Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน-ชะอำ ชวนปั่นชมธรรมชาติและเส้นทางประวัติศาสตร์ค่ายธนะรัชต์

สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน-ชะอำ ชวนปั่นชมธรรมชาติและเส้นทางประวัติศาสตร์ค่ายธนะรัชต์

วันที่ 9 สิงหาคม 2566 นางวาสนา ศรีกาญจนา นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน – ชะอำ จ.ประจวบฯ เปิดเผยว่า สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน – ชะอำ ร่วมกับ ททท.สำนักงานประจวบฯ เทศบาลเมืองหัวหิน ค่ายธนะรัชต์ อ.ปราณบุรี และอีกหลายภาคส่วน ร่วมกันจัดกิจกรรม “ปั่นท่องเที่ยววิถีถิ่น กินลม ชมธรรมชาติแลประวัติศาสตร์ @ท่าเสด็จ” ในวันอาทิตย์ที่ 10 กันยายน 2566 เพื่อให้นักปั่นทุกท่านได้มีกิจกรรมร่วมกันอีกครั้ง หลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย ส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีถิ่น แหล่งท่องเที่ยวในค่ายทหาร ลดโลกร้อนโดยใช้จักรยานเพื่อการท่องเที่ยวและออกกำลังกาย รวมถึงเพื่อหารายได้จากการจัดงานเพื่อสาธารณะประโยชน์ ระยะทาง 50 กิโลเมตร เริ่มต้นจากอุทยานราชภักดิ์ มุ่งสู่ท่าเสด็จในค่ายธนะรัชต์ ซึ่งเป็นเส้นทางธรรมชาติที่สวยงามทั้งสองข้างทาง พร้อมทั้งมีประวัติศาตร์ที่เก่าแก่ และต้นไม้ใหญ่นานาพันธุ์ให้ศึกษาอย่างมากมาย

จึงขอเชิญชวนผู้ที่สนใจสมัครได้คน/คันละ 599 บาท จะได้เสื้อที่ระลึก, เหรียญที่ระลึก (รับเหรียญเมื่อเข้าเส้นชัย) อาหารเช้าก่อนปั่นจักรยาน อาหารและเครื่องดื่มหลังเข้าเส้นชัย ได้ที่ https://event.thaimtb.com/V3/event-detail.php?e=630 นอกจากนี้สมาคมฯ ยังเตรียมโรงแรมที่พักในพื้นที่อำเภอหัวหิน ในราคาพิเศษ ซึ่งคาดว่าจะมีนักกีฬาเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ไม่ต่ำกว่าหนึ่งพันคน

นายอาชวันต์ กงกะนันทน์ ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานประจวบฯ กล่าวว่า การจัดกิจกรรมปั่นจักรยานดังกล่าว นอกจากเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬาเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่หัวหิน สร้างสีสันการท่องเที่ยวในช่วงฤดูกรีนซีซั่นแล้ว ยังเป็นการสื่อสารประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ที่มีศักยภาพสูงและเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงกีฬาในพื้นที่ค่ายธนะรัชต์ สร้างการรับรู้ไปสู่สายตานักท่องเที่ยวและประชาชนอีกด้วย ทั้งนี้กลุ่มนักท่องเที่ยวเชิงกีฬา ซึ่งมีทั้งผู้ร่วมการแข่งขันและชมการแข่งขัน รวมถึงผู้ติดตาม ถือเป็นกลุ่มเป้าหมายการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ ที่จะช่วยสร้างและกระจายรายได้ลงไปสู่พื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์.

Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

เริ่มแล้ว ศึกดวลสวิงกอล์ฟอาชีพสตรี “ไทยแอลพีจีเอทัวร์” ที่สนามกอล์ฟหลวงหัวหิน

เริ่มแล้ว ศึกดวลสวิงกอล์ฟอาชีพสตรี “ไทยแอลพีจีเอทัวร์” ที่สนามกอล์ฟหลวงหัวหิน

การแข่งขันกอล์ฟอาชีพสตรี ไทยแอลพีจีเอทัวร์ เดินหน้าจัดแข่งขันต่อเนื่องเป็นสนามที่ 9 ของฤดูกาล 2023 กับการแข่งขันรายการ “ไทย แอลพีจีเอ แชมเปี้ยนชิพ” ชิงเงินรางวัลรวม 2.5 ล้านบาท ระหว่างวันที่ 9 – 11 สิงหาคม 2566 ณ สนามกอล์ฟหลวง อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีนักกอล์ฟสาว 117 คน ร่วมการแข่งขันคึกคัก ชิงโทรฟี่ “Singha Rises” โดยฉัตตกาญจน์ วงษ์ศิริ ศิลปินเป่าแก้วจากบีจีซีกล๊าสส์ สตูดิโอ ที่แสดงออกถึงความสง่างามของ “สิงห์” ที่เป็นตัวแทนแห่งอำนาจ ความสูงส่ง และสง่าราศี

