Categories
ข่าว ทั้งหมด

บิ๊กราญ ลุยหัวหิน เปิดยุทธการทลายเครือข่ายนอมินีต่างด้าว เฟส 6 รวม 489 บริษัท มูลค่ากว่า 300 ล้านบาท

บิ๊กราญ ลุยหัวหิน เปิดยุทธการทลายเครือข่ายนอมินีต่างด้าว เฟส 6 รวม 489 บริษัท มูลค่ากว่า 300 ล้านบาท

จากนโยบายเร่งด่วนของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ในการปราบปรามกลุ่มคนต่างด้าวที่ลักลอบเข้ามาในราชอาณาจักรและกระทำผิดกฎหมายอย่างเด็ดขาด โดยเฉพาะการดำเนินธุรกิจผิดกฎหมาย การใช้คนไทยเป็นนอมินีถือครองที่ดิน เพื่อเร่งฟื้นฟูภาพลักษณ์ด้านความโปร่งใส ควบคู่ไปกับการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชน โดยในห้วงที่ผ่านมาสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ดำเนินการปราบปรามและดำเนินคดีกับคดีคนต่างด้าวที่กระทำผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง โดยมีการดำเนินงานแบ่งเป็น 5 เฟส ครอบคลุมพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญทั่วประเทศ จำนวน 6 จังหวัดได้แก่ สุราษฎร์ธานี, พังงา, ภูเก็ต, กระบี่, ชลบุรี และล่าสุดเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคมที่ผ่านมา ได้ปฏิบัติการในพื้นที่สำคัญ คือเชียงใหม่ พบว่าคนต่างด้าว จัดตั้งนิติบุคลเพื่อครอบครองที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง รวมเป้าหมายที่เจ้าหน้าที่ได้ตรวจค้นที่ดินและสิ่งปลูกสร้างทั้ง 5 เฟส จำนวน 233 แปลง พื้นที่รวม 160 ไร่ 3 งาน 43.3 ตร.วา รวมมูลค่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างประมาณ 2,539 ล้านบาท ศาลอนุมัติหมายจับ 133 หมายจับ ผู้ต้องหาตามหมายจับทั้งหมด 122 คน และสามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้รวม 74 คน แบ่งเป็นคนไทย 24 คน เป็นคนต่างด้าว 50 คน ศาลมีคำพิพากษาลงโทษแล้ว 20 คดี โดยศาลพิพากษาลงโทษจำคุกคนละ 1 ปี 3 เดือน ปรับ 15,000 บาท และให้จัดการจำหน่ายที่ดินซึ่งได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือได้มาโดยไม่ได้รับอนุญาตภายในระยะเวลาที่อธิบดีกรมที่ดินกำหนด ซึ่งไม่น้อยกว่า 180 วัน แต่ไม่เกิน 1 ปี หากไม่จำหน่ายที่ดินภายในเวลาที่กำหนดให้อธิบดีกรมที่ดินมีอำนาจจำหน่ายที่ดินนั้นๆ ได้

เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร.ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย (ศปชก.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร., พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ.7, พล.ต.ชมชวิณ ปุระธนานนท์ รอง ผบช. ภ.7, พล.ต.กานต์ ธรรมเกษม ผบก.สส.ก.7, พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.3, พล.ต.ต.อาทร ชิ้นทอง ผบก.ภ.จ.ประจวบฯ, นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ, หม่อมหลวง ภู่ทอง ทองใหญ่ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า, นายอนันต์ ฉวีกุลมหันต์ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดประจวบฯ พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่จากหน่วยต่างๆ เปิดปฏิบัติการ “ทลายเครือข่ายนอมินีต่างด้าว เฟส 6” ในพื้นที่อำเภอหัวหิน จ.ประจวบฯ เพื่อปกป้องระบบเศรษฐกิจและการแข่งขันทางการค้าของประเทศจากลุ่มทุมทุนต่างชาติที่อาศัยช่องโหว่ทางกฎหมายเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ ภายใต้การดำเนินงานสืบสวนเชิงลึกตามแนวทางเกาะพะงันโมเดล โดยปฏิบัติการในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้บูรณาการสืบสวนขยายผลร่วมกับฝ่ายปกครองจังหวัดประจวบฯ, กรมพัฒนาธุรกิจการค้า, กรมที่ดิน และกรมสรรพากร ทำการวิเคราะห์ฐานข้อมูลบริษัทจดทะเบียนในจังหวดประจวบฯ ซึ่งมีทั้งสิ้น 3,808 บริษัท ในจำนวนนี้เป็นนิติบุคคลที่มีผู้ถือหุ้นเป็นคนคนต่างด้าว จำนวน 1,568 บริษัท และจากการตรวจสอบของกรมพัฒนาธุรกิจกิจการค้า พบนิติบุคคลที่อาจมีลักษณะเข้าข่ายใช้คนไทยถือหุ้นแทนบุคคลต่างด้าว หรือที่เรียกว่า “นอมินี” จำนวน 489 บริษัท และในจำนวนนี้เป็นนิติบุคคลที่ไม่มีการประกอบธุรกิจ เพียงแต่ตั้งขึ้นมาเพื่อทำนิติกรรมอำพรางการครอบครองที่ดิน จำนวน 33 บริษัท ครองที่ดินและสิ่งปลูกสร้างรวม 39 แปลง เนื้อที่ 24 ไร่ 3 งาน 42.80 ตร.วา มูลค่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างรวมประมาณ 300 ล้านบาท นำไปสู่การร้องทุกข์ดำเนินคดี 33 คดี ผู้ต้องหา 77 คน เป็นคนไทย 32 คน และบุคคลต่างด้าว 45 คน พนักงานสอบสวนได้ยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดหัวหิน ขอออกหมายค้น จำนวน 45 หมาย และหมายจับผู้ต้องหา จำนวน 45 หมาย ซึ่งครอบคลุมผู้กระทำความผิดหลายสัญชาติประกอบด้วยสัญชาติจีน 17 คน, ฝรั่งเศส 6 คน, เนเธอร์แลนด์ 4 คน, อังกฤษ ไอริช ออสเตรเลีย สัญชาติละ 3 คน, อิตาลี เยอรมัน สวิตเซอร์แลนด์ สัญชาติละ 2 คน, ออสเตรีย ฟิลิปปินส์ อเมริกา สัญชาติละ 1 คน โดยผลการปฏิบัติในวันนี้เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้จำนวน 14 คน

