Categories
ข่าว ทั้งหมด

สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ ผนึกกำลังสมาคมนักข่าวลาว จัดประชุมพัฒนาสื่อดิจิทัลลาว

สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ ผนึกกำลังสมาคมนักข่าวลาว จัดประชุมพัฒนาสื่อดิจิทัลลาว

สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ ร่วมกับ สมาคมนักข่าวแห่งสปป.ลาว ร่วมกันจัดประชุม “ทิศทางการพัฒนาสื่อออนไลน์ของลาว” ณ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งชาติลาว นครเวียงจันทน์ สปป.ลาว โดยมี ท่านสะหวันคอน ราซมนตรี ประธานสมาคมนักข่าวแห่ง สปป.ลาว ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิด  สำหรับวัตถุประสงค์ในการจัดประชุมในครั้งนี้ เพื่อเป็นการติดตามผล “การอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาทักษะการเพิ่มรายได้ผ่านออนไลน์แพลตฟอร์มสำหรับสื่อมวลชนลาว” ที่เคยจัดขึ้นเมื่อวันที่ 24-26 กรกฏาคม 2565 ณ เมืองวังเวียง สปป.ลาว  

โดยนายระวี ตะวันธรงค์ นายกสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ นายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี ที่ปรึกษาสมาคมฯ พร้อมด้วยคณะกรรมการสมาคมฯ ได้ร่วมกันเป็นวิทยากรให้ความรู้เกี่ยวกับการวางแผนกลยุทธ์การผลิตคอนเทนต์ ให้ตอบโจทย์เป้าหมายทางธุรกิจ และการตลาด Business Model รวมทั้งแนวทางการสร้างรายได้ โดยการประชุมครั้งนี้ได้รับความสนใจจากผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานในองค์กรสื่อมวลชนแขนงต่างๆในสปป.ลาว เข้าร่วมจำนวนมาก มีการตอบข้อซักถาม แลกเปลี่ยน ให้คำแนะนำในหลายประเด็น โดยเฉพาะแนวทางการหารายได้และการทำตลาดของสื่อลาว

ทั้งนี้การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนจาก บริษัท ซีพี ออลล์ จํากัด (มหาชน) และบริษัท ฟ้าใหญ่มีเดีย จำกัด (BigBlue Agency Laos)

Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

WBC Asia รับมอบรางวัลเชิดชู โผน กิ่งเพชร จากหอเกียรติยศมวยโลกสู่หัวหินบ้านเกิด

WBC Asia รับมอบรางวัลเชิดชู โผน กิ่งเพชร จากหอเกียรติยศมวยโลกสู่หัวหินบ้านเกิด

“โผน กิ่งเพชร” แชมเปี้ยนโลกชาวไทยคนแรก ได้รับเกียรติสูงสุดของวงการมวยโลก เชิญเข้าสู่หอเกียรติยศมวยโลก International Boxing Hall of Fame (IBHOF) ประจำปี ค.ศ.2023 ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ล่าสุด พ.อ.ธนพล ภักดีภูมิ ประธานสภามวยแห่งเอเซีย (WBC Asia) ได้รับมอบใบประกาศเกียรติยศของโผน อย่างเป็นทางการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และเตรียมส่งต่อให้ กกท.เพื่อจารึกความภาคภูมิใจของพี่น้องชาวไทยต่อไป

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2566 ที่สำนักงานสภามวยแห่งเอเชีย (WBC Asia) มีการประชุมจัดอันดับนักมวยประจำเดือนสิงหาคม โดยมี พ.อ.โอม ปัจจักขะภัติ เป็นประธาน วาระการประชุมได้พิจารณาผลงานการชก การชิงแชมป์ การป้องกันแชมป์ รวมถึงความเคลื่อนไหววงการมวยสากล โดยวาระพิเศษเพิ่มเติม คือ พ.อ.ธนพล ภักดีภูมิ ประธานฯ ได้รับมอบใบประกาศเกียรติยศ International Boxing Hall of Frame จากกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งสถานกงสุลใหญ่ ณ นครนิวยอร์ค เป็นผู้แทนไปรับมอบจาก IBHOF โดย WBC Asia จะเตรียมส่งมอบให้แก่การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ในวันเชิดชูเกียรติบุคคลวงการมวยที่กำลังจะเกิดขึ้นช่วงเดือนกันยายนนี้ เพื่อเป็นเกียรติแก่ โผน กิ่งเพชร ที่การสร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศชาติ และเป็นต้นแบบให้แก่นักกีฬาไทยมานานหลายทศวรรษ

ประวัติ “โผน กิ่งเพชร” หรือชื่อจริงนายมานะ สีดอกบวบ เป็นชาวหัวหินโดยกำเนิด เกิดเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2478 ตั้งแต่เด็ก โผนชอบเล่นกีฬาโดยเฉพาะมวยสากล ต่อมาพี่ชายพาไปฝากกับนายห้างทองทศ อินทรทัต เจ้าของค่ายมวยกิ่งเพชร ย่านถนนเพชรบุรี ฝีมือพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ จนสามารถชนะน็อคกู้น้อย วิถีชัย แชมป์ฟลายเวทของเวทีราชดำเนินได้ ทั้งๆ ที่โผนยังอ่อนประสบการณ์กว่ามาก ต่อมาได้ชิงแชมป์ภาคตะวันออกไกล (OPBF) และสามารถล้มแดนนี คิด (Danny Kid) แชมป์เก่าชาวฟิลิปปินส์สำเร็จ โผนเริ่มมีชื่อติดอันดับโลก ซึ่งนับเป็นการกรุยทางสู่การชิงแชมป์โลกในเวลาต่อมา วันที่ 16 เมษายน 2503 โผนขึ้นเวทีดวลหมัดกับยักษ์แคระ หรือปาสคาล เปเรซ (Pascual Perez) แชมป์โลกรุ่นฟลายเวท ชาวอาร์เจนตินา ที่เวทีมวยลุมพินี ต่อหน้าพระพักตร์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสามารถเอาชนะคะแนนเปเรซได้สำเร็จ กลายเป็นนักมวยแชมป์โลกรุ่นฟลายเวทคนแรกของไทย หลังจากนั้นเสียตำแหน่ง แต่ก็สามารถชิงกลับมาได้ถึง 3 ครั้ง ซึ่งเป็นการชิงแชมป์สภามวยโลก (WBC) กับสมาคมมวยโลก (WBA) ส่งผลให้โผนครองแชมป์โลกถึง 3 สถาบัน โผนเสียชีวิตลงด้วยโรคปอดและโรคแทรกซ้อนเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2525 ด้วยวัยเพียง 47 ปี

