Categories
ข่าว ทั้งหมด

“ผบช.ภ.7” ประชุมสัญจรคณะที่ปรึกษาฯ และติดตามการบริหารงานตำรวจ พร้อมสร้างเครือข่ายความร่วมมือ

“ผบช.ภ.7” ประชุมสัญจรคณะที่ปรึกษาฯ และติดตามการบริหารงานตำรวจ พร้อมสร้างเครือข่ายความร่วมมือ

วันที่ 4 กันยายน 2569 พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภาค 7 ในฐานะประธานคณะที่ปรึกษาภาค 7 เป็นประธานประชุมคณะที่ปรึกษาตำรวจภูธรภาค 7 ด้านการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ ครั้งที่ 4/2569 (สัญจร) ณ ห้องบอลรูม โรงแรมอมารี หัวหิน จ.ประจวบฯ พร้อมด้วย พล.ต.ต.อุทัย กวินเดชาธร รอง ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.อาทร ชิ้นทอง ผบก.ภ.จ.ประจวบฯ นายทวีสิน พัฒนาภิรัส ประธานสภา อบจ.ประจวบฯ พ.ต.อ.เสมอ อยู่สำราญ ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีนครหัวหิน นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ ข้าราชการตำรวจ และคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจภาคประชาชนในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 7 เข้าร่วมประชุม เพื่อรับทราบบทบาท อำนาจหน้าที่ของคณะที่ปรึกษาในการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานของตำรวจ ตลอดจนร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการปฏิบัติงานระหว่างหน่วยงานต่างๆ

ทั้งนี้ในที่ประชุมได้นำเสนอวิดีทัศน์ผลการปฏิบัติงานของตำรวจภาค 7 และโครงการสำคัญของตำรวจภูธรจังหวัดประจวบฯ ที่ได้ดำเนินงานร่วมกับ กต.ตร. เช่น โครงการ”ครอบครัวตำรวจเราไม่ทิ้งกัน” รวมถึงคดีที่น่าสนใจในห้วงเดือน ก.ค. – ส.ค. ที่ผ่านมา พร้อมกันนี้ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ได้กล่าวขอบคุณคณะที่ปรึกษาทุกภาคส่วน ที่ให้ความร่วมมือเข้ามามีส่วนร่วมในการสนับสนุนการทำงานของตำรวจภูธรภาค 7 ซึ่งจะช่วยให้การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และบรรลุตามวัตถุประสงค์ในการดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชน.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เทศบาลนครหัวหินยกระดับผู้ประกอบการ “หัวหินปลอดภัย นักท่องเที่ยวอุ่นใจ” ได้มาตรฐานด้านสาธารณสุข

เทศบาลนครหัวหินยกระดับผู้ประกอบการ “หัวหินปลอดภัย นักท่องเที่ยวอุ่นใจ” ได้มาตรฐานด้านสาธารณสุข

วันที่ 4 กันยายน 2569 นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน เป็นประธานเปิดโครงการอบรมหลักสูตร “การพัฒนาเครือข่ายการป้องกันและควบคุมโรคติดต่อในกลุ่มสถานประกอบการที่พักอาศัยชั่วคราว (โรงแรม รีสอร์ทและบ้านพัก)” ภายใต้แนวคิด “หัวหินปลอดภัย นักท่องเที่ยวอุ่นใจ” ที่โรงแรมหัวหินแกรนด์ โฮเทลแอนด์พลาซ่า จ.ประจวบฯ จัดโดยงานป้องกันและควบุคมโรคติดต่อ กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลนครหัวหิน มีนายจีรวัฒน์ พราหมณี ปลัดเทศบาล รองปลัดเทศบาล คณะผู้บริหารเทศบาลให้การต้อนรับ พร้อมด้วยผู้ประกอบการ ผู้แทนโรงแรม รีสอร์ท บ้านพัก และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องรวม 100 คนเข้าร่วมโครงการ โดยมีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากโรงพยาบาลหัวหิน มาถ่ายทอดความรู้และแนวทางการปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและควบคุมโรคติดต่อ

