Categories
ข่าว ทั้งหมด

หว้ากอพาเด็กสู่โลกกว้างอวกาศ จุดเริ่มต้นดาราศาสตร์ไทย

หว้ากอพาเด็กสู่โลกกว้างอวกาศ จุดเริ่มต้นดาราศาสตร์ไทย

วันที่ 21 สิงหาคม 2566 นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานเปิดการสัมมนาเชิงวิชาการด้านวิทยาศาสตร์ ดาราศาสตร์และเทคโนโลยี ภายใต้หัวข้อ “จากจุดเริ่มต้นของดาราศาสตร์ไทย สู่โลกใบใหม่แห่งอนาคต” ที่ห้องสามอ่าวแกรนด์บอลรูม โรงแรมประจวบแกรนด์ อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีนางวนิดา พิมอุบล รองผู้อำนวยการ รักษาการผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ จังหวัดประจวบฯ กล่าวรายงาน มีคณะครู อาจารย์ นักเรียน นักศึกษา และประชาชนที่สนใจจำนวน 350 คนเข้าร่วมกิจกรรม

นอกจากนี้นายวรพล ไม้สน รองเลขาธิการสมาคมดาราศาสตร์ไทย น.ส.ปราณปริยา วงศ์ษา ผ๔้อำนวยการสำนักนักงานเครือข่ายองค์ความรู้ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ และนายปริทัศน์ เทียนทอง จากสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ เป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้แก่เข้าร่วมสัมมนา

อุทยานวิทยาศาสตร์ พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ ร่วมกับ สมาคมดาราศาสตร์ไทยสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) : GISTDA และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จัดกิจกรรมนี้เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติในพระอัจฉริยภาพพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในด้านความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ ดาราศาสตร์และอวกาศในประเทศไทย เป็นการเปิดโอกาสให้นักเรียน นักศึกษา และประชาชนที่สนใจได้ทราบถึงความก้าวหน้าด้านดาราศาสตร์ และอวกาศ จากองค์กรด้านดาราศาสตร์ต่างๆ ที่นำมาใช้ในการพัฒนาประเทศ.

เอกภพ วงษ์ประเสริฐ….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ประจวบฯ เพิ่มพื้นที่สีเขียว “ป่าครอบครัว” ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศบ้านวลัย

ประจวบฯ เพิ่มพื้นที่สีเขียว “ป่าครอบครัว” ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศบ้านวลัย

วันที่ 22 สิงหาคม 2566 นายองครักษ์ ทองนิรมล รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เพิ่มพื้นที่สีเขียวในชุมชน ภายใต้โครงการส่งเสริมการยกระดับการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กิจกรรมย่อย ป่าครอบครัว สืบสานปณิธานพ่อ สานต่อเศรษฐกิจพอเพียง ที่ลานริมอ่างเก็บน้ำห้วยไทรงาม ต.หนองพลับ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ มีหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำชุมชน ผู้นำท้องถิ่น สถานศึกษา และประชาชนในพื้นที่ร่วมกิจกรรม เพื่อประชาสัมพันธ์ศูนย์เรียนรู้ป่าครอบครัว ป่าชุมชนบ้านวลัยซึ่งเป็นศูนย์เรียนรู้ป่าครอบครัว 1 ใน 18 แห่งของจังหวัดประจวบฯ รวมทั้งส่งเสริมสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เผยแพร่องค์ความรู้ในการจัดการป่าในระดับครอบครัวและระดับชุมชน โอกาสนี้รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ ได้มอบกล้าไม้ประจำถิ่น และกล้าไม้ป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง จำนวน 9,500 กล้าให้แก่ชุมชน พร้อมร่วมปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียว และเยี่ยมชมพื้นที่แสดงและจำหน่วยสินค้าและบริการจากเครือข่ายป่าชุมชน เครือข่ายป่าครอบครัว เครือข่าย ทสม. โดยในท้องที่อำเภอหัวหิน มีป่าชุมชน จำนวน 4 แห่ง คือ ป่าชุมชนบ้านหนองเหียง ป่าชุมชนบ้านดอนเสือหมอบ ป่าชุมชนบ้านมะค่าสี่ซอง และป่าชุมชนบ้านวลัย