สำหรับปฏิบัติการสำคัญในครั้งนี้ คือการตรวจค้นจับกุม โครงการ “เอ หัวหิน” ซึ่งเป็นโครงการบ้านเดี่ยวและพูลล่า สไตล์โมเดิร์น ตั้งอยู่ที่ ต.ทับใต้ อ.หัวหิน ราคาหลังละประมาณ 10 – 20 ล้านบาท ตรวจสอบเชิงลึกพบว่ามีนิติบุคคลใช้นอมินีคนไทยถือหุ้นแทน เพื่อครอบครองอสังหาริมทรัพย์ในหมู่บ้านดังกล่าว จำนวน 6 บริษัท ดังนี้ 1.โครงการ เอ หัวหิน เฟส 1 พบจำนวน 4 บริษัท ได้แก่ บริษัท อินเตอร์ฯ, บริษัท บลูฯ, บริษัท โครฯ และบริษัท ฮัมมิ่งฯ และ 2.โครงการ เอ หัวหิน เฟส 2 พบจำนวน 2 บริษัท ได้แก่ บริษัท แอลฯ, บริษัท คริสฯ จากการสอบสวนบุคคลต่างด้าว ให้การว่าต้องการครอบครองอสังหาริมทรัพย์และได้รับคำแนะนำจากบริษัททนายความและบริษัทบัญชี ให้เปิดบริษัทเพื่อถือครองอสังหาริมทรัพย์ในไทย จึงเชื่อว่าครอบครองอสังหาริมทรัพย์โดยถูกกฎหมาย ซึ่งบริษัทดังกล่าวไม่ได้ประกอบกิจการแต่อย่างใด สอดคล้องกับคนไทยที่มีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัท ให้การว่าเป็นการถือหุ้นแทนบุคคลต่างด้าว ไม่เคยชำระค่าหุ้น ไม่เคยบริหารจัดการบริษัทใดๆ มาก่อน อีกทั้งไม่เคยเห็นเอกสารทางการเงินหรือหลักฐานการถือหุ้นของบริษัท การดำเนินการดังกล่าวก็เพื่อให้คนต่างด้าวสามารถอำพรางการถือกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจค้นสถานที่เป้าหมายเพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน โดยตรวจยึดเอกสารการจดทะเบียนบริษัท เอกสารทางบัญชีคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ และข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมาก เพื่อนำไปตรวจจสอบและขยายผลไปยังเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศต่อไป

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอย้ำว่าว่า เป้าหมายหลักของการปฏิบัติการในครั้งนี้ คือการจัดระเบียบจังหวัดท่องเที่ยวสำคัญ อาทิเช่น จังหวัดสุราษฎร์ธานี, ภูเก็ต, กระบี่, พังงา, ชลบุรี และ ประจวบฯ ให้มีการลงทุนและการท่องเที่ยวที่ถูกต้องตามกฎหมาย ป้องกันการเอารัดเอาเปรียบจากลุ่มทุนทุนต่างชาติ เพื่อให้ประชาชนคนไทยสามารถประกอบอาชีพและมีรายได้อย่างเป็นธรรม โดยบูรณาการความร่วมมือของทุกหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องในการประชาสัมพันธ์และเปิดโอกาสให้คนต่างด้าวสามารถเข้ามาลงทุนและประกอบธุรกิจได้ถูกต้องตามกฎหมาย รวมถึงปัญหาการทุจริตประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่รัฐที่ไม่เพียงสร้างผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ แต่ยังบั่นทอนความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติย้ำจุดยืนดำเนินการเด็ดขาดกับผู้กระทำความผิด และพร้อมร่วมมือกับทุกหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง ปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ เพื่อเสริมสร้างความโปร่งใส่ในการบริหารราชการแผ่นดิน สร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนและภาคธุรกิจ หากพบเห็นพฤติกรรมต้องสงสัยหรือเบาะแสการกระทำผิดกฎหมายของกลุ่มทุนต่างชาติ สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สถานีตำรวจในพื้นที่ หรือสายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ศรัทธาแน่นวัดห้วยมงคล แห่ห่มผ้าหลวงปู่ทวดองค์ใหญ่ ครั้งที่ 13 เติมพลังใจ เสริมพลังชีวิตให้มั่นคง

ศรัทธาแน่นวัดห้วยมงคล แห่ห่มผ้าหลวงปู่ทวดองค์ใหญ่ ครั้งที่ 13 เติมพลังใจ เสริมพลังชีวิตให้มั่นคง

ช่วงค่ำวันที่ 9 สิงหาคม 2569 นายอัครวิชย์ เทพาสิต รองผู้ว่าการด้านบริหาร การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ประธานฝ่ายฆราวาส พระพิศาลสิทธิคุณ หรือท่านเจ้าคุณไพโรจน์ ปภัสโร เจ้าอาวาสวัดห้วยมงคล ประธานฝ่ายสงฆ์ ในพิธีห่มผ้าหลวงปู่ทวดองค์ใหญ่ ครั้งที่ 13 ที่บริเวณลานหลวงพ่อทวดองค์ใหญ่ วัดห้วยมงคล ต.ทับใต้ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ มีนางอภิญญา เอี่ยมอำภา รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ น.ส.วรรณภา เกียรติพงษา ผู้อำนวยการภูมิภาค ภาคกลาง ททท. นายสมชาย กระแจะเจิม ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดประจวบฯ, นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ, นางวาสนา ศรีกาญจนา ที่ปรึกษาสมาคมฯ น.ส.วจี กลมเกลี้ยง กรรมการผู้จัดการ บลูพอร์ตหัวหิน พุทธศาสนิกชน ประชาชน และนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศเดินทางเข้าร่วมงานอย่างเนืองแน่น เพื่อสักการะหลวงปู่ทวดองค์ใหญ่ เสริมสิริมงคลให้กับครอบครัว

