Categories
ข่าว ทั้งหมด

กกต.ประจวบฯ จัดกิจกรรมพบสื่อมวลชนท้องถิ่น จำลองหน่วยเลือกตั้ง สส.และออกเสียงประชามติเสมือนจริง

กกต.ประจวบฯ จัดกิจกรรมพบสื่อมวลชนท้องถิ่น จำลองหน่วยเลือกตั้ง สส.และออกเสียงประชามติเสมือนจริง

วันที่ 27 มกราคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการ การเลือกตั้งประจำจังหวัดประจวบฯ จัดกิจกรรมพบสื่อมวลชนท้องถิ่น มีสื่อมวลชนแขนงต่างๆ ทั้งวิทยุภาครัฐ วิทยุชุมชน สื่อสิ่งพิมพ์ เคเบิ้ลทีวี สื่อออนไลน์ ในพื้นที่ทั้ง 8 อำเภอ ที่โรงแรมประจวบแกรนด์ อ.เมืองประจวบฯ พร้อมด้วยผู้เข้ารับการอบรมวิทยากรเขตเลือกตั้ง และผู้เกี่ยวข้อง รวมจำนวนกว่า 70 คน เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือ สส. และการออกเสียงประชามติ ปี 2569 ให้แก่สื่อมวลชนนำไปขยายผลการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ ในทุกอำเภอ สร้างแรงกระตุ้นให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิให้มากที่สุดในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์นี้

โดยมีนายศักดิ์ชัย เลิศกิตติวัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการ การเลือกตั้งประจำจังหวัดประจวบฯ และนายบรรชา เรืองจันทร์ รองผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งฯ บรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมการจัดการเลือกตั้ง สส.ใน 3 เขตเลือกตั้งของจังหวัดประจวบฯ และการออกเสียงประชามติในหน่วยเลือกตั้งเดียวกันในประเด็นคำถามที่ว่า “ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่” พร้อมจำลองหน่วยเลือกตั้งและออกเสียงประชามติเสมือนจริง และสาธิตวิธีการใช้สิทธิเพื่อให้สื่อมวลชนได้เห็นขั้นตอนกระบวนการทั้งหมดและนำไปขยายผลการประชาสัมพันธ์ต่อ ทำให้การจัดการเลือกตั้งและออกเสียงประชามติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพ สุจริต โปร่งใส ลดจำนวนบัตรเสียให้เหลือน้อยที่สุด

ทั้งนี้ จังหวัดประจวบฯ มีจำนวนเขตเลือกตั้ง สส.ทั้งหมด 3 เขตเลือกตั้ง ใช้รูปแบบการแบ่งเขตเช่นเดียวกับเมื่อปี 2566 คือ เขตเลือกตั้ง 1 พื้นที่อำเภอเมืองประจวบฯ (ยกเว้นตำบลห้วยทราย) อ.กุยบุรี อ.สามร้อยยอด อ.ปราณบุรี เฉพาะ ต.ปากน้ำปราณ เขตเลือกตั้งที่ 2 อ.หัวหิน และ อ.ปราณบุรี (ยกเว้นตำบลปากน้ำปราณ) เขตเลือกตั้งที่ 3 อ.ทับสะแก, อ.บางสะพาน, อ.บางสะพานน้อย และ ต.ห้วยทราย อ.เมืองประจวบฯ มีจำนวนหน่วยเลือกตั้ง รวม 729 หน่วย มีจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง รวม 438,189 คน จำนวนผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.ทั้ง 3 เขต มีจำนวน 22 คน ได้แก่ เขตเลือกตั้งที่ 1 จำนวน 6 คน เขตเลือกตั้งที่ 2 จำนวน 9 คน และเขตเลือกตั้งที่ 3 จำนวน 7 คน

ในส่วนของสถานที่เลือกตั้งกลางสำหรับการเลือกตั้ง ส.ส.ล่วงหน้า มี 3 แห่ง คือเขตเลือกตั้งที่ 1 ที่หอประชุมโรงเรียนเทศบาลวัดธรรมิการาม อ.เมืองประจวบฯ เขตเลือกตั้งที่ 2 บริเวณที่ว่าการอำเภอปราณบุรี และเขตเลือกตั้งที่ 3 บริเวณที่ว่าการอำเภอบางสะพาน ซึ่งจากการเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. ล่วงหน้า พบว่ามีผู้ขอใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. ล่วงหน้า นอกเขตเลือกตั้ง รวม 12,284 คน แบ่งเป็น เขตเลือกตั้งที่ 1 จำนวน 2,122 คน เขตเลือกตั้งที่ 2 จำนวน 8,325 คน และเขตเลือกตั้งที่ 3 จำนวน 1,267 คน ส่วนการลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้ง สส.ล่วงหน้า ในเขตเลือกตั้ง มีจำนวน 36 คน แบ่งเป็นเขตเลือกตั้งที่ 1 จำนวน 28 คน เขตเลือกตั้งที่ 2 จำนวน 8 คน ส่วนเขตเลือกตั้งที่ 3 ไม่มีผู้ขอใช้สิทธิ

