Categories
ข่าว ทั้งหมด สังคม

หลายหน่วยงาน เร่งค้นหาลุงวัย 74 ปี ขึ้นเขาไปตัดไม้ ทำด้ามจอบ หายไป 2 วัน ยังไม่กลับลงมา

หลายหน่วยงาน เร่งค้นหาลุงวัย 74 ปี ขึ้นเขาไปตัดไม้ ทำด้ามจอบ หายไป 2 วัน ยังไม่กลับลงมา

วันที่ 6 มิถุนายน 2568 เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี, ฝ่ายปกครองอำเภอสามร้อยยอด, ตำรวจ สภ.สามร้อยยอด, กำนัน, ผู้ใหญ่บ้าน, อาสาสมัคร หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างเมธีธรรมสถาน ญาติๆ และชาวบ้านกว่า 50 คน ร่วมกันวางแผนที่บ้านหนองเป่าปี่ หมู่ 3 ต.ศาลาลัย อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ บริเวณตีนเขาหุบตาชิด เพื่อค้นหานายชิด มีถาวร อายุ 74 ปี ที่ขึ้นไปตัดต้นมหาพรหมณ์ เพื่อทำด้ามจอบขาย ตั้งแต่วันที่ 4 มิถุนายนแล้วยังไม่กลับลงมา ซึ่งปกติลุงชิดจะขึ้นไปต้นไม้ตอนเช้า และจะกลับลงมาตอนเย็นทุกครั้ง แต่ครั้งนี้ยังไม่ลงมา ลูกๆ จึงช่วยกันออกค้นหา พบเพียงแต่ถุงย่ามวางไว้บนพื้น ข้างในมีถุงข้าว ขวดน้ำ ขนมปัง ขนมขบเคี้ยว เมื่อทราบพิกัดแล้วได้กระจายกำลังออกค้นหา แต่ไม่เจอ จึงต้องลงจากเขามาเตรียมตัวค้นหาใหม่ในวันรุ่งขึ้น ส่วนถุงย่ามไม่ได้นำกลับมา เผื่อว่าถ้าลุงชิดกลับมาจะได้เอาไปกิน โดยใช้เวลาค้นหาเกือบ 10 ชั่วโมง จึงลงจากบนเขามา เพื่อรวบรวมชาวบ้าน เสบียงอาหารให้พร้อมและเดินขึ้นไปอีกครั้ง โดยปูพรมรัศมีจุดที่พบถุงย่าม เสบียง นานกว่า 8 ชั่วโมง ก็ยังไม่พบ จึงขอความช่วยเหลือจากหลายหน่วยงานในพื้นที่ ให้ช่วยค้นหากันอีกครั้ง โดยแบ่งกำลังเป็น 3 ชุด แยกย้ายกันค้นหา

กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการเพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติ เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเลและเสริมสร้างความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรประมงในพื้นที่สอดคล้องกับนโยบายสำคัญของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่น้อมนำแนวพระดำริสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา มาประยุกต์ใช้ในการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งสอดคล้องกับภารกิจของมูลนิธิอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย

น.ส.วัลยา ลูกสาวลุงชิด เล่าว่า พ่อขึ้นไปตัดต้นมหาพรมณ์ เพื่อนำมาทำด้ามจอบขาย ครั้งนี้พ่อไม่กลับลงมาเหมือนทุกครั้ง จึงช่วยกันออกตามหามาสองวันแล้ว ก็ยังไม่พบ ไม่ทราบว่าหายไปทางไหน มีด เลื่อยที่ใช้ตัดต้นไม้ก็ไม่พบ คิดว่าพ่อนำติดตัวไปด้วย พบเพียงถุงย่าม ที่น่าเป็นห่วงคือพ่อมีโรคประจำตัว โรคความดัน โรคเบาหวาน ขนาดที่ต้องฉีดอินซูลีนที่หน้าท้อง แทนการกิน คาดว่าขณะออกไปหาตัดต้นไม้ ห่างจากจุดที่พบถุงย่าม แล้วโรคประจำตัวกำเริบ ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้.

