย ร่างกายแข็งแรง ห่างไกลสิ่งไม่เหมาะสม และในหลายกรณียังเป็นเส้นทางสู่อาชีพ รายได้ ทุนการศึกษา และอนาคตที่ดีของเด็กเยาวชน แต่สิ่งสำคัญคือทุกฝ่ายต้องร่วมกันสร้างมาตรฐานที่ชัดเจน สำหรับแนวทางการจัดมวยเยาวชน ควรให้ความสำคัญกับการจับคู่แข่งขันให้เหมาะสม ทั้งอายุ น้ำหนัก รูปร่าง และประสบการณ์ เพื่อไม่ให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบกันมากเกินไป พร้อมให้ผู้ตัดสินมีบทบาทสำคัญในการดูแลความปลอดภัยของนักมวยบนเวทีอย่างใกล้ชิด

วิว เยาวภา ยังเสนอให้ภาครัฐเปิดพื้นที่รับฟังความคิดเห็นจากผู้ที่อยู่ในวงการมวยจริง ทั้งค่ายมวยไทยอาชีพ ครูมวย ผู้จัดการแข่งขัน ผู้ปกครอง เด็กนักมวย แพทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็ก และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผ่านกลไกของการกีฬาแห่งประเทศไทย เพื่อร่วมกันกำหนดมาตรฐานมวยเด็กที่ปลอดภัยและปฏิบัติได้จริง นอกจากนี้ ยังอยากให้ภาครัฐและภาคเอกชน พิจารณามาตรการสนับสนุนค่ายมวยและเด็กเยาวชน เช่น อุปกรณ์ป้องกัน การอบรมครูมวยและผู้ตัดสินด้านความปลอดภัย ประกันอุบัติเหตุ การตรวจสุขภาพ ทุนการศึกษา และการช่วยเหลือค่ายมวยที่ปฏิบัติตามมาตรฐาน เพื่อให้การคุ้มครองเด็กเกิดขึ้นจริง โดยไม่ทำลายโครงสร้างการสร้างนักมวยไทยในระดับรากฐาน ทางออกไม่ควรเป็นการปิดประตูมวยเด็กทั้งหมด แต่ควรเป็นการสร้างเวทีมวยเด็กที่ปลอดภัย มีมาตรฐาน และสร้างอนาคตได้อย่างยั่งยืน เด็กต้องมีประสบการณ์เพื่อเติบโตเป็นยอดมวย แต่ประสบการณ์นั้นต้องอยู่ในระบบที่เหมาะสมกับวัยและไม่ทำลายอนาคตของเด็ก

วิวกล่าวทิ้งท้าย ว่า เดอะเลเจ้นท์ อารีน่า พร้อมร่วมมือกับภาครัฐ การกีฬาแห่งประเทศไทย ค่ายมวย ผู้ปกครอง และทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันพัฒนามวยไทยเยาวชนให้ปลอดภัย เป็นธรรม และยั่งยืน พร้อมผลักดันให้หัวหินเป็นหนึ่งในเมืองมวยไทยที่สามารถสร้างนักกีฬา สร้างอาชีพ สร้างเศรษฐกิจ และส่งต่อศิลปะมวยไทยสู่สายตาชาวโลก.

Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

ฟุตบอลเยาวชนกองทุนแม่ของแผ่นดินประจวบฯ รวมพลังสร้างคนรุ่นใหม่ต้านภัยยาเสพติด

ฟุตบอลเยาวชนกองทุนแม่ของแผ่นดินประจวบฯ รวมพลังสร้างคนรุ่นใหม่ต้านภัยยาเสพติด

วันที่ 21 มิถุนายน 2569 เครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดินจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ร่วมกับหลายหน่วยงาน จัดการแข่งขันกีฬาฟุตบอลเยาวชนเครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดิน ประจำปี 2569 ที่สนามกีฬาโรงเรียนธนาคารออมสิน อ.บางสะพาน จ.ประจวบฯ บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคักและพลังของคนรุ่นใหม่ โดยใช้กีฬาเป็นสื่อสร้างภูมิคุ้มกันยาเสพติด ส่งเสริมความสามัคคี และพัฒนาเยาวชนให้เติบโตเป็นกำลังสำคัญของสังคม มี น.ส.กุลนิศ ศรีวิรวัฒน์ พัฒนาการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดการแข่งขัน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนสำนักงาน ป.ป.ส. ภาค 7 ผู้นำชุมชน คณะกรรมการเครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดินจากทุกอำเภอ ผู้ปกครอง และเยาวชนเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