ทั้งนี้ หากผู้ใดลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าไว้ แต่ไม่มาใช้สิทธิในวันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ จะไม่สามารถไปใช้สิทธิในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ได้ และต้องแจ้งเหตุที่ไม่ไปใช้สิทธิในช่วง 7 วันก่อนวันเลือกตั้งทั่วไป คือ วันที่ 1 – 7 กุมภาพันธ์ หรือ 7 วัน นับแต่วันเลือกตั้งทั่วไป คือ วันที่ 9 – 15 กุมภาพันธ์ เพื่อไม่ให้ถูกจำกัดสิทธิทางการเมือง และขอเน้นย้ำการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบว่าเมื่ออยู่ในคูหา ต้องงดใช้โทรศัพท์มือถือ และห้ามถ่ายรูปบัตรเลือกตั้งเป็นอันขาด ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายแล้วนำไปโพสต์บนโซเชียลมีเดีย หรือถ่ายเก็บไว้เป็นที่ระลึก ผู้ฝ่าฝืนมีโทษตามกฎหมายเลือกตั้ง จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำ ทั้งปรับ.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ เปิดกิจกรรม “รวมพลัง อช. สานต่อพระราชปณิธาน สมเด็จพระพันปีหลวง”

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ เปิดกิจกรรม “รวมพลัง อช. สานต่อพระราชปณิธาน สมเด็จพระพันปีหลวง”

วันที่ 27 มกราคม 2569 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดกิจกรรม เนื่องในวาระครบรอบ 57 ปี โครงการพัฒนาผู้นำอาสาพัฒนาชุมชน ที่ห้องประชุมเทศบาลเมืองประจวบฯ มีนางอภิญญา เอี่ยมอำภา รองผู้ว่าราชการจังหวัด พัฒนาการจังหวัด เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน ผู้นำท้องที่ท้องถิ่นในพื้นที่ อาสาพัฒนาชุมชน (อช.) ผู้นำอาสาพัฒนาชุมชน (ผู้นำ อช.) ตลอดจนภาคีเครือข่ายเข้าร่วมกิจกรรม โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “รวมพลัง อช. สานต่อพระราชปณิธาน สมเด็จพระพันปีหลวง” เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

โอกาสนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ ได้กล่าวคำไว้อาลัยและยืนสงบนิ่ง เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง อ่านสารนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เนื่องในวาระครบรอบ 57 ปี โครงการพัฒนาผู้นำอาสาพัฒนาชุมชน จากนั้นมอบเกียรติคุณให้แก่อาสาพัฒนาชุมชน (อช.)และผู้นำอาสาพัฒนาชุมชน ที่มีผลงานดีเด่น ประจำปี 2568 จำนวน 16 ราย และกล่าวคำปฏิญาณตนแสดงพลังอาสาพัฒนาชุมชน ต่อมาได้ร่วมกันปลูกผักสวนครัวสร้างความมั่นคงทางอาหาร ที่หน้าสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดและบริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดประจวบฯ.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

หล่อทะลุเลนส์ ! ส่องความชิลล์ “ณเดช” เสือโคร่งหนุ่มแห่งผืนป่าแก่งกระจาน

หล่อทะลุเลนส์ ! ส่องความชิลล์ “ณเดช” เสือโคร่งหนุ่มแห่งผืนป่าแก่งกระจาน

บอกเลยว่าไม่ได้เห็นกันบ่อย ๆ เมื่อเจ้า “ณเดช” (KKT02M) เสือโคร่งเจ้าถิ่นตัวตึงแห่งอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี มาปรากฏตัวหน้ากล้อง Camera Trap แบบจัดเต็ม ภาพเริ่มต้นด้วยการที่ “ณเดช” ยืนเอาคางถูกับต้นไม้อย่างสบายอารมณ์ พฤติกรรมการทำเครื่องหมายกลิ่นที่แสดงถึงการประกาศอาณาเขต ก่อนจะเดินตรงมาหน้ากล้องอย่างมั่นใจ และอ้าปากหาวกว้างราวกับกำลังโชว์ความหล่อให้เราได้ชื่นชม ภาพที่เราไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนักและเต็มไปด้วยความเป็นธรรมชาติ กล้องดักถ่ายดังกล่าวได้รับการติดตั้งบริเวณด่านสัตว์ป่าตามแม่น้ำเพชรบุรี ตั้งแต่กลางปี 2568 และเพิ่งทำการเก็บกู้ข้อมูลในเดือนมกราคม 2569 ภาพที่ได้มานี้ ถือเป็นของขวัญปีใหม่อันล้ำค่าสำหรับทีมงานและผู้ที่ห่วงใยสัตว์ป่าไทย