สมาคมกีฬากอล์ฟอาชีพสตรี จัดการแข่งขันไทยแอลพีจีเอ ทัวร์ 2023 ด้วยการสนับสนุนจากการกีฬาแห่งประเทศไทย, กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ, การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGAT), บริษัท บีจี คอนเทนเนอร์กล๊าส จำกัด (มหาชน), บริษัท ปทุมธานีกล๊าส อินดัสทรี จำกัด, บริษัท บุญรอดเทรดดิ้ง จำกัด, เซ็นทรัลกรุ๊ป, บริษัท ลีโอเนียน (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน), บริษัท นิคอนเซลล์ (ประเทศไทย) จำกัด, AIS PLAY, บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด และสนามกอล์ฟหลวงหัวหิน นับเป็นสนามที่ 9 จากทั้งหมด 10 สนามแข่งขัน ไทยแอลพีจีเอทัวร์ 2023 นอกจากชิงเงินรางวัลแล้ว ยังเป็นรายการเก็บคะแนนสะสม ไทยแอลพีจีเอทัวร์ ออเดอร์ออฟเมอริต ประจำปี 2023 และสะสมคะแนนไทยแอลพีจีเอทัวร์พอยท์ 2023 และยังมีการคิดคะแนนสะสมอันดับโลก “โรเลกซ์ วีเมนส์ เวิลด์กอล์ฟแรงกิ้ง” ให้กับนักกอล์ฟในทัวร์อีกด้วย

รายการนี้แข่งขันแบบสโตรคเพลย์ 3 วัน 54 หลุม ระหว่างวันที่ 9 – 11 สิงหาคม 2566 ตัดตัวนักกอล์ฟที่อันดับ 1 – 50 และเสมอ เข้าไปเล่นในรอบสุดท้าย โดยที่ไม่รวมผลการแข่งขันของนักกอล์ฟสมัครเล่น แชมป์รับเงินรางวัล 156,000 บาท โดยลำดับสิทธิ์ผู้เล่นที่เข้าร่วมแข่งขันประกอบด้วยนักกอล์ฟที่มีอันดับคะแนนสะสมโลก 1 – 200 จากอันดับคะแนนสะสมโลก ณ วันสิ้นสุดการรับสมัครแข่งขันรายการนั้น, ผู้ที่มีอันดับเงินรางวัลสะสมสูงสุดของ Thai LPGA Tour ได้สิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันในทุกรายการเป็นเวลา 3 ปี หลังจากปีที่ชนะ, ผู้ชนะรายการ Thailand LPGA Masters ได้สิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันในทุกรายการเป็นระยะเวลา 2 ปี หลังจากปีที่ชนะ, ผู้ชนะการแข่งขันของ Thai LPGA Tour ตั้งแต่ 2 รายการขึ้นไป ได้สิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันในทุกรายการ เป็นเวลา 2 ปีหลังจากปีที่ชนะนั้น, ผู้ชนะการแข่งขันของ Thai LPGA Tour แต่ละรายการ ได้สิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันทุกรายการ เป็นเวลา 1 ปี หลังจากรายการที่ชนะนั้น, อันดับที่ 1 – 30 จากอันดับเงินรางวัลสะสม Thai LPGA Tour 2022, ผู้เล่นรับเชิญจากผู้สนับสนุนและตัวแทนจากสนามแข่งขัน 14 คน, ผู้เล่นทีมชาติไทย จำนวน 4 คน, อันดับที่ 1 – 20 จาก 2023 Thai LPGA Tour Q-School, อันดับที่ 1 – 30 จาก 2023 Thai LPGA Tour Point, อันดับที่ 31 – 50 จาก 2023 Thai LPGA Tour Point, อันดับที่ 51 – 70 จาก 2023 Thai LPGA Tour Point, อันดับที่ 71 – 100 จาก 2023 Thai LPGA Tour Point และ อันดับที่ 21 เป็นต้นไป จาก Thai LPGA Tour Q-School 2023 จนเต็มจำนวน

ภายหลังจากการประกาศโปรแกรมแข่งขันรอบแรกในวันพุธที่ 9 สิงหาคม 2566 ออกสตาร์ทที่หลุม 1 และ 10 เริ่มกลุ่มแรกในเวลา 6.50 น. จนถึง 8.20 น. รอบบ่ายเริ่มเวลา 11.00 น. จนถึง 12.30 น. สามารถติดตามผลการแข่งขันได้ทางเว็บไซต์ของสมาคม https://www.thailpga.com/ และในวันสุดท้ายจะมีการถ่ายทอดสดการแข่งขันตั้งแต่เวลา 10.00 น. จนจบการแข่งขัน รับชมได้ทาง AIS PLAY, FaceBook: THAI LPGA TOUR, Youtube: Thai LPGA TOUR, BG CHANNEL.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ห้างมาร์เก็ตหัวหิน ซ้อมดับเพลิงต่อเนื่องเป็นปีที่ 17 สร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้มาใช้บริการ

ห้างมาร์เก็ตหัวหิน ซ้อมดับเพลิงต่อเนื่องเป็นปีที่ 17 สร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้มาใช้บริการ

