Categories
ข่าว ทั้งหมด

ตำรวจหัวหิน สกัดจับยาไอซ์ล็อตใหญ่มูลค่ากว่า 60 ล้านบาท ขณะลำเลียงส่งลูกค้าภาคใต้

ตำรวจหัวหิน สกัดจับยาไอซ์ล็อตใหญ่มูลค่ากว่า 60 ล้านบาท ขณะลำเลียงส่งลูกค้าภาคใต้

เมื่อเวลา 00.30 น.วันที่ 5 กันยายน 2568 พ.ต.อ.กัมปนาท ณ วิชัย ผกก.สภ.หัวหิน จ.ประจวบฯ พ.ต.ท.ปฏิวัติ วิเชียร รอง ผกก.สส.ภ.จ.ประจวบฯ รรท.รอง ผกก.สส.สภ.หัวหิน พ.ต.ท.เสฐียรพงษ์ ไกรพินิจ สว.สส.สภ.หัวหิน พร้อมชุดสืบสวน ร่วมกับ บก.ปส.4 บช.ปส. และตำรวจทางหลวง จับกุมแก๊งยาเสพติดรวม 4 คน มีนายฤทธิเกียรติ อายุ 28 ปี นายสุรพล อายุ 23 ปี นายสุริยา อายุ 33 ปี และนายสมศักดิ์ อายุ 30 ปี ทั้งหมดเป็นชาวจังหวัดนครราชสีมา พร้อมของกลางยาไอซ์ จำนวน 17 กระสอบ น้ำหนักรวม 600 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่ากว่า 60 ล้านบาท รถบรรทุก 10 ล้อ ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ป้ายทะเบียน 70 – 3056 สระแก้ว 1 คัน ได้ภายในปั๊มน้ำมันพีที ถนนเลี่ยงเมือง (บายพาส) ขาขึ้นเหนือ ต.ทับใต้ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ นำตัวมาสอบสวน

ก่อนหน้านั้นตำรวจสืบทราบว่าจะมีแก๊งยาเสพติดขนยาเสพติดไปยังจังหวัดภาคใต้ โดยใช้เส้นทางถนนเลี่ยงเมืองหัวหิน จึงนำกำลังแบ่งเป็น 2 ชุด เฝ้าสังเกตการณ์ ก่อนพบรถบรรทุกต้องสงสัยคันดังกล่าวขับเข้ามาจอดในปั๊มน้ำมัน จึงเข้าตรวจค้นและพบยาไอซ์ดังกล่าวซุกซ่อนอยู่ เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่ารับจ้างขนยาไอซ์จากจังหวัดเชียงราย จะไปส่งลูกค้าที่อำเภอหาดใหญ่ จ.สงขลา ได้ค่าจ้างครั้งละ 1 แสนบาท เคยทำมาแล้ว 3 ครั้ง แต่ครั้งนี้ถูกจับได้เสียก่อน จากนั้นตำรวจจึงนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลาง ส่ง บช.ปส. เพื่อสอบสวนขยายผลจับกุมพรรคพวกที่เหลือดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

แสตมฟอร์ด มอบประกาศนียบัตรผู้จบหลักสูตรด้านการเกษตรในยุคดิจิทัล ยกระดับการท่องเที่ยวเชิงเกษตร

แสตมฟอร์ด มอบประกาศนียบัตรผู้จบหลักสูตรด้านการเกษตรในยุคดิจิทัล ยกระดับการท่องเที่ยวเชิงเกษตร

วันที่ 4 กันยายน 2568 ดร.อภิเทพ แซ่โค้ว รักษาการอธิการบดีมหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด เป็นประธานมอบประกาศนียบัตรแก่ผู้สำเร็จการฝึกอบรม โครงการ“หลักสูตรการพัฒนาสมรรถนะผู้ประกอบการด้านการเกษตรในยุคดิจิทัล เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตร (Non-degree)”รุ่นที่ 2 ที่มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด วิทยาเขตหัวหิน/ชะอำ มี ดร.ยุ่นหลิน หยาง ผู้อำนวยการบริหาร วิทยาเขตหัวหิน ผศ.ดร.บำเพ็ญ ไมตรีโสภณ คณบดีคณะรัฐประศาสนศาสตร์และสังคมศึกษา มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด หัวหน้าโครงการ ดร.นิติธร จันทเดช หัวหน้าหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต ดร.วรพงศ์ แสงผัด หัวหน้าหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต คณาจารย์และผู้เข้าร่วมโครงการให้การต้อนรับ