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภูมิภาคภาคกลาง ร่วมกับวัดห้วยมงคล จัดงานห่มผ้าหลวงปู่ทวด ครั้งที่ 13 ขึ้นระหว่างวันที่ 8 – 9 สิงหาคม 2569 โดยวันที่ 8 ส.ค. มีพิธีเปิดงานโดยนายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท. เป็นประธาน ภายในงานมีพิธีสวดตัดเคราะห์ต่อชะตาและพิธีประพรมน้ำมนต์ ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนมาร่วมพิธีเพื่อความเป็นสิริมงคลอย่างคับคั่ง นับว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงศรัทธาปักหมุดสำคัญของภาคกลาง

ขณะที่ไฮไลต์สำคัญในวันนี้ เป็นภาพแห่งความศรัทธาอันงดงามในพิธีห่มผ้าหลวงปู่ทวดองค์ใหญ่ โดยคลื่นมหาชนผู้มีจิตศรัทธาร่วมขบวนแห่ผ้าจีวรสีเหลืองส้ม กว้าง 3 เมตร ยาว 399 เมตร เดินเวียนทักษิณาวรรต 3 รอบ ขึ้นห่มหลวงปู่ทวดองค์ใหญ่ ท่ามกลางการประดับตกแต่งด้วยระบบแสง สี เสียง เพิ่มความเข้มขลังตระการตา นอกจากนี้ ประชาชนที่มาร่วมงานยังให้การตอบรับอย่างล้นหลามในการลงทะเบียนรับเหรียญหลวงปู่ทวด พุทธาภิเษกโดยสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (เจ้าคุณธงชัย) วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร รวมถึงร่วมอิ่มบุญอิ่มใจกับโรงทานอาหารและเครื่องดื่มที่เปิดให้บริการตลอดทั้งสองวัน

การจัดงานในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เปิดโอกาสให้พุทธศาสนิกชนได้สืบสานประเพณีอันดีงามและเติมเต็มความสุขทางจิตใจ ตามแนวคิด Feel All The Feelings เท่านั้น แต่ยังช่วยกระตุ้นบรรยากาศการท่องเที่ยวในช่วง Green Season ของจังหวัดประจวบฯ และพื้นที่ใกล้เคียงให้กลับมาคึกคัก มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางไปพักผ่อนริมทะเลหัวหิน ลิ้มลองอาหารท้องถิ่น และแวะเยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ ส่งผลให้เกิดการกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการและชุมชนในพื้นที่อย่างทั่วถึง ททท. เชื่อมั่นว่าความสำเร็จของการจัดงานในครั้งนี้ เป็นก้าวสำคัญในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงศรัทธาอย่างยั่งยืน ที่สามารถเชื่อมโยงมิติแห่งความเชื่อ วัฒนธรรมท้องถิ่น และการท่องเที่ยวเข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว ททท. พร้อมเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของจังหวัดประจวบฯ และภูมิภาคภาคกลางต่อไป.

Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ เปิดศึกลูกหนังเยาวชน “ARENA–LL Football Kids Cup 2026” ชิงเงินรางวัล 1 หมื่นบาท

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ เปิดศึกลูกหนังเยาวชน “ARENA–LL Football Kids Cup 2026” ชิงเงินรางวัล 1 หมื่นบาท

เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2569 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานให้โอวาทและกล่าวเปิดการแข่งขันฟุตบอลเด็ก 7 คน รายการ ARENA–LL Football Kids Cup 2026 มีนายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ คณะกรรมการจัดการแข่งขัน นักกีฬา ครู บุคลากรทางการศึกษา และแขกผู้มีเกียรติให้การต้อนรับ

นายสิทธิชัย กล่าวว่า การแข่งขันครั้งนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือของคณะกรรมการจัดงานและคณะกรรมการประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชนจังหวัดประจวบฯ เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้พัฒนาทักษะด้านกีฬา ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ และเสริมสร้างสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง ขณะเดียวกัน การแข่งขันยังเป็นกิจกรรมที่ช่วยสร้างความสามัคคีและความสัมพันธ์อันดีระหว่างนักเรียน ครู และบุคลากรจากโรงเรียนเอกชนทั่วจังหวัดประจวบฯ ตลอดจนปลูกฝังเยาวชนให้รู้จักการทำงานเป็นทีม มีระเบียบวินัย มีน้ำใจนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย และสามารถนำประสบการณ์จากการแข่งขันไปพัฒนาตนเองในอนาคต

โครงการ ARENA–LL Football Kids Cup 2026 จัดขึ้นเป็นปีที่ 3 โดยได้รับการสนับสนุนจากนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยสนามอารีน่าหัวหิน สปอร์ตคลับ และสวนน้ำวานา นาวา วอเตอร์จังเกิ้ล รวมถึงภาคเอกชน ห้างร้าน โรงแรมและหน่วยงานในท้องถิ่น ที่ร่วมกันสนับสนุนการจัดการแข่งขัน เพื่อสร้างพื้นที่สร้างสรรค์ให้เด็กและเยาวชนได้ใช้กีฬาเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาทักษะ สุขภาพ วินัย และการทำงานร่วมกับผู้อื่น อันเป็นพื้นฐานสำคัญของการเติบโตอย่างมีคุณภาพ

สำหรับการแข่งขันในปีนี้ แบ่งออกเป็น 5 รุ่นอายุ ได้แก่ รุ่นอนุบาล, รุ่นอายุไม่เกิน 9 ปี, รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี, รุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี และรุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี โดยมีโรงเรียนเอกชนจากทั่วจังหวัดประจวบฯ ส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขันกว่า 40 ทีม รวมจำนวนนักกีฬาประมาณ 600 คน ชิงเงินรางวัลและถ้วยรางวัลจากอารีน่าหัวหิน โรงเรียนที่ชนะเลิศจะได้รับถ้วยรางวัล และเงินรางวัล 5,000 บาท รองอันดับ 1 ได้รับถ้วยรางวัล และเงินรางวัล 3,000 บาท รองอันดับ 2 ได้รับถ้วยรางวัล และเงินรางวัล 2,000 บาท และรางวัลดาวซัลโว จำนวน 5 รุ่น ทุกโรงเรียนที่เข้าร่วมการแข่งขันจะได้รับเกียรติบัตรในการเข้าร่วมแข่งขันจากคณะกรรมการประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชนจังหวัดประจวบฯ ซึ่งการแข่งขันในครั้งนี้ สะท้อนถึงความสนใจและการมีส่วนร่วมของสถานศึกษาในการส่งเสริมกิจกรรมกีฬาสำหรับเด็กและเยาวชน.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ เปิดงาน Elegance of Thai Women #4 ยกระดับผ้าไทยสู่ระดับสากล