นายองครักษ์ ทองนิรมล กล่าวว่าจังหวัดประจวบฯ มีพื้นที่ 4,008,477.58 ไร่ ในอดีตมีพื้นที่ป่าอนุรักษ์ คิดเป็นพื้นที่ป่าร้อยละ 42.62 ของพื้นที่จังหวัด แต่ในปี 2565 พบว่าจังหวัดมีพื้นที่ป่าอนุรักษ์ลดลง เหลือร้อยละ 38.76 ของพื้นที่ ในการนี้จังหวัดต้องการขับเคลื่อนตามนโยบายการเพิ่มพื้นที่ป่าให้ได้ร้อยละ 40 ของพื้นที่จังหวัด ด้วยแนวทางเพิ่มพื้นที่ป่านอกเขตป่าอนุรักษ์ ทั้งนี้จากการเก็บสถิติการปลูกต้นไม้โครงการรวมใจไทย ปลูกต้นไม้ เพื่อแผ่นดิน (forest.go.th) ณ วันที่ 17 สิงหาคม 2566 พบว่าจังหวัดประจวบฯ เป็นจังหวัดที่มีการปลูกต้นไม้มากที่สุดลำดับที่ 41 ของประเทศ มีจำนวนผู้ลงทะเบียนปลูกจำนวน 3,472 คน จำนวน 981,067 ต้น ดังนั้นการจัดกิจกรรมในวันนี้จึงเป็นการสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนให้เห็นถึงความสำคัญของการจัดการป่าชุมชนและการจัดการป่าในระดับครอบครัว เป็นการปลูกต้นไม้ในใจคน ด้วยแนวคิดการปลูกป่านอกป่า หรือการยกป่ามาไว้ในบ้าน หรือที่เรียกว่า “ป่าครอบครัว” ซึ่งเป็นนวัตกรรมทางสังคมเพื่อชีวิตและความหลากหลายทางชีวภาพ เป็นเรื่องใหม่ที่อยู่บนฐานคิดที่ว่า “ครอบครัวเป็นหน่วยที่เล็กที่สุดของสังคม และมีบทบาทสำคัญที่สุดต่อการเปลี่ยนแปลงต่อเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม” และขอเชิญชวนประชาชนร่วมสร้างป่าครอบครัว ลงทะเบียนบันทึกการปลูกต้นไม้ในโครงการรวมใจไทย ปลูกต้นไม้ให้แผ่นดิน ผ่านทางเว็บไซต์ plant.forest.go.th เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการปลูกต้นไม้ จำนวน 4,810,173 ต้น ตามนโยบายการเพิ่มพื้นที่ป่าให้ได้ร้อยละ 40 ของพื้นที่จังหวัดต่อไป ซึ่งสามารถขอรับกล้าไม้ได้จากสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ทีมสัตวแพทย์ ตรวจพบหัวกระสุนปืนลูกซองในซากช้างป่ากุยบุรี

ทีมสัตวแพทย์ ตรวจพบหัวกระสุนปืนลูกซองในซากช้างป่ากุยบุรี

วันที่ 21 สิงหาคม 2566 น.ส.สุพร พลพันธ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี พร้อมด้วยทีมสัตวแพทย์จากกรมอุทยานฯ พ.ต.ท.พิชิต แสงศิริสุทธิสาร หัวหน้าพนักงานสอบสวน พร้อมกำลังชุดสืบสวนและสอบสวน สภ.ปราณบุรี ร่วมกับฝ่ายปกครองอำเภอปราณบุรี ทหารชุด ศร.พัน 2 ค่ายธนะรัชต์ ทหารชุดเฉพาะกิจจงอางศึก และชุดสายตรวจกรมป่าไม้ ร่วมกันเข้าพิสูจน์ซากช้างป่ากุยบุรี ที่มีชาวบ้านพบที่บริเวณหุบตะเคียนยักษ์ หมู่ 5บ้านท่ากระทุ่น ต.เขาจ้าว อ.ปราณบุรี จ.ประจวบฯ ตามที่เป็นข่าวมาแล้วนั้น