วันที่ 9 สิงหาคม 2566 นายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน พร้อมด้วย น.ส.บุษบา โชคสุชาติ รองนายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน นายประพจน์ ธรรมวิเศษ ผปบ.การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำเภอหัวหิน ร่วมสังเกตการณ์การฝึกซ้อมระงับอัคคีภัยและอพยพหนีไฟที่ศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจ หัวหิน โดยมีการจำลองสถานการณ์พบเหตุไฟฟ้าลัดวงจรภายในร้านค้าที่อยู่ชั้น 1 และชั้น 2 ภายในศูนย์การค้า เจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณภัยเข้าระงับเหตุด้วยการดับไฟรูปแบบต่างๆ ทั้งถังดับเพลิงเคมีและการใช้น้ำ พร้อมค้นหาผู้บาดเจ็บ เพื่อให้การช่วยเหลือปฐมพยาบาลและนำส่งโรงพยาบาล รวมถึงขั้นตอนการอพยพพนักงานและนักท่องเที่ยวที่อยู่ภายในศูนย์การค้าออกนอกอาคารเพื่อความปลอดภัย ซึ่งการซ้อมดับเพลิงในปีนี้ นายอมรเทพ อ่วมมีเพียร ผู้จัดการ ทั่วไปศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจ หัวหิน ได้ร่วมระงับเหตุดับเพลิงในครั้งนี้ด้วย

นายอมรเทพ อ่วมมีเพียร กล่าวว่า การฝึกอบรมดับเพลิงเบื้องต้นและซ้อมดับเพลิงหนีไฟปีนี้เป็นปีที่พิเศษ เป็นปีแรกที่เราบูรณาการฝึกซ้อมอบรมดับเพลิงเบื้องต้นและฝึกซ้อมอพยพหนีไฟในวันเดียวกัน ซึ่งจะทำให้ร้านค้าตระหนักถึงการป้องกันและการดูแลลูกค้าที่มาใช้บริการศูนย์การค้าได้เป็นอย่างดี การอบรมดับเพลิงเบื้องต้นและการอพยพหนีไฟของเราครั้งนี้เป็นครั้งที่ 17 ศูนย์การค้าเปิดมาปีที่ 18 แล้ว เราฝึกตั้งแต่ปีแรก ทำเป็นมาตรฐานและพัฒนาเรื่องของศักยภาพของทีมงานและบุคลากรของเรา เพื่อที่จะรองรับนักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการภายในศูนย์การค้าให้มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

และยิ่งไปกว่านั้นทีมงานของมาร์เก็ตวิลเลจ มีเจ้าหน้าที่ดับเพลิงประมาณ 30 คน สามารถสนับสนุนหน่วยงานภายนอกหน่วยงานราชการ หรือหน่วยงานข้างเคียงที่ร้องขอ เรายินดีที่จะสนับสนุน อย่างน้อยเป็นการคืนกำไรให้สังคมเพื่อที่จะให้สังคมเมืองหัวหินเป็นเมืองที่น่าอยู่จริงๆ จากทุกวันนี้เป็นเมืองที่น่าอยู่อยู่แล้ว เราทำให้น่าอยู่ยิ่งขึ้นไปอีก ห้างมาร์เก็ตวิลเลจขอเป็นส่วนหนึ่งในด้านการบริการ การดูแลลูกค้า และในด้านการป้องกันอัคคีภัยให้กับเมืองหัวหินด้วย

“การจำลองเหตุการณ์เกิดเหตุเพลิงไหม้ บุคลากรของเราบุคลากรของเราทุกคนฝึกและเรียนรู้การใช้ชีวิตในเรื่องของการป้องกันอัคคีภัยมาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน และตัวผมเองเดิมเคยเป็นเจ้าหน้าที่ดับเพลิง สมัยทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ ปัจจุบันนี้มาอยู่หัวหินก็ไม่ลืมอาชีพรากเหง้าของตัวเอง ผมเป็นคนที่เมื่อเจอเหตุเพลิงไหม้ หรือเจอเหตุอะไรต่างๆ ที่ทำให้มีผลกับชีวิตของบุคคลทั่วไปต้องเข้าไปช่วยเหลือ ปัจจุบันถึงแม้ผมจะอยู่ในฐานะผู้บริหารศูนย์การค้า แต่วันนี้อยากรื้อฟื้นสิ่งที่เคยเรียนรู้ อย่างน้อยเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า ร้านค้าและพนักงานของมาร์เก็ตทุกคน ว่าเราสามารถดับเพลิงและป้องกันชีวิตและทรัพย์สินของเขาได้ครับ” นายอมรเทพ กล่าว.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

กุยบุรีเปิดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ป่าครอบครัว สืบสานปณิธานพ่อ

กุยบุรีเปิดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ป่าครอบครัว สืบสานปณิธานพ่อ

วันที่ 9 สิงหาคม 2566 นายองครักษ์ ทองนิรมล รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ป่าครอบครัว สืบสานปณิธานพ่อ สานต่อเศรษฐกิจพอเพียง ณ ศูนย์เรียนรู้ป่าครอบครัวด้านเกษตรพอเพียงและแปรรูปผลผลิตจากป่าชุมชน หมู่ 9 บ้านเขาราง ต.สามกระทาย อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ (ป่าชุมชนบ้านเขาราง) มีนายไพศาล ช่อผกา นายอำเภอกุยบุรี เป็นผู้กล่าวรายงาน มีหน่วยงานราชการหลายหน่วยงานเข้าร่วม อาทิ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์, นายก อบต.สามกระทาย, ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาประจวบคีรีขันธ์ เขต 2, ผู้แทนศูนย์ป่าไม้จังหวัดประจวบคีรีขันธ์, ประธานเครือข่าย ทสม. จังหวัดประจวบคีรีขันธ์, ผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านเขาราง