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ เปิดงาน Elegance of Thai Women #4 ยกระดับผ้าไทยสู่ระดับสากล

วันที่ 8 สิงหาคม 2569 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดงาน Elegance of Thai Women #4 : THREADS OF LEGACY โดยมีนายมนตรี มานิชพงษ์ ปลัดอาวุโสอำเภอหัวหิน, นายอติชาติ ชัยศรี รองนายกเทศมนตรีนครหัวหิน, นายอิษฎา เสาวรส ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานประจวบฯ, นายสมชาย กระแจะเจิม ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดประจวบฯ, นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ, นางวาสนา ศรีกาญจนา ที่ปรึกษาสมาคมฯ, ดร.จิตสิริกร หน่อทิม นายกสมาคมผู้ประกอบการร้านอาหารและแผงลอยแห่งประเทศไทย จ.ประจวบฯ, น.ส.วจี กลมเกลี้ยง กรรมการผู้จัดการ บลูพอร์ตหัวหิน และแขกผู้มีเกียรติให้การต้อนรับที่ชั้น B ศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน

นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน กล่าวว่า ผ้าไทยไม่ได้เป็นเพียงงานหัตถกรรม หากยังเป็น “งานศิลปะที่มีชีวิต” ที่สะท้อนภูมิปัญญา อัตลักษณ์ และความคิดสร้างสรรค์ของคนไทย งานนี้ถือเป็นอีกหนึ่งงานใหญ่ที่จะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่หัวหิน เผยแพร่และประชาสัมพันธ์ในเรื่องอัตลักษณ์ท้องถิ่นของไทย ผ่านความงามอันเป็นเอกลักษณ์ของผ้าไทย ซึ่งถือเป็นกิจกรรมที่จะสร้างซอฟต์พาวเวอร์ให้ต่างชาติได้รู้จักเมืองไทยในมุมต่างๆ อีกทั้งยังเป็นการช่วยผลักดันเมืองหัวหินสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านศิลปวัฒนธรรมอย่างต่อเนื่อง

น.ส.วจี กลมเกลี้ยง กล่าวว่า “การจัดงาน Elegance of Thai Women จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 เพื่อส่งเสริมคุณค่าของผ้าไทยและงานหัตถศิลป์ไทยผ่านการจัดแสดงผลงาน การสร้างบทสนทนาระหว่างศิลปินและนักออกแบบ รวมถึงการเชื่อมโยงภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้ากับแนวคิดร่วมสมัย เพื่อให้ผ้าไทยสามารถก้าวสู่เวทีสร้างสรรค์ในระดับนานาชาติ หวังว่างานครั้งนี้จะเป็นอีกหนึ่งเวทีที่เปิดโอกาสให้ศิลปิน นักออกแบบและช่างฝีมือไทยได้ร่วมถ่ายทอดภูมิปัญญาและต่อยอดผ้าไทยสู่ระดับสากล”

ภายในงานมีการจัดแสดงผ้าไทยและงานคราฟท์จากหลากหลายภูมิภาค รวมถึงผลงานสร้างสรรค์จากศิลปินและช่างฝีมือทั่วประเทศ โดยมีไฮไลต์เป็นการจัดแสดงผลงานผ้าสกลนครที่ได้รับการออกแบบและตีความใหม่โดย Wayn Traub (Director Jacq) ศิลปินและผู้กำกับชาวเบลเยียม เจ้าของผลงาน MINSTERWOOD ร่วมด้วยสองแบรนด์ดังแฟชั่นไทย ได้แก่ CHAYANNA และ KAMONMANEE & BALC ที่มาร่วมถ่ายทอดแนวคิดการออกแบบที่ผสานอัตลักษณ์ไทยเข้ากับความร่วมสมัยพร้อมสะท้อนบทบาทของนักออกแบบไทยในการสร้างคุณค่าและโอกาสใหม่ให้ผ้าไทยในตลาดปัจจุบัน ผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมงาน Elegance of Thai Women #4 ได้ระหว่างวันที่ 8 – 31 สิงหาคม 2569 ที่ศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ชะอำจัดงานมิวสิคเฟสติวัล ขนทัพศิลปินดัง – พลุอลังการ อาหารอร่อย กระตุ้นท่องเที่ยวช่วงกรีนซีซั่น

ชะอำจัดงานมิวสิคเฟสติวัล ขนทัพศิลปินดัง – พลุอลังการ อาหารอร่อย กระตุ้นท่องเที่ยวช่วงกรีนซีซั่น

ช่วงค่ำวันที่ 7 สิงหาคม 2569 ร.ต.ท.ภพชนก ชลานุเคราะห์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เป็นประธานเปิดงาน Cha-am Music Festival 2026 ที่บริเวณจุดชมวิวชายหาดชะอำ จ.เพชรบุรี มีนายภคพัส ส่งวัฒนายุทธ, นายชัยพล ภูต้องลม รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี, นายพลกฤต พวงวลัยสิน ปลัดจังหวัดเพชรบุรี, นายแก้ว คงวงศ์ นายอำเภอชะอำ, นางดวงใจ คุ้มสอาด ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานเพชรบุรี ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด ประชาสัมพันธ์จังหวัด นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันตก และผู้มีเกียรติร่วมพิธี

