Categories
ข่าว ทั้งหมด

เริ่มแล้วเทศกาลกินหอย ตกหมึก @ ชะอำ ครั้งที่ 25 นักท่องเที่ยวชิมอาหารอร่อยแน่นหาด

เริ่มแล้วเทศกาลกินหอย ตกหมึก @ ชะอำ ครั้งที่ 25 นักท่องเที่ยวชิมอาหารอร่อยแน่นหาด

ช่วงค่ำวันที่ 12 กันยายน 2569 นายภคพัส ส่งวัฒนยุทธ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เป็นประธานเปิดงานเทศกาลกินหอย ตกหมึก @ ชะอำ ครั้งที่ 25 ระหว่างวันที่ 12 – 19 กันยายน ที่จุดชมวิวหาดชะอำ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงกรีนซีซั่น นำเสนออาหารเด่นของจังหวัดเพชรบุรี ที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองสร้างสรรค์อาหาร หรือ Phetchaburi City of Gastronomy ของยูเนสโก มีนายนุกูล พรสมบูรณ์ศิริ นายกเทศมนตรีเมืองชะอำ, นายแก้ว คงวงศ์ นายอำเภอชะอำ, พ.ต.อ.อภิรักษ์ เพิ่มชัย ผกก.สภ.ชะอำ, นางดวงใจ คุ้มสอาด ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเพชรบุรี, นายวสันต์ กิตติกุล นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันตก, ชมรมเชฟชะอำ/หัวหิน หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานต่างๆ แขกผู้มีเกียรติ และนักท่องเที่ยวจำนวนมากเที่ยวชมงานท่ามกลางฝนโปรยปราย

นายภคพัส ส่งวัฒนายุทธ กล่าวว่า งานเทศกาลกินหอย ตกหมึก @ ชะอำ เป็นหนึ่งในกิจกรรมการท่องเที่ยวสำคัญที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องมาเป็นครั้งที่ 25 ช่วยสะท้อนถึงเสน่ห์ อัตลักษณ์ วิถีชีวิตประมงชายฝั่ง และเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจ กระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการและประชาชนในท้องถิ่น ทำให้เมืองชะอำและจังหวัดเพชรบุรีเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน ตลอด 9 วัน 8 คืน ภายในงานมีอาหารทะเลสดใหม่ จากร้านดังกว่า 50 ร้าน อิ่มอร่อยเต็มอิ่มกับเมนูกุ้ง หอย ปู ปลา และหอยทะเลหลากหลายชนิด ทั้งหอยแมลงภู่ หอยแครง หอยหวาน และหอยตลับ ซึ่งรังสรรค์โดยร้านค้าและโรงแรมชื่อดังในเมืองชะอำ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมลงเรือตกหมึกกลางทะเล สัมผัสวิถีชีวิตชาวประมงกับการนั่งเรือออกไปตกหมึกสดๆ กลางทะเลชะอำทุกค่ำคืน พร้อมบริการปิ้งย่างหมึกสดๆ ให้รับประทานทันทีบนเรือ

พบความบันเทิงการแสดงดนตรีสดฟรีทุกคืน ชมคอนเสิร์ตจากศิลปินและวงดนตรีชื่อดังมากมาย อาทิ แช่ม แช่มรัมย์, แสน นากา และวงไม้เลื้อยแบนด์ ที่จะมาสร้างความสนุกสนานและรอยยิ้มให้กับนักท่องเที่ยวและร่วมใจรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยในงานนี้เน้นย้ำเรื่องความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รณรงค์ งดใช้ภาชนะโฟมบรรจุอาหารทุกร้านค้าภายในงาน พร้อมขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวทุกท่าน ร่วมสัมผัสบรรยากาศชายหาดชะอำ ลิ้มลองอาหารทะเลสดๆ และสนุกกับกิจกรรมตกหมึกกลางทะเล ในงานเทศกาลกินหอย ตกหมึก @ ชะอำ ครั้งที่ 25 ณ จุดชมวิวชายหาดชะอำ จ.เพชรบุรี มาเที่ยวชม ชิมและเก็บความประทับใจกลับไปพร้อมกัน รับรองไม่ผิดหวังแน่นอน.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ประจวบฯ พร้อมจัดสนาม 2 ปั่นเลียบหาด ยกระดับการท่องเที่ยวเชิงกีฬาสร้างรายได้ให้กับชุมชน

ประจวบฯ พร้อมจัดสนาม 2 ปั่นเลียบหาด ยกระดับการท่องเที่ยวเชิงกีฬาสร้างรายได้ให้กับชุมชน

วันที่ 12 กันยายน 2569 นายชัยพล ภูต้องลม รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เป็นประธานเปิดกิจกรรมปั่นจักรยานเพชรสมุทรคีรี ภายใต้แนวคิด “RIDE Beyond DESTINATION” ณ ฟาร์มทะเลตัวอย่างในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี พร้อมด้วยนายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ น.ส.พัชรศรี สมบัติทวีพูน ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเพชรบุรี ร้อยโทสิทธิชัย ตัณฑสิทธิ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจวบฯ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงาน นักปั่นจักรยาน ชมรมจักรยาน และประชาชนทั่วไปที่สนใจการออกกำลังกายเข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก

น.ส.พัชรศรี สมบัติทวีพูน กล่าวว่า การจัดกิจกรรมปั่นจักรยานเพชรสมุทรคีรี – RIDE Beyond DESTINATION เป้าหมายเพื่อพานักปั่นออกไปสัมผัสเส้นทางท่องเที่ยวของสองจังหวัด ทั้งเพชรบุรีและประจวบฯ ระหว่างวันที่ 12 – 13 กันยายน มุ่งยกระดับการท่องเที่ยวเชิงกีฬา หรือ Sport Tourism พร้อมส่งเสริมการเดินทางและสร้างรายได้ให้กับชุมชนในพื้นที่ โดยสนามแรก วันที่ 12 ก.ย. ที่ฟาร์มทะเลตัวอย่างในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี ก่อนเดินทางต่อไปยังสนามที่ 2 ในวันที่ 13 ก.ย. นี้ จุดสตาร์ทที่ลาน 24 ไร่ ปากน้ำปราณ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบฯ เส้นทางถนนเลียบหาด – ตาล 3 ต้น – ธนาคารปู – จุดกลับตัววัดเขากะโหลกมายังจุดเริ่มต้น ซึ่งหัวใจสำคัญของกิจกรรมครั้งนี้อยู่ที่แนวคิด RIDE Beyond DESTINATION หรือปั่นให้ไกลกว่าจุดหมาย เพราะไม่ได้มุ่งเพียงการพิชิตระยะทาง แต่ต้องการให้นักปั่นได้เปิดประสบการณ์ตลอดเส้นทาง ทั้งทิวทัศน์ ธรรมชาติ แหล่งท่องเที่ยว วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของชุมชน ซึ่งการจัดกิจกรรมต่อเนื่องสองจังหวัด ยังเป็นการเชื่อมโยงเส้นทางการท่องเที่ยวเพชรบุรี – ประจวบฯ เปิดโอกาสให้นักปั่นและผู้ติดตามสามารถเดินทางท่องเที่ยวต่อเนื่องได้มากกว่าหนึ่งวัน ส่งผลต่อเนื่องถึงธุรกิจที่พัก ร้านอาหาร ร้านค้า และบริการด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่

นายปรีดา สุขใจ กล่าวถึงการเตรียมพร้อมจัดปั่นจักรยานเพชรสมุทรคีรี สนาม 2 ที่อำเภอปราณบุรี ในวันที่ 13 ก.ย.นี้ ว่าจังหวัดประจวบฯ มีความตื่นตัวและมีความพร้อมอย่างยิ่งในการเป็นเมืองแห่งการท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Sports Tourism) ด้วยทัศนียภาพทางธรรมชาติที่งดงาม ชายหาดที่เงียบสงบ ลมทะเลอันสดชื่น ตลอดจนเสน่ห์ของวิถีชีวิตชุมชนประมงและอาหารทะเลอันเลื่องชื่อของปากน้ำปราณ การจัดกิจกรรมปั่นจักรยานในครั้งนี้ ถือเป็นมิติใหม่ที่ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวรูปแบบเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นำพาพี่น้องนักปั่นและนักท่องเที่ยวทุกท่านได้ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ ที่แข็งแรง พร้อมกับสัมผัสบรรยากาศยามเช้าของชายหาดปากน้ำปราณ จรดหาดสามร้อยยอด ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยสร้างเสริมสุขภาวะที่ดีและเปิดโอกาสให้ทุกคนได้สะสมแคลอรีผ่านแอปพลิเคชัน Calories Credit Challenge เท่านั้น แต่ยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ กระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการ ชุมชนท้องถิ่น และส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของกลุ่มจังหวัดภาคกลาง ตอนล่าง 2 ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายยิ่งขึ้น

Categories
ข่าว ทั้งหมด

สโมสรไลออนส์หัวหินแต่งตั้งครูเล็ก ภัทราวดี เป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ พร้อมจัดประชุมใหญ่

สโมสรไลออนส์หัวหินแต่งตั้งครูเล็ก ภัทราวดี เป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ พร้อมจัดประชุมใหญ่

วันที่ 10 กันยายน 2569 สโมสรไลออนส์หัวหิน จัดประชุมสามัญประจำเดือน ที่ห้องอาหารโรงแรมเวอร์โซ โดยมีไลออน สิทธิศาสตร์ ศิลปโพธสาลี ผู้ว่าการไลออนส์สากลภาค 310 D เดินทางมาเยือนอย่างเป็นทางการ และมีไลออน ชมพูนุท เจมิลิน สถลนันทน์ นายกสโมสรไลออนส์หัวหิน ปีบริหาร 2569 – 2570 นำทีมคณะกรรมการและสมาชิกเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรีย

ก่อนเริ่มการประชุม มีการแต่งตั้ง“ครูเล็ก”ภัทราวดี มีชูธน ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ละครเวทีและภาพยนตร์) พ.ศ.2557 ให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ของสโมสรไลออนส์หัวหิน เพื่อนำความรู้ ความสามารถและประสบการณ์มาช่วยขับเคลื่อนกิจกรรมสาธารณประโยชน์และพัฒนาชุมชน จากนั้นเป็นพิธีสถาปนาสมาชิกใหม่ เพื่อร่วมพลังในการทำกิจกรรมบริการสังคม