โดยช้างตัวดังกล่าวเป็นช้างสีดอ เพศผู้ ตรวจสอบเบื้องต้นอายุอยู่ระหว่าง 7 – 10 ปี น้ำหนักประมาณ 1,500 กิโลกรัม นอนเสียชีวิตมาไม่ต่ำกว่า 5 วัน ซึ่งเจ้าหน้าที่อุทยานได้ใช้เครื่องสแกนโลหะ ทำการสแกนทั่วลำตัวช้าง พบว่ามีเสียงดังที่บริเวณหัวช้างและที่สะโพก ทีมสัตวแพทย์จึงทำการผ่าชิ้นเนื้อตรงจุดดังกล่าวที่สงสัยว่าอาจมีโลหะปะปนอยู่ในร่างกายของช้าง ผลการตรวจสอบ พบหัวกระสุนของปืนลูกซอง เบอร์ 12 จำนวน 2 เม็ด ที่บริเวณแก้มซ้าย ส่วนบริเวณจุดอื่นทำการตรวจซากแล้วไม่พบแต่อย่างใด

เบื้องต้น คาดว่าช้างน่าจะถูกยิงจากปืนลูกซองมานานกว่า 1 เดือนแล้ว แต่ยังไม่ตายในทันที กระทั่งเริ่มมีอาการติดเชื้อจนเสียชีวิตลงดังกล่าว ส่วนผู้ลงมือยิงนั้น พนักงานสอบสวนจะสอบสวนหาคนที่ลงมือยิงช้างตัวนี้ต่อไป

ด้านพนักงานสอบสวน เปิดเผยว่าในทางคดีอาจจะต้องมีการร้องขอไปยังฝ่ายปกครอง เพื่อตรวจสอบผู้ที่มีอาวุธปืนไว้ในครอบครอง โดยเฉพาะอาวุธปืนลูกซอง อาจจะต้องตรวจสอบตั้งแต่อำเภอปราณบุรี อ.สามร้อยยอด อ.หัวหิน เพื่อหาหาหลักฐานแล้วดำเนินการสืบสวนหามือยิงช้างต่อไป.

พันธุ์พงษ์ โพธิ์จินดา….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

รองผู้ว่าฯ ประจวบฯ เป็นประธานอุปสมบทหมู่ชาวศรีลังกาฉลองครบรอบ 270 ปี คณะสงฆ์สยามนิกายในศรีลังกา

รองผู้ว่าฯ ประจวบฯ เป็นประธานอุปสมบทหมู่ชาวศรีลังกาฉลองครบรอบ 270 ปี คณะสงฆ์สยามนิกายในศรีลังกา

วันที่ 21 สิงหาคม 2566 นายคมกริช เจริญพัฒนสมบัติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ในพิธีบรรพชาอุปสมบทให้กับชาวพุทธประเทศศรีลังกาที่เข้าร่วมโครงการบรรพชาอุปสมบทหมู่ จำนวน 95 รูป และบวชเนกขัมมจาริณี (ชีพราหมณ์) จำนวน 122 คน เพื่อเป็นการฉลองครบรอบ 270 ปี แห่งการสถาปนาคณะสงฆ์สยามนิกายในศรีลังกา และสมโภชเนื่องในการประดิษฐานหลวงพ่อทวดองค์ใหญ่ พระนามาภิไธยย่อ สก. ครบรอบ 19 ปี ที่วัดห้วยมงคล ต.ทับใต้ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ โดยได้รับเมตตาจากพระครูวิจิตรธรรมวิภัช เจ้าคณะอำเภอหัวหิน เจ้าอาวาสวัดบุษยะบรรพต เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วยพระพิศาลสิทธิคุณ เจ้าอาวาสวัดห้วยมงคล นายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน นางอุษา พวงวลัยสิน นายกกิ่งกาชาดอำเภอหัวหิน นางพิชชาวริน ชนะคุ้ม ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดประจวบฯ พ.ต.อ.ดำรงศักดิ์ ทองงามตระกูล รอง ผบก.ภ.จ.ประจวบฯ หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ และพุทธศาสนิกชนจำนวนมากเข้าร่วมในพิธี