นายแก้ว คงวงศ์ กล่าวว่า จังหวัดเพชรบุรี ร่วมกับอำเภอชะอำ, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันตก ภาคีเครือข่ายภาครัฐและเอกชน กำหนดจัดงาน Cha-am Music Festival 2026 ระหว่างวันที่ 7 – 9 สิงหาคมนี้ ที่จุดชมวิวชะอำ โดยการนำศักยภาพด้านการท่องเที่ยว วัฒนธรรมและพลังของดนตรีมาสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ผ่านกิจกรรมที่ผสานความบันเทิง วิถีชุมชน และอัตลักษณ์ท้องถิ่นไว้อย่างลงตัว และถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของจังหวัดเพชรบุรีในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และส่งเสริมการท่องเที่ยวผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์ที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวยุคใหม่ ภายใต้แนวคิดการยกระดับชะอำสู่ Experience Tourism Destination หรือเมืองท่องเที่ยวแห่งประสบการณ์ และ Music Tourism Destination หรือจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงดนตรีของประเทศไทย ที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ภาคการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน พร้อมตอกย้ำศักยภาพของจังหวัดเพชรบุรี ในฐานะเมืองท่องเที่ยวคุณภาพที่สามารถผสานธรรมชาติ วัฒนธรรม อาหาร และความบันเทิงเข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว โดยนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสความสนุกระเบิดความมันส์ริมชายหาดชะอำจากการแสดงดนตรีของศิลปินชื่อดังหลากหลายแนว การแสดงดนตรีจากดีเจระดับแนวหน้า รวมถึงการแสดงดนตรีจากศิลปินในพื้นที่ให้เต็มอิ่มทุกๆ ค่ำคืน

นอกจากเวทีดนตรีและการแสดงจากศิลปินชั้นนำแล้ว ในงานยังจัดเต็มด้วยการตกแต่งพื้นที่จัดงานอย่างสวยงาม ทันสมัยและสอดรับกับบรรยากาศชายหาดชะอำ พร้อมจุดถ่ายภาพเช็คอินอย่างเต็มอิ่ม กิจกรรมสร้างสรรค์ โซนไลฟ์สไตล์ที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้มีส่วนร่วมตลอดทั้งงาน และที่พลาดไม่ได้กับโซนอาหารและเครื่องดื่มกว่า 80 ร้านค้า ที่รวบรวมร้านเด็ด ร้านดัง และผู้ประกอบการ รวมถึงสินค้า OTOP สินค้าจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชน สินค้าชุมชนและผู้ประกอบการ SME ในจังหวัดเพชรบุรี ที่นำมาจัดแสดงและจำหน่ายให้ทุกคนได้กิน เที่ยว ช้อป อันเป็นการสร้างรายได้และกระจายเม็ดเงินสู่เศรษฐกิจฐานรากอย่างเป็นรูปธรรม

อีกหนึ่งไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาด คือ การแสดงพลุ Cha-am Music Festival 2026 สุดตระการตาเหนือชายหาดชะอำ ในทุกค่ำคืนของการจัดงานที่จะเติมเต็มประสบการณ์แห่งแสง สี และเสียงอันงดงามเหนือท้องทะเลชะอำ สร้างความประทับใจและช่วงเวลาแห่งความสุขให้แก่นักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศ จึงขอเชิญประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมสัมผัสประสบการณ์แห่งเสียงดนตรี ความสุข และสีสันแห่งการท่องเที่ยวริมทะเล Cha-am Music Festival 2026 เข้าชมฟรีตลอด 3 วันของการจัดงาน.

ข่าวแนะนำ
Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

เริ่มแล้ว เทศกาลกินหมึกแดดเดียว x Mini Balloon Festival 2026 ตระการตา ริมหาดปากน้ำปราณ

เริ่มแล้ว เทศกาลกินหมึกแดดเดียว x Mini Balloon Festival 2026 ตระการตา ริมหาดปากน้ำปราณ

วันที่ 7 สิงหาคม 2569 นายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ พร้อมด้วยนายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เป็นประธานเปิดงาน “เทศกาลกินหมึกแดดเดียวและอาหารทะเล 2026 และ Mini Balloon Festival @ปราณบุรี” ที่ลานสโมสรมหาราช ถนนเลียบหาดปากน้ำปราณ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบฯ มี นายราม สิงหโศภิษฐ์ นายอำเภอปราณบุรี, นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายก อบจ.ประจวบฯ, น.ส.วรรณภา เกียรติพงษา ผู้อำนวยการภูมิภาค ภาคกลาง ททท., นายอิษฏา เสาวรส ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานประจวบฯ, ดร.จิตสิริกร หน่อทิม นายกสมาคมผู้ประกอบการร้านอาหารและแผงลอยแห่งประเทศไทย จ.ประจวบฯ, นายสมชาย กระแจะเจิม ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว จ.ประจวบฯ, นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ, นายนำลาภ อิ่มทั่ว นายก อบต.ปากน้ำปราณ แขกผู้มีเกียรติและนักท่องเที่ยวจำนวนมากร่วมงาน

นายปรีดา สุขใจ กล่าวว่า การจัดงานเทศกาลกินหมึกแดดเดียวและอาหารทะเล 2026 เป็นความร่วมมือกันระหว่าง อบต.ปากน้ำปราณ อบจ.ประจวบฯ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และอีกหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน ผู้ประกอบการโรงแรม รีสอร์ทในพื้นที่ให้การสนับสนุนและจัดต่อเนื่องมาหลายปี โดยไม่ทิ้งเสน่ห์ของงานคือ “หมึกแดดเดียว” ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่าหมึกในพื้นที่ปากน้ำปราณ มีรสชาติหวานจากธรรมชาติ นุ่มและไม่เหนียวเหมือนหมึกทั่วไป โดยเฉพาะในช่วงเดือนสิงหาคมของทุกปี ถือเป็นฤดูกาลของปลาหมึก เพราะได้รับอิทธิพลของน้ำจืดจากแม่น้ำปราณบุรีที่ไหลลงสู่ทะเล จะนำแพลงตอนที่เป็นอาหารหมึกมาสะสมอยู่ในทะเล ทำให้หมึกมีรสชาติดี หมึกที่นี่จึงกลายเป็นอัตลักษณ์ที่โดดเด่นของอำเภอปราณบุรี จนได้ขึ้นชื่อว่า หมึกแดดเดียวปากน้ำปราณอร่อยที่สุดในประเทศไทย พร้อมเชิญนักท่องเที่ยวสัมผัสบรรยากาศสุดฟินริมหาดยามเย็น ชมบอลลูนหลากสีสันสดใส ลอยลมเหนือท้องทะเล เคล้าเสียงคลื่น เสียงดนตรีและกลิ่นหอมของอาหารทะเลสดใหม่ ที่จะทำให้คุณหลงรักปากน้ำปราณ ยิ่งกว่าเดิม