นายนพพร วุฒิกุล กล่าวว่า หัวหินเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวระดับประเทศและระดับโลกที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง การเติบโตทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวเป็นหัวใจสำคัญอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตาม บทเรียนจากการแพร่ระบาดของโรคติดต่ออุบัติใหม่และอุบัติซ้ำที่ผ่านมา ทำให้เราเห็นชัดเจนว่าความมั่นคงด้านสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม คือรากฐานที่ขาดไม่ได้ในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว จึงจำเป็นต้องอาศัยพลังความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะผู้ประกอบการโรงแรม รีสอร์ทและบ้านพัก ซึ่งเป็นด่านแรกในการต้อนรับผู้มาเยือน การจัดอบรมในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความรู้และพัฒนาระบบเฝ้าระวังโรคอุบัติใหม่และโรคอุบัติซ้ำ อาทิ โรคติดเชื้ออีโบล่า, โรคลิเจียนแนร์, โรคติดเชื้อไวรัสโคโนนา, โรคไข้หวัดนก, โควิด-19 และโรคซาร์ ตลอดจนร่วมกันพัฒนาระบบการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคในสถานบริการที่พักอาศัยชั่วคราวในพื้นที่ท่องเที่ยว พร้อมทั้งกำหนดมาตรการและแนวปฏิบัติ Standard Operating Procedure หรือ SOP ที่ถูกต้อง นำความรู้เรื่องการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคไปประยุกต์ใช้เป็น SOP ของสถานประกอบการ เพื่อให้บุคลากรปฏิบัติได้ถูกต้องเมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน สร้างเครือข่ายความร่วมมือ แลกเปลี่ยนข้อมูลและการสื่อสารที่รวดเร็วระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชนและเครือข่ายผู้ประกอบการ เพื่อให้หัวหินพร้อมรับมือทุกสถานการณ์

นอกจากนี้ ยังมุ่งยกระดับมาตรฐานด้านอนามัยและสิ่งแวดล้อมของสถานประกอบการให้มีคุณภาพ สะอาด และปลอดภัย เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานด้านสาธารณสุข เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ พร้อมทั้งสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคสาธารณสุข และผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว อันจะนำไปสู่การยกระดับหัวหินให้เป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีความปลอดภัยและยั่งยืนต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เทศบาลประจวบฯ จัดงานชูอัตลักษณ์ถนนสายวัฒนธรรม กระตุ้นการท่องเที่ยวชุมชน

เทศบาลประจวบฯ จัดงานชูอัตลักษณ์ถนนสายวัฒนธรรม กระตุ้นการท่องเที่ยวชุมชน

วันที่ 3 กันยายน 2569 นายประทีป บริบูรณ์รัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวถนนสายวัฒนธรรมสู้ศึก ภายใต้ธีม “ย้อนวันวาน มนต์เสน่ห์สู้ศึก”ที่บริเวณถนนสายวัฒนธรรมสู้ศึก ชุมชนหัวบ้าน อำเภอเมืองฯ จ.ประจวบฯ โดยมีนายกมล แก้วเทศ นายกเทศมนตรีเมืองประจวบฯ กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ นายธิตินัย ตั้งบูรพาจิตร์ รองนายก อบจ.ประจวบฯ กล่าวต้อนรับ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล ปลัดเทศบาล พนักงานเทศบาล หัวหน้าส่วนราชการ แขกผู้มีเกียรติ ประชาชนและนักท่องเที่ยวในชุดแต่งกายย้อนยุคสีสดใสจำนวนมากเข้าร่วมงาน

โครงการดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3 – 4 กันยายน 2569 บริเวณถนนสายวัฒนธรรมสู้ศึก ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีคุณค่าทั้งด้านประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต และอัตลักษณ์ของชุมชน โดยเทศบาลเมืองประจวบฯ ร่วมกับ อบจ.ประจวบฯ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ถ่ายทอดเรื่องราว วิถีชีวิต และอัตลักษณ์ของถนนสายวัฒนธรรมสู้ศึก สร้างสีสันและบรรยากาศการท่องเที่ยว ตลอดจนส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนในการอนุรักษ์และสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่น

ภายในงานมีกิจกรรมหลากหลาย อาทิ ขบวนพาเหรดย้อนยุค กิจกรรมลีลาศย้อนยุคเพื่อร่วมบันทึกสถิติ การประกวดแฟชั่นการแต่งกายสไตล์ไทยวินเทจทั้งประเภทเด็กและบุคคลทั่วไป การแสดงจากสถานศึกษา ชุมชนและกลุ่มต่างๆ รวมถึงกิจกรรม “ค้นหามนต์เสน่ห์ถนนสู้ศึก” ที่นำระบบดิจิทัลมาใช้สร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ โดยให้ผู้ร่วมงานได้ร่วมสนุกใช้โทรศัพท์มือถือออกค้นหาและสะสม RC ให้ครบทั้ง 6 จุด พร้อมเดินเที่ยว เรียนรู้ และค้นพบเรื่องราวของพื้นที่ด้วยตนเอง การจัดงานครั้งนี้มุ่งหวังให้นักท่องเที่ยวและประชาชนได้สัมผัสบรรยากาศย้อนยุค เรียนรู้ประวัติศาสตร์และวิถีชีวิตของชุมชน อันจะนำไปสู่การสร้างประสบการณ์ด้านการท่องเที่ยว และเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการและชุมชนในพื้นที่ต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เทศบาลนครหัวหินมอบเกียรติบัตรยกย่องผู้เสียสละอุทิศตนในการจัดการสิ่งแวดล้อม

เทศบาลนครหัวหินมอบเกียรติบัตรยกย่องผู้เสียสละอุทิศตนในการจัดการสิ่งแวดล้อม

วันที่ 3 กันยายน 2569 น.ส.บุษบา โชคสุชาติ รองนายกเทศมนตรีนครหัวหิน จ.ประจวบฯ เป็นประธานมอบเกียรติบัตรยกย่องเชิดชูเกียรติอาสาสมัครท้องถิ่นรักษ์โลก (อถล.) ประจำปี พ.ศ.2569 ที่ห้องนเรศดำริห์ สำนักงานเทศบาลนครหัวหิน โดยมีจ่าเอกลิขิต หนูนิน รองปลัดเทศบาล กล่าวรายงาน สมาชิกสภาเทศบาล นายจีรวัฒน์ พราหมณี ปลัดเทศบาล รองปลัดเทศบาล ผู้อำนวยการกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และอาสาสมัครท้องถิ่นรักษ์โลก เข้าร่วมพิธี เพื่อยกย่อง เชิดชูเกียรติ และสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ผู้ที่อุทิศตนในการดำเนินงานด้านการจัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอย การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ตลอดจนการปกป้องและรักษาสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เทศบาลนครหัวหิน

การคัดเลือกอาสาสมัครท้องถิ่นรักษ์โลก (อถล.) ต้นแบบในครั้งนี้ จัดโดยกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลนครหัวหิน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเฟ้นหาและยกย่องบุคคลที่มีจิตอาสา เสียสละ และเป็นแบบอย่างที่ดีในการจัดการสิ่งแวดล้อม สามารถสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน รวมถึงพัฒนานวัตกรรมและขยายผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งได้มีการคัดเลือกและมอบเกียรติบัตรให้แก่ อาสาสมัครท้องถิ่นรักษ์โลก (อถล.) ดีเด่น ประเภทหนูน้อย อถล. อายุ 7 – 15 ปี จำนวน 12 คน, อาสาสมัครท้องถิ่นรักษ์โลก (อถล.) ดีเด่น ประเภทบุคคลทั่วไป อายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 10 คน รวมทั้งอาสาสมัครท้องถิ่นรักษ์โลก (อถล.) จำนวน 40 คน ซึ่งเป็นแกนนำ อถล. และเป็นคณะกรรมการเครือข่ายอาสาสมัครท้องถิ่นรักษ์โลก ที่ผ่านการอบรมตามโครงการอบรมและศึกษาดูงานเพื่อพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครท้องถิ่นรักษ์โลก (อถล.) ประจำปีงบประมาณ 2569.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ศุลกากรประจวบฯ ลุยยึดบุหรี่เถื่อน แบรนด์เนม บุหรี่ไฟฟ้า มูลค่าทะลุ 4.37 ล้านบาท

ศุลกากรประจวบฯ ลุยยึดบุหรี่เถื่อน แบรนด์เนม บุหรี่ไฟฟ้า มูลค่าทะลุ 4.37 ล้านบาท

กรมศุลกากร โดยด่านศุลกากรประจวบฯ สำนักงานศุลกากรภาคที่ 1 สนธิกำลังร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ เปิดปฏิบัติการเชิงรุก “พิทักษ์คีรีขันธ์” สกัดกั้นขบวนการลักลอบขนสินค้าหนีภาษี บุกตรวจค้นขบวนรถไฟโดยสารสายใต้และตั้งด่านตรวจค้นรถยนต์ขนส่งทางบก ยึดของกลางหลายรายการ ทั้งบุหรี่ต่างประเทศหนีภาษีกว่า 3.7 แสนมวน กระเป๋าแบรนด์เนม บุหรี่ไฟฟ้า และน้ำหอม รวมมูลค่าของกลางและภาษีอากรที่พึงชำระกว่า 4.37 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลและกรมศุลกากร ในการปกป้องสังคมและระบบเศรษฐกิจจากสินค้าผิดกฎหมาย ภายใต้การสั่งการของนายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร นายสิทธิชัย สวัสดิ์เสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ นางกิจจาลักษณ์ ศรีนุชศาสตร์ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบสิทธิประโยชน์ทางศุลกากร และนางนิภาวรรณ ใยบัวเทศ ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรภาคที่ 1 นายฐิติพงศ์ คำผุย นายด่านศุลกากรประจวบฯ จึงได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานความมั่นคง สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ประจวบฯ หน่วยเฉพาะกิจจงอางศึก กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 14 ฝ่ายปกครอง ด่านกักกันสัตว์ประจวบฯ สำนักงานประมงจังหวัดประจวบฯ ด่านตรวจประมงเขต 6 (ประจวบฯ) ด่านตรวจพืชประจวบฯ, สถานีตำรวจภูธรเมืองประจวบฯ สถานีตำรวจภูธรห้วยยาง และด่านตรวจสัตว์ป่าประจวบฯ เปิด “ปฏิบัติการพิทักษ์คีรีขันธ์” นำกำลังเข้าตรวจค้นขบวนรถไฟโดยสารสายใต้ ที่สถานีรถไฟประจวบฯ ควบคู่กับการตั้งจุดตรวจสกัดรถยนต์ขนส่งสินค้าบนเส้นทางยุทธศาสตร์ บริเวณด่านตรวจห้วยยาง ถนนเพชรเกษม อ.ทับสะแก หลังสืบทราบข้อมูลเชิงลึกว่าจะมีการลักลอบลำเลียงสินค้าหนีภาษีจากพื้นที่ภาคใต้เข้าสู่กรุงเทพฯ

จากการตรวจค้นยานพาหนะขนส่งเป้าหมาย เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดสินค้าลักลอบหนีศุลกากรได้เป็นจำนวนมาก โดยไม่มีเอกสารหลักฐานการเสียภาษี หรือผ่านพิธีการศุลกากรอย่างถูกต้อง ประกอบด้วย 1. บุหรี่ต่างประเทศ จำนวน 1,853 แท่ง (18,530 ซอง หรือประมาณ 370,600 มวน) ราคาของรวมภาษีอากรทั้งสิ้น 4,201,496 บาท 2. กระเป๋าแบรนด์เนม จำนวน 23 ใบ ราคาของรวมภาษีอากรทั้งสิ้น 132,894 บาท 3. บุหรี่ไฟฟ้าชนิดใช้แล้วทิ้งและหัวน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า รวม 55 ชิ้น ราคาของรวมภาษีทั้งสิ้น 21,500 บาท 4. น้ำหอมต่างประเทศ จำนวน 53 ขวด ราคาของรวมภาษีอากรทั้งสิ้น 20,380 บาท รวมมูลค่าราคาของและภาษีอากรทั้งสิ้น 4,376,270 บาท

การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดฐานนำเข้ามาในราชอาณาจักร ซึ่งของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร หรือเคลื่อนย้ายของโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2560 และพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2560 เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมด พร้อมควบคุมตัวผู้เกี่ยวข้องและยานพาหนะส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมทั้งเร่งสืบสวนขยายผลหาเครือข่ายขบวนการผู้ร่วมกระทำผิดทั้งหมดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ นายฐิติพงศ์ คำผุย นายด่านศุลกากรประจวบฯ เน้นย้ำว่า จะยังคงเดินหน้าบูรณาการร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงทุกภาคส่วน พร้อมเพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังจุดเสี่ยงและเส้นทางลำเลียงต่างๆ ครอบคลุมทั้งทางบก ทางราง และระบบโลจิสติกส์ขนส่ง เพื่อสกัดกั้นและปราบปรามสินค้าผิดกฎหมาย เข้ามาสร้างผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนและระบบเศรษฐกิจของประเทศอย่างต่อเนื่องต่อไป.

พันธุ์พงษ์ โพธิ์จินดา…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ตำรวจหัวหินยึดยาบ้า 185,800 เม็ด มูลค่า 10 ล้านบาท ซุกรถเก๋งล่องใต้หลังถูกจับข้อหาใช้แผ่นป้ายปลอม

ตำรวจหัวหินยึดยาบ้า 185,800 เม็ด มูลค่า 10 ล้านบาท ซุกรถเก๋งล่องใต้หลังถูกจับข้อหาใช้แผ่นป้ายปลอม

วันที่ 2 กันยายน 2569 พ.ต.อ.กัมปนาท ณ วิชัย ผกก.สภ.หัวหิน พ.ต.ท.สมพงษ์ อยู่ยืด รอง ผกก.สส.สภ.หัวหิน พร้อมชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่ ปปส.ภาค 7 และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดประจวบฯ ทำการตรวจสอบรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ ทะเบียน ญภ 6058 กรุงเทพฯ ภายหลังรถคันดังกล่าวถูกตำรวจทางหลวงจับกุมพร้อมนายเอ (นามสมมุติ) อายุ 49 ปี ชาวจังหวัดสตูล คนขับ ในข้อหาปลอมและใช้แผ่นป้ายทะเบียนปลอม ได้ที่บริเวณริมถนนหลวงหมายเลข 37 กิโลเมตรที่ 27+200 ขาล่องใต้ ต.หินเหล็กไฟ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคมที่ผ่านมา นำตัวคนขับดำเนินคดีในข้อหาปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม ก่อนให้ประกันตัวไปพร้อมยึดรถคันดังกล่าวไว้

ต่อมา สภ.หัวหิน ได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ ปปส.ภาค 7 ว่าผู้ต้องหาและรถคันดังกล่าว มีข้อมูลทางการสืบสวนว่ามีพฤติกรรมขนส่งยาเสพติดล็อตใหญ่ลงยังภาคใต้ ขอให้ทำการตรวจค้นรถคันดังกล่าวโดยละเอียดอีกครั้ง จึงทำการเอ็กซเรย์ พบยาบ้าจำนวน 185,800 เม็ด คิดเป็นมูลค่าประมาณ 10 ล้านบาท ซุกซ่อนอยู่บริเวณใต้ตัวถัง ที่ดัดแปลงเบาะนั่งด้านหลังรถ จึงทำการตรวจยึดยาบ้าทั้งหมดไว้เป็นของกลางในคดี พร้อมรวบรวมหลักฐานออกหมายจับผู้ต้องหารายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

มูลนิธิสว่างเมธีธรรมสถาน จัดงานมหากุศลประเพณีทิ้งกระจาด (ซิโกว) ประจำปี 2569

มูลนิธิสว่างเมธีธรรมสถาน จัดงานมหากุศลประเพณีทิ้งกระจาด (ซิโกว) ประจำปี 2569

วันที่ 1 กันยายน 2569 นางอภิญญา เอี่ยมอำภา รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดงานประเพณีทิ้งกระจาด (ซิโกว) ประจำปี 2569 ของมูลนิธิสว่างเมธีธรรมสถาน อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบฯ โดยมี พันจ่าเอก พัณณ์ภัสส์ สิทธิศักดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด นายสมบัติ เสียมทอง นายอำเภอสามร้อยยอด นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายก อบจ.ประจวบฯ นายสมหมาย แดงโชติ ส.อบจ.ประจวบฯ นายกำพล เต็งประเสริฐ ประธานมูลนิธิสว่างเมธีธรรมสถาน/นายกเทศมนตรีตำบลไร่เก่า ตลอดจนคณะกรรมการมูลนิธิในเครือสว่างพื้นที่ใกล้เคียง และประชาชนผู้มีจิตศรัทธาเข้าร่วมงาน มีการระดมสิ่งของจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน บริษัท ห้างร้าน พ่อค้า แม่ค้า และประชาชนผู้มีจิตศรัทธา นำข้าวสาร อาหารแห้งและเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นมาจัดเป็นชุดทาน จำนวน 3,500 ชุด แจกจ่ายให้กับประชาชนและผู้ที่ขาดแคลน

สำหรับประเพณีทิ้งกระจาด (ซิโกว) ถือเป็นงานมหากุศลที่มูลนิธิสว่างเมธีธรรมสถานจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุก 3 ปี เพื่ออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลแก่ดวงวิญญาณของผู้ล่วงลับ ทั้งที่มีญาติและไร้ญาติ อีกทั้งยังเป็นการสืบสานขนบธรรมเนียมและวัฒนธรรมอันดีงามที่มีความเชื่อมโยงกับประเพณีรับและส่งตายายของชาวพุทธในท้องถิ่นภาคใต้ รวมถึงการส่งเสริมคุณค่าด้านความกตัญญูกตเวทิตา ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และการแบ่งปันช่วยเหลือผู้ยากไร้ เช่นเดียวกับพิธีชิงเปรตในประเพณีสารทเดือนสิบ

ทั้งนี้ การจัดงานมหากุศลประเพณีทิ้งกระจาด (ซิโกว) นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญที่สะท้อนถึงความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการร่วมกันอนุรักษ์ สืบสาน และส่งต่อมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า ควบคู่กับการสร้างสังคมแห่งการให้และการแบ่งปัน เพื่อให้ประเพณีอันดีงามดังกล่าวคงอยู่คู่กับชุมชนอย่างยั่งยืนสืบไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เปิดเวทีความคิดเห็นโครงการบูรณะเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งอ่าวประจวบฯ คาดเริ่มก่อสร้างปี 73

เปิดเวทีความคิดเห็นโครงการบูรณะเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งอ่าวประจวบฯ คาดเริ่มก่อสร้างปี 73

วันที่ 31 สิงหาคม 2569 นายประทีป บริบูรณ์รัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดประชุมรับฟังความคิดเห็น ครั้งที่ 3 โครงการออกแบบเพื่อปรับปรุงฟื้นฟูบูรณะเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง ระยะที่ 1 พื้นที่ชายฝั่งทะเลบริเวณอ่าวประจวบฯ อ.เมืองฯ ที่ห้องประชุมชั้น 3 สำนักงานเทศบาลเมืองประจวบฯ อ.เมืองฯ มีนายกมล แก้วเทศ นายกเทศมนตรีเมืองประจวบฯ พร้อมคณะผู้บริหารเทศบาล นายสุวัฒน์ สมะตะ โยธาธิการและผังเมืองจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนผู้มีส่วนได้เสียจากภาคส่วนต่างๆ ทั้งระดับจังหวัด ระดับอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่โครงการและพื้นที่ใกล้เคียงร่วมประชุม เพื่อรับฟังการชี้แจงผลการศึกษาออกแบบการป้องกันชายฝั่งอ่าวประจวบฯ หลังจากที่ผ่านมาได้มีการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นโครงการมาแล้ว 2 ครั้ง

ปัจจุบันเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งอ่าวประจวบฯ ตั้งแต่บริเวณสะพานปากคลองบางนางรม ถึงกำแพงรอยต่อกองบิน 5 ระยะทาง 2.5 กิโลเมตร มีสภาพชำรุดทรุดโทรมจากการถูกคลื่นทะเลกัดเซาะเป็นเวลานานหลายปี สำนักงานเทศบาลเมืองประจวบฯ จึงได้เสนอเรื่องขอรับการสนับสนุนงบประมาณเพื่อดำเนินการซ่อมแซมไปยังกรมโยธาธิการและผังเมือง ต่อมาได้มีการว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษา ดำเนินงานออกแบบ ปรับปรุง ฟื้นฟูบูรณะเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งอ่าวประจวบฯ ให้สามารถป้องกันคลื่นที่กระโจนข้ามสันเขื่อนริมอ่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในที่ประชุม ผู้แทนจากบริษัทที่ปรึกษาโครงการฯ ได้ชี้แจงรายละเอียดรูปแบบการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเล รายละเอียดผลกระทบสิ่งแวดล้อม มาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม และมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม ซึ่งในส่วนของรูปแบบโครงการ จะดำเนินการในลักษณะเขื่อนกำแพงคอนกรีตกันคลื่นแบบโค้ง โดยใช้เขตแนวกำแพงเดิม พร้อมการปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณแนวสันเขื่อนควบคู่กันไปด้วย ซึ่งจะส่งผลดีต่อทัศนียภาพการท่องเที่ยวในพื้นที่โดยใช้งบประมาณ 50 ล้านบาท ซึ่งผู้ร่วมประชุมในวันนี้ได้ร่วมกันแสดงความคิดเห็น ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ เพื่อให้บริษัทที่ปรึกษาโครงการฯ นำไปเป็นข้อมูลในการปรับปรุงรายละเอียดให้มีความสมบูรณ์และมีความเหมาะสมมากที่สุด จากนั้นจะมีการเสนอโครงการเข้าสู่การพิจารณาจัดสรรงบประมาณดำเนินการในปีงบประมาณ 2572 คาดว่าจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างได้ในปี 2573 ใช้ระยะเวลาก่อสร้างประมาณ 2 ปี.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

อบจ.ประจวบฯ ประกาศผลและมอบรางวัลผู้ชนะการประกวดคลิป TikTok “เที่ยวประจวบ NEXT VIBE ให้ใจฟู V.2” กระตุ้นการท่องเที่ยว

อบจ.ประจวบฯ ประกาศผลและมอบรางวัลผู้ชนะการประกวดคลิป TikTok “เที่ยวประจวบ NEXT VIBE ให้ใจฟู V.2” กระตุ้นการท่องเที่ยว

วันที่ 31 สิงหาคม 2569 องค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบฯ จัดพิธีมอบรางวัลโครงการประกวดสื่อสร้างสรรค์ส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ผ่านแพลตฟอร์ม TikTok ในหัวข้อ “เที่ยวประจวบ NextVibe ให้ใจฟู v.2” ที่ห้องประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบฯ มีนายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายก อบจ.ประจวบฯ เป็นประธานกล่าวต้อนรับและมอบรางวัลเพื่อแสดงความยินดีแก่สุดยอดครีเอเตอร์ นักสร้างสรรค์คอนเทนต์ทุกท่าน โดยมีการรับชม Video Presentation ไฮไลท์ภาพรวมการประกวด และเปิดฉายผลงานคลิปที่ได้รับรางวัล พร้อมกันนี้ ประธานในพิธียังได้มอบเกียรติบัตรแก่หน่วยงานและผู้ประกอบการใจดีที่ร่วมสนับสนุนรางวัลในครั้งนี้ ได้แก่ ทูลานี เลอเบย์วิลล่า ปราณบุรี, วาฏิกา รีโซลวิลล่า กุยบุรี, แอทที บูทีค คลองวาฬ, คลองวาฬ รีสอร์ท, บริษัท แกลเลอรี่ หัวหิน จำกัด, บริษัท บลูพอร์ต หัวหิน จำกัด, สวนน้ำ วานา นาวา หัวหิน และ บจก.ภาพอักษร พร้อมทั้งท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจวบฯ สมาคมธุรการกิจการท่องเที่ยวจังหวัดประจวบฯ สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน-ชะอำ สมาคมผู้ประกอบการร้านอาหารและแผงลอยจังหวัดประจวบฯ ผู้แทนผู้ประกอบการร้านอิ่มอกอิ่มใจปราณบุรีซีฟู้ดแอนด์คาเฟ่ คณะกรรมการตัดสินการประกวด ให้เกียรติมอบรางวัลและร่วมแสดงความยินดี

ำหรับผลการประกวดคลิปวิดีโอ “เที่ยวประจวบ NEXT VIBE ให้ใจฟู V.2” มีผู้ได้รับรางวัลแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้ ประเภท Influencer อันดับ 1 ได้แก่ @JIGABPHOTO รับเงินรางวัล 30,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร (ลิงก์ผลงาน : https://www.tiktok.com/@jigabphoto/video/7664791198799842581) อันดับ 2 ได้แก่ @ได๋ได๋ที่เป็นครูช่างกล รับเงินรางวัล 20,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร (ลิงก์ผลงาน : https://www.tiktok.com/@chudadaii_/video/7664934106249088274) อันดับ 3 ได้แก่ @มาดิวัยรุ่น รับเงินรางวัล 15,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร (ลิงก์ผลงาน : https://www.tiktok.com/@lumpsumstudio/video/7664591531671604501) รางวัลชมเชย 1 ได้แก่ @KULSUWAN_DIARIES รับรางวัลบัตรกำนัลห้องพัก ทูลานี เลอเบย์ วิลล่า ปราณบุรี (ลิงก์ผลงาน : https://www.tiktok.com/@kulsuwanfamily/video/7665023435956915477) รางวัลชมเชย 2 ได้แก่ @บลู พา กิน พา เที่ยว รับรางวัลบัตรกำนัลห้องพัก วาฏิกา รีโซลวิลล่า กุยบุรี (ลิงก์ผลงาน : https://www.tiktok.com/@nuttawut.sangtong/video/7646637970094689557)

ประเภท ทั่วไป/ทีม อันดับ 1 ได้แก่ @WANDERLENS_TRAVELTRIP รับเงินรางวัล 15,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร (ลิงก์ผลงาน : https://www.tiktok.com/@wanderlens_traveltrip/video/7651567369017363732) อันดับ 2 ได้แก่ @4HANDTOGETHER รับเงินรางวัล 10,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร (ลิงก์ผลงาน : https://www.tiktok.com/@pawineechuem/video/7664776373059357973) อันดับ 3 ได้แก่ @PHATCHARAPHON รับเงินรางวัล 5,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร (ลิงก์ผลงาน : https://www.tiktok.com/@phatcharaphon7952/video/7663751549222702357) รางวัลชมเชย 1 ได้แก่ @แอ๋วกับแติ้ล รับรางวัลบัตรกำนัลห้องพัก วาฏิกา รีโซลวิลล่า กุยบุรี (ลิงก์ผลงาน : https://www.tiktok.com/@kobkan_28/video/7663754579347066130) รางวัลชมเชย 2 ได้แก่ @W.K.S. สภานักเรียน 69 รับรางวัลบัตรกำนัลห้องพัก คลองวาฬ รีสอร์ท (ลิงก์ผลงาน : https://www.tiktok.com/@sapanakrian/video/7664834160372010247) รางวัลชมเชย 3 ได้แก่ @kaimooksrl10 รับรางวัลบัตรกำนัลห้องพัก แอทที บูทีค คลองวาฬ (ลิงก์ผลงาน : https://www.tiktok.com/@kaimooksrl10/video/7662625005712182549) รางวัลชมเชย 4 ได้แก่ @mairakkanlaeo_19 รับรางวัลบัตรกำนัลห้องพัก คลองวาฬ รีสอร์ท (ลิงก์ผลงาน : https://www.tiktok.com/@mairakkanlaeo_19/video/7656073498707709205)

ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีการบนเวที ได้เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนร่วมสัมภาษณ์ผู้บริหารและผู้ชนะรางวัล ตลอดจนกิจกรรมให้ผู้ได้รับรางวัลร่วมถ่ายทำคลิปวีดีโอ เพื่อบอกเล่าถึงความรู้สึกและแรงบันดาลใจในการทำคลิป TikTok ส่งเข้าประกวด ซึ่งผลงานจากครีเอเตอร์ทุกท่านจะกลายเป็นสื่อสำคัญในการกระตุ้นและส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดประจวบฯ ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

“ร้านอิ่มอกอิ่มใจ” คว้าแชมป์ภาคกลาง ในการแข่งขันประกวดอัตลักษณ์อาหาร เตรียมเข้าแข่งระดับประเทศ

“ร้านอิ่มอกอิ่มใจ” คว้าแชมป์ภาคกลาง ในการแข่งขันประกวดอัตลักษณ์อาหาร เตรียมเข้าแข่งระดับประเทศ

วันที่ 29 สิงหาคม 2569 นางวันเพ็ญ มังศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เป็นประธานเปิดการแข่งขันประกวดอัตลักษณ์อาหารภูมิภาค “รสถิ่นไทย” รอบภูมิภาค ภาคกลางและภาคตะวันออก ที่โรงเรียนการอาหารนานาชาติ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับกองทุนนิยมไทยและมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี จัดขึ้น มีนายยุทธนา หยิมการุณ กรรมการมูลนิธิกองทุนนิยมไทย อาจารย์ ดร.อมร ประดับทอง ที่ปรึกษาอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี พร้อมคณะทำงาน กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมให้การต้อนรับ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อค้นหาและคัดเลือกอัตลักษณ์อาหารประจำภูมิภาคให้ก้าวสู่มาตรฐานระดับสากล ภายใต้โครงการ “รสถิ่นไทย” พร้อมส่งเสริมการอนุรักษ์ สืบสาน และยกระดับอัตลักษณ์อาหารไทยในแต่ละท้องถิ่นให้เป็นทุนทางวัฒนธรรมที่สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรและชุมชน ตลอดจนสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงอาหารและขับเคลื่อน Soft Power ด้านอาหารไทยอย่างยั่งยืน

กำหนดการแข่งขันรอบคัดเลือกทั้ง 4 ภูมิภาค ได้แก่ ภาคกลางและภาคตะวันออก ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี, ภาคเหนือ ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย และภาคใต้ ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี โดยจะคัดเลือกภูมิภาคละ 5 ทีม รวม 20 ทีม เข้าสู่การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศระดับประเทศต่อไป

โอกาสนี้ ร้านอิ่มอกอิ่มใจ ปราณบุรีซีฟู้ดแอนด์คาเฟ่ ในนามตัวแทนจังหวัดประจวบฯ โดย ดร.จิตสิริกร หน่อทิม ผู้บริหารได้นำทีม 3 คน เข้าร่วมการแข่งขันทำอาหาร ภายใต้โจทย์ “1 สำรับ 3 จาน” ประกอบด้วยเมนูดั้งเดิมที่สะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่น เมนูนวัตกรรมร่วมสมัย และเครื่องเคียงสำรับ โดยนำเสนอเรื่องราว ภูมิปัญญา คุณค่าและเอกลักษณ์ของอาหารไทย โดยทางร้านได้นำเสนอสำรับอาหารอัตลักษณ์ภายใต้ชื่อ “สามอ่าวสามรส” ได้แก่ เมนูแกงคั่วสับปะรดไข่แมงดา (ได้รับการคัดเลือกให้เป็น “1 จังหวัด 1 เมนู เชิดชูอาหารถิ่น” ของจังหวัดประจวบฯ ประจำปี 2569) เมนูกุ้งยกทัพสมุนไพร และเมนูต้มส้มปลากะพง และผลการแข่งขัน ‘ร้านอิ่มอกอิ่มใจ’ ชนะเลิศได้เป็นตัวแทนของภาคกลาง ส่วนภาคตะวันออกได้จังหวัดตราด จันทบุรี และยังมีจังหวัดสมุทรสงคราม และพระนครศรีอยุธยา รับเงินรางวัลทีมละ 10,000 บาท พร้อมใบประกาศเกียรติคุณ เตรียมเข้าร่วมการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศระดับประเทศที่กรุงเทพฯ ในช่วงเดือนธันวาคมนี้.