“ณเดช” ไม่ใช่หน้าใหม่สำหรับทีมติดตามเสือโคร่งในแก่งกระจาน เพราะเขาได้รับการบันทึกภาพครั้งแรกตั้งแต่ปี 2562 และยังคงปรากฏตัวอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน การที่เราสามารถติดตามเสือโคร่งตัวเดิมได้ยาวนานกว่า 7 ปี แสดงให้เห็นถึงความมั่นคงของระบบนิเวศและความปลอดภัยของผืนป่าแห่งนี้ การปรากฏตัวของเสือโคร่งอย่างต่อเนื่องในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน สะท้อนให้เห็นว่าผืนป่ามรดกโลกแห่งนี้มีฐานอาหารอุดมสมบูรณ์ มีประชากรสัตว์กีบที่เป็นเหยื่อของเสือโคร่งเพียงพอต่อการดำรงชีพ นอกจากนี้ยังพบสัตว์ป่าหายากมากมาย อาทิ จระเข้น้ำจืด ลิง ค่าง สัตว์ตระกูลเสือชนิดอื่นๆนกนานาพันธุ์ รวมถึงแมลงที่มีบทบาทสำคัญในระบบนิเวศ

กลุ่มป่าแก่งกระจานจึงเป็นพื้นที่คุณค่าที่เราทุกคนต้องร่วมมือกันดูแลรักษา เพื่อให้ “ณเดช” และเพื่อนๆ ของเขายังคงมีบ้านที่ปลอดภัย มีพื้นที่ในการหากิน ทำเครื่องหมายอาณาเขต และใช้ชีวิตตามธรรมชาติ เพื่อให้ลูกหลานของเราได้มีโอกาสชื่นชมความงดงามของสัตว์ป่าเหล่านี้ในอนาคต.

ขอบคุณภาพจากอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

“พยัคฆ์ไพร” ลุยตรวจร้านอาหารดังบนเขาตะเกียบ หัวหิน พบไม่ต่อใบอนุญาต แต่ยังเปิดบริการ จับส่งดำเนินคดี

“พยัคฆ์ไพร” ลุยตรวจร้านอาหารดังบนเขาตะเกียบ หัวหิน พบไม่ต่อใบอนุญาต แต่ยังเปิดบริการ จับส่งดำเนินคดี

วันที่ 26 มกราคม 2569 นายนิกร ศิรโรจน์นนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ มอบหมายให้นายโกสิทธิ์ นิลรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันรักษาป่าฯ นายเกรียงไกร ทวีศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักฯ 10 สาขาเพชรบุรี และนายชาญชัย กิจศักดาภาพ หัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ (พยัคฆ์ไพร) นำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการตามข้อสั่งการนายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ที่เน้นย้ำให้ปราบปรามกลุ่มนายทุน ผู้มีอิทธิพล กลุ่มขบวนการ ผู้สนับสนุนในการกระทำผิดที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ ป่าสงวนแห่งชาติ โดยอธิบดีกรมป่าไม้ และนายพัฒน์พงษ์ สมิตติพัฒน์ รองอธิบดีกรมป่าไม้ ได้สั่งการให้ดำเนินคดีจนถึงที่สุด กรณีได้รับการแจ้งเบาะแสจากประชาชน ขอให้ตรวจสอบนายทุนที่ยังคงครอบครองทำประโยชน์ในพื้นที่ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อสร้างร้านอาหาร ที่พัก และจัดทำเส้นทาง บริเวณเขาตะเกียบ ต.หนองแก อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ ว่าการประกอบการเป็นไปตามระเบียบกฎหมายหรือไม่ โดยร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 10 สาขาเพชรบุรี โดยส่วนป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า ศูนย์ป่าไม้ประจวบฯ และหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ปข.5 (หนองยิงหมี) เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอหัวหิน เจ้าหน้าที่เทศบาลนครหัวหิน และกำลังตำรวจสถานีตำรวจภูธรภาค 7