ฐิติชญา แสงสว่าง…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด สังคม

โรตารีรอยัลจัดงานสถาปนานายกและคณะกรรมการสโมสรและสโมสรโรทาแรคท์ ประจำปี 2568 – 2569

โรตารีรอยัลจัดงานสถาปนานายกและคณะกรรมการสโมสรและสโมสรโรทาแรคท์ ประจำปี 2568 – 2569

ช่วงค่ำวันที่ 6 มิถุนายน 2568 นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานในพิธีสถาปนานายกและคณะกรรมการบริหาร ประจำปี 2568 – 2569 ที่โรงแรมอมารี หัวหิน มีนายจักรชัย วิสุทธากุล ผู้ว่าการภาค 3330 โรตารีสากล พลโทกนิษฐ์ จําจุนทร์ อดีตผู้ว่าการภาค 3330 คณะกรรมการบริหารสโมสร สมาชิกโรแทเรียน แขกผู้มีเกียรติ และสมาชิกจากสโมสรโรตารีในพื้นที่ต่างๆ กว่า 200 คน เข้าร่วมพิธี

ซึ่งวันนี้ได้มีการแต่งตั้งและสถาปนา นายกสโมสรและคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ของทั้ง 3 สโมสร ประจำปี 2568 – 2569 ได้แก่ มร.ไบรอัน แอนเดอร์สัน นายกสโมสรโรตารีรอยัลหัวหิน, นางศรีเรือน อาร์เชอร์ นายกสโมสรโรทาแรคท์ มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด น.ส.ฐานิตา พรพิมลวงศา นายกสโมสรโรทาแรคท์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ วิทยาเขตวังไกลกังวล

สโมสรโรตารีรอยัลหัวหิน เป็นสโมสรโรตารีนานาชาติ ที่มีสมาชิกทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติรวมกว่า 63 คน จาก 12 ประเทศ ได้ดำเนินโครงการบำเพ็ญประโยชน์เพื่อชุมชนในพื้นที่หัวหินอย่างต่อเนื่องมากว่า 16 ปี ทางสโมสรให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสในด้านการศึกษา การพัฒนาศักยภาพ สุขภาพและคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชน

ในปีบริหาร 2567 – 2568 สโมสรได้จัดสรรงบประมาณมากกว่า 4.2 ล้านบาท เพื่อขับเคลื่อนโครงการบำเพ็ญประโยชน์ถึง 40 โครงการ อาทิการจัดซื้อและมอบรถพยาบาลฉุกเฉิน พร้อมอุปกรณ์มูลค่า 2.5 ล้านบาท ให้แก่โรงพยาบาลหัวหิน จัดซื้อเครื่องดมยาสลบระบบใหม่ มูลค่า 2.6 ล้านบาท ให้แก่โรงพยาบาลหัวหิน การจัดอบรมหลักสูตรความปลอดภัยทางน้ำและการป้องกันการจมน้ำสำหรับเด็ก ซึ่งดำเนินการต่อเนื่องเป็นรุ่นที่ 7 มีเด็กและเยาวชนผ่านการอบรมมาแล้ว กว่า 700 คน โครงการ ติดตั้งระบบโซล่าเซลล์พลังงานหมุนเวียน ในโรงเรียนบ้านเนินพะยอมและโรงเรียนในพื้นที่ชนบทอื่นๆ.

Categories
ข่าว ทั้งหมด สังคม

ใช้เส้นทางในศูนย์กรมชลประทาน

 เทศบาลหัวหินขอใช้เส้นทางในศูนย์การเรียนรู้เกษตรชลประทาน ลดจราจรติดขัดบริเวณโค้งพระจันทร์

วันที่ 6 มิถุนายน 2568 นายจีรวัฒน์ พราหมณี ปลัดเทศบาลนครหัวหิน รักษาราชการแทนนายกเทศมนตรีนครหัวหิน พร้อมด้วยนายกลยุทธ กุยุคำ ผู้อำนวยการสำนักช่าง หัวหน้าส่วนงานที่เกี่ยวข้อง ประชุมหารือแก้ไขปัญหาการจราจรบริเวณถนนโค้งพระจันทร์ ร่วมกับนายธนชาติ สุขอนันตวงษ์ ผู้อำนวยการส่วนวิศวกรรม สำนักงานชลประทานที่ 14 และตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมที่ห้องประชุมชลประทานชูชาติ อาคารศูนย์การเรียนรู้เกษตรชลประทาน

นายจีรวัฒน์ พราหมณี กล่าวว่าเนื่องจากขณะนี้มีการก่อสร้างถนนบริเวณวงเวียนโค้งพระจันทร์ ถนนหัวหิน – ห้วยมงคล ทำให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัดในช่วงเวลาเร่งด่วน เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาดังกล่าว เทศบาลนครหัวหินได้ประสานขอความร่วมมือกับสำนักงานชลประทานที่ 14 เพื่อขอใช้เส้นทางภายในอาคารศูนย์การเรียนรู้เกษตรชลประทาน และประสานไปยังอธิบดีกรมชลประทาน ขออนุญาตใช้ถนนภายในศูนย์การเรียนรู้เกษตรชลประทาน เพื่อเพิ่มช่องทางการจราจรจากถนนเลียบคลองชลประทาน เข้าเมืองหัวหินเป็นการชั่วคราว ในระหว่างที่มีการก่อสร้างถนนวงเวียนโค้งพระจันทร์ ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากทุกฝ่าย และลงพื้นที่ร่วมกันในการเตรียมความพร้อมเปิดเส้นทางดังกล่าว