น.ส.กุลนิศ กล่าวว่า การแข่งขันฟุตบอลเยาวชนครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงผลแพ้ชนะในสนามเท่านั้น แต่เป็นการเปิดพื้นที่สร้างสรรค์ให้เด็กและเยาวชนได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ฝึกระเบียบวินัย เรียนรู้การทำงานเป็นทีม มีน้ำใจนักกีฬา และห่างไกลจากยาเสพติด อันเป็นรากฐานสำคัญของการสร้างชุมชนเข้มแข็ง ตามแนวทางของกองทุนแม่ของแผ่นดิน

ภายในงานมีหลายภาคส่วนเข้าร่วมสนับสนุนกิจกรรม อาทิ พ.ต.เสน่ห์ นุ่มพรมทอง หัวหน้าชุดวิทยากรขยายผลเครือข่ายมวลชนที่ 9 (หน.ชวกม.9) ศปป.2 กอ.รมน., นายยูซบ โต๊ะวัง ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดประจวบฯ และนายวัชรินทร์ จันทร์เดช ประธานเครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดินอำเภอบางสะพาน ซึ่งร่วมกันขับเคลื่อนกิจกรรมและให้กำลังใจแก่เยาวชนที่เข้าร่วมการแข่งขัน

นายวัชรินทร์ จันทร์เดช ประธานเครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดินอำเภอบางสะพาน เปิดเผยว่า การแข่งขันครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือของเครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดินทั้งจังหวัด ที่ร่วมแรงร่วมใจจัดกิจกรรมเพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างเยาวชนในพื้นที่ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนในการเฝ้าระวังและป้องกันปัญหายาเสพติด

สำหรับการแข่งขันนี้จัดขึ้นในประเภทเยาวชนชายอายุไม่เกิน 13 ปี มีทีมตัวแทนจากเครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดินในพื้นที่ต่างๆ ของจังหวัดประจวบฯ เข้าร่วม ท่ามกลางบรรยากาศแห่งมิตรภาพ ความสามัคคีและเสียงเชียร์จากผู้ปกครองและประชาชนที่เข้าร่วมงานอย่างคึกคัก กิจกรรมครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงพลังความร่วมมือของภาครัฐ ภาคประชาชน และองค์กรชุมชน ที่ร่วมกันสร้างเกราะป้องกันปัญหายาเสพติดให้กับเยาวชน ผ่านกิจกรรมกีฬาและการพัฒนาศักยภาพเชิงสร้างสรรค์ อันจะนำไปสู่การสร้างสังคมที่เข้มแข็ง ปลอดภัย และยั่งยืนในอนาคต

“กีฬาไม่ใช่เพียงการแข่งขัน แต่คือพลังสร้างคน สร้างชุมชน และสร้างอนาคตที่ปลอดภัยจากยาเสพติด” ถือเป็นเจตนารมณ์สำคัญที่เครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดินจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ได้ร่วมกันส่งต่อสู่เยาวชนในครั้งนี้.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

NOHON ผู้นำด้านแบตเตอรี่มือถือคุณภาพบุกตลาดหัวหิน เอาใจคนรักสมาร์ทโฟนอย่างครบวงจร

NOHON ผู้นำด้านแบตเตอรี่มือถือคุณภาพบุกตลาดหัวหิน เอาใจคนรักสมาร์ทโฟนอย่างครบวงจร