ต่อด้วยการเยี่ยมอย่างเป็นทางการของผู้ว่าการไลออนส์สากลภาค 310 D และคณะกรรมการบริหารภาค เพื่อมอบนโยบายและให้กำลังใจแก่สมาชิก และปิดท้ายด้วยการประชุมสามัญประจำเดือน ครั้งที่ 3/2569 เพื่อหารือ ติดตามผลการดำเนินงาน และวางแผนภารกิจการกุศลเพื่อชุมชนต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ชาวบ้านทับสะแกร้องตรวจสอบพื้นที่ลาดชัน พบเครื่องจักร เครื่องเลื่อยไม้ พร้อมไม้กองจำนวนมาก

ชาวบ้านทับสะแกร้องตรวจสอบพื้นที่ลาดชัน พบเครื่องจักร เครื่องเลื่อยไม้ พร้อมไม้กองจำนวนมาก

วันที่ 11 กันยายน 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตามข้อร้องเรียนของชาวบ้าน ว่าพื้นที่ดังกล่าวมีเครื่องจักรกลหลายประเภท รวมถึงรถไถ รถตักและเครื่องเลื่อยไม้ นอกจากนี้ยังพบไม้จำนวนมาก ถูกนำมากองรวมกัน โดยชาวบ้านระบุว่ามีทั้งไม้ยางพาราและไม้ที่สงสัยว่าอาจเป็นไม้หวงห้าม เช่น ไม้สัก

ชาวบ้านตั้งข้อสังเกตว่า พื้นที่ดังกล่าวอาจอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ หรือพื้นที่ป่าที่อยู่ภายใต้การคุ้มครองตามกฎหมาย จึงเกรงว่าหากยังมีการใช้เครื่องจักรและดำเนินการตัดหรือแปรรูปไม้อย่างต่อเนื่อง อาจส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสร้างความเสียหายแก่ผืนป่าเป็นวงกว้าง

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่พบในขณะนี้ยังเป็นเพียงข้อร้องเรียนและข้อสังเกตจากชาวบ้าน ยังไม่มีการยืนยันว่าพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตป่าหรือมีการกระทำผิดกฎหมาย จึงจำเป็นต้องให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด ทั้งแนวเขตพื้นที่ เอกสารสิทธิ์ การใช้ประโยชน์ที่ดิน การนำเครื่องจักรเข้าไปดำเนินการ ตลอดจนแหล่งที่มาของไม้และใบอนุญาตที่เกี่ยวข้อง

ชาวบ้านจึงขอให้เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบตามกฎหมายป่าไม้ ตำรวจ และผู้นำชุมชน เร่งลงพื้นที่ตรวจสอบโดยด่วน เพื่อป้องกันการเคลื่อนย้ายไม้หรือเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่จนยากต่อการตรวจสอบ หากพบว่ามีการบุกรุกพื้นที่ป่า ตัดไม้ หรือแปรรูปไม้โดยไม่ได้รับอนุญาต ขอให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

ประเด็นสำคัญที่ชาวบ้านต้องการคำตอบ
– พื้นที่ดังกล่าวมีเอกสารสิทธิ์ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่
– พื้นที่อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าอนุรักษ์ หรือพื้นที่ป่าประเภทใด
– การนำเครื่องจักรเข้าไปใช้ในพื้นที่ได้รับอนุญาตหรือไม่
– ไม้จำนวนมากที่พบมีแหล่งที่มาจากพื้นที่ใด
– มีการตัด แปรรูป หรือเคลื่อนย้ายไม้ โดยได้รับอนุญาตถูกต้องหรือไม่

ชาวบ้านยืนยันว่า ต้องการเพียงข้อเท็จจริงและการตรวจสอบที่โปร่งใส เพื่อป้องกันไม่ให้ทรัพยากรป่าไม้ถูกทำลาย หรือเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่ ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเข้าตรวจสอบ โดยจะติดตามความคืบหน้าของเรื่องนี้ต่อไป.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผู้เข้าประกวด Miss International Queen® 2026 ติดใจรสชาติแกงคั่วสับปะรดไข่แมงดา เมนูเด่นประจำจังหวัดประจวบฯ

ผู้เข้าประกวด Miss International Queen® 2026 ติดใจรสชาติแกงคั่วสับปะรดไข่แมงดา เมนูเด่นประจำจังหวัดประจวบฯ