 ในที่ประชุมกำหนดให้รถจักรยานยนต์และรถยนต์สี่ล้อเท่านั้นที่จะใช้เส้นทางนี้ได้ และกำหนดให้มีการเดินรถทางเดียว (วันเวย์) โดยรถที่จะเข้าเมืองหัวหิน สามารถใช้เส้นทางเลี่ยงวงเวียนโค้งพระจันทร์ ผ่านหน้าบริเวณตลาดแพไม้ เข้าประตูด้านหลังศูนย์การเรียนรู้เกษตรชลประทาน ออกทางประตูด้านหน้า กำหนดช่วงเวลาเปิด – ปิด สองช่วง คือช่วงเช้าตั้งแต่เวลา 06.30 – 09.00 น. และช่วงเย็น ตั้งแต่เวลา 15.00 – 18.00 น. โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน – วันที่ 30 กรกฎาคม ทั้งนี้เทศบาลนครหัวหินจะจัดเจ้าหน้าที่เทศกิจ และ อปพร. 3 – 5 คน คอยอำนวยความสะดวกด้านการจราจร พร้อมติดตั้งป้ายแนะนำเส้นทางเลี่ยงดังกล่าว ขณะที่ในส่วนของสำนักงานชลประทานที่ 14 จะช่วยจัดการจราจรภายใน ไม่ให้มีรถจอดกีดขวางเส้นทาง คาดว่าการเปิดเส้นทางเลี่ยงเพิ่มเติมนี้จะช่วยแก้ปัญหาการจราจรติดขัดบริเวณดังกล่าวได้เป็นอย่างดี.

Categories
ข่าว ทั้งหมด สังคม

สุวัจน์เปิดบิ๊กซี หัวหินมาร์เช่

สุวัจน์เปิดบิ๊กซี หัวหินมาร์เช่

วันที่ 6 มิถุนายน 2568 นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดตัว ‘Big C Hua Hin Marche’ อย่างเป็นทางการ ภายในพื้นที่ 6,000 ตารางเมตร ที่ชั้น G ศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน จ.ประจวบฯ มี นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ, นายอัศวิน – นางฐาปนีย์ เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ และรองประธานกรรมการบริหาร บริษัท บิ๊กซี ชูเปอร์เซนเตอร์ จำกัด (มหาชน), นายภาณุมาศ อจลบุญ อัยการจังหวัดหัวหิน, พล.ต.ต.นครินทร์ สุคนธวิท ผบก.ภ.จ.ประจวบฯ, พ.ต.อ.กัมปนาท ณ วิชัย ผกก.สภ.หัวหิน, นายประสูตร หอมบรรเทิง นายอำเภอหัวหิน, นายจีรวัฒน์ พราหมณี ปลัดเทศบาล รักษาการนายกเทศมนตรีนครหัวหิน, น.ส.วรกานต์ ถาวร รองผู้อำนวยททท.สำนักงานประจวบฯ, น.ส.วจี กลมเกลี้ยง กรรมการบริหาร บริษัท หัวหิน แอสเสท จำกัด, นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน – ชะอำ นายโชคชัย วงศ์จักรภัทร กรรมการผู้จัดการบลูพอร์ตหัวหิน และแขกผู้มีเกียรติจำนวนมากให้การต้อนรับและร่วมแสดงความยินดี ท่ามกลางประชาชนนักท่องเที่ยวจับจ่ายใช้สอยซื้อสินค้ากันอย่างคึกคัก

นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ทางบิ๊กซี มาร์เช่ ซึ่งเป็นคอนเซ็ปต์ใหม่ของบิ๊กซี มาเปิดที่หัวหิน ถือว่าเป็นพรีเมียมที่สุดของบิ๊กซีมาร์เช่ ที่แรกที่เปิด คือที่วันแบงก์กอก แล้วมาเปิดแห่งที่ 2 ที่หัวหิน เป็นการแสดงออกถึงศักยภาพของเมืองหัวหิน ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก การมาของบิ๊กซี มาร์เช่ ครั้งนี้ถือเป็นการยกระดับความเป็นเมืองท่องเที่ยว เป็นการสร้างไลฟ์สไตล์ให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติที่อยู่ที่เมืองหัวหิน เรื่องการท่องเที่ยวถือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ ฉะนั้นการที่บิ๊กซีขยายการลงทุนในเมืองท่องเที่ยว เป็นการแสดงออกถึงความมั่นใจในระบบเศรษฐกิจของประเทศด้วย เป็นการส่งเสริมในเรื่องของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ซึ่งตอนนี้เป็นจุดแข็งที่สุดของประเทศไทย แล้วเมืองหัวหินเป็นเมืองที่มีศักยภาพสูงสุดเมืองหนึ่งที่เป็นเมืองท่องเที่ยว ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี ที่ช่วยกันแสดงออกถึงความมั่นใจต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ เป็นการแสดงออกถึงการส่งเสริมอุตสากรรมการท่องเที่ยว อย่างน้อยผู้ประกอบการก็มีความมั่นใจว่าเศรษฐกิจของประเทศยังดีอยู่

