Categories
ข่าว ทั้งหมด

ทำบุญกลางบ้าน สืบทอดประเพณีชาวประมงพื้นบ้านอ่าวประจวบฯ

ทำบุญกลางบ้าน สืบทอดประเพณีชาวประมงพื้นบ้านอ่าวประจวบฯ

วันที่ 3 กันยายน 2566 กลุ่มประมงพื้นบ้านอ่าวประจวบฯ จัดทำบุญกลางบ้าน เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับดวงวิญญาณผู้เสียชีวิตทางทะเลและบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว และเพื่อฉลองการสร้างเขื่อนกันคลื่นทะเลซัดชายฝั่งเสร็จสิ้นที่บริเวณชายทะเลชุมชนปากคลองบางนางรม หน้าอ่าวประจวบฯ ถ.ปิ่นอนุสรณ์ (ถ.สวนสน – คั่นกะได) ในเขตเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ โดยมีนายกมล แก้วเทศ นายกเทศมนตรีเมืองประจวบฯ พร้อมด้วยนางวรรณา ศรีจุฬางกูล รองนายกฯ สมาชิกสภาเทศบาล อาทิ น.ส.อุธารัตน์ บุญฤทธิ์, นางศรีรัตน สีมาพานิช, นายสมบัติ จันทร์เพชร ประธานชุมชนม่องล่าย, นางบุญศรี เจนจุลพร, น.ส.วันเพ็ญ บุตรขจร, นายพงษ์ศักดิ์ มิลินททัต ประธานชุมชนตลาดสด, ร.อ.เสน่ห์ ประมาณ ทหาร ฉก.จงอางศึก นายสมหมาย นิตลาภ ผู้แทน หจก.กุยบุรีบริการ ร่วมพิธี มีนายแดง แก้วชิงดวง ประธานกลุ่มประมงพื้นบ้านอ่าวประจวบฯ นายอรุณ แสงฉาย ประธานชุมชนปากคลองบางนางรม และชาวบ้านในชุมชน ตลอดจนกลุ่มชาวประมงพื้นบ้านในพื้นที่ ร่วมต้อนรับ

กิจกรรมช่วงเช้า ชาวบ้านในชุมชนและชาวประมงพื้นบ้านในละแวกดังกล่าว ต่างร่วมกันนำอาหารคาวหวาน ผลไม้ นำมาร่วมทำบุญเลี้ยงพระ ถวายภัตตาหารเพลพระสงฆ์ จำนวน 9 รูป จากวัดธรรมิการามวรวิหาร และพิธีเซ่นไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในชุมชน ตลอดจนเซ่นดวงวิญญาณที่ล่วงลับในทะเล

นายกมล แก้วเทศ นายกเทศมนตรีฯ กล่าวว่าวันนี้เป็นวันมงคล ที่ชาวบ้านในชุมชนร่วมแรงร่วมใจจัดทำบุญกลางบ้าน เป็นประเพณีและเป็นวัฒนธรรมที่จัดสืบต่อกันมานานแล้ว ที่จัดทำบุญให้กับบรรพบุรุษ มาร่วมทำบุญกัน เป็นการสร้างสามัคคีในชุมชน และเพื่อให้ชาวบ้านในชุมชนได้มาพบปะพูดคุยกัน

ส่วนโครงการก่อสร้างเขื่อนกันคลื่นทะเลซัดชายฝั่งในบริเวณพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งบริษัทเอกชนได้ดำเนินการก่อสร้างเสร็จแล้ว นับว่ามีความสวยงาม อีกทั้งเป็นพื้นที่ๆ ชาวบ้านในชุมชนได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน นอกจากนี้ยังจะเป็นสถานที่ๆ นักท่องเที่ยวได้มาเช็คอินในจุดดังกล่าว นอกจากจุดเช็คอินบริเวณหน้าสะพานสราญวีถี ที่นักท่องเที่ยวรู้จักมาก่อนแล้ว อีกทั้งยังจะเพิ่มความสวยงามให้ถนนปิ่นอนุสรณ์ เพราะถนนเส้นนี้ในช่วงเย็นจะมีประชาชนมาเดินออกกำลังกายและมาพักผ่อนหย่อนใจเป็นจำนวนมาก

นายแดง แก้วชิงดวง ประธานกลุ่มประมงพื้นบ้านอ่าวประจวบฯ กล่าวว่า ประเพณีทำบุญกลางบ้านของกลุ่มประมงพื้นบ้านฯและชุมชนปากคลองฯ นั้นทำต่อเนื่องสืบทอดมาทุกปีไม่เคยขาด และปีนี้นับว่าเป็นโอกาสดีและพิเศษกว่าทุกปี ที่ได้เขื่อนกันคลื่นใหม่ที่สร้างเสร็จสมบูรณ์ สวยงาม และเพื่อเป็นการฉลองเขื่อนกันคลื่นใหม่ในพื้นที่ของชุมชนด้วย

ทั้งนี้โครงการก่อสร้างเขื่อนกันคลื่นซัดชายฝั่ง บริเวณชุมชนปากคลองบางนางรม ดำเนินการโดย หจก.กุยบุรี บริการ เข้ามาปรับปรุงภูมิทัศน์ในพื้นที่ดังกล่าว เพื่อเป็นจุดเช็คอินแหล่งท่องเที่ยวหน้าอ่าวประจวบคีรีขันธ์ และการออกกำลังกาย มีทั้งเลนจักรยาน และเดินวิ่งออกกำลังกาย อีกทั้งยังเป็นพื้นที่สาธารณะเพื่อทำกิจกรรมของชุมชนอีกด้วย.