จากการที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม มีนโยบายให้สถานศึกษาดำเนินโครงการผลิตบัณฑิตพันธุ์ใหม่และกำลังคนที่มีสมรรถนะเพื่อตอบโจทย์ภาคการผลิต ตามนโยบายการปฏิรูปอุดมศึกษาไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการผลิตกำลังคนระดับอุดมศึกษาให้ตอบสนองความต้องการของอุตสาหกรรมหรืองานประเภทใหม่ๆ ที่สามารถเกิดขึ้นอย่างฉับพลันและไม่คาดคิด ในโลกที่เต็มไปด้วยความผันผวนไม่แน่นอน โดยการเพิ่มศักยภาพกำลังคนให้ตอบโจทย์ในทุกกลุ่มอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด ภายใต้ความร่วมมือทางวิชาการกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ได้จัดหลักสูตรประกาศนียบัตร (Non-degree Program) ด้านการพัฒนาสมรรถนะผู้ประกอบการด้านการเกษตรในยุคดิจิทัล เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตร โดยกระทรวงการอุดมศึกษาฯ สนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการเรียนการสอน ซึ่งรุ่นนี้เป็นรุ่นที่ 2 มีผู้สมัครเข้ารับการอบรม 35 คน ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่ทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรและการท่องเที่ยวเชิงเกษตร โดยมีวิทยากรทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัยฯจากหลายหน่วยงาน มาให้ความรู้กับผู้เข้าร่วมโครงการตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2568 จนกระทั่งจบหลักสูตร และหลังจากนี้ผู้อบรมทั้งหมดจะได้ร่วมกันสร้างเครือข่ายระหว่างกัน ที่จะช่วยเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวทางการเกษตรในจังหวัดเพชรบุรี – ประจวบฯ และจังหวัดใกล้เคียง อันจะเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็ง และยกระดับการท่องเที่ยวเชิงเกษตรให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้นต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เทศบาลนครหัวหิน คว้ารางวัลระดับอาเซียน ด้านสิ่งแวดล้อมเมืองที่ยั่งยืน ด้านอากาศสะอาด

เทศบาลนครหัวหิน คว้ารางวัลระดับอาเซียน ด้านสิ่งแวดล้อมเมืองที่ยั่งยืน ด้านอากาศสะอาด

วันที่ 3 กันยายน 2568 นายอติชาติ ชัยศรี รองนายกเทศมนตรีนครหัวหิน จ.ประจวบฯ เข้ารับรางวัลอาเซียนด้านสิ่งแวดล้อมเมืองที่ยั่งยืน ด้านอากาศสะอาด (Clean Air) สำหรับเมืองขนาดเล็ก จาก H.E. Datuk Seri Johari Abdul Ghani รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมมาเลเซีย ในประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านสิ่งแวดล้อม ครั้งที่ 18 (18th AMME) ณ ศูนย์การประชุมนานาชาติลังกาวี ประเทศมาเลเซีย ซึ่งการประชุมดังกล่าว มีนางอรนุช หล่อเพ็ญศรี รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และคณะผู้แทนไทย เข้าร่วมการประชุมร่วมกับรัฐมนตรีอาเซียนด้านสิ่งแวดล้อมประเทศสมาชิกอาเซียน ติมอร์เลสเต และเลขาธิการอาเซียน โดยในที่ประชุมได้มีมติรับรองเอกสารสำคัญ ได้แก่ 1) การขึ้นทะเบียนอุทยานมรดกอาเซียนใหม่ จำนวน 6 แห่ง จากประเทศมาเลเซีย 3 แห่ง และจากสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม 3 แห่ง รวมเป็น 69 แห่งในภูมิภาค ดังนี้ ประเทศมาเลเซีย จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ 1) Tengku Hassanal Wildlife Reserve เป็น AHP แห่งที่ 64 2) Bako National Park เป็น AHP แห่งที่ 65 3) Lambir Hills National Park เป็น AHP แห่งที่ 66 / สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม จำนวน 3 แห่ง ดังนี้ 1) Xuan Thuy National Park เป็น AHP แห่งที่ 67 2) Pu Mat National Park เป็น AHP แห่งที่ 68 และ 3) Dong Nai Culture and Nature Reserve เป็น AHP แห่งที่ 69 2) รับรองร่างแถลงการณ์ร่วมอาเซียนด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สำหรับการประชุม UNFCCC COP30 และ3) พิจารณาการเสนอชื่อเมืองเพื่อเข้ารับรางวัลเมืองยั่งยืนอาเซียน ครั้งที่ 6