ตามที่สาส์นจากนายรนิล วิกรมสิงหะ ประธานาธิบดีประเทศศรีลังกา ได้ให้ผู้แทนนำไปถวายแด่ท่านพระพิศาลสิทธิคุณ เจ้าอาวาสวัดห้วยมงคล ลงวันที่ 28 มกราคม 2566 ความว่า ประเทศศรีลังกาและประเทศไทยมีความสัมพันธ์อันดีทางด้านพระพุทธศาสนามาเป็นระยะเวลานาน และเมื่อครั้งพระพุทธศาสนาในประเทศศรีลังกาได้เสื่อมถอยลงจนถึงขั้นวิกฤติ พระมหากษัตริย์ของประเทศศรีลังกาสมัยนั้นได้นิมนต์พระสงฆ์สยามไปช่วยฟื้นฟูพระพุทธศาสนา โดยความร่วมมือจากประเทศไทยจึงได้ฟื้นตัวขึ้นมาใหม่ ภายใต้นิกายที่เรียกว่าสยามนิกาย ซึ่งถือว่าเป็นพระพุทธศาสนานิกายสำคัญในศรีลังกา รวมระยะเวลา 270 ปีจนถึงปัจจุบัน เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองในการอันมหามงคลนี้ รัฐบาลประเทศศรีลังกาจึงขอความเมตตาอนุเคราะห์จากท่านพระพิศาลสิทธิคุณ ได้ช่วยเหลือกำกับ ดูแล ดำเนินการจัดพิธีอุปสมบทหมู่ให้กับชาวพุทธประเทศศรีลังกา ตามความเหมาะสม เพื่อเป็นการเดินทางตามรอยพระบาทของพระพุทธองค์และสืบทอดวัฒนธรรมประเพณี ปฏิบัติตนดำรงชีวิตตามหลักพระธรรมวินัยอย่างถูกต้องด้วยสติปัญญา เป็นการดำรงพระพุทธศาสนาให้คงอยู่สถาพร เพื่อประโยชน์สุขแห่งมวลมนุษยชาติ และเป็นการกระชับความสัมพันธ์อันดีทางวัฒนธรรมและศาสนาระหว่างประเทศไทยและประเทศศรีลังกาต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

กระทรวงทรัพยากรฯ ห่วงภัยแล้ง ดึงท้องถิ่นร่วมจัดการน้ำบาดาลตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

กระทรวงทรัพยากรฯ ห่วงภัยแล้ง ดึงท้องถิ่นร่วมจัดการน้ำบาดาลตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

วันที่ 21 สิงหาคม 2566 ดร.ยุทธพล อังกินันทน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เป็นประธานเปิดการฝึกอบรม หลักสูตรเสริมสร้างความรู้ด้านการพัฒนาและการบริหารจัดการน้ำบาดาลสำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประจำปีงบประมาณ 2566 ที่โรงแรมเดอะรีเจ้นท์ ชะอำ บีชรีสอร์ท อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี มีนายชาตรี วชิระเผด็จศึก ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเพชรบุรี นายศุภเวท ทองประยูร ผู้อำนวยการสำนักทรัพยากรน้ำบาดาล เขต 8 หัวหน้าส่วนราชการในสังกัด ทส.จังหวัดเพชรบุรี และผู้เข้ารับการอบรม

ดร.ยุทธพล กล่าวว่านายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีความเป็นห่วงพี่น้องประชาชนที่จะได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง จึงได้มอบแนวนโยบายในการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติ ให้สมดุลและสอดคล้องกับการพัฒนาด้วยแนวทางการส่งเสริมและยกระดับความรู้ ความสามารถในด้านการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติให้กับชุมชน และวันนี้กรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้จัดฝึกอบรมเสริมสร้างความรู้ด้านการพัฒนาและการบริหารจัดการน้ำบาดาลสำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้เข้ารับการฝึกอบรมจะได้เอาความรู้ที่ได้รับนำไปพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ให้สามารถปฏิบัติงานและพัฒนาน้ำบาดาล รวมไปถึงการควบคุมกิจการน้ำบาดาลได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ เป็นไปตามข้อกฎหมาย ทั้งยังเป็นการส่งเสริมการสร้างเครือข่ายและให้ความรู้ภาคประชาชน โดยมีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญของกรมทรัพยากรน้ำบาดาลที่จะได้บรรยายความรู้และประสบการณ์ให้แก่ผู้เข้าร่วมการฝึกอบรม ทั้งนี้เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำบาดาลของประเทศเป็นไปตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอย่างยั่งยืนสืบต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