ด้านนายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ กล่าวว่า การจัดงาน Mini Balloon Festival 2026 @ปราณบุรี จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 หลังจากได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากนักท่องเที่ยวในปีที่ผ่านมา ทั้งในด้านจำนวนผู้เข้าร่วมงาน การสร้างการรับรู้ของพื้นที่ และการกระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่น การจัดงานครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่รองของเมืองหลัก เพื่อกระจายรายได้สู่ชุมชนและผู้ประกอบการในท้องถิ่นอย่างทั่วถึง โดยจังหวัดประจวบฯ เป็นจังหวัดท่องเที่ยวหลัก ที่หลายคนนึกถึงหัวหิน แต่ในขณะเดียวกัน ปราณบุรีก็เป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพสูง มีอัตลักษณ์และเสน่ห์ที่แตกต่าง ทั้งชายหาดที่เงียบสงบ ธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ วิถีชุมชนและแหล่งท่องเที่ยวคุณภาพ อาทิ ชุมชนปากน้ำปราณ หาดปราณบุรี วนอุทยานปราณบุรี และอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด ซึ่งตอบโจทย์นักท่องเที่ยวยุคใหม่ ที่มองหาประสบการณ์การท่องเที่ยวที่มีคุณค่าและแตกต่าง ททท. จึงกำหนดจัดกิจกรรมนี้ขึ้นเพื่อสร้างเหตุผลใหม่ในการเดินทาง ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเดินทางมายังปราณบุรีในช่วงกรีนซีซัน เพิ่มการพักค้างและเชื่อมโยงการเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ในพื้นที่ ส่งผลให้เกิดการใช้จ่ายในโรงแรม ร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านค้าชุมชน และธุรกิจท่องเที่ยวต่างๆ ซึ่งจะช่วยกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจฐานราก และยกระดับปราณบุรีให้เป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวคุณภาพ ที่สามารถเดินทางมาได้ตลอดทั้งปี

สำหรับงานดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7 – 9 สิงหาคม 2569 เวลา 16.00 – 21.00 น. ณ ลานมหาราช ปากน้ำปราณ อ.ปราณบุรี โดยกิจกรรมไฮไลท์ได้แก่ การแสดงบอลลูนสีสันสวยงามริมทะเลยามเย็น มากกว่า 15 ลูก พร้อมจุดเช็คอินสุดแจ่มโดนใจ การแข่งขันประกอบอาหารจากเมนูหมึกแดดเดียว พบกับร้านอาหารพื้นถิ่น ฟู้ดทรัคและสินค้าชุมชน กว่า 200 ร้าน สนุกกับฟรีคอนเสิร์ตจากศิลปินดัง วันที่ 7 ส.ค. แว่นใหญ่ & จั๊กกะจี้ วันที่ 8 ส.ค. สยาโม & วงฮอลิเดย์ (บอลลี่เพชรบุรี) วันที่ 9 ส.ค. SERIOUS BACON & PIXEL จึงขอเชิญประชาชนนักท่องเที่ยวร่วมงานดังกล่าวได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ประจวบฯ จัดงานวันคล้ายวันสถาปนาค่ายพระมงกุฎเกล้า ครบรอบ 39 ปี ย้ำภารกิจพิทักษ์แผ่นดิน ดูแลประชาชน

ประจวบฯ จัดงานวันคล้ายวันสถาปนาค่ายพระมงกุฎเกล้า ครบรอบ 39 ปี ย้ำภารกิจพิทักษ์แผ่นดิน ดูแลประชาชน

วันที่ 6 สิงหาคม 2569 พลตำรวจตรี จักรเพชร เพชรพลอยนิล ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 เป็นประธานในพิธีวันคล้ายวันสถาปนาค่ายพระมงกุฎเกล้า ครบรอบ 39 ปี ที่บริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์ ภายในกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 14 จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีนายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ, พ.ต.อ.อัคราวัส สีห์ธนบุญอุบล ผู้กำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 14, นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายก อบจ.ประจวบฯ, พ.ต.อ.ตะวัน ตระการฤกษ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบางสะพาน, พ.ต.อ.หญิง นิลรัตน์ นาคสุวรรณ์ นักวิทยาศาสตร์ (สบ 4) กลุ่มงานพิสูจน์หลักฐานจังหวัดประจวบฯ, พ.ต.อ.เสมอ อยู่สำราญ ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีนครหัวหิน ตลอดจนข้าราชการตำรวจตระเวนชายแดน หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

หลังพิธีถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวด การวางพานพุ่มถวายราชสักการะ และมีการกล่าวถวายราชสดุดี เพื่อแสดงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ อีกทั้งยังเป็นการสร้างขวัญกำลังใจแก่กำลังพลตำรวจตระเวนชายแดนในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติและประชาชน

ค่ายพระมงกุฎเกล้า กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 14 เป็นสถานที่สำคัญของหน่วยตำรวจตระเวนชายแดนในพื้นที่ภาคใต้ตอนบน มีภารกิจหลักในการดูแลความมั่นคงของประเทศ ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม ดูแลพื้นที่ชายแดน รักษาความสงบเรียบร้อย ตลอดจนสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ห่างไกล เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ.2541 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ ทรงประกอบพิธีเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พร้อมทรงเปิดป้ายชื่อค่ายพระมงกุฎเกล้า ภายในกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 14 ดังนั้น กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 14 จึงกำหนดให้วันที่ 6 สิงหาคมของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสถาปนาค่ายพระมงกุฎเกล้า มีพิธีถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์เป็นประจำทุกปี เพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ปลูกฝังอุดมการณ์แห่งความเสียสละ ความจงรักภักดี และความรับผิดชอบต่อหน้าที่ของกำลังพลทุกนาย.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