บุญมา ลิบลับ….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ทางหลวงประจวบฯ รวบโชเฟอร์สิบล้อพร้อมยาบ้า 55 เม็ด

ทางหลวงประจวบฯ รวบโชเฟอร์สิบล้อพร้อมยาบ้า 55 เม็ด

วันที่ 1 กันยายน 2566 พ.ต.ต.พุทธางกูร เรืองธรรม สารวัตรสถานีตำรวจทางหลวงประจวบคีรีขันธ์ (สว.ส.ทล.3 กก.2 บก.ทล.) ร.ต.อ.ประวิทย์ ภู่ทอง รอง สว.ส.ทล.3 กก.2 บก.ทล. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ร่วมกันจับกุมตัวนายอภิสิทธิ์ อายุ 28 ปี ชาวสมุทรสงคราม พร้อมของกลางยาบ้า 55 เม็ด นำตัวมาสอบสวน

ก่อนหน้านั้นขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงตั้งด่านตรวจสิ่งผิดกฎหมายอยู่บนถนนเพชรเกษม หลัก กม.ที่ 308+100 ขาล่องใต้ ต.เกาะหลัก อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ มีรถบรรทุกสิบล้อ ยี่ห้อฮีโน่ ทะเบียน 70 – 1622 สมุทรสงคราม วิ่งผ่านมา มีนายอภิสิทธิ์เป็นคนขับ ท่าทางมีพิรุธเมื่อเห็นตำรวจ จึงขอตรวจค้น พบยาบ้าส่วนหนึ่งที่กระเป๋ากางเกงนายอภิสิทธิ์ ก่อนนำตัวตรวจค้นภายในรถ พบยาบ้าอีกจำนวนหนึ่งในกล่องอะลูมิเนียมข้างที่นั่งคนขับ รวมทั้งหมด 55 เม็ด จึงนำตัวผู้ต้องหาไปตรวจหาสารเสพติดพบปัสสาวะเป็นสีม่วง จึงตั้งข้อหาจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย และเป็นผู้ขับขี่เสพยาเสพติดให้โทษโดยผิดกฎหมาย นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

พัฒนาชุมชนประจวบฯ เก็บข้อมูลระดับพื้นที่ไปพัฒนา ปรับปรุงให้ยั่งยืน

พัฒนาชุมชนประจวบฯ เก็บข้อมูลระดับพื้นที่ไปพัฒนา ปรับปรุงให้ยั่งยืน

วันที่ 1 กันยายน 2566 นางวรรณา หินศรี ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมการพัฒนาชุมชน รักษาราชการแทนพัฒนาการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มอบหมายให้นางจามจุรี ลิ้มกุลวราภิวัฒน์ ผู้อำนวยการกลุ่มงานยุทธศาสตร์การพัฒนาชุมชน เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนจังหวัด พร้อมด้วย น.ส.คะนึงนิตย์ รอดเรือง นักวิชาการพัฒนาชุมชนปฏิบัติการ และเจ้าหน้าที่ ร่วมลงพื้นที่ประเมินผลการดำเนินงาน ตามแผนปฏิบัติราชการประจำปี 2566 ของกรมการพัฒนาชุมชน ที่ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอสามร้อยยอด ต.ศิลาลอย อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ นำทีมโดย น.ส.เปมิกา ทองเดช เจ้าหน้าที่ประเมินผลส่วนกลาง น.ส.ปทิดา ภิรมย์โคร่ง นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ สำนักส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นและวิสาหกิจชุมชน พร้อมคณะทำงานประเมินผลเขตตรวจราชการที่ 4 จัดเก็บข้อมูลการประเมินผลในพื้นที่อำเภอสามร้อยยอด โดยมี น.ส.มาลี มีอารีย์ พัฒนาการอำเภอสามร้อยยอด และเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับ พร้อมนำกลุ่มเป้าหมาย ประกอบด้วยชาวบ้านและผู้นำชุมชน ร่วมประเมิน

โครงการสำคัญ 4 โครงการ ประกอบด้วย 1.โครงการการสร้างนักขับเคลื่อนยุทธศาสตร์นำการเปลี่ยนแปลง 2.โครงการบริหารการจัดเก็บและใช้ประโยชน์ข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ.) 3.โครงการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยกองทุนแม่ของแผ่นดิน 4. การประเมินผลภาพรวมของแผนปฏิบัติราชการ ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 – 2570) ของกรมการพัฒนาชุมชน มีกลุ่มเป้าหมายผู้ให้ข้อมูลเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และผู้รับบริการ รวมทั้งสิ้น 39 คน

ซึ่งข้อมูลที่จัดเก็บได้จากกลุ่มเป้าหมายทั้งหมด จะนำไปประเมินผลโครงการของกรมการพัฒนาชุมชน เพื่อนำไปพัฒนา ปรับปรุงให้ตรงกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่ เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่น สร้างความยั่งยืนให้เกิดขึ้นกับชุมชน หมู่บ้านต่อไป.