พบซากป่ากุยบุรี นอนตายอยู่ในป่าพื้นที่ปลอดภัยทางทหาร

พบซากป่ากุยบุรี นอนตายอยู่ในป่าพื้นที่ปลอดภัยทางทหาร

วันที่ 20 สิงหาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรับแจ้งจากเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ชุดลาดตระเวนประจำหน่วยพิทักษ์ ว่ามีชาวบ้านพบซากช้างป่านอนตายอยู่ภายในหุบตะเคียนยักษ์ ในป่าพื้นที่ปลอดภัยทางทหาร หมู่ 5 บ้านท่ากระทุน ต.เขาจ้าว อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ จึงเดินทางไปที่เกิดเหตุ พบเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรีและชุดตรวจบ้านเขาจ้าว และชาวบ้านรออยู่ จึงเข้าไปตรวจสอบซากช้างที่ตายอยู่ในหุบ พร้อมรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบช้างสีดอ ไม่สามารถระบุอายุและน้ำหนักได้ นอนตายในท่าตะแคงซ้ายอยู่ในร่องห้วย สภาพขึ้นอืด มีหนอนและแมลงวันตอม ส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งไปทั่ว เบื้องต้นยังไม่สามารถระบุสาเหตุการตายได้ ต้องรอเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน สัตว์แพทย์ พนักงานสอบสวน สภ.ปราณบุรี มาตรวจสอบอย่างละเอียด คาดว่าตายมาแล้วไม่ต่ำกว่า 5 – 7 วัน

นายไพบูลณ์ สุวรรณวงศ์ อาชีพเลี้ยงวัว เล่าว่า ตนเลี้ยงวัวอยู่ใกล้ๆ ที่เกิดเหตุ ได้กลิ่นเหม็นเน่ามาได้ประมาณ 3 วันแล้ว ตอนแรกคิดว่าน่าจะเป็นพวกกระต่าย หมา มาตายอยู่ใกล้ๆ แต่หลังจากผ่านมาได้ 3 วัน กลิ่นเหม็นเน่าก็ยังไม่หาย กลับเหม็นมากกว่าเดิม จึงตัดสินใจตามกลิ่นเข้าไปดู ก็พบช้างนอนตาย จึงรีบออกมาโทรศัพท์เจ้าหน้าที่ให้มาตรวจสอบ.

สมบัติ ลิมปจีระวงษ์….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ช่างแอร์ประจวบฯ แต่งเพลงอาลัยรำลึกพระเอกในตำนาน สมบัติ เมทะนี ครบรอบจากไป 1 ปี

ช่างแอร์ประจวบฯ แต่งเพลงอาลัยรำลึกพระเอกในตำนาน สมบัติ เมทะนี ครบรอบจากไป 1 ปี

วันที่ 20 สิงหาคม 2566 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบนายมานะ ปูดำ วัย 63 ปี ซึ่งประกอบอาชีพเป็นช่างซ่อมแอร์ ที่บ้านเลขที่ 148 ถนนเกาะหลัก เขตเทศบาลประจวบฯ อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ ภายหลังอัดคลิปร้องเพลงที่ตัวเองแต่งขึ้น เพื่ออาลัยและรำลึกครบรอบ 1 ปีกับการจากไปของสมบัติ เมทินี พระเอกภาพยนตร์ชื่อดังในอดีตแล้วโพสต์ลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว เพื่อให้แฟนคลับที่รักและชื่นชอบในผลงานการแสดงของสมบัติ เมทะนี ได้ร่วมรำลึกไปพร้อมๆ กัน มีเพื่อนในเฟซบุ๊กเข้ามาแสดงความชื่นชมและกดถูกใจ

นายมานะ ปู่ดำ กล่าวว่า สมบัติ เมทะนี เป็นนักแสดงในดวงใจ เพราะสมัยก่อนมีหนังกลางแปลงตามงานวัด แม่พาไปดู จะมีพระเอก นางเอก เช่น สมบัติ เมทะนี, อรัญญา นามวงศ์ เป็นนักแสดง เป็นภาพในใจว่าเป็นนักแสดงที่หล่อเหลา ผมดกย้อยกล้ามใหญ่ แล้วสมบัติ เมทินี เสียชีวิตเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2565 ที่ผ่านมา เมื่อครบ 1 ปีเต็ม เกิดความอาลัยอาวรณ์กับพระเอกดังสมบัติ เมทินี จึงได้แต่งเพลงเล่นๆ เพื่อรำลึกถึงเขา หลังจากนั้นไปจ้างนักดนตรีให้ช่วยทำดนตรีให้ ลุงเป็นแฟนคลับและติดตามการแสดงของสมบัติ เมทินี มาตลอด เพราะในยุคสมัยนั้นจะมีพระเอกดังๆ ไม่กี่คน เช่น มิตร ชัยบัญชา, สมบัติ เมทินี และสุริยา ชินพันธ์ เป็นต้น ในยุคต่อมา ถึงจะมีสรพงศ์ ชาตรี และเสียชีวิตไปแล้วด้วยเช่นกัน