นางฐาปณี เตชะเจริญวิกุล กล่าวว่า ห้างบิ๊กซีหัวหินมาร์เช่ เป็นห้างเปิดใหม่และใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศ ที่ให้บริการอย่างครบครัน ด้วยสินค้าคุณภาพระดับพรีเมียมในราคาที่เข้าถึงได้ ตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม บรรยากาศที่ทันสมัยและครบครันเพื่อมอบประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้าในทุกๆ วัน ‘Big C Hua Hin Marche’ ได้รับการออกแบบเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทย ชาวต่างชาติ รวมถึงคนในพื้นที่ โดยเน้นการให้บริการที่ครบครัน สะดวกสบาย และคุณภาพระดับสูงในราคาที่จับต้องได้ พร้อมนำเสนอบรรยากาศที่ทันสมัย ภายในศูนย์การค้าที่เปี่ยมด้วยเอกลักษณ์ของหัวหิน โดดเด่นด้วยกลุ่มสินค้าสด คุณภาพดี และสินค้านำเข้าหลากหลายประเภทจากอังกฤษ ฝรั่งเศส ยุโรป สแกนดิเนเวีย และออสเตรเลีย รวมถึงโซนสินค้าท้องถิ่นที่ตอบโจทย์ ทั้งการใช้งานและการเลือกซื้อสำหรับเป็นของฝากด้วย.

Categories
ข่าว ทั้งหมด สังคม

กรมคุมประพฤติติวเข้มผู้ปฏิบัติงาน ลดการกระทำความผิดซ้ำและแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำความผิด

กรมคุมประพฤติติวเข้มผู้ปฏิบัติงาน ลดการกระทำความผิดซ้ำและแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำความผิด

วันที่ 5 มิถุนายน 2568 นางนุสรา วงษ์สุวรรณ รองอธิบดีกรมคุมประพฤติ เป็นประธานเปิดประชุมเชิงปฏิบัติการ การติดตามผลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ตามพระราชบัญญัติมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำ ในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใช้ความรุนแรง พ.ศ.2565 มีนายนำโชค สอนวงษา ผู้อำนวยการกองอำนวยการเฝ้าระวังความปลอดภัยของสังคม กรมคุมประพฤติ กล่าวรายงาน และมีผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติในเขตพื้นที่ เขต 7 ทั้ง 8 จังหวัด 9 สำนักงาน ประกอบด้วยสำนักงานคุมประพฤติ จ.นครปฐม จ.กาญจนบุรี จ.สุพรรณบุรี จ.สมุทรสาคร จ.สมุทรสงคราม จ.ราชบุรี จ.เพชรบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ (สำนักงานประจวบฯ, สำนักงานสาขาหัวหิน) เจ้าหน้าที่สำนักงานคุมประพฤติทั้ง 9 สำนักงาน เจ้าหน้าที่กองเฝ้าระวังความปลอดภัยของสังคม ตลอดจนประธานอาสาสมัครคุมประพฤติ (อ.ส.ค.) และตัวแทนอาสาสมัครคุมประพฤติทั้ง 8 จังหวัดเข้าร่วม

นางนุสรา วงษ์สุวรรณ กล่าวว่า การติดตามผลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ตามพระราชบัญญัติมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำในความผิดเกี่ยวกับเพศ หรือที่ใช้ความรุนแรง พ.ศ.2565 ด้วยพระราชบัญญัติฉบับนี้ มีเจตนารมณ์เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับผู้เสียหายและสังคม ลดการกระทำความผิดซ้ำและแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำความผิดในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใช้ความรุนแรง ซึ่งการดำเนินการเพื่อให้เกิดผลสำเร็จตามเจตนารมณ์ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยการบูรณาการความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายในพื้นที่ ซึ่งในปีงบประมาณที่ผ่านมา กรมคุมประพฤติได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคีเครือข่ายภาคประชาสังคม เพื่อสร้างความเข้าใจในพระราชบัญญัตินี้ และแลกเปลี่ยนความคิดเห็น รวมทั้งร่วมกันหาแนวทางในการพัฒนางานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

โครงการประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ จึงมีความสำคัญยิ่ง เพื่อติดตามและประเมินความก้าวหน้าและประสิทธิภาพของการดำเนินงานของหน่วยงานในพื้นที่ ตลอดจนรับทราบปัญหา อุปสรรคในการดำเนินการ ตามพระราชบัญญัติมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใช้ความรุนแรง พ.ศ.2565

นายนำโชค สอนวงษา ผู้อำนวยการกองอำนวยการเฝ้าระวังความปลออดภัยของสังคม กล่าวว่า จากการดำเนินการขับเคลื่อนภารกิจตามพระราชบัญญัติมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำในความผิดเกี่ยวกับเพศ หรือที่ใช้ความรุนแรง พ.ศ.2565 ตามแนวทางของกรมคุมประพฤติ เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติให้กับสำนักงานคุมประพฤติทั่วประเทศ ดำเนินการขับเคลื่อนโดยผู้ถูกเฝ้าระวังแล้วกว่า 3,000 ราย ดังนั้น เพื่อเป็นการติดตามผลและรับทราบปัญหาข้อขัดข้องในการดำเนินการของสำนักงานคุมประพฤติ อันจะนำไปสู่การแก้ไขปรับปรุง พัฒนาแนวทางในการปฏิบัติงานร่วมกัน ตลอดจนเพื่อเสริมสร้างความเข้าใจแก่พนักงานคุมประพฤติ ในการปฏิบัติงานตามพระราชบัญญัติมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใช้ความรุนแรง พ.ศ.2565 ให้มีประสิทธิภาพ เป็นไปในมาตรฐานเดียวกัน และสอดคล้องกับแนวทางปฏิบัติที่กำหนดไว้
กองอำนวยการเฝ้าระวังความปลอดภัยของสังคม กรมคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม จึงจัดประชุมขึ้น ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งที่ 8 มีผู้เข้าร่วมโครงการจากสังกัดสำนักงานคุมประพฤติเขต 7 จำนวนทั้งสิ้น 108 คน โดยในช่วงเช้าจะเป็นการบรรยายให้ความรู้ ส่วนในช่วงบ่ายจะเป็นการแบ่งกลุ่มระดมสมอง มีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ตลอดจนผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี.

บุญมา ลิบลับ….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด สังคม

อุทยานแห่งชาติอ่าวสยาม จัดกิจกรรมอนุรักษ์ทะเล เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก

อุทยานแห่งชาติอ่าวสยาม จัดกิจกรรมอนุรักษ์ทะเล เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก

วันที่ 5 มิถุนายน 2568 นายเอกฤทธิ์ ดวงมาลา หัวหน้าอุทยานแห่งชาติอ่าวสยาม (เตรียมการ) อ.บางสะพาน จ.ประจวบฯ นำทีมเจ้าหน้าที่เข้าร่วมกิจกรรม “SSI Group Plogging” ปีที่ 4 กิจกรรมเดิน-วิ่งเก็บขยะชายหาดแม่รำพึง เพื่อสร้างชายหาดสะอาดและลดขยะพลาสติก จัดขึ้นเนื่องในโอกาสวันสิ่งแวดล้อมโลก (World Environment Day) และวันทะเลโลก (World Ocean Day) โดยมีนายสุทิน ประเสริฐศักดิ์ นายอำเภอบางสะพาน เป็นประธานเปิดกิจกรรม พร้อมด้วย อบต.แม่รำพึง กำนัน ผู้ใหญ่บ้านตำบลแม่รำพึง และหน่วยงานราชการต่างๆ เข้าร่วมกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำหอยแมลงภู่จำนวน 3,000,000 ตัว ณ คลองปากปิด บ้านฝ่ายท่า ต.พงศ์ประศาสน์ อ.บางสะพาน จ.ประจวบฯ ร่วมกับประมงอำเภอบางสะพาน กลุ่มประมงพื้นบ้านเชิงอนุรักษ์พงศ์ประศาสน์ และเครือข่ายประมงบางสะพาน

กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการเพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติ เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเลและเสริมสร้างความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรประมงในพื้นที่สอดคล้องกับนโยบายสำคัญของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่น้อมนำแนวพระดำริสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา มาประยุกต์ใช้ในการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งสอดคล้องกับภารกิจของมูลนิธิอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย

นายเอกฤทธิ์ กล่าวว่า การดำเนินงานครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของหน่วยงาน ในการปกป้องและอนุรักษ์อุทยานแห่งชาติทางทะเล ตามแนวทางการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน เพื่อให้ระบบนิเวศทางทะเลคงความอุดมสมบูรณ์ไว้สำหรับคนรุ่นหลัง นอกจากนี้กิจกรรมดังกล่าวเป็นตัวอย่างที่ดีของการร่วมมือระหว่างภาครัฐ ชุมชนท้องถิ่น และภาคเอกชน ในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมทางทะเลของประเทศไทยอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน.

Categories
ข่าว ทั้งหมด สังคม

กิจกรรมเดิน – วิ่ง เก็บขยะชายหาดแม่รำพึง ครั้งที่ 4

ข่าวสังคม

กลุ่มเหล็กสหวิริยา ร่วมกับ อบต.แม่รำพึง และเครือข่ายประมงบางสะพาน จัดกิจกรรมเดิน – วิ่ง เก็บขยะชายหาดแม่รำพึง ครั้งที่ 4 เนื่องในโอกาสสองวันสำคัญของโลก คือวันสิ่งแวดล้อมโลก 5 มิถุนายนของทุกปี และวันทะเลโลก 8 มิถุนายนของทุกปี เพื่อสร้างความตระหนักและส่งเสริมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ช่วยกันปกป้องและรักษาทะเล พร้อมกับสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนและชุมชนในพื้นที่ตำบลแม่รำพึง อ.บางสะพาน จ.ประจวบฯ

โดยนายสุทิน ประเสิรฐศักดิ์ นายอำเภอบางสะพาน เป็นประธานปล่อยตัวนักเดิน – วิ่ง เก็บขยะ ซึ่งประกอบไปด้วยคณะผู้บริหารและพนักงานกลุ่มเหล็กสหวิริยา ผู้นำชุมชน เยาวชนและประชาชนกว่า 600 คน เก็บขยะชายหาดแม่รำพึง ระยะทางไปกลับ ประมาณ 3 กิโลเมตร โดยเก็บรวบรวมและคัดแยกขยะชายหาด นำส่งเข้าโครงการการจัดการขยะมูลฝอยชุมชน “จังหวัดสะอาด” ประจำปี 2568 ที่ดำเนินการโดย อบต.แม่รำพึง เพื่อนำขยะที่ได้ไปรีไซเคิล นำกลับมาใช้ใหม่สร้างมูลค่าและทำประโยชน์ต่อไป.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เด็กเสิร์ฟเซ็ง หัวขโมยขโมยเงินทิปที่เจ้าของร้านเก็บไว้ให้

เด็กเสิร์ฟเซ็ง หัวขโมยขโมยเงินทิปที่เจ้าของร้านเก็บไว้ให้

วันที่ 5 มิถุนายน 2568 ผู้สื่อข่าวไปที่ร้านเตี๋ยวเรือยุดยา ซึ่งจำหน่ายก๋วยเตี๋ยวและหมูกะทะ ริมถนนประจวบศิริ เขตเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ หลังจากที่เจ้าของร้านนำภาพจากกล้องวงจรปิด ที่มีขโมยเข้ามาในร้านไปโพสต์ลงในโซเชียลเพื่อเตือนภัย โดยในภาพกล้องวงจรปิด เวลา 05.17 น. ของเช้าวันที่ 4 มิุนายนที่ผ่านมา มีหัวขโมยอายุประมาณ 50 ปี ใส่เสื้อยืดคอกลมสีดำ นุ่งกางเกงขาสั้นเสมอเข่า สีเทา ที่หน้าอกด้านหน้าและด้านหลังของเสื้อมีอักษรภาษาอังกฤษ เขียนคำว่า STAAYEY เดินเข้ามาในร้าน แล้วเดินหาสิ่งของมีค่าต่างๆ ถึงแม้ว่ากล้องวงจรปิดที่ติดตั้งไว้ภายในร้าน ไฟจะติดสว่างอัตโนมัติ แต่หัวขโมยก็ไม่ได้สนใจอะไร ยังเดินหาทรัพย์สินของมีค่าอย่างหน้าตาเฉย เหมือนไฟของกล้องวงจรปิดไปช่วยอำนวยความสะดวกให้กับหัวขโมยด้วยซ้ำ เดินหาสิ่งของหลังตู้เย็นชั้นวางของ แล้วมารื้อค้นและนั่งที่โต๊ะเจ้าของร้าน แล้วหยิบกระปุกใส่เงินทิปที่เก็บไว้ให้เด็กเสิร์ฟ แล้วเดินไปทางหลังร้าน ได้เงินไปประมาณ 600 กว่าบาท