ฐิติชญา แสงสว่าง….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

รองอธิบดีกรมทรัพยากรธรณี ดูทองบางสะพาน

รองอธิบดีกรมทรัพยากรธรณี ดูทองบางสะพาน

วันที่ 1 กันยายน 2566 นายณภัทร์ สิริวิชยะตระกูล นายกสมาคมนิยมทองเนื้อเก้า นายนันทปรีชา คำทอง ประธานสภาเครือข่ายคุ้มครองผู้บริโภคและเป็นอุปนายกสมาคมฯ นายนิกร โพธิ์น้อย นายก อบต.ร่อนทอง ให้การต้อนรับนายฐิติพันธ์ จูจันทร์โชติ รองอธิบดีกรมทรัพยากรธรณี ผู้อำนวยการกองวิเคราะห์และตรวจสอบทรัพยากรธรณี พร้อมคณะ ร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการทองคำบางสะพาน เพื่อที่จะให้แหล่งทองคำบางสะพาน เป็นตัวช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งจากผลผลิตทองคำ ประวัติศาสตร์และการท่องเที่ยว ใช้วิชาการส่งเสริมเรื่องราวของทองบางสะพานให้มีมิติที่ลึกและกว้างขึ้น อีกทั้งช่วยส่งเสริมให้คนในท้องถิ่นมีความรู้ ความเข้าใจในทรัพย์แผ่นดิน สามารถนำไปพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้ และแหล่งท่องเที่ยวที่สร้างรายได้ให้กับท้องถิ่นต่อไปได้ การพบปะกันครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่จะช่วยกันพัฒนาความรู้เกี่ยวกับแหล่งทองบางสะพาน โดยเฉพาะด้านธรณีวิทยา ให้เป็นประโยชน์ต่อไป.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม….รายงาน

ข่าวแนะนำ

มูลนิธิสภาการสื่อมวลชน สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ จับมือกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายสื่อมวลชนสานต่อ ‘โครงการสร้างเสริมทักษะเท่าทันสื่อเพื่อเด็กด้วยหนังสือพิมพ์และหนังสือพิมพ์ออนไลน์ ประจำปี 2569’

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ระดมติดกล้องบนยอดเขาช่องกระจก หลังพระถูกขังแล้วงัดตู้บริจาค

ระดมติดกล้องบนยอดเขาช่องกระจก หลังพระถูกขังแล้วงัดตู้บริจาค

หลังเกิดเหตุคนร้ายก่อเหตุล็อคประตูขังพระไว้ในกุฏิ จากนั้นงัดตู้เซฟที่รับบริจาคจากนักท่องเที่ยวและญาติโยมที่ขึ้นมาทำบุญ เพื่อเก็บไว้ซื้อน้ำบริการนักท่องเที่ยว และร่วมบุญก่อสร้างอาคารของวัดธรรมิการาม ซึ่งตั้งอยู่ภายในวิหาร พระพุทธมงคลคีรีขันธ์ พระประจำจังหวัดประจวบฯ จากนั้นคนร้ายได้ทำลายหลักฐานด้วยการนำตู้เซฟที่งัดเอาเงินออกไปแล้วไปโยนทิ้งในป่าหนามบริเวณไหล่เขา สร้างความลำบากในการเก็บกู้ให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม ที่ผ่านมา

ความคืบหน้าล่าสุด วันที่ 1 กันยายน 2566 พระมหาสมภพ วันตะภะโว พระผู้ดูแลวิหารบนยอดเขาช่องกระจก เปิดเผยว่า หลังจากเกิดเหตุได้ปรึกษากับเจ้าอาวาสและญาติโยมผู้มีจิตศรัทธา ว่าบนยอดเขาแห่งนี้ควรมีการติดกล้องวงจรปิด เนื่องจากเกิดเหตุขึ้นหลายครั้งแล้ว จากนั้นมีญาติโยมผู้ใจบุญที่มีจิตศรัทธาทราบข่าว จึงได้ระดมทุนช่วยกันซื้อกล้องวงจรปิด นำมาติดไว้ทั่วทุกจุดบนยอดเขาช่องกระจก รวม 16 ตัว มูลค่ากว่า 50,000 บาท โดยติดตั้งบริเวณจุดขึ้นลงบันได 396 ขั้น ภายในวิหารพระพุทธมงคลคีรีขันธ์ จุดศาลากรมหลวงชุมพร จุดศาลาชมวิวจุดสูงสุดของยอดเขา จุดภายในถ้ำเทวาสถิตย์ จุดทางขึ้นลงจุดชมวิวช่องกระจก และจุดพระมหาธาตุเจดีย์ เป็นต้น