ในโอกาสนี้ ประเทศไทยได้รับรางวัลอาเซียนด้านสิ่งแวดล้อมเมืองที่ยั่งยืน ได้แก่ เทศบาลนครปากเกร็ด จ.นนทบุรี ได้รับรางวัลเมืองยั่งยืน และเทศบาลนครหัวหิน จ.ประจวบฯ ได้รับเกียรติบัตรด้านอากาศสะอาด (Clean Air) สำหรับเมืองขนาดเล็ก นอกจากนี้ เทศบาลเมืองทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ได้รับเกียรติบัตรด้านความหลากหลายทางชีวภาพและพื้นที่สีเขียว (Urban Biodiversity and Green Spaces) สำหรับเมืองขนาดเล็กด้วย ทั้งนี้แสดงถึงความร่วมมือในภาคส่วนต่างๆ ตลอดจนยืนยันความมุ่งมั่นของไทยในการร่วมมือกับประเทศสมาชิกอาเซียนเพื่อแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ลุงวัย 64 รับจ้างเฝ้าไร่สับปะรด โดนกระทิงขวิดเข้าหน้าอกทะลุปอด อาการสาหัส

ลุงวัย 64 รับจ้างเฝ้าไร่สับปะรด โดนกระทิงขวิดเข้าหน้าอกทะลุปอด อาการสาหัส

เช้าวันที่ 2 กันยายน 2568 นายอรุณชัย สมมิตร ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 6 ต.หาดขาม อ.กุยบุรี จ.ประจวบฯ รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีคนถูกกระทิงป่าขวิดได้รับบาดเจ็บสาหัส ในไร่สับปะรด บริเวณหุบตาเวียน หมู่ 6 ต.หาดขาม จึงประสานมูลนิธิหลวงพ่อในกุฏิ วัดกุยบุรี นำรถพยาบาลให้การช่วยเหลือ

เมื่อไปถึง พบว่าชาวบ้านนำคนเจ็บออกจากที่เกิดเหตุและนำส่งโรงพยาบาลกุยบุรี ทราบชื่อคนเจ็บว่านายสมพงษ์ สะอาดลออ อายุ 64 ปี ชาวบ้านรวมไทย หมู่ 7 ต.หาดขาม อ.กุยบุรี ได้รับบาดเจ็บถูกเขากระทิงทิ่มใต้ราวนมขวาเป็นรูขนาดใหญ่ ประมาณ 10 ซม. หรือขนาดเท่ากำปั้นของเด็กวัยรุ่น ปอดฉีก แพทย์ได้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น พร้อมทั้งใส่เครื่องช่วยหายใจและนำส่งต่อโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์

จากการสอบถาม นางสมพร หรือป้ารวย คีรีนิล เจ้าของบ้านระเบียงดาวและเป็นผู้ที่ถ่ายคลิปขณะไปพบคนเจ็บนอนอยู่และให้การช่วยเหลือ ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากจุดที่พบนายสมพงษ์นอนอยู่กับพื้น หลังถูกกระทิงทำร้ายมา เล่าว่า ตนกับสามีกำลังเตรียมนำถังน้ำขนาด 1,000 ลิตร ใส่ในกระบะรถเพื่อไปฉีดยามะม่วง ขณะนั้นมีคนงานที่รับจ้างปลูกหน่อสับปะรด มาบอกว่ามีคนถูกกระทิงทำร้ายได้รับบาดเจ็บอาการหนัก นอนอยู่ในไร่สับปะรด ขอให้ช่วยติดต่อกู้ภัยด้วย ตนจึงได้ติดต่อกู้ภัย แล้วนำรถกระบะของตนไปยังที่เกิดเหตุ พบนายสมพงษ์ผู้บาดเจ็บนอนอยู่กับพื้น มือกุมอยู่ที่หน้าอกขวา มีเหลือดไหลออกมาไม่หยุด ตนจึงให้คนช่วยยกถังน้ำออกจากกระบะ และนำคนเจ็บขึ้นรถเพื่อไปส่งที่รถของกู้ภัยระหว่างทาง เพื่อนำส่งโรงพยาบาลได้เร็วขึ้น

ป้ารวย เล่าต่อว่า พื้นที่ ที่ตนอยู่นี้ มีชาวบ้านที่ต้องมาเฝ้าไร่เพื่อป้องกันการรบกวนจากช้างป่าและกระทิง จำนวนหลายหลังคาเรือน แต่ที่ประสบปัญหานอกจากการถูกรบกวนจากสัตว์ป่าแล้ว ยังมีปัญหาจากการไม่มีสัญญาณโทรศัพท์มือถือใช้ ทำให้เวลามีเหตุฉุกเฉินแต่ละครั้ง ต้องขับรถออกไปหาสัญญาณหลายกิโลเมตร อย่างเช่นครั้งนี้ หากไม่มีชาวไร่ผ่านมาพบเข้า ผู้บาดเจ็บอาจจะเสียชีวิตก่อนก็เป็นได้ เพราะไม่สามารถใช้โทรศัพท์ติดต่อใครได้ จึงอยากวิงวอนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยดูแลปัญหาของชาวบ้าน นอกจากการถูกรบกวนจากสัตว์ป่าแล้ว อยากให้จัดหาเครือข่ายสัญญาณโทรศัพท์มาให้ชาวบ้านด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ชาวบ้านกุยบุรี ได้รับความเดือดร้อนจากช้างป่าเข้าบุกรุกทำลายพืชผลมานานมาก ชาวบ้านต้องอดนอนเฝ้าไร่ตอนกลางคืน อดหลับอดนอนจนหลายคนสุขภาพไม่ดีเพราะนอนพักผ่อนไม่เพียงพอ และในช่วงนี้ยังมีภัยจากกระทิงป่า ที่นับวันจะดุร้ายไม่เกรงกลัวคนเหมือนเมื่อก่อน เคยมีชาวบ้านถูกทำร้ายมาหลายครั้ง แต่ยังไม่ถึงกับเสียชีวิต นับว่าครั้งนี้รุนแรงที่สุด ชาวบ้านได้แต่ช่วยเหลือตัวเองไปพลางๆ เท่านั้น.

พันธุ์พงษ์ โพธิ์จินดา…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ ระดมทุนจัดซื้อคอมพิวเตอร์ AI ให้โรงเรียนที่ขาดแคลน

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ ระดมทุนจัดซื้อคอมพิวเตอร์ AI ให้โรงเรียนที่ขาดแคลน

วันที่ 2 กันยายน 2568 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ และเป็นประธานคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด เป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อนการยกระดับคุณภาพการศึกษาและประสิทธิภาพการศึกษาจังหวัดโดยผ่านกลไกของคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดประจวบฯ หรือ กศจ. ปี 2568 ที่โรงแรมแอทที บูทีค คลองวาฬ อ.เมืองประจวบฯ มีนางอังคนา นุ่มวัด ศึกษาธิการจังหวัด คณะอนุกรรมการเกี่ยวกับการพัฒนาการศึกษาจังหวัด ผู้บริหาร ผู้อำนวยการกลุ่มนโยบายและแผน ตลอดจนผู้อำนวยการกลุ่มนิเทศ ติดตามและประเมินผล ผู้อำนวยการกลุ่มนโยบายและแผนและเจ้าหน้าที่สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดประจวบฯ ร่วมประชุม โดยมีการรายงานผลการดำเนินงานจัดการศึกษาของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาประจวบฯ เขต 1 และเขต 2 และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาประจวบฯ พร้อมการนำเสนอแนวทางพัฒนาการศึกษาในโลกยุคใหม่จากภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อปรับปรุงพัฒนาการเรียนการสอนของสถานศึกษา เพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาให้สูงขึ้น

นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน กล่าวว่า ตนให้ความสำคัญอย่างมากกับเรื่องของการศึกษา เพราะถือเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาคนให้มีคุณภาพนำไปสู่การพัฒนาจังหวัด พัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้า ปัจจุบันมีแนวทางการจัดทำ 10 ห้องเรียนส่งเสริมการศึกษา ตามนโยบาย Next Move Prachuap เรื่องเร่งด่วนที่จะทำคือการจัดหาอุปกรณ์การเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพ โดยเร็วๆ นี้ จะจัดกิจกรรมเพื่อระดมทุนจัดซื้ออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ AI มอบให้กับโรงเรียนที่มีความต้องการ นอกจากนี้ จังหวัดยังให้ความสำคัญกับเรื่องของการจัดหลักสูตรการฝึกอาชีพให้กับนักเรียนที่มีฐานะยากจน เพื่อให้มีวิชาชีพสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัว การส่งเสริมการพัฒนาทักษะด้านภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารให้กับเยาวชนและประชาชน การส่งเสริมด้านการกีฬาให้กับเยาวชนเพื่อมุ่งสู่ความเป็นเลิศ การพัฒนาหลักสูตรการส่งเสริมสุขภาพสอดคล้องกับนโยบาย Wellness Economy ของจังหวัดประจวบฯ ต้องขอขอบคุณคณะกรรมการ คณะทำงาน บุคลากรผู้รับผิดชอบงานแผนของหน่วยงานทางการศึกษาในจังหวัดประจวบฯ และคณะกรรมการดำเนินงานทุกฝ่ายที่ให้ความสำคัญเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา และประสิทธิภาพการศึกษาจังหวัดโดยผ่านกลไกของ กศจ. ประจวบฯ.