กิจกรรมวันนี้ประกอบด้วยการสร้างป่าครอบครัว ร่วมกันปลูกต้นไม้ มีการนำสินค้าพื้นบ้านของชาวบ้านเขาราง มาขาย อาทิผักผลไม้พื้นบ้าน รวมทั้งตะกร้า ที่สานโดยชุมชนมาวางจำหน่ายให้ผู้สนใจได้ร่วมจับจ่ายใช้สอยอีกด้วย

นายองครักษ์ ทองนิรมล รองผู้ว่าฯ กล่าวว่า การจัดกิจกรรมวันนี้ เป็นการสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนให้เห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ของชาติ เป็นการปลูกต้นไม้ในใจคน ด้วยแนวคิดการปลูกป่านอกป่า หรือการยกป่ามาไว้ในบ้าน หรือที่เรียกว่า “ป่าครอบครัว” เป็นนวัตกรรมทางสังคมเพื่อชีวิตและความหลากหลายทางชีวภาพ เป็นเรื่องใหม่ที่อยู่บนฐานคิดที่ว่า “ครอบครัวเป็นหน่วยที่เล็กที่สุดของสังคม และมีบทบาทสำคัญที่สุดต่อการเปลี่ยนแปลงต่อเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม ”

ดังนั้นจึงขอเชิญชวนทุกท่านร่วมสร้างป่าครอบครัว และร่วมลงทะเบียนบันทึกการปลูกต้นไม้ ในโครงการรวมใจไทย ปลูกต้นไม้ให้แผ่นดิน ผ่านเวปไซต์ plant.forest.go.th เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการปลูกต้นไม้ จำนวน 4,810,173 ต้น ตามนโยบายการเพิ่มพื้นที่ป่าให้ได้ร้อยละ 40 ของพื้นที่จังหวัดต่อไป ซึ่งสามารถขอรับกล้าไม้ได้จากสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในวันและเวลาราชการ.

พันธุ์พงษ์ โพธิ์จินดา….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

หนุ่มใหญ่ระนองขับกระบะฝ่าสายฝน ลื่นเสียหลักตกข้างทาง เจ็บ 2 ราย

หนุ่มใหญ่ระนองขับกระบะฝ่าสายฝน ลื่นเสียหลักตกข้างทาง เจ็บ 2 ราย

วันที่ 8 สิงหาคม 2566 ร.ต.อ.อาทิตย์ บุตรละคร รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ รับแจ้งเหตุจากพลเมืองดีว่าเกิดอุบัติเหตุรถกระบะเสียหลักตกข้างทาง มีผู้ได้รับบาดเจ็บบนถนนเพชรเกษม ฝั่งขาขึ้นกรุงเทพฯ หลักกิโลเมตรที่ 311 + 300 หน้าห้างโลตัสสาขาเมืองประจวบฯ ต.เกาะหลัก อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ หลังได้รับแจ้งจึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างประจวบฯ และลุงนึกประจวบรถยก เข้าตรวจสอบพร้อมให้ความช่วยเหลือนำผู้ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะตอนครึ่ง ยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน บจ 1958 ระนอง มีรอยลื่นไถลของล้อรถยนต์บริเวณถนน จนถึงบริเวณร่องระบายน้ำข้างทาง ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ อายุประมาณ 50 – 60 ปี จำนวน 2 ราย ถูกเจ้าหน้าที่กู้ภัยนำตัวส่งโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์

จากการสอบถามเบื้องต้น ผู้ขับขี่เล่าว่าพวกตนเดินทางมาจากจังหวัดระนอง มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ เพื่อไปร่วมงานศพ เมื่อถึงบริเวณจุดที่เกิดเหตุ มีฝนตกทำให้ถนนลื่น รถของตนลื่นไถลจะไปชนกับเสาไฟฟ้า จึงหักหลบเป็นเหตุให้มาตกอยู่ในร่องน้ำข้างทาง ทำให้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว.

เอกภพ วงษ์ประเสริฐ….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

กองทุนแม่ของแผ่นดินประจวบฯ จัดค่ายอบรมเยาวชนสร้างเกราะป้องกันยาเสพติด

กองทุนแม่ของแผ่นดินประจวบฯ จัดค่ายอบรมเยาวชนสร้างเกราะป้องกันยาเสพติด

วันที่ 7 สิงหาคม 2566 นายวัชรินทร์ จันทร์เดช ประธานเครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ จัดโครงการอบรม เครือข่ายเด็กและเยาวชนกองทุนแม่ ร่วมใจเสริมสร้างเกราะป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่บ้านทางสาย ต.ธงชัย อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีนายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายก อบจ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานเปิดโครงการ โดยมีนางกันยมาส ชูจีน ผู้อำนวยการ สพป.ประจวบคีรีขันธ์ เขต 1 ให้ความรู้เรื่องของพิษภัยยาเสพติดในเด็กและเยาวชนแก่ผู้ร่วมโครงการ และนำผู้เข้าร่วมโครงการกล่าวคำปฎิญาณตนว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด

นายวัชรินทร์ จันทร์เดช ในฐานะประธานโครงการ เปิดเผยว่าปัญหายาเสพติดในเด็กและเยาวชน เป็นปัญหาสำคัญที่มีมานานแล้ว เป็นวงจรปัญหาที่สร้างความกังวลให้กับทุกคน เพราะไม่เพียงแต่จะต้องสูญเสียทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งเป็นทรัพยากรอันมีค่าที่สุดของประเทศไปแล้ว ยังนำมาซึ่งปัญหาอื่นๆ อีกมากมาย ดังนั้นเครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดินอำเภอบางสะพานจึงจัดทำโครงการนี้ขึ้นมา เพื่อให้เด็กและเยาวชนตื่นตัวถึงโทษและพิษภัยยาเสพติด และมีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดและพัฒนาศักยภาพของเด็กและเยาวชน ในภาวะผู้นำและการต่อต้านยาเสพติด ฝึกการอยู่ร่วมกัน เพื่อการสร้างภูมิคุ้มกัน ปลูกฝังความภาคภูมิใจ ซึ่งผู้เข้าร่วมโครงการนี้ประกอบด้วยเด็กและเยาวชนเครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดิน และ คณะกรรมการเครือข่ายจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน คณะผู้บริหารโรงเรียน ครูจากโรงเรียนในเขตพื้นที่อำเภอทับสะแก และอำเภอบางสะพาน จำนวน 80 คน โครงการนี้จัดในรูปแบบของค่ายพักแรม 2 วัน 1 คืน ระหว่างวันที่ 7 – 8 สิงหาคม 2566 หวังว่าเด็กและเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการครั้งนี้ จะสามารถนำไปต่อยอด นำองค์ความรู้ที่ได้รับไปสู่ครอบครัว ชุมชน และเพื่อนๆ ในโรงเรียนต่อไป.

ณัฐธภพ พันสาย….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

รองผู้ว่าฯ แจงอ่างเก็บน้ำเขาคันหอก ต้องประชาคมชาวบ้าน ก่อนเสนอของบซ่อม ยันมีน้ำใช้พอฤดูแล้ง

รองผู้ว่าฯ แจงอ่างเก็บน้ำเขาคันหอก ต้องประชาคมชาวบ้าน ก่อนเสนอของบซ่อม ยันมีน้ำใช้พอฤดูแล้ง

วันที่ 8 สิงหาคม 2566 จากกรณีที่มีชาวบ้านร้องเรียนกับสื่อมวลชน ถึงความเดือดร้อนจากการขาดแคลนน้ำใช้เพื่อการอุปโภคบริโภคในพื้นที่บ้านด่านสิงขร บ้านไร่เครา หมู่ 6 ต.คลองวาฬ อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ เนื่องจากสภาพอ่างเก็บน้ำเขาคันหอกรั่วไหล และคันฝายชะลอน้ำบริเวณพื้นที่ด้านล่างพังถล่ม ทำให้ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำเหลือน้อย ไม่เพียงพอต่อประชากรที่เพิ่มจำนวนมากขึ้นตามลำดับ

ความคืบหน้าล่าสุด ว่าที่พันตรีอดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เปิดเผยว่าจากกรณีที่ชาวบ้านระบุว่า ได้รับความเดือดร้อนจากการขาดแคลนน้ำใช้เพื่อการบริโภค ไม่เพียงพอต่อประชากรที่อยู่อาศัยในพื้นที่ซึ่งเพิ่มจำนวนมากขึ้น และต้องสลับน้ำใช้วันเว้นวัน ข้อเท็จจริงคือหน่วยผลิตน้ำประปาดังกล่าวอยู่ในความรับผิดชอบของ อบต.คลองวาฬ ซึ่งรองรับประชากรประมาณ 1,500 คน ซึ่งใช้น้ำดิบของชลประทานอ่างเก็บน้ำเขาคันหอก มาอย่างต่อเนื่อง และปัจจุบันอ่างเก็บน้ำนี้สามารถเก็บน้ำได้ 2 ใน 3 เฉลี่ยประมาณ 200,000 ลูกบาศก์เมตร เนื่องจากมีการชำรุดรั่วไหล และจังหวัดรับทราบเรื่องนี้มาหลายปีแล้ว ซึ่งทางชลประทานได้มาออกแบบเมื่อปี พ.ศ.2560 โดยใช้งบประมาณในการแก้ไข ประมาณ 40 ล้านบาท แต่กระบวนการสื่อสารเรื่องงบประมาณที่ไม่ชัดเจน ซึ่งแนวทางการบริหารจัดการน้ำประปายังบริหารจัดการได้ น้ำดิบที่มีอยู่มันเพียงพอต่อการใช้งานของประชากรประมาณ 1,500 ครัวเรือน ส่วนเรื่องการแก้ไขในส่วนที่ชำรุดเสียหาย ต้องให้ อบต.คลองวาฬ ในฐานะเจ้าของทรัพย์สินยื่นขออนุญาตใช้พื้นที่ป่าไม้จากกรมป่าไม้ก่อน เริ่มจากชุมชนต้องทำประชาคมชาวบ้าน แล้ว อบต.เสนอขึ้นมาตามลำดับชั้น และส่งไปที่กรมป่าไม้ เมื่อได้ใบอนุญาตจากกรมป่าไม้แล้ว ถึงจะเอาแบบที่กรมชลประทานออกแบบไว้แล้ว ยื่นของบประมาณ ซึ่งทางจังหวัดพร้อมที่จะผลักดันร่วมสนับสนุนกับกรมป่าไม้ ให้รีบอนุญาตโดยด่วน และได้มีหนังสือสั่งการไปที่สำนักงานท้องถิ่นจังหวัดแล้ว ให้ทำหนังสือไปที่ อบต.คลองวาฬ เริ่มกระบวนการขออนุญาตใช้พื้นที่ป่าไม้ รองผู้ว่ากล่าว.