ภายหลังโผนได้เสียชีวิตลง เทศบาลตำบลหัวหิน (ในขณะนั้น) ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ร่วมกันจัดหาทุนสร้างอนุสรณ์สถานโผน กิ่งเพชร ลักษณะรูปปั้น สูง 2.20 เมตร อยู่ในท่ายืน มือขวาชูกำปั้น มือซ้ายถือเข็มขัดแชมป์โลก โดยประติมากรผู้ปั้นรูปโผน คือนายนนทิวรรธน์ จันทนะผะลิน ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ประติมากรรม) ปี 2549 ตั้งไว้บริเวณชายหาดหัวหิน และได้ทำพิธีเปิดงานวันอนุสรณ์สถานโผน กิ่งเพชร เมื่อวันที่ 16 เมษายน 35 ปัจจุบันอนุสาวรีย์ โผน กิ่งเพชร ย้ายมาตั้งหน้าสวนสาธารณะโผน กิ่งเพชร พร้อมประวัติให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชม ต่อมาสมาคมผู้สื่อข่าวกีฬาแห่งประเทศไทยได้กำหนดให้วันที่ 16 เมษายนของทุกปี เป็นวันนักกีฬายอดเยี่ยม ของสมาคมผู้สื่อข่าวกีฬาแห่งประเทศไทย โดยมีการมอบรางวัลถ้วยพระราชทานเป็นประจำทุกปีให้กับนักกีฬา

นายศิรพันธ์ กมลปราโมทย์ นายกสมาคมพัฒนากีฬาหัวหิน /ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน จ.ประจวบฯ กล่าวว่าจากการที่โผน กิ่งเพชร แชมเปี้ยนโลกชาวไทยคนแรกได้รับการยกย่องคัดเลือกเข้าสู่หอเกียรติยศ International Boxing Hall of Fame (IBHOF) ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ยังความภาคภูมิใจให้กับชาวหัวหินและคนไทยทั้งประเทศ เพราะโผนคือตำนานนักชกผู้ยิ่งใหญ่ เป็นอดีตแชมป์โลกของสภามวยโลก (WBC) ที่ไม่มีวันลืมเลือน ในสาขานักมวยในยุคเก่า (Old Timer category) โผน กิ่งเพชร แชมป์โลกคนแรกของเมืองไทยผู้ล่วงลับ ได้รับเกียรติเข้าสู่หอเกียรติคุณ เคียงข้างเขาทราย กาแล็กซี่ อดีตแชมป์โลกในตำนานอีกคน ที่เคยได้เข้าไปก่อนหน้านี้ ในสาขานักมวยยุคใหม่ (Modern category).

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผู้นำท้องที่และชาวบ้านแม่รำพึง ยื่นหนังสือคัดค้านจัดตั้งอุทยานอ่าวสยาม

ผู้นำท้องที่และชาวบ้านแม่รำพึง ยื่นหนังสือคัดค้านจัดตั้งอุทยานอ่าวสยาม

วันที่ 29 สิงหาคม 2566 นายสุรศักดิ์ สิงคิวิบูลย์ กำนันตำบลแม่รำพึง อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วยผู้ใหญ่บ้านทั้ง 8 หมู่บ้าน ในตำบลและชาวบ้าน เข้ายื่นหนังสือคัดค้านการประกาศจัดตั้งเขตอุทยานอ่าวสยาม พร้อมแนบรายชื่อชาวบ้านในพื้นที่ต่อนายเลิศยศ แย้มพราย นายอำเภอบางสะพาน ก่อนที่จะมีการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย ชุมชนที่เกี่ยวข้องและประชาชนในการกำหนดพื้นที่เป็นอุทยานแห่งชาติอ่าวสยาม จ.ประจวบคีรีขันธ์