วันที่ 21 มิถุนายน 2569 NOHON THAILAND ผู้นำด้านแบตเตอรี่มือถือความจุสูง และพาวเวอร์แบงค์เกรดพรีเมียม เปิดตัว “Nohon Power Station” ชั้น B ศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน จ.ประจวบฯ อย่างเป็นทางการ ภายใต้คอนเซ็ปต์ร้านที่ผสานการจำหน่ายสินค้าและศูนย์บริการด้านพลังงานสำหรับสมาร์ทโฟนไว้อย่างครบวงจร พร้อมมอบประสบการณ์การเลือกซื้อสินค้าและบริการที่ทันสมัย สะดวก และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ดิจิทัลของผู้บริโภคยุคใหม่ โดยมีนายเอกพล วินิจฉัยกุล ผู้บริหาร บริษัท เอเอ็มเอส เมก้ามีเดีย ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ NOHON นายศรัณยู ทิพย์เที่ยงแท้ ผู้จัดการ Nohon Power Station สาขาบลูพอร์ต หัวหิน คุณสุวัชรี ภูษณสุวรรณศรี Head of Merchandise บลูพอร์ต หัวหิน และแขกผู้มีเกียรติจำนวนมากร่วมในพิธีเปิดแสดงความยินดี

นายเอกพล กล่าวว่า การเปิด Nohon Power Station ที่บลูพอร์ต หัวหิน เป็นสาขาที่ 2 ถือเป็นก้าวสำคัญของ NOHON THAILAND ในการยกระดับการให้บริการแก่ลูกค้า เราไม่ได้เป็นเพียงผู้จัดจำหน่ายแบตเตอรี่และพาวเวอร์แบงค์คุณภาพสูงเท่านั้น แต่เราตั้งใจให้ที่นี่เป็นสถานีเติมพลังงานอัจฉริยะ ที่ลูกค้าสามารถเข้ามาปรึกษา ตรวจเช็กสุขภาพแบตเตอรี่ และรับบริการจากช่างเทคนิคผู้เชี่ยวชาญได้อย่างมั่นใจ ภายใต้มาตรฐานการบริการระดับศูนย์บริการ ในบรรยากาศร้านที่ทันสมัยและเป็นกันเอง NOHON เป็นแบรนด์ผู้เชี่ยวชาญด้านแบตเตอรี่มือถือความจุสูงและพาวเวอร์แบงค์คุณภาพระดับพรีเมียมที่ได้รับความนิยมและมียอดจำหน่ายอันดับต้นๆ ในประเทศจีน พร้อมส่งออกไปยังหลายประเทศทั่วโลก ซึ่งในประเทศไทยนำเข้าและจัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการโดยบริษัท เอเอ็มเอส เมก้ามีเดีย จำกัด จุดเด่นของผลิตภัณฑ์ NOHON คือการใช้วัสดุคุณภาพสูง มีมาตรฐาน ความปลอดภัยระดับสากล ให้ประสิทธิภาพการใช้งานที่ยาวนานกว่าแบตเตอรี่ทั่วไป ตอบโจทย์ผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนที่ต้องการความ อึด ทนทาน และมั่นใจในคุณภาพของสินค้าในทุกวัน

นายศรัณยู กล่าวว่า Nohon Power Station สาขาบลูพอร์ต หัวหิน ได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิดร้านคอนเซ็ปต์ใหม่ โดดเด่นด้วยโทนสีน้ำเงิน – ขาว อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ภายในร้านแบ่งพื้นที่ให้บริการอย่างครบครัน ทั้งโซนศูนย์บริการรับซ่อมและเปลี่ยนแบตเตอรี่โดยช่างผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงโซนจัดแสดงสินค้าที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าได้ทดลองใช้งานและเลือกซื้อสินค้าจริงได้อย่างสะดวก และเพื่อฉลองการเปิดสาขาใหม่ NOHON THAILAND จัดเต็มโปรโมชั่นพิเศษสำหรับลูกค้าที่เข้าร่วมงานตลอดทั้งวัน การเปิดตัว Nohon Power Station สาขาบลูพอร์ต หัวหิน ในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของแบรนด์ในการขยายการเข้าถึงบริการคุณภาพสู่ผู้บริโภคในภูมิภาค พร้อมตอบสนองความต้องการด้านพลังงานสำรองสำหรับอุปกรณ์ดิจิทัลที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง และตอกย้ำบทบาทของ NOHON ในฐานะผู้นำด้านโซลูชันพลังงานสำหรับสมาร์ทโฟนระดับสากล พบกับ Nohon Power Station สาขาบลูพอร์ต หัวหิน ชั้น B ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป.