ที่เขียนเพลงไว้เพื่อร้องสนุกๆ และรำลึกถึง โดยใช้ชื่อเพลงว่า สมบัติ เมทะนี หลังจากนั้นนำมาลงในเฟซบุ๊ก บ้าง youtube บ้าง เพื่อให้แฟนคลับด้วยกันได้ชมและร่วมอาลัย บางครั้งก็นำเพลงที่แต่งไปร้องแจมตามเวที และคาราโอเกะออนไลน์ นอกจากนี้ยังมีเพลงที่ตัวเองแต่งไว้อีก 2 เพลง คือ เพลงเจ้าพระยาใจร้าย แต่งไว้เมื่อคราวดาราสาวแตงโมประสบอุบัติเหตุทางน้ำเสียชีวิต อีกเพลงแต่งขึ้นมีเนื้อหากล่าวถึงเกี่ยวกับจังหวัดประจวบฯ บ้านเรา เช่น เขาช่องกระจก ตำนานเขาตาม่องล่าย ชื่อเพลงว่า มนต์ขลังเมืองสามอ่าว.

เอกภพ วงษ์ประเสริฐ….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ยุทธพล มอบเข็มรักษ์ทะเลยิ่งชีพ ให้ผู้อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งในพื้นที่เพชรบุรี – ประจวบฯ

ยุทธพล มอบเข็มรักษ์ทะเลยิ่งชีพ ให้ผู้อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งในพื้นที่เพชรบุรี – ประจวบฯ

วันที่ 20 สิงหาคม 2566 ดร.ยุทธพล อังกินันทน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เป็นประธานมอบเครื่องหมายเชิดชูเกียรติ “รักษ์ทะเลยิ่งชีพ” ให้แก่ผู้ประกอบคุณงามความดี ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ ที่ห้องประชุมวนอุทยานชะอำ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี มีนายอภิชัย เอกวนากุล รองอธิบดี รักษาราชการแทนอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (รรท.อทช.) ร่วมเป็นเกียรติในพิธี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการของทั้งสองจังหวัด และหัวหน้าหน่วยงานในสังกัด ทส. เข้ารับมอบเครื่องหมายเชิดชูเกียรติ “รักษ์ทะเลยิ่งชีพ” จำนวน 80 คน อาทิ นายสมศักดิ์ แย้มพันธุ์นุ้ย นายอำเภอชะอำ นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน นายอติชาติ ชัยศรี นางไพลิน กองพันธ์ น.ส.บุษบา โชคสุชาติ รองนายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน เป็นต้น

ดร.ยุทธพล กล่าวว่า เครื่องหมายเชิดชูเกียรติ “รักษ์ทะเลยิ่งชีพ” เป็นสัญลักษณ์ที่มอบให้แก่ผู้ประกอบคุณงามความดีในด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และผู้ปฏิบัติหน้าที่ หรือผู้ให้ความช่วยเหลือด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ซึ่งตนในฐานะของผู้แทนกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขอแสดงความยินดีกับผู้ได้รับเครื่องหมายเชิดชูเกียรติฯ และขอขอบคุณที่ทุกท่านไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ที่ได้เสียสละเวลาอันมีค่าเข้ามาช่วยเหลือและให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ถือเป็นผู้มีคุณูปการในการช่วยเหลือ ส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงาน และเป็นส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซี่งทุกท่านเป็นบุคคลที่ทรงคุณค่าอันเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อประเทศชาติ.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

วัดห้วยมงคลจัดอุปสมบทหมู่ชาวศรีลังกา 95 รูป ครบรอบ 270 ปี คณะสงฆ์สยามนิกายในศรีลังกา