ส่วนคดีที่เกิดครั้งก่อน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ ได้ติดตามจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางต่างๆ เก็บรอยนิ้วมือแฝง และ DNA ส่งตรวจพิสูจน์และอยู่ในระหว่างรอผล แต่พอทราบเบาะแสและรู้ตัวผู้ก่อเหตุเบื้องต้นแล้ว เป็นทหารเกณฑ์อยู่ในระหว่างประจำการในค่ายทหารต่างจังหวัด มีญาติมาเข้ารับการรักษาตัวอยู่ภายในโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งก่อนจะก่อเหตุลักทรัพย์บนยอดเขาช่องกระจก ได้ก่อเหตุลักทรัพย์งัดตู้บริจาคของวัดดังแห่งหนึ่งในพื้นที่จังหวัดชุมพรมาด้วย จากนั้นเดินทางมาเยี่ยมญาติที่รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ และได้ก่อเหตุงัดตู้บริจาคภายในโรงพยาบาลประจวบฯ แต่ถูกเจ้าหน้าที่ รปภ.ของโรงพยาบาลพบเห็นเสียก่อน จึงลักทรัพย์ไม่สำเร็จแล้ววิ่งหลบหนีไป จากนั้นในช่วงกลางคืนของวันเดียวกัน ไปก่อเหตุงัดตู้บริจาคลักทรัพย์ในวิหารพระพุทธมงคลคีรีขันธ์บนยอดเขาช่องกระจก ซึ่งก่อนจะก่อเหตุได้ล็อคประตูขังพระผู้ดูแลไว้ภายในกุฏิ เพื่อไม่ให้ออกมาพบและขัดขวางการก่อเหตุ จากนั้นนำซองบริจาคที่ขโมยมาฉีก แล้วเอาเงินไปและทิ้งซองไว้ใกล้กับสถานีรถไฟเมืองประจวบฯ ก่อนที่จะหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย โดยคนร้ายมีการเปลี่ยนเสื้อที่สวมใส่ทุกครั้งก่อนลงมือก่อเหตุในแต่ละจุด.

เอกภพ วงษ์ประเสริฐ….รายงาน

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

7 เดือน เงินสะพัดกว่า 23,000 ล้าน อัดกิจกรรมแน่นตลอดเดือนกันยายนนี้

7 เดือน เงินสะพัดกว่า 23,000 ล้าน อัดกิจกรรมแน่นตลอดเดือนกันยายนนี้

วันที่ 1 กันยายน 2566 นายอาชวันต์ กงกะนันทน์ ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยถึงสถานการณ์การท่องเที่ยวโดยรวมของจังหวัดประจวบฯ ข้อมูลจากสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตั้งแต่เดือนมกราคม – กรกฎาคม 2566 ระยะเวลา 7 เดือน มีจำนวนนักท่องเที่ยว 6,598,820 คน เป็นคนไทย 6,302,919 คน นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 295,901 คน นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นในช่วงระยะเวลาเดียวกันของปี 2565 จำนวน 1,440,251 คน คิดเป็น 27.92 เปอร์เซ็นต์ สร้างรายได้หมุนเวียนในจังหวัดประจวบฯ กว่า 23,000 ล้าน

พร้อมกันนี้ ททท.ประจวบฯ ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ จัดกิจกรรมการท่องเที่ยวตลอดเดือนกันยายนนี้ ได้แก่ Hua Hin Cha Am Golf Festival 2023 ณ สนามกอล์ฟในพื้นที่ประจวบฯ – เพชรบุรี, งานประมงไทยชวนวิ่ง ครั้งที่ 2 : ลูกชาวเล ตังเกชวนวิ่ง วันที่ 1 – 3 กันยายน ที่ชายทะเลดอนสำราญ อ.บางสะพาน, กิจกรรม Let’s go Wow ท่องเที่ยวเมืองทับสะแก วันที่ 1 – 10 กันยายน บริเวณชายหาดอำเภอทับสะแก, งานตลาดนัดป่าเลน วันที่ 3 กันยายน ณ ศูนย์ศึกษาเรียนรู้ระบบนิเวศป่าชายเลนสิรินาถราชินี อ.ปราณบุรี, งาน Thailand Golf Travel Mart วันที่ 4 – 6 กันยายน ณ ประจวบคีรีขันธ์และเพชรบุรี, กิจกรรมปั่นท่องเที่ยววิถีถิ่น กินลม ชมธรรมชาติแลประวัติศาสตร์ วันที่ 9 – 10 กันยายน เส้นทางอุทยานราชภักดิ์ – ท่าเสด็จ ค่ายธนะรัชต์ อ.ปราณบุรี, งานประเพณีส่งเคราะห์ทางทะเล วันที่ 24 กันยายน บริเวณศาลเจ้าแม่ทับทิม อ.หัวหิน, กิจกรรมรัก(ษ์) นะแม่น้ำปราณ วันที่ 24 กันยายน ที่ศูนย์ศึกษาเรียนรู้ระบบนิเวศป่าชายเลนสิรินาถราชินี อ.ปราณบุรี นักท่องเที่ยวเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ได้ตามวันดังกล่าว.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ศาลจังหวัดประจวบฯ บรรยายพิเศษ “กระบวนการยุติธรรมกับองค์กรผู้บริโภค”