Categories
กีฬา ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ททท. ส่งท้ายงาน Amazing Thailand GI Tour & Trail Running 2026 สนามสุดท้ายจังหวัดเพชรบุรี

ททท. ส่งท้ายงาน Amazing Thailand GI Tour & Trail Running 2026 สนามสุดท้ายจังหวัดเพชรบุรี

วันที่ 21 มิถุนายน 2569 น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และนายภคพัส ส่งวัฒนายุทธ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี ร่วมพิธีเปิดและปล่อยตัวนักวิ่ง 1,000 คน ชูอัตลักษณ์ของสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indication : GI) “กล้วยหอมทองเมืองเพชร” ภายใต้แนวคิด “หนึ่งไม่มีสอง กับกล้วยหอมทองเมืองเพชร” พร้อมเชื่อมโยงกิจกรรมวิ่งเทรล เวิร์กชอปงานหัตถกรรม และการสาธิตอาหารพื้นถิ่น เพื่อสร้างคุณค่ากระจายรายได้สู่ชุมชน และช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากทั่วประเทศอย่างทั่วถึงและยั่งยืน ที่โรงเรียนบ้านทุ่งขาม อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี

น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ กล่าวถึงแนวคิดสำคัญของกิจกรรม “Amazing Thailand GI Tour & Trail Running 2026” วันที่ 20 – 21 มิถุนายน 2569 ณ โรงเรียนบ้านทุ่งขาม อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ซึ่งเป็นสนามที่ 5 สนามสุดท้ายของโครงการ สะท้อนแนวทางการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวผ่านการบูรณาการระหว่างการท่องเที่ยวเชิงกีฬา และการส่งเสริมสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางที่เชื่อมโยงการออกกำลังกาย การเรียนรู้วิถีชุมชน และอัตลักษณ์ท้องถิ่นอย่างสร้างสรรค์ โดยความสำเร็จของทั้ง 4 สนามที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่านักท่องเที่ยวยุคใหม่ให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวที่ได้สัมผัสเรื่องราวและวัฒนธรรมของชุมชนควบคู่ไปกับกิจกรรมกีฬา โดยจังหวัดเพชรบุรี มีสินค้าขึ้นทะเบียน GI 5 รายการ ได้แก่ ชมพู่เพชร, น้ำตาลโตนดเมืองเพชร, ขนมหม้อแกงเมืองเพชร, มะนาวเพชรบุรี และกล้วยหอมทองเพชรบุรี การจัดกิจกรรมสนามสุดท้ายนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “หนึ่งไม่มีสอง กับกล้วยหอมทองเมืองเพชร” พร้อมกิจกรรมวิ่งเทรล ตลาดชุมชน เวิร์กชอปงานหัตถกรรม และการสาธิตอาหารพื้นถิ่น เพื่อสร้างคุณค่าและเพิ่มรายได้ให้กับชุมชนผ่านการท่องเที่ยวสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน

สำหรับสนามจังหวัดเพชรบุรี นำเสนออัตลักษณ์เด่นของจังหวัดผ่านสินค้า GI อย่างกล้วยหอมทองเมืองเพชร ซึ่งเป็นผลไม้คุณภาพที่มีชื่อเสียงของจังหวัดเพชรบุรี โดดเด่นด้วยรสชาติหวานหอม เนื้อแน่น สีเหลืองทองสวยงาม และเป็นที่นิยมของผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศ สะท้อนถึงภูมิปัญญาและความเชี่ยวชาญด้านการเกษตรของชุมชนในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี พร้อมกันนี้ยังมีการออกบูทร้านค้าชุมชนมากกว่า 20 ร้านค้ากิจกรรมทำเวิร์กชอปการปั้นเครื่องปั้นดินเผา ภูมิปัญญาท้องถิ่นของจังหวัดเพชรบุรี ควบคู่กับการสาธิตการทำขนมกล้วยกวน จากวัตถุดิบท้องถิ่น ซึ่งเป็นการถ่ายทอดเสน่ห์ของชุมชนผ่านงานหัตถศิลป์ และอาหารพื้นถิ่น โดยกิจกรรมทำเวิร์กชอปยังเป็นการเปิดโอกาสให้นักวิ่งและนักท่องเที่ยวได้มีส่วนร่วมเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นอีกด้วย

การแข่งขันในสนามนี้แบ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ Trail Challenge ระยะ 20 กิโลเมตร Mini Trail ระยะ 11 กิโลเมตร และ Fun Run ระยะ 4 กิโลเมตร โดยนักวิ่งจะได้สัมผัสเส้นทางธรรมชาติที่สวยงาม ควบคู่กับฐานกิจกรรมเรียนรู้สินค้า GI และวิถีชุมชนตลอดเส้นทาง สร้างประสบการณ์ครบทั้ง “วิ่ง กิน เที่ยว และเรียนรู้” ในกิจกรรมเดียว พิเศษสุดสำหรับนักวิ่งที่พิชิตครบทั้ง 5 ภาค จะได้รับ “เหรียญสัญลักษณ์ประเทศไทย” สุดเอ็กซ์คลูซีฟเแห่งความสำเร็จ พร้อมกันนี้ ผู้ที่สมัครเข้าร่วมกิจกรรมยังสามารถเลือกซื้อสินค้า GI จากผู้ผลิตและชุมชนทั่วประเทศได้อย่างสะดวก ผ่านแพลตฟอร์ม Lazada ทั้งในรูปแบบแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ https://www.lazada.co.th/thaigishop เพื่อช่วยขยายโอกาสทางการตลาดให้กับสินค้า GI และสร้างรายได้สู่ชุมชนในวงกว้างอย่างต่อเนื่อง

จากกระแสตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่องของโครงการ “Amazing Thailand GI Tour & Trail Running 2026” ทั้ง 4 สนาม มีนักวิ่ง นักท่องเที่ยว และประชาชนในพื้นที่ให้ความสนใจเข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก สะท้อนถึงความสำเร็จของการนำการท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Sports Tourism) มาเชื่อมโยงกับสินค้า GI วิถีชุมชน และการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งยังช่วยสร้างการรับรู้สินค้า GI ของไทย กระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยว และสร้างรายได้หมุนเวียนสู่ชุมชน ผู้ประกอบการ และเกษตรกรในพื้นที่อย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.thailandfestival.org และ Facebook : Thailand Festival หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมผ่าน Line Official Account : @amazinggirun.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ประจวบฯ ระลึกพระที่นั่งคูหาคฤหาสน์ ครบรอบ 136 ปี ถ้ำพระยานคร อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด

ประจวบฯ ระลึกพระที่นั่งคูหาคฤหาสน์ ครบรอบ 136 ปี ถ้ำพระยานคร อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด

วันที่ 20 มิถุนายน 2569 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ มอบหมายให้ พ.อ.ชูพงษ์ สายอุบล รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานพิธีในงานวันระลึกพระที่นั่งคูหาคฤหาสน์ ครบรอบ 136 ปี มีนายนิทัศน์ นุ่นสง ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี, นายสุรวัชร เปลี่ยนปราณ ผู้อำนวยการส่วนอุทยานแห่งชาติ, นายเอกฤทธิ์ ดวงมาลา หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด, นายสมเจตน์ จันทนา ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดประจวบฯ ผู้แทนนายอำเภอสามร้อยยอด หัวหน้าส่วนราชการ หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ เจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนจากทุกภาคส่วนร่วมในพิธี โดยประธานได้ประกอบพิธีถวายราชสักการะ กล่าวอาศิรวาทราชสดุดี กล่าวคำปฏิญาณตนและวางพวงมาลาหน้าพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ซึ่งประดิษฐานบนพระที่นั่งคูหาคฤหาสน์ เพื่อแสดงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน ณ พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์ ถ้ำพระยานคร หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ ที่ สย. 2 (หาดแหลมศาลา) อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด จ.ประจวบฯ

ก่อนหน้านี้ อุทยานเขาสามร้อยยอดได้ทำหนังสือถึงกรมศิลปากร ขอความอนุเคราะห์ข้อมูลทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับถ้ำพระยานคร เพื่อให้ได้มีข้อมูลที่ถูกต้องสำหรับไว้เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ โดยนายประทีป เพ็งตะโก อดีตอธิบดีกรมศิลปากร ได้มีหนังสือตอบกลับมา ทำให้ทราบว่าจากเดิมที่มีพระมหากษัตริย์ไทยได้เสด็จถ้ำพระนคร 3 พระองค์ คือรัชกาลที่ 5 รัชกาลที่ 7 และรัชกาลที่ 9 แต่พบว่ามีพระมหากษัตริย์ไทยเสด็จถ้ำพระนครถึง 5 พระองค์ คือ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 พระองค์ได้เสด็จประพาสถ้ำพระยานคร เป็นอย่างน้อย 2 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อคราวเสด็จพระราชดำเนินมณฑลปักษ์ใต้ เมื่อปีมะแม พ.ศ.2402 และครั้งที่ 2 ในปี 2406 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้เสด็จประพาสถ้ำพระยานครด้วยกันทั้งหมด 4 ครั้ง ได้แก่ ปี พ.ศ.2406, 2429, 2432 และ พ.ศ.2433, พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 กล่าวกันว่าพระองค์ท่านเคยเสด็จที่ถ้ำพระนานครครั้งหนึ่งแต่ไม่ทราบว่าเมื่อใด, พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 พระองค์ท่านได้เสด็จไปประทับที่พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์ เมื่อวันที่ 20 พ.ย.2469 และได้จารึกพระปรมาภิไธยย่อ ป.ป.ร.ไว้ที่ผนังถ้ำทางทิศตะวันตกของพลับพลา ซึ่งยังปรากฏให้เห็นอยู่จนถึงวันนี้ และพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 พระองค์ท่านได้เสด็จที่ถ้ำนี้เป็นการส่วนพระองศ์ 2 ครั้ง เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.2501 และวันที่ 31 พ.ค.2524

สำหรับพระที่นั่งคูหาคฤหาสน์ ตั้งอยู่ภายในถ้ำพระยานคร เป็นพลับพลาแบบจตุรมุข มีขนาดความกว้าง 2.55 เมตร ยาว 8 เมตร สูง 2.55 เมตร สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เพื่อเป็นที่ประทับในยามเสด็จประภาสถ้ำพระยานคร สร้างขึ้นจากฝีพระหัตถ์ของพระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าขจรจรัสวงศ์ กรมหมื่นปราบปรปักษ์ โดยทรงสร้างขึ้นในกรุงเทพฯ แล้วส่งมาประกอบภายหลัง โดยให้พระยาชลยุทธโยธินเป็นนายงานก่อสร้าง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินทรงยกช่อฟ้าด้วยพระองค์เอง เมื่อวันที่ 20 มิ.ย.2433 และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จารึกพระปรมาธิไธย ย่อ จ.ป.ร. ไว้ที่บริเวณผนังด้านเหนือของพลับพลา

พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์นอกจากเป็นจุดเด่นของถ้ำพระยานครแล้ว ยังเป็นตราประจำจังหวัดประจวบฯ ในปัจจุบัน โดยจะมีความงดงามยิ่งขึ้น ในช่วงเวลาที่แสงอาทิตย์ส่องลอดผ่านจากปล่องของถ้ำลงมากระทบกับพระที่นั่ง โดยกรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนพระที่นั่งคูหาคฤหาสน์เป็นโบราณสถานสำคัญเมื่อปี พ.ศ.2495.

Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

ศึกปิงปองหัวหินแชมเปี้ยนชิพครั้งที่ 1 ดันหัวหินสู่เมืองท่องเที่ยวเชิงกีฬา

ศึกปิงปองหัวหินแชมเปี้ยนชิพครั้งที่ 1 ดันหัวหินสู่เมืองท่องเที่ยวเชิงกีฬา

วันที่ 20 มิถุนายน 2569 นายทวีสิน พัฒนาภิรัส ประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดการแข่งขันหัวหินเทเบิลเทนนิส แชมเปี้ยนชิพ ครั้งที่ 1 ที่หัวหินคอนเวนชั่นเซนเตอร์ ศูนย์การค้าบลูพอร์ตหัวหิน จ.ประจวบฯ
ระหว่างวันที่ 20 – 21 มิถุนายน 2569 มี ดร.พัชรพงศ์ แพงไพรี ผู้ว่าการไลออนส์สากลภาค 310D นางริญญา แย้มนิล นายกสโมสรไลออนส์ราษฎร์ภักดี หัวหิน นายมีเลิศ กำเนิดแสง ประธานชมรมกีฬาเทเบิลเทนนิสแฟนแทสติกหัวหิน นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ สมาชิกสโมสรไลอ้อนส์ต่างๆ โค๊ช นักกีฬา และแขกผู้มีเกียรติให้การต้อนรับ

นายมีเลิศ กล่าวว่า สโมสรไลออนส์ราษฎร์ภักดี หัวหิน ร่วมกับชมรมกีฬาเทเบิลเทนนิสแฟนแทสติกหัวหิน จัดการแข่งขันรายการนี้ขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชน นักกีฬามือใหม่ และผู้ที่สนใจกีฬาเทเบิลเทนนิสได้มีเวทีแสดงศักยภาพ พัฒนาทักษะ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ผ่านการแข่งขันในบรรยากาศที่เป็นมิตรและสร้างสรรค์ ส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ห่างไกลจากยาเสพติด หันมาออกกำลังกายและเล่นกีฬา สร้างวินัย ความรับผิดชอบ และมีน้ำใจนักกีฬา พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้เริ่มต้นเล่นกีฬาเทเบิลเทนนิสได้สัมผัสประสบการณ์การแข่งขันจริงและพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในพื้นที่อำเภอหัวหิน ทั้งนักกีฬา ผู้ปกครอง และผู้ติดตามจากต่างจังหวัดให้เดินทางเข้ามาในพื้นที่ สอดคล้องกับแนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Sports Tourism) ที่กำลังได้รับความนิยมทั่วโลก และเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาหัวหินให้เป็นเมืองแห่งกิจกรรมกีฬาและการท่องเที่ยวคุณภาพในอนาคต

โดยแบ่งการแข่งขันออกเป็น 2 วัน วันแรกเป็นการแข่งขันประเภททีมเยาวชน รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี (U12) จำนวน 8 ทีม และรุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี (U15) จำนวน 8 ทีม จาก 11 โรงเรียนในจังหวัดประจวบฯ – เพชรบุรี – นครปฐม รวม 51 คน ทีมการกุศลจากสโมสรไลอ้อนส์ทั่วประเทศ และทีมประชาชนทั่วไป รวม 10 ทีม ส่วนวันที่ 2 เป็นการแข่งขันประเภทเยาวชนชาย – หญิงทั่วไป รวม 59 คน ชิงเงินรางวัลเกือบ 2 หมื่นบาท โดยมีเยาวชนทีมชาติไทยเข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ด้วย ซึ่งบรรยากาศการแข่งขันเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ความสนุกสนาน และเสียงเชียร์จากผู้ปกครอง ครู ผู้ฝึกสอน และผู้ชมที่มาร่วมให้กำลังใจนักกีฬาถึงขอบสนาม.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