นายสุรศักดิ์ เปิดเผยว่าชาวบ้านตำบลแม่รำพึง แสดงจุดยืนและยื่นหนังสือคัดค้านไม่ให้มีการประกาศเขตอุทยานแห่งชาติอ่าวสยามมาโดยตลอด เพราะการประกาศดังกล่าวจะสร้างความเดือดร้อนต่อวิถีการทำมาหากินที่มีมาตั้งแต่บรรพบุรุษ อาศัยการหาอาหาร มีรายได้เล็กๆ น้อยๆ จากพืชผัก น้ำผึ้ง หรือตกปลาจากคลองแม่รำพึงมานานหลายชั่วอายุคนและทำให้สูญเสียรายได้หาเลี้ยงครอบครัว นอกจากนี้ยังมีความกังวลว่าเมื่อมีการประกาศเขตอุทยานไปแล้ว หน่วยงานที่ดูแลจะมีข้อบังดับต่างๆ เพิ่มเติมอีกมาก จนชาวบ้านไม่สามารถเข้าไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่าได้เหมือนเดิม ซึ่งทุกวันนี้การทำมาหากินของชาวบ้านก็ลำบากและมีข้อบังคับจากภาครัฐมากมายอยู่แล้ว แต่วิถีการดำเนินชีวิตของชาวบ้านไม่เคยทำลายป่า ช่วยกันดูแลอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ ซึ่งเป็นแหล่งอาหารและที่ทำมาหากินหลักของชุมชมด้วยกลุ่มชาวบ้านเอง โดยที่หน่วยรัฐนั้นไม่เคยเข้ามาดูแล รวมถึงการเข้าใช้ประโยชน์ในพื้นที่ ยังปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดของภาครัฐแต่ละหน่วยงานอย่างเคร่ดครัดอยู่แล้ว เช่น กฎหมายกรมเจ้าท่า กฎหมายประมง กฎหมายป่าชายเลน เป็นต้น หากมีการประกาศเขตอุทยานเพิ่ม ก็จะมีกฎหมาย ข้อบังคับมาควบคุม มีบทลงโทษที่รุนแรง จึงเป็นเรื่องที่ไม่ยุติธรรมที่จะเกิดขึ้น หลังการประกาศเขตอุทยานแห่งชาติอ่าวสยาม มีแต่จะสร้างผลกระทบโดยตรงกับชาวบ้านในพื้นที่ตำบลแม่รำพึง มากกว่าจะเป็นผลดีกับชุมชน เกรงว่าจะทำให้พวกเราไม่สามารถดำรงชีพและทำมาหากินได้ตามวิถีดั้งเดิมต่อไปได้ ดังนั้นพวกเราในฐานะชาวบ้านตำบลแม่รำพึง อาศัยอยู่ในพื้นที่มาเป็นเวลายาวนาน จึงขอคัดค้านไปถึงหัวหน้าอุทยานแห่งชาติอ่าวสยาม (เตรียมการ)

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศในเวทีรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย ชุมชนที่เกี่ยวข้องและประชาชนในการกำหนดพื้นที่เป็นอุทยานแห่งชาติอ่าวสยาม จ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่หอประชุมอำเภอบางสะพาน เป็นไปด้วยความเรียบร้อย แต่ไม่มีผู้นำในท้องที่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านในตำบลแม่รำพึงเข้าร่วม นอกจากนี้ขณะที่ระหว่างการเปิดเวทีรับฟัง มีชาวบ้านรวมตัวกันหน้าหอประชุมอำเภอบางสะพาน เดินทางมาถือป้ายคัดค้านการจัดตั้งอุทยานแห่งชาติอ่าวสยาม ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่ได้เชิญกลุ่มคัดค้านเข้ามาร่วมแลกเปลี่ยนในเวที นอกจากนี้ นายวิเชียร เกตุงาม กำนันตำบลกำเนิดนพคุณ พร้อมด้วยผู้นำในท้องที่และชาวบ้านกำเนิดนพคุณ เข้ายื่นหนังสือต่อนายอำเภอบางสะพานเพื่อคัดค้านการจัดตั้งอุทยานแห่งชาติอ่าวสยามเช่นเดียวกัน.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

กระบะเสียหลักตกร่องกลาง ชนเสาไฟขาด แต่รอดเพราะถุงลมนิรภัย

กระบะเสียหลักตกร่องกลาง ชนเสาไฟขาด แต่รอดเพราะถุงลมนิรภัย

เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 29 สิงหาคม 2566 พ.ต.ท.หญิง เบญจมาส เทียนทอง พนักงานสอบสวน สภ.กุยบุรี รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุรถกระบะตกร่องกลางถนน มีผู้ได้รับบาดเจ็บติดอยู่ภายในรถ บนถนนเพชรเกษมฝั่งล่องใต้ บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 279 +700 บ้านจวนบน หมู่ 1 ต.กุยบุรี อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยตำรวจทางหลวงกุยบุรี และเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิหลวงพ่อในกุฏิ วัดกุยบุรี

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุเป็นช่วงทางโค้ง เลยสี่แยกไฟแดงกุยบุรี ประมาณ 300 เมตร พบรถกระบะอีซูซุสีขาว ด้านหลังเป็นตู้ทึบ ทะเบียน 3 ฒง 6211 กรุงเทพฯ ตกอยู่ร่องกลางถนน ด้านหน้าชนอัดติดกับต้นไม้จนหน้ายุบ ใกล้กันพบเสาไฟส่องสว่างที่เป็นเหล็กโคนเสาเป็นคอนกรีต มีร่องรอยถูกชนจนหักกระเด็นติดมาด้วย ตู้ทึบด้านหลังพังหลุดออกจากตัวรถ ข้างในบรรทุกเนื้อสับปะรดปอกมาตกกระจัดกระจายเกลื่อน

ภายในรถ พบร่างชายคนหนึ่งติดอยู่ในซากรถ กำลังร้องความช่วยเหลืออยู่ เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงได้นำเครื่องตัดถ่างมาช่วยตัดงัดซากรถเพื่อนำคนเจ็บออกมาและประสานหน่วยกู้ชีพโรงพยาบาลกุยบุรีเข้าช่วยเหลือ ใช้เวลาอยู่กว่า 20 นาที จึงสามารถนำคนเจ็บออกมาจากรถได้ พบว่ามีบาดแผลแตกที่ปลายคาง แผลที่แขนซ้าย เจ็บช้ำตามลำตัว จึงนำส่งโรงพยาบาลกุยบุรี ทราบชื่อต่อมาว่านายธเนศ แก้วคำ อายุ 19 ปี บ้านอยู่ที่ ต.ปากช่อง อ.จอมบึง จ.ราชบุรี

จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าจุดที่เกิดเหตุห่างจากไฟแดงกุยบุรี มาประมาณ 300 เมตร จึงคาดว่าไม่น่าเกิดจากการหลับใน อาจโดนรถคันอื่นเบียดจนเสียหลักตกร่องกลาง ถูกแรงกระแทกจากการชนกับต้นไม้ ทำให้รถพังยุบจนอัดเข้ามาในห้องโดยสาร แต่เนื่องจากรถคันดังกล่าวมีถุงลมนิรภัยทำงานทั้งสองลูก ทำให้ลดแรงกระแทกได้มาก จึงช่วยผู้ขับขี่รอดจากการเสียชีวิตลงได้ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการสอบสวนอีกครั้งหนึ่งต่อไป.

พันธุ์พงษ์ โพธิ์จินดา….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

อำเภอหัวหิน เดินหน้าโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งหมู่บ้านยั่งยืน เฉลิมพระเกียรติ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ

อำเภอหัวหิน เดินหน้าโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งหมู่บ้านยั่งยืน เฉลิมพระเกียรติ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ

เมื่อวันที่ 29 ส.ค.66 ที่หอประชุมที่ว่าการอำเภอหัวหิน จ.ประจวบฯ นายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน เป็นประธานเปิดโครงการขับเคลื่อนขยายผลโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งหมู่บ้านยั่งยืน (Sustainable Village) เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา พร้อมทั้งได้มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ขับเคลื่อนโครงการฯ ร่วมกับ พระครูวิจิตรธรรมวิภัช เจ้าคณะอำเภอหัวหิน เจ้าอาวาสวัดบุษยบรรพต หัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยมีภาคีเครือข่ายทั้ง 7 ภาคี และประชาชนในพื้นที่ราว 150 คนร่วมในพิธี

โครงการหนึ่งตำบล หนึ่งหมู่บ้านยั่งยืน (Sustainable Village) เป็นโครงการเพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุครบ 3 รอบ 36 พรรษา ซึ่งกระทรวงมหาดไทย ได้น้อมนำแนวพระดำริเรื่อง “หมู่บ้านยั่งยืน” (Sustainable Village) มาดำเนินการขับเคลื่อน เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในหมู่บ้านให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม พร้อมทั้งขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) โดยในระดับพื้นที่อำเภอได้กำหนดให้มีการแต่งตั้งกลไกขับเคลื่อนโครงการฯ ระดับอำเภอ ระดับตำบล และระดับหมู่บ้าน/ชุมชน โดยมีคณะกรรมการหมู่บ้าน (กม./คณะกรรมการกลางหมู่บ้านอาสาพัฒนาและป้องกันตนเอง (อพป.)/คณะกรรมการชุมชน เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนร่วมกับ 7 ภาคีเครือข่าย ได้แก่ ภาครัฐ ภาคศาสนา ภาควิชาการ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ภาคสื่อสารมวลชน และภาคประชาชน บูรณาการการทำงานร่วมกันเพื่อให้ “หมู่บ้านยั่งยืน” (Sustainable Village) เกิดผลเป็นรูปธรรม ด้วยการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ ภายใต้เป้าหมายการสร้างความยั่งยืนให้ครอบคลุมในทุกมิติ พร้อมทั้งมีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อแสดงเจตนารมณ์ที่จะร่วมกันขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในทุกด้าน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ตาม UN SDGs 17 เป้าหมาย และยึดหลักการ Partnership ตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ข้อที่ 17 โดยมีคณะสงฆ์เป็นภาคีเครือข่ายสำคัญ ตามหลัก “บวร” ด้วยความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคีเครือข่าย.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เทศบาลหัวหิน ติวเข้มนักเรียนทำ CPR กู้ชีพเบื้องต้นให้นักท่องเที่ยวในสถานการณ์วิกฤติ

เทศบาลหัวหิน ติวเข้มนักเรียนทำ CPR กู้ชีพเบื้องต้นให้นักท่องเที่ยวในสถานการณ์วิกฤติ

วันที่ 29 สิงหาคม 2566 นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน เป็นประธานเปิดโครงการอบรมหมอหมู่บ้านในพระราชประสงค์ ประจำปีงบประมาณ 2566 ที่โรงแรมนาวีภิรมย์ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ มีนายจีรวัฒน์ พราหมณี ปลัดเทศบาลเมืองหัวหิน พร้อมคณะผู้บริหารเทศบาล งานส่งเสริมสุขภาพ กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมเทศบาลเมืองหัวหิน ทีมวิทยากรจากมูลนิธิสว่างหัวหินธรรมสถาน / โรงพยาบาลกรุงเทพหัวหิน และทีมภาคีเครือข่ายชมรม Share for Life join for Love ผู้อำนวยการโรงเรียน คณะครูและนักเรียนระดับชั้น ม.4 – 6 จากโรงเรียนสาธิตเทศบาลบ้านหัวหิน จำนวน 124 คน เข้ารับการอบรม

นายนพพร กล่าวว่า เมืองหัวหินเป็นเมืองท่องเที่ยวอันดับต้นๆ ของประเทศไทย ที่มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเป็นจำนวนมาก เทศบาลเมืองหัวหินตระหนักถึงความจำเป็นในการให้ความรู้ความเข้าใจแก่นักเรียนในสังกัดเทศบาลเมืองหัวหิน ในการให้ความช่วยเหลือเบื้องต้น กรณีเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินกับประชาชนและนักท่องเที่ยว ให้นักเรียนได้เรียนรู้วิธีการช่วยเหลือ ฝึกปฏิบัติการฟื้นคืนชีพ การปฐมพยาบาลเบื้องต้น การช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน CPR เพื่อช่วยคืนชีวิตให้กับผู้ป่วย และการใช้เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจอัตโนมัติ (AED) กับผู้บาดเจ็บได้อย่างถูกต้อง สามารถขอความช่วยเหลือจากระบบบริการฉุกเฉินทางการแพทย์และส่งต่อผู้บาดเจ็บได้อย่างปลอดภัย สอดคล้องกับทาง UNESCO ได้ออกมาประกาศว่าเด็กที่มีอายุ 12 ปีขึ้นไป จะต้องมีทักษะในการช่วยเหลือการทำ CPR ได้ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่เด็กๆ จะต้องเรียนรู้ ที่ผ่านมามูลนิธิสว่างหัวหินธรรมสถาน / โรงพยาบาลกรุงเทพหัวหิน / ทีม Share for Life join for Love จิตอาสาและอาสาสมัครได้ลงพื้นที่ให้ความรู้กับนักเรียนระดับมัธยมเขตพื้นที่อำเภอหัวหิน กว่า 4,000 คนแล้ว.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

สปสช.เขต 5 ราชบุรี นำคณะ อคม. ติดตามประเมินหน่วยรับเรื่องร้องเรียนจังหวัดประจวบฯ

สปสช.เขต 5 ราชบุรี นำคณะ อคม. ติดตามประเมินหน่วยรับเรื่องร้องเรียนจังหวัดประจวบฯ

วันที่ 28 สิงหาคม 2566 นางจินตนา แววสวัสดิ์ ผู้อำนวยการกลุ่มจังหวัด สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เขต 5 ราชบุรี พร้อมด้วยนายวันชัย เหี้ยมหาญ, นายปิยะ พวงสำลี คณะอนุกรรมการควบคุมคุณภาพและมาตรฐานบริการสาธารณสุข (อคม.) ระดับเขตพื้นที่เขต 5 น.ส.ใจทิพย์ สอนดี นักวิชาการหลักประกันสุขภาพ สปสช. เขต 5 ร่วมตรวจประเมินหน่วยรับเรื่องร้องเรียนอื่นที่เป็นอิสระจากผู้ร้องเรียน ม.50 (5) ของศูนย์ฯ หลักประกันสุขภาพประชาชนจังหวัดประจวบฯ หรือหน่วยรับเรื่องร้องเรียนอิสระฯ จังหวัดประจวบฯ ซึ่งเป็นหน่วยที่ 1 ในเขต 5ราชบุรี ที่ผู้แทน อคม.ได้เข้าตรวจประเมินหน่วยรับเรื่องร้องเรียนฯมาตรา 50(5) ที่ต้องตรวจความพร้อมในการให้บริการสุขภาพตามมาตรฐานบริการตามเกณฑ์ที่กรรมการควบคุมฯ ไว้จำนวน 24 คน ที่ศูนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพประชาชนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ถ.มหาราช อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ มี น.ส.ธนพร บางบัวงาม ผู้ประสานงานศูนย์ฯ จ.ประจวบฯ และเจ้าหน้าที่ศูนย์ฯ ให้การต้อนรับ พร้อมนำเสนอผลการดำเนินงานของหน่วยรับเรื่องร้องเรียนฯ มีนางจารุรัตน์ พัฒน์ทอง รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด นายเลิศเชาว์ สุทธาพานิช เภสัชกรชำนาญการ สสจ. นางมณฑา ขนเม่น ผู้เชี่ยวชาญด้านบริการสุขภาพ สภาผู้บริโภคจังหวัดประจวบฯ เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบงานหลักประกันสุขภาพในแต่ละโรงพยาบาลพื้นที่จังหวัดประจวบฯ เข้าร่วม

นางจินตนา แววสวัสดิ์ ผู้อำนวยการ กลุ่มจังหวัด สปสช.เขต 5 กล่าวว่าศูนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพประชาชนของ สปสช.เขต 5 ราชบุรี ครอบคลุม 8 จังหวัดในภาคตะวันตก คือ ราชบุรี นครปฐม กาญจนบุรี สุพรรณบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม เพชรบุรีและประจวบคีรีขันธ์ อีกยังเป็นที่ตั้งของหน่วยรับเรื่องร้องเรียนอื่นที่เป็นอิสระจากผู้ถูกร้องเรียน ตามมาตรา 50 ( 5 ) ตาม พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เพื่อให้ข้อมูลในเรื่องสิทธิหลักประกันสุขภาพ และรับเรื่องร้องเรียนเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน ในกรณีที่ประชาชนได้รับการบริการสาธารณสุขที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือประชาชนเกิดความเสียหายอันเนื่องจากการเข้ารับบริการสุขภาพ หรือบริการสาธารณสุข ซึ่งหน่วยงานนี้ ไม่เพียงเป็นประโยชน์ต่อประชาชน แต่ยังช่วยลดความขัดแย้งระหว่างผู้รับบริการและผู้ให้บริการได้อีกด้วย

นอกจากนี้ยังทำหน้าที่ให้ความรู้ ความเข้าใจสุขภาพในทุกกลุ่มเป้าหมาย รวมถึงสร้างสัมพันธภาพกับหน่วยอื่นๆ และภารกิจอีกเรื่อง คือการรับเรื่องร้องเรียนให้ประชาชนรู้ว่ามีมาตรา 41 สำหรับช่วยเหลือเยียวยา กรณีได้รับความเสียหายจากบริการทางการแพทย์ ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่การร้องเรียนโดยตรง แต่เป็นการส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิที่ประชาชนมี รวมถึงข้อมูลที่ประชาชนคนไทยพึงรู้ และสำหรับผู้ที่ยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สามารถสอบถามได้ทางสายด่วน สปสช. โทร.1330 ซึ่งให้บริการ 24 ชั่วโมง

น.ส.ธนพร บางบัวงาม ผู้ประสานงานศูนย์ฯ จังหวัดประจวบฯ กล่าวว่า ศูนย์ฯ จังหวัดประจวบฯ ได้รับเรื่องร้องเรียนเข้ามายังหน่วยรับเรื่องฯ ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2565 – สิงหาคม 2566 ทั้งเรื่องร้องเรียนในมาตรา 41 และมาตรา 57 และมาตรา 59 พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยรับเรื่องร้องเรียนด้านบริการสุขภาพ จำนวนกว่า 38 เรื่อง ซึ่งเรื่องทั้งหมดได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้วทุกเรื่อง

ในส่วนของกลไกการจัดการปัญหาเรื่องร้องเรียนด้านบริการสุขภาพ ตามมาตรา 50 (5) พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ดังเช่นกรณีพบว่าประชาชนผู้ใช้สิทธิบัตรทอง โดนเรียกเก็บเงินเพิ่มจากค่ายานอกบัญชียาหลักแห่งชาติ ในโรงพยาบาลของรัฐแห่งหนึ่งในจังหวัดประจวบฯ อีกทั้งติดตามประเมินผลการดำเนินงานศูนย์ 50(5) ของจังหวัดประจวบฯ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับรู้ เนื่องจากการร้องเรียนจะเป็นการพัฒนาระบบหลักประกันสุขภาพของประเทศ

ศูนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพประชาชนจังหวัดประจวบฯ ได้ดำเนินงานตามภารกิจหลัก ในการเผยแพร่ข้อมูล สร้างความรู้ สร้างความเข้าใจระบบหลักประกันสุขภาพให้แก่ประชาชนในพื้นที่ อีกทั้งรับเรื่องร้องเรียน ให้คำแนะนำ ปรึกษา ประสานงานแก้ไขปัญหาร่วมกับศูนย์บริการหลักประกันสุขภาพในหน่วยบริการ และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขตและจังหวัด นอกจากนี้ยังพัฒนาและเสริมศักยภาพตัวแทนประชาชนที่เข้าร่วมเป็นอนุกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติระดับจังหวัด ระดับเขต ตลอดจนสนับสนุนการมีส่วนร่วมขององค์กรชุมชน /องค์กรประชาชน และเข้าร่วมดำเนินงานพัฒนากองทุนหลักประกันสุขภาพระดับท้องถิ่น อีกทั้งสนับสนุนการมีส่วนร่วมและการเชื่อมร้อยเครือข่ายประชาชน 9 ด้าน ในการพัฒนาและสร้างมาตรฐานเดียวกันของระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และอีกภารกิจคือพัฒนาระบบฐานข้อมูล จัดทำข้อเสนอและความเห็นต่อการพัฒนาระบบหลักประกันสุขภาพ ร่วมผลักดันเชิงนโยบาย ระบบบริการที่มีคุณภาพมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ.

บุญมา ลิบลับ….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

หลายหน่วยงานร่วมเซ็น MOU ส่งเสริมและพัฒนาสินค้าชีวภาพสมุนไพร เพิ่มมูลค่า

หลายหน่วยงานร่วมเซ็น MOU ส่งเสริมและพัฒนาสินค้าชีวภาพสมุนไพร เพิ่มมูลค่า

วันที่ 28 สิงหาคม 2566 นายประดิษฐ์ เกษมวิสิฐกุล เกษตรและสหกรณ์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานในการเซ็น MOU โครงการส่งเสริมพัฒนาสินค้าเกษตรชีวภาพสมุนไพรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีนายชาติชาย ศีรษะนอก เกษตรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ น.ส.จันทร์ติรา ดำแก้ว เกษตรอำเภอบางสะพาน นางจริยา ศิวายพราหมณ์ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วยนางทัศนีย์ โพธิ์น้อย สจ.ประจวบคีรีขันธ์ นายประชุม หอมแดง ประธานกลุ่มแปลงใหญ่สมุนไพรข่าเหลืองตำบลทองมงคล และสมาชิกเกษตรแปลงใหญ่เข้าร่วมเซ็น MOU ที่ศาลาประชุมหมู่บ้าน หมู่ 6 ต.ทองมงคล อ.บางสะพาน จ.ประจวบฯ

นายประชุม หอมแดง ประธานกลุ่มแปลงใหญ่สมุนไพรข่าเหลือง กล่าวว่าตำบลทองมงคล มีเกษตรกรปลูกขิงและข่า มานานกว่า 20 ปี ช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ข่ามีราคาดี เกษตรกรจึงเพิ่มพื้นที่ปลูก แต่ปี พ.ศ.2565 ข่าเริ่มราคาตก เกษตรกรมาปรึกษาผมว่าให้ช่วยแก้ปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำ ผมจึงไปปรึกษาเกษตรอำเภอบางสะพาน และได้จัดตั้งกลุ่มแปลงใหญ่สมุนไพรข่าเหลืองขึ้นมา ในระยะแรกการทำแปลงใหญ่ จะทำเรื่องการเพิ่มผลผลิตและลดต้นทุน มีสมาชิก 30 ราย 219 ไร่ ผลผลิตต่อไร่ประมาณไร่ละ 4 ตัน คาดว่าจะได้รับ 876 ตัน แต่ขณะนี้ราคาที่พ่อค้ามาซื้อกิโลกรัมละ 3 บาท ผมได้ขอความช่วยเหลือให้เกษตรอำเภอหาแนวทางแก้ไขปัญหาให้ และได้คำแนะนำมาว่า กลุ่มต้องทำตลาดเอง โดยใช้ทรัพยากรที่มีอยู่มาใช้ประโยชน์ และใช้การบูรณาการระหว่างหน่วยงานราชการและเอกชน ทำให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายและมีช่องทางการจัดจำหน่ายมากขึ้น ต้องขอขอบคุณ ภญ.สิริปรียา สนใจ โค้ช SME ที่ให้คำปรึกษาด้านการตลาด ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความร่วมมือ รวมทั้งเป็นสักขีพยานในการเซ็น MOU ระหว่างกลุ่มแปลงใหญ่สมุนไพรข่าเหลือง กับเฮิร์ปแอนด์ออย เนเชอรัล และบริษัท DIY herb จำกัด

ด้าน น.ส.จันทร์ติลา ดำแก้ว เกษตรอำเภอบางสะพาน กล่าวว่าการพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพร เป็นของขวัญที่ธรรมชาติมอบให้กับมวลมนุษย์ชาติ สามารถนำมาเป็นสมุนไพรพืชสวนครัว ใช้เพื่อประกอบอาหาร เนื่องจากอาหารไทยมีเอกลักษณ์โดดเด่นในการใส่สมุนไพรเป็นส่วนประกอบ ทำให้กลิ่นหอม รสชาติอร่อย และได้คุณประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น ข่า ตะไคร้ ประโยชน์ของสมุนไพร 1. รักษาและบรรเทาอาการของโรค ข่าเหลืองสามารถใช้ทำยาด้วย ข่าเหลืองมีน้ำมันหอมระเหยอยู่ในตัว ถึง 0.04 เปอร์เซ็นต์ ทำเป็นยานวดคลายปวดเมื่อย, ยาหม่อง, ยาดม แก้วิงเวียนศีรษะ เป็นต้น

นอกจากนี้ ข่าเหลืองยังถูกนำไปใช้เป็นส่วนประกอบของเครื่องสำอางได้ด้วย เช่น สบู่ข่าเหลือง ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว เป็นต้นผลิตภัณฑ์ของกลุ่มแปลงใหญ่สมุนไพรข่าเหลือง แบรนด์ทองมงคล สามารถนำไปแปรรูป โดยนำข่าสดแห้งที่บรรจุในสูญญากาศ ขนาด 100 กรัม และ 1,000 กรัม ชาข่าเหลือง น้ำพริกเผาข่าเหลือง น้ำพริกปลาย่างข่าเหลือง น้ำพริกกากหมูข่าเหลือง ยาหม่องข่าเหลือง น้ำมันข่าเหลือง 10. สบู่ข่าเหลือง 11. โลชั่นข่าเหลือง

ท่านใดสนใจ ติดต่อผ่านช่องทางต่างๆ ของกลุ่มได้ ดังนี้ 1. facebook : https://www.facebook.com/ThongmongkolGalangal 2. LINE : @946znvap 3. Google Business Profle : Throngmongkol Galangal Produrts หรือติดต่อได้ที่เกษตรอำเภอบางสะพาน.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เก๋งเสยหกล้อ สาหัส 2 ราย รถติดยาวหลายกิโลเมตร

เก๋งเสยหกล้อ สาหัส 2 ราย รถติดยาวหลายกิโลเมตร

วันที่ 28 สิงหาคม 2566 ร.ต.ท.เมธาสิฐ ณ พัทลุง รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถยนต์เก๋งชนกับรถบรรทุก 6 ล้อ มีผู้ได้รับบาดเจ็บติดคาอยู่ภายในรถ บริเวณบนถนนเพชรเกษม ฝั่งขาขึ้นกรุงเทพฯ หลักกิโลเมตรที่ 297 + 100 ช่วงยูเทิร์นบ้านทุ่งมะเม่า ต.อ่าวน้อย อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ หลังได้รับแจ้งจึงเดินทางไปที่เกิดเหตุ พร้อมประสานหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างประจวบฯ นำอุปกรณ์เครื่องมือตัดถ่าง เข้าให้ความช่วยเหลือร่วมกับเจ้าหน้าที่แขวงทางหลวงประจวบคีรีขันธ์ เจ้าหน้าที่อาสากู้ภัยตำรวจทางหลวง

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบว่ารถที่ประสบอุบัติเหตุกีดขวางการจราจรบนถนนทั้งสองช่องทาง ทำให้รถที่วิ่งสัญจรขึ้นกรุงเทพฯ ไม่สามารถผ่านไปได้ และมีน้ำมันเครื่องรั่วไหลนองเต็มพื้น เป็นเหตุให้จราจรติดขัดยาวหลายกิโลเมตร เจ้าหน้าที่ต้องรีบเปิดการจราจรทางเบี่ยงเพื่อระบายรถ และป้องกันการเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน จากการตรวจสอบพบเป็นรถบรรทุก 6 ล้อ สีขาว ทะเบียน 71 – 2485 เพชรบุรี สภาพหัวเก๋งหลุดพังยับ ผู้ขับขี่ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย ใกล้กันพบเป็นรถยนต์เก๋งยี่ห้อ MG ZS i – Smart สีขาว ทะเบียน กต 7170 ชุมพร สภาพหน้ารถพังยับ กระจกหน้าแตก กันชนและฝากระโปรงหน้ารถฉีกขาดพังเสียหายยับเยิน ผู้ขับขี่และผู้โดยสารที่นั่งมาในรถ เป็นชาย 1 ราย หญิง 1 ราย อายุประมาณ 30 – 35 ปี ได้รับบาดเจ็บขาและแขนหักทั้งสองราย เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ใช้อุปกรณ์เครื่องตัดถ่าง นำผู้ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์

จากการสอบถามเบื้องต้น คนขับรถบรรทุก 6 ล้อ ได้ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ตนขับรถมาตามถนนเพชรเกษม มุ่งหน้าลงใต้และกำลังเลี้ยวยูเทิร์น เพื่อที่จะกลับรถไปฝั่งขาขึ้นกรุงเทพฯ ระหว่างนั้นมีรถเก๋งวิ่งมาทางตรง และตนคิดว่ารถเก๋งจะเลี้ยวยูเทิร์นกลับรถเช่นกัน ตนจึงได้ขับรถเลี้ยวยูเทิร์น โดยที่ไม่คาดคิดว่าจะไปตัดหน้ารถเก๋งที่กำลังวิ่งทางตรงเพื่อมุ่งหน้าขึ้นกรุงเทพฯ จึงเป็นเหตุให้เกิดการเฉี่ยวชนกันขึ้น จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บและได้รับความเสียหายดังกล่าว อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจจะสอบสวนหาสาเหตุที่แน่ชัดอีกครั้ง เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป.

เอกภพ วงษ์ประเสริฐ….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ช้างป่าแก่งกระจาน ปีนข้ามรั้วบุกหากินในหมู่บ้าน วอนรัฐบาลชุดใหม่ช่วยอย่างจริงจัง

ช้างป่าแก่งกระจาน ปีนข้ามรั้วบุกหากินในหมู่บ้าน วอนรัฐบาลชุดใหม่ช่วยอย่างจริงจัง

วันที่ 28 สิงหาคม 2566 นายสมเจตน์ จันทนา หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดเฝ้าระวังและผลักดันช้างป่าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ทหารหน่วยเฉพาะกิจจงอางศึก ผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านกว่า 20 คน ออกลาดตระเวนดูแลความปลอดภัยช้างกับคน ในถนนสายพุไทร – ไทรเอน เส้นทางท่องเที่ยวในพื้นที่ ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ และภายในหมู่บ้านป่าเด็ง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี หลังรับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีโขลงช้างป่า ปีนข้ามแนวรั้วป้องกันช้างป่าที่เสียหาย เพื่อออกมาหากินริมถนนและภายในหมู่บ้าน สร้างความเดือดร้อนความเสียหายแก่ชาวบ้านในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

ผู้ใหญ่บ้านตัวแทนชาวบ้าน เปิดเผยถึงการสร้างรั้วป้องกันช้างป่า เริ่มต้นจากชาวบ้านร่วมกันทำบุญทอดผ้าป่า นำเงินมาทดลองสร้างรั้วป้องกันช้างป่าก็ได้ผล จึงส่งเรื่องไปทางจังหวัด ก็จัดสรรงบประมาณมาให้ แต่ผ่านมาหลายปี พบรั้วชำรุดเสียหายหลายจุด บางจุดรั้วมีความสูงเพียง 2 เมตรไม่สามารถป้องกันช้างป่าโตเต็มวัยได้ และเรื่องอยู่ในระหว่างของบประมาณมาซ่อมแซมเพิ่ม ปัจจุบันช้างฉลาด สามารถปีนข้ามแนวรั้วที่ชำรุดเข้ามาในหมู่บ้าน กัดกินพืชสวนของชาวสวนเสียหาย ชาวบ้านอยากได้งบประมาณมาทำถนนเลียบแนวรั้วช้าง เพื่อให้ชุดเฝ้าระวังช้างได้ออกตรวจและผลักดันช้างกลับเข้าป่า ขอสายไฟแรงต่ำ และติดตั้งสัญญาณเสียงเตือนช้างที่กำลังเข้ามาในหมู่บ้าน เพื่อจะได้รวมตัวกันออกไปผลักดันช้างกลับเข้าป่า ของบประกันพืชสวนที่เสียหายจากกรณีช้างป่าบุกทำลายพืชสวน ให้ประเมินชดใช้ค่าเสียหายให้ชาวบ้านบ้าง ปัจจุบันมีแต่ อบต.ป่าเด็ง คอยจ่ายงบช่วยเหลือ แต่ก็ได้น้อยมาก จึงอยากให้จังหวัดเพชรบุรีและจังหวัดประจวบฯ หรือรัฐบาลชุดใหม่ได้จัดสรรงบประมาณเข้ามาช่วยเหลือเร่งด่วน

นายสมเจตน์ จันทนา กล่าวว่าแนวรั้วป้องกันช้างป่าของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เป็นจุดเรียนรู้ในการป้องกันช้างป่า ในระดับประเทศที่มีความเข้มแข็งของชุมชน ที่ไม่ปล่อยหรือนิ่งเฉยต่อปัญหา พยายามรวบรวมงบประมาณส่วนตัว ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ เข้ามาช่วยเหลือในรูปแบบการทอดผ้าป่าสร้างแนวรั้วป้องกันช้างไม่ให้เข้ามาในหมู่บ้าน ซึ่งเป็นการลองผิดลองถูกมาตั้งแต่เริ่มต้น ปัจจุบันมีการสำรวจพบว่าแนวรั้วชำรุดหลายจุด ทำให้ช้างเล็ดลอดหรือปีนออกมาได้ หากมีงบประมาณเข้ามาสนับสนุนอย่างจริงจัง จะเสริมสร้างความแข็งแรงของรั้วป้องกันช้างได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ปัจจุบันได้จัดชุดเฝ้าระวังและผลักดันช้างป่า โดยมีอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ทหารทัพพญาเสือ และชุดหมู่บ้านเฝ้าระวังช้างป่า รวม 10 หมู่บ้าน ในพื้นที่ ต.ป่าเด็ง อ.แก่งกระจาน และพื้นที่ ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน ในการทำงานร่วมกัน ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นต้องหาทางแก้ไข ไม่ได้นิ่งเฉย ภาพที่ปรากฏตามสื่อต่างๆ ช้างปีนรั้วออกไปในหมู่บ้าน ช้างยืนดักรถยนต์กินพืชผลการเกษตรของชาวบ้าน เดินหากินบนถนนเส้นทางท่องเที่ยว ทางเราก็พยายามจัดส่งเจ้าหน้าที่ไปเฝ้าระวัง กวดขัน เพื่อป้องกันช้างป่าเข้มข้นมากยิ่งขึ้น.