รองผู้ว่าฯ ประจวบฯ เปิดกิจกรรมจิตอาสาพระราชทานรอบเขตพระราชฐานวังไกลกังวล เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

รองผู้ว่าฯ ประจวบฯ เปิดกิจกรรมจิตอาสาพระราชทานรอบเขตพระราชฐานวังไกลกังวล เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

วันที่ 7 สิงหาคม 2569 นายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดกิจกรรมจิตอาสาพระราชทาน รอบเขตพระราชฐานวังไกลกังวล เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 12 สิงหาคม 2569 ที่ห้องประชุมโรงเรียนวังไกลกังวลในพระบรมราชูปถัมภ์ (ฝั่งประถม) อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ โดยมีคุณหญิงผกาพันธ์ เทหะมาศ ผู้ดูแลสำนักงานวังไกลกังวล น.ส.ไพลิน กองพันธ์ รองนายกเทศมนตรีนครหัวหิน นายจีรวัฒน์ พราหมณี ปลัดเทศบาล หัวหน้าส่วนราชการ จิตอาสาพระราชทาน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมกิจกรรม ประกอบด้วยการเชิญถุงพระราชทานมอบให้กับผู้ป่วยในเขตเทศบาล

จากนั้น รองผู้ว่าราชการจังหวัดพร้อมคณะได้ร่วมชมกิจกรรมจิตอาสาพระราชทานเพื่อให้บริการประชาชน ได้แก่ โรงครัวพระราชทาน บริการทางการแพทย์ ส่วนราชการให้ความรู้เกี่ยวกับหน่วยงานตนเอง อาทิ โครงการจิตอาสาพระราชทาน 904 การแจกจ่ายพันธุ์กล้าไม้ บริการซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า บริการตัดผม เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องรถจักรยานยนต์ การแสดงละเล่นพื้นบ้านจากนักเรียนโรงเรียนวังไกลกังวล ในพระบรมราชูปถัมภ์ และการแสดงนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ

ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้จัดทำโครงการจิตอาสาพระราชทาน “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” ขึ้น เพื่อส่งเสริมให้ข้าราชการและประชาชนมีจิตสำนึกสาธารณะ รักบ้านเมือง รู้รักสามัคคี ร่วมกันบำเพ็ญสาธารณประโยชน์เพื่อสังคม บรรเทาความเดือดร้อนและแก้ไขปัญหาให้แก่เพื่อนร่วมชาติ ตลอดจนเพื่อให้ประเทศชาติมีความมั่นคงอย่างยั่งยืน.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ประจวบฯ จับงานคู่ธุรกิจดันผู้ประกอบการท้องถิ่นสู่ตลาดโลก

ประจวบฯ จับงานคู่ธุรกิจดันผู้ประกอบการท้องถิ่นสู่ตลาดโลก

วันที่ 5 สิงหาคม 2569 นางอภิญญา เอี่ยมอำภา รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดงาานจับคู่เจรจาธุรกิจ “Prachuap Khiri Khan to Global Trade Business Matching 2026”ที่โรงแรมประจวบแกรนด์ อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ ภายใต้โครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและขยายช่องทางการค้าสู่ตลาดระหว่างประเทศ ประจำปีงบประมาณ 2569 มี น.ส.ศิริวรรณ คณะศร พาณิชย์จังหวัดประจวบฯ กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนงาน หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ซื้อ นักลงทุน คณะผู้แทนทางการค้าและสื่อมวลชนเข้าร่วมอย่างคึกคัก

น.ส.ศิริวรรณ เปิดเผยว่า จังหวัดประจวบคีรีขันธ์มีศักยภาพสูงด้านสินค้าเกษตร อาหาร และผลิตภัณฑ์ชุมชนที่ได้มาตรฐาน ไม่ว่าจะเป็นสินค้าเกษตรแปรรูป ประมง อาหารทะเลแช่แข็งและแปรรูป รวมถึงกลุ่มไลฟ์สไตล์อย่างผลิตภัณฑ์สปา และ OTOP ที่มีอัตลักษณ์ชัดเจน แต่ผู้ประกอบการจำนวนมากยังขาดโอกาสพบปะผู้ซื้อรายใหญ่โดยตรง กิจกรรมครั้งนี้จึงเป็นเวทีสำคัญในการเชื่อมโยงผู้ผลิตกับผู้ซื้อและยกระดับความสามารถในการแข่งขันสู่ตลาดสากล ภายในงานมีผู้ประกอบการนำสินค้าศักยภาพของจังหวัดเข้าร่วมจัดแสดงกว่า 30 ราย พร้อมผู้ซื้อรายใหญ่ ผู้ส่งออกและผู้นำเข้าจากจีน เวียดนาม มาเลเซีย สปป.ลาว และกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง รวมกว่า 30 บริษัท เข้าร่วมเจรจา คาดว่าจะสามารถจับคู่ธุรกิจได้ไม่น้อยกว่า 30 คู่ และสร้างมูลค่าการซื้อขายทั้งระยะสั้นและระยะยาวรวมกันไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท

นอกจากนี้ยังมีการลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) กับผู้จำหน่ายต่างประเทศ โดยคุณพัชรี ซำเผือก ชาวตำบลอ่าวน้อย อ.เมือง ระบุว่าสมาชิกมีพื้นที่ปลูกมะม่วงรวมประมาณ 800 ไร่ จากเดิมกว่า 2,000 ไร่ เพื่อไปจำหน่ายในเวียดนาม เริ่มต้นสั่งซื้อครั้งละ 100 กิโลกรัม เพื่อบุกเบิกตลาด ก่อนจะทยอยส่งอย่างต่อเนื่อง

ด้านสหกิจชุมชนตำบลปากแพรก อ.บางสะพานน้อย นำผลิตภัณฑ์กล้วยฉาบ “น้องเก้ากล้วยฉาบ” สินค้า OTOP บ้านทุ่งสะท้อน มาจัดแสดง ซึ่ง น.ส.สาธินี สาธะปัญญา กล่าวว่า เป็นครั้งแรกที่ได้มาออกบูธและสาธิตสินค้า นอกจากชุมชนและโรงเรียนในอำเภอ ทำให้รู้สึกดีใจที่ได้ก้าวสู่ตลาดระดับจังหวัด ประเทศและต่างประเทศในอนาคต

กิจกรรมครั้งนี้เป็นกลไกสำคัญในการยกระดับผู้ประกอบการ สร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าท้องถิ่น และขับเคลื่อนเศรษฐกิจจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ให้เติบโตอย่างยั่งยืน.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ททท.ชวนสัมผัสพลังแห่งศรัทธาร่วมงานห่มผ้าหลวงปู่ทวด วัดห้วยมงคล ครั้งที่ 13 วันที่ 8 – 9 สิงหาคมนี้

ททท.ชวนสัมผัสพลังแห่งศรัทธาร่วมงานห่มผ้าหลวงปู่ทวด วัดห้วยมงคล ครั้งที่ 13 วันที่ 8 – 9 สิงหาคมนี้

วันที่ 5 สิงหาคม 2569 น.ส.วรรณภา เกียรติพงษา ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคกลาง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.ภูมิภาคภาคกลาง ร่วมกับวัดห้วยมงคล อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ ขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชน ประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมงานห่มผ้าหลวงปู่ทวด ครั้งที่ 13 ที่วัดห้วยมงคล ระหว่างวันที่ 8 – 9 สิงหาคมนี้ ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป เพื่อร่วมสักการะหลวงปู่ทวดองค์ใหญ่ เสริมสิริมงคลและสัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวเชิงศรัทธาที่เปี่ยมด้วยคุณค่าทางจิตใจ ภายใต้แนวคิด “Feel All The Feeling” ที่ส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวออกเดินทางเพื่อสัมผัสคุณค่าของศรัทธา ความสุข ความสงบ และความอิ่มเอมใจจากการทำบุญในแต่ละเส้นทาง งานห่มผ้าหลวงปู่ทวด ครั้งที่ 13 นับเป็นหนึ่งในกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงศรัทธาที่สำคัญของภาคกลางและเป็นงานบุญสำคัญที่เปิดโอกาสให้ประชาชนได้ร่วมสักการะหลวงปู่ทวดองค์ใหญ่ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของผู้คนทั่วประเทศ พร้อมร่วมสืบสานประเพณีอันดีงามและสร้างแรงศรัทธาผ่านพิธีกรรมอันเป็นมงคล ท่ามกลางบรรยากาศอันอบอุ่นจากประชาชนที่มาร่วมงาน

สำหรับวันที่ 8 สิงหาคม 2569 จะมีพิธีสวดตัดเคราะห์ต่อชะตา และพิธีประพรมน้ำพระพุทธมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคล ส่วนในวันที่ 9 สิงหาคม ซึ่งเป็นวันสำคัญไฮไลต์ของงาน จะมีพิธีห่มผ้าหลวงปู่ทวดองค์ใหญ่ เปิดโอกาสให้ผู้มีจิตศรัทธาได้ร่วมขบวนแห่ผ้าจีวรสีเหลืองส้ม กว้าง 3 เมตร ยาว 399 เมตร เดินเวียนทักษิณา 3 รอบ ขึ้นห่มหลวงปู่ทวดองค์ใหญ่ ท่ามกลางประดับตกแต่งด้วยระบบแสงสีเสียงเพิ่มความเข้มขลังตระการตา โดยมีพระพิศาลสิทธิคุณ หรือท่านเจ้าคุณไพโรจน์ ปภัสสโร เจ้าอาวาสวัดห้วยมงคล เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ เพื่อความเป็นสิริมงคล เสริมพลังใจและร่วมเป็นส่วนหนึ่งของภาพแห่งศรัทธาที่งดงามและทรงคุณค่า นอกจากนี้ภายในงานยังเปิดให้ลงทะเบียนรับเหรียญหลวงปู่ทวด พุทธาภิเษกโดยสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (เจ้าคุณธงชัย) ตั้งแต่เวลา 17.00 น. (มีจำนวนจำกัด) เพื่อให้ประชาชนนำกลับไปสักการะบูชาเพื่อความเป็นสิริมงคล อีกทั้งยังมีโรงทานอาหารและเครื่องดื่มสำหรับแจกจ่ายประชาชนที่มาร่วมงานตลอดสองวัน

งานห่มผ้าหลวงปู่ทวด ครั้งที่ 13 เป็นอีกหนึ่งมิติของการเดินทางที่สามารถสร้างความสุขได้อย่างลึกซึ้ง เพราะนอกจากจะได้ทำบุญและสืบสานประเพณีอันดีงามแล้ว ยังเป็นโอกาสในการออกเดินทางเพื่อค้นหาความหมายและเติมเต็มความรู้สึกดีๆ ให้แก่ตนเอง ตอกย้ำแนวคิด “Feel All The Feeling” ของ ททท. ที่ชวนคนไทยออกไปสัมผัสทุกอารมณ์ของการเดินทาง ซึ่งสามารถต่อยอดประสบการณ์ท่องเที่ยวในจังหวัดประจวบฯ และพื้นที่ใกล้เคียง ไม่ว่าจะเป็นการพักผ่อนริมทะเลหัวหิน สัมผัสวิถีชุมชน ชิมอาหารท้องถิ่น หรือเที่ยวชมแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติในช่วง Green Season ซึ่งจะช่วยกระจายรายได้ให้กับผู้ประกอบการและชุมชนในพื้นที่อย่างทั่วถึงไปพร้อมกัน

ททท. เชื่อมั่นว่าการจัดงานในครั้งนี้ จะเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงศรัทธา ที่เชื่อมโยงมิติแห่งความเชื่อ ความศรัทธา การอนุรักษ์ประเพณี วัฒนธรรมและอัตลักษณ์ของท้องถิ่นกับการท่องเที่ยวเข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว สร้างการเดินทางที่มีความหมาย เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยว ได้ Feel the Faith, Feel the Blessing, Feel All The Feeling พร้อมร่วมอนุรักษ์คุณค่าทางวัฒนธรรมและสนับสนุนเศรษฐกิจท้องถิ่นของจังหวัดประจวบฯ และภูมิภาคภาคกลางในช่วง Green Season อย่างยั่งยืนต่อไป.