สุวัจน์เปิดงาน PRIDE 2026 พร้อมเหล่าอินฟลูฯ และศิลปินดังร่วมฉลองเดือนแห่งความเท่าเทียม

สุวัจน์เปิดงาน‘PRIDE 2026’พร้อมเหล่าอินฟลูฯ และศิลปินดังร่วมฉลองเดือนแห่งความเท่าเทียม

วันที่ 20 มิถุนายน 2569 นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน PRIDE 2026 ภายใต้แนวคิด ‘The Gentle Rainbow – Softly Proud, Deeply Well’ เพื่อร่วมเฉลิมฉลอง Pride Month 2026 ส่งเสริมคุณค่าของความหลากหลาย ความเท่าเทียมทางเพศ มีนายประทีป บริบูรณ์รัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ, นายศุภชัย ครุฑดำ นายอำเภอหัวหิน, น.ส.วรรณภา เกียรติพงษา ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคกลาง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), นายอิษฏา เสาวรส ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานประจวบฯ, น.ส.บุษบา โชคสุชาติ รองนายกเทศมนตรีนครหัวหิน, พ.ต.อ.เสมอ อยู่สำราญ ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีฯ, นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ, นางวาสนา ศรีกาญจนา ที่ปรึกษาสมาคมฯ, พ.ต.อ.กัมปนาท ณ วิชัย ผกก.สภ.หัวหิน, น.ส.วจี กลมเกลี้ยง กรรมการผู้จัดการ บลูพอร์ตหัวหิน บรรดาเหล่าอินฟลูเอนเซอร์และศิลปินชื่อดัง อาทิ แจ็คกี้ – ชาเคอลีน มิ้นช์, ตู่ – ภพธร สุนทรญาณกิจ, คุกกี้ – ญดา สุวรรณปัฏนะ และกลุ่มผู้รักสุขภาพเกือบหนึ่งพันคน เข้าร่วมกิจกรรม “Pride Flow Run” เดิน – วิ่งเพื่อสุขภาพ ระยะทาง 3 กิโลเมตร จากลานเดอะสแควร์ หน้าศูนย์การค้าบลูพอร์ตหัวหิน ไปตามถนนเพชรเกษม ในบรรยากาศยามเช้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม ความสนุกสนานและความอบอุ่น สะท้อนพลังแห่งความหลากหลายที่ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมได้อย่างเท่าเทียม

นายสุวัจน์ กล่าวว่า ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสมาร่วมเปิดกิจกรรมในวันนี้ ซึ่งเป็นกิจกรรมสำคัญที่เปิดฉากเดือนแห่งความเท่าเทียมได้อย่างมีพลังและเปี่ยมด้วยความหมาย เมืองหัวหินของเราไม่ได้เป็นเพียงเมืองท่องเที่ยวที่มีเสน่ห์และความสงบเท่านั้น แต่ยังเป็นเมืองที่เปิดกว้าง พร้อมต้อนรับผู้คนจากทุกเพศ ทุกวัยและทุกตัวตนอย่างเท่าเทียม อีกทั้งเมืองหัวหินยังเป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางที่เป็นพื้นที่ปลอดภัย ที่ทุกคนสามารถมาแบ่งปันรอยยิ้ม พลังบวก และการยอมรับซึ่งกันและกันให้กลายเป็นภาพลักษณ์เชิงบวกที่ปรากฏต่อสายตานักท่องเที่ยวทั่วโลก ไม่เพียงสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่ผู้เข้าร่วมงาน แต่ยังช่วยตอกย้ำศักยภาพของหัวหินในฐานะจุดหมายปลายทางแห่งการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและไลฟ์สไตล์ที่ได้รับการยอมรับทั้งในประเทศและระดับนานาชาติ.