เมื่อไปถึงพบว่าร้านอาหารดังกล่าวยังเปิดให้บริการอยู่ จึงได้แสดงตนเป็นเจ้าพนักงาน ขอเข้าตรวจสอบ โดยมีชายคนหนึ่งแสดงตนเป็นผู้ดูแลร้านอาหารดังกล่าว จึงขอให้เป็นผู้นำตรวจสอบและให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ และยังพบชายอีกคน แสดงตนเป็นทนายความของร้านอาหารดังกล่าว เป็นผู้สังเกตการณ์ ซึ่งบุคคลทั้งสองยินดีให้ความร่วมมือตามที่เจ้าหน้าที่ร้องขอ คณะเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจวัดค่าพิกัดรอบแปลงที่ดินที่มีการทำประโยชน์อยู่ในปัจจุบัน จากการนำชี้ของผู้ดูแล คำนวณเนื้อที่ได้ 6-3-60 ไร่ และพบสิ่งปลูกสร้างอยู่ในพื้นที่ จำนวน 14 รายการ ในอดีตพบว่าร้านอาหารดังกล่าว (ในนามบริษัท) เคยได้รับอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตป่า ซึ่งได้สิ้นอายุการอนุญาตไปแล้ว แต่ปัจจุบันยังคงดำเนินกิจการร้านอาหารอยู่ เบื้องต้นไม่พบว่าได้รับการต่อใบอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้แต่อย่างใด

คณะเจ้าหน้าที่พิจารณาแล้ว เห็นว่าร้านอาหารดังกล่าว กระทำผิดพระราชบัญญัติป่าไม้ 2484 มาตรา 54 ประกอบมาตรา 72 ตรี และต้องด้วยบทสันนิษฐาน ตามมาตรา 55 จึงมอบหมายนายชาญชัย กิจศักดาภาพ หัวหน้าหน่วยพยัคฆ์ไพร นำหลักฐานเข้าแจ้งความกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สภ.หัวหิน เพื่อให้ดำเนินคดีกับบริษัทดังกล่าวตามกฎหมายต่อไป

ส่วนเรื่องการก่อสร้างและครอบครองสิ่งก่อสร้าง เทศบาลนครหัวหินได้รับไปพิจารณาดำเนินการเกี่ยวกับกฎหมายควบคุมอาคารต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

จัดหางานประจวบฯ รวบแรงงานต่างด้าวลอบทำงานร้านเสริมสวย ฟันนายจ้างโทษหนัก

จัดหางานประจวบฯ รวบแรงงานต่างด้าวลอบทำงานร้านเสริมสวย ฟันนายจ้างโทษหนัก

วันที่ 26 มกราคม 2569 นายอรัญญา รักษายนต์ จัดหางานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สั่งการให้เจ้าหน้าที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ลงพื้นที่ตรวจสอบการทำงานของแรงงานต่างด้าวที่แย่งอาชีพคนไทย ในพื้นที่อำเภอบางสะพาน หลังได้รับแจ้งจากสายข่าวว่ามีบุคคลคล้ายแรงงานต่างด้าว ลักลอบทำงานภายในร้านเสริมสวยแห่งหนึ่ง

จากการเข้าตรวจสอบ พบหญิงต่างด้าวสัญชาติเมียนมา กำลังสระผมและไดร์ผมให้ลูกค้า ซึ่งเป็นงานที่กฎหมายกำหนดห้ามคนต่างด้าวทำโดยเด็ดขาด เจ้าหน้าที่จึงแสดงตนและขอตรวจสอบเอกสาร พบว่าผู้กระทำผิดทำงานอยู่ภายในร้านดังกล่าวมานานประมาณ 6 เดือนแล้ว ได้รับค่าจ้างเป็นรายวัน

เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหา เป็นคนต่างด้าวทำงานนอกเหนือจากสิทธิที่กฎหมายกำหนด อันเป็นความผิดตามพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2561 ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรบางสะพาน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

ขณะเดียวกัน นายจ้างเจ้าของร้านเสริมสวย ถูกแจ้งข้อกล่าวหา ให้คนต่างด้าวทำงานนอกเหนือจากสิทธิที่กฎหมายอนุญาต มีโทษปรับตั้งแต่ 10,000 – 100,000 บาท ต่อแรงงานต่างด้าวหนึ่งคน หากกระทำผิดซ้ำ อาจต้องโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับตั้งแต่ 50,000 – 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และถูกห้ามจ้างแรงงานต่างด้าวเป็นระยะเวลา 3 ปี ทั้งนี้ กฎหมายกำหนดงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำ จำนวน 40 งาน แบ่งเป็นงานที่ห้ามทำโดยเด็ดขาด 27 งาน และงานที่สามารถทำได้ภายใต้เงื่อนไข 13 งาน หากฝ่าฝืนจะถูกดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด พร้อมผลักดันส่งกลับประเทศต้นทางต่อไป.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม…..รายงาน

Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

วิว เยาวภา ร่วมกับบลูพอร์ตหัวหิน จัดงาน Legend Proud Day 2025 สร้างเยาวชนหัวหินเก่งกีฬา ดนตรีและวิชาการ

วิว เยาวภา ร่วมกับบลูพอร์ตหัวหิน จัดงาน Legend Proud Day 2025 สร้างเยาวชนหัวหินเก่งกีฬา ดนตรีและวิชาการ

วันที่ 25 มกราคม 2569 นส.เยาวภา บุรพลชัย อดีตนักกีฬาเทควันโดทีมชาติไทยดีกรีเหรียญทองแดงโอลิมปิก 2004 และผู้อำนวยการศูนย์การเรียนรู้ เดอะ เลเจ้นท์อารีน่า ร่วมกับศูนย์การค้าบลูพอร์ตหัวหิน จัดกิจกรรม Legend Proud Day 2026 เพื่อส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนในพื้นที่อำเภอหัวหิน และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่ศูนย์การค้าบลูพอร์ตหัวหิน ชั้น B

ภายในงานมีกิจกรรมสร้างสรรค์หลากหลายรูปแบบ ทั้งด้านกีฬา ดนตรี ศิลปะการแสดง และการเรียนรู้ อาทิ การสอบเลื่อนสายเทควันโด, การแสดงกีฬาเทควันโดจากนักเรียนและเยาวชน, การแสดงยิมนาสติกลีลา ประกอบบทเพลง, การแสดงดนตรีจาก Hua Hin All Day Music, การแสดงกีต้าร์คลาสสิคจาก Hua Hin Guitar, การแสดงบัลเล่ต์ และแดนซ์ Hip Hop จาก HMSD Dance Studio สร้างสีสันและความสนุกสนานให้กับผู้เข้าร่วมงาน

นอกจากนี้ ยังเปิดพื้นที่การเรียนรู้เชิงวิชาการผ่านโครงการวิทยาศาสตร์ จากมนต์ธร ค่ายวิทยาศาสตร์ Skin and Heart ที่ให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ร่างกายมนุษย์และวิทยาศาสตร์อย่างสนุกสนาน รวมถึงการสอนกีฬาบาสเกตบอลจากชมรมบาส Brother Hood จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อส่งเสริมการออกกำลังกายและการทำงานเป็นทีม

กิจกรรมทั้งหมดนี้จัดขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้ใช้เวลาว่างอย่างสร้างประโยชน์ พัฒนาทักษะชีวิตอย่างรอบด้าน เสริมสร้างระเบียบวินัย ห่างไกลยาเสพติด และสร้างภูมิคุ้มกันในการป้องกันภัยจากสื่อออนไลน์

วิว เยาวภา บุรพลชัย กล่าวว่า “เราตั้งใจจะจัดกิจกรรม Legend Proud Day อย่างต่อเนื่องทุกๆ 4 เดือน เพื่อส่งเสริมพัฒนาการของเด็กและเยาวชนในพื้นที่ให้มีโอกาสเรียนรู้และแสดงความสามารถอย่างสม่ำเสมอ” พร้อมกล่าวทิ้งท้ายถึงแนวคิดของงานว่า “Legend Proud Day คือวันแห่งความภาคภูมิใจ ที่ไม่จำเป็นต้องแข่งขันกับใคร แต่เป็นการสร้างคุณค่าให้ตัวเอง ด้วยการลงมือทำจริง ฝึกฝนจริง และพัฒนาตัวเองในทุกๆ วัน”

ทั้งนี้ กิจกรรม Legend Proud Day ครั้งต่อไป กำหนดจัดขึ้นใน เดือนพฤษภาคม 2569 โดยผู้ปกครองและเยาวชนที่สนใจสามารถติดตามข่าวสารและติดต่อเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่
The Legend Arena ชั้น 3 ศูนย์การค้าบลูพอร์ตหัวหิน.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

Km.8 Coffee Garden จัดกิจกรรมปล่อยปลาลงเขื่อนปราณบุรี เพื่อฟื้นฟูและอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำ

Km.8 Coffee Garden จัดกิจกรรมปล่อยปลาลงเขื่อนปราณบุรี เพื่อฟื้นฟูและอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำ

วันที่ 24 มกราคม 2569 น.ส.เบญจวรรณ นาคเงิน ผู้บริหารร้าน Km.8 Coffee Garden จัดโครงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ ปลานิล ปลาตะเพียน จำนวน 10,000 ตัว เพื่อเฉลิมพระเกียรติและถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตามแนวพระราชดำริ ส่งเสริมให้แหล่งน้ำในท้องถิ่นมีความอุดมสมบูรณ์ ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างยั่งยืน เป็นการเพิ่มปริมาณสัตว์น้ำ สร้างสมดุลแก่ระบบนิเวศ และส่งเสริมจิตสำนึกในการดูแลรักษาแหล่งน้ำให้แก่ชุมชนและนักท่องเที่ยว มีนายราม สิงหโศภิษฐ์ นายอำเภอปราณบุรี เป็นประธานในพิธีปล่อยสัตว์น้ำ โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จิตอาสา และประชาชน เข้าร่วมกิจกรรมบริเวณเขื่อนปราณบุรี ต.หนองตาแต้ม อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์

น.ส.เบญจวรรณ นาคเงิน กล่าวว่า เพื่อเฉลิมพระเกียรติถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ระบบนิเวศวิทยามีความสำคัญอย่างมากต่อสมดุลโดยรวมของนิเวศบนบกและในน้ำ เป็นแหล่งที่อยู่ของสิ่งมีชีวิตอีกมากมาย จึงอยากให้ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญและมีส่วนร่วมอนุรักษ์ธรรมชาติแหล่งน้ำแบบยั่งยืนตลอดไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ จัดแรลลี่การกุศลในโอกาสครบรอบ 27 ปี

สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ จัดแรลลี่การกุศลในโอกาสครบรอบ 27 ปี

วันที่ 24 มกราคม 2569 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานปล่อยขบวนแข่งขันแรลลี่การกุศลของสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ ภายใต้ชื่อ “แรลลี่ปักหมุดเที่ยว” ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 24 – 25 มกราคม 2569 ที่บริเวณหอนาฬิกาหัวหิน จ.ประจวบฯ มี น.ส.บุษบา โชคสุชาติ นายสรรภพ อึ้งรัศมี รองนายกเทศมนตรีนครหัวหิน น.ส.จิราวรรณ บุญฤทธิ์ รองผู่อำนวยการ ททท.สำนักงานประจวบฯ พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ ทองงามตระกูล นายกสมาคมกีฬาหัวหิน นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ นางวาสนา ศรีกาญจนา ที่ปรึกษาสมาคมฯ ดร.สิริกร หน่อทิม นายกสมาคมผู้ประกอบการร้านอาหารและแผงลอยแห่งประเทศไทย จ.ประจวบฯ คณะกรรมการและสมาชิกสมาคมฯ ที่เข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้จำนวน 80 คัน

นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม กล่าวว่า เนื่องในโอกาสครบ 27 ปีของสมาคมฯ จึงได้จัดกิจกรรมแรลลี่การกุศลขึ้น เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และการท่องเที่ยวข้ามจังหวัดในพื้นที่ภาคกลาง โดยใช้เส้นทาง หัวหิน – เพชรบุรี – ราชบุรี – กาญจนบุรี พร้อมทั้งนำรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายไปใช้ในกิจกรรมเพื่อการกุศลและสาธารณประโยชน์ในท้องถิ่น กิจกรรมดังกล่าวเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ กับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย รวมถึงเป็นโอกาสในการศึกษาและเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยว สถานที่พัก ร้านอาหาร และแหล่งช้อปปิ้งชื่อดังของจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อนำไปต่อยอดการทำตลาดและพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวร่วมกันในอนาคต

“นอกจากนี้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมยังได้ร่วมงาน “Art Music & Wellness Festival” ที่ ททท. สำนักงานกาญจนบุรี โดย นส.สรียา บุญมาก ผู้อำนวยการ ททท.กาญจนบุรี จัดขึ้นที่เชอรรี่ฮับสโตนแคมป์ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี เพื่อเปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ผสานศิลปะและดนตรี ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความสุขและมิตรภาพ การจัดแรลลี่ปักหมุดเที่ยวครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก สร้างการรับรู้แหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ และกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงต้นปี ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มเม็ดเงินหมุนเวียนในพื้นที่ พร้อมยกระดับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของจังหวัดประจวบฯ และจังหวัดใกล้เคียงอย่างยั่งยืน.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ปิดคดีสยอง ! สนธิกำลังรวบฆาตกรฆ่าเมียคาห้องเช่าสะแกงาม หนีกบดานสามร้อยยอด

ปิดคดีสยอง ! สนธิกำลังรวบฆาตกรฆ่าเมียคาห้องเช่าสะแกงาม หนีกบดานสามร้อยยอด

เมื่อเวลา 20.50 น. ของวันที่ 22 มกราคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สน.แสมดำ สนธิกำลังร่วมกับ ตชด.145, ตำรวจ สภ.สามร้อยยอด และฝ่ายปกครองอำเภอสามร้อยยอด เข้าจับกุมตัวนายจอมินไน อายุ 37 ปี สัญชาติเมียนมา ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา หลังก่อเหตุใช้ไขควงแทงและบีบคออดีตภรรยาจนเสียชีวิตภายในห้องเช่า ย่านสะแกงาม กรุงเทพฯ ก่อนหลบหนีมากบดานในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าวันที่ 21 มกราคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.แสมดำ รับแจ้งเหตุพบศพ น.ส.โจวโจว อายุ 28 ปี แรงงานชาวเมียนมา เสียชีวิตอยู่ภายในห้องพัก ซอยสะแกงาม 14 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ จากการตรวจสอบสภาพศพ พบบาดแผลถูกของมีคม แทงเข้าที่หน้าท้องจำนวน 3 แผล และมีร่องรอยถูกบีบคออย่างรุนแรงจนขาดอากาศหายใจ

จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่าผู้ก่อเหตุ คือนายจอมินไน อดีตสามีที่เพิ่งเลิกรากันไป เนื่องจากฝ่ายชายติดการพนันอย่างหนัก ก่อนเกิดเหตุพยานเห็นนายจอมินไนเดินทางมาที่ห้องพักเพื่อขอคืนดี แต่ไม่สำเร็จ จนเกิดมีปากเสียงอย่างรุนแรง ก่อนที่นายจอมินไนจะลงมือสังหารอดีตภรรยา และชิงโทรศัพท์มือถือของผู้ตายหลบหนีไป

หลังเกิดเหตุ ชุดสืบสวน สน.แสมดำ และ กก.สส.บกน. 9 ได้ระดมกำลังติดตามตัวคนร้ายอย่างต่อเนื่อง โดยใช้เทคนิคการสืบสวนทางเทคโนโลยี แกะรอยจากพิกัดสัญญาณโทรศัพท์มือถือ ที่คนร้ายชิงไปและมีการเปิดใช้งานระหว่างหลบหนี จนกระทั่งพบว่าพิกัดล่าสุดอยู่ในพื้นที่บ้านลาดวิถี ต.ศิลาลอย อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ จึงประสานงานมายังนายอำเภอสามร้อยยอด และ ผกก.สภ.สามร้อยยอด เพื่อสนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ทั้งตำรวจ ตชด. 145 และฝ่ายปกครอง (อส., กำนัน, ผู้ใหญ่บ้าน) เข้าปิดล้อมตรวจค้น ซึ่งเจ้าหน้าที่ใช้เวลาเพียงไม่นาน กระจายกำลังสแกนพื้นที่เป้าหมาย จนกระทั่งพบตัวนายจอมินไน ขณะกำลังหลบซ่อนตัวอยู่บริเวณซอยหนองบัว หมู่ 5 ตำบลศิลาลอย จึงเข้าชาร์จตัวจับกุมไว้ได้โดยละม่อม พร้อมหลักฐานของกลางบางส่วน

เบื้องต้น นายจอมินไนยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับและเป็นผู้ลงมือก่อเหตุจริง เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวน สน.แสมดำ ดำเนินคดีตามกฎหมายในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาต่อไป.

พันธุ์พงษ์ โพธิ์จินดา…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

อุทยานแก่งกระจานลาดตระเวน พบภาพเสือโคร่ง – จระเข้น้ำจืดพันธุ์หายาก !!

อุทยานแก่งกระจานลาดตระเวน พบภาพเสือโคร่ง – จระเข้น้ำจืดพันธุ์หายาก !!

วันที่ 23 มกราคม 2569 นายมงคล ไชยภักดี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เปิดเผยถึงผลงานน่าประทับใจจากการลาดตระเวนเชิงคุณภาพของเจ้าหน้าที่ ที่ออกปฏิบัติงานระหว่างวันที่ 12 – 21 มกราคมที่ผ่านมา โดยสามารถเก็บกู้ข้อมูลสำคัญจากกล้องดักถ่ายภาพสัตว์ป่า (Camera trap) และสำรวจพื้นที่อนุรักษ์สัตว์ป่าหายากได้สำเร็จ

การลาดตระเวนเชิงคุณภาพครั้งนี้ เป็นการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ที่มีความเข้มข้นและครอบคลุม ไม่ใช่เพียงแค่การเดินตรวจพื้นที่ทั่วไป แต่เป็นการเข้าถึงพื้นที่ลึกเข้าไปในแนวชายแดนและพื้นที่เสี่ยงต่างๆ โดยมีวัตถุประสงค์เฉพาะเจาะจง เพื่อการเก็บกู้ข้อมูลจากกล้องดักถ่ายภาพสัตว์ป่า ที่ติดตั้งไว้ตั้งแต่กลางปี 2568 บริเวณด่านสัตว์ป่าตามแม่น้ำเพชรบุรี เพื่อติดตามพฤติกรรมและเส้นทางการเคลื่อนย้ายของสัตว์ป่า ตลอดจนการสำรวจและบันทึกจุดใช้ประโยชน์ของสัตว์ป่าหายาก โดยเฉพาะจระเข้น้ำจืดพันธุ์ไทย ซึ่งเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์

นอกจากนี้ ยังเป็นการตรวจสอบร่องรอยการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้ และการล่าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย รวมถึงการประเมินสภาพพื้นที่อนุรักษ์และการวางแผนจุดตั้งกล้องดักถ่ายภาพเพิ่มเติม การลาดตระเวนครั้งนี้ใช้ระยะเวลา 10 วัน ระยะทางรวม 95 กิโลเมตร แบ่งเป็นการเดินเท้าเดินป่าในภูมิประเทศที่ทุรกันดารประมาณ 60 กิโลเมตร และล่องเรือยางผ่านแม่น้ำเพชรบุรี 35 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่ต้องแบกเสบียงอาหาร เต็นท์ อุปกรณ์สำรวจ และเครื่องมือต่างๆ เข้าไปในพื้นที่ห่างไกล บางช่วงต้องเดินทางผ่านเส้นทางเขาสูงชัน ป่าดงดิบ และลำธารหลายสาย พื้นที่ ที่ทีมลาดตระเวนเข้าถึง รวมถึงบริเวณยอด 1,500 ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ทั้งฝั่งประเทศไทยและเมียนมา สะท้อนถึงความเชื่อมโยงของระบบนิเวศป่าไม้ข้ามพรมแดน

จากการตรวจสอบภาพในกล้อง Camera trap พบภาพเสือโคร่งตัวผู้รหัส KKT02M ชื่อ “ณเดช” ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญยืนยันว่า เสือโคร่งยังคงใช้พื้นที่บริเวณแม่น้ำเพชรบุรีเป็นแหล่งอาหารและเส้นทางเดินทาง การติดตามเสือโคร่งแต่ละตัวด้วยรหัสเฉพาะ ช่วยให้นักอนุรักษ์สามารถวิเคราะห์ขนาดประชากร พฤติกรรม และการกระจายตัวได้แม่นยำ นอกจากนี้ ทีมงานยังได้บันทึกภาพมุมสูงบริเวณซับชุมเห็ด ซึ่งเป็นจุดที่มีการใช้ประโยชน์ของจระเข้น้ำจืดพันธุ์ไทย สัตว์ป่าสงวนลำดับสูงสุดที่กำลังถูกคุกคามจากการสูญเสียแหล่งที่อยู่อาศัย การค้นพบนี้แสดงให้เห็นว่าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานยังคงเป็นแหล่งอนุรักษ์สัตว์หายากที่สำคัญของประเทศ สำหรับข้อมูลที่ได้จากการลาดตระเวนเชิงคุณภาพครั้งนี้ จะนำไปใช้ในการวางแผนการอนุรักษ์และคุ้มครองสัตว์ป่าหายากอย่างเป็นระบบ กำหนดพื้นที่วิกฤตที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ และประเมินความสำเร็จของมาตรการอนุรักษ์ที่ดำเนินการอยู่ รวมถึงเสนอแนวทางความร่วมมือด้านการอนุรักษ์กับประเทศเพื่อนบ้าน

นายมงคล กล่าวว่า การลาดตระเวนเชิงคุณภาพ เป็นภารกิจที่ต้องอาศัยความเสียสละและความมุ่งมั่นสูง สะท้อนถึงความทุ่มเทของเจ้าหน้าที่ในการปกป้องมรดกทางธรรมชาติของชาติ และยืนยันว่าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานยังคงเป็นป่าธรรมชาติที่สมบูรณ์ และเป็นแหล่งหลบภัยของสัตว์ป่าหายากที่สำคัญของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้.