วัดห้วยมงคลจัดอุปสมบทหมู่ชาวศรีลังกา 95 รูป ครบรอบ 270 ปี คณะสงฆ์สยามนิกายในศรีลังกา

วันที่ 20 สิงหาคม 2566 พระพิศาลสิทธิคุณ หรือท่านเจ้าคุณไพโรจน์ ปภัสสโร เจ้าอาวาสวัดห้วยมงคล เป็นประธานในพิธีปลงผมนาคให้กับชาวพุทธประเทศศรีลังกา ที่เข้าร่วมโครงการบรรพชาอุปสมบทหมู่ จำนวน 95 รูป และบวชเนกขัมมจาริณี (ชีพราหมณ์) จำนวน 117 คน ที่วัดห้วยมงคล ต.ทับใต้ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ เพื่อเป็นการฉลองครบรอบ 270 ปี แห่งการสถาปนาคณะสงฆ์สยามนิกายในศรีลังกา และสมโภชเนื่องในการประดิษฐานหลวงพ่อทวดองค์ใหญ่ พระนามาภิไธยย่อ สก ครบรอบ 19 ปี และเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 91 พรรษา 12 สิงหาคม 2566 มีพลตรี อาวุธ พุทธอำนวย ผู้บัญชาการศูนย์การทหารราบ ค่ายธนะรัชต์, นายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน, นางอุษา พวงวลัยสิน นายกกิ่งกาชาดหัวหิน, พ.ต.อ.ดำรงศักดิ์ ทองงามตระกูล รอง ผบก.ภ.จ.ประจวบฯ, นายจีรวัฒน์ พราหมณี ปลัดเทศบาลเมืองหัวหิน และพุทธศาสนิกชนจำนวนมากร่วมในพิธี

จากนั้นเวลา 13.00 น. นาคชาวพุทธประเทศศรีลังกาที่เข้าร่วมโครงการบรรพชาอุปสมบทหมู่ จำนวน 95 รูป และบวชเนกขัมมจาริณี (ชีพราหมณ์) จำนวน 117 คน ร่วมแห่รอบเมืองหัวหิน ก่อนเข้าพิธีบรรพชาเป็นสามเณรและบวชเนกขัมมจาริณี มี พระครูวิจิตรธรรมวิภัช เจ้าคณะอำเภอหัวหิน เจ้าอาวาสวัดบุษยบรรพต เป็นประธานในช่วงเย็นวันเดียวกัน โดยมีระยะเวลาการบวชรวม 10 วัน

ตามที่สาส์นจากนายรนิล วิกรมสิงหะ ประธานาธิบดีประเทศศรีลังกา ได้ให้ผู้แทนนำไปถวายแด่ท่านพระพิศาลสิทธิคุณ เจ้าอาวาสวัดห้วยมงคล ลงวันที่ 28 มกราคม 2566 ความว่า ประเทศศรีลังกาและประเทศไทยมีความสัมพันธ์อันดีทางด้านพระพุทธศาสนามาเป็นระยะเวลานาน และเมื่อครั้งพระพุทธศาสนาในประเทศศรีลังกาได้เสื่อมถอยลงมาจนถึงขั้นวิกฤติ พระมหากษัตริย์ของประเทศศรีลังกาสมัยนั้น ได้นิมนต์พระสงฆ์สยามไปช่วยฟื้นฟูพระพุทธศาสนา โดยความร่วมมือจากประเทศไทย จึงได้ฟื้นตัวขึ้นมาใหม่ ภายใต้นิกายที่เรียกว่าสยามนิกาย ซึ่งถือว่าเป็นพระพุทธศาสนานิกายสำคัญในศรีลังกา รวมระยะเวลา 270 ปีจนถึงปัจจุบัน เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองในการอันมหามงคลนี้ รัฐบาลประเทศศรีลังกาจึงขอความเมตตาอนุเคราะห์จากท่านพระพิศาลสิทธิคุณ ได้ช่วยเหลือกำกับ ดูแล ดำเนินการจัดพิธีอุปสมบทหมู่ให้กับชาวพุทธประเทศศรีลังกาตามความเหมาะสม เพื่อเป็นการเดินทางตามรอยพระบาทของพระพุทธองค์และสืบทอดวัฒนธรรมประเพณี ปฏิบัติตนดำรงชีวิตตามหลักพระธรรมวินัยอย่างถูกต้อง ด้วยสติปัญญา เป็นการดำรงพระพุทธศาสนาให้คงอยู่สถาพรเพื่อประโยชน์สุขแห่งมวลมนุษยชาติ และเป็นการกระชับความสัมพันธ์อันดีทางวัฒนธรรมและศาสนาระหว่างประเทศไทยและประเทศศรีลังกาต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