ศาลจังหวัดประจวบฯ บรรยายพิเศษ “กระบวนการยุติธรรมกับองค์กรผู้บริโภค”

วันที่ 30 สิงหาคม 2566 นายบุญรัตน์ จูอี้ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้บรรยายพิเศษในหัวข้อความร่วมมือมิติใหม่ของกระบวนการยุติธรรมกับองค์กรผู้บริโภคประจวบฯ การไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในศาล และการปล่อยชั่วคราวตามกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาที่แก้ไขใหม่ ในเวทีสาธารณะเพื่อรับฟังความคิดเห็นต่อบทบาทของสภาผู้บริโภคจังหวัดประจวบฯ ปี 2566 มี น.ส.บุญยืน ศิริธรรม ประธานสภาองค์กรของผู้บริโภค นายนันทปรีชา คำทอง ประธานสภาผู้บริโภคจังหวัดประจวบฯ ให้การต้อนรับ และมีเครือข่ายสมาชิกศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภคอำเภอ องค์กรคุ้มครองผู้บริโภคตำบล ทั้ง 8 อำเภอ ผู้เชี่ยวชาญ ทนายความประจำสภาผู้บริโภคฯ หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ภาคเอกชน ชมรมผู้สูงอายุ กลุ่มสตรีเทศบาลเมืองฯ สภาเด็กและเยาวชน ชุมชนคนสู้เหล้า เครือข่ายองค์กรงดเหล้า สภาองค์กรชุมชน เข้าร่วม ณ ห้องสิงขร โรงแรมประจวบแกรนด์ อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์

จากนั้น ได้มีเวทีเสวนาการขับเคลื่อนประเด็นสาธารณะกับบทบาทสภาผู้บริโภคจังหวัดประจวบฯ รับฟังความคิดเห็นปัญหาของผู้บริโภค ข้อเสนอแนวทางการขับเคลื่อนเพื่อประโยชน์สาธารณะ รวมถึงแนวทางความร่วมมือภาครัฐ ภาคเอกชนและประชาชน ผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วย น.ส.บุญยืน ศิริธรรม ประธานสภาองค์กรของผู้บริโภค พูดในประเด็น “ระบบบำนาญถ้วนหน้า 3,000 บาท/เดือน ให้ประชาชนเกษียณอายุ 60 ปีขึ้นไป” นายนันทปรีชา คำทอง ประธานสภาผู้บริโภคจังหวัด ประเด็น “CPTPP ความตกลงแบบครอบคลุมและก้าวหน้าสำหรับหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก” นายสุวรรณกิตติ์ บุญเเท้ หัวหน้างานเฝ้าระวัง เพื่อสนับสนุนกลไกจังหวัด สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ประเด็น “สุราเสรีมีราคาที่ต้องจ่าย ใครจะรับผิดชอบ” และ น.ส.ธนพร บางบัวงาม หัวหน้าหน่วยงานประจำจังหวัดประจวบฯ สภาองค์กรของผู้บริโภค ดำเนินรายการโดย น.ส.สุรางค์ บารมี นักสื่อสารมวลชนชำนาญการ สวท.ประจวบฯ

น.ส.ธนพร บางบัวงาม กล่าวว่า จากการดำเนินงานสองปีที่ผ่านมา หน่วยงานประจำจังหวัดฯ และสภาผู้บริโภคจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ดำเนินการขับเคลื่อนข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเชิงพื้นที่ 3 ประเด็น คือ ด้านที่ 1 สินค้าและบริการทั่วไป ประเด็นการซื้อขายสินค้าออนไลน์ “กรณีการจ่ายเงิน COD บริษัทขนส่งต้องเก็บเงินชั่วคราวอย่างน้อย 7 วัน ด้านที่ 2 อาหาร ยา ผลิตภัณฑ์สุขภาพ ประเด็น“อาหาร ยา ผลิตภัณฑ์สุขภาพไม่ปลอดภัย” ด้านที่ 3 อสังหาริมทรัพย์และที่อยู่อาศัย ประเด็น“บ้านจัดสรรที่เลี่ยงจดทะเบียนการขออนุญาตตามกฎหมาย” สภาฯ ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดียิ่งจากทุกภาคส่วนตลอดมา ขอขอบคุณทุกภาคส่วน หน่วยงานและภาคประชาชน ที่มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนประเด็นสาธารณะในระดับชาติ และสร้างความร่วมมือในระดับพื้นที่ไปพร้อมกันทั้ง 3 หัวข้อหลักที่เสวนา เพื่อให้ทุกคนร่วมแสดงความคิดเห็นต่อบทบาทของสภาผู้บริโภคจังหวัดประจวบฯ ช่วยกันแลกเปลี่ยนมุมมอง ร่วมเสนอแนะแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายเพื่อประโยชน์สาธารณะต่อไป.