ข่าวแนะนำ

สุวัจน์ฉลองใหญ่ครบรอบ 10 ปี บลูพอสุวัจน์ฉลองใหญ่ครบรอบ 10 ปี บลูพอร์ตหัวหิน มอบความสุขส่งท้ายปี เปิดไฟต้นคริสต์มาสสุดตระการตาร์ตหัวหิน มอบความสุขส่งท้ายปี เปิดไฟต้นคริสต์มาสสุดตระการตา

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

มทร.รัตนโกสินทร์ พัฒนาห่วงโซ่คุณค่าใหม่ ยกระดับผลิตภัณฑ์จากส้มจี๊ดและข่าเหลือง

มทร.รัตนโกสินทร์ พัฒนาห่วงโซ่คุณค่าใหม่ ยกระดับผลิตภัณฑ์จากส้มจี๊ดและข่าเหลือง

วันที่ 1 กันยายน 2568 นายประสูตร หอมบรรเทิง นายอําเภอหัวหิน เป็นประธานเปิดโครงการสร้างการรับรู้การพัฒนาห่วงโซ่คุณค่าใหม่ของการยกระดับผลิตภัณฑ์จากส้มจี๊ดและข่าเหลือง ภายใต้โครงการวิจัยเรื่อง “การยกระดับนวัตกรรมการสกัดดอกส้มจี๊ดด้วยเทคนิคการสกัดแบบเปียก เพื่อพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและสปา สำหรับชุมชนตำบลทองมงคล อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์” ที่ห้องปฏิบัติการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ วิทยาเขตวังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ โดยมี ผศ.ดร.ธเนศวร นวลใย หัวหน้าโครงการวิจัย คณะทีมวิจัย คณาจารย์ เกษตรกรจากวิสาหกิจชุมชนบางสะพาน และนักศึกษา ร่วมให้การต้อนรับ

นายประสูตร หอมบรรเทิง กล่าวว่า จังหวัดประจวบคีรีขันธ์มีความหลากหลาย ทั้งสภาพภูมิอากาศและทรัพยากรธรรมชาติ อำเภอบางสะพาน มีสภาพภูมิอากาศที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งเหมาะกับการเจริญเติบโตของพืชเฉพาะ และข่าเหลือง เป็นพืชที่สามารถเจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่อำเภอบางสะพาน และมีปัญหาราคาตกต่ำ การแปรรูปเป็นหนทางหนึ่งที่สามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ แต่การแปรรูปโดยขาดองค์ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม จะทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพต่ำ ไม่สามารถแข่งขันกับผู้ประกอบการรายอื่นได้ การบูรณาการศาสตร์ความรู้ด้านต่างๆ ย่อมทำให้เกิดผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงที่มีประสิทธิภาพ ตอบโจทย์ผู้บริโภค และสามารถแข่งขันทั้งในและนอกประเทศได้ โครงการนี้จึงจัดขึ้นเพื่อหาแนวทางในการยกระดับรายได้ครัวเรือนของชุมชนในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยอาศัยฐานทรัพยากรในชุมชนเพื่อให้เกิดความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก

ผศ.ดร.ธเนศวร นวลใย กล่าวว่า มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ มีแนวคิดที่จะบริหารจัดการเชื่อมโยงเครือข่ายผู้ปลูก ผู้แปรรูป และผู้จำหน่าย ส้มจี๊ดและข่าเหลือง เพื่อผลักดันให้เกิดเครือข่ายที่เป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพ เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์จากส้มจี๊ดและข่าเหลือง โดยอาศัยการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ ด้วยวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรม ด้วยการบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างนักวิจัยในเครือข่ายและผู้ประกอบการ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมไปใช้อย่างเป็นรูปธรรม เกิดการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันและยกระดับของผู้ประกอบการ เพื่อให้เกิดนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพ โดยโครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างการรับรู้การทำงานวิจัยของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ ให้แก่หน่วยงานราชการ ในฐานะ key-partner และวิสาหกิจชุมชนในเขตจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในฐานะ Stakeholder เพื่อคัดเลือกวิสาหกิจชุมชนที่มีศักยภาพในการเข้ารับการถ่ายทอดเทคโนโลยี และพัฒนาองค์ความรู้ให้แก่นักศึกษาในการฝึกวิเคราะห์ ปฏิบัติในรายวิชานวัตกรรมและการพัฒนาผลิตลิตภัณฑ์ชุมชน.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ประจวบฯ จับคู่เจรจาธุรกิจการค้ากลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 สร้างมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท

ประจวบฯ จับคู่เจรจาธุรกิจการค้ากลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 สร้างมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท

วันที่ 1 กันยายน 2568 นายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดการเจรจาธุรกิจการค้า (Online Business Matching) “PETCH SAMUT KHIRI BUSSINESS FAIR 2025” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 – 2 กันยายน 2568 ที่โรงแรมประจวบแกรนด์ อ.เมืองประจวบฯ มีนายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายก อบจ.ประจวบฯ น.ส.ศิริวรรณ คณะศร พาณิชย์จังหวัดประจวบฯ น.ส.สุวีรยา ปั้นปาน พาณิชย์จังหวัดสมุทรสาคร น.ส.ยุพา นาคา พาณิชย์จังหวัดสมุทรสงคราม น.ส.จินตะณา ปิ่นสุภา พาณิชย์จังหวัดเพชรบุรี หัวหน้าส่วนราชการ ผู้ประกอบการภาคเอกชนในพื้นที่ 4 จังหวัดกลุ่มเพชรสมุทรคีรี ร่วมในพิธี

ตามที่จังหวัดประจวบฯ โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัด ได้รับอนุมัติให้ดำเนินโครงการตามแผนปฏิบัติราชการ ประจำปีงบประมาณ 2568 เพื่อดำเนินกิจกรรมเจรจาธุรกิจ ภายใต้โครงการเพิ่มศักยภาพการจำหน่ายสินค้าและบริการ กิจกรรมยกระดับและเชื่อมโยงตลาดสินค้า BCG อัตลักษณ์พื้นถิ่น และ Soft Power เพชรสมุทรคีรี โดยมีกิจกรรมตามโครงการ ประกอบด้วย การประชุมข้าราชการและเจ้าหน้าที่เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการจัดเจรจาธุรกิจ กิจกรรมอบรมข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และผู้ประกอบการเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าร่วมกิจกรรมเจรจาธุรกิจ การจัดทำ E-catalog สินค้า ซึ่งได้ดำเนินการเสร็จสิ้นไปแล้วเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา การเจรจาธุรกิจการค้าในครั้งนี้ เพื่อเปิดตลาดต่างประเทศให้กับผู้ประกอบการ รวมทั้งการเชื่อมโยงตลาดทั้งในและต่างประเทศ โดยมีกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ผู้ประกอบการส่งออก ผู้ประกอบการ SMEs สินค้า BCG กลุ่มเกษตรกร ผู้ผลิตอุตสาหกรรมด้านเกษตรแปรรูป หัตถกรรมและธุรกิจบริการ ในกลุ่มจังหวัดการภาคกลางตอนล่าง 2 ได้แก่จังหวัดประจวบฯ เพชรบุรี สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร จำนวน 40 ราย รวมทั้งการเจรจาธุรกิจทางออนไลน์ มุ่งให้ผู้ประกอบการในกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 มีรายได้สูงขึ้นและมีช่องทางการค้าเพิ่มมากขึ้น

นายปรีดา สุขใจ กล่าวว่า ภาคการส่งออก ถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ซึ่งสินค้าของกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 หรือเพชรสมุทรคีรี มีความหลากหลายทั้งสินค้าเกษตร สินค้าอุตสาหกรรม สินค้าประมง รวมถึงการท่องเที่ยว สามารถเป็นตัวเลือกให้กับผู้ประกอบการที่มาร่วมเจรจาธุรกิจการค้าได้เป็นอย่างดี โดยตั้งเป้าการจัดกิจกรรมในช่วงสองวันนี้ จะสามารถสร้างมูลค่าการค้าไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท จากการเจรจาจับคู่ธุรกิจ สิ่งที่อยากฝากถึงผู้ประกอบการผู้ผลิตสินค้า คือเรื่องของการรักษาคุณภาพมาตรฐาน เพราะวันนี้สินค้าของเรากำลังจะไปสู่ตลาดต่างประเทศ ดังนั้นเรื่องมาตรฐานจึงเป็นสิ่งสำคัญ นอกจากนี้ การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ยังถือเป็นโอกาสดีที่ผู้ประกอบการและผู้เกี่ยวข้องจากทั้งสามจังหวัดที่เดินทางมาจังหวัดประจวบฯ จะได้เยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยวที่มีศักยภาพ มีความสวยงามเพื่อเชื่อมโยงเศรษฐกิจการท่องเที่ยวระหว่างกันในโอกาสต่อไป.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

เริ่มแล้ว“Gastronomy @ Prachuapkirikhan#1”เทศกาลอาหารสุดชิลล์ริมหาดเขากะโหลก

เริ่มแล้ว“Gastronomy @ Prachuapkirikhan#1”เทศกาลอาหารสุดชิลล์ริมหาดเขากะโหลก

วันที่ 29 สิงหาคม 2568 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดงานเทศกาล‘Gastronomy Food and Culinary @ Prachuapkirikhan#1’ที่บริเวณชายหาดเขากะโหลก อ.ปราณบุรี จ.ประจวบฯ มี พญ.บุษกร สวัสดิ์แสน นายกเหล่ากาชาดจังหวัด, นายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัด, นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายก อบจ.ประจวบฯ, ร้อยโทสิทธิชัย ตัณฑสิทธิ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจวบฯ, นายสมชาย กระแจะเจิม ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดประจวบฯ, นายอติชาติ ชัยศรี รองนายกเทศมนตรีนครหัวหิน, นายอิศรา กาญจนรัตน์ นายกเทศมนตรีตำบลบ้านกรูด, นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ หัวหน้าส่วนราชการ แขกผู้มีเกียรติ และอินฟลูสายสุขภาพ “ฟิตกับแพม” ปาเมลา หรือเปมิกา “แพม”ปาสิเนตตี้ มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2017 มาร่วมปรุงเมนู “กุ้งผัดกะปิตะไคร้” แจกให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติจำนวนมากที่มาร่วมงานลองชิมด้วยความเอร็ดอร่อย

นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน กล่าวว่าจังหวัดประจวบฯ จัดงาน Gastronomy Prachuapkirikhan ขึ้น เพื่อส่งเสริมและประชาสัมพันธ์ศักยภาพด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดประจวบฯ โดยเฉพาะการท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomy Tourism) ที่เชื่อมโยงกับวัฒธรรม ประเพณี วิถีชีวิตและภูมิปัญญาท้องถิ่น ทั้งยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับจังหวัด เพิ่มโอกาสทางการตลาดให้แก่ผู้ประกอบการ ร้านอาหาร ชุมชนท้องถิ่นและผู้ผลิตสินค้าพื้นเมือง ให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายและกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน รวมถึงกระจายรายได้จากการท่องเที่ยวสู่ชุมชนอย่างยั่งยืน โดยกำหนดจัดงาน 2 ครั้ง ครั้งที่ 1 ในธีม “จากคลื่นสู่ครัว Sense on the Beach @ Khao ka lok” ระหว่างวันที่ 29 – 31 สิงหาคม ที่บริเวณชายหาดเขากะโหลก อ.ปราณบุรี และครั้งที่ 2 ในธีม “รสมือแม่ Mother’s Taste” ระหว่างวันที่ 12 – 14 กันยายนนี้ ที่บริเวณชายหาดบ้านกรูด อ.บางสะพาน

ภายในงานพบกับมหกรรมอาหารและเครื่องดื่มบรรยากาศริมทะเลสุดชิลล์ ที่คัดสรรแต่ของดี ของอร่อย อาหารสายสุขภาพ ฮาลาล Food Truck กว่า 100 บูธ ฟังเพลงเพราะๆ กับศิลปินนักร้องดัง และจากวงดนตรีมืออาชีพ ชมการแสดงควงกระบองไฟ จุดเช็คอินถ่ายภาพเก็บความประทับใจ การแข่งขันทำอาหารชิงเงินรางวัลกว่า 30,000 บาท และกิจกรรมสนุกๆ อีกมากมาย ที่พิเศษสุด พาณิชย์จังหวัดประจวบฯ จัดกิจกรรม “ตักกุ้ง” สุดมันส์ พบกับโปรนาทีทองจำหน่ายกุ้งขาวแวนนาไม จำนวน 1,100 กิโลกรัม ผ่านคูปองส่วนลด ขนาดตัว 40 – 55 ต่อกิโลกรัม ในราคาพิเศษจากกิโลกรัมละ 175 บาท เหลือ 135 บาท ไม่ต่ำกว่า 150 กิโลกรัม/วัน และจำหน่ายกุ้งสดในราคาหน้าบ่อ จำนวน 35 กิโลกรัม/วัน มาร่วมสนุกกับการย่างกุ้งสดๆ พร้อมน้ำจิ้มซีฟู้ดสุดแซ่บ จึงขอชวนนักท่องเที่ยวร่วมสัมผัสเทศกาลอาหาร “Gastronomy @ Prachuapkirikhan” ตามวันดังกล่าวได้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ มอบเกียรติบัตรให้ผู้ผ่านโครงการเชฟชุมชนเพื่อพัฒนาอาหารท้องถิ่นสู่การท่องเที่ยวจังหวัด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ มอบเกียรติบัตรให้ผู้ผ่านโครงการเชฟชุมชนเพื่อพัฒนาอาหารท้องถิ่นสู่การท่องเที่ยวจังหวัด

วันที่ 29 สิงหาคม 2568 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ พร้อมด้วยนางบุษกร สวัสดิ์แสน นายกเหล่ากาชาดจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานมอบเกียรติบัตรให้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการเชฟชุมชนเพื่อพัฒนาอาหารท้องถิ่นสู่ยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวจังหวัด ที่บ้านไร่คุณตา หว้ากอ หมู่ 1 ต.ห้วยทราย อ.เมืองประจวบฯ มีรองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดประจวบฯ ผู้บริหารสถานศึกษา คณะครู วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้เข้าร่วมโครงการ ประกอบด้วยครูศูนย์การเรียนรู้จากสถานศึกษาในสังกัด 8 แห่ง จำนวน 16 คน นักวิชาการศึกษาจากสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดประจวบฯ 1 คน ครูจากกองร้อย ตชด.ที่14 จำนวน 2 คน ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหัวยน้ำพุ 1 คน รวมทั้งสิ้น 20 คน เข้าร่วมกิจกรรม

สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดประจวบฯ จัดโครงเชฟชุมชนขึ้นเพื่อพัฒนาอาหารท้องถิ่น สู่ยุทธศาสตร์การท่องเพื่อจังหวัด ระหว่างวันที่ 27 – 29 สิงหาคม 2568 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและพัฒนาทักษะการประกอบอาหารไทยอย่างเป็นระบบให้กับครูและบุคลากรภาครัฐ โดยเน้นการฝึกปฏิบัติจริง (Hands-on Training) จากผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งผู้ที่ผ่านการอบรมครั้งนี้ จะสามารถนำความรู้ไปขยายผลให้กับผู้เรียน/ประชาชนในพื้นที่ ทั้งในรูปแบบร้านอาหารท้องถิ่น การจำหน่ายอาหารในชุมชน และการให้บริการด้านอาหารในกิจกรรมต่างๆ และเพื่อส่งเสริมอัตลักษณ์อาหารไทย – พื้นถิ่น – ฮาลาล ให้เป็นทุนทางวัฒนธรรมของจังหวัด พร้อมทั้งนำมาเป็นข้อมูลเชิงพื้นที่ด้านอาหาร วิถีชุมชนและวัฒนธรรม เพื่อนำไปใช้ประกอบการจัดทำยุทธศาสตร์จังหวัด และพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากอย่างเป็นระบบ

นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ กล่าวว่า ขอให้ผู้ผ่านการอบรมในครั้งนี้นำความรู้ที่ได้รับไปเผยแพร่ให้กับผู้เรียนและประชาชนในพื้นที่ เพื่อให้อาหารไทย – อาหารพื้นถิ่น – อาหารฮาลาล เป็นที่ยอมรับและสร้างมูลค่าเพิ่ม สร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

แม่เต่ากระ “พรพนา” ขึ้นวางไข่รังที่ 15 บนเกาะทะลุ เกือบ 140 ฟอง

แม่เต่ากระ “พรพนา” ขึ้นวางไข่รังที่ 15 บนเกาะทะลุ เกือบ 140 ฟอง

วันที่ 29 สิงหาคม 2568 นายเอกฤทธิ์ ดวงมาลา หัวหน้าอุทยานแห่งชาติอ่าวสยาม (เตรียมการ) เปิดเผยว่า หลังจากเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติอ่าวสยาม ร่วมกับเจ้าหน้าที่มูลนิธิฟื้นฟูทรัพยากรทะเลสยาม เดินลาดตระเวนการขึ้นวางไข่ของเต่ากระบนพื้นที่เกาะทะลุ อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบฯ และการเฝ้าติดตามการฟักไข่ของเต่ากระอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 28 สิงหาคมที่ผ่านมา พบเต่ากระ ชื่อ “แม่พรพนา” ขึ้นมาวางไข่บริเวณอ่าวเทียนของเกาะทะลุ พิกัด 47 P 0560323 E 1223937 N ซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่รับผิดชอบของอุทยานแห่งชาติอ่าวสยาม จำนวน 1 รัง เป็นรังที่ 15 ของปี 2568

จากการตรวจสอบเต่าแม่พรพนา ขนาดลำตัว กระดองกว้าง 73 ซม. ยาว 78 ซม. ขึ้นวางไข่ขนาดของหลุมกว้าง 21 ซม.ลึก 45 ซม.รวมทั้งหมด 138 ฟอง เพื่อความปลอดภัยจากภัยคุกคามทางธรรมชาติ เจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการย้ายไข่ทั้งหมดไปยังบ่ออนุบาลของมูลนิธิฟื้นฟูทรัพยากร ทะเลสยาม เพื่อให้ได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง จนกว่าลูกเต่าจะฟักตัว การพบแม่เต่าขึ้นมาวางไข่เป็นครั้งที่ 15 ในปีนี้ แสดงให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศทางทะเลในพื้นที่อุทยานแห่งชาติอ่าวสยาม และยังเป็นเครื่องยืนยันถึงความสำเร็จในการทำงานร่วมกันของเจ้าหน้าที่อุทยานฯ และหน่วยงานภาคีเครือข่ายในการดูแลรักษาทรัพยากรทางทะเลมาอย่างต่อเนื่อง สำหรับ “เต่ากระ” ชื่อทางวิทยาศาสตร์ Eretmochelys imbricata (Linnaeus,1766) เป็นสัตว์ทะเลหายากใกล้สูญพันธุ์ สถานภาพเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 และจัดอยู่ใน Appendix 1 ของอนุสัญญาไซเตส (CITES) ด้วย.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม…..รายงาน