เอกภพ วงษ์ประเสริฐ….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

หอการค้าประจวบฯ จัดกิจกรรมบริจาคโลหิต “9 แสนซีซี 90 ปี หอการค้าไทย”

หอการค้าประจวบฯ จัดกิจกรรมบริจาคโลหิต “9 แสนซีซี 90 ปี หอการค้าไทย”

วันที่ 8 สิงหาคม 2566 นายศุรอัฐ ณรงค์ฤทธิ์ ประธานหอการค้าจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ / กรรมการผู้จัดการบริษัท ไฮ-โค้ท (ประเทศไทย) จำกัด น.ส.นภาพร พันธ์ศรีมังกร รองประธานหอการค้าจังหวัดประจวบคีรีขันธ์และเป็นประธานจัดโครงการนี้ จัดกิจกรรมบริจาคโลหิตตามโครงการ “9 แสนซีซี 90 ปี หอการค้าไทย” ทำความดีเพื่อสังคม และเพื่อสำรองโลหิตยามขาดแคลน” ที่บริษัท ไฮ – โค้ท (ประเทศไทย) จำกัด ต.หนองแก อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีนายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน นางอุษา พวงวลัยสิน นายกกิ่งกาชาดอำเภอหัวหิน นายอติชาติ ชัยศรี รองนายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน นายอัครวินท์ โฆษิตชัยวัฒน์ ประธานกลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่หอการค้าจังหวัดประจวบ (YEC) และพนักงานบริษัท ไฮ – โค้ท ประเทศไทย จำกัด กว่า 50 คน เข้าร่วม

น.ส.นภาพร พันธ์ศรีมังกร กล่าวว่า “โครงการ 9 แสนซีซี 90 ปี หอการค้าไทย” เป็นการสานต่อภารกิจจากโครงการบริจาคโลหิต 85 ปี หอการค้าไทย ซึ่งได้ริเริ่มเมื่อปี 2561 เพื่อให้สมาชิกหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย หอการค้าจังหวัด ตลอดจนเครือข่าย ได้มีส่วนร่วมในการบริจาคโลหิตเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยที่ต้องการโลหิตและเป็นโลหิตสำรองในยามขาดแคลนของศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายในการเชิญชวนสมาชิกหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย หอการค้าจังหวัดทั่วประเทศ หอการค้าต่างประเทศ สมาคมการค้า มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ (YEC) และประชาชนทั่วไป ได้มีส่วนร่วมในโครงการฯ มีระยะดำเนินการ 1 ปี ตั้งแต่เมษายน 2566 ถึง เมษายน 2567 โดยมีเป้าหมายคือ 900,000 ซีซี

“ผู้ที่ร่วมบริจาคโลหิตในวันนี้ ยังได้ลุ้นรับโชควันที่ 8 เดือน 8 สำหรับคนที่เกิดวันที่ 8 หรือคนที่เกิดเดือน 8 ที่มีเลข 8 ในเลข 13 หลักบนบัตรประชาชน รับสิทธิ์ชิงโชคเงินรางวัลสูงสุด 90 ล้านบาท รับสลากกินแบ่งรัฐบาลตั้งแต่ 1 – 15 ใบ แทนคำขอบคุณจากใจบริษัท ไฮ – โค้ท (ประเทศไทย) จำกัด อีกด้วย” น.ส.นภาพร กล่าว.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

PDPC ติวเข้มสื่อมวลชน นําเสนอข่าวไม่กระทบสิทธิ์บุคคลอื่น และไม่ละเมิดกฎหมาย PDPA

PDPC ติวเข้มสื่อมวลชน นําเสนอข่าวไม่กระทบสิทธิ์บุคคลอื่น และไม่ละเมิดกฎหมาย PDPA

สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส. : PDPC) จัดกิจกรรมเสริมสร้างองค์ความรู้ด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับสื่อมวลชน ร่วมกับผู้ทรงวุฒิด้านกฎหมาย PDPA และกิจการสื่อ ให้ความรู้เรื่องการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนกับการละเมิด พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 สร้างแนวทางให้สื่อมวลชนสามารถนำเสนอข้อมูลข่าวสารอย่างมีขอบเขต ไม่กระทบต่อบุคคลอื่น ไม่ละเมิดกฎหมาย PDPA และช่วยให้ประชาชนเข้าใจขอบเขตการทำหน้าที่สื่อมวลชน พร้อมรักษาสิทธิในข้อมูลส่วนบุคคลของตนได้อย่างมีคุณภาพ

นายไพบูลย์ อมรภิญโญเกียรติ กรรมการผู้เชี่ยวชาญตามพ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฯ กล่าวว่า จากการประกาศใช้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หรือที่รู้จักในชื่อกฎหมาย PDPA ที่ได้กระตุ้นให้ประชาชนรับรู้และเข้าใจความสำคัญของข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งในฝั่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลและฝั่งของผู้ที่มีหน้าที่นำเสนอข้อมูลเหล่านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้ที่ทำหน้าที่หรือกิจการ ‘สื่อมวลชน’ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับการยกเว้นการบังคับใช้จากกฎหมาย PDPA ทั้งฉบับ

“การยกเว้นบังคับใช้ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฯ ในสื่อมวลชน เป็นการยกมาจากรัฐธรรมนูญที่ระบุว่าสื่อมวลชนมีสิทธิเสรีภาพในการที่จะแสดงออกและรายงานข่าว แต่ขณะเดียวกัน ตัวกฎหมาย PDPA ก็ได้กำหนดขอบเขตในการยกเว้นการบังคับใช้ไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้สื่อมวลชนละเมิดต่อการนำเสนอข้อมูลส่วนบุคคลอย่างผิดวัตถุประสงค์ โดยระบุว่าการยกเว้นนี้ จะยกเว้นให้เท่าที่เป็นไปตามจริยธรรมแห่งการประกอบวิชาชีพหรือเป็นประโยชน์สาธารณะเท่านั้น ดังนั้น ในทางกลับกัน หากการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชนนั้นไม่เป็นไปตามจริยธรรมฯ เกินความจำเป็น และไม่เกิดประโยชน์กับสาธารณชน สื่อมวลชนก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย PDPA และหากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ก็อาจมีความรับผิดทางแพ่ง มีโทษทางอาญาและทางปกครองได้เช่นเดียวกัน”

ด้าน นายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี ประธานสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ กล่าวว่า ตามประมวลจริยธรรมแห่งการประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ที่จัดทำโดยสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ได้ให้นิยามของคำว่า “สื่อมวลชน” หมายความว่า สื่อหรือช่องทางที่นำข่าวสาร สาร หรือเนื้อหาสาระทุกประเภทไปสู่ประชาชนเพื่อประโยชน์สาธารณะที่ขึ้นทะเบียนเป็นสื่อมวลชน โดยการขอใบอนุญาตหรือโดยการขึ้นทะเบียนเป็นสื่อมวลชนตามที่กฎหมายกำหนด อาทิ สื่อโทรทัศน์ที่ต้องได้รับใบอนุญาตจาก กสทช. สื่อหนังสือพิมพ์ที่ต้องได้รับใบการจดแจ้งการพิมพ์ หรือสำหรับสื่อที่ทำเว็บออนไลน์ก็สามารถเข้าข่ายขอใบอนุญาตผ่านการจดชื่อโดเมนได้ ทำให้สื่อมีความแตกต่างจากกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์หรือกลุ่มคนที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก ที่ไม่เข้าข่ายยกเว้นจากกฎหมาย PDPA

“ประมวลจริยธรรมแห่งการประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนฯ มีการจัดทำและเผยแพร่ออกมาในปี 2564 หรือ 1 ปีก่อน พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฯ จะมีผลบังคับใช้ ซึ่งนับเป็นเนื้อหาที่มีการรองรับกับกฎหมาย PDPA ได้โดยเฉพาะ จึงกลายเป็นแนวทางให้สื่อมวลชนสามารถนำเสนอข่าวได้โดยไม่เกิดผลกระทบต่อบุคคลอื่น เพราะตามจริยธรรมแล้วทุกการนำเสนอข่าวจากสื่อมวลชนจะต้องมีความครบถ้วน เป็นธรรม รวมถึงต้องมีมาตรการจัดการที่เป็นธรรมกับเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล นั่นคือหากมีบุคคลได้รับผลกระทบจากการนำเสนอข่าว คน ๆ นั้นจะสามารถแจ้งต่อสื่อมวลชนเพื่อลบข้อมูลที่ไม่ต้องการเผยแพร่ได้ ทั้งนี้ ตัวสื่อมวลชนเองก็ต้องมีการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล (Data Security) เพื่อป้องกันการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล (Personal Data Breach) รวมถึงเพื่อป้องกันการเกิดช่องโหว่ปล่อยให้มีคนนำข้อมูลส่วนบุคคลของผู้อื่นไปใช้ได้”

ทั้งนี้ นายไพบูลย์ ยังได้เสริมเพิ่มเติมว่า สิ่งที่กฎหมาย PDPA ให้การยกเว้นในกิจการสื่อมวลชน ยังรวมถึงงานศิลปกรรมหรือวรรณกรรมอันเป็นไปตามจริยธรรมแห่งการประกอบวิชาชีพหรือเป็นประโยชน์สาธารณะเท่านั้น แปลว่าภาพถ่ายประกอบการนำเสนอข่าวจึงไม่เป็นการละเมิด PDPA ยกเว้นว่าภาพถ่ายนั้นไม่ได้สร้างประโยชน์ต่อสาธารณะ สร้างผลกระทบกับบุคคลอื่น ถูกนำไปใช้ทางการตลาดหรือแสวงหาผลกำไร จึงจะนับว่าภาพถ่ายนั้นละเมิดต่อกฎหมาย PDPA หรือในกรณีที่นำเสนอข่าวโดยใช้ภาพถ่ายหรือวิดีโอจากบุคคลอื่น สื่อมวลชนต้องระมัดระวังเรื่องการปกปิดตัวตนบุคคลในภาพและต้องอ้างอิงถึงแหล่งที่มาเนื้อหานั้นด้วย เพื่อป้องกันการฝ่าฝืนหรือละเมิดกฎหมาย PDPA รวมถึงกฎหมายหมิ่นประมาทและ กฎหมายว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ไปในตัว

 สามารถติดตามข่าวสารเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและดูแลข้อมูลส่วนบุคคลได้ทาง Facebook : PDPC Thailand  หรือโทร. 0 2142 1033, 0 2141 6993.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

พบร่างน้องโชค วัย 9 ขวบ จมทะเลหัวหินนาน 6 วัน โผล่ทะเลเพชรบุรี

พบร่างน้องโชค วัย 9 ขวบ จมทะเลหัวหินนาน 6 วัน โผล่ทะเลเพชรบุรี

จากกรณีที่ “น้องโชค” ด.ช.จิรพัส สุขสมัย อายุ 9 ปี เดินทางมาพร้อมกับครอบครัวจากสมุทรสาคร มาท่องเที่ยวที่หัวหิน จ.ประจวบฯ เมื่อวันที่ 1 สิงหาคมที่ผ่านมา จากนั้นพากันไปเล่นน้ำทะเลที่บริเวณชายหาดสวนสนประดิพัทธิ์ ท่ามกลางอากาศคลื่นลมแรงก่อนพลัดจมหายไป หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่นับร้อยนายจากหลายมูลนิธิ ระดมค้นหาทั้งในน้ำ ภาคพื้นดิน และใช้โดรนบินตรวจหาทั้งวันทั้งคืน แต่ไม่พบตัว ต่อมาเวลา 12.13 น. วันที่ 6 สิงหาคม 2566 ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) ประจวบฯ ได้รับแจ้งจากเรือประมงโชคอัจฉราพร 1 ว่าพบศพคนลอยอยู่ในทะเลห่างจากชายฝั่ง อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี ประมาณ 40 กิโลเมตร หรือ 21.5 ไมล์ทะเล โดยใช้อวนวางล้อมและเฝ้าศพไว้กันน้ำพัดห่างไปอีก จึงประสานกรมประมงนำเรือตรวจประมงทะเล 227 พร้อมทีมกู้ภัยมูลนิธิสว่างสรรเพชญธรรมสถาน ออกไปรับร่างผู้เสียชีวิต แต่เนื่องจากระยะทางไกล ใช้เวลานานหลายชั่วโมงกว่าจะนำศพกลับขึ้นฝั่งได้ที่บริเวณท่าเรือวัดอุตมิงคาวาส อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี ในเวลา 22.00 น. วันเดียวกัน พร้อมแจ้งพนักงานสอบสวน แพทย์เวร เข้าตรวจสอบพบศพอยู่ในสภาพขึ้นอืดมาหลายวัน สวมเสื้อผ้าลักษณะตรงกับน้องโชคใส่วันที่เกิดเหตุ ก่อนนำศพส่ง รพ.พระจอมเกล้า เพชรบุรี เพื่อทำการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล ท่ามกลางความโศกเศร้าของครอบครัว ก่อนมอบศพให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลต่อไป

ด้านนายธนวัฒน์ เรืองเดช ผู้ช่วย ปภ.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่าในช่วงที่คลื่นลมทะเลอ่าวไทยมีกำลังแรง จังหวัดจะมีหนังสือแจ้งเตือนอำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้เฝ้าระวังแจ้งเตือนประชาชนและนักท่องเที่ยวระมัดระวังการลงเล่นน้ำทะเล มีการปักธงแดงเป็นสัญลักษณ์ ห้ามการลงเล่นน้ำทะเลโดยเด็ดขาดในช่วงที่คลื่นลมแรง ซึ่งที่ผ่านมาอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจากการจมน้ำส่วนใหญ่เป็นคนนอกพื้นที่ ยอมรับว่าการที่จะดูแลความปลอดภัยให้ทั่วถึงตลอดเวลานั้น ภาครัฐมีเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอ แต่เรื่องนี้ทางจังหวัดไม่ได้นิ่งนอนใจ พยายามจะหามาตรการเพิ่มเติมเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะเช่นนี้ขึ้นอีก.

ข่าวแนะนำ