บลูพอร์ต เปิดคอร์สสอนเทคนิคแต่งหน้าให้สาวๆ จากอาจารย์ชื่อดังระดับประเทศ

บลูพอร์ต เปิดคอร์สสอนเทคนิคแต่งหน้าให้สาวๆ จากอาจารย์ชื่อดังระดับประเทศ

วันที่ 19 สิงหาคม 2566 ศูนย์การค้าบลูพอร์ตหัวหิน จ.ประจวบฯ จัดกิจกรรมเวิร์คช้อป สอนการแต่งหน้าจาก BSC ให้กับบรรดาสาวๆ ที่เข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 22 คน มี Creative Make Up Artist BSC Cosmetology อาจารย์สอนแต่งหน้า เบื้องหลังกองประกวดดังระดับประเทศ มาสอนเทคนิคการแต่งหน้าในแบบฉบับคนดัง ซึ่งเป็นกิจกรรมที่บลูพอร์ต และ BSC ชวนทุกคนมาร่วมกันเก็บเทคนิคการแต่งหน้า ดึงความงามในแบบฉบับของตัวเองและเรียนรู้วิธีการแต่งหน้าในแบบต่างๆ รวมถึงการแต่งหน้าแบบเน้นงานโชว์ผิวสุขภาพดี ภายในงาน BSC ได้ขนอุปกรณ์แต่งหน้า รวมถึงเครื่องสำอางมาแบบครบเซ็ตให้กับผู้ที่มาเข้าคลาสครั้งนี้ได้เต็มที่กับการแต่งแต้มสีสันบนใบหน้า นอกจากนี้ยังมีกิ้ฟเซ็ทจากเครื่องสำอาง BSC ที่นำมามอบให้กับผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมทุกๆ ท่านอีกด้วย สร้างความมั่นใจและเติมเต็มความงดงามตามแบบฉบับของผู้หญิง ส่งท้ายเทศกาลวันแม่และเดือนของผู้หญิงในปีนี้

ทั้งนี้ บลูพอร์ต พร้อมเป็นจุดหมายแห่งการเฉลิมฉลองความสุขของผู้คนในทุกเทศกาล โดยมอบประสบการณ์ความสุขและความประทับใจในทุกช่วงเวลาผ่านพื้นที่ภายในบลูพอร์ต หัวหิน โดยเดือนสิงหาคมปีนี้ บลูพอร์ตจัดแคมเปญขึ้นภายใต้ชื่อ “ Elegance of Thai Women” เพื่อดึงความสง่างามอันเป็นเอกลักษณ์ของหญิงไทยให้ประจักษ์สู่สายตาคนทั่วโลก ผ่านนิทรรศการและกิจกรรมต่างๆ พร้อมทั้งโปรโมชั่นสุดคุ้มและสิทธิพิเศษเอาใจคุณแม่และครอบครัวตลอดทั้งเดือน

สำหรับกิจกรรมส่งท้ายกับแคมเปญ“ Elegance of Thai Women” ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 27 สิงหาคมนี้ พลาดไม่ได้กับกิจกรรมจาก You Hunt We Cook โดยเชฟมากฝีมือจากกูรเม่ต์ ที่จะมารังสรรค์เมนูสุดพิเศษให้ทุกท่านได้มีช่วงเวลาอันแสนพิเศษกับครอบครัว สิทธิพิเศษสำหรับคู่แม่ลูกที่เป็น TOP SPENDER 5 ท่านแรก !! รับสิทธิ์ทานอาหารฟรีร่วมกับครอบครัวคนดัง “ลิเดีย – แมทธิว” ซึ่งจะจัดขึ้นที่กูรเม่ต์ ชั้น G บลูพอร์ตหัวหิน เวลา 11.00 – 16.00 น. ท่านที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดได้ที่หน้าเพจเฟซบุ๊ก Blúport Huahin.