วันที่ 11 กันยายน 2569 ดร.จิต สิริกร หน่อทิม นายกสมาคมผู้ประกอบการร้านอาหารและแผงลอยแห่งประเทศไทย จ.ประจวบฯ/ผู้บริหารร้านอิ่มอกอิ่มใจฯ พร้อมด้วยนายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ และแขกผู้มีเกียรติให้การต้อนรับเลี้ยงอาหารกลางวันกองประกวด Miss International Queen® 2026 ที่ร้านอิ่มอกอิ่มใจ ปราณบุรีซีฟู้ดแอนด์คาเฟ่ อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบฯ พร้อม 27 สาวงามผู้เข้าประกวดจากทั่วโลกที่เดินทางมาเก็บตัวเพื่อทำกิจกรรมและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวในจังหวัดประจวบฯ ผ่านแนวคิด Nature, Culture & Wellness Tourism ระหว่างวันที่ 10 – 12 กันยายนนี้ โดยกิจกรรมในวันนี้เริ่มที่การฝึกโยคะเพื่อผ่อนคลาย ก่อนออกเดินทางไปสัมผัสแหล่งธรรมชาติสำคัญของจังหวัดประจวบฯ ทั้งอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอดและวนอุทยานปราณบุรี ผ่านกิจกรรมล่องเรือ ปล่อยปูและเดินศึกษาธรรมชาติ สัมผัสความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ชุ่มน้ำและป่าชายเลน เพื่อเรียนรู้ระบบนิเวศและแนวทางการท่องเที่ยวที่คำนึงถึงการดูแลทรัพยากรชายฝั่ง

สำหรับเมนูอาหารกลางวันที่ทางร้านได้เตรียมให้ในวันนี้ ได้แก่ ปลากะพงทอดน้ำปลา ห่อหมกทะเล ปูนิ่มผัดผงกะหรี่ ต้มส้มปลากะพง แกงส้มกุ้งใส่ยอดมะพร้าวอ่อน ขาหมูเยอรมัน หอยแมลงภู่นึ่งสมุนไพร และเมนูอื่นๆ อีกมากมาย โดยเฉพาะแกงคั่วสับปะรดไข่แมงดา เมนูที่ได้รับการคัดเลือกเป็น 1 จังหวัด 1 เมนู เชิดชูอาหารถิ่นของประจวบฯ ได้รับความสนใจเป็นพิเศษจากผู้เข้าประกวด พากันลองทานและติดใจในรสชาติในความเอร็ดอร่อย ก่อนปิดท้ายร้องเพลงร่วมกันอย่างสนุกสนานและเป็นกันเอง

ส่วนวันสุดท้าย 12 กันยายน ผู้เข้าประกวดจะร่วมทำกิจกรรมเพื่อเปิดประสบการณ์ด้านศิลปะและวัฒนธรรมไทย ที่วิกหัวหิน กับครูเล็ก ภัทราวดี มีชูธน ศิลปินแห่งชาติ ครอบคลุมตั้งแต่การกราบและการไหว้ ความหมายของความเชื่อและวัฒนธรรมไทย มารยาทที่ควรรู้เมื่อเดินทางมาเยือนประเทศไทย รวมถึงการนุ่งผ้าถุงให้เหมาะสมกับสถานที่ ก่อนเรียนรู้ท่ารำพื้นฐานและทดลองรำวงมาตรฐาน จากนั้นเดินทางต่อไปยังร้านโขมพัสตร์ ร้านผ้าพิมพ์มือเก่าแก่ของหัวหิน เรียนรู้กระบวนการสร้างสรรค์ลวดลายและร่วมเวิร์กชอปงานพิมพ์มือบนผ้าไหมและผ้าฝ้าย สัมผัสภูมิปัญญางานฝีมือที่ได้รับการสืบทอดและพัฒนาจากรุ่นสู่รุ่น และปิดท้ายทริปแบบไม่ธรรมดา ที่เดอะเลเจนด์ อารีน่าหัวหิน กับกิจกรรมเรียนรู้ศิลปะมวยไทย โดยวิว เยาวภา บุรพลชัย อดีตนักกีฬาเทควันโดเจ้าของเหรียญทองแดงโอลิมปิกเกมส์ 2004 ซึ่งผู้เข้าประกวดจะได้เรียนรู้ตั้งแต่พื้นฐานการยืน การเคลื่อนไหว การตั้งการ์ดและการออกหมัด ทำความรู้จักมวยไทย ในฐานะศิลปะการต่อสู้ที่ผสานทั้งวินัย สมาธิ ความแข็งแกร่ง และการให้เกียรติคู่ต่อสู้

ทั้งนี้ตลอดระยะเวลา 3 วัน 2 คืน 27 สาวงามจากทั่วโลกได้สัมผัสหัวหินในหลากหลายมิติ ตั้งแต่การเดินทางด้วยรถไฟสุดคลาสสิก แฟชั่นไทยร่วมสมัย ธรรมชาติและป่าชายเลน วิถีชีวิตริมทะเล ศิลปะการแสดง งานผ้าพิมพ์มือ ไปจนถึงมวยไทย ทั้งหมดจะถูกนำมาร้อยเรียงเป็นประสบการณ์เดียวกัน เพื่อสะท้อนภาพหัวหิน ในฐานะจุดหมายปลายทางที่มีมากกว่าทะเล แต่เป็นเมืองที่ผสมผสานความคลาสสิก ธรรมชาติ วัฒนธรรม แฟชั่น และเวลเนสเข้าด้วยกัน การเดินทางมาเก็บตัวทำกิจกรรมครั้งนี้ เป็นโอกาสสำคัญในการให้ผู้เข้าประกวดได้สัมผัสประเทศไทยด้วยตัวเอง ก่อนนำเรื่องราวและประสบการณ์ที่ได้รับกลับไปบอกต่อยังผู้ติดตามในประเทศของตน ช่วยสร้างการรับรู้ภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยในสายตานานาชาติ.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ฉลองครบ 2 ทศวรรษ ‘Miss International Queen® 2026’ เดินแบบผ้าไทยที่หัวหิน