บุญมา ลิบลับ….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ประจวบฯ เปิดศูนย์เตรียมพร้อมรับมืออุทกภัยทั้ง 8 อำเภอ

ประจวบฯ เปิดศูนย์เตรียมพร้อมรับมืออุทกภัยทั้ง 8 อำเภอ

วันที่ 31 สิงหาคม 2566 นายคมกริช เจริญพัฒนสมบัติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดโครงการฝึกศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ จ.ประจวบฯ ประจำปีงบประมาณ 2566 – 2567 ที่ห้องประชุมสิงขร ศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีหัวหน้าส่วนราชการ และผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ องค์การสาธารณกุศล ร่วมประชุม เพื่อเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์อุทกภัยในช่วงฤดูฝนปี 2566 เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

นายคมกริช เจริญพัฒนสมบัติ กล่าวว่า ปัจจุบันสถานการณ์อุทกภัยในประเทศนับวันจะทวีความรุนแรงและมีความถี่มากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งการเกิดอุทกภัยในแต่ละครั้ง นอกจากจะสร้างความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อความสูญเสียทางเศรษฐกิจโดยรวมของจังหวัดและประเทศเป็นอย่างมาก การซักซ้อมการปฏิบัติงานศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัด จึงเป็นการเตรียมพร้อมทั้งภาคทฤษฎี และการฝึกปฏิบัติในรูปแบบการฝึกบนโต๊ะ (TTX) การประสานความร่วมมือของหน่วยงานต่างๆ อย่างรวดเร็วในการเข้าช่วยเหลือพี่น้องประชาชนเมื่อเกิดเหตุการณ์สาธารณภัยขึ้นในพื้นที่ทั้ง 8 อำเภอ รวมทั้งสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การจ่ายเงินทดรองราชการตามระเบียบกระทรวงการคลัง เพื่อช่วยเหลือเยียวยาประชาชนในพื้นที่ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินด้วย

นายเดชา เรืองอ่อน หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดประจวบฯ กล่าวว่า กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์อุทกภัยในช่วงฤดูฝนปี 2566 โดยจัดทำแผนเผชิญเหตุอุทกภัยจังหวัดและซักซ้อมแนวทางการปฏิบัติตามแผนเผชิญเหตุร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การเตรียมความพร้อมของศูนย์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องตามแนวทางของกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ โดยนำแผนเผชิญเหตุอุทกภัย วาตภัย และดินถล่มจังหวัดประจวบฯ ปี 2566 – 2567 มาใช้ในการซักซ้อมการปฏิบัติ ให้เกิดความเข้าใจร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีผู้เข้ารับการฝึกอบรมทั้งสิ้นจำนวน 50 คน ประกอบด้วยหัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัด อำเภอ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัด ทั้งนี้ การดำเนินการฝึกศูนย์ฯประกอบด้วยการบรรยายภาคทฤษฎี และการฝึกปฏิบัติในรูปแบบการฝึกบนโต๊ะ (TTX) โดยวิทยากรจากสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดประจวบฯ.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

เทศบาลชะอำ ชวนเที่ยวอิ่มอร่อยในงานเทศกาลกินหอย ตกหมึก @ ชะอำ ครั้งที่ 22

เทศบาลชะอำ ชวนเที่ยวอิ่มอร่อยในงานเทศกาลกินหอย ตกหมึก @ ชะอำ ครั้งที่ 22

วันที่ 30 สิงหาคม 2566 ที่ลานลีลาวดี เทอเรซ โรงแรมเมธาวลัย อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี นางวันเพ็ญ มังศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพซรบุรี นายนุกูล พรสมบูรณ์ศิริ นายกเทศมนตรีเมืองชะอำ นางทนาดา วิจักขณะ รองผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานเพชรบุรี นายวสันต์ กิตติกุล นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันตก และนายบุญยืน พูลลาภ ประธานชมรมเชฟชะอำ/หัวหิน ร่วมแถลงข่าวการจัดงาน “เทศกาลกินหอย ตกหมึก @ ชะอำ” ครั้งที่ 22 ระหว่างวันที่ 9 – 16 กันยายนนี้ ที่บริเวณจุดชมวิวชายหาดชะอำ โดยมีนางวาสนา ศรีกาญจนา นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ หัวหน้าส่วนราชการ และแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมรับฟัง

นายนุกูล กล่าวว่าชายหาดชะอำ เมืองท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศที่มีศักยภาพทาง ทรัพยากรธรรมชาติที่หลากหลาย โดยเฉพาะหาดทรายชายทะเล พร้อมทั้งมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ด้านท่องเที่ยวไว้คอยบริการอย่างครบครัน เป็นที่รู้จักและนิยมแก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ประกอบกับพื้นที่ชายฝั่งทะเลตั้งแต่อำเภอบ้านแหลม เรื่อยมาจนถึงอำเภอชะอำ มีการเพาะเลี้ยงหอยมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย และยังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาหมึกที่ชุกชุม โดยเฉพาะชายฝั่งชะอำ ช่วงเดือนกันยายน – ตุลาคมของทุกปี จะมีปลาหมึกมากและมีชาวประมงออกเรือไปจับปลาหมึกกลางทะเลเป็นจำนวนมาก จึงเป็นช่วงที่เหมาะสมกับการท่องเที่ยว สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจประเทศ หน่วยงานภาครัฐและเอกชนในพื้นที่จึงได้ร่วมกันจัดงานเทศกาลกินหอย ดูนก ตกหมึก ขึ้นเป็นประจำทุกปี สำหรับการจัดงานในปีนี้ ได้เปลี่ยนชื่อเป็นงานเทศกาลกินหอย ตกหมึก @ชะอำ เนื่องจากปัจจุบันนี้มีนกอพยพน้อยลง ทำให้กิจกรรมดูนกไม่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวแล้ว

ในปีนี้ เทศบาลเมืองชะอำร่วมกับ ททท.สำนักงานเพชรบุรี สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดเพชรบุรี และบริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด กำหนดจัดงาน “เทศกาลกินหอย ตกหมึก @ ชะอำ” ครั้งที่ 22 ขึ้นระหว่างวันที่ 9 – 16 ก.ย.นี้ รวม 8 วัน 8 คืน ที่บริเวณจุดชมวิวชายหาดชะอำ ภายในงานมีการออกร้านจำหน่ายอาหารทะเลสดๆ เลิศรสที่ปรุงด้วยเมนูหอยเป็นหลักและอาหารอื่นๆ อีกหลากหลายจากโรงแรมและร้านอาหารชื่อดังใน อ.ชะอำ และจังหวัดเพชรบุรีกว่า 50 ร้าน ในราคายุติธรรมและเหมาะสมกับการที่จังหวัดเพชรบุรี ได้ชื่อว่าเป็นเมืองสร้างสรรค์อาหาร หรือ Phetchaburi City of Gastronomy อีกทั้งยังจัดให้มีการแสดงดนตรีบนเวทีทุกคืน วันที่ 9 ก.ย. แบมๆ แก้มใส วันที่ 10 ก.ย. พลอย เดอะวอยซ์ วันที่ 11 ก.ย. โดนัท วันที่ 12 ก.ย. เรไร ไลฟ์สด วันที่ 13 ก.ย. ข้าว ธิดาทิพย์ วันที่ 14 ก.ย. ฝ้ายไทย ไหทองคำ วันที่ 15 ก.ย. พชิหนองหินห่าว เจศุภกฤษ์ และวันที่ 16 ก.ย. หลีช้ง ไหทองคำ

นอกจากนี้ยังมีการออกร้านจำหน่ายสินค้าท้องถิ่นบนถนนคนเดิน รอบบริเวณจุดชมวิวชายหาดชะอำ และยังได้สัมผัสกับประสบการณ์ที่หาได้เฉพาะในงานเทศกาลนี้ หนึ่งปีมีครั้งเดียวกับบริการนำนักท่องเที่ยวลงเรือตกหมึกกลางทะเลที่น่าตื่นเต้นประทับใจทุกวันในราคาถูกเป็นพิเศษ เพียงท่านละ 100 บาท พร้อมอุปกรณ์ตกหมึก “โยธกา’’ ไว้บริการบริเวณจุดหน้าทะเล โดยผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานเปิดงาน พร้อมรังสรรค์เมนูจานเด็ดจากเซฟจากโรงแรมชั้นนำในพื้นที่ชะอำ โดยใช้ ปลาหมึกสดที่ได้มาจากประมงพื้นบ้าน แจกจ่ายให้นักท่องเที่ยวได้รับประทาน จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวและผู้สนใจเที่ยวชมงานตามวันดังกล่าวได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ชาวบึงนคร – หนองพลับ ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรม หลังถูกทหารขับไล่ออกจากที่ดินทำกินและดำเนินคดี

ชาวบึงนคร – หนองพลับ ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรม หลังถูกทหารขับไล่ออกจากที่ดินทำกินและดำเนินคดี

วันที่ 30 สิงหาคม 2566 นายประยูร ขันแก้ว นายก อบต.บึงนคร พร้อมด้วยนายสุวิทย์ น้ำกลั่น กำนันตำบลบึงนคร อ.หัวหิน นำชาวบ้านบึงนครและหนองพลับ กว่า 30 คน เข้ายื่นหนังสือขอความเป็นธรรมกับนายณัฐวิชช์ เลาหกุล อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีฯ นายปิติ กานตานนท์ อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด และ น.ส.สินีนาถ กอไพศาล รองอัยการจังหวัด ที่สำนักงานอัยการจังหวัดหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ กรณีที่ชาวบ้านบึงนครและหนองพลับได้รับความเดือดร้อนจากการถูกขับไล่ออกจากที่ดินทำกิน ที่อยู่อาศัยที่ครอบครองมานานหลายสิบปี โดยศูนย์การทหารราบค่ายธนะรัชต์ อ.ปราณบุรี ได้อ้างสิทธิครอบครองที่ราชพัสดุ แปลง ปข.605 ซึ่งภายหลังได้มีการกำหนดเป็นเขตปลอดภัยทางทหาร ส่งผลให้ชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าวไม่มีไฟฟ้าใช้มานานจนถึงปัจจุบัน รวมถึงถูกข่มขู่ว่าจะเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน หากชาวบ้านไม่ย้ายออกจากพื้นที่ เพื่อฝึกซ้อมรบพื้นที่ทางทหารในตำบลหนองพลับ 1.2 แสนไร่ และจะใช้พื้นที่ซ้อมรบด้วยกระสุนจริง ระเบิดจริงในหมู่ 1 หมู่ 9 ต.บึงนคร อีกเกือบ 1 หมื่นไร่ หากเกิดความเสียหาย ทางทหารจะไม่รับผิดชอบใดๆ รวมถึงได้มีการดำเนินคดีข้อหาบุกรุกที่ราชพัสดุอีกจำนวน 35 ราย

นายประยูร ขันแก้ว กล่าวว่า ชาวบ้านบึงนครหมู่ 1 หมู่ 9 และพื้นที่ใกล้เคียง ได้รับความเดือดร้อนจากที่ทหารขอใช้พื้นที่เป็นสนามฝึกซ้อมในการใช้กระสุนจริง โดยได้รับการประสานจากกำนันและชาวบ้านให้ช่วยเหลือในเรื่องนี้ จึงมาขอความเป็นธรรมจากอัยการ เพื่อช่วยเหลือชาวบ้านให้พ้นทุกข์ตรงนี้ สำหรับชาวบ้านที่ถูกดำเนินคดีจำนวน 35 ราย เสียชีวิตไป 1 ราย โดยได้ยื่นเรื่องไปยังสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และคณะกรรมาธิการทหาร แต่เรื่องก็เงียบไป อยากฝากปัญหาความเดือดร้อนนี้ถึงนายกรัฐมนตรี หรือหน่วยงานราชการ ช่วยแก้ไขให้ลุล่วงไปด้วยดี เพื่อให้ทหารกับประชาชนอยู่ร่วมกันได้

นายฉ่ำ อินทร์ศร อายุ 67 ปี ชาวตำบลหนองพลับ หนึ่งในผู้ถูกดำเนินคดี กล่าวว่า มีหมายศาลมาให้ตนไปขึ้นศาลวันที่ 25 กันยายนนี้ ตนและครอบครัวได้รับความเดือดร้อนจากการโดนขับไล่ออกจากที่ดินแปลงที่ทำกิน ซึ่งอยู่อาศัยมานานตั้งแต่รุ่นพ่อ ตั้งแต่ยังเป็นผืนป่า เมื่อปี 2565 ทหารมาแจ้งว่าบุกรุกที่ราชพัสดุ ให้ออกไป ถ้าไล่ออกแล้วจะให้ตนไปอยู่ที่ไหน ไม่มีเงินที่จะไปซื้อที่ใหม่ เพราะที่ดินแพง ถ้าทางทหารอยากได้ ควรที่จะเวนคืนจ่ายค่าทดแทน หรือหาที่ใหม่ให้มีที่ทำกิน ถ้ามาขับไล่แบบนี้ไม่รู้จะทำยังไง อยากให้คนที่มีหน้าที่ดูแลเข้ามาช่วยเหลือเรา อย่างน้อยก็ยืดเวลาไปก่อน

นายวิรัตน์ พวงเนตร อายุ 48 ปี ชาวบ้านตำบลบึงนคร กล่าวว่าได้รับความเดือดร้อนเรื่องที่อยู่ที่อาศัยและที่ทำกิน ทหารได้อ้างสิทธิ์ว่าเป็นพื้นที่ทหารโดยที่พวกเราไม่รู้ เพราะว่าไม่ได้มีการออกมาประกาศ ติดป้ายหรือปักหมุดให้ชัดเจน พวกเราอยู่กันมานานแล้ว ตอนนี้มีปัญหาเรื่องการถูกขับไล่ จะให้รื้อบ้าน อยากให้หน่วยงานราชการ หรือเจ้าหน้าที่ภาครัฐ ช่วยแก้ไขปัญหาให้กับชาวบ้านตรงนี้

ด้านนายปิติ กานตานนท์ อัยการจังหวัด กล่าวว่า วันนี้ได้รับเรื่องความเดือดร้อนเรื่องที่ดินที่ทำกินและที่อยู่อาศัยของราษฎรในตำบลบึงนคร ว่าอยู่ในที่ราชพัสดุ ต่อมาได้มีการประกาศเป็นเขตปลอดภัยทางทหาร โดยสำนักงานการคุ้มครองสิทธิ เป็นตัวแทนนำชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนเข้ามาบันทึกถ้อยคำ พร้อมทั้งนำผู้ร้องมาพบ นำหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูก่อน จากนั้นจะรายงานข้อมูลไปยังสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายช่วยเหลือทางกฎหมาย 1 เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป.