Categories
ข่าว ทั้งหมด

เทศบาลบ้านกรูด เสวนาส่งเสริมความรู้และปลูกจิตสำนึกลดและแยกขยะระดับประถมศึกษา

เทศบาลบ้านกรูด เสวนาส่งเสริมความรู้และปลูกจิตสำนึกลดและแยกขยะระดับประถมศึกษา

เมื่อช่วงค่ำวันที่ 10 พฤศจิกายน 2566 ที่ผ่านมา นายอิศรา กาญจนรัตน์ นายกเทศมนตรีตำบลบ้านกรูด จัดงานเสวนาโครงการส่งเสริมความรู้และปลูกจิตสำนึกด้านการลดและแยกขยะระดับประถมศึกษา พร้อมด้วยนายสหรัถ สังคปรีชา หรือ “ก้อง นูโว” นายโชติวิทย์ ธรรมสุจิตร ผู้อำนวยการโรงเรียนสาธิต มศว.ปทุมวัน รศ.ดร.ภูมิ มูลศิลป์ คณบดีคณะสังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน นางเนาวรัตน์ สายชุมอินทร์ ผู้อำนวยการส่วนยุทธศาสตร์ ทสจ.ประจวบคีรีขันธ์ น.ส.ปรางทิพย์ อนันตวิภาต ประธานมูลนิธิคุณ นางจุฑาทิพย์ อิทธิศุภเศรษฐ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดดอนยาง และรักษาการผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองมงคล ในฐานะประธานศูนย์ส่งเสริมประสิทธิภาพการบริหารจัดการศึกษากลุ่มโรงเรียนธงชัย เสวนาโครงการส่งเสริมความรู้และปลูกจิตสำนึกด้านการลดและแยกขยะระดับประถมศึกษา ณ ชายหาดบ้านกรูด อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์

นายอิศรา กาญจนรัตน์ กล่าวว่าวัตถุประสงค์การจัดเสวนาโครงการส่งเสริมความรู้และปลูกจิตสำนึกด้านการลดและแยกขยะระดับประถมศึกษา ณ โรงเรียนวัดธงชัยธรรมจักร มีตัวแทนนักเรียนจากศูนย์ส่งเสริมประสิทธิภาพการบริหารจัดการศึกษา กลุ่มโรงเรียนธงชัย ประกอบด้วยโรงเรียนวัดธงชัยธรรมจักร โรงเรียนวัดดอนยาง โรงเรียนวัดถ้ำคีรีวงศ์ โรงเรียนบ้านหนองมงคล และโรงเรียนบ้านหนองระแวง เข้าร่วมกิจกรรม โดยคณะผู้จัดงานเลือกใช้ละครหุ่นเชิด Puppet Show เป็นผู้ให้ความรู้ผ่านตุ๊กตาสุดน่ารักและเนื้อหาที่เข้าใจง่าย เหมาะสมกับช่วงวัยแห่งการเรียนรู้ แยกแยะ จดจำ

นอกจากนี้ยังได้ร่วมกันแยกขยะบริเวณชายหาดบ้านกรูด พร้อมกิจกรรมเสวนาเพื่อร่วมกันคัดแยกขยะอย่างยั่งยืน โดยมีผู้ร่วมเสวนาด้วยในงานนี้คือนายสหรัถ สังคปรีชา หรือ “ก้อง นูโว” ก่อนมีการแสดงคอนเสิร์ตของวงนูโว เต็มวง และศิลปินจากพี่โป้ โยคีเพลย์บอย และวง SOCHIL ที่ชายหาดบ้านกรูด ซึ่งภายในงานมีการจำหน่ายสินค้า อาหารของพ่อค้าแม่ค้าในท้องถิ่น และขอความร่วมมือผู้จำหน่ายใช้ภาชนะที่ทำจากวัสดุธรรมชาติ นายอิศรา กล่าว.

ณัฐธภพ พันสาย….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ทางหลวงประจวบฯ รวบยกแก๊งขนชาวบังคลาเทศ 10 คน หนีเข้าเมืองไปส่งชุมพร

ทางหลวงประจวบฯ รวบยกแก๊งขนชาวบังคลาเทศ 10 คน หนีเข้าเมืองไปส่งชุมพร

วันที่ 13 พฤศจิกายน 2566 ภายใต้การสั่งการของ พ.ต.อ.คงกฤช เลิศสิทธิกุล รรท.ผบก.ทล. พ.ต.อ.ณัฐพงศ์ ปิตะบุตร รอง ผบก.ทล. พ.ต.อ.ภคพล สุชล รรท.ผกก.2 บก.ทล. พ.ต.ท.นโรตม์ ยุวบูรณ์ รรท.รอง ผกก.2 บก.ทล. พร้อมชุดจับกุมนำโดย พ.ต.ต.พุทธางกูร เรืองธรรม สว.ส.ทล.3 กก.2 บก.ทล. (ประจวบคีรีขันธ์) ร่วมกับ พ.ต.ต.วรฉัตร ฉลวยแสง สว.ส.ทล.2 กก.2 บก.ทล. กำลังตำรวจทางหลวง และ สภ.ห้วยยาง ร่วมกันจับกุมนายนิรันดร์ (สงวนนามสกุล) อายุ 49 ปี ชาวกรุงเทพฯ และนายเอกพจน์ (สงวนนามสกุล) อายุเท่ากัน ชาวพิจิตร และผู้ต้องหาเพศชาย ชาวบังคลาเทศ จำนวน 10 คน พร้อมของกลาง รถเก๋งนิสสันอัลเมร่า สีดำ ทะเบียน กบ 695 พิษณุโลก และรถเก๋งโตโยต้า อีโนว่า สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน 8 กข 9674 กรุงเทพฯ ได้ที่ริมถนนสาธารณะใกล้วัดสมุทธาราม หมู่ 7 ต.ห้วยยาง อ.ทับสะแก ต่อเนื่องบริเวณสนามกีฬาอำเภอทับสะแก จ.ประจวบฯ นำตัวตั้งข้อหานายนิรันดร์ และนายเอกพจน์ ความผิดฐานร่วมกันช่วยเหลือ ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใดๆ โดยรู้ว่าเป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายเพื่อให้พ้นจากการจับกุม ส่วนผู้ต้องหาที่เหลืออีก 10 คน ตั้งข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามาและอาศัยอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยผิดกฎหมาย

ก่อนหน้านั้น ตำรวจทางหลวงสืบทราบว่าจะมีแก๊งคนร้ายลักลอบขนต่างด้าวลงไปภาคใต้ จึงออกตรวจสอบเส้นทาง จนพบรถเก๋งต้องสงสัยทั้งสองคันดังกล่าวขับผ่านมาในพื้นที่จังหวัดประจวบฯ จึงประสานเจ้าหน้าที่ร่วมกันในการสกัดกั้นจนถึงจุดตรวจ สภ.ห้วยยาง นายนิรันดร์ซึ่งเป็นผู้ขับขี่รถเก๋งนิสสันอัลเมร่า ได้โทรผ่านโปรแกรมแมสเซนเจอร์ แจ้งให้นายเอกพจน์ซึ่งขับรถเก๋งโตโยต้า ที่มีชาวบังคลาเทศตามมาให้ทราบว่าข้างหน้ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำอยู่ที่ด่าน จึงได้ใช้เส้นทางหลบเลี่ยงไปทางวัดสมุทธาราม แล้วนำบุคคลต่างด้าวทั้งสิบคน ไปปล่อยข้างทางให้ซ่อนตัวอยู่ริมถนนดังกล่าว ก่อนทั้งคู่แยกกันขับหลบหนีไปจนถึงบริเวณสนามกีฬาอำเภอทับสะแก และถูกจับได้ในที่สุด

จากการสอบนายเอกพจน์ ให้การรับสารภาพว่าตนรับจ้างจากกลุ่มรับจ้างจัดหางานเป็นเงิน 10,000 บาท ให้ไปรับชาวบังคลาเทศ 10 คน ที่เดินทางจากประเทศกัมพูชาผ่านช่องทางธรรมชาติเข้ามาในประเทศไทยด้านชายแดนที่จังหวัดสระแก้ว ไปส่งที่จังหวัดชุมพร แล้วจะมีคนมารับต่ออีกที จึงชวนนายนิรันดร์แบ่งให้ 3,000 บาท ขับรถเก๋งอีกคันนำหน้า คอยแจ้งว่าตรงด่านไหนมีตำรวจปฎิงานอยู่หรือไม่ จนถูกจับกุมดังกล่าว.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

วัดห้วยสามพันนาม ทอดกฐินสามัคคีได้ยอดเงิน 1 ล้านบาท

วัดห้วยสามพันนาม ทอดกฐินสามัคคีได้ยอดเงิน 1 ล้านบาท

วันที่ 12 พฤศจิกายน 2566 พระใบฎีกาสรัญ โฆสิโต (พระอาจารย์บอย) เจ้าอาวาสวัดห้วยสามพันนาม ต.หินเหล็กไฟ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ในพิธีทอดกฐินสามัคคีวัดห้วยสามพันนาม ประจำปี 2566 มีนายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน นางอุษา พวงวลัยสิน นายกกิ่งกาชาดหัวหิน น.ส.ไพลิน กองพันธ์ น.ส.บุษบา โชคสุชาติ รองนายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน นางลิษา อึ้งเห่ง ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอหัวหิน นายสุรชัย – นางภัทรสุดา บริษัทสุรชัย โพลทรี่ ฟู้ดส์ จำกัด อุบาสก อุบาสิกา และพุทธศาสนิกชนจำนวนมากร่วมพิธี ภายในโดมอเนกประสงค์วัดห้วยสามพันนาม พร้อมกันนี้มีผู้ใจบุญ ต่างนำอาหารคาวหวาน ผลไม้ และเครื่องดื่มมาออกร้านโรงทานจำนวนมาก เพื่อให้ประชาชนที่มาร่วมงานได้ทานฟรี โดยยอดเงินที่ได้จากการทอดกฐินในครั้งนี้และปัจจัยที่ได้จากเงินบริจาค รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1 ล้านบาท ซึ่งวัดจะได้นำไปบูรณะปฎิสังขรณ์ศาสนสถานภายในวัดห้วยสามพันนามต่อไป พร้อมกันนี้เจ้าอาวาสวัดห้วยสามพันนามได้แจกวัตถุมงคลผ้ายันต์ “ท้าวเวสสุวรรณ” ให้กับประชาชนทุกคนที่มาร่วมงานในครั้งนี้ด้วย

วัดห้วยสามพันนาม สังกัดมหานิกาย เดิมเป็นที่พักสงฆ์ชื่อ “วังสามพันนาม” เพื่อเป็นสถานที่จำพรรษาปฏิบัติธรรมของพระภิกษุ – สามเณร และใช้เป็นสถานที่บำเพ็ญกุศลของพุทธศาสนิกชน ต่อมานายชุบ สังข์ทอง ได้ยื่นเรื่องขออนุญาตสร้างวัดและได้รับอนุญาตสร้างวัด เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2553 หลังจากนั้นได้ยื่นเรื่องขอตั้งวัดและได้รับอนุญาตตั้งวัด ชื่อ “วัดห้วยสามพันนาม” เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2554 ตามชื่อหมู่บ้านที่เป็นที่ตั้งวัด มีเนื้อที่ดินจำนวน 2 แปลง รวมเนื้อที่ 50 ไร่ 2 งาน โดยนายชุบเป็นผู้บริจาคที่ดิน เจ้าอาวาสรูปแรกคือพระอธิการสำราญ สุขวฑฺฒโก ดำรงตำแหน่งเมื่อ 16 มิถุนายน 2554 และมรณภาพเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2558 ปัจจุบันมีพระใบฎีกาสรัญ โฆสิโต เป็นเจ้าอาวาส.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ชิปปิ้งอาหารทะเล“ด่านสิงขร”ปล่อยน้ำทิ้งส่งกลิ่นเหม็นกระทบสุขภาพเจ้าหน้าที่

ชิปปิ้งอาหารทะเล“ด่านสิงขร”ปล่อยน้ำทิ้งส่งกลิ่นเหม็นกระทบสุขภาพเจ้าหน้าที่

วันที่ 12 พฤษภาคม 2566 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปตรวจสอบบริเวณลานขนถ่ายสินค้าโนแมนแลนด์ (No Man’s Land) พรมแดนระหว่างสองประเทศ จุดตรวจด่านสิงขร ชายแดนไทย – เมียนมา หมู่ 6 บ้านสิงขร ต.คลองวาฬ อ.เมืองประจวบฯ หลังจากมีการร้องเรียนไปที่ป้องกันจังหวัดประจวบฯ ว่ามีผู้ประกอบการขนส่งสินค้า (ชิปปิ้ง) บางรายขนถ่ายสินค้าประมง ซึ่งมีน้ำแข็งเป็นส่วนประกอบ ได้ทิ้งน้ำเสียจากซากสัตว์ไหลลงพื้นดิน น้ำขังเจิ่งนองเน่าเสีย มีแมลงวันหัวเขียวตัวใหญ่เกาะกินเศษอาหาร ส่งกลิ่นเหม็นคลุ้งไปไกล ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน และทหาร ฉก.จงอางศึก ที่มีฐานปฏิบัติการใกล้เคียงกัน ซึ่งก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่รัฐหลายหน่วยงานได้ขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการที่มีอยู่จัดการเรื่องขยะ สิ่งเน่าเสีย และน้ำขังให้สะอาด จากที่เคยมีมาตรการที่เข้มงวดในช่วงการแพร่ระบาดโควิด ปี 2563 – 2564 ที่มีคำสั่งของผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการชายแดนไทย – เมียนมา ผ่อนผันให้มีการขนส่งสินค้าเฉพาะอาหารแห้งเท่านั้น เพื่อป้องกันเชื้อโรคมากับวัตถุดิบที่มีความชื้นแฉะ ซึ่งในปัจจุบันสามารถขนส่งวัตถุดิบอาหารทะเลได้ ส่วนใหญ่เป็นหอย ปู กุ้ง หมึก แมงกะพรุนดองเค็ม และปลาชนิดต่างๆ

จากการตรวจสอบพบว่ามีรถบรรทุกที่มาจากฝั่งเมียนมา ที่จอดบริเวณโนแมนแลนด์เพื่อทำการขนถ่ายสินค้าไม่มากนัก เนื่องจากเป็นวันหยุด โดยวัตถุดิบอาหารทะเลหลายชนิดบรรจุอยู่ในลังพลาสติกอย่างหนา มีน้ำแข็งซึ่งเป็นตัวรักษาความสดของอาหารทะเลไว้ ซึ่งผิดเงื่อนไข ส่งผลให้น้ำแข็งที่ละลายเป็นน้ำเสียลงพื้น ถึงแม้ผู้ประกอบการมีการนำกระบะรอน้ำจากรถก็ตาม แต่สุดท้ายก็แอบเทน้ำทิ้งบริเวณดังกล่าว เนื่องจากบริเวณโนแมนแลนด์เป็นลานขนถ่ายสินค้าชั่วคราว ไม่มีระบบจัดการสุขอนามัยอย่างเป็นระบบ ปราศจากหลายหน่วยงานที่ต้องประจำจุดตรวจ มีแค่เพียงเจ้าหน้าที่ 2 – 3 คน ทำการสุ่มตรวจเปิดฝาลังพลาสติก โดยบางลังไม่ทราบว่าสินค้าที่อยู่ใต้น้ำแข็งตรงตามที่แจ้งไว้กับหน่วยงานหรือไม่ ทั้งนี้จังหวัดได้ออกมาตรการให้ผู้ประกอบการ 1.ให้ถุงบรรจุอาหารทะเลสดใส่ในถุงสองชั้น และผูกมัดปากให้สนิท 2.ถุงต้องบรรจุอยู่ในถังพลาสติก และมีถังพลาสติกรองรับน้ำระหว่างรถบรรทุกทั้งสองคัน ป้องกันไม่ให้น้ำไหลลงพื้น 3.ต้องแจ้งการเข้าออกสินค้าให้ถูกต้องตามพิกัดศุลกากรทุกประเภท ชนิด ปริมาณและน้ำหนัก 4.ต้องทำความสะอาดทุกวัน มีการโรยปูนขาวฆ่าเชื้ออาทิตย์ละสองครั้ง เก็บเศษขยะที่แรงงานนำอาหารมารับประทานระหว่างขนส่งสินค้า แต่ขณะนี้กลับไม่มีการปฎิบัติตามมาตรการที่กำหนดไว้แต่อย่างใด.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ตำรวจประจวบฯ รวบโจรชิงสร้อยทองสาวขายน้ำ

ตำรวจประจวบฯ รวบโจรชิงสร้อยทองสาวขายน้ำ

วันที่ 12 พฤศจิกายน 2566 พ.ต.อ.ไพฑูล พรมเขียน ผกก.สภ.เมืองประจวบฯ เปิดเผยว่าได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ว่าเกิดเหตุทำร้ายร่างกายแล้วกระชากสร้อยคอทองคำแม่ค้าขายน้ำดื่มสมุนไพร แล้วขี่รถจักรยานยนต์ที่ปิดบังอำพรางป้ายทะเบียนรถหลบหนีไป โดยมีผู้เสียหายขี่รถติดตามผู้ก่อเหตุอย่างกระชั้นชิด พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ช่วยสกัดจับ บริเวณริมถนนเพชรเกษม ฝั่งขาล่องใต้ บนเนินเขาทุ่งกระต่ายขัง ใกล้กับสำนักงาน อบต.อ่าวน้อย อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ หลังได้รับแจ้งจึงมอบหมายให้ พ.ต.ท.ชุมพล บางจันทึก รองผู้กำกับปราบปราม พร้อมด้วย พ.ต.ท.ศักดิ์ดา จำปาทอง รองผู้กำกับสืบสวน นำเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปราม ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน และตำรวจสายตรวจตู้ยามบริการประชาชน ไล่ล่าติดตามสกัดจับคนร้ายตามเส้นทางที่ได้รับแจ้ง จนสามารถจับกุมตัวผู้ก่อเหตุไว้ได้ บริเวณศาลเจ้าภายในหมู่บ้านบ้านบึง หมู่ 4 ต.อ่าวน้อย อ.เมืองประจวบฯ ตรวจสอบผู้ก่อเหตุ พบของกลางเป็นสร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท จำนวน 1 เส้น มูลค่า 32,000 บาท และพระเลี่ยมทอง 1 องค์ รถจักรยานยนต์ที่คนร้ายใช้เป็นยานพาหนะในการก่อเหตุ ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ น้ำเงิน – ขาว ทะเบียน 1 กฉ 1073 เพชรบุรี พร้อมให้ผู้เสียหายยืนยันชี้ตัวผู้กระทำผิด ทราบชื่อผู้ก่อเหตุ คือนาย จเร หรือเร เรืองโรจน์ อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 177/1 หมู่ 15 ต.อ่าวน้อย อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์

จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ก่อเหตุให้การว่าตนมีปัญหาเรื่องการเงิน ไม่พอใช้จ่าย จึงตัดสินใจก่อเหตุครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรวบรวมพยานหลักฐาน นำตัวผู้ก่อเหตุพร้อมของกลาง ส่ง ร.ต.อ.อาทิตย์ บุตรละคร รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองประจวบฯ ดำเนินคดีในข้อหาชิงทรัพย์ ใช้กำลังประทุษร้ายโดยใช้ยานพาหนะต่อไป

ด้าน น.ส.ณัฐณิชา อายุ 22 ปี สาวสามร้อยยอด ผู้เสียหายเล่าว่า ขณะที่ตนกำลังขายน้ำดื่มสมุนไพรอยู่ริมถนน ผู้ก่อเหตุขี่รถจักรยานยนต์มาจอด ทำทีจะมาซื้อน้ำที่ตนขาย จังหวะที่ตนเผลอ คนร้ายเอามือค้ำคอตน แล้วจะกระชากสร้อย แต่ตนขัดขืน จึงถูกต่อยที่ใบหน้าอย่างแรง ทำให้เบ้าตาของตนเขียวช้ำ จากนั้นกระชากสร้อยแล้วขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป ตนจึงขี่รถ ตาม พร้อมกับโทรแจ้งตำรวจให้ช่วยตามจับกุมตัวคนร้ายได้.

เอกภพ วงษ์ประเสริฐ….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

สมเด็จพระสังฆราช ประทานผ้าพระกฐินวัดเขาไกรลาศ หัวหิน ได้ยอดเงินเกือบ 12 ล้านบาท

สมเด็จพระสังฆราช ประทานผ้าพระกฐินวัดเขาไกรลาศ หัวหิน ได้ยอดเงินเกือบ 12 ล้านบาท

วันที่ 11 พฤศจิกายน 2566 นายกัลป์กุล ดํารงปิยวุฒิ์ ประธานบริษัท กัลป์กุล เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) เป็นประธานในพิธีถวายผ้าพระกฐินประทานสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประจำปีพุทธศักราช 2566 ที่วัดเขาไกรลาศ หมู่บ้านเขาตะเกียบ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ โดยมี เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช กรรมการมหาเถรสมาคม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พระครูพิพัฒบรรณกร เจ้าอาวาสวัดเขาไกรลาศ พร้อมด้วย พล.อ.จิรวิทย์ เดชจรัสศรี ผู้อำนวยการศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร, ว่าที่พันตรีอดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ, นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ นางนงลักษณ์ ภัทรประสิทธิ์ และไวยาวัจกรวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม กรุงเทพฯ นายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน น.ส.บุษบา โชคสุชาติ รองนายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน คณะแม่ชีพธู ฮวดหิน วัดสุขสำราญ และพุทธศาสนิกชนจำนวนมาก ร่วมแห่ผ้าพระกฐินรอบพระอุโบสถ 3 รอบ จากนั้นเข้าร่วมในพิธี

ตามพระพุทธานุญาตให้พระภิกษุอยู่จำพรรษาแล้วรับกฐินได้ จัดเป็นกาลทานที่มีอานิสงส์ยิ่งใหญ่นั้นกอปรกับในศกนี้ บรรจบศุภมงคลสมัยที่เจ้าพระคุณสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อมฺพรมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงเจริญพระชนมายุ 8 รอบ พระนักษัตร 96 พรรษา 26 มิถุนายน 2566 คณะศิษยานุศิษย์จึงตั้งกัลยาณจิตเป็นกตัญญูกตเวที ขอรับประทานผ้าพระกฐินเชิญไปทอดถวายแด่พระสงฆ์ที่จำพรรษาถ้วนไตรมาส ณ วัดเขาไกรลาศ ต.หนองแก อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ อันเป็นอารามที่บูรพาจารย์วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามทรงอุปถัมภ์และอุปถัมภ์มาตราบปัจจุบัน อีกทั้งเป็นอารามที่เจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราชพระองค์นั้นทรงผูกพันเป็นอย่างยิ่ง และเพื่อนำปัจจัยที่สาธุชนร่วมโดยเสด็จพระกุศล จะได้นำไปบูรณะปฏิสังขรณ์ศาสนสถานภายในอารามซึ่งทรุดโทรมไปตามกาลเวลาและเพื่อสร้างศูนย์การเรียนรู้พุทธศิลป์ให้กลับมาเป็นศรีสง่าแก่พระบวรพุทธศาสนาสืบไป โดยยอดเงินที่ได้จากการทอดฐินในครั้งนี้และปัจจัยที่ได้จากเงินบริจาคเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้นกว่า 11,900,000 บาท.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

นักท่องเที่ยวแห่ชมช้างป่าและกระทิงกุยบุรี ช่วงวันหยุด

นักท่องเที่ยวแห่ชมช้างป่าและกระทิงกุยบุรี ช่วงวันหยุด

วันที่ 11 พฤศจิกายน 2566 นายอรรถพล เภาอ่อน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี จ.ประจวบฯ เปิดเผยว่าหลังจากอุทยานแห่งชาติกุยบุรี ได้ปิดการท่องเที่ยวภายในอุทยานเป็นเวลา 1 เดือน ตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศทางธรรมชาติตามนโยบายของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) และเปิดให้บริการแก่นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบธรรมชาติที่สวยงามตั้งแต่เดือนกรกฎาคมเป็นต้นมา พบว่าขณะนี้มีสัตว์ป่าออกมาหากินในเส้นทางท่องเที่ยวมากขึ้น เนื่องจากเข้าสู่ฤดูหนาว ล่าสุดในช่วงวันหยุดที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเดินทางเข้าไปชมโขลงช้างป่า ฝูงกระทิง และสัตว์ป่ากันอย่างคึกคัก จากการสำรวจพบมีช้างป่าออกหากินบริเวณแปลงหญ้า 100 ไร่ 10 – 20 ตัว พบกระทิงบริเวณจุดชมสัตว์ป่าสลัดได 50 – 70 ตัว และจุดชมสัตว์ป่าพุยายสาย พบช้างป่าออกหากินบริเวณจุดนี้ สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะเด็กๆ ต่างถ่ายภาพเก็บไว้ดูตามๆ กัน

สำหรับช่วงเวลาชมสัตว์ป่าที่ดีที่สุดของอุทยาน จะอยู่ในช่วงเวลา 14.00 – 17.00 น. ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในแต่ละวัน หากวันไหนที่มีอากาศร้อนมาก สัตว์ป่าก็จะออกมาให้พวกเราได้พบเห็นในช่วงเย็น และหากวันไหนที่อากาศเย็น มีฝนตกพรําๆ ก็มีโอกาสได้พบเห็นสัตว์ป่าได้เร็วยิ่งขึ้น ที่สำคัญนักท่องเที่ยวต้องปฏิบัติตามคำแนะนำและข้อปฏิบัติต่างๆของอุทยานอย่างเคร่งครัดเพื่อความปลอดภัย และลดผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติด้วย นักท่องเที่ยวที่สนใจสามารถเดินทางมาชมโขลงช้าง ฝูงกระทิง รวมถึงเส้นทางศึกษาธรรมชาติได้ ค่าบริการเข้าอุทยาน คนไทยเด็ก 20 บาท ผู้ใหญ่ 40 บาท ค่าเข้าอุทยานชาวต่างชาติ เด็ก 100 บาท ผู้ใหญ่ 200 บาท ค่าเช่ากล้องส่องสัตว์กล้องละ 100 บาท หรือติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่โทร. 032 – 510453, 081 – 7762410 หรือเฟซบุ๊กอุทยานแห่งชาติกุยบุรี Kui Buri National Park

อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ตั้งอยู่ที่ตำบลหาดขาม อ.กุยบุรี มีพื้นที่ครอบคลุมทั้งอำเภอปราณบุรี อ.สามร้อยยอด อ.กุยบุรี อ.เมืองประจวบฯ เป็นป่าต้นน้ำลำธารที่มีทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญมากมาย ทั้งพันธุ์ไม้ สัตว์ป่า รวมไปถึงวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม มีเนื้อที่กว่า 605,625 ไร่ และประกาศให้เป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2542 ตั้งแต่นั้นมา นับเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 90 ของประเทศไทย.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เทศบาลหัวหิน หลังรับการร้องเรียน ตรวจสอบคนเร่ร่อน คนขอทาน

เทศบาลหัวหิน หลังรับการร้องเรียน ตรวจสอบคนเร่ร่อน คนขอทาน

วันที่ 10 พฤศจิกายน 2566 น.ส.ไพลิน กองพันธ์ รองนายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน จ.ประจวบฯ พร้อมด้วยนายจีรวัฒน์ พราหมณี ปลัดเทศบาล เจ้าหน้าที่กองสวัสดิการสังคม เจ้าหน้าที่เทศกิจ สำนักปลัดเทศบาล ร่วมกับหน่วยงานสังกัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์และภาคีเครือข่าย อาทิ อำเภอหัวหิน โรงพยาบาลหัวหิน สถานีตำรวจภูธรหัวหิน ลงพื้นที่สำรวจคนไร้ที่พึ่ง ขอทาน ในเขตเทศบาลเมืองหัวหิน เป็นการจัดระเบียบขอทานและกิจกรรมรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ทานถูกวิธี ลดวิถีการขอทาน โดยครั้งนี้ได้สำรวจในตลาดโต้รุ่งหัวหิน และถนนสายต่างๆ ในเขตเทศบาลฯ หลังได้รับการร้องเรียนจากประชาชนนักท่องเที่ยวว่าพบหลายราย

จากการลงพื้นที่ พบบุคคลที่มีพฤติการณ์ลักษณะคล้ายคลึงกับผู้ป่วยจิตเวช คนไร้ที่พึ่ง เร่ร่อน ออกมาพักอาศัยอยู่ในที่สาธารณะตามริมถนน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้สอบถามประวัติ คัดกรองเบื้องต้น พร้อมทั้งแจ้งสิทธิตามกฎหมาย ให้คำแนะนำปรึกษา และช่วยเหลือเบื้องต้นเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้หากใครพบเห็นคนเร่ร่อน คนขอทาน สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่งานรักษาความสงบ (เทศกิจ) ให้ดำเนินการได้ทันที หรือแจ้งศูนย์ช่วยเหลือสังคม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) สายด่วน 1300.

Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

หัวหินจัดแข่งมหกรรมกีฬาจตุรมิตร ครั้งที่ 11 เชื่อมสามัคคี 4 สถาบัน

หัวหินจัดแข่งมหกรรมกีฬาจตุรมิตร ครั้งที่ 11 เชื่อมสามัคคี 4 สถาบัน

วันที่ 10 พฤศจิกายน 2566 พ.ต.อ.ดำรงศักดิ์ ทองงามตระกูล นายกสมาคมพัฒนากีฬาหัวหิน เป็นประธานแถลงข่าวการจัดการแข่งขัน“มหกรรมกีฬาจตุรมิตรหัวหิน”ครั้งที่ 11 ประจำปี 2566 ที่ห้องโสตทัศนศึกษา โรงเรียนหัวหิน จ.ประจวบฯ ร่วมกับว่าที่พันตรี กิตติธัช แสนภูวา ผู้อำนวยการโรงเรียนหัวหิน, นายธีระพล เข่งวา รองผู้อำนวยการโรงเรียนวังไกลกังวล ในพระบรมราชูปถัมภ์, น.ส.นรินธร สีห์จักร์ ผู้อำนวยการโรงเรียนหัวหินวิทยาคม, นายวิโรจน์ ด้วงละม้าย ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายกิจการนักเรียน โรงเรียนหัวหินวิทยาลัย พร้อมด้วยนายอติชาติ ชัยศรี รองนายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน นายอมร พัฒน์ทอง เลขานุการสมาคมพัฒนากีฬาหัวหิน คณะครูนักเรียน ผู้บริหารสถานศึกษา นายกสมาคมศิษย์เก่าจาก 4 สถาบัน เข้าร่วมรับฟัง

พ.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กล่าวว่า สมาคมพัฒนากีฬาหัวหินได้รับความร่วมมือจาก 4 สถาบันการศึกษาในเขตอำเภอหัวหิน ได้แก่ โรงเรียนหัวหิน โรงเรียนหัวหินวิทยาลัย โรงเรียนหัวหินวิทยาคม และโรงเรียนวังไกลกังวล ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดการแข่งขันกีฬาประเพณีจตุรมิตรหัวหินขึ้นทุกปี ตั้งแต่ปี พ.ศ.2553 ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 11 แล้ว โดยมีการแข่งขันฟุตบอลศิษย์เก่า ฟุตบอลศิษย์ปัจจุบัน วอลเลย์บอลนักเรียน และวอลเลย์บอลครู ประเภทชายและประเภทหญิง โดยปีนี้โรงเรียนหัวหินเป็นเจ้าภาพจัดแข่งขัน และยังคงเจตนารมณ์ที่จะพัฒนาเยาวชนด้านการกีฬาและนำพาศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันของสถาบันการศึกษาทั้ง 4 สถาบัน สู่ความปรองดองสามัคคีที่ดีต่อกัน โดยเน้นกลุ่มนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายของทั้ง 4 สถาบัน ซึ่งกำลังจะเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ ทางสมาคมฯ คาดหวังว่าจะสามารถสร้างความผูกพันกับสถาบันการศึกษาต่างๆ ในกลุ่มจตุรมิตร เพื่อจะสานประโยชน์ในภายภาคหน้าได้

สำหรับ“มหกรรมกีฬาจตุรมิตรหัวหิน ครั้งที่ 11″ จะแข่งขันระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 9 ธันวาคม 2566 จะมีพิธีเปิดในวันที่ 29 พฤศจิกายน และมีแข่งขันฟุตบอลศิษ์ปัจจุบัน ที่สนามกีฬาโรงเรียนหัวหิน ในวันที่ 30 พฤศจิกายน เวลา 15.00 – 17.00 น. และวันที่ 8 ธันวาคม เวลา 14.00 – 16.00 น. จะทำการแข่งขันฟุตบอลศิษย์ปัจจุบัน ที่สนามกีฬาโรงเรียนหัวหิน วันละ 2 คู่ ส่วนการแข่งขันฟุตบอลศิษย์เก่า จะแข่งขันวันที่ 1, 2, 7, 8 ธันวาคม เวลา 15.00 – 17.00 น. ที่สนามฟุตบอลเทศบาลเมืองหัวหิน (ชุมชนบ้านเขาตะเกียบ) วันละ 2 คู่ รอบชิงชนะเลิศ วันที่ 9 ธันวาคม สำหรับการแข่งขันวอลเล่ย์บอล จะจัดขึ้นที่ลานอเนกประสงค์ โรงเรียนหัวหิน แข่งขันวันละ 4 คู่ เริ่มตั้งแต่เวลา 15.00 – 18.00 น. เป็นต้นไป นอกจากนี้ยังมีการแข่งขันบาสเกตบอลประเภท 3 x 3 และกีฬาอีสปอร์ต (ROV) ที่สนามโรงเรียนหัวหิน ก่อนพิธีปิดในวันที่ 9 ธันวาคมด้วย จึงขอเชิญผู้ที่สนใจร่วมชมการแข่งขันได้ตามวันดังกล่าว.

Categories
สังคม

มอบเงินสนับสนุนแก่นักกีฬา

ข่าวสังคม

นฤมล สุภาพงษ์ ผู้จัดการอาวุโสชุมชนสัมพันธ์ สำนักการพัฒนาที่ยั่งยืนและสื่อสารกลุ่มบริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) ร่วมแสดงความยินดี พร้อมมอบเงินสนับสนุนแก่นักกีฬาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ที่ได้รับเหรียญรางวัลจากการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ ณ เมืองหางโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อเชิดชูเกียรติให้กับนักกีฬาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย สร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนและประชาชน ได้ออกกำลังกายและเล่นกีฬา

พิสิษฐ์ รื่นเกษม….รายงาน