ฉลองครบ 2 ทศวรรษ ‘Miss International Queen® 2026’ เดินแบบผ้าไทยที่หัวหิน

ช่วงค่ำวันที่ 10 กันยายน 2569 นายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานกล่าวต้อนรับกองประกวด ‘Miss International Queen® 2026’ ที่สถานีรถไฟหัวหินหลังเก่า จ.ประจวบฯ นำโดยคุณอลิสา พันธุศักดิ์ คุนผลิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทิฟฟานี่โชว์ พัทยา จำกัด และประธานคณะกรรมการจัดการกองประกวด Miss International Queen พร้อมสาวงามผู้เข้าประกวดจาก 27 ประเทศทั่วโลกที่เดินทางมาเก็บตัวเพื่อทำกิจกรรมและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวในจังหวัดประจวบฯ ผ่านแนวคิด Nature, Culture & Wellness Tourism ระหว่างวันที่ 10 – 12 กันยานนี้ มีนายอติชาติ ชัยศรี รองนายกเทศมนตรีนครหัวหิน, น.ส.วันซัยอาร์ วัฒนาวงศาน วัฒนธรรมจังหวัดประจวบฯ, นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ, นางวาสนา ศรีกาญจนา ที่ปรึกษาสมาคมฯ, พ.ต.อ.กัมปนาท ณ วิชัย ผกก.สภ.หัวหิน และแขกผู้มีเกียรติให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

การประกวดในปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “The Evolving Legacy: Empower Every Voice” สะท้อนพัฒนาการตลอดกว่า 2 ทศวรรษของ Miss International Queen จากเวทีที่เริ่มต้นด้วยการสร้างพื้นที่แห่งการมองเห็นและการยอมรับให้กับผู้หญิงทรานส์ สู่แพลตฟอร์มระดับโลกที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าประกวดได้แสดงความสามารถ ถ่ายทอดเรื่องราว และใช้เสียงของตนเองขับเคลื่อนประเด็นที่มีความหมายต่อสังคม ส่งต่อพลังแห่ง Thailand Pride สู่สายตาชาวโลก พร้อมสะท้อนบทบาทของประเทศไทย ในฐานะหนึ่งในจุดหมายปลายทางแห่ง Pride ระดับโลก ประเทศที่เปิดกว้าง ให้คุณค่ากับความแตกต่าง และพร้อมเป็นพื้นที่ที่ทุกตัวตนสามารถแสดงศักยภาพและเปล่งประกายได้อย่างภาคภูมิ โดยผู้เข้าประกวดทั้ง 27 คนปรากฏตัวในลุค Lady Classic ย้อนยุค เจิดจรัสบนพรมแดง เปลี่ยนชานชาลาสถานีรถไฟหัวหินแลนด์มาร์กสำคัญที่มีอายุเก่าแก่กว่า 100 ปี ให้กลายเป็น Runway walk กลางเมือง ถ่ายทอดความคลาสสิกผ่านบุคลิกและสไตล์เฉพาะตัว พร้อมนำเสนอหัวหินสู่สายตาผู้ติดตามทั่วโลกในมิติที่มากกว่าการเป็นเพียงเมืองตากอากาศริมทะเล ภายในงานยังจัดพื้นที่มี Night Market เป็นฉากหลัง เปิดโอกาสให้ผู้เข้าประกวดได้ลิ้มรสความอร่อยของอาหารและขนมขึ้นชื่อจากชมรมเชฟชะอำ – หัวหิน ชมโชว์ยุทธศิลป์มวยไทย Soft Power ของไทยที่ถ่ายทอดได้อย่างตื่นตาตื่นใจ ตลอดจนงานศิลปะและงานสร้างสรรค์จากภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด

กิจกรรมครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญในการประชาสัมพันธ์ศักยภาพด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดประจวบฯ โดยนำเสนอความโดดเด่น ทั้งด้านธรรมชาติ วัฒนธรรม และสุขภาวะ ผ่านมุมมองของผู้เข้าประกวดจาก 27 ประเทศ เพื่อสร้างการรับรู้และส่งต่อเสน่ห์ของหัวหินและจังหวัดประจวบฯไปยังนักท่องเที่ยวทั่วโลกอย่างกว้างขวาง

ทั้งนี้ผู้เข้าประกวดทั้ง 27 ประเทศ จะร่วมกิจกรรม The Journey of an Evolving Legacy ตลอดเดือนกันยายน เพื่อสัมผัสประเทศไทยผ่านศิลปะ วัฒนธรรม แฟชั่น หัตถศิลป์ และการเดินทาง รวมถึงร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความเท่าเทียมและสังคม โดยรอบตัดสินจะมีขึ้นวันที่ 19 กันยายนนี้ – The Crowning Finale ณ โรงละครทิฟฟานี่โชว์ พัทยา.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

กาชาดหัวหิน มอบทุนการศึกษาให้นักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ในเขตอำเภอหัวหิน ประจำปี 2569

กาชาดหัวหิน มอบทุนการศึกษาให้นักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ในเขตอำเภอหัวหิน ประจำปี 2569

วันที่ 10 กันยายน 2569 นายศุภชัย ครุฑดำ นายอำเภอหัวหิน เป็นประธานเปิดโครงการมอบทุนการศึกษาแก่นักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ในเขตอำเภอหัวหิน ประจำปี 2569 ที่ศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจ หัวหิน จ.ประจวบฯ โดยมี น.ส.ลิษา อึ้งเห่ง นางอุไรวรรณ คงเพ็ง รองนายกกิ่งกาชาดอำเภอหัวหิน กล่าวรายงาน พร้อมด้วย น.ส.บุษบา โชคสุชาติ รองนายกเทศมนตรีนครหัวหิน พ.ต.ท.วรท กรุงกาญจนา รอง ผกก.สภ.หัวหิน นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว หัวหิน/ชะอำ นางวาสนา ศรีกาญจนา ที่ปรึกษาสมาคมฯ พร้อมคณะกรรมการและสมาชิก นายเศรษศักดิ์ ลาทอง ผู้จัดการทั่วไปศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจ หัวหิน คณะกรรมการกิ่งกาชาดอำเภอหัวหิน ผู้อำนวยการโรงเรียนสถานศึกษา และท่านแขกผู้มีเกียรติ ร่วมงาน

หลังจากที่กิ่งกาชาดอำเภอหัวหินจัดงานกาชาดและของดีอำเภอหัวหิน ครั้งที่ 28 เมื่อวันที่ 5 -14 มิถุนายนที่ผ่านมา ได้รับการสนับสนุนจากทุกภาคส่วน ทำให้กิ่งกาชาดอำเภอหัวหัวหินมีรายได้จากการจัดงานและการจำหน่ายบัตรกาชาดเพื่อการกุศล ร้านมัจฉากาชาดพาโชค 10 วัน 10 คืน เพื่อนำเงินรายได้ส่วนนี้ไปเป็นค่าใช้จ่ายช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ และกิจกรรมสาธารณกุศลต่างๆ ตลอดทั้งปีงบประมาณ 2569

ดังนั้นกิ่งกาชาดอำเภอหัวหิน จึงจัดโครงการมอบทุนการศึกษาแก่นักเรียนขาดแคลนทุนทรัพย์ แต่มีฐานะยากจนในเขตอำเภอหัวหินในปีนี้ขึ้น จำนวนทั้งสิ้น 500 ทุนๆ ละ 1,000 บาท เป็นเงินทั้งสิ้น 500,000 บาท เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยา ภานเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา บรรเทาความเดือดร้อนแก่นักเรียนและผู้ปกครองที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และค่าใช่จ่ายที่จำเป็นในการศึกษาเล่าเรียน สร้างโอกาสทางการศึกษาแก่เด็กและเยาวชน ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาชาติบ้านเมืองของเราในอนาคต และเพื่อสนองต่อภารกิจหลักของสภากาชาดไทย ในการช่วยเหลือบรรเทาทุกข์และให้การสงเคราะห์ผู้ด้อยโอกาส ส่งเสริมด้านการศึกษาเพื่อสร้างความอยู่ดีมีสุข และคุณภาพชีวิตที่ดีของพี่น้องประชาชน.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

หัวหินต้อนรับ Miss International Queen® 2026 เก็บตัวทำกิจกรรมประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวสู่นานาชาติ

หัวหินต้อนรับ Miss International Queen® 2026 เก็บตัวทำกิจกรรมประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวสู่นานาชาติ

วันที่ 10 กันยายน 2569 ที่สถานีรถไฟหัวหิน อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก หลังจากขบวน SRT Royal Blossom ที่พาสาวงามข้ามเพศจาก 27 ประเทศทั่วโลกที่จะมาชิงชัย Miss International Queen® 2026 เดินทางมาเก็บตัวเพื่อทำกิจกรรมและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวจังหวัดประจวบฯ ผ่านแนวคิด Nature, Culture & Wellness Tourism ระหว่างวันที่ 10 – 12 กันยายนนี้ โดยมี พ.ต.อ.เสมอ อยู่สำราญ ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน, นายจีรวัฒน์ พราหมณี ปลัดเทศบาล, นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ, นางวาสนา ศรีกาญจนา ที่ปรึกษาสมาคม, พ.ต.ท.อาณัฐชัย ก้อนทอง สวญ.ส.ทท.2 กก.1 บก.ทท.3 หน่วยงานภาคโรงแรมและการท่องเที่ยวในพื้นที่ให้การต้อนรับด้วยบรรยากาศอบอุ่น

ความพิเศษเริ่มต้นตั้งแต่ขบวนออกจากกรุงเทพฯ เมื่อผู้เข้าประกวดทั้ง 27 ประเทศเดินทางมุ่งหน้าสู่หัวหิน ในลุค Lady Classic ก่อนร่วมถ่ายแฟชั่นเซ็ตชุดจาก Jim Thompson ผ่านเลนส์ของโอ๊ต – ชัยสิทธิ์ จุนเจือดี ช่างภาพแฟชั่นชาวไทย ที่ได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งใน 20 ช่างภาพแฟชั่นชั้นนำของโลก โดยมีสถานที่สำคัญตลอดเส้นทางเป็นฉากหลัง ตั้งแต่สถานีรถไฟหัวลำโพงถึงสถานีรถไฟหัวหิน แลนด์มาร์กสำคัญที่อยู่คู่เมืองตากอากาศแห่งนี้มาอย่างยาวนาน ท่ามกลางบรรยากาศคลาสสิกของสถานี แฟชั่นของผู้เข้าประกวดทั้ง 27 คนช่วยเติมสีสันให้สถานีรถไฟหัวหินมีชีวิตชีวา กลายเป็นรันเวย์กลางเมือง แต่ละคนถ่ายทอดลุค Lady Classic ผ่านบุคลิกและถ่ายทอดในมุมมองของตนเอง พร้อมเก็บภาพความงดงามของธรรมชาติและมนต์เสน่ห์ของหัวหิน เพื่อให้ผู้ติดตามทั่วโลกได้เห็นหัวหินในมิติที่มากกว่าเมืองตากอากาศริมทะเล

คุณอลิสา พันธุศักดิ์ คุนผลิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทิฟฟานี่โชว์ พัทยา จำกัด และประธานคณะกรรมการจัดการกองประกวด Miss International Queen กล่าวว่า การเดินทางมาหัวหินในครั้งนี้ เปิดโอกาสให้ผู้เข้าประกวดจากทั้ง 27 ประเทศได้สัมผัสประเทศไทยผ่านประสบการณ์จริง ทั้งธรรมชาติ สุขภาวะ วิถีชีวิตริมทะเล วิถีวัฒนธรรม งานผ้าพิมพ์มือ ศิลปะการแสดงและมวยไทย ตลอด 3 วัน 2 คืน ผู้เข้าประกวดได้สัมผัสหัวหินครบทุกอารมณ์ ทุกกิจกรรมช่วยเปิดมุมมองให้เห็นเสน่ห์ของหัวหิน ที่ทั้งสง่างาม สนุกสนาน และเปี่ยมด้วยเรื่องราวเหนือกาลเวลา หวังว่าเรื่องราวและความประทับใจที่แต่ละคนได้รับจากการเดินทางครั้งนี้ จะถูกนำไปถ่ายทอดต่อยังผู้ติดตามและผู้คนในประเทศของตนเอง ช่วยเปิดมุมมองใหม่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวไทย และทำให้หัวหินเป็นที่รู้จักดียิ่งขึ้น ในฐานะจุดหมายปลายทางที่มีเสน่ห์มากกว่าเมืองตากอากาศริมทะเล ทั้งยังให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และการเติบโตร่วมกับชุมชนอย่างยั่งยืน.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

อุทยานกุยบุรี เผยข้อมูลปูคีรีขันธ์ สัตว์น้ำจืดหายาก สีสันโดดเด่น สะท้อนดัชนีชี้วัดความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ

อุทยานกุยบุรี เผยข้อมูลปูคีรีขันธ์ สัตว์น้ำจืดหายาก สีสันโดดเด่น สะท้อนดัชนีชี้วัดความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ

วันที่ 9 กันยายน 2569 นายบำรุงรัตน์ พลอยดำ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี จ.ประจวบฯ เปิดเผยข้อมูลปูคีรีขันธ์ จัดอยู่ในวงศ์ Potamidae โดยถูกค้นพบและตั้งชื่อทางวิทยาศาสตร์มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2541 เพื่อเป็นเกียรติแก่จังหวัดประจวบฯ ซึ่งเป็นพื้นที่แรกที่มีการสำรวจพบปูชนิดนี้ ได้รับฉายาว่า “ปูเจ็ดสี” จากลักษณะเปลือกและลำตัวที่มีสีสันสดใสสะดุดตา แตกต่างจากปูน้ำจืดทั่วไป มักอาศัยอยู่ตามโขดหิน ซอกหิน และลานหินบริเวณลำธารที่มีน้ำไหลเวียนสะอาดตลอดปี “ปูคีรีขันธ์” จัดเป็นสัตว์น้ำจืดหายากที่มีสีสันโดดเด่น ยังคงพบการกระจายตัวอย่างต่อเนื่อง บริเวณลำห้วยและแหล่งน้ำสะอาดในเขตป่าอนุรักษ์ สะท้อนถึงความอุดมสมบูรณ์ของป่าต้นน้ำและการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน การพบปูคีรีขันธ์ในพื้นที่ธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นดัชนีชี้วัดทางชีวภาพสำคัญที่ยืนยันถึงความบริสุทธิ์ของแหล่งน้ำและความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ เนื่องจากปูชนิดนี้มีความอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมอย่างมาก โดยจะเลือกอาศัยอยู่เฉพาะในลำธารและลำห้วยที่ปราศจากการปนเปื้อนของสารเคมี การดูแลรักษาสัตว์น้ำจืดขนาดเล็กเหล่านี้จึงมีความสำคัญ ไม่แพ้การคุ้มครองสัตว์ป่าขนาดใหญ่ เพราะถือเป็นองค์ประกอบพื้นฐานที่ช่วยรักษาสมดุลของห่วงโซ่อาหารในผืนป่า

การคงอยู่ของสิ่งมีชีวิตหายากชนิดนี้ เป็นผลมาจากการปฏิบัติงานลาดตระเวนเชิงคุณภาพของเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรีอย่างเข้มงวดตลอดช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้พื้นที่ป่าอนุรักษ์ในกลุ่มป่าแก่งกระจาน ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติได้รับการคุ้มครองอย่างครอบคลุม

ทั้งนี้ อุทยานแห่งชาติกุยบุรีเตรียมเดินหน้าส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศอย่างรับผิดชอบ ควบคู่กับการสร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชนและชุมชนรอบแนวเขตป่า ให้ร่วมกันปกป้องแหล่งน้ำและรักษาป่าต้นน้ำ เพื่อคงความหลากหลายทางชีวภาพให้อยู่คู่นิเวศไทยอย่างยั่งยืนต่อไป.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

อธิบดี พส. เปิดโครงการแว่นตาผู้สูงวัยในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ ยกระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ

อธิบดี พส. เปิดโครงการแว่นตาผู้สูงวัยในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ ยกระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ

วันที่ 9 กันยายน 2569 น.ส.แรมรุ้ง สุบรรณเสนีย์ อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ เป็นประธานเปิดโครงการแว่นตาผู้สูงวัยในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประจำปี 2569 ที่หอประชุมที่ว่าการอำเภอบางสะพาน จ.ประจวบฯ มี รศ.พญ.จิตลัดดา ดีโรจนวงศ์ กรรมการอำนวยการ มูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย, น.ส.ปริยา อังสุวร กรรมการอำนวยการและเหรัญญิก มูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย, น.ส.ชวนชม จันทะวงษ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, นายบุญส่ง ไตรภูธร ผู้จัดการฝ่ายกิจกรรมพิเศษ แว่นท็อปเจริญ, พญ.บุษกร สวัสดิ์แสน นายกเหล่ากาชาดจังหวัดประจวบฯ, นายประทีป บริบูรณ์รัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายก อบจ.ประจวบฯ นางสมพิศ ศรีคำแหง พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดประจวบฯ หัวหน้าส่วนราชการ แขกผู้มีเกียรติ และประชาชนร่วมงาน

โครงการแว่นตาผู้สูงวัยในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2552 จากพระราชกระแสรับสั่งของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงห่วงใยปัญหาด้านสายตาของผู้สูงอายุ โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ยังต้องประกอบอาชีพหรือดูแลบุตรหลานในครอบครัว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย ร่วมกับห้างแว่นท็อปเจริญ และกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ดำเนินโครงการตรวจวัดสายตาและประกอบแว่นตา ตามค่าสายตาของแต่ละบุคคลให้แก่ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีอายุ 45 ปีขึ้นไป ซึ่งมูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทยได้รับพระราชทานพระราชานุญาตให้ดำเนินโครงการต่อเนื่องอีก 5 ปี ระหว่างปี 2568 – 2572 เพื่อขยายโอกาสให้ผู้สูงอายุและประชาชนกลุ่มเป้าหมายเข้าถึงบริการด้านสายตาได้อย่างทั่วถึง ลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการด้านสาธารณสุข และเสริมสร้างความมั่นคงทางสังคมอย่างยั่งยืน โดยในปีงบประมาณ 2569 โครงการแว่นตาผู้สูงวัยในสมเด็จพระเทพรัตนฯ กำหนดพื้นที่เป้าหมายรวม 12 จังหวัด ครอบคลุมประชาชนที่จะได้รับบริการตรวจวัดสายตาและรับแว่นตา รวมทั้งสิ้น 4,800 คน หรือจังหวัดละ 400 คน

สำหรับจังหวัดประจวบฯ ได้ให้ความช่วยเหลือประชาชนตามโครงการดังกล่าวไปแล้ว จำนวน 4 ครั้ง ในปี 2552, 2559, 2561, 2564 รวม 1,600 คน และในปี 2569 ได้ช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมายในอำเภอบางสะพาน อีกจำนวน 400 คน โดยในวันนี้มีเจ้าหน้าที่ห้างแว่นท็อปเจริญ มาให้บริการตรวจวัดค่าสายตาแก่ประชาชน ก่อนดำเนินการประกอบแว่นส่งมอบให้ในภายหลัง ทำให้จังหวัดประจวบฯ มีกลุ่มเป้าหมายได้รับแว่นตาจากโครงการฯ สะสมรวมทั้งสิ้น 2,000 คน เป็นการช่วยเหลือผู้ที่มีปัญหาด้านสายตา โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกล สามารถมองเห็นได้ชัดเจนขึ้น มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สามารถดูแลตนเอง ประกอบอาชีพ และดูแลครอบครัวได้อย่างเหมาะสม พร้อมกันนี้ อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการได้ร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการมอบข้าวสารบรรจุถุงและถุงยังชีพ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสภากาชาดไทย สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดประจวบฯ นิคมสร้างตนเอง จ.ประจวบฯ และมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบทให้แก่ผู้ร่วมโครงการ ขณะที่บริเวณที่ว่าการอำเภอบางสะพาน มีการออกร้านจำหน่ายสินค้าธงฟ้าราคาประหยัด ช่วยลดภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชนอีกด้วย.