นายธีรพล ทวีสุข 34 ปี เจ้าของร้าน เล่าว่าช่วงเวลาประมาณตีห้ากว่าๆ ตนตื่นขึ้นมาเพื่อจะอบหมู ขณะนั้นร้านยังไม่ได้เปิดบริการ แต่มีพนักงานมาล้างกระทะประจำช่วงเช้า แล้วถามตนว่าเห็นผู้ชายตัดผมทรงสกินเฮด เดินเข้ามาในร้านหรือไม่ เป็นใครก็ไม่รู้ บอกกับคนล้างกระทะว่าเข้ามาปัสสาวะ จึงมาเปิดกล้องวงจรปิดดู แล้วนำภาพไปโพสต์ลงในโซเชียลเพื่อเตือนภัย และไปแจ้งความไว้กับตำรวจที่โรงพัก สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์แล้ว ซึ่งตำรวจได้ส่งตำรวจชุดสืบสวนมาหาหลักฐานในที่เกิดเหตุ ซึ่งดูจากกล้องวงจรปิดที่ติดไว้ หัวขโมยเดินเข้ามาในร้านอย่างชะล่าใจถึงสองรอบ แต่ยังดีที่หัวขโมยไม่เห็นไอแพด และโทรศัพท์ที่วางไว้ หยิบแต่เงินทิปที่เก็บไว้ให้เด็กเสิร์ฟไว้แบ่งกันประมาณ 600 บาท โดยหัวขโมยคนดังกล่าวตนไม่รู้จัก ไม่คุ้นหน้าและไม่ใช่ลูกน้องเก่า ดูจากภาพแล้วอายุน่าจะประมาณ 40 – 50 ปี คล้ายคนเมา ซึ่งตั้งแต่เปิดร้านมา เพิ่งจะมีขโมยเข้าร้าน หวังว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะตามจับหัวขโมยรายนี้มาให้ได้ เพื่อชาวบ้านจะได้ทำมาหากินอย่างสบายใจในช่วงเศรษฐกิจโดยรวมไม่ดีนัก.

เอกภพ วงษ์ประเสริฐ….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ชาวบ้านแห่ซื้อเสื้อยกทรง ถวายเจ้าแม่นมสาว หลังสมหวังตามที่บนบานไว้

ชาวบ้านแห่ซื้อเสื้อยกทรง ถวายเจ้าแม่นมสาว หลังสมหวังตามที่บนบานไว้

วันที่ 4 มิถุนายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่หาดสามร้อยยอด อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบฯ ใกล้กับศูนย์ ปภ.เขต 4 มีชาวบ้านจำนวนหนึ่งพากับเช่าเรือเดินทางไปยังเกาะนมสาว ซึ่งอยู่ห่างจากหาดสามร้อยยอดไปไม่ไกลนัก นั่งเรือไปประมาณ 10 นาที ซึ่งที่เกาะนมสาวแห่งนี้ มีศาลของเจ้าแม่นมสาวตั้งอยู่ นอกจากมีเสื้อยกทรงที่ชาวบ้านนำมาแก้บนแล้ว ด้านข้างยังมีชุดไทยที่ชาวบ้านนำมาแก้บนไว้ก่อนหน้านี้แขวนไว้จำนวนมาก ในวันนี้ทุกคนต่างพากันนำเสื้อยกทรงใหม่ๆ จำนวนมาก บางคนนำไปเพื่อกราบไหว้เจ้าแม่นมสาว บางคนก็นำไปแก้บน เพราะได้ตามที่หวัง

นายสุเมธ เจริญสุข ประธานชมรม CSR เพื่อการท่องเที่ยวตำบลสามร้อยยอด เล่าประวัติของเกาะนมสาว ว่าเกาะแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งในตำนานของตาม่องล่าย ซึ่งเป็นนมข้างหนึ่งนางยมโดย ลูกสาวตาม่องล่าย ซึ่งก่อนที่จะมีศาลมาตั้งเมื่อประมาณ 80 ปีที่แล้ว เกาะนี้จะเป็นสถานที่เรือประมงมาจอดหลบลม หลบพายุ มีอยู่ครั้งหนึ่งมีคนในเรือประมง เห็นลูกไฟพุ่งขึ้นจากเกาะ และเมื่อมีคนเห็นบ่อยขึ้น จึงไปเชิญร่างทรงมาดู ซึ่งร่างทรงบอกว่าที่แห่งนี้มีเจ้าแม่นมสาวสถิตอยู่ จึงได้สร้างศาลขึ้นมานับแต่บัดนั้น ซึ่งชาวบ้านที่เชื่อถือได้เข้ามาบนบานกับเจ้าแม่ แล้วหากได้ตามที่ขอ ก็จะแก้บนด้วยชุดไทยบ้าง ยกทรงบ้าง จนเป็นที่เลื่องลือไปยังพื้นที่ใกล้เคียง ต่างพากันมาขอพรจากเจ้าแม่ ทั้งนี้ในส่วนของยกทรงที่ศาลเจ้าแม่นั้น ได้มีการหารือกับคนในชุมชน ว่าอาจจะนำไปบริจาคให้กับผู้ยากไร้ หรือสถานสงเคราะห์ต่างๆ เพื่อเป็นการส่งต่อให้กับผู้รับ โดยมีเจ้าแม่เป็นสะพานบุญอีกต่อหนึ่ง

สำหรับหาดสามร้อยยอด เป็นหาดเงียบสงบ มีทัศนียภาพสวยงาม ร่มรื่นด้วยทิวสนทะเล น้ำทะเลตื้น สามารถเล่นน้ำได้ ทิศใต้จะเห็นเกาะต่างๆ เช่น เกาะโครำ เกาะนมสาว เกาะระวิง เกาะระวาง สามารถนั่งเรือไปเที่ยวเกาะ ดำน้ำดูปะการัง บริเวณหาดมีที่พักรีสอร์ทต่างๆ ให้บริการกับนักท่องเที่ยวมากมาย.

พันธุ์พงษ์ โพธิ์จินดา…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ทีมกฎหมายและคณะทำงาน สว. นำชาวบ้านยื่นขอกองทุนประกันตัวผู้ยากไร้ หลังถูกทหารฟ้องรุกที่ดิน

ทีมกฎหมายและคณะทำงาน สว. นำชาวบ้านยื่นขอกองทุนประกันตัวผู้ยากไร้ หลังถูกทหารฟ้องรุกที่ดิน

วันที่ 4 มิถุนายน 2568 พ.ต.อ.เอกราช หุ่นงาม ผู้ชำนาญการประจำตัว น.ส.นิชาภา สุวรรณนาค สมาชิกวุฒิสภา พร้อมด้วยนายสำอาง หรั่งวัด ผู้ช่วยดำเนินงานสมาชิกวุฒิสภา และนายชัยพฤษ์ มั่งคั่ง คณะทำงานประจำสมาชิกวุฒิสภา ได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามให้ความช่วยเหลือด้านกฎหมายที่สำนักงานยุติธรรมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กรณีชาวบ้านในพื้นที่บ้านเขาจ้าวและบ้านบึงนคร รวมกว่า 20 ราย ที่ถูกหน่วยงานทหารดำเนินการฟ้องร้องในข้อหาบุกรุกพื้นที่ของรัฐ

สืบเนื่องจากมีชาวบ้านได้ยื่นหนังสือร้องทุกข์และขอความช่วยเหลือ ในการประชุม“สมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน”ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2568 ณ ศาลาหมู่บ้าน หมู่ 5 ต.เขาจ้าว อ.ปราณบุรี โดยร้องขอให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงและให้ความช่วยเหลือทางกฎหมาย หลังจากมีหมายเรียกฟ้องร้องในข้อหาบุกรุกที่ดินของรัฐ โดยเฉพาะกรณีของผู้ที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์อย่างเป็นทางการ แต่อยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่ดังกล่าวมาเป็นเวลานานแล้ว

จากการลงพื้นที่ในครั้งนี้ ทีมกฎหมายได้ตรวจสอบเอกสารที่เกี่ยวข้องกับที่ดิน พร้อมพูดคุยกับชาวบ้านผู้ถูกฟ้องร้องแต่ละราย เพื่อเก็บรวบรวมข้อเท็จจริงเพิ่มเติม พบว่ายังมีข้อสงสัยและช่องว่างทางกฎหมายในหลายประเด็น ที่จำเป็นต้องได้รับการตรวจสอบอย่างรอบด้าน เช่น ข้อพิพาทเรื่องแนวเขตที่ดิน การใช้ประโยชน์จากพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง โดยไม่มีการบุกรุกใหม่ และสถานะของพื้นที่ตามแผนที่ของหน่วยงานราชการในอดีต

ในเบื้องต้น คณะทำงานได้ประสานไปยังสำนักงานยุติธรรมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อยื่นขอความช่วยเหลือจากกองทุนยุติธรรม สำหรับผู้ต้องหาที่ไม่มีเงินหรือหลักทรัพย์ใช้ประกันตัว หากกรณีถูกอัยการมีคำสั่งฟ้องร้องอย่างเป็นทางการ โดยเน้นย้ำถึงสิทธิของประชาชนที่จะได้รับความช่วยเหลือทางกฎหมายโดยไม่เลือกปฏิบัติ

พ.ต.อ.เอกราช กล่าวว่า การดำเนินคดีทางกฎหมายกับประชาชนผู้มีรายได้น้อย ซึ่งอาศัยอยู่ในพื้นที่มาเป็นเวลานาน ต้องดำเนินการด้วยความรอบคอบ เป็นธรรมและยึดหลักสิทธิมนุษยชน เราจะติดตามกรณีนี้อย่างใกล้ชิด และให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ตามกระบวนการที่ถูกต้อง เพื่อไม่ให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนอย่างไม่เป็นธรรม โดยทีมงานจะรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติม และเตรียมยื่นเอกสารร้องเรียนต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อผลักดันให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเชิงลึก และหาทางออกที่เหมาะสม ระหว่างประชาชนและภาครัฐอย่างเป็นธรรมต่อไป